facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 21 ของผม 100%

ชื่อตอน : บทที่ 21 ของผม 100%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2559 06:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 ของผม 100%
แบบอักษร

กลิ่นชื้นหลังฝนตกและกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าที่ลอยมาตามลม นาข้าวและสวนผลไม้ต่างๆทอดยาวไกลหลายร้อยไร่ตลอดสองข้างทาง หญิงสาวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด นี่แหละกลิ่นของชนบทที่ชวนให้คิดถึง กระเป๋าเดินทางสีชมพูใบเดิมค่อยๆยกลงจากรถประจำทางที่เธอโดยสารมา หญิงสาวจ่ายค่าโดยสารแล้วลากกระเป๋าเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางสวน

“คุณแม่ขา พันกลับมาแล้วค่า” เสียวหวานตะโกนร้องเจื่อยแจ่วพลางใช้กุญแจที่ตนพกติดตัวไขประตูเข้าไปในบ้าน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ คุณแม่ของเธอไม่ได้ออกไปทำงาน หญิงท่าทางมีอายุเดินถือตะกล้าที่เต็มไปด้วยมะละกอมากมายออกมาจากสวน

“กลับมาแล้วเหรอลูก” ดวงกมลเอ่ยทักลูกสาวแสนรักที่แทบจะไม่ได้เห็นหน้ากันมานานตั้งแต่เธอย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ

“คิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ” พัณณิตากอดมารดาอย่างคิดถึง “คุณแม่สบายดีนะคะ”

“แม่สบายดี ว่าแต่เราเถอะ ไปทำอะไรมา... ทำไมดูอ้วนขึ้น”

“แหม... คุณแม่นี่ล่ะก็ พันอ้วนที่ไหนล่ะคะ พันหนักเท่าเดิมต่างหาก” พัณณิตาบ่นพลางแย้งตะกล้ามาถือแล้วเดินตามมารดาเข้าไปยังห้องครัว

“ว่าแต่เรามาถึงนานรึแล้วหรือยัง... แล้วจะมาอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ โรงเรียนที่เราทำงานอยู่เปิดเมื่อไหร่ล่ะ” ดวงกมลเอ่ยถามบุตรสาวเป็นชุดใหญ่

“โรงเรียนเปิดวันที่สิบห้าน่ะค่ะ อีกสี่วัน พันคงจะอยู่ที่นี่สามวันแล้วค่อยกลับไปเตรียมตัวสอนที่โน้น” หญิงสาวล้างมะละกอที่เพิ่งเก็บมาแล้วใช้มีดปอกผลไม้ค่อยๆปอกเปลือกมันออกมา หั่นเรียงใส่จาน

“อยู่ที่นี่นานหน่อยแล้วกัน แม่คิดถึงเราจะแย่”

“ค่า สามวันนี้พันจะอยู่คลุกคุณแม่จนคุณแม่รำคาญเลยแหละค่ะ” หล่อนเอ่ยยิ้มแย้มพลางเก็บมีดเข้าซองเหมือนเดิมก่อนจะกอดผู้เป็นมารดาแน่นๆ อ้อมกอดที่อบอุ่นชวนให้รู้สึกสงบและมีความสุขนอกจากมารดาแล้วก็มีแค่โลเวลล์คนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้ได้ ป่านนี้เขาจะกำลังทำอะไรอยู่นะ... ยิ่งคิด ใบหน้าของเธอก็ยิ่งระบายด้วยรอยยิ้ม

 

เสียงฆ้อง โหม่ง ฉิ่งฉับกับกลอง ดังเป็นจังหวะสนุกสนาน เหล่าญาติพี่น้องที่กระจัดกระจายไปทำงาน สร้างครอบครัวในที่ต่างๆ ต่างกลับมายังถิ่นฐานบ้านเกิด พบปะพูดคุยกันอีกครั้ง อาหารคาวหวานที่เหลือจากถวายพระก็ถูกตักแจกจ่ายให้ทุกคนได้ร่วมทาน เหล่าคุณลุงคุณป้า คุณตาคุณยาย ลูกพี่ลูกน้องต่างๆพูดคุยทำความรู้จักกัน

“พัณณิตา... เราไปเยี่ยมคุณลุงเป็นยังไงบ้าง แม่ยังไม่ได้ถามเราเลย เขาสบายดีรึเปล่า” พัณณิตาที่นั่งแกว่งขาเล่นอยู่ท้ายรถกระบะโดยมีดวงกลมนั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามขึ้นมา

“เออ... คุณแม่คะ คือจริงๆแล้ว...” เธอยังไม่มั่นใจว่าควรจะเล่าออกไปดีไหม ถึงเรื่องนี้มารดาของเธอจะต้องรับรู้บ้าง แต่เธอก็กลัวว่ามันจะทำให้มารดาของเธอคิดมาก ”เออ... คือ คุณลุงเขาสบายดีแหละค่ะ คุณลุงยังถามถึงคุณแม่ด้วยนะคะ”

เธอตัดสินใจว่าจะยังไม่เล่าตอนนี้!

“คุณลุงสบายดีแม่ก็หายห่วง เดี๋ยวแม่จะไปทักทายป้าลำดวนก่อนนะ ลูกก็ไปคุยกับคนอื่นบ้าง ไม่ใช่มัวแต่มานั่งเล่นแบบนี้” ดวงกมลเดินเข้าไปทักทายพี่สาวที่มาร่วมงานนี้ด้วย พัณณิตายังคงนั่งอยู่ที่เดิมถึงแม้ว่าจะโดนบ่นก็ตาม

อากาศตรงนี้เย็นบาย เธอยังอยากอยู่ตรงนี้นานอีกหน่อย หญิงสาวหยิบสมาร์ทโฟนในกระเป๋าออกมาเล่น เช็คข่าวสารพลางถ่ายรูปบรรยากาศรอบๆส่งไปให้แฟนหนุ่มที่อยู่อีกซีกโลกได้ดู

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอครับ เรายังไม่เคยรู้จักกันเลย” ชายหนุ่มในชุดกางเกงยีนส์ เสื้อยืดธรรมดาเดินเข้ามาทักทายเธอ หล่อนไม่เคยเจอกับผู้ชายคนนี้มาก่อน เขาคงจะเป็นญาติห่างๆที่แทบจะไม่คุ้นหน้ากัน

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพัณณิตาเป็นลูกสาวของคุณแม่ดวงกมล ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” หล่อนทักทายเขาตามมารยาท

“ผมชื่อนิโรจน์ครับ เป็นลูกของคุณลุงภูวดล ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” เขายื่นแก้วที่ใส่น้ำอัดลมไว้จนเต็มมาตรงหน้าเธออย่างมีน้ำใจ ใบหน้าของเขาประดับรอยยิ้มกว้าง

“คุณไม่ค่อยชอบที่ที่คนเยอะๆเหรอครับ” เขาถามแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆหล่อน

“เปล่าหรอกค่ะ ตรงนี้ลมพัดเย็นสบายดีฉันเลยอยากจะนั่งเล่นให้นานหน่อย แล้วคุณล่ะคะ”

“ผมไม่ค่อยชอบที่ที่คนเยอะๆน่ะครับ แล้วตรงนั้นเสียงเด็กๆก็ดังเจี้ยวจ้าวด้วย ผมเลยหนีมานั่งกับคุณที่นี่” เขามองไปที่กลุ่มเด็กที่กำลังวิ่งไล่จับกันเสียงดัง สายลมโชยพัดเส้นผมสลวยให้ให้พลิ้วลู่ไปตามลม พัณณิตาเหน็บปอยผมเกี่ยวหู

“อย่างนั้นเองเหรอค่ะ เด็กๆก็เสียงดังแบบนี้แหละคะ” แต่เธอก็ชินกับเสียงพวกนี้ไปเสียแล้ว

“ครับ” นิโรจน์เงยหน้ามองกิ่งไม้ใบไม้ที่พัดไหวไปตามลม นัยน์ตาสีดำแอบแหล่มองสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ว่าแต่คุณนิโรจน์อยู่ที่ไหนเหรอคะ ฉันไม่ค่อยคุ้นหน้าคุณเลย” หญิงสาวเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ถึงแม้เธอจะไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ แต่ญาติทั้งหมดที่อยู่ใกล้ๆบ้านของเธอนั้นเธอรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“ผมอยู่ที่ชลบุรีน่ะครับ ครอบครัวของผมเปิดธุรกิจที่นั่น... แต่ผมก็มาที่นี่บ่อยๆ แต่ไม่ยักกะเจอคุณนะครับ”

“ฉันทำงานอยู่ในกรุงเทพน่ะค่ะ ไม่ได้อยู่ที่นี่ นานๆถึงจะกลับมาซักครั้ง”

“อย่างนั้นเองเหรอครับ... แล้วคุณทำงานอะไรล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางเขยิบเข้ามานั่งใกล้ๆกับเธอ เสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กๆและเสียงดนตรีสนุกสนานคึกคักทำให้บรรยากาศภายในวัดนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นอุนใจและรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าของทุกๆคน ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของเขา

 

(ผมก็มาที่นี่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ยักกะเจอคุณนะครับ)

น้ำเสียงทุ้มที่ไม่คุ้นหูดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ สายที่โทรทางไกลมาจากประเทศในดวงใจนั้นทำให้คิ้วหนาขมวดยุ่ง โลเวลล์ยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าเป็นเบอร์ของพัณณิตาที่โทรมา แต่ทำไมเขากลับได้ยินเสียงของผู้ชายคนอื่นแทน ริมฝีปากหนาเม้มสนิท พยายามตั้งใจฟังว่าพวกหล่อนกำลังคุยอะไรกัน... แต่เป็นเพราะเขาฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องจึงทำให้เขาทำได้แค่เพียงจินตนาการว่าเนื้อหาบทสนทนานั้นควรเป็นเช่นไร

(ฉันทำงานอยู่ในกรุงเทพน่ะค่ะ ไม่ได้อยู่ที่นี่ นานๆจึงจะกลับมาซักครั้ง)

“ที่รัก... ที่รักครับ” ชายหนุ่มพยายามร้องเรียกให้หญิงสาวพูดสายกับตน แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

ใคร! ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร!? โลเวลล์ขบฟันจนกรามขึ้นเป็นสันนูน

หรือว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันกำลังจีบพัณณิตาของเขาอยู่ เหอะ! มันไม่รู้รึไงว่าหล่อนน่ะมีเจ้าของแล้ว! ที่รักครับ ตะโกนใส่หน้ามันเลยว่าคุณมีผมอยู่ทั้งคนแล้ว ไม่ต้องการใครหน้าไหนทั้งนั้น

โลเวลล์ตะโกนร้องในใจ

(อย่างนั้นเองเหรอครับ... แล้วคุณทำงานอะไรล่ะครับ)

                มือหนากำหมัดแน่น นึกอยากจะต่อยให้ใบหน้าหล่อๆในจิตนาการนั้นให้พังยับแล้วบดจูบหล่อนต่อหน้ามัน ประกาศว่าหล่อนเป็นของเขาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มกดวางสาย แล้วตบโต๊ะดังปัง

                “ไปเตรียมเครื่องบินไว้ให้พร้อม ฉันจะเดินทางไปประเทศไทยเดี๋ยวนี้!” โลเวลล์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้

“เจ้านายครับ!” ปาสคาลซึ่งกำลังจัดเอกสารเตรียมจะให้โลเวลล์พิจารณาถึงกับร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าจู่ๆเจ้านายของเขาจะทิ้งงานแล้วรีบบึ่งไปหาหญิงสาวเพียงแค่คิดว่าเธอกำลังถูกผู้ชายคนอื่นจีบ

“เฉยอยู่ทำไม บอกให้รีบไป!

“ใจเย็นๆก่อนสิครับเจ้านาย ผมจะไปจัดการให้แน่ แต่การที่จู่ๆเจ้านายบึ่งไปหาเธอแบบนี้ ผมว่าหล่อนคงจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอกนะครับ”

“...” โลเวลล์มองหน้าเลขาของตนราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ

“อย่ามองผมแบบนั้นสิครับเจ้านาย... ผมว่าเจ้านายลองโทรไปคุยกับหล่อนก่อนดีกว่านะครับ ไม่แน่ว่าเจ้านายอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ ถึงจะมีผู้ชายคนอื่นมาคุยกับเธอแต่ใช่ว่าทุกคนจะจีบเธอนะครับ... ไม่แน่ว่าผู้ชายคนนั้นเขาอาจจะมีลูกมีเมียแล้วก็ได้”

“...” ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ แต่ทว่าภายในนัยน์ตากลับปะทุไปด้วยไฟแห่งความหึงหวง

“อีกอย่าง ผมว่าการที่เจ้านายไปพาลใส่แบบนี้คุณพัณณิตาคงจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอกมั้งครับ” เลขาหนุ่มพยายามหว่านล้อม “ผมว่าอย่างคุณพัณณิตา... ไม่มีทางคบชู้หรอกครับ”

“ฮึ! มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เธอคงไม่ไปคว้าก้อนกรวดทั้งๆที่มีเพรชอย่างฉันอยู่แล้วหรอก” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก

“ถ้าอย่างนั้น... เรื่องที่จะไป... ”

 

“ฉันจะรีบเร่งงานให้เสร็จไวที่สุด... อีกสี่วันค่อยไป”

---------------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพตามปกติแล้ว เย่! ไรเตอร์ก็ยังซุ่มแต่ตอนใหม่ต่อไป ฮ่าฮ่าฮ่า มารร้ายของเราใกล้มาแล้วนะเออ อีกประมาณสองถึงสามบท ก่อนนิยายของเราก็จะเข้าโหมดสู่โค้งสุดท้ายก่อนจะจบ(รีบบอกไปไหม) แต่ก็คงอีกนานน่ะค่ะ เกือบ 20 ตอนได้ (สรุปไรเตอร์รีบไปคนเดียว)

รักนักอ่านทุกท่านนะคะ

ความคิดเห็น