Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 9 : ความเป็นเพื่อนได้จบลง

ชื่อตอน : Chapter 9 : ความเป็นเพื่อนได้จบลง

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.1k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2559 10:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 9 : ความเป็นเพื่อนได้จบลง
แบบอักษร

 

 

กานต์..............

 

ผมย้ายมาเป็นครูที่บ้านเกิดได้เกือบสองเดือนแล้ว ผมยังไม่ได้คุยกับเรืองเป็นจริงเป็นจังซักที เค้าเหมือนพยายามหลบหน้าผมอยู่ตลอด  ผมพยายามนึกว่าทำไมเค้าถึงเกลียดผมมากขนาดนี้ เท่าที่จำได้เราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ตอนสมัยเรียนประถม

 

“อ้าว.. รินดาทำไมยังไม่กลับบ้าน..?”   ผมเห็นรินดายืนอยู่ที่หน้าโรงเรียนเหมือนกับรอใครอยู่

 

“หนูรอแม่มารับค่ะคุณครู”   รินดาบอกกับผม

 

“นี่ก็เย็นแล้ว ให้ครูไปส่งมั้ย..?”   ผมถามกลับไป  รินดายิ้มแป้นพยักหน้าให้กับผม   ผมพารินดาซ้อนท้ายมอไซค์มาส่งที่บ้าน  เห็นแม่ของรินดาเพิ่งกลับมาจากนาล้างหน้าล้างตาอยู่ที่ตุ่มหน้าบ้าน

 

“อ้าวคุณครู ป้าว่ากำลังจะไปรับรินอยู่พอดี  ช่วงนี้หอยเชอร์รี่มันระบาดหนัก ป้ากับลุงเลยต้องช่วยกันเก็บออกจากนา ไม่งั้นมีหวังข้าวปีนี้ไม่ได้ผลผลิตแน่”   ป้าบอกกับผม

 

“ขอบใจครูมากเลยนะที่อุตส่าห์มาส่ง”  

 

“ไม่เป็นไรครับ ถ้ายังไงช่วงนี้ผมมาส่งรินดาให้ก็ได้ครับ”  ผมบอกกับป้าไป

 

“จะไม่เป็นการรบกวนครูเหรอ...?”   ป้าบอกด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ

 

“ไม่เป็นไรครับ โรงเรียนเลิกผมก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว ป้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงรินดาด้วย” 

 

“ถ้าอย่างนั้นป้าก็รบกวนครูด้วยนะ” 

 

“ครับ”  ผมยิ้มบอกกับป้าไป

 

“ขอบคุณค่ะครูกานต์”   รินดายกมือไหว้บอกผม

 

“มีลูกชายก็เหมือนไม่มี พึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้ซักอย่าง วัน ๆ เอาแต่เมาหัวราน้ำ”   ป้าบ่นเรื่องของเรืองให้ผมฟัง

 

“เอ่อ... คือ แล้วตอนนี้เรืองไม่อยู่เหรอครับ...?”   ผมเห็นบนบ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่

 

“โอ้ยย  ตกเย็นมาก็หายหัวแล้วหล่ะครู  คงไปมั่วสุมอยู่สามแยกหน้าหมู่บ้านอีกตามเคย” 

 

ผมก็คิดเอาไว้เหมือนกัน เพราะปกติจะเห็นเรืองอยู่กับเพื่อนแถวนั้นบ่อย ๆ

 

“ถ้างั้นผมกลับก่อนนะครับ”   ผมบอกกับป้าไป

 

“สวัสดีค่ะครูกานต์”  รินดายกมือไหว้กล่าวลาผมอีกครั้ง

 

หลังจากวันนั้น ผมก็มาส่งรินดาที่บ้านเกือบทุกวัน

 

“ครูวันนี้กินข้าวเย็นที่บ้านด้วยกันนะ”  ลุงแหวงบอกกับผม

 

“ไม่เป็นไรครับลุง ตามสบายเถอะครับ”  ผมบอกไป

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครู  ครูอุตส่าห์มาส่งรินให้บ่อย ๆ ป้ากับลุงซะอีกที่ต้องเกรงใจครู”  ป้าตะโกนออกมาจากครัว

 

“กินข้าวด้วยกัน วันนี้ป้าได้ปลาช่อนมาจากนา ทำแกงไว้ตั้งหม้อเบ้อเร่อแน่ะ”  

 

ป้ากับลุงพูดมาซะขนาดนี้ผมจะหักหาญน้ำใจของลุงกับป้าได้ยังไง  เย็นนี้ผมเลยต้องฝากท้องที่บ้านรินดาหนึ่งมื้อ

 

หลังจากที่ล้อมวงกำลังจะทานข้าวกัน 

 

“เรืองมากินข้าว”   ป้าตะโกนบอกกับเรืองที่กำลังเดินขึ้นบันไดบ้านมา  พอเรืองเห็นผมสีหน้าก็ไม่พอใจขึ้นมา

 

“ไม่กิน ไม่หิว”   เรืองกระแทกเสียงบอกกับป้า

 

“ไอ้ลูกเวร...!! เรียกมากินข้าวอย่างกับจะเรียกมาฆ่า ไม่กินก็ไม่ต้องกิน”  ลุงแหวงโมโหว่าให้เรืองไป

 

“ใช่ดิ ผมมันไม่ใช่ครูบาอาจารย์เหมือนกับใครเขานี่”   ผมรู้ว่าเรืองพูดกระทบผม ผมได้แต่อดกลั้นไม่อยากมีปัญหาขึ้นมา จะลุกเดินออกไปก็จะเสียมารยาท ผมได้แต่นิ่งเงียบ

 

“อย่าว่าแต่ครูบาอาจารย์เลยไอ้เรือง ภารโรงเอ็งก็เป็นไม่ได้” 

 

เรืองหันมามองหน้าผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ คงคิดว่าเป็นเพราะผมเรืองถึงได้โดนพ่อด่า  แล้วเรืองก็หัวเสียเดินลงบันไดไป

 

“กินข้าวเถอะครู อย่าไปสนใจคนพรรค์นั้นเลย เกินเยียวยาแล้วหล่ะ”   ลุงแหวงบอกกับผม  ผมก็ทานไปสองสามคำตามมารยาท  ผมรู้ว่าเรืองคงไม่พอใจที่ผมมาทานข้าวบ้านเค้า เลยพลอยโดนพ่อด่าไปด้วย

 

ผมนั่งคุยกับลุงกับป้าได้ซักพักก็ขอตัวกลับ  ผมลงบันไดมาเห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ที่คันนาไม่ไกลจากบ้านเรืองนัก ผมยังจำได้ สมัยตอนผมเป็นเด็กผมมักจะไปเล่นที่เถียงนาที่อยู่ใกล้บ้านเรืองเป็นประจำ  ผมรู้ว่าเป็นเรือง ผมเลยเดินตรงเข้าไปหา ตอนนี้ท้องนามืดแทบมองอะไรไม่เห็น ได้ยินแต่เสียงกบเขียดร้องกันระงม เห็นแสงไฟจากบ้านเรืองที่อยู่ไม่ไกลมากนัก  ผมเดินเข้าไปหาเรือง พอเค้าเห็นผมเค้าก็ทำท่าจะเดินหนี

 

“เดี๋ยวสิเรือง ชั้นมีเรื่องต้องคุยกับนาย”   ผมบอกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมต้องคุยกับเรืองให้รู้เรื่อง

 

“กูไม่มีอะไรจะคุย”  เรืองตอบผมกลับมา

 

“นายโกรธชั้นเรื่องอะไร...??”   ผมถามไป  แต่เรืองก็ยังเงียบ

 

“ถ้าชั้นทำอะไรให้นายไม่พอใจ ชั้นขอโทษละกัน”   ผมบอกไป

 

“มึงจะกลับมาอีกทำไม..? ไปแล้วทำไมไม่ไปลับ แม่งโครตเหม็นหน้า”   แล้วเรืองก็พูดขึ้น

 

“นี่มันเป็นบ้านชั้นนะเรือง  ชั้นเกิดที่นี่ไม่ให้กลับบ้านจะให้ไปอยู่ที่ไหน...?”  

 

“จะไปตายไหนก็ไป ไม่เกี่ยวอะไรกับกู”  

 

เฮ้อออออ  ผมได้แต่ถอนหายใจยาว เรืองเกินจะเยียวยาเหมือนกับที่ลุงแหวงพูดเอาไว้จริง ๆ

 

“สมแล้วที่ลุงแหวงว่าให้”   ผมก็โมโหเป็นเหมือนกัน เลยพูดโพล่งออกมา  เรืองหันขวับมาหาผมทันที

หมับ...!!!  พร้อมกับบีบแขนผมเอาไว้แน่น

 

“ปากดีนัก ตามมาอ่อยกูถึงนี่ อยากให้กูเย็ดก็ไม่บอก ได้ .เดี๋ยวจัดให้”    เรืองลากแขนผมให้เดินตาม ผมไม่คิดว่าจะได้ยินพูดแบบนี้ออกมาจากปากของเรือง

 

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ”   ผั๊วะ....!!!  ผมซัดหมัดเข้าใบหน้าเรืองเต็ม ๆ  ถุ้ย...!!  เรืองถุยเลือดที่กบปากทิ้ง

 

“อย่ามาดูถูกคนอื่นแบบนี้อีก”  ผมบอกไป

 

“หึหึหึ หมัดหนักไม่เบาเลยนี่ แบบนี้กูชอบ”   ว่าแล้วเรืองก็ลากแขนให้ตามไปอีก ผมรู้ได้ทันทีว่าเรืองจะไปผมไปไหน เถียงนาที่อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง 

 

“ปล่อย..!!  บอกให้ปล่อย..!!”   ผมพยายามแกะมือเรืองออก แต่เรืองก็บีบแขนผมเอาไว้แน่น  แล้วพาผมเข้าไปในเถียงนา

 

“นายจะทำอะไร...??”   ผมกระชากแขนออก

 

“อยากนักไม่ใช่เหรอ..?  ถึงได้ตามมาถึงนี่  จะสนองให้ไง”   เรืองหัวเราะเยาะบอกกับผม  ผมง้างหมัดจะซัดปากเรืองไปอีกซักครั้ง 

 

หมับ...!!  เค้ารับหมัดผมเอาไว้  แล้วผลักผมให้ล้มลงบนฟากไม้ไผ่  เรืองเดินปรี่เข้ามาหาผม ผมรีบชันตัวหนี

 

“จะหนีทำไม..? คราวก่อนสลบเลยจำอะไรไม่ได้ วันนี้จะทบทวนความทรงจำให้เอง”    แล้วเรืองก็พูดออกมา

 

“ไอ้เหี้ย...!!!”  ผมโมโหด่าเรืองไป วันก่อนเป็นเรืองนี่เองที่ทำผม  ผมจะไม่ทนอีกแล้ว เรืองไม่ใช่เรืองคนเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่เพื่อนรักสมัยตอนประถม เป็นปีศาจในคราบมนุษย์ที่กระทำได้แม้กระทั่งคนที่ไม่มีทางสู้

 

“ด่าได้ดี  ยังไงมึงก็หนีกูไม่พ้นหรอก”    เรืองปรี่เข้ามาหาผม

 

อั๊ก...!!  ผมถีบเรืองจนกระเด็น

 

“มึงไม่ใช่เพื่อนกู กูเกลียดมึง...!!!”   ผมตะโกนใส่หน้าเรืองไป

 

“ได้... ถ้างั้นกูจะเป็นผัวมึงเอง”   เรืองรีบเข้ามาคร่อมผมเอาไว้ ผมดิ้นขัดขืนไม่ยอม ในกระท่อมเถียงนามืดมากมองอะไรแทบไม่เห็น  ผมพยายามควานหาสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ มือ  แล้วไปเจอเค้ากับขวดอะไรซักอย่าง

 

ผั๊วะ...!!  ผมฟาดเข้าที่กกหูของเรืองจนเรืองล้มลงข้าง ๆ

 

“สัส...!!  เอาอะไรมาตีกูเนี่ย...?”  

 

“กูเกลียดมึง กูถือว่ากูไม่เคยรู้จักมึงมาก่อน”  ผมโมโหหันไปตะคอกใส่หน้าเรืองที่นอนกลิ้งไปมาอยู่ข้าง ๆ

 

หึหึหึ   เรืองได้แต่หัวเราะออกมาเบา ๆ  ผมรีบเดินออกจากเถียงนามา 

 

หลายปีที่ผ่านมาผมอุตส่าห์เฝ้าคิดถึงแต่เค้า เพื่อนรักของผม เพื่อนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสมัยตอนเด็ก ๆ มีอะไรเราก็แบ่งปันกันเสมอ  ไม่มีอีกแล้ว เพื่อนคนนั้นของผมได้ตายจากไปนับตั้งแต่วันนี้

 

 

 

.....................................................

To be continue........................

......................................................

 

 

กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

ป.ล.  วันนี้ช้อยอัพสองเรื่องควบนะคะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}