facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 21 ของผม 50%

ชื่อตอน : บทที่ 21 ของผม 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2559 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 ของผม 50%
แบบอักษร

แสงแดดส่องในช่วงยามสายของวัน เสียงรถที่วิ่งอยู่บนท้องถนนปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา ฝ้าผนังและเพดานที่ไม่คุ้นตาเหมือนแต่ก่อน อากาศที่ร้อนอบอ้าวบ่งบอกว่าตอนนี้เธอกลับมายังประเทศไทยแล้วจริงๆ ขาเรียวขาวตวัดลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน ขนมและของอื่นๆรวมไปถึงเสื้อผ้าที่เธอขนกลับมาจากอังกฤษนั้นยังคงถูกวางทิ้งไว้ยังไม่ได้จัดเก็บให้เข้าที่ เห็นทีว่าวันนี้เธอคงจะต้องจัดการเสียแล้ว

                ผ้าขนหนูสีฟ้าอ่อนพันร่างที่ยังคงเปียกชื้น เส้มผมยาวสีดำอมน้ำตาลอ่อนมีหยดน้ำเล็กๆเกาะจนแฟบลีบ พัณณิตาสะบัดผมให้พอหายเปียกแล้วเดินไปยังโซนซึ่งจัดเป็นห้องครัวเล็กๆ เปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำขวดหนึ่งขึ้นมาดื่ม ท้องขาวๆร้องโครกครากเพราะเลยเวลาทานอาหารเช้ามานาน แต่ในตู้เย็นนั้นไม่มีวัตถุดิบที่พอจะทำเป็นอาหารเช้าได้เลยแม้แต่อย่างเดียว หญิงสาววางขวดน้ำลงแล้วสวมเสื้อยืดโปร่งสบายๆและกางเกงเตรียมจะออกไปหาซื้ออะไรทานข้างนอก

                กริ๊ง กริ๊ง

                ทันทีที่หล่อนกำลังจะก้าวเท้าออกจากอพาร์ทเม้นท์ เสียงโทรศัพท์ที่หล่อนใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ร้องขึ้นมา ไม่ต้องดูเบอร์ที่โชว์อยู่บนจอให้เสียเวลาเพราะเธอทราบได้ทันทีว่าเป็นใคร

(อรุณสวัสดิ์ครับที่รักของผม คุณตื่นแล้วหรือยัง... ผมโทรมารบกวนคุณตอนนอนอยู่รึเปล่าครับ)

“ไม่ค่ะ ฉันตื่นแล้ว ตอนกำลังจะออกไปหาซื้ออะไรทานน่ะค่ะ”

(คุณตื่นเช้ากว่าที่ผมคิดอีกนะครับ ผมคิดว่าคุณอาจจะกำลังหลับอยู่เพราะเพลียจากการเดินทางก็ได้)

“ที่จริงนี่ก็สายสำหรับฉันมากแล้วนะคะ ปกติป่านนี้ฉันออกไปทำงานแล้วล่ะค่ะ แล้วคุณทานอะไรตอนเช้าแล้วหรือยังคะ” พัณณิตาสอดเท้าเข้าไปรวมรองเท้าแตะแล้วใช้กุญแจล็อคประตูก่อนจะค่อยๆเดินออกไป

(ผมทานเรียบร้อยแล้วครับ แต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่เชฟที่นี่ฝีมือทำอาหารไทยห่วยแตกมาก ผมอยากทานอาหารฝีมือคุณจังครับ)

“เชฟที่ภัตตคารของคุณเขาคงไม่ถนัดทำอาหารไทยล่ะมั้งคะ” พัณณิตาแอบสงสัยว่าเขาสั่งเมนูอะไรมาทานเพราะบางเมนูที่เธอเคยทำให้เขาทานนั้นเป็นสูตรที่เธอลองผิดลองถูกคิดค้นขึ้นมาเอง

(ก็คงจะอย่างนั้นล่ะมั้งครับ เห็นทีผมคงต้องไปเที่ยวเมืองไทยตระเวนหาร้านอาหารอร่อยๆทานบ้างแล้ว ถึงตอนนั้นคุณช่วยพาผมเที่ยวบ้างนะครับ)

“ได้สิคะ แต่ว่างานของคุณยุ่งมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?

(ผมก็แค่พูดเผื่อไว้น่ะครับ เพราะผมอยากจะหาโอกาสไปเที่ยวเมืองไทยตั้งนานแล้ว ทะเลก็สวย อาหารก็อร่อย แถมผู้หญิงยังน่ารักอีก... โดยเฉพาะคุณ ใช่ไหมครับ)

“อะไรกันคะน่ารัก! คุณโลเวลล์นี่ล่ะก็... อย่าไปปากหวานแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นเชียวนะคะ” แก้มเนียนอมชมพูขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนหยอดคำหวานไกลจากต่างประเทศ

(ครับ ผมปากหวานเฉพาะกับคุณอยู่แล้ว ที่รักของผม)

“ค่า... งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนนะคะคุณโลเวลล์ ฉันจะเลือกซื้อของแล้ว คุณก็ตั้งใจทำงานเข้านะคะ”

(ครับ ไว้ตอนเย็นๆผมจะโทรมาหาคุณอีก รักคุณนะครับที่รัก)

“เหมือนกันค่ะ” พัณณิตากดตัดสายเป็นการสิ้นสุดบทสนทนา หญิงสาวเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงดังเดิมก่อนจะหยิบตะกร้าแล้วเดินเลือกซื้อของต่างๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าชั้นขายวัตถุดิบสำเร็จรูปหลายอย่างหลายชนิด สิ่งที่ทำให้เธอสนใจเป็นพิเศษเลยนั่นก็คือผงทำอาหารสำเร็จรูปที่มีหลากหลายเมนูให้เลือกทำ ทั้งผัดกระเพรา ผัดผักสารพัด รวมไปถึงแกงต่างๆนั่นเอง เธอน่าจะซื้อแล้วส่งไปฝากให้โลเวลล์ซักหลายอัน เชฟของที่นั่นคงจะถนัดทำอาหารฝรั่งแต่ทำอาหารไทยไม่ค่อยเก่ง ถ้าเธอซื้อให้เขาไปลองทำดูคงจะถูกปากเขาบ้าง หญิงสาวหยิบผงปรุงอาหารสำเร็จรูปใส่ตะกร้า ตามด้วยน้ำมันขวดเล็กก่อนจะเดินไปคิดเงินที่เคาว์เตอร์

 

กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ตึกดิมีเทอร์ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานของบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ที่สุดของอังกฤษยังคงคับคั่งไปด้วยผู้คนและเหล่าพนักงานที่ทำงานประจำกันอยู่ภายในตึก กระจกที่กรุรอบอาคารสะท้อนแสงเป็นเงาทำให้เกิดแสงระยิบระยับหรูหราจากภายนอก สวนหย่อมเล็กๆรอบอาคารขับเน้นให้ดูสวยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงพักเที่ยงของใครหลายๆคน

“เจ้านายครับ มีพัสดุจากประเทศไทยจ่าหน้าถึงเจ้านายน่ะครับ” ปาสคาลเลขาคนสนิทหอบหิ้วกล่องไปรศนีย์แล้ววางลงบนโต๊ะทำงานของโลเวลล์ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารก่อนจะวางปากกาด้ามหรูลง

“จากพัณณิตา?” โลเวลล์มองกล่องพัสดุอย่างสงสัยว่ามีอะไรอยู่ภายใน ในโทรศัพท์เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องที่เธอส่งของมาให้เขาเลยแม้แต่ซักประโยคเดียว หรือว่านี่อาจจะเป็นของที่ใครบางคนแอบอ้างชื่อของพัณณิตาส่งมาให้เขาก็เป็นได้... แต่เรื่องของพัณณิตานั้นเขายังคงเก็บไว้เป็นความลับต่อสื่อมวลชนคงไม่มีคนนอกที่ทราบเรื่อง แต่เพื่อความแน่ใจเขาควรจะโทรไปถามเธอก่อน

(ว่าไงคะคุณโลเวลล์) ถือสายรอไม่นานเธอก็กดรับ เสียงหวานที่คิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันดังลอดออกมา

“ผมโทรมารบกวนคุณรึเปล่าครับ” เขามักจะถามคำถามนี้ก่อนที่จะเริ่มคุยเสมอเพราะกลัวว่าเขาจะโทรมาขัดตอนที่เธอกำลังยุ่ง

(ไม่ค่ะ ฉันกำลังว่างอยู่พอดี... มีอะไรรึเปล่าคะ)

“ครับ พอดีมีพัสดุกล่องหนึ่งจากประเทศไทยส่งมาถึงผม... ใช่ของคุณรึเปล่าครับ” ดวงตาคมเหลือบมองกล่องที่วางอยู่ข้างๆ

(ใช่กล่องสีขาวแดงรึเปล่าคะ ถ้าใช่ล่ะก็นั่นของฉันส่งไปให้คุณเองล่ะค่ะ... ทำไมเหรอคะ)

“เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร... แค่คุณไม่เคยบอกผมว่าจะส่งอะไรมาให้ ผมเลยสงสัยว่าเป็นของคุณรึเปล่า”

(สงสัยฉันคงจะลืมไปน่ะค่ะ แต่ว่าแค่เห็นชื่อของผู้ส่งคุณก็น่าจะรู้แล้วนี่คะ)

“ไม่หรอกครับ บางคนแอบอ้างชื่อเพื่อที่จะส่งสารเสพติดหรืออะไรที่หวังจะทำลายบริษัทของผม ผมเลยโทรมาเช็คกับคุณก่อน”

(ตายจริง! เคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นเหรอคะ) น้ำเสียงของเธอดูตื่นตระหนก (วันหลังฉันจะไม่ลืมบอกคุณแล้วล่ะค่ะ ว่าแต่... ตอนนี้คุณแกะกล่องแล้วหรือยังคะ)

“ครับ ผมกำลังแกะอยู่” เมื่อรู้ว่าพัสดุกล่องนี้เป็นของใครเขาก็ค่อยใช้คัดเตอร์กรีดเทปออกอย่างทะนุถนอมระคนตื่นเต้น ผงทำอาหารสำเร็จรูปและขนมถูกห่ออย่างดี โลเวลล์หยิบออกมาดูทีละอัน “คุณส่งอะไรมาให้ผมน่ะครับ”

(ผงทำอาหารสำเร็จรูปน่ะค่ะ ก็คุณบอกว่าเชฟทำอาหารไม่ค่อยถูกปากนี่คะ ฉันกลัวคุณจะกินไม่อิ่มก็เลยซื้อส่งไปให้ แล้วก็มีขนมด้วยนะคะ ยี่ห้อนี้เผ็ดสุดๆรับรองว่าถูกปากคุณแน่นอน) ภายในกล่องที่อัดแน่นไปด้วยความห่วงใยที่เธอมีให้แก่เขาทำให้โลเวลล์เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ผมจะลองทำคืนนี้เลย ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ส่งมาให้ผม”

(ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไหนๆเราก็เป็น...) น้ำเสียงหวานขาดหายไปชั่วขณะ

“เป็นอะไรครับ?” เขาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจทั้งๆที่รอยยิ้มค่อยๆกว้างขึ้น

(ปะ... เปล่าค่ะ จริงสิคะคุณโลเวลล์ วันมะรืนนี้ทางบ้านญาติฝั่งแม่ของฉันเขาจัดงานทำบุญรวมญาติขึ้นมา ฉันก็จะไปร่วมงานด้วยนะคะ ตื่นเต้นจังเลย... ฉันจะได้ไปเจอคุณแม่ด้วย) ดูเหมือนว่าหล่อนจะชวนเขาคุยเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ชายหนุ่มแอบหัวเราะในใจ เขาสามารถคาดเดาได้เลยว่าใบหน้าเล็กๆของเธอนั่นจะแดงกล่ำไปด้วยความเขินอายขนาดไหน

“ทำบุญรวมญาติเหรอครับ? ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่คุณกับคุณแม่ของคุณไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกเหรอครับ” วัฒนธรรม ประเพณีที่ประเทศของเธอนั้นดูเหมือนจะลึกลับซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ แต่เขาก็ควรที่จะเรียนรู้มันเพราะในอนาคตเขาก็จะต้องไปร่วมงานพวกนั้นในฐานะสามีของเธออย่างแน่นอน

(ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกค่ะ ฉันมาทำงานที่กรุงเทพแต่คุณแม่ของฉันท่านเป็นครูสอนอยู่ที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ)

“ท่านเป็นคุณครูหรอกเหรอครับ เห็นทีผมคงต้องไปให้ท่านชี้แนะบ้างแล้ว”

(คุณแม่ของฉันท่านโหดนะคะจะบอกให้) หญิงสาวปลายสายหัวเราะร่าทำเอาเขาอดที่จะหัวเราะตามไม่ได้

“ต่อให้โดนไม้เรียว ผมก็สู้ไม่ถอยอยู่แล้วล่ะครับ” โลเวลล์เก็บกล่องพัสดุใส่ลิ้นชักชั้นล่างก่อนจะเคาะกองเอกสารแล้วหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง “ที่รักครับ คุยเอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ผมขอตัวไปทำงานให้เสร็จก่อน ขอบคุณที่ส่งของมาให้ผมนะครับที่รัก”

(ได้ค่ะ ฉันก็กะจะไปเตรียมแพคกระเป๋าเหมือนกัน เอาไว้แค่นี้นะคะ)

“ผมรักคุณนะครับ” เขาบอกรักเธอก่อนจะกดวางสายไป ดวงตาคมมองรูปที่อัดใส่กรอบที่วางตั้งไว้อยู่บนโต๊ะก่อนที่จะลงมือทำงานที่เหลือต่อ

-----------------------------------------------------------------------------------------

กลับมาอัพต่อแล้วค่ะ คิดถึงนักอ่านทุกท่านมากๆเลย ไม่ได้เจอกันเกือบเดือนแหนะ กลับมาส่งต่อความฟินของป๋าโลเวลล์และหนูพัณณิตาต่อ ฮ่าฮ่าฮ่า

รักนักอ่านทุกท่านนะคะ

ความคิดเห็น