คนผ่านทาง

ไรท์เข้าระบบสนับสนุนแล้วนะ ฝากนิยายเรื่องแรกเอาไว้ด้วย ผิดพลาดประการใดต้องขออภัย

ชื่อตอน : บทที่ 9

คำค้น : เผด็จศึกจอมบงการที่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2559 12:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9
แบบอักษร

บทที่ 9

 

#เอริค

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงไม่ยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปซะที อาจจะเป็นเพราะผมรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ ผมจึงพยายามชดใช้ให้กับสิ่งที่เธอสูญเสียไป แต่ผมก็ยอมรับว่าเธอเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่ผมเคยรู้จัก(นอนด้วย)มาก่อน ไหนจะชอบขัดใจผมไปซะทุกเรื่อง ไหนจะอาการชักสีหน้าใส่ แถมยังขี้บ่นอีกต่างหาก เหมือนตอนนี้

"เสื้อผ้าของฉันก็มี ทำไมคุณต้องซื้อมาให้ด้วย รู้ไหมมันเปลือง แล้วคิดว่าซื้อมาแล้วฉันจะใส่หรอ มีแต่ชุดผู้หญิงๆทั้งนั้น"

ยัยบ้า แล้วเธอไม่ใช่ผู้หญิงหรือไง แต่จะว่าไปชุดที่หญิงสาวใส่ก็มีแต่เสื้อยืดกับกางเกงทั้งนั้น ไม่เห็นมีกระโปรงสักตัว ยกเว้นกระโปรงนักศึกษาที่ใส่ไปทำงาน

ส่วนชุดที่ผมโทรไปสั่งกับทางห้างให้มาส่งนั้น ก็มีแต่ชุดสไตล์หวานๆไม่ก็หรูหราแบบที่ดาราชอบใส่กัน คงเป็นเพราะผมบอกขนาดตัวของอีกฝ่ายกับทางร้านไป เขาจึงเข้าใจว่าผมสั่งชุดให้นางแบบใส่ ก็หญิงสาวส่วนมากที่ผมเคยควงก็ชอบใส่ชุดสไตล์นี้ทั้งนั้นนี่นา

"ไม่ใส่ก็เอาไปทิ้งสิ" ผมตอบเธอไปอย่างหงุดหงิด อุตส่าห์จ่ายเงินซื้อมาให้ยังจะมาบ่นอีก คราวหลังเดี๋ยวพาไปเลือกเองดีกว่า

พอผมพูดเสร็จเธอก็เงียบไป สงสัยจะขี้เกียจเถียงกับผม

เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาได้เกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้ว ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ผมจะไปรับไปส่งเธอที่ทำงาน ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันหยุดของเธอ บางครั้งถ้าผมไม่มีเวลาหรือตื่นไปไม่ไหว ผมก็จะให้นายเจมส์ทำหน้าที่ไปรับไปส่งแทน

ทุกคืนผมจะเข้านอนทีหลังเธอ เพราะผมจะได้กอดเธอนอนไปด้วย เนื่องจากถ้าเธอตื่นเธอจะไม่ยอม อย่างคืนที่สองที่อีกฝ่ายแอบไปนอนที่โซฟา ผมจึงต้องตามไปอุ้มตอนเธอหลับให้มานอนบนเตียงด้วยกันเหมือนเดิม พอตื่นเช้ามาเธอก็โวยวายใส่ผมทันที ไม่รู้เป็นอะไรนักหนา กะอีแค่แตะเนื้อแตะตัวนิดเดียว มากกว่านี้ก็เคยทำด้วยกันแล้วแท้ๆ

ช่วงนี้ผมไม่ได้ไปมีเซ็กส์กับใครเลย ซึ่งผมก็นึกแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ขนาดคนสนิทอย่างนายเจมส์ยังเอ่ยทักว่าผมเปลี่ยนไป ไม่เห็นโทรเรียกสาวๆให้มาหาเหมือนแต่ก่อนเลย

ที่สำคัญเวลาผมเจอผู้หญิงข้างนอกที่สวยๆเซ็กซี่ๆ ผมกลับไม่เกิดอารมณ์เลยสักนิด หรือว่าอาวุธของผมมันเสื่อมสมรรถภาพเสียแล้ว แต่ทำไมเวลานอนกอดหญิงสาวมันถึงตื่นขึ้นมาทุกทีล่ะ ช่วงนี้ผมจึงรู้สึกหงุดหงิดมากๆที่ไม่ได้ปลดปล่อย จะใช้แม่นางทั้งห้าก็รู้สึกเสียศักดิ์ศรียังไงชอบกล แต่ถ้าไปขอร้องให้เธอช่วยอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมแน่ๆ คอยดูเถอะถ้าเธอหายเป็นเมนส์เมื่อไหร่ ฉันจับเธอกดแน่มะปราง

"คุณ" บอกให้เรียกว่าพี่ก็ไม่ยอมเรียกซะที ตอนนี้เราสองคนอยู่ที่คอนโดตากอากาศที่ผมซื้อไว้ ผมกำลังนั่งดูหนังที่เพิ่งไปซื้อมา ส่วนเธอทำอะไรอยู่ที่ระเบียงห้องก็ไม่รู้

"อะไร" ผมหันไปมองเธอแวบหนึ่ง เห็นร่างบางกำลังเดินมาหา

"วันนี้จะกินอะไร" เธอถามด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเมินใส่ผมมากขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนคอยเอาอกเอาใจผมทั้งนั้น

ผมคิดเมนูในหัวครู่หนึ่ง ปกติผมเป็นคนทานอะไรยากนะ แต่ว่าอาหารที่เธอทำผมกินได้ทุกอย่าง ฝีมือทำอาหารของหญิงสาวเข้าท่าทีเดียว

"กะเพราทะเลแล้วกัน แต่อย่าเผ็ดนะ" จำได้ว่าครั้งแรกที่หญิงสาวทำให้กินมันอร่อยมาก เสียแต่เผ็ดสำหรับผมไปหน่อย

นับวันผมยิ่งรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเป็นเมียผมแล้วจริงๆ ทุกคืนผมต้องมีเธอในอ้อมแขนถึงจะนอนหลับสนิท ขนาดแม่ผมโทรตามให้กลับไปนอนที่บ้านผมยังไม่ไปเลย

การใช้ชีวิตของผมกับเธอก็เหมือนสามีภรรยาเข้าไปทุกที เสียแต่ว่าเธอไม่ยอมให้ผมจับกดเท่านั้น ซึ่งนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผมมากๆ

กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยมาจากส่วนห้องครัว ทำเอาพญาธิในท้องของผมร้องประท้วงกันใหญ่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้รู้สึกหิวเลยแท้ๆ

"ใกล้เสร็จยังอ่ะ" ผมเดินไปถามหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับเตา แผ่นหลังบอบบางเวลาทำอาหารดูมีเสน่ห์จริงๆ

"คุณมาตักข้าวไปรอก่อนสิ" เธอตอบโดยที่ไม่หันมามองผมเลย

ผมเดินไปหยิบจานแล้วไปเปิดฝาหม้อ กลิ่นข้าวสวยร้อนๆโชยมาแตะจมูก ตักเสร็จผมก็ถือจานไปรอที่โซฟา เปิดหนังเรื่องใหม่ดูไปพลางๆรอกับข้าว

สักพักหญิงสาวก็เดินถือถ้วยตามออกมา

"อะไร" ผมถามเมื่อมีกับข้าวเพิ่มจากที่สั่ง

"แกงจืดกระดูกหมู กับกุ้งทอดกระเทียมพริกไทย" ตอบเสร็จเธอก็เดินไปถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วก็กลับมานั่งที่โซฟาถัดจากตัวผมไป ทั้งๆที่ข้างตัวผมก็มีที่ว่างตั้งมากมาย แต่เธอกลับไปนั่งซะริมเลย ไม่รู้จะรังเกียจอะไรผมนักหนา

รสชาติอาหารที่เธอทำถูกปากผมมากทีเดียว อร่อยทั้งสามจานเลย

"ดูหนังอะไร" เธอถามขณะที่เรากำลังกินข้าว

"หนังโป๊"

"แค่กๆๆ"

คำตอบของผมทำให้เธอสำลักข้าว ผมเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้เธอ ใบหน้าขาวมีสีแดงขึ้นเป็นปื้นจากการไอ

อันที่จริงหนังที่ผมดูเป็นแนวมหากาพย์สงคราม ก็ไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรเธอหรอกนะ ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะสำลักเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ ไม่วายส่งสายตาเคืองๆมาให้ผมอีกต่างหาก

หลังทานข้าวเสร็จเธอก็เก็บจานไปล้าง ทั้งๆทีผมบอกให้วางเอาไว้อย่างนั้นนั่นแหล่ะ เดี๋ยวแม่บ้านก็มาทำความสะอาดให้เอง แต่เธอก็ไม่ฟัง บอกว่าอะไรที่ทำเองได้ก็หัดทำซะบ้าง นี่ผมผิดหรอ?

ถึงเวลาเข้านอน เธอหันหลังให้ผมแถมยังนอนจนชิดขอบเตียง

"จะตกเตียงแล้ว" ผมพูดขณะเดินไปปิดไฟห้อง เหลือแต่แสงจากโคมไฟหัวเตียงที่ยังสว่างอยู่

"..." เธอไม่แม้แต่จะขยับตัวสักนิด ผมเลยเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอเข้ามา อีกฝ่ายสะดุ้งอย่างตกใจแล้วพยายามเบี่ยงตัวหนีผม

"อย่าดิ้นเดี๋ยวก็ตกเตียงทั้งคู่หรอก" ในที่สุดก็ยอมอยู่นิ่งๆซะที ผมใช้แขนโอบเธอเอาไว้ทั้งอย่างนั้น แผ่นหลังของเธอแนบสนิทกับแผงอกของผม

"คุณแต่งงานหรือยัง" จู่ๆเธอก็ถามคำถามนี้กับผม ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเธอไม่เคยถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวผมเลยสักครั้ง มีแต่ผมที่ตามไปสืบประวัติของเธอฝ่ายเดียว

"ถามทำไม" ผมไม่ตอบคำถามเธอ แต่กลับถามเหตุผลที่เธออยากรู้

"คงยังไม่แต่งสินะ เพราะถ้าคุณมีครอบครัวแล้วก็คงไม่มายุ่งกับฉัน" อีกฝ่ายคาดเดาคำตอบจากผมได้ถูกต้อง

"แล้วไง" เธออยากจะพูดอะไรกันแน่มะปราง

"....คุณคิดจะแต่งงานไหม" นั่นสินะ ผมเองก็อายุ 29 ปีแล้ว ยังไม่เคยคิดภาพตัวเองมีครอบครัวเลยด้วยซ้ำ

"...." ผมเงียบไม่ตอบคำถามเธอ

"รีบๆแต่งเถอะ...จะได้ปล่อยฉันไปซะที"

"...."

คำพูดของเธอดังก้องอยู่ในหัวใจของผมซ้ำไปซ้ำมา เธอคงไม่อยากอยู่กับผมมากเลยสินะ

"ถึงฉันจะแต่งงาน ก็ไม่แน่ว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปหรอกนะ" ผมตอบพร้อมกับกอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม

 

ได้ยินเสียงเธอร้องไห้เบาๆ

 

ขอโทษ...

 

แต่ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้จริงๆ มะปราง


#มะปราง

วันนี้ฉันตื่นสายหน่อยเพราะเป็นวันหยุด รู้สึกว่าตาฉันจะบวมนิดๆนะ สงสัยเป็นเพราะฉันร้องไห้เมื่อคืนแน่ๆ ที่จริงฉันก็ไม่อยากทำตัวอ่อนแอหรอกนะ แต่ที่ร้องออกมาก็เพราะสมเพชชีวิตของตัวเองก็เท่านั้น

พอคิดว่าวันหนึ่งที่เขามีครอบครัวไปแล้ว และเขายังไม่ยอมปล่อยฉันไป ชีวิตทั้งชีวิตฉันก็คงจมอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ในตราบาปไม่รู้จักจบจักสิ้น แล้วฉันยังอยากจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรอีก เพียงแค่นี้ฉันก็สงสารชะตากรรมของตัวเองจะแย่แล้ว

นับจากวันที่ย้ายมาอยู่กับเขา วันนี้ก็ครบอาทิตย์พอดี ฉันหายเป็นประจำเดือนแล้วแต่บอกเขาว่ายังไม่หาย กลัวเขาทำอะไรกับฉันอีก

ปกติทุกวันฉันจะตื่นก่อนเขานะ แต่วันนี้ตื่นมาก็ไม่เห็นเขาแล้ว ช่างเถอะ จะไปไหนก็ไป ดีเสียอีกฉันจะได้อยู่คนเดียว

ฉันอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เขาซื้อมาให้ เป็นเสื้อยืดตัวยาวมาถึงเข่า ใส่กับกางเกงขาสั้นแต่ถูกตัวเสื้อปิดไว้เลยดูเหมือนไม่ได้ใส่ อันที่จริงฉันไม่อยากใส่ชุดที่เขาซื้อมาเลย ไม่อยากใช้เงินเขา ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา แต่ชุดที่ฉันเอามามันก็มีแค่สามชุดเท่านั้น บอกให้เขาพากลับไปเอาที่หอเขาก็ไม่พาไป บอกว่ายุ่งไม่มีเวลา แต่พอฉันบอกว่าจะนั่งรถไปเองเขาก็ไม่ยอมให้ฉันไปอีก อ้างว่ากลัวฉันจะหนี ซึ่งมันก็จริงของเขา

เขาให้เงินฉันใช้วันละหมื่นแต่ฉันไม่เอา เวลาที่ฉันไปซื้อของฉันจะกดเงินในบัญชีของฉันเอง ซึ่งก็คงจะพอใช้สำหรับสองเดือนครึ่ง ก่อนที่ฉันจะฝึกงานจบล่ะนะ

ฉันดูข้าวของในตู้เย็น ซึ่งมีทั้งอาหารสดและกับข้าวที่เหลือจากเมื่อคืน เลยเอามาอุ่นและทำกับข้าวเพิ่มอีกสองอย่าง พื้นที่ส่วนใหญ่ในตู้เย็นมีแต่กระป๋องเบียร์ทั้งนั้น ฉันเห็นเขาดื่มทุกวันหลังอาหาร แต่ไม่เห็นจำนวนมันจะลดลงสักที

เขาไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน ซึ่งปกติฉันมักจะเห็นเขาขลุกตัวอยู่แต่ในนั้น สงสัยเขาจะออกไปข้างนอก ฉันเริ่มชินกับการที่ตื่นมาแล้วต้องเจอเขา แต่วันนี้..เขาหายไป

หรือเขาจะทิ้งฉันแล้ว

ก็ดี ฉันคิดในใจ แต่ทำไมลึกๆฉันถึงรู้สึกเจ็บยังไงก็ไม่รู้ ฉันคงไม่ได้ชอบเขาหรอกนะ ฉันเพิ่งรู้จักเขาได้แค่อาทิตย์เดียวเอง

ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันกับเขามันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด ถ้ามองข้ามความหื่นและความปากร้ายของเขา เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งล่ะนะ ถือว่าเป็นคนมีความรับผิดชอบในการทำงานมากทีเดียว บางครั้งที่อีกฝ่ายออกไปตรวจงานที่ไนท์คลับอีกสาขาและกลับมาอีกทีก็เช้ามืด แต่เขาก็ยังตื่นไปส่งฉันที่บริษัท ทั้งๆที่เขายังนอนได้แค่นิดเดียว หรือถ้าเขาไม่ไหวจริงๆเขาก็จะให้ลูกน้องของเขาไปส่งฉันแทน

ฉันอยู่ในห้องเปิดทีวีดูแก้เบื่อ จนเวลาผ่านไปครึ่งวันเขาก็ยังไม่โผล่หน้ามา หรือเขาจะมีธุระ บ้าจริง! ทำไมฉันต้องคิดถึงเขาด้วยนะ

ฉันกดปิดทีวีและเข้าไปเปลี่ยนชุด กะว่าจะลงไปเดินเล่นที่สวนข้างล่างของคอนโด

เมื่อเดินออกมาจาก Lobby จะพบกับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ซึ่งทำเป็นสวนและสระว่ายน้ำ ตามริมทางเดินจะมีพื้นที่นั่งเล่นเป็น Sunken Seat ที่ Drop พื้นลงไปอยู่ระดับเดียวกับสระว่ายน้ำกระจายตัวตามจุดต่างๆ บางแห่งก็วางเก้าอี้ชายหาดเอาไว้

ฉันมองดูจำนวนคนที่ถือว่ามากพอสมควร กำลังเล่นน้ำอยู่ในสระ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงกลางวันแต่ก็มีเงาจากตัวอาคารและต้นไม้ให้ร่มอยู่ บางคนที่ไม่ได้ลงเล่นน้ำก็จะนั่งจับกลุ่มคุยกัน หรือบ้างก็ใส่หูฟังนั่งเล่นอยู่คนเดียว

ฉันเดินไปในส่วนของธารน้ำ Water Feature ซึ่งมีลักษณะเป็นขั้นบันไดทอดตัวลงมาแบบน้ำตก ส่วนนี้ไม่ได้มีเอาไว้ว่าย แต่มีไว้สำหรับแช่เท้าหรือนั่งเล่นเฉยๆ ซึ่งบริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนมากนัก ฉันจึงเดินเเช่เท้าเล่นอย่างสบายใจ

ขณะนั้นเองสายตาของฉันก็ไปปะทะเข้ากับร่างสูงที่คุ้นเคย ที่แท้เขาก็หลบมาอยู่ข้างล่างนี่เอง ข้างตัวเขามีผู้หญิงหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ทั้งสองกำลังกอดกันอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มอยู่ในชุดว่ายน้ำที่มีแต่กางเกงขาสั้นตัวเดียว ส่วนหญิงสาวใส่ชุดบิกินี่โชว์หุ่นสะบึมของเธอ

ภาพที่เห็นทำให้ฉันรู้สึกไร้คำพูด นี่คือสาเหตุที่เขาหายตัวไปอย่างนั้นหรือ ฉันไม่น่าเสียเวลาคิดถึงเขาเลย ขาของฉันกำลังจะก้าวหนีออกไปอีกทาง แต่แล้วเขาก็ร้องเรียกฉันซะก่อน ฉันต้องเดินเข้าไปหาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

"มีอะไร" ฉันเอ่ยถามเขา

"คืนนี้ฉันไม่ค้างนะ ไม่ต้องทำกับข้าวรอ" อีกฝ่ายบอกกับฉันโดยที่ไม่หันมามองหน้า ฉันกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดออกมา

"อืมม์" ฉันส่งเสียงในลำคอให้เขา ขณะที่เดินออกมา ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นตามหลัง

"แม่บ้านหรอคะเอริค"

"คงงั้นล่ะมั้ง"

คำถามของผู้หญิงคนนั้นไม่ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บเท่าคำตอบของเขาเลย ฉันรีบเดินหนีออกมาจากตรงนั้นและกลับขึ้นไปบนห้อง

คืนนี้เขาบอกว่าจะไม่มาค้างที่นี่สินะ เขาคงไปกับผู้หญิงคนนั้น ดี ฉันจะได้หลับสนิทไม่ต้องคอยระแวงเขาอีก...

 

_ _ _ _ _

 

"อื้มม.." สัมผัสที่อุ่นร้อนลามเลียไปทั่วผิวกายของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกสะท้านไปทั่วทั้งร่าง ที่หน้าอกคล้ายกำลังถูกดูดดึงจากบางสิ่งที่ร้อนชื้น เดี๋ยวนะ!!

"อ๊ะ... ปล่อย" ฉันตาสว่างทันที ในความมืดฉันเห็นเขากำลังซุกหน้าอยู่ที่ทรวงอกทั้งสอง อีกทั้งร่างกายของฉันก็ไม่เหลือเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้น เขาถอดชุดของฉันออกตั้งแต่เมื่อไหร่!

 

 

 

#####

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}