email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 11 ใคร่

คำค้น : นิยายวาย ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา นิยายรัก ดราม่า NC 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2564 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 11 ใคร่
แบบอักษร

 Chapter 11 ใคร่ 

  

“อือออ” ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ดวงตากลมโตปรือปรอยด้วยความง่วงงุน มือเรียวยกขึ้นขยี้ตาก่อนจะพบว่าข้างกายมีใครบางคนมานอนแทนที่หมอนข้างใบโต ท่อนแขนแกร่งทาบทับเอวบาง หนักเสียจนขยับตัวไม่ได้ เสียงครางอื้ออึงฟังแล้วช่างทรมาน เหงื่อเม็ดโตผุดพรายตามกรอบหน้า ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยว ปั้นรักไม่รู้ว่าสิบทิศฝันอะไร ถึงจะยังโกรธเคืองอีกฝ่ายอยู่แต่เขาจะช่วยปลอบให้ก็ได้ คนตัวเล็กขยับตัวหันไปเผชิญหน้ากับคนหลับ แขนเล็กยื่นไปโอบกอดอีกฝ่ายไว้ ลูบแผ่นหลังกว้างเพื่อปลอบโยน

“ไม่เป็นไรนะ ปันอยู่ตรงนี้แล้ว” เสียงใสเอ่ยแผ่วเบา ช่วยปัดเป่าฝันร้ายให้จางหาย คนตัวเล็กยิ้มในความมืดเมื่อคนที่นอนฝันร้ายกลับมาสงบดังเดิม

เก่งจริง ๆ เลยปั้นรัก ได้แต่นึกชมตัวเองอยู่ในใจ

มือที่ค่อย ๆ ลูบหลังคนตัวโตเริ่มขยับช้าลง กระทั่งหยุดลงในที่สุด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานก็คลายออกก่อนรอยยิ้มบางเบาจะถูกจุดขึ้นบนริมฝีปากบาง น่าขบขันเสียจนคนตัวโตอดแค่นหัวเราะในลำคอไม่ได้ สิบทิศไม่คุ้นชินกับการที่มีใครบางคนมานอนกอดกันกลมแบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังขโมยอกเขาไปหนุนแทนหมอนอีกต่างหาก

“เด็กโง่” สิบทิศลืมตาขึ้นในความมืด มองคนที่หลับสนิทไปแล้วด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากเดิม ความรู้สึกบางอย่างก่อเกิดขึ้นในความรู้สึก ก่อนจะถูกสลัดออกไปด้วยความรวดเร็ว

 

บนเตียงนอนกว้างในเวลาตีห้าครึ่ง คนหนึ่งหลับใหลจมสู่ห้วงนิทรา คนหนึ่งตาสว่างเสียจนนอนไม่หลับ สิบทิศเอาแต่จ้องหน้าคนในอ้อมกอดอยู่แบบนั้นไม่ขยับเขยื้อน ชั่วขณะหนึ่งที่เขาคิดว่าเด็กคนนี้...สวย เป็นผู้ชายที่สวย น่าตลกชะมัด เด็กนี่น่าเกลียดต่างหาก ปากก็บาง จมูกก็เล็กนิดเดียว ผิวก็ขาวอย่างกับน้ำนม

น่าเกลียด!

มือหนายื่นไปปัดปรอยผมที่หล่นลงมาปิดหน้าผากออกให้อย่างเบามือ ปลายนิ้วลูบไล้ผิวแก้มนวลคล้ายตกอยู่ในภวังค์ คนตัวโตหลับตาลงเมื่อความรู้สึกส่วนลึกเริ่มยากเกินควบคุม เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งสายตาอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา มือหนาสะบัดผ้าห่มที่ใช้คลุมตัวพวกเขาทั้งคู่ออก แกะแขนเรียวเล็กออกจากตัวก่อนพาสองเท้าเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ชุดนอนถูกเปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกาย ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกหยิบขึ้นมาคล้องคอ ปรายสายตามองคนบนเตียงด้วยสายตาเย็นชาชั่วครู่ก็พาสองขาก้าวออกจากห้องเพื่อลงบันไดไปยังชั้นล่าง

ดวงตาคมดุจเหยี่ยวสองคู่สบประสานกัน พยักหน้าทักทายให้กันเพียงเล็กน้อย สองผู้นำตระกูลศิระดำรงค์กุลก็พากันออกวิ่งด้วยความเร็วที่ไม่มากนักไปยังสวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน พระอาทิตย์แสนเกียจคร้านค่อย ๆ โผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้า แสงสีทองรำไรสาดสะท้อนทั่วผืนฟ้ากว้าง วิ่งจนเหงื่อโทรมกาย ทั้งคู่จึงพากันเดินกลับมายังคฤหาสน์

สิบทิศหันมองผู้เป็นปู่ ปากหยักลึกตั้งท่าจะเอ่ยบางประโยคออกไป แต่แล้วก็ทำเพียงเดินเคียงข้างผู้เป็นปู่ไปตามทางเดินเท้าในหมู่บ้านเท่านั้น

เจตน์เหลือบมองหลานชายด้วยสายตาของคนผ่านโลกมาค่อนชีวิต มองนกตัวน้อยที่เกาะอยู่บนสายไฟแล้วยิ้มบาง ๆ

“นกน่ะ ชอบอิสระ”

“....”

“แต่ไม่ใช่นกทุกตัวที่จะมีอิสระ”

“...”

“อยู่เพราะจำใจต้องอยู่...” เจตน์หันไปมองหน้าหลานชายอีกครั้งก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไป “กับอยู่เพราะเต็มใจ มันต่างกันนะ”

“...”

“ความรักมันอาจจะเปลี่ยนให้เรากลายเป็นใครอีกคน ในวันที่สุข เรายิ้มกว้างเหมือนคนบ้า ในวันที่เป็นทุกข์ เราร้องไห้เหมือนคนขาดสติ แต่มันไม่ได้น่ากลัว แกเองก็เคยรู้จักมันมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำไมไม่ลองเปิดใจอีกครั้งล่ะ”

“ผมไม่ต้องการความรัก” คำพูดแสนเย็นชา ทว่าแววตาไม่มั่นคงดังเดิม

เจตน์รู้ดี ความรู้สึกบางอย่างของหลานชายกำลังเปลี่ยนไปตั้งแต่มีใครบางคนก้าวเข้ามาในชีวิต

 

ปั้นรักนอนค้างอยู่ในท่าเดิมมานานเกือบยี่สิบนาที กระทั่งบานประตูเลื่อนเปิดออก สายตาคมดุสบมองด้วยความเฉยชา มือเรียวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงไว้เพื่อหนีดวงตาคมดุ เขาไม่ชอบน้ำเสียงเย็นชา ไม่ชอบดวงตาแข็งกร้าว เขาอยากได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนแบบคืนนั้นอีก ใบหน้าสวยสะบัดไปมาเมื่อเริ่มคิดอะไรไม่เข้าท่า หวังมากเกินไปแล้วปั้นรัก

นอนฟังเสียงสายน้ำจากฝักบัวตกกระทบพื้น เสียงเปิดตู้เสื้อผ้า กระทั่งอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวกระหน่ำด้วยความหวาดหวั่น กลัวอีกฝ่ายจะจับเขาเหวี่ยงไปมาราวลูกข่างแบบเมื่อคืน

“ฉันให้เวลาสิบนาที เจ็ดโมงฉันต้องเห็นนายอยู่ที่โต๊ะอาหาร” คนตัวโตทิ้งคำพูดข่มขู่ไว้ก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องนอน คนตัวเล็กรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง รีบอาบน้ำด้วยความรวดเร็ว เขาไม่อยากถูกลงโทษ เมื่อนึกถึงความปวดแปลบตอนที่ถูกฝังฟันคมลงบนต้นคอ เขาก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว

นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นมาดูเวลาเมื่อเท้าขาวสัมผัสลงบนบันไดขั้นสุดท้าย ริมฝีปากบางพรูลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินไปนั่งข้างกายคนตัวโต

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณปู่” แม้รู้ว่าจะได้รับการตอบกลับแบบเฉยชา แต่เขาก็ไม่ลืมเอ่ยทักทายผู้อาวุโสสุดในบ้านหลังนี้ด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม

“หึ ๆ ๆ” ท่าทางไม่มั่นใจ แต่อยากสานสัมพันธ์ของคนตัวเล็กทำให้เจตน์อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน คิดว่าจะยอมแพ้ไปเสียแล้ว

มื้ออาหารดำเนินไปด้วยความเงียบงันเฉกเช่นเดิม ไม่มีใครคิดจะเปิดบทสนทนา มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานข้าวขึ้นมาเป็นระยะเพียงเท่านั้น คนตัวสูงหยิบกาแฟดำขึ้นดื่มก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อมื้อเช้าจบลง

“คุณปู่จะให้ผมมารับกี่โมงครับ” ศิระดำรงค์กุลถูกเชิญให้ไปเป็นแขกในงานเปิดตัวเครื่องเพชรคอลเลกชันใหม่ของแบรนด์เครื่องเพชรระดับโลก เจตน์รู้ว่าหลานชายไม่ชอบออกงานสังคมเท่าไหร่นัก เขาเองก็ขี้เกียจไปปั้นหน้ายิ้มให้สื่อสัมภาษณ์

“พาเมียแกไปแทนสิ” เจตน์พยักหน้าไปทางคนตัวเล็ก ปั้นรักเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นไปมองคนตัวสูง เขาไม่ค่อยเข้าใจบทสนทนาที่ทั้งคู่คุยกันมากนัก รู้เพียงว่าคนใจร้ายต้องไปร่วมงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง

“ให้อยู่บ้านดีแล้ว พาไปก็ขายหน้าเขาเปล่า ๆ” คำพูดเย็นชาไม่ต่างจากการกระทำ สิบทิศวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วเดินหายออกไปจากห้องทานข้าว

ปั้นรักมองตามแผ่นหลังกว้างแล้วได้แต่นึกเคืองคำพูดของอีกฝ่าย เขาไม่อยากไปสักหน่อย ใครจะอยากไปออกงานกับคนใจร้ายแบบนั้นกัน

 

“ชาร้อนค่ะคุณท่าน” เจตน์เงยหน้าจากเอกสารในมือขึ้นมองสาวใช้อย่างแปลกใจ เขาคิดว่าหลานสะใภ้จอมป่วนจะเป็นคนยกเข้ามาให้เสียอีก

“ปั้นรักไปไหน”

“คุณปันช่วยคุณแม่นมทำข้าวแช่อยู่ในครัวค่ะ” เจตน์ยกยิ้มมุมปาก นึกว่าจะใจสู้มากกว่านี้อีกสักหน่อย ยังไม่ทันไรก็ยอมแพ้ไปซะแล้ว

“เอากลับออกไป” เสียงเข้มเอ่ยสั่ง เขาไม่ได้มีปัญหากับชาแก้วนี้ เพียงแต่มีปัญหากับคนนำมาให้ก็เท่านั้น

“คะ?”

“ให้ปั้นรักยกมาให้ฉัน”

“ค่ะ” เธอไม่เข้าใจเลยว่าผู้ชายบ้านนี้กำลังเล่นอะไรกัน ฝ้ายได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ สงสารคุณคนสวย แต่สาวใช้อย่างเธอจะทำอะไรได้นอกจากทำตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย

ถาดชาถูกยกกลับเข้ามาในห้องครัว ก่อนจะถูกยื่นให้คนตัวเล็กที่กำลังสนุกกับการปั้นลูกกะปิ

“มีอะไรเหรอครับพี่ฝ้าย” คนตัวเล็กมองคุณแม่บ้านด้วยความงุนงง เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะยกไปให้คุณปู่ แต่ทำไมถึงเอากลับมาซะแล้วล่ะ

“คุณท่านให้คุณปันยกไปให้ค่ะ”

“ปันเหรอครับ” ถึงจะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็รับมาด้วยความเต็มใจ ไม่รู้ว่าคุณปู่วางแผนจะแกล้งอะไรเขาอีก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดทาง เขาก็จะสู้ให้ถึงที่สุด

มือเรียวยกขึ้นเคาะประตู ได้ยินเสียงเอ่ยอนุญาตจึงได้ผลักบานประตูเข้าไป

“คือ...ผมเอาชามาให้ครับ” ปั้นรักไม่แน่ใจว่าควรเข้าไปดีหรือเปล่า ความรู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับยังฝังใจจนไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร

“เข้ามาสิ” ผู้นำตระกูลเอ่ยเชื้อเชิญ คนตัวเล็กจึงได้นำแก้วชาวางลงบนโต๊ะ

เจตน์มองการกระทำนั้นด้วยความขบขัน เมื่อเช้าเขาโดนแม่นมบ่นเสียยกใหญ่ ยังไม่ทันเอ่ยแก้ตัวสักประโยคก็ถูกจับได้เข้าให้แล้วว่าตั้งใจแกล้งหลานสะใภ้ แต่เมื่อวานคงจะแกล้งแรงไปหน่อย คนตัวเล็กถึงได้ทำท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าหาเขาแบบนี้

“อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง”

“แม่นมใจดีครับ พวกพี่ ๆ แม่บ้านก็ใจดี” ปั้นรักตอบโดยไม่หยุดคิด เหตุผลหนึ่งที่เขายังอยู่ที่นี่ได้เพราะพวกเธอเหล่านั้นไม่ได้มองเขาด้วยสายตารังเกียจ หรือปฏิบัติกับเขาแบบดูแคลน

“แค่นั้นเหรอ” ฟังแล้วก็ได้แต่แอบน้อยใจ เขาคงต้องเร่งทำคะแนนหน่อยแล้ว

“ครับ?” คนตัวเล็กทำสีหน้าครุ่นคิด ความจริงอาหารฝีมือแม่นมก็อร่อย บ้านก็หลังใหญ่มาก ๆ แถมยังมีดอกไม้สีชมพูที่เขาชอบด้วย แต่คิดว่าถ้าตอบออกไปคงได้โดนหัวเราะเยาะเอา

“ทำไมไม่เอาชาเข้ามาให้เอง” แสร้งทำเสียงเข้มเพราะอยากดูปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก

“ผมช่วยแม่นมทำข้าวแช่อยู่ในครัวครับ แม่นมบอกว่าคุณปู่ชอบ”

“เจ้าสิบก็ชอบ รู้หรือเปล่า”

“รู้ครับ”

“แล้วไม่คิดจะเอาใจสามีหรือไง” เขาไม่อยากเอาใจคนตัวโตหรอก เมื่อวานเขาแกะเนื้อปูด้วยความตั้งใจ แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าไม่ได้เรื่อง น่าน้อยใจชะมัด เป็นภรรยากำมะลอแล้วยังไง ไม่เห็นต้องทำตัวใจร้ายใส่กันขนาดนี้

“คุณสิบคงไม่ชอบอาหารฝีมือผมหรอกครับ”

“นวดเป็นหรือเปล่า” เห็นอีกฝ่ายทำหน้าหงอยจึงได้เปลี่ยนเรื่อง ก็พอจะรู้ว่านิสัยหลานชายของตัวเองเป็นยังไง ทั้งปากหนักและปากแข็ง ทำตัวเย็นชาก็เท่านั้น ปากปฏิเสธว่าไม่อยากมีความรักแต่กลับเอาอีกฝ่ายมาไว้ใกล้ตัว ไม่รู้ว่าได้นิสัยปากหนักแบบนี้จากใครมา แม้แต่คนเป็นปู่แบบเขามันยังไม่เคยบอกรักสักคำ

“เป็นครับ”

“ถ้าเป็นก็มานวดให้ปู่หน่อย”

“ครั...” ปั้นรักชะงักกับสรรพนามแทนตัวของคนเป็นปู่ ดวงตากลมโตสั่นไหว รอยยิ้มยินดีถูกจุดขึ้นบนริมฝีปากทว่าหยาดน้ำตาหลั่งริน “ฮึก คุณปู่” เขาไม่อยากร้องไห้ แต่เหนื่อยเหลือเกินที่ต้องต่อสู้กับความใจร้ายของโลกใบนี้ ที่ผ่านมาเขาบอกตัวเองเสมอว่ายังไหว ทั้งที่ข้างในแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

“ร้องไห้ทำไม หืม” คนเป็นปู่เอ่ยถามด้วยความเอ็นดู

“ผมดีใจครับ” เขาดีใจเสียจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “ขอบคุณนะครับคุณปู่” ขอบคุณมากจริง ๆ

 

ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูก้าวออกจากลิฟต์วีไอพี ใบหน้าเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์เรียกสายตาจากทุกคนในงานให้จับจ้องไปที่เขาเป็นตาเดียวกัน ช่างภาพสาดสะท้อนแสงแฟลช สื่อมวลชนรุมล้อมเพื่อขอสัมภาษณ์ เพราะต่างก็รู้ดีว่าทุกอย่างที่เป็นศิระดำรงค์กุลล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจเสมอ

“คืนนี้ฉันงดให้สัมภาษณ์” ผู้เป็นเลขาพยักหน้ารับคำสั่ง จัดการกันบรรดาช่างภาพและเหล่านักข่าวผู้หิวโซออกไปให้ห่างจากสายตาของผู้เป็นเจ้านาย

สิบทิศไม่อยากทำตัวเป็นจุดเด่นในงานของคนอื่น แม้จะรู้ดีว่ามิสเตอร์ชาลส์ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้ แต่เรื่องมารยาทย่อมเป็นสิ่งสำคัญ คงไม่มีเจ้าของงานคนไหนอยากให้แขกทำตัวเด่นกว่าจนกลบรัศมีที่ควรเปล่งแสงของตัวเองไปเสียหมด

เครื่องดื่มชั้นเลิศถูกบรรจงเสิร์ฟโดยบริกร สิบทิศยื่นมือไปรับก่อนเอ่ยคำขอบคุณ แก้วคริสตัลที่กำลังจะยกขึ้นจรดริมฝีปากเป็นอันต้องชะงักค้างเมื่อใครบางคนเดินมายืนเคียงข้าง

“ชนแก้วกันหน่อยไหมคะ” เพียงขวัญโคลงแก้วในมือเบา ๆ เป็นเชิงเชื้อเชิญ ริมฝีปากสีแดงเบอร์กันดีเผยอออกเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มยั่วยวนจะถูกจุดขึ้นบนริมฝีปาก

สิบทิศมองร่างบางในชุดราตรีหรูหราด้วยสายตาเรียบนิ่ง ความสวยงามตรงหน้าเป็นเพียงแค่ภาพมายา ตัวตนของผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่ร้ายกาจจนน่าขยะแขยง

“จะทำตัวเย็นชาใส่ขวัญไปถึงไหนคะ คุณจะเอาแต่คิดถึงคนที่ตายไปแล้วทำไม”

“อย่าพูดถึงเพียงออ คนอย่างคุณไม่คู่ควร” ดวงตาคมดุตวัดมองอย่างไม่พอใจ ชื่อของเพียงออมีค่ามากเกินกว่าจะให้คนแบบนี้เอ่ยถึง

“ฉันสู้น้องสาวไม่ได้ตรงไหน” น่าขันที่เพียงขวัญกล้าถามคำถามนี้กับเขา

“เพียงออสวยงามเกินกว่าที่คนอยากคุณจะเทียบได้” ไม่ใช่หน้าตา หากแต่เป็นจิตใจของผู้หญิงคนนี้ที่บิดเบี้ยว

“น่าขำ คุณจะเอาแต่ละเมอถึงคนที่ไม่ได้รักคุณไปทำไม” เธอทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิบทิศมาครอบครอง แต่อีกฝ่ายกลับละเมอเพ้อพกหาแต่นังลูกเมียน้อย เธอเฝ้ามองสิบทิศมาตั้งแต่เรียนไฮสกูลที่อังกฤษ แล้วนังนั่นมันเป็นใคร ถึงได้กล้ามาแย่งอีกฝ่ายไปจากเธออย่างหน้าด้าน ๆ

“หุบปาก” เสียงเข้มตวาดกร้าว เขาอดทนกับผู้หญิงคนนี้มามากเกินพอ หากเพียงออไม่ขอไว้ เพียงขวัญคงไม่ได้มายืนชูคอราวกับหงส์อย่างในเวลานี้ คนในสังคมต่างก็รู้ดีว่าหัสกุลธรมีแต่เปลือก

“เพียงออตายเพราะอยากจะหนีจากคนอย่างคุณ ยอมรับเถอะค่ะว่าเราเหมาะสมกันขนาดไหน” เสียงหัวเราะแหลมสูงดังเสียดแทงความรู้สึกของคนฟัง ความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ 

 

 

ธีทัตเฝ้ามองผู้เป็นเจ้านายยกแก้วคริสตัลจรดริมฝีปากแก้วแล้วแก้วเล่า น้ำสีอำพันถูกกลืนลงคอ รสชาติขมเฝื่อนบาดลึกคล้ายมีดนับพันเล่มกรีดลึกลงบนก้อนเนื้อ สายตาคมดุในยามนี้คล้ายมีเปลวเพลิงแผดเผา ลมหายใจของผู้เป็นเลขาถูกพ่นออกทางจมูกอย่างคนไร้ปัญญา เพียงขวัญเก่งที่รู้จุดอ่อนของคนตัวโต

สิบทิศผู้แสนเย็นชา กลายเป็นใครอีกคนที่เขาเองไม่รู้จักเมื่อได้พบกับเพียงออ อีกฝ่ายอ่อนหวาน สวยงามเกินกว่าคำพรรณนาใด ๆ จะบรรยาย เขาตกไปในหลุมลึกอย่างไม่อาจถอน แต่แล้วความสุขพลันจางหาย อ้อมกอดหนาวเหน็บโอบกอดร่างไร้วิญญาณของผู้หญิงอันเป็นที่รักไว้ หยาดน้ำตาหลั่งริน ความตายมาพร้อมกับความจริง ว่าเธอ...ไม่ได้รักเขา 

กึก! 

แก้วคริสตัลวางกระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อดี ร่างสูงลุกขึ้นยืนซวนเซขึ้นบันไดไปยังห้องนอน ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศสัมผัสผิวกาย ความรู้สึกหนาวเหน็บเกาะกุมหัวใจจนด้านชา สูทแบรนด์ดังถูกโยนทิ้งลงบนพื้น มือหนาขยับคลายเนกไทออกจากลำคอก่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเผยให้เห็นแผงอกกำยำ ภายในห้องเวลานี้มืดสลัว ดวงตาคมดุมองฝ่าความมืดปะทะเข้ากับร่างบางของใครบางคนที่กำลังจมสู่ห้วงนิทรา ภาพทรงจำในอดีตย้อนคืน สิบทิศเดินตรงไปยังเตียงนอน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปใกล้ กลิ่นหอมหวานจากผิวกายขาวเนียนคล้ายดั่งมนต์สะกด ปลายจมูกซุกไซ้ลงบนซอกคอขาว ลากไล้ปลายลิ้นโลมเลียผิวกายดั่งคนโหยหา

“อื้อ” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ความง่วงงุนถูกริมฝีปากหยักลึกกระชากออกไปจนไม่หลงเหลือ กลีบปากบางถูกครอบครองด้วยอวัยวะเดียวกัน คนตัวเล็กดิ้นรน ข้อมือบางทั้งสองข้างจึงถูกรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะ กลีบปากล่างถูกดูดดึงรุนแรงเสียจนความคิดกระจัดกระจาย ลมหายใจเจือแอลกอฮอล์รินรด ปั้นรักคล้ายถูกมอมเมา ความนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน ฝ่ามือหนาฟอนเฟ้นไปตามผิวกายเนียนขาว เสื้อเชิ้ตตัวบางถูกกระชากโยนลงพื้น เรียวลิ้นร้อนชอนไชไปตามสบฟันสวย เกี่ยวตวัดลิ้นเล็กเข้ามาในโพรงปาก ความหอมละมุนที่ได้รับไม่ต่างจากความทรงจำในวันวาน

คนตัวเล็กหอบหายใจหนักเมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ในสัญญาไม่เห็นบอกเลยสักนิดว่าเขาจะต้องเป็นเมียทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย ริมฝีปากบวมช้ำแค่นหัวเราะอย่างขมขื่น ช่างเถอะ ร่างกายสกปรกใครอยากได้ก็เอาไป ดวงตากลมโตเอ่อรื้น มองนิ้วเรียวยาวเกี่ยวขอบกางเกงของตัวเองออกจากเรียวขา ก่อนอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วจะถูกกระชากตามออกไป เรียวขาเสลาถูกยกขึ้นไปพาดบ่า สิบทิศปลดกระดุมก่อนจะรูดซิปกางเกงลง

“คุณสิบ อื้อ” ส่วนน่ารักถูกฝ่ามือหนากอบกุม อารมณ์ถูกเหวี่ยงกระชากไปมา เดี๋ยวนุ่มนวล เดี๋ยวดุดันเสียจนเขาตามไม่ทัน ยอดปทุมถันถูกริมฝีปากหยักลึกกลืนกิน ฟันคมขบกัดลงบนฐานสีชมพู ตวัดปลายลิ้นเล้าโลมเสียจนคนตัวเล็กสั่นสะท้าน แม้อยากผลักไสแต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างน่าสมเพช ส่วนแข็งขืนถูไถลงบนช่องทางสีชมพู ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเยาะหยันเมื่อได้ยินเสียงหวานครางรับด้วยความร่านร้อน

สิบทิศกระแทกส่วนใหญ่โตเข้าไปในโพรงผนังชื้นแฉะ ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเจ็บปวด คล้ายร่างถูกฉีกกระชากออกจากกัน

“ผมเจ็บ ฮึก” เสียงหวานร้องขอปนสะอื้น แต่ไม่มีทีท่าว่าพายุร้อนร้ายจะสงบลง การกระทำรุนแรงและป่าเถื่อน ช่องทางคับแน่นเสียดสีเข้ากับท่อนรักเสียจนร้อนผ่าว ร่างบางสั่นคลอนไปตามการขยับเข้าออก เกลียวคลื่นซัดสาดระลอกแล้วระลอกเล่า เปลือกตาสีไข่มุกปิดลง เฝ้าภาวนาขอให้ความเจ็บปวดครั้งนี้ผ่านพ้นไปเสียที

เสียงทุ้มคำรามต่ำในลำคอ ร่างกระตุกเกร็งก่อนปลดปล่อยน้ำคาวเข้าไปในช่องทาง เมื่อความสุขสมถูกปลดปล่อย สติที่ถูกแอลกอฮอล์แผดเผาจึงคืนกลับมาโดยสมบูรณ์ ร่างบางสะอื้นไห้ ช่องทางเจ็บร้าวจนเหมือนร่างกายฉีกขาด สิบทิศไม่อ่อนโยนเลยสักนิด คนใจร้าย ปากบางเผยอออก อยากถามเหลือเกินว่าเขาทำอะไรผิด อีกฝ่ายถึงได้ทำเหมือนเขาไม่ใช่คน

“รัก” ก้อนเนื้อตรงหน้าอกข้างซ้ายเต้นถี่รัว คำต่อว่าถูกกลืนลงคอ เพียงคำเดียวคล้ายทุกอย่างเคลื่อนช้าลง ราวกับโลกหยุดหมุน “เพียงออ” แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลง

“...”

“คนที่ฉันรักคือเพียงออ ไม่ใช่นาย” ถึงจะเหมือนแต่ไม่ใช่ 

เพียงออสวยงาม แต่อีกฝ่ายแปดเปื้อนมีตำหนิ ร่างสูงลุกขึ้นยืน แววตาที่เคยอ่อนโยนในคราแรกพลันเย็นชา เสื้อบนพื้นถูกหยิบขึ้นมาสวมก่อนแผ่นหลังกว้างจะเดินหายออกไปจากห้องนอน

คนตัวเล็กหลับตาลง ปล่อยหยาดน้ำตารินไหลอย่างไม่คิดเก็บกลั้น หัวใจดวงน้อยถูกกระชากออกไปย่ำยี แหลกสลายในชั่วพริบตา เขา...

เป็นเพียงแค่ตัวแทนของใครอีกคน

**********

ต้องเปลี่ยนพระเอกมั้ยหรือยังไง 

  

รอวันบักสิบเป็นหมา!!! 

 

#ไหนว่าไม่รักกัน 

  

Twitter >> BetaBeeTaaa 

เพจ >> BetaBeeTaaa 

Facebook >> เบต้าบี นักเขียน 

  

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว