นาย อ.Alibaba

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 คาตารินะ มามิ บทสรุปของการต่อสู้

ชื่อตอน : บทที่ 7 คาตารินะ มามิ บทสรุปของการต่อสู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2559 22:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 คาตารินะ มามิ บทสรุปของการต่อสู้
แบบอักษร

      หลังจากที่ผมวิ่งผ่านมาระยะนึงในที่สุด ผมก็มองเห็นในส่วนของเมืองที่ยังไม่ใด้รับความเสียหายแล้วละครับ ต่อจากนี้ละนะจะเป็นจุดเริ่มต้นการเดิมพันด้วยทุกสิ่งของผมละ เมื่อผมวิ่งมาจนถึงหน้าปากทางเข้าเมือง แต่เพียงเสียววินาที ก่อนที่ผมจะใด้วิ่งเข้ามาด้านในตัวเมืองนั้น

      ตึงงงงงงงง   คริติคอนฮิล 18654000 บริเวณเอวของสาวน้อยอันแสนบอกบาง ต้องทนรับกับแรงกระแทก ของหน้าแข้งหนาๆล้ำๆของออคสุดเถื่อนตัวนึง แรงกระแทกนั้นส่งผมลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง ผมคิดอยู่ในใจหมอนี่อยู่ดีๆโผ่ลออกมาใด้ยังไงกัน สักพักผมก็พอจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น อืมโหมดหายตัวของนายสินะเจ้า เอเรสส ถึงผมพอจะเดาทางของสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นใด้ก็เถอะ

      แต่ก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะต้องเจอกลับการโจมตีแบบนี้ แต่ว่านะ เอเรส การที่นายไม่ใด้สังเกตุว่าตัวผมน่ะไม่ใด้คอนโทรนเหล่าปีกทั้ง 5 อยู่ ทั้งๆที่นายก็น่าจะรู้ตัว ว่าผมรู้อยู่แล้วละว่าถูกนายตรวจจับการล่องหนใด้น่ะ แล้วถึงตัวผมจะเปิดใช้งานโหมดเร่งความเร็ว ของมิราเคิลสูทอยู่ก็เถอะแต่ด้วยสเตตัสที่ห่างกันมากขนาดนี้ ใช้เวลาไม่นานตัวนายก็น่าจะตามผมมาทันอยู่แล้ว

      แต่ตัวผมกลับไม่เห็นวี่แววของนายเลย ตลอดทางที่วิ่งผ่านมา แสดงว่าตัวนายต้องวางกับดักอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆสินะ แล้วก็เป็นจริงตามที่ผมคิดเอาใว้เลย ถ้าผมปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปละก็คอมโบต่างๆของเจ้าออค บ้าเนี่ย ต้องตามมาแน่ๆเลยละ แล้วก็คงจะไม่ยอมพลาดปล่อยให้ผมหนีไปตั้งตัวใด้เหมือนรอบที่แล้ว แต่ก่อนที่จะเป็นแบบนั้นผมยกเลิกการใช้งานของสกิล

      [Energy invisible] ถึงจะบอกว่ายกเลิกสกิลล่องหน แต่ไม่ใด้ยกเลิกสกิลล่องหนกลับตัวผมหรอกนะ 

      ลูกกระสุนปืนขนาดใหญ่บินผ่านท้องฟ้า ทั้งหมดนั้นเป็นลูกกระสุนที่ยิงมาจากป้อมปืนของกองเรือรบ เรือประจันบานหนักระดับเรือธงคองโก [เป็นเรือรบหนักที่ถ้าโจมตีแบบเต็มที่สามารถถล่มเมืองจนเละใด้สบายๆเลยละครับ] ซึ่งยิงปืนใหญ่ออกมา เพื่อยิงถล่มแบบเต็มพิกัด ส่วนเป้าหมายที่ผมเล็งเอาไว้น่ะ หัวของเจ้าเอเรสยังไงละครับ เป็นสกิลที่ผมต้องใช้พลังเวทมหาศาล รวมทั้งใช้ปีกทั้ง 6 ของผม ในการสร้างขึ้นมาเลยละ

      แต่ว่าด้วยระยะในการยิงที่ไกลมาก ขนาดของกระสุนที่ถูกตรวจจับใด้ง่าย ระยะการทำลายล้างที่ถ้าต้องการให้เต็มประสิทธิภาพ จะต้องโจมตีอีกฝ่ายให้ใด้จากจุดสูญกลาง ของการทำลายล้างถึงจะสร้างความเสียหายให้ใด้มากที่สุด และเมื่อสั่งยิงป้อมปืนใหญ่ กว่าลูกกระสุนจะตกกระทบเป้าหมาย ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 12 วินาที จึงจำเป็นจะต้องกำหนดเป้าหมาย เอาใว้ล่วงหน้า 12 วิ

      แต่ถ้าสามารถเคลียร์เงื่อนไขใด้ทั้งหมด จะสามารถสร้างดาเมทใด้มากมายมหาศาลเลยละครับ ซึ่งเป้าหมายที่ผมเล็งเอาใว้ตั้งแต่แรกก็คือตัวผมเองนี้ละ ผมคิดว่าเจ้า เอเรส น่ะจะต้องทำอะไรสักอย่างอยู่หน้าปากทางเข้าเมือง ก่อนที่ผมนั้นจะผ่านเข้าไปใด้ โดยที่ใช้ตัวผมเอง เป็นจุดศูนย์กลางของการทำลายล้างของปืนใหญ่ ผมสั่งยิงปืนใหญ่ออกมาก่อนที่ตัวผม จะไปถึงหน้าปากทางเข้าเมือง 12 วิ โดยหวังว่าเจ้า เอเรส จะมาดักรอผมอยู่บริเวณนั้น แล้วก็มาจริงๆละครับเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของผมเลยละ

      แต่ก่อนที่ผมจะยิงปืนใหญ่ผมใด้ใช้สกิล [Energy invisible] กลับลูกกระสุนปืนทั้งหมดเอาใว้ก่อนแล้ว และใช้พลังของโหมดล่องหนจนถึงจุดสูงสุด โดยที่โหมดล่องหนของลูกกระสุนปืนจะหายไปก่อนที่จะกระทบกลับเป้าหมาย 0.01 วินาที

      ต้องขอบคุณนายจริงๆละ เอเรส ที่ช่วยส่งให้ผมลอยขึ้นมาบนท้องฟ้า และถึงนายจะพยายามหลบกระสุนของผมไปก็ไร้ความหมาย เวลา 0.01 วินาทีนายไม่สามารถที่จะทำอะไรใด้หรอก ตัวผมน่ะเตรียมใจที่จะรับความเสียหายมากมาย ไปพร้อมกลับนายในตอนแรกเหมือนกัน ถึงตัวผมนั้นจะใด้รับความเสียหายเพียง 30 % ของดาเมทของตัวเอง แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องรับความเสียหายมากขนาดไหนกันกลับการเดิมพันครั้งนี้

      แต่ช่างน่าเสียดายจริงๆละครับที่ผมไม่ใด้เห็นสีหน้าในตอนนี้ของเจ้า เอเรส เพราะแรงกระแทกที่ผมใด้รับ ทำให้ผมแทบขยับตัวไม่ใด้เลยละ แต่ผมรับรู้ใด้ถึงเสียงของลูกกระสุน ที่พุ่งกระทบเป้าหมายนั้นดังสนั้นหวั่นไหวเลยทีเดียว

      ตูมมมมม ตูมม บรูมม บรึมมมม ภาพแห่งการทำลายล้างครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้น เกินกว่าที่ผมจะจิตนาการใด้เสียอีก พลังของการระเบิดที่ป่นกำแพงของตัวเมืองให้เป็นเศษละเอียดใด้ในพริบตาเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีของการทำลายนั้น สูญสลายไปอย่างกลับสิ่งๆนั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่ ถึงผมจะตั้งเงื่อนไขของการยิงปืนใหญ่เพื่อให้เกิดดาเมท ให้สูงที่สุดเท่าที่ผมพอจะทำใด้ก็เถอะแต่ผมก็ไม่คิดเลยครับว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้

      32475000     29762000     37651000     27934000     คริติคอนฮิต   58476000

      29843000     36527000     27465000     44651000     คริติคอนฮิต   62829000

      เมื่อเสียงของการทำลายล้างนั้นจบลง ตัวผมที่กระเด็นลอยขึ้นไปบนฟากฟ้ากว่า 300 เมตรด้วยหน้าแข้งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อล่ำๆของเจ้า เอเรส ตัวผมค่อยๆร่วงลงมาจากท้องฟ้า ผมพยายามบังคับตัวเองให้ลงมาในจุดที่ดีที่สุด ผมกวาดสายตามองหาตำแหน่งของเจ้าเอเรสไปด้วยแต่ก็มองไม่เห็นตัวของเจ้าออค บ้ากล้ามนั้นเลยละครับ ตุบ เมื่อผมลงมาจนถึงพื้นดินผมเปิดใช้งานสกิล    

      [Maximum Angel Eyes] แบบเต็มพลังเพื่อที่ผมจะใด้รับรู้ถึงตำแหน่งของ เอเรส ผมเตรียมตัวที่จะใช้งาน [Energy Speed] ที่เป็นโหมดเร่งความเร็วของผมในระดับสูงสุด หลังจากนี้ผมจะต้องหลบการโจมตีของ เอเรส ให้ใด้นานพอที่ผมจะเรียกปีกทั้ง 6 กลับมา เป็นวินาทีลุ้นระทึกของผมเลยละครับ โดยผมเตรียมใจที่จะแบกรับความเสี่ยงที่อาจจะต้องใช้สกิล [Accel] ในระดับสูงๆด้วย

      ทว่ารอบๆตัวของผมนั้นกลับว่างเปล่า บทเรียนจากรอบที่แล้วนั้นทำให้ผมไม่ประมาท ผมพยายามตั้งสมาธิและเริ่มสำรวจรอบๆตัวแต่ก็ไม่มีวี่แววของ เอเรส เลยละครับผมขยายการตรวจจับของสกิล [Maximum Angel Eyes] ให้กว้างมากขึ้นและในที่สุดก็เจอกลับเจ้าเอเรสแล้วละครับ อยู่ห่างจากตัวผมไปพอสมควรเลยละ ตามร่างกายสบัคสบอมจากแรงระเบิด

      หมอนั้นลอยตัวอยู่ห่างจากตัวผมไปประมาณ 50 เมตรผมใช้สกิลตรวจสอบเพื่อตรวจดู Hp ของเอเรส

      name   เฮคารอส   เอเรส

      HP        217640000  /  775740000        MP        176720000  /  312750000

      SP        148570000  /  257260000        SA         352710000  /  412610000

      ผมยกมือขึ้นแล้วบอกกลับตัวเองว่าสำเร็จแล้วว การโจมตีจากป้อมปืนใหญ่ของกองเรือรบของผมน่ะลด HP ของเจ้าเอเรสไปเกือบครึ่งนึงเลยละครับ และที่ผมไม่ใด้ใช้สกิลตรวจสอบเพื่อเซ็กรายละเอียดไปมากกว่านี้เพราะถ้าทำแบบนั้น ผมจะต้องเสียพลังเวทย์เพิ่มขึ้นมาก กว่าการตรวจเซ็กค่าสถานะเพียงแค่บางอย่างละนะ และนี้คือค่าสถานะของผมในตอนนี้ครับ

      name   เซราฟิม   อัล

      HP        145620000  /  329640000         MP          64590000  /  448310000

      SP          75624000  /  125930000         SA           97520000  /  127540000

      MP [ของมิราเคิลสูท]      224600000  /  149270000

      สถานะของตัวผมจะต่างกลับ เอเรสตรงที่ว่าตัวพลังเวทย์ที่ใช้งานปีกทั้ง 6 นั้นจะใช้จากผมโดยตรง แต่ตัวของชุดมิราเคิลสูทจะใช้พลังเวทย์ที่ผมมอบให้กลับตัวชุด ตั้งแต่ตอนแรกที่ผมสร้างชุดนี้ขึ้นมา พูดง่ายๆว่าสกิลของตัวชุดกลับตัวผมนั้นจะใช้พลังเวทย์แยกกันต่างหากละครับ เพราะแบบนั้นถึงตัวปีกทั้ง 6 ของผมกลับชุดมิราเคิลสูทจะอยู่ห่างไกลกันมาก ผมก็ยังใช้พลังของทั้ง 2 อย่างใด้อย่างเต็มที่ยังไงละครับ

      โดยรวมแล้ว ด้วยความพยายามอันยากลำบากของผมในที่สุดก็เริ่มลดระยะห่าง ของผมกลับเอเรสใด้แล้วสินะ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยังประมาทไม่ใด้ ถึงส่วนต่างของค่าพลังจะเริ่มมาเท่ากันแล้วก็เถอะ แต่ค่าสเตตัสของผมกลับเอเรสยังห่างไกลกันมาก ถ้าผมโดนโจมตีจังๆสักชุดนึงละก็ได้กลับบ้านเก่าแน่ๆเลยละครับ แต่ที่น่าแปลกใจในตอนนี้ก็คือทำไม

      ตัวของเอเรสถึงใด้ทิ้งระยะห่างออกจากตัวผมละครับ ทั้งๆที่ตอนที่ผมร่วงลงมาจากท้องฟ้า หรือตอนที่ผมตกลงมาอยู่บนพื้นดินแล้วน่ะมันเป็นโอกาสทองของนายเลยนะ ถึงผมจะดิ้นรนยังไงตอนนี้ผมก็ไม่มีทางเทียบกลับนายในการต่อสู้ระยะประชิตใด้หรอก ที่ทำใด้ก็แค่ภาวนาให้หลบการโจมตีของนายให้ใด้เท่านั้นเอง ทว่าในขณะที่ผมยังคงคิดหาเหตุผลอยู่นั้น

      ผมไม่รู้ตัวเลยละครับ ว่าการที่ผมไม่ยอมใช้สกิล [Maximum Angel Eyes] เพื่อตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดนั้นน่ะ เกือบจะนำพาความพ้ายแพ้มาสู่ตัวผมเอง กว่าผมจะพอรู้ตัวมันก็ผ่านมาหลายวินาทีแล้วละ เหตุผลที่ทำให้ผมพอจะรู้ตัวน่ะ เพราะผมพึ่งจะนึกใด้ว่าตอนนี้น่ะผมยังทำอะไรไม่ใด้จนกว่าปีกทั้ง 6 ที่ผมเรียกใช้งานไปจะกลับมาหาผมละครับ

      และถ้าผมเป็น เอเรสละเวลานี้ผมควรจะทำยังไงดีน้าา เหงื่อไหลรวนรินออกมาจากตัวของเด็กสาวตัวน้อย สีหน้าของเธอในตอนนี้สเหมือนตัวเธอกำลังเล่นของเล่นอย่างมีความสุข แล้วโดนดึงตัวออกจากของเล่นชิ้นนั้นเลยละครับ ผมพยายามคิดในแง่บวกเอาไว้ก่อน มันคงจะไม่เป็นอย่างที่ผมคิดหรอกผมหวังว่าอย่างนั้นนะ เมื่อผมเปิดใช้งานสกิล [Maximum Angel Eyes] 

     เพื่อตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น ตัวผมก็ใด้พบกลับกระแสของวงจรเวทย์ที่อยู่รอบๆตัวของ เอเรส อย่าบอกนะว่าหมอนี่กำลังร่ายเวทย์อยู่น่ะ ผมรีบตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดทันที แม้จะต้องเสียพลังเวทย์เยอะมากขึ้นจากการใช้งานสกิล [Maximum Angel Eyes] แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาเสียดายพลังเวทย์แล้วละครับ เพราะเหตุการณ์ร้ายแรงที่ผมคิดเอาไว้อาจจะกำลังเกิดขึ้น

      [Gravity Assension] แรงดึงดูดที่บีบอัดใด้ทุกสัพสิ่ง

      [Judgement Hammre] การโจมตีของค้อนแห่งเทพเจ้าผู้อยู่เหนือทุกสิ่ง

      [King of Dragon Spear] การโจมตีของหอกแห่งราชามังกร

      ทั้ง 3 สกิลไม่สามารถอธิบายรายละเอียดใด้ เนื่องจากเป้าหมายมีสกิลป้องกัน การใช้งานสกิลตรวจสอบทุกชนิดในระดับสูงสุด

      จากการตรวจสอบระดับของสกิล สกิลทั้ง 3 นั้นมีระดับเดียวกับสกิล [Sun of Evocation]

      พริบตาที่ผมนั้นใด้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่อยู่ในความคิดของผมตอนนี้ก็คือ ชิหายแล้วโว้ยยย ผมเรียกใช้งานสกิล  [Energy speed] เพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ ผมวิ่งออกไปยังฝั่งตรงข้ามของเจ้า เอเรส ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ตัวผมพอจะทำใด้เพื่อที่จะทิ้งระยะห่างให้ใด้มากที่สุด ในกรณีที่ไม่สามารถรู้ข้อมูลของสกิลฝ่ายตรงข้าม ผมหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของผมจะถูกต้องละนะ ยังไงก็ต้องสร้างระยะห่างเพื่อสร้างเวลา ในการตัดสินใจที่ผมอาจจะต้องเดิมพันด้วยชีวิต ให้มีระยะเวลามากขึ้นแม้เพียงวินาทีเดียวก็ยังดี

      "โฮ่ รู้ตัวแล้วยังงั้นรึสาวน้อย การต่อสู้ที่เดิมพันด้วยทุกสิ่งของพวกเราอาจจะต้องจบลงตรงนี้แล้วก็ใด้ แต่ข้าอยากจะเห็นมันอีกสักครั้งการร่ายรำอันแสนงดงามของเธอในเมือง อัสกาส์ธแห่งนี้เอาละนะสาวน้อยเรามาเริ่มกันเถอะ [Gravity Assension]"

      ลูกบอลของแรงดึงดูดขนาดยักษ์สีดำสนิดลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เส้นผ่าสูญกลางไม่ต่ำกว่า 200 เมตรท้องฟ้าสีครามที่เคยสวยงามบัดนี้ กลายเป็นสีดำสนิด แปรปรวนไปด้วยสายฟ้ามากมายที่เกิดขึ้นจากมวลของแรงดึงดูดอันมหาศาลนั้น แล้วลูกบอลแรงดึงดูดนั้นก็เคลื่อนตัวลงมาหาผมจากบนท้องฟ้า ด้วยความเร็วที่มากกว่าผมหลายเท่าตัวเลยละครับ

      วินาทีที่จะตัดสินชีวิตของผมนั้นเข้ามาใกล้ตัวผมในอีกไม่กี่อึดใจ แต่ผมไม่นิ่งนอนใจหรอกครับผมยังพอจะมีวีธีที่อาจจะผ่าน วิกฤตครั้งนี้ไปใด้อยู่เพียง แต่ว่าถ้ากะจังหวะพลาดละก็ ทุกอย่างที่ทำมาคงต้องจบลงตรงนี้ละ เข้ามาเลย เอเรส ผมจะแสดงการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของผมให้นายเห็นเอง ลูกบอลแรงดึงดูดนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ตัวผมเข้าไปทุกที 

      ในจังหวะที่กำลังเข้าปะทะกับตัวผมในแนวเลียดพื้นนี้ละ จะเป็นจังหวะที่ไม่ว่ายังไงผมก็จะพลาดไม่ใด้เด็ดขาดอีก 3 วินาทีจะเข้าปะทะ ชุดมิราเคิลสูทร้องเตือนถึงอันตรายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ยัง ยังไม่ใช่ตอนนี้อีก 1 วินาทีจะเข้าปะทะ [Energy Power] ผมเปิดโหมดเพิ่มพละกำลังของมิราเคิลสูท การใช้งานทั้งโหมดเร่งความเร็วและโหมดเพิ่มพละกำลัง พร้อมกันนั้นจะส่งผลร้ายต่อตัวผมอย่างมากในภายหลัง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงผลที่จะเกิดขึ้นแล้วละนะ

      ผมกระโดดขึ้นจากพื้นด้วยแรงดีดตัวอันมหาศาล ชั่วพริบตาที่ผมลอยตัวอยู่กลางอากาศเหนือลูกบอลแรงดึงดูดนั้น ก็ปรากฎ ค้อนสีทองขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 300 เมตรอยู่บนเส้นทางที่ตัวผมกำลังพุ่งขึ้นไป สกิล [Judgement Hammre] ของนายสินะ เอเรส ค้อนแห่งการทำลายล้างที่อยู่เบื้องหน้า ลูกบอลแรงดึงดูดที่อยู่ด้านหลังนี้คือคอมโบของนายสินะ

      เหลืออีก 0.5 วินาทีก่อนการปะทะ ผมมีเวลาเหลือไม่มากแล้วละ ของให้วิธีนี้มันใด้ผลทีเถอะ เหลืออีก 0.1 วินาทีผมกัดฟันกรอดแล้วใช้อีก 1 สกิลที่ผมร่ายเตรียมใว้ตั้งแต่แรก [Hyper Teleportation] เวทย์ teleport ที่ผมเตรียมเอาไว้สำหรับสถานะการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าไม่สามารถที่จะหนีใด้ตัวผมวาปออกห่างจากมหาเวทย์ทั้ง 2 ประมาณ 500 เมตรผมไม่มีพลังเวทย์มากพอที่จะกำหนดจุดหมายของเวทย์ teleport ใด้ เวทย์นี้เป็นเวทย์ที่ผมจะใช้ต่อเมื่อจวนตัวจริงๆละครับ

      เสียงประทะของมหาเวทย์ทั้งสองเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ภาพของการทำลายล้างนั้นบ่งบอกใด้ว่าจะไม่มีสิ่งใดรอดชีวิต จากมวลของพลังงานอันมหาศาลนั้นใด้ ผมดีใจจริงๆที่วิธีนี้มันใด้ผล ถ้าผมกะเวลาช้าเพียงเสียววิใจกลางของการทำลายล้างนั้น คงมีตัวผมเป็นจุดสูญกลางแน่ๆ แต่ว่าผมคงจะไม่มีเวลาใด้มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วละครับ ผมเปิดใช้งานสกิล

      Ultimate Skill [Triple Accel] [Energy Protection] พริบตาหลังจากผมเปิดใช้งานสกิล หอกสีเงินขนาดใหญ่ก็พุ่งฝ่าท้องฟ้าลงมายังตัวผมสกิลสุดท้ายของเจ้า เอเรส [King of Dragon Spear] ถึงจะไม่เป็นสกิลที่เร็วเท่าสกิล [Sun of Evocation] แต่ก็เร็วมากจนผมไม่สามารถที่จะขยับตัวหลบไปไหนใด้เลยละครับ ที่ทำใด้ก็คือเปิดใช้งานสกิลป้องกันในระดับสูงสุดของผมเท่านั้นเอง

      และหวังว่ามันจะเพียงพอที่จะทนดาเมทสกิลของเอเรสใด้ ตูมมมมมมม เสียงระเบิดที่เกิดจากแรงปะทะดังกังวาน

      87561000 คือดาเมทที่ผมใด้รับ ถ้าการโจมตีนี้ติดผลของคริติคอนการต่อสู้นี้ คงจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของผม ตอนนี้ Max HP ของผมเหลือไม่ถึง 20% แล้วตราบใดที่ปีกทั้ง 6 ของผมยังไม่กลับมาผมก็ไม่สามารถที่จะโจมตีใด้ รวมถึงการที่ผมฝืนใช้โหมดเร่งความเร็วจนเกินขีดจำกัด ทำให้ผมไม่สามารถขยับตัวใด้ระยะเวลานึง ถึงผมจะยังไม่แพ้แต่ก็คงจะอีกไม่นานหรอกครับ

      ยังไม่รวมถึงผลกระทบของสกิล [Triple Accel] [Energy Protection]  ที่ทำให้ตอนนี้ตัวผมไม่สามารถใช้สกิลป้องกันตัวใด้ระยะเวลานึงด้วย ทั้งๆที่ทุกอย่างนั้นใด้ถูกตัดสินเอาไว้แล้วละครับ เอเรส นายเพียงแค่เดินเข้ามา แล้วทุกอย่างก็จะจบลง

      แต่ทว่า Ultimate Skill [Gate of alternative] ประตูแห่งราชันย์ของเหล่าอาวุททั้งมวล ไอเจ้าออคบ้านั้นกลับใช้สกิลไม้ตายของตัวเองละครับ ผมแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่แสดงออกมาจากสกิล [Maximum Angel Eyes] ของผมเลยละ แล้วยิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ไออภิมหาสกิลทลายโลกของเจ้า เอเรส ตั้งแต่สกิลแรกจนถึงตอนนี้มันเป็นแค่สกิลธรรมดาของเอ็งหรอฟระครับ

      สิ่งนี้เป็นคำที่อยู่ในใจของผมในเวลาเลยละ โฮลี่ ชิต จะว่ายังไงดีละครับสภาพผมตอนนี้น่ะ แค่เจ้าหมอนั้นเดินมาสกิจ แล้วบรรจงเอาเท้าอัดลงบนตัวผมสัก 2-3 ทีผมก็คงนอนกองอยู่ตรงนั้นพร้อมกลับ Max HP ที่เหลือ 0 แล้วละแต่ท่าน เอเรส ครับสกิลอันติเมทเลยหรอครับ จะโหดร้ายทารุนป่าเถื่อนกลับเด็กสาวตัวน้อยๆไปถึงไหนกันฟระครับ ยังไงๆดูจากภายนอกแล้ว ตัวผมมันก็สาวน้อยโลลิชัดๆเลยนา

      ส่วนตัวของผมตอนนี้ทำใด้แค่รอละครับ รอกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ส่วนของสกิล [Hyper Teleportation] บอกใด้คำเดียวเลยละครับว่าหมดหวัง เพราะสกิล teleport มีคูลดาวร์นานถึง 24 ชั่วโมงละครับเพราะแบบนั้นถ้าไม่จวนตัวจริงๆแล้วละก็ ผมจะไม่ใช้สกิลนี้เด็จขาดเลยละ แต่สมกลับเป็นสกิลอันติเมทเลยละครับเจ้า เอเรส ใช้เวลาร่ายค่อยข้างนานเลยทีเดียว

      แต่ว่านะเอเรสถ้าเหล่าปีกทั้ง 6 ของผมกลับมาได้ทันละก็ผมก็อาจจะพอมีวิธี ที่ผ่านสถานะการที่แสนแลวร้ายนี้อยู่เหมือนกันละ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กลับสกิลอันติเมทของนายด้วย นายอาจจะใด้เห็นสกิล Last Ultimate สุดท้ายของผมละ แล้วช่วงเวลาแห่งการรอคอยของผมก็สิ้นสุดลง พร้อมกันกลับเหล่าปีกทั้ง 6 ของผมที่บินผ่านท้องฟ้ามาจนถึงตัวผมใด้เวลาพอดีเลยละ

      บนท้องฟ้าปรากฎแสงสีทองมากมาย มาพร้อมกลับเหล่าสุดยอดอาวุท ทั้งๆที่เป็นเวลากลางวันแต่ แสงสีต่างๆของเหล่าอาวุทนั้นกลับเพรวพราว และงดงามสะจนกลบแสงของดวงอาทิตย์ไปจนหมดสิ้น ผมรับรู้ได้เลยละว่าอาวุทแต่ละชิ้นนั้นอาจจะเรียกใด้ว่าเป็นที่สุดของอาวุทชนิดนั้นๆเลยละครับ เหล่าสุดยอดอาวุทนับแสนนั้น กระจายตัวอยู่ทั่วท้องฟ้า

      และในจุดสูนกลางของเหล่าอาวุทนั้น ก็ปรากฎมวลพลังงานมหาศาล ใจกลางของพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น ก็ใด้มีดาบสีฟ้าเล่นนึงตั้งอยู่บนจุดสูณกลาง จากแรงกดดันอันมากมายนั้นผมรับรู้ใด้ในทั้นทีเลยละ ว่าดาบเล่นนั้นละคือสุดยอดของอาวุท ผมเรียกใช้งานสกิล [Maximum Angel Eyes] เพื่อตรวจดูดาบเล่นนั้นทันที

      [Sword of Olympus] ดาบของราชาแห่งเทพเจ้าที่สามารถทำลายล้างใด้ทุกสิ่ง เหงื่อของสาวน้อยนั้นไหลรินจนเธอแทบจะหมดแรงล้มลงไปกลับพื้นเมื่อ ใด้ยินเพียงแค่ชื่อของดามเล่มนั้น เพียงเพราะตัวเธอนั้นเคยใด้ยินชื่อเสียงของดาบเล่มนี้มาก่อน ดาบในตำนานซึ่งถูกถือโดยราชาของเทพแห่งสงคราม ในมหาสงครามครั้งสุดท้ายของเหล่าทวยเทพ เทพองค์นั้นใด้ใช้

      [Sword or Olympus] สังหารเทพบนสวรรณ์จนหมดสิ้นไม่มีเทพองค์ใดนั้นใด้รอดชีวิต แม้แต่มหาเทพ Zeus นั้นก็ใด้ถูกดาบเล่มนี้สังหารจนสิ้นชีวิตไป ดาบแห่งเทพเจ้าที่ Zeus สร้างแต่ทว่ามันกลับเป็นดาบที่ใช้สังหารตัวเอง เป็นดังนิทานปรัมปราโบรานเก่าแก่เรื่องนึง ผมค่อนข้างแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ตัวผมพอจะมีความรู้เรื่องนี้ใด้ยังไง แถมเมื่อมองไปบนตัวดาบ

      ผมกลับรับรู้ใด้ทันที ว่านั้นคือดาบแห่งโอลิมปัสยังกลับจะเคยเห็นมันมาด้วยตาตัวเองเลยละครับ ส่วนการโจมตีของสกิลอันติ[Gate of alternative] ของเจ้าเอเรสก็คือการใช้สุดยอดแห่งดาบที่มีอยู่มากมายบนท้องฟ้า ให้ทุกเล่นพุ้งเข้ามาเสียบร่างของเด็กสาวตัวน้อยๆของผม ด้วยความเร็วที่เกือบเท่ากันกลับความเร็วแสง และพลังทำลายล้างที่จะกวาดล้างเมืองนี้รวมทั้งตัวผมไปพร้อมๆกันด้วย แล้วปิดท้ายด้วยการโจมตีของ [Sword or Olympus] 

      ดาเมทโดยรวมนั้นต่อให้ตัวผมมี Max Hp Mp เต็มหลอดแล้วใช้พลังเวทย์ทั้งหมดไปกลับสกิลป้องกัน มันก็คงจะไม่เพียงพอกลับการที่จะต้องรับการโจมตีนี้ แต่ว่านะเอเรสสิ่งที่นายพลาดมากที่สุดก็คือสิ่งที่นายใช้มานั้นละนะ

      "จบกันสะทีนะสาวน้อยเห็นแก่ความพยายามอันไร้ที่สิ้นสุดของเธอ ที่ยื้อชีวิตน้อยๆของตัวเธอมาใด้จนถึงขนาดนี้ ถึงแม้มันจะเป็นการกระทำอันแสนเปล่าประโยชน์ก็เถอะ อนาคตของเธอมันใด้ถูกกำหนดเอาไว้มาตั้งแต่แรกแล้วละ ข้านั้นจะทุ่มทุกสิ่งไปกลับการโจมตีครั้งนี้ ถ้าเรานั้นจะไม่ต้องมาเป็นศัตรูกันมันก็คงจะดีนะสาวน้อย แต่ตัวข้ามิอาจขัดพันธสัญญาที่ให้ไว้กลับ Zeus ใด้ตัวข้านั้นอยากร้ำให้กลับการโจมตีนี้ ข้าคงไม่อาจที่จะใด้เห็นความงามของเธออีกแล้วสินะ ข้าเฝ้าหวังว่าคำสาปนี้จะสิ้นสุดลงในสักวันนึงและเมื่อวันนั้นมาถึง ข้าจะต้องมาขอให้ตัวเธอมาเป็นภรรยาของข้าอย่างแน่นอนไม่ว่าตัวเธอจะเกิดในชาติภพไหน ข้ามหาเทพโบราณไททัน เอเรส ใด้ของตั้งสัตสาบานเอาใว้ ณ ที่นี้ และสุดท้ายขอโทดด้วยนะสาวน้อยอันเป็นที่รักของข้า ที่ตัวข้านั้นไม่อาจจะทำใด้แม้จะเป็นแค่การสื่อความในใจนี้"

      จะว่ายังไงดีละผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ แต่ทำไมตัวผมถึงรู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลกๆแบบนี้ละครับ ผมอาจจะคิดไปเองก็ใด้แต่จะว่ายังไงดีละความรู้สึกแปลกๆนี้น่ะ ผมรู้สึกตัวว่ามันเริ่มมีมาตั้งแต่ตอนที่สู้กลับเจ้าเอเรสมาใด้สักพักแล้วละครับ แต่ช่วงแรกๆน่ะมันไม่ใด้รู้สึกว่าแปลกมากมายอะไรหรอกนะ แต่ตอนนี้ทำไมมันกลับชัดเจนใด้ขนาดนี้กันละครับ

      แต่ผมก็คิดว่าตัวผมน่าจะคิดไปเองละนะ และอีกอย่างผมไม่ค่อยจะเข้าใจความหมายของมันด้วยละ สิ่งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจน่ะมันน่าจะพักเอาไว้ก่อนละนะ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านี้ต่างหากละที่ผมจะพลาดไม่ใด้ ก่อนที่ทุกอย่างจะจบสิ้นลงผมเรียกใช้งานสกิล

      Last Ultimate [Actval Total Loss] อันติเมทสุดท้ายของนางฟ้า ทุกๆสิ่งเมื่อมีจุดเริ่มต้นก็ย่อมมีจุดสิ้นสุด คำอธิบายของสกิลก็ง่ายๆละครับสกิลนี้เป็นสกิลที่จะไม่เสียค่า MP ในการใช้งานหรือส่งผลเสียใดๆแก่ผู้ใช้งานเลย เป็นสกิลที่ต่างจากสกิล [Angel Legendary Creator] ที่ใช้สร้างใด้ทุกสิ่งเพียงแค่มีค่า MP เพียงพอในการใช้งานในสิ่งที่ต้องการจะสร้างแต่ [Actval Total Loss]

      นั้นกลับตรงกันข้ามกับสกิล Angel Legendary Creator เลยละครับเพราะสามารถใช้สกิลนี้ลบใด้ทุกสิ่งแทน แต่ถึงจะบอกว่าลบใด้ทุกสิ่ง แต่สกิลนี้กลับไม่สามารถลบสิ่งที่มีตัวตนทางกายภาพใด้ละครับ สิ่งของ ต้นไม้ น้ำ สิ่งมีชิวิต ไม่มีชิวิต ในตอนแรกตัวผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจสกิลนี้สักเท่าไหร่ละ สกิลนี้เป็นสกิลที่มีมากับสกิล

      Angel Legendary Creator ตั้งแต่แรกแต่ว่าในตอนแรกนั้นไม่สามารถใช้งานใด้ แต่ตอนนี้น่ะผมเข้าใจความหมายที่แท้จริงของสกิลนี้แล้วละครับ ที่ว่าสกิลนี้น่ะลบใด้ทุกสิ่งน่ะเป็นของจริงละ เพียงแต่มันเป็นสกิลที่ใช้ลบสกิลของฝ่ายตรงข้ามแทนละครับ การใช้งานก็เหมือนกับสกิลที่ใช้สร้างทุกสิ่งของผม แต่สกิลนี้จะใช้ในการลบสกิลที่อีกฝ่ายใช้มาแทน

      ทั้งๆที่เบื้องหน้าของสาวน้อยนั้นควรจะเป็นภาพแห่งความสิ้นหวัง แต่ทว่ากลับมีรอยยิ้มอันแสนงดงามออกมาจากสาวน้อย ที่ใจกลางของความสิ้นหวังนั้น เอเรส ถ้าสิ่งที่นายใช้เป็นสกิลที่ใช้เรียกไอเทมออกมาจากโลกแห่งความจริงแล้วละก็ รอยยิ้มนี้ก็คงจะเป็นรอยยิ้มที่ผมมอบให้กลับชัยชนะของนายละนะ แต่ทว่าสกิลนี้กลับเป็นสกิลที่ใช้สร้างเหล่าสุดยอดอาวุท

      ออกมาแทน ถึงสิ่งที่สร้างจะมีพลังเทียบเคียงใด้กลับของจริงเลยก็เถอะ แต่ก็เพราะดาบทุกเล่มนั้นเป็นสกิลที่นายสร้างนี้ละ ผมถึงใด้สามารถต่อชีวิตอันรวยรินของผมใด้ยังไงละเอาละนะ เอเรส การตัดสินครั้งสุดท้ายของเราน่ะยังไม่จบลงหรอกนะ เมื่อผมเปิดใช้งานสกิลจนเสร็จสิ้น ก็ปรากฎขนนกขึ้นมากมายกระจายเต็มท้องฟ้า เมื่อขนนกเหล่านั้นสัมผัสกลับดาบแต่ละเล่ม 

      ดาบนับแสนเล่มที่กระจายอยู่ทั่วท้องฟ้าก็ค่อยๆหายไปทีละเล่ม ไม่เว้นแม้แต่ [Sword of Olympus] แต่ค่าตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่จะต้องจ่าย กลับการใช้สกิลนี้นั้นก็ตรงตามชื่อของสกิลเลยละครับ อย่างที่บอกเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าสกิลนี้ดูเหมือนไม่เสียอะไร แต่ทว่าถ้าใช้สกิลนี้ลบสกิลของฝ่ายตรงข้าม สกิลของฝ่ายตรงข้ามที่ถูกเราลบนั้นจะหายไปตลอดกาล

      แลกกับตัวเรานั้นจะต้องสูญเสียสกิลที่มีค่าเท่าเทียบกัน เป็นการตอบแทนยังไงละครับแล้วสกิลของผมที่มีค่า ทัดเทียมกับอันติเมทของเอเรสนั้นก็มีเพียง [Angel Legendary Creator] สกิลเพียง 1 เดียวของผมละ

      [เหลือเวลาอีก 6000 วินาทีที่คุณจะสูญเสียสกิล [Angel Legendary Creator]

      สักพักก็มีข้อความจากระบบขึ้นมาละครับ 6000 วินาทีนี้น่าจะประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งสินะกลับการตัดสินครั้งสุดท้าย และก็เป็นอีกครั้งที่ผมใด้เห็นสีหน้าอันตื่นตกใจของเจ้าเอเรส

      15740000      18450000      17540000      149620000      17410000      159670000

      เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว นั้นเกิดจากการโจมตีของเหล่ารถถังของผม หมอนั้นตกใจจนลืมมองรอบๆตัวเลยสินะ ไม่ต้องบอกก็พอจะคาดเดาได้ละครับ ท่ามกลางกลุ่มควันที่เกิดจากการระเบิดน่ะ ตัวนายคงจะเข้ามาหาผมด้วยความเร็วที่ไม่อาจจะวัดใด้ ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างของนายสินะเอเรส แต่ว่านะผมน่ะตังแต่แรกแล้ว ก็ไม่คิดจะตัดสินแพ้ชนะกลับนายด้วยการโจมตีจากระยะไกลหรอกนะ เอเรส                   

                     

                 

          

           

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น