email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 08 คนพิเศษ

ชื่อตอน : ตอนที่ 08 คนพิเศษ

คำค้น : นิยายวาย มหาลัย เมะลูกหมา y yaoi นิยายรัก 18+ Nc

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2564 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 08 คนพิเศษ
แบบอักษร

 ตอนที่ 08 คนพิเศษ 

 

Natee Part 

‘ผมจะพาเพลิงไปอยู่ด้วย’  

‘ลูกเป็นสมบัติของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทั้งนั้น’  

‘คุณเป็นแม่ประสาอะไร ถึงได้มองลูกเป็นสมบัติ’  

‘ต่อไปเพลิงจะต้องขึ้นเป็นผู้บริหารของถิรกุล ฉันจะเลี้ยงให้เป็นหุ่นยนต์หรือเลี้ยงให้เป็นคนมันก็เรื่องของฉัน’  

‘คุณเพตรา!’  

‘นทีหรือพระพายเลือกเอา ถ้าไม่เลือกก็ไปแต่ตัว มาแต่ตัวก็ออกไปแต่ตัว’  

‘สักวันคุณจะต้องเสียใจ”  

‘สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิตก็คือเลือกแต่งงานกับคนไร้ค่าอย่างคุณ’  

‘นที ไปกับพ่อ’  

เฮือก! 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก รอบตัวโอบล้อมไปด้วยความมืด หัวใจเต้นรัวเร็วเมื่อนึกถึงความฝันเมื่อครู่ เพราะผู้ใหญ่สองคนไม่เคยคิดจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อปรับความเข้าใจ บ้านจึงร้อนราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ คนหนึ่งเป็นน้ำ ส่วนอีกคนเป็นไฟ น่าเสียดายที่น้ำน้อยกว่าไฟจึงไม่อาจรักษาความสุขของทุกคนเอาไว้ได้ ทุกวันมีแต่ความเงียบเหงา เสียงร้องไห้งอแงของพระพายเงียบลงพร้อมกับความอบอุ่นของพี่ชายที่หายไป ผมในวัยสองขวบแทบจะจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ยังจำได้ดีคืออ้อมกอดครั้งสุดท้ายของพี่ชายที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงอบอุ่นอยู่เสมอ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บตลอดกาล 

ผมเสยเส้นผมหยักศกที่หล่นลงมาระกรอบหน้าไปด้านหลังแบบลวก ๆ ยื่นมือไปคลำหายางสีดำบนโต๊ะข้างหัวเตียงเพื่อมัดผม รีโมตถูกหยิบขึ้นมากดเปิดไฟเพื่อขับไล่ความมืดมิด ขยับตัวลุกขึ้นเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า เสื้อสีขาวล้วนถูกสวมผ่านทางศีรษะก่อนกางเกงยีนขายาวจะถูกสวมเข้ากับท่อนขาแกร่ง คว้ากุญแจรถ Ferrari ROMA ได้ก็พาสองขาก้าวออกจากเพนต์เฮ้าส์ 

คีย์การ์ดถูกแตะเข้ากับแผงควบคุมลิฟต์เพื่อพาไปยังชั้นจอดรถวีไอพีของคอนโดระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวร์รี่ ผมหันไปพยักหน้าให้บอดี้การ์ดแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถก่อนใช้เท้าแตะคันเร่งพารถหรูทะยานไปยังจุดหมาย  

 

บานประตูไม้สีอ่อนถูกฝ่ามือหนาของผมผลักเข้าไป ไฟในห้องถูกปิดจนเหลือไว้เพียงแสงจันทร์เลือนรางลอดทะลุผ่านผ้าม่านตรงระเบียงเข้ามา ผมสาวเท้าไปทางห้องนอน พยายามลงน้ำหนักเท้าให้เบามากที่สุดเพราะไม่อยากปลุกคนคนหลับให้ตื่นจากห้วงความฝัน  

ผมถอดกางเกงออกจากเรียวขาพาดไว้บนโซฟาปลายเตียง ก่อนแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับน้อง 

“ฮื่ออ พี่นที” คนตัวเล็กขยับตัวเล็กน้อย น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยเรียกชื่อผมอย่างแปลกใจ 

“พี่ขอนอนด้วยนะครับ”  

“ทำไมมาดึกจัง” ผมมีงานที่บริษัทต้องอยู่เคลียร์ จึงเลือกนอนที่เพนต์เฮ้าส์เพราะไม่อยากรบกวน สุดท้ายผมก็ต้องบุกมาหาน้องตอนตีสามอยู่ดี  

“พี่มารบกวนอชิหรือเปล่าครับ” ให้ฝืนข่มตาต่อก็คงนอนไม่หลับ ไออุ่นของน้องทำให้ผมรู้สึกสบายใจเวลาอยู่ใกล้จึงละทิ้งความเกรงใจไว้เบื้องหลัง 

“พี่ไม่สบายใจเหรอ” น้องพลิกตัวหันมาทางผม มือเล็กเอื้อมมาจับมือผมไว้เพื่อส่งมอบความอบอุ่น แม้น้องไม่พูด แต่ผมรับรู้ได้ว่าเขากำลังเป็นห่วง 

“แค่ฝันร้ายครับ พี่ขอกอดอชิได้มั้ย”  

“อืม” น้องขยับตัวเข้าหาอ้อมกอด ซุกใบหน้าเข้ากับอกกว้าง ก่อนกดจูบเบา ๆ ตรงตำแหน่งของหัวใจ 

“ฝันร้ายมากเลยเหรอ ไม่ต้องกลัวนะ”  

“แค่ฝันถึงเรื่องราวตอนเด็กครับ” ความทรงจำที่ผมแทบจะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ แต่พอนึกถึงทีไร หัวใจก็เจ็บแปลบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด 

ก่อนหน้านี้ผมสนิทกับพี่ชายมาก พี่เพลิงทั้งใจดีและอบอุ่น แต่แม่กลับเคี่ยวเข็ญให้พี่เพลิงกลายเป็นคนไร้หัวใจ มีชีวิตไม่ต่างจากหุ่นยนต์ ไม่ว่าพ่อจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถพาลูกชายคนเดิมกลับมาได้ แม้จะยังคงเป็นพี่ชายที่แสนดีแต่สัมผัสที่สะท้อนกลับมา เยียบเย็นไม่ต่างจากภูเขาน้ำแข็ง 

“แย่มากเลยเหรอ” น้องถามเสียงแผ่ว คงกลัวจะกระทบความรู้สึกของผม 

“ไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับ ตอนที่พ่อกับแม่หย่ากัน พี่เพิ่งจะสองขวบ แทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ”  

“ไม่เป็นไรนะ ผมจะปกป้องพี่เอง”  

“ขอบคุณครับ” ผมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น หัวเราะแผ่วเบาในความมืด ตัวเล็กนิดเดียวแต่น้องกลับบอกว่าจะปกป้องผม น่ารักขนาดนี้แล้วจะไม่ให้ผมรักมากได้ยังไง 

 

ผมขลุกอยู่บนเตียงกับน้องจนกระทั่งสายของวันถึงได้โทรสั่งให้แม่บ้านนำอาหารมาส่ง ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาหลายวันทำให้ผมแทบจะจมหายไปกับที่นอน ช่วงที่ผ่านมาผมต้องช่วยพ่อสืบคดียาไอซ์ร่วมกับกองปราบปรามยาเสพติด อีกนิดเดียวก็จะเข้าถึงตัวของหัวหน้าใหญ่ได้แล้วแต่พวกมันกลับไหวตัวทันซะก่อน การแกะรอยจึงทำได้ยากขึ้น ผมกับพ่อตามสืบคดีนี้มาร่วมสามเดือน ในที่สุดหนูก็เริ่มโผล่หางออกมาบ้างแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่รอจังหวะสบโอกาสเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าพวกมันจะแว้งกัดเมื่อไหร่ จึงขอให้พ่อจัดหาบอดี้การ์ดฝีมือดีเพื่อคอยตามคุ้มครองน้อง ล้อมคอกก่อนวัวหายย่อมดีกว่าเสมอ สิ่งที่ผมสงสัยคือคนที่เปิดประตูออกมารับของในวันนั้น ทั้งรูปร่างและท่าทางดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่เป็นเพราะเขาโพกผ้าสีดำเพื่อปกปิดใบหน้าผมจึงมองไม่ออกว่าผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งคนนั้นเป็นใครกันแน่ 

“พี่นที”  

“ครับ?” ผมขานรับเมื่อน้องมองผมพลางขมวดคิ้วมุ่น 

“ผมเรียกพี่ตั้งสามครั้ง” ผมมัวแต่คิดเรื่องงานจนไม่ได้ยินที่น้องเรียก “ยังคิดเรื่องความฝันอยู่อีกเหรอ”  

“พี่คิดเรื่องงานนิดหน่อยครับ”  

“ทำไมพี่เลิกงานดึกจัง บางคืนก็ออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงดึก ๆ” น้ำเสียงน้องฟังดูเป็นห่วงมากกว่าต้องการจับผิด หากเป็นปันป่านนี้คงโวยวายแล้วไล่ให้ผมไปนอนที่โซฟา  

“พี่ไม่ได้คุยกับคนอื่นนะครับ” ผมร้อนรนเพราะกลัวว่าน้องจะเข้าใจผิด ผมไม่อยากให้น้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คนพวกนั้นอันตรายเกินไป ปล่อยให้ไม่รู้อะไรเลยจะเป็นผลดีกับเขามากกว่า 

“ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ผมรู้ว่าพี่ไม่ทำแบบนั้นหรอก”  

“ขอบคุณนะครับ ที่เชื่อใจพี่” ผมยิ้มบาง ยื่นมือไปแตะมือน้องเบา ๆ ส่งความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านมือหนาคู่นี้เพื่อให้รู้ว่าผมขอบคุณเขามากแค่ไหน 

“อืม เพราะถ้าพี่นอกใจ ผมเอาพี่ตายแน่” ผมหัวเราะในลำคอ น้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาทำท่าปาดคอแล้วชูกำปั้นน้อย ๆ มาตรงหน้าผมเพื่อข่มขู่ 

“นอกใจเขาใช้กับคนเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอครับ”  

“ยังไม่เป็น แต่พี่ห้ามนอกใจผมนะ” น้องพูดเหมือนหวงผม แม่งโคตรดีใจเลยว่ะ ตอนนี้หางผมกำลังกระดิกด้วยความดีใจจนอยากกระโดดไปฟัดแก้มนุ่มของเจ้านาย ติดอยู่ที่ว่ากลัวจะโดนน้องต่อยตาแตกกลับมา  

“งานที่พี่ทำอันตรายมากมั้ย”  

“อชิเป็นห่วงพี่เหรอครับ” ผมยิ้มกว้าง ดีใจที่น้องเป็นห่วง  

“ผมไม่ได้มีคนมาจีบเยอะสักหน่อย ไม่ให้ผมห่วงพี่แล้วจะให้ผมห่วงใครล่ะ” ตัวแสบของผมน่ารักน้อยเสียที่ไหน แต่ผมขอค้าน ที่ไม่มีคนมาจีบเพราะน้องตั้งกำแพงใส่คนพวกนั้นต่างหาก ถ้าน้องเข้าถึงง่ายป่านนี้ผมคงนั่งกุมขมับเพราะมีคู่แข่งนับไม่ถ้วน 

“เป็นแฟนกันนะครับ” ผมพูดโพล่ง เผื่อน้องจะเผลอตอบรับด้วยความงุนงงเพราะตั้งตัวไม่ทันที่ผมเปลี่ยนเรื่อง 

“ไม่!”  

“...” ผมหน้าหงอย ทำขนาดนี้แล้วน้องก็ยังไม่ยอมใจอ่อน แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้เป็นพี่ชายเหมือนไอ้ราม ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงได้เอาหัวโขกกำแพงเพราะความช้ำใจ 

“เป็นคนพิเศษไปก่อน” ผมยิ้มร่าเมื่อน้องมอบสถานะใหม่ให้ หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกอกด้วยความตื่นเต้น 

“แล้วคนพิเศษมีสิทธิพิเศษอะไรบ้างครับ”  

“ให้กอดได้ อืม...หอมแก้มได้เป็นบางเวลา”  

“ขอมานอนด้วยทุกคืนได้มั้ยครับ”  

“ได้คืบจะเอาศอก” น้องจิ๊ปากเหมือนรำคาญ แต่แววตากลับอ่อนโยนจนผมสัมผัสได้ “ก็ได้ แต่ห้ามกอดแน่นนะ”  

“ครับผม” ให้ตายเถอะ ผมดีใจจนกระดิกหางไม่หยุดเลย ทำไมเจ้านายของผมถึงได้ใจดีขนาดนี้ ผมไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าไปกอดน้องพร้อมฟัดแก้มนุ่มทั้งสองข้างอย่างมันเขี้ยว น้องขัดขืนในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดก็ยอมให้ผมกอดแต่โดยดี  

 

“อื้อ” สองเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังลอดออกมาจากห้องนั่งเล่น 

ไฟทุกดวงในห้องถูกดับเหลือเพียงแสงสะท้อนจากหน้าจอโทรทัศน์ 

“อ๊ะ อ่าส์” หัวคิ้วขมวดชนกันแทบจะเป็นปม มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ผมไม่คิดว่าน้องจะดูหนังแบบนี้ตอนที่ผมไม่อยู่ 

“อชิทำอะไรครับ” คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อถูกทัก ไอแพดในมือถูกเก็บไปซ่อนไว้ใต้หมอน 

“เปล่า ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะ” น้องเปลี่ยนเรื่อง สายตาล่อกแล่กไปมาเหมือนคนกำลังทำความผิด 

“อชิดูอะไรอยู่เหรอครับ”  

“เปล่าสักหน่อย” น้องปฏิเสธเสียงแข็ง สายตาจับจ้องไปยังหน้าจอโทรทัศน์เขม็ง  

“แต่เมื่อกี้พี่ได้ยินเสียง” ผมพูดเสียงหงอยเมื่อน้องไม่ยอมรับออกมาตรง ๆ แต่เลือกที่จะปิดบังกัน 

“ไม่ได้ตั้งใจจะดู” น้องตอบเสียงอ่อน ดึงมือผมให้ลงไปนั่งข้างกันบนโซฟา “ผมตั้งใจจะดูหนังรอพี่ แต่ไอ้พู่มันส่งคลิปนี้มาให้ แล้วพี่ก็ดันกลับมาเจอพอดี”  

“อชิไม่ดูของคนอื่นได้มั้ยครับ พี่หวง”  

“คลิปมันสั้นแค่นิดเดียวเอง ถ้าไม่เชื่อผมเอาให้ดูก็ได้” น้องยื่นไอแพดมาตรงหน้า ก่อนคลิปเดิมจะกลับมาวนฉายซ้ำอีกรอบ 

“เห็นแค่แปบเดียวก็ไม่เอาครับ พี่ไม่ให้ดู” ผมกดปิดหน้าจอไอแพด วางไว้บนโต๊ะกลม น้องยังไม่ทันตอบรับเสียงจูบเฉอะแฉะก็ดังก้องออกมาจากหน้าจอโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้ 

“อชิครับ” ผมเรียกน้องเสียงอ่อน ทำไมมันมีแต่หนังแบบนี้ล่ะ 

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูเรื่องนี้นะ” น้องยกมือขึ้นปิดหน้า ใบหูสองข้างแดงก่ำ เมื่อเสื้อผ้าของนางเอกเริ่มหลุดออกจากตัวทีละชิ้น  

“อชิ เขายังจูบกันไม่เสร็จเลยครับ” ผมพูดอย่างอ่อนใจ มือไม้สั่นจนทำอะไรไม่ถูกราวกับคนไร้ประสบการณ์ แก้มสองข้างร้อนฉ่าจนเหมือนมีกองไฟมาสุมอยู่บนหน้า 

“พี่...อยากจูบมั้ย” น้องลดมือลง ถามเสียงอ้อมแอ้ม ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเขินอาย 

ทำไมจะไม่อยากล่ะ แต่ตอนนี้ผมประหม่าเสียจนทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่นั่งนิ่ง 

“จูบได้เหรอครับ” น้องไม่ตอบแต่ปีนขึ้นมานั่งคร่อมตักแกร่ง สองแขนโอบรอบลำคอผมไว้ ก่อนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจกลิ่นช็อกโกแลตผสมมิ้นต์จาง ๆ  

แผ่นหลังบางถูกฝ่ามือหนาของผมโอบประคองไว้ หัวใจผมเต้นเสียงดังโครมครามจนกลัวว่าน้องจะได้ยินเมื่อริมฝีปากของเราสัมผัสกันแผ่วเบา ผมขบเม้มกลีบปากชุ่มชื้น ค่อย ๆ ละเลียดชิมอย่างใจเย็น ไม่กล้าทำตัวตะกละเพราะกลัวทำน้องเจ็บ ผมไม่คิดว่าน้องจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน คนตัวเล็กในตอนนี้ราวกับเปลวไฟสีน้ำเงิน แผดเผาจนผมแทบหลอมละลาย 

เปลือกตาสีไข่มุกปิดพริ้ม เรียวลิ้นเล็กตวัดไล้เลียไปตามรอยแยกของริมฝีปากหยัก ก่อนดุนดันเพื่อให้ผมเปิดทางให้ลิ้นชื้นเข้ามาสำรวจความหวานละมุนในโพรงปาก 

“อื้อ” เสียงหวานครางหวิวเมื่อผมจูบตอบหนักหน่วง ดูดรวบลิ้นเล็ก กวาดต้อนน้ำเชื่อมจนไม่เหลือแม้หยาดหยด ความหอมหวานเย้ายวนเปลี่ยนผมจากโกลเด้นแสนเชื่องเป็นราชาแห่งนักล่า ผมอยากถนอมน้อง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ 

ฝ่ามือหนาสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง ลูบไล้ผิวขาวแผ่วเบา สัมผัสเนียนละเอียดไม่ต่างจากแพรไหม ปลุกอารมณ์ร้อนรักให้โหมกระพือ คนตัวเล็กดันแผงอกผมไว้เมื่อจังหวะการหายใจเริ่มถี่กระชั้น ผมถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นึกเสียดายเมื่อความหอมหวานกำลังจะถูกพรากจาก  

“ผมอยากทำ เราทำกันนะ” น้องช้อนสายตาขึ้นมองผม ก่อนปากเล็กจะขยับพูดในสิ่งที่ทำให้คนฟังอย่างผมหัวใจพองโต 

“อชิครับ พี่จะบ้าตายอยู่แล้ว” ผมครางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบาหวิว วันนี้การกระทำของน้องมีผลรุนแรงต่อหัวใจมากจริง ๆ ผมแทบจะควบคุมความต้องการไว้ไม่ไหว 

คนตัวเล็กลูบไล้ฝ่ามือไปตามแผงอกผ่านเสื้อเชิ้ต กระดุมเม็ดบนสุดถูกปลดออก ก่อนเม็ดที่เหลือจะค่อย ๆ หลุดออกจากรังดุมอย่างช้า ๆ สาปเสื้อถูกแหวกออกจากกัน ตุ่มไตสีเข้มถูกปลายนิ้วเรียวสะกิดเบา ๆ อย่างเชิญชวน 

“หุ่นพี่ดี ห้ามให้ใครสัมผัสนะ ผมหวง” ปากเล็กเอ่ยสั่งเสียงสั่นพร่า 

“พี่ให้แค่อชิคนเดียวครับ” ผมตอบรับ 

ฝ่ามือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปบีบขยำลูกพีชด้วยความมันเขี้ยว ฟอนเฟ้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นเผละ ผมคำรามต่ำในลำคอ หน้าท้องหดเกร็งเมื่อส่วนแข็งขืนถูกนวดคลึงด้วยฝ่ามือเล็ก ตุ่มไตสีเข้มถูกปลายลิ้นเล็กตวัดชิม น้องไม่ประสาติดจะเงอะงะเสียด้วยซ้ำ ทว่ากลับทำให้ร่างกายผมร้อนรุ่มจนกลางกายปวดหนึบ 

“ผมทำดีหรือเปล่า” น้องช้อนตาขึ้นมามอง ริมฝีปากนุ่มดูดดึงเม็ดทับทิมจนเกิดเสียงดัง ยิ่งชวนให้เร้าอารมณ์จนอยากกระแทกส่วนแข็งชันเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย อยากให้น้องเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความต้องการ 

“ครับ เก่งมาก” ผมเอ่ยชม “อืม ปัน”  

 

***** 

R.I.P พี่นที เราจะจดจำนายไว้ในใจตัลหลอดปัย!!!

 

#ข้ามฟ้ามาหานที 

  

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว