มัทนา ( Madhana )

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เข้าใจผิด 2 - ให้โอกาส

ชื่อตอน : เข้าใจผิด 2 - ให้โอกาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2559 00:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เข้าใจผิด 2 - ให้โอกาส
แบบอักษร

..................................

 

     นุชลดาวิ่งลงบันไดมาได้เพียงไม่ถึงไม่กี่ขั้น หญิงสาวก็ทรุกายนั่งลงกับพื้น เธอไม่น่ามาที่นี่เลย  ไม่น่ามาจริงๆ

" ฮึก..ฮืออ  ๆ  ๆ  "

มือเรียวบางยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มใสเบาๆ  หัวใจรู้สึกเจ็บปวดจนหนักอึ้งไปหมด  ถ้าเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเธออีก

" คนหลอกลวง  ฉันเกลียดคุณ  "

หญิงสาวพูดกับตัวเองเบาๆ  นชทั้งที่ปากบอกว่าเกลียดเขา  แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้เจ็บปวดเหลือเกิน  ทั้งที่เธอตั้งใจจะแก้แค้น  ตั้งใจจะเอาคืน  อยากให้เขาได้เจ็บเหมือนอย่างที่เธอเจ็บ  แต่กลับเป็นเธอเสียเองที่กลับมาให้เขาทำร้ายใจตัวเองอยู่ร่ำไป  มือบางเช็ดน้ำตาตัวเองอีกครั้ง  ก่อนจะลุกขึ้นเดินต่อ เธอต้องเข้มแข็ง  ต่อไปจะได้ไม่ยอมให้เขากลับมาทำร้ายตัวเองได้อีก

     ชิรวิธที่ยังอยู่ในอาการงุนงงที่อยู่ๆ นุชลดาก็โผล่มาชนเขา  แล้วรีบเดินหนีไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย  เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวคงต้องมาเยี่ยมเจ้าเพื่อนตัวแสบแน่  จึงรีบเดินไปให้ถึงห้องเพื่อที่จะถามไถ่

"  เมื่อกี้ฉันเห็นคุณนุชว่ะ  "

เมื่อเปิดประตูเข้ามา เขาก็เอ่ยขึ้นทันที ทำเอาแพทาราจ้องกลับมาตาเขม็ง

" นี่ยังเล่นไม่หยุดอีกรึไงคุณ  "

หญิงสาวทำเสียงเขียวใส่เขา  เพราะไม่อยากจะให้พูด  มันดูเป็นเหมือนการทำร้ายจิตใจพี่ชายต่างสายเลือดจนเกินไป

" ผมพูดจริงๆคุณ  ไม่ได้ล้อเล่น "

ชิรวิธยืนยัน แต่กลับโดนเอกราชจ้องมองมาอย่างคาดโทษเหมือนกัน

" อ้าว...นี่ไงครับ ท่านประธานที่เคารพ  เธอยังฝากกุญแจรถแล้วก็มือถือมาให้แกอยู่เลย  อ่ะเอาไป  "

ชิรวิธไม่พูดเปล่า เดินเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือกับกุญแจรถให้กับเพื่อนหนุ่ม

" นุชมาที่นี่จริงๆหรอ  "

เอกราชถามเพื่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  เขาดีใจ ที่อย่างน้อยเธอก็ยังนึกถึงเขา แสดงว่าเธอยังเป็นห่วงเขาอยู่ และเธอก็อาจจะรักเขาอยู่

" แล้วตอนนี้นุชอยู่ไหน  "

ชายหนุ่มเอ่ยถามเพื่อน

" ฉันก็ไม่รู้  เห็นรีบร้อนออกไป ไม่รู้เป็นอะไร  "

 ชิรวิธพูดแค่นั้น  ร่างสูงก็รีบวิ่งออกไปจากห้องทันที  หวังว่าจะได้เจอเธอ

   เอกราชตรงไปที่ลิฟต์ทันที  แทบจะอดใจรอให้ลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างไม่ไหว  เขาก็ว่าจะตามเธอไปไม่ทัน  กลัวว่าจะไม่เจอเธอ

" มาถึงที่นี่แล้ว  จะไม่ยอมไปเยี่ยมหน่อยรึไงคุณ  คนใจร้าย "

ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเองยิ้มๆ  แค่คิดเองเออเองไปว่าเธอเป็นห่วง เขาก็ดีใจจนจะอธิบายไม่ถูกอยู่แล้ว  เขารีบสาวเท้ายาวๆออกจากลิฟต์เมื่อประตูเปิด  ร่างสูงตรงออกไปนอกอาคารผู้ป่วยแล้วรีบมองหาร่างบางที่เขาคุ้นตา  เอกราชยืนหันรีหันขวางอยู่นาน  แต่ก็ไม่พบ จึงวิ่งออกไปที่ถนนหน้าโรงพยาบาล  อยู่ๆฝนฟ้าก็ตั้งเค้ามา เมฆดำทะมึนก้อยใหญ่กำลังเคลื่อนตัวต่ำลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจอะไร รีบเดินออกมา แล้วมองหาหญิงสาวทันที ซึ่งเห็นนุชลดากำลังยืนอยู่พอดี

" นุช!! "

เขาเรียกชื่อเธอเสียงดัง  พร้อมๆกับรีบวิ่งไปให้ถึงตัวหญิงสาวโดยเร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะวิ่งหนีเขาไปเสียก่อน  แล้วมันก็เป็นดังที่เขาคิด  ร่างบางมองมาที่เขา  ก่อนจะเห็นว่าเป็นใครแล้วรีบเดินไปจากตรงนั้น  แต่ก็ช้ากว่าเอกราช  ที่วิ่งมาถึงตัวเอธอย่างรวดเร็ว  เพราะระยะห่างระหว่างเขาจากเธอนั้น มันไม่ไกลเท่าไหร่

" เดี๋ยวสินุช  คุณจะรีบไปไหน  "

มือหนารั้งข้อมือบางเอาไว้ได้ทัน  แล้วเอ่ยถามออกไปทันที

" ปล่อยฉันนะ "

หญิงสาวดื้อรั้นพยายามดึงงมือออกจากการเกาะกุม  ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตาเขา เพราะไม่อยากจะให้เขาเห็นความอ่อนแอที่เธอมี

" ไม่  ไม่ปล่อย  จนกว่าคุณจะบอกผมก่อน  ว่าคุณมาที่นี่ทำไม  คุณมาเยี่มผมใช่มั้ยนุช คุณยังเป็นห่วง ยังรักผมอยู่ใช่มั้ยนุช   "

เขาถามแบบรวบรัด  แทงเข้าไปในหัวใจดวงน้อยๆที่กำลังอ่อนแอ  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองเขานิ่งงัน  น้ำตาเริ่มไหลงมาราวกับเขื่อนแตก

"  ปล่อยฉัน.. ในเมื่อคุณก็มีคนของคุณอยู่แล้ว  คุณก็เลิกยุ่งกับฉันซักทีเถอะ  "

หญิงสาวโกรธเขาที่เธอเห็นภาพแบบนั้น  หากแต่ชายหนุ่มกลับงงงัน  ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เธอพูด

" นี่คุณพูดอะไร  แล้วร้องไห้ทำไม  คุณเป็นอะไร  "

เอกราชเอ่ยถามราวกับคนทำผิดแล้วทำไขสือไม่รู้ตัว  นั่นยิ่งทำให้เธอยิ่งกรุ่นโกรธเข้าไปใหญ่

"  นี่คุณยังไม่รู้อีกหรอว่าคุณทำอะไร  "

หญิงสาวเอ่ยถามเสียงดัง  ก่อนจะออกแรงผลักเขาจนร่างสูงเซไปตามแรงที่เธอมี

" นุช? "

เขาก็ยังคงไม่เข้าใจว่าตัวเองผิดอะไร

" ฮึก..คุณคิดว่าฉันไม่เห็นรึไง ว่าคุณกับคุณแพทกำลัง... "

หญิงสาวพูดไม่ออก  รู้สึกกระดากปากจนไม่กล้าจะพูดออกมา

" ผมทำอะไร  "

 เขาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้จริงจัง  หากแต่เธอไม่ตอบ  

" จะอะไรก็ช่าง  มันเรื่องของคุณ..แต่ที่ผิดก็คือ มันไม่สมควรที่คุณจะทำแบบนั้นในที่สาธารณะ.. มันอุจาดตา  "

หญิงสาวว่าเขาแรงๆ  ก่อนจะปาดน้ำตาแล้วทำท่าจะเดินจากไปจริงๆ

" จะไปไหน  ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย "

เขาไม่ยอมรามือง่ายๆ รีบฉวยข้อมือบางเอาไว้ ก่อนจะดึงเธอเข้ามาแนบอกกว้างเอาไว้

" ปล่อยนะคุณ  เป็นบ้าไปแล้วรึไง "

หญิงสาวดิ้นขลุกขลัก  เพราะสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เขาและเธอ

" ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะบอกว่าผมทำอะไรผิด  "

เขาเอ่ยถามอีกครั้ง  ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวาน  แววตาของเธอไหวระริก  ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย  แต่แล้วจู่ๆฝนก็ตกลงมา

" นี่.. ปล่อยสิ  เห็นมั้นฉันเปียกหมดแล้ววว  ปล่อยยยย "

เธอพยายามผลักอกเขาออกอีกครั้งแต่ไม่เป็นผล

"  ตกก็ดีสิ  คุณจะได้รู้ว่าการตากฝนนานๆมันรู้สึกยังไง  "

เขาทำหน้าตายียวนกวนประสาทอีกรอบ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากราวกับผู้กุมชัยชนะ  หากแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเธอร้องไห้ออกมาจริงๆ

คุณคงดีใจมากใช่มั้ยที่ทำให้ฉันอับอายคนอื่นแบบนี้  คุณสะใจมากใช่มั้ยที่ได้แก้แค้นฉัน  ที่ได้เอาชนะฉัน เหมือนกับที่คุณเคยทำ  "

เธอเอ่ยถามเขา  มองตาเขาผ่านม่านน้ำตาที่ผสมกับน้ำฝน  ชายหนุ่มเริ่มคลายวงแขนที่รัดเธอเอาไว้ให้ร่างบางเป็นอิสระ  มือหนายกขึ้นมาปาดน้ำตาไหลเธอ ก่อนจะลูบไล้ผิวนวลใสอย่างเบามือ

" ผมขอโทษ  ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้ ผมไม่รู้ด้วยว่าคุณโกรธอะไร  แต่ผมอยากให้คุณรู้เอาไว้ว่าผมไม่ได้ทำอะไรในแบบที่คุณคิด  คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะนุช "

ชายหนุ่มอธิบาย  หากแต่หญิงสาวกลับคิดว่าเขากำลังแก้ตัว

" ฉันไม่ได้อยากฟังคำแก้ตัวของคุณ  ปล่อยค่ะ  "

หญิงสาวยังคงดื้อรั้นที่จะไปจากเขาให้ได้  มือบางยกขึ้นมาดึงมือเขาออก  หากทว่ากลับโดนชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้  ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยนและเนิ่นนาน หญิงสาวหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เขาจูบอยู่แบบนั้นโดยไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด

" ไม่ว่าคุณจะโกรธอะไร แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรักคุณ  ต่อให้คุณจะแกล้งผมให้หนักกว่านี้  ผมก็ยังยืนยันว่าผมรักคุณ  ผมรักคุณ  ผมรักคุณ ผมรัก.. "

' จุ๊บ..'

ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ  หญิงสาวก็ยืดตัวขึ้นประกบริมฝีปากเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มแทบตั้งตัวไม่ทัน  

" ไม่ต้องพูดอีกแล้วล่ะค่ะ  "

หญิงสาวเอ่ย  หลังจากถอนริมฝีปาปกจากเขาแล้ว

" นุช  คุณให้อภัยผมแล้วใช่มั้ย  "

เขาเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นและดีใจระคนกัน

" ฉันไม่ได้บอกว่าให้อภัยคุณแล้วซะหน่อย  อย่าขี้ตู่สิ  ฉันแค่.. ยอมให้โอกาสคุณได้พิสูจน์ตัวเอง ก็แค่นั้น ส่วนที่จะให้อภัยก็ขึ้นอยู่ที่การกระทำของคุณต่อจากนี้แล้วล่ะค่ะ"

หญิงสาวบอกเขาแค่นั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะสวมกอดเธอแนบแน่นกลางสายฝนที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้า  ไหลรินลดลงบนหัวใจที่เกือบจะแห้งเหี่ยวของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  

" ขอบคุณนะนุช  ขอบคุณที่คุณฝห้โอกาสผม  ขอบคุณครับ  "

ชายหนุ่มขอบคุณเธอด้วยความดีใจ ราวกับเด็กได้ขนม ทำเอาเธอยิ้มออกมาเพราะขำการกระทำของเขา ก่อนจะสวมกอดเขากลับไปเช่นกัน

 

 

.................................

   " จูน  วันนี้พ่อคงไปรับไม่ได้นะลูก  กลับแท็กซี่ละกันนะ  พอดีรถพ่อมันเกเรนิดหน่อย "

พ่อโทรมาบอกก่อนที่ฝนจะตกลงมาราวกับฟ้ารั่วแบบนี้  นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้จริญาพรยังคงติดแหง็กอยู่ที่ป้ายรกเมล์หน้ามหาลัยแบบนี้ จะเรียกแท็กซี่ก็ไม่เห็นจะผ่านมาสักคันเดียว  เธนี่ดวงซวยเฉพาะวันฝนตกจริงๆเชียว

" พ่อนะพ่อ... อีฝนบ้านี่ก็เหมือน  เกลียดนักเชียว "

หญิงสาวบ่นๆอยู่คนเดียว  ก่อนที่อยู่ๆก็มีรถเทียบเข้ามาจอดตรงหน้าเธอ  ไม่ใช่รถเมล์  ไม่ใช่แท็กซี่ หากแต่เป็น....รถของเขา

" อีตาพี่วี "

หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองเบาๆ  ใจหนึ่งก็แสนจะดีใจ แต่อีกใจกลับอยากเดินไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด  หญิงสาวลุกขึ้นยืน  ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น  หากแต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฝนกำลังตกหนัก  ถ้าเธอเดินออกไปจากหลังคานี่คงต้องเปียกเป็นลูกนกตกน้ำแน่ๆ คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงนั่งลงที่เดิม  ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวเมื่อเห็นว่าเขาเดินลงมาจากรถและกำลังตรงมาที่เธอ

" รอใครอยู่หรอ  "

เขาเอ่ยถาม  หากแต่หญิงสาวกลับไม่สนใจ  ทำหูทวนลมจนน่าหยิกน่าตี

"  พี่ถามว่ารอใครอยู่  "

ชายหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง  แต่กลับถูกดวงตากลมโตจ้องมองมาด้วยคำถามข้างใจ 

" พี่วีพูดกะจูนหรอคะ  "

หญิงสาวทำไขสือ

" อ้าว  แล้วเห็นคนอื่นนั่งอยู่ตรงนี้รึเปล่าล่ะ  "

เขาถามกวนโอ๊ยกลับมา  ทำเอาหญิงสาวแทบจะปรี๊ดออกมา

" รอแท็กซี่ค่ะ  คุณพ่อรถเสีย  มารับไม่ได้  "

หญิงสาวบอกเขาไปตามความจริง

"  นี่เลิกเรียนแล้วหรอ  "

เขาเอ่ยถามพลางยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา  ซึ่งบอกเวลาประมาณบ่ายสองกว่าๆ

" ค่ะ  วันนี้ไม่มีเรียนบ่ายค่ะ  "

หญิงสาวบอกเขาพร้อมกับมองออกไปนอกถนนที่ฝนกำลังตกลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

" งั้น..ไปขึ้นรถสิ  เดี๋ยวพี่จะไปส่ง  "

หญิงสาวแอบดีใจ  แต่พยายามเก็บอาการเอาไว้  ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกใจแทน

"  ไม่ต้องมาทำหน้างง  ไปขึ้นรถ  "

เขาบอกก่อนจะเดินนำไปก่อน  หญิงสาวแอบยิ้มดีใจ  รีบเดินตามไป  ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูข้างที่นั่งคนขับ

" ไม่ใช่ตรงนั้น  นั่งข้างหลังเลย  "

หญิงสาวรู้สึกหน้าแตก  หากแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการ  ก่อนที่เขาจะเปิดประตูให้เธออย่างสุภาพเหมือนทุกที  เมื่อก้าวเข้ามานั่งข้างในรถที่แอร์เย็นฉ่ำจนหนาวเข้าไปในกระดูกแล้ว  หญิงสาวก็ต้องรู้สึกหนาวเหน็บในใจราวกับหัวใจข้างในถูกน้ำแข็งเข้ามาปกคลุมเอาไว้  จนทำให้มันหยุดเต้นไปในที่สุด

"  เดี๋ยวเราจะแวะไปส่งจูนก่อนนะ  แล้วค่อยกลับไปที่คอนโดกัน  "

ภัทรวีบอกกับหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆเขาจริญาพรมองตาไม่กระพริบ  รู้สึกเหมือรถูกตบจนชาไปทั้งหน้า  นี่เขาไปแอบมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่  ทำไมเธอถึงไม่รู้อะไรเลย

"  ได้สิ  แต่พี่วีต้องพาเค้าไปกินไอติมด้วยนะ  ไม่งั้นเค้าไม่ยอมจริงๆด้วย  "

แม่สาวคนนั้นใช้สรรพนามแทนตัวเองกับเขาราวกับสนิทสนมกันนักหนา

' ชุดที่ใส่อยู่ก็น่าจะเป็นแค่นักเรียน ม.ปลาย  ทำไมถึงได้ทำตัวแก่แดดนักนะ  ขึ้นรถไปไหนมาไหนกับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้  ใช้ได้ที่ไหนกัน '

จริญาพรคิด

" ได้เลยยย  เดี๋ยวพี่พาไป.........  "

 ยิ่งเห็นภัทรวีคุยกับเด็กสาวคนนั้นด้วยความสนิทสนม เธอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ  พวกเขาคุยกันอยู่สองคน  ราวกับทั้งโลกมีกันอยู่แค่พวกเขาสองคน  หัวเราะกันสองคน  ชวนกันไปกินโน่นกินนี่กันแค่สองคน  ทำราวก็เธอไม่มีตัวตน  ไม่ได้นั่งมาในรถคันดียวกัน  เธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  รู้สึกเหมือนไร้ตัวตนจริงๆ ไม่ได้ไร้ตัวตนเพียงแค่ในรถคันนี้เท่านั้น  แต่เธอยังไร้ตัวตนในหัวใจเขาอีกด้วย  เธอจะทนได้อีกกี่นาทีกันนะ  จะทนได้นานเท่าไหร่กัน

' อย่าได้ร้องไห้ออกมาให้เขาเห็นความอ่อนแอของแกนะยัยจูน  อดทนเอาไว้ ทนเอาไว้... '

หญิงสาวพร่ำบอกตัวเองในใจ  นั่งอดทนเป็นคนไร้ตัวตนจนรถวิ่งมาถึงหน้าบ้าน  หญิงสาวก๋รีบกล่าวขอบคุณ  ก่อนจะเปิดประตูรถ  ปิดมันลงด้วยเสียงดังๆตามอารมณ์ของตัวเอง  แล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไป

"  พี่สาวคนนี้ เป็นเเฟนพี่วีหรอ  "

หญิงสาวเอ่ยถาม  เมื่อเห็นว่าอาการของจริญาพรมันฟ้องว่าไม่พอใจ  ที่ชายหนุ่มทำแบบนี้

" เปล่า  ไม่ได้เป็นแฟนพี่ซะหน่อย  "

ชายหนุ่มเอ่ยตอบ  ไม่มองหหน้าน้องสาว

" นี่พี่วีจะมีความลับกับเขางั้นหรอ  บอกมาเดี๋ยวนี้นะ  "

มีคณา  เป็นลูกพี่ลผุกน้องของเขาเอง เพิ่งลงมาจากเชียงใหม่  แต่ก็สนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ  แม้วัยจะห่างกันหลายปี  แต่เขาก็เป็นพี่ชายที่ดูแลน้องสาวได้ดีที่สุด จึงทำให้เกิดความสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

"  แก่แดดจริงๆเลยเรานี่  จะกินมั้ยไอติมน่ะ  "

เขาตัดบทเพราะไม่อยากคุยให้น้องสาวจับผิด  ก่อนจะขับรถออกไป

 

 

 

.......................................

  มาอัพต่อแล้วววคร้าาา  หายไปนานอยู่เหมือนกันเนาะ  พอดีเพิ่งสอบเสร็จคร้าาา  ต้องขออภัยด้วยนะคะ  จะพยายามมาอัพเรื่อยๆ  อาจจะสัปดาห์ละครั้ง เพราะไรท์ไม่ค่อยจะมีเวลา  อันนี้ต้องขอโทษจริงๆค่ะ  แต่ถ้ามีเวลา  ไรท์จะรีบมาอัพทันทีนะคะ  ขอบคุณที่รีดเดอร์ทุกคนติดตามกันตลอดมา  ตอนนี้นิยายก็ใกล้จะถึงตอนจบแล้วนะคะ  ส่วนเรื่องของคู่อื่นๆ  ก็ขึ้นอยู่ที่รีดเดอร์แล้วล่ะค่ะ  ว่าอยากจะติดตามกัยต่อมั้ย  ยังไงก็ ช่วยไลค์  เมนต์ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับไรท์ด้วยนะคะ  ขอบคุณค่าาา

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/18.gif

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น