ดาวเหนือ/ นิยม

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความสนใจพ่อเข้กับน้องบุปผานะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังแรงใจไม่ว่าจะทั้งคอมเม้นต์ ไลค์ แชร์ ดาว เหรียญ หรือกุญแจนะคะ และทั้งหมดนี้ก็คือยาแก้ขี้เกียจดีๆ นี่เองค่ะ แฮ่ๆ ขอบคุณมากๆ นะคะ ร้ากกกกก

บทที่สอง พันธะสัญญาเลือด

ชื่อตอน : บทที่สอง พันธะสัญญาเลือด

คำค้น : ลิขิตกุมภีล์, นิยายอีโรติค, ดาวเหนือ/นิยม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.3k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2559 16:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่สอง พันธะสัญญาเลือด
แบบอักษร

 

#

บทที่สอง
พันธะสัญญาเลือด

          ลำแสงสีทองปรากฏสว่างวาบออกมาจากปากถ้ำหลังม่านน้ำตกสูงชันที่ถูกเรียกว่าหน้าผาผนึกกุมภีล์นั้น มันส่องสว่างออกมาทุกๆ ห้าที ลึกเข้าไปในนั้นมีบุคคลสองร่างกำลังนั่งกึ่งประคองกัน ร่างใหญ่กว่าเกือบสองเท่าของบุรุษอยู่ด้านหลังในขณะที่ร่างบอบบางของอิสตรีนั้นเกยอยู่ด้านหน้า บุรุษหนุ่มส่งท่อนแขนกำยำทั้งสองข้างไปที่แผ่นหลังนวลลออ มือข้างหนึ่งประกบอยู่แผ่นหลังบอบบาง ส่วนอีกข้างจับที่ไหล่ของหญิงสาวเพื่อประคอง ใบหน้าแกร่งยามนี้ชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อไหลย้อยเนื่องจากการเพ่งพละกำลังของตนเข้าสมานธาตุทั้งสี่1ในร่างกายของหญิงสาวที่เกือบจะแตกร้าว แม้บุรุษตรงหน้าจะใช้กำลังไปมากจนร่างกายของเขาสั่นสะท้านแต่มันก็ยังไม่มากพอ บาดแผลทั้งภายนอกและภายในของนางนั้นสาหัสเกินไป อีกทั้งร่างกายของเขายังต้องทนกับความเจ็บปวดยิ่งกว่านางอีกร้อยเท่า การรักษาจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่จะหมดไปแล้วหนึ่งราตรี นางมนุษย์ผู้อ่อนแอนี้ก็ยังไม่มีท่าทีจะฟื้นขึ้นมา
          กุมภีล์หนุ่มลดมือลงพลางลืมตาของเขาขึ้น ดวงตาสีเหลืองนั้นถูกวาดผ่านด้วยความไม่พอใจพลันหายไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเขาจับร่างกายของสตรีตรงหน้านอนราบลงกับบรรจถรณ์
2ที่ตนเองสร้างขึ้นมาแทนที่โขดหินไม่เป็นรูป
         
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าจะยังไม่ได้สติข้าก็มิควรต้องฟื้นฟูพลังของตนเองอย่างนั้นรึ
          “…”
          “อย่างไรเล่าเจ้ามนุษย์หน้าโง่และอ่อนแอ! ชีวิตของราชากุมภีล์อย่างข้าจะต้องมาขึ้นอยู่กับเจ้า! ข้าเกลียดพวกมนุษย์ ข้าเกลียด!!”
          เมื่อกล่าวถึงตรงนี้เขากางกงเล็บแหลมคมของตนเองออกมายื่นมันไปที่ลำคอขาวจัดของหญิงสาว พลันก็ต้องลดมันลงเป็นเกี่ยวเอาชุดแขนตุ๊กตาสีขาวที่ตอนนี้ถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดของเจ้าของมันเอง เสื้อตัวนั้นขาดกระจุยไม่เป็นชิ้นดีเพราะถูกระบายเป็นเครื่องมือของความโกรธจนตอนนี้ท่อนบนของนารีผู้ไม่รู้สติเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์เสียแล้ว...
          แต่อนิจจา...กุมภีล์หนุ่มกังวลแต่เรื่องไม่สบอารมณ์ของตนเองจนมองไม่เห็นความงดงามของปทุมคู่ซึ่งโดดเด่นราวกับผกาทิพย์

เขาก้าวเดินฉับๆ ไปยังปากถ้ำ ปล่อยให้หญิงสาวนอนอยู่ในถ้ำเพียงลำพัง ส่วนตนเองก็ไปนั่งภาวนาเพิ่มพลังปราณของตนเองหลังจากที่สุญเสียมันให้กับมนุษย์หน้าโง่น่าจับกินนั่น เขาเข้าฌานไปนานจนกระทั่งไม่รับรู้เลยว่าสตรีผู้เป็นเจ้าชีวิตของตนกำลังเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ
          แค่ก แค่ก
!
          บุปผาสวรรค์ไอออกมาติดกันสองครั้ง...ทั้งนั้น เลือดสีสดก็ไหลออกมาด้วยเนื่องจากธาตุภายในร่างกายเสียหายอย่างหนัก หญิงสาวรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเสียเหลือเกิน แม้แต่เปลือกตาที่เพิ่งขยับได้ก็ยังปิดลงมาอีกครั้ง ในชั่วขณะนั้นเธอกลับเห็น...
          จระเข้ปีศาจ!
          จระเข้ตัวนั้นในรูปของบุรุษหนุ่มผู้งดงามราวกับเทวดา!
          นี่เธอ...นี่เธอยังหนีไม่พ้นเจ้าปีศาจตนนี้หรือ? หรือเพียงเธอตายไปแล้ว??
          ทำไมโลกนี้จึงกลายเป็นสีดำ...
         
นางมนุษย์!”
          “...
          “นางมนุษย์!!”
          กุมภีล์หนุ่มขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวหมดสติลงไปอีกครั้งพร้อมทั้งชีพจรแผ่ว ร่างกายกำยำรีบเข้าไปนั่งซ้อนหลังหญิงสาวพร้อมจัดท่านั่งให้เรียบร้อย ก่อนจะรวบพลังเข้ารักษาธาตุของหญิงตรงหน้าอีกครั้ง แสงสว่างสีทองก็ค่อยๆ ไหลจากร่างกายหนาแน่นเข้าสู่ร่างบอบบางมันไหลเวียนไปตามอวัยวะตามธาตุจนร่างบางเริ่มกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง กุมภีล์หนุ่มจึงวางร่างงดงามนอนลง ส่วนตนเองก็ต้องออกไปหาอาหารยังชีพ
         
แม้ว่าข้าจะเป็นจระเข้หมื่นล้านปีไม่จำเป็นต้องหาอาหาร แต่ทุกอย่างกลับผกผันเมื่อร่างกายของข้าสูญเสียพลังปราณให้กับเจ้า!”
          “เจ้าจักต้องตอบแทนข้าอย่างสาสม! หึ!”
          เวลาผ่านพ้นไปอีกหนึ่งราตรี ร่างกายของบุปผาสวรรค์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จากการรักษาของพญาจระเข้ หญิงสาวเริ่มขยับนิ้วเรียวงามก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง หนนี้เธอกลับไม่กระอักเลือดอีกแล้ว ทั้งยังรู้สึกอุ่นไปทั่วทั้งร่างราวกับมีบางอย่างไหลเวียนอยู่ในนั้น ใบหน้างามมีสีเลือดมากยิ่งขึ้นแม้มันจะไม่ผุดผ่องเหมือนยามที่เธอยังอยู่ที่หมู่บ้านผนึกกุมภีล์แต่มันก็ดีกว่าสองวันที่ผ่านมา
          หญิงสาวลุกขึ้นนั่งพลางกุมศีรษะหลับตาแน่นเพราะความวิงเวียน แต่เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้วเธอจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
          เราอยู่ที่ไหนกัน? นี่คือถ้ำหรือ?
          เมื่อสำรวจด้วยสายตาแบบหยาบๆ หญิงสาวก็สรุปกับตนเองว่าที่นี่คือถ้ำ เธอลดสายตากลับมามองมือของเธอแล้วจับสัมผัสมันเบาๆ
         
เรายังไม่ตาย? เป็นไปได้อย่างไร?
          ในระหว่างที่อยู่ในความสงสัยของตนเองเสียงประหลาดก็ดังขึ้นที่ปากถ้ำ
          สวบ...สวบ...สวบ
          มันคือเสียงก้าวเดิน มันคือเสียงก้าวเดินของมนุษย์ บุปผาสวรรค์หันไปทางต้นเสียงทันทีแต่แล้วสีหน้าของเธอก็ขาวซีดราวกับกระดาษ เธอกรีดร้องออกมาทันที
         
กะ...กรี้ด
          หญิงสาวมั่นใจว่าตนเองกรีดร้องออกไปแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมาจากปากของเธอเลย
         
อื้อ...
          เธอพยายามส่งเสียงและกระถดร่างกายหนีเมื่อร่างใหญ่โตและเปล่าเปลือยของเขาใกล้เข้ามา แม้จะประหลาดใจเล็กน้อยที่ดวงตาของบุรุษตรงหน้ามีสีดำสนิทและสีผิวไม่ใช่เกล็ดจระเข้แต่อย่างไรก็ตามเธอยังจดจำใบหน้า ผมยาวสลวยและร่างกายกำยำของเขาได้แม่น!
          จะเข้ปีศาจตัวนั้น!
          “ในที่สุดก็ฟื้นเสียที
          บุรุษตรงหน้ากล่าวพลางยกยิ้มเย้ยหยัน
         
รู้หรือไม่ว่าข้าต้องสูญเสียอะไรไปเท่าไรเพราะเจ้า...
          “ฮึก!”
          “หวาดกลัวข้าเข้าไป! ดี! เจ้าจะได้รู้ว่ามนุษย์ผู้ต่ำต้อยเยี่ยงเจ้า ไม่สมควรได้รับการปรนนิบัติจากข้าแม้เพียงนิด!” กุมภีล์หนุ่มบีบปลายคางของเธอแน่น แต่ฉับพลันเขาก็ต้องเบ้หน้าเมื่อรับรู้สึกแรงบีบที่คางของตนเองจนต้องผ่อนแรงลง
         
เพราะ...เพราะอะไร?
          บุปผาสวรรค์ทั้งสับสนและงุนงงเมื่อได้ยินคำกล่าวของพญากุมภีล์ คล้ายกับว่าเขาจะกินเธอแต่เขาพูดเหมือนว่าเขารักษาเธออย่างไรอย่างนั้น
         
หึ! เพราะอะไรอย่างนั้นเหรอ...ที่ข้าต้องสูญเสียพลังปราณไปกว่าครึ่งก็เพื่อพันธะสัญญาโง่งมนั่น! พันธะสัญญาที่เจ้าพวกมนุษย์เจ้าเล่ห์มันสร้างกับดักไว้ให้ข้า!”
          “ฮึก! พันธะสัญญา?
          เสียงแผ่วเบาหลุดออกมาจากปากหญิงสาวอีกครั้ง เธองุนงงและหวาดกลัวมากกว่าที่จะเอ่ยปากถามเจ้าแห่งจระเข้ผู้น่ากลัวตรงหน้า ได้แต่หลุบตาลงเบื้องล่าง...
         
อย่าได้ทำสีหน้าโง่งมให้ข้าเห็นเช่นนั้น!”
          เมื่อเห็นท่าทางไม่กระตือรือร้นของหญิงตรงหน้าเกี่ยวกับพันธะสัญญาเลือดระหว่างเขาและเธอ บุรุษตรงหน้าถึงกับตวาดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวและเอาแต่ใจ
          เฮือก
!
          “หึ! ก็ดี! ในเมื่อข้าดื่มเลือดเจ้าเพื่อคงกระพันไม่ได้ข้าก็จักเสพสมกับเลือดพรมจารีของเจ้าแทน!”
          “ท่านว่าอย่างไรนะ?!”
          บุปผาสวรรค์ถึงกับสะดุ้งอีกครั้งกับคำพูดนั้นและเมื่อเขายกมือขึ้นมาผลักหน้าอกเธอล้มลงบนบรรจถรณ์และตามมาคร่อมทับเอาไว้ ครามอุ่นร้อนประหลาดก็ไหลออกมาจากแขนของเขาเข้าสู่ตำแหน่งหัวใจไหลไปสู่สมองของเธอทันที
          พันธะสัญญาเลือด? เขากับเธอผูกพันกันด้วยพันธะสัญญาเลือด เมื่อใดที่เธอเจ็บเขาจะเจ็บกว่าแสนเท่า เมื่อใดที่เธอปวดเขาจะปวดยิ่งกว่าล้านเท่า และเมื่อใดที่เธอตายเขาก็จะต้องตายไปเช่นเดียวกัน พันธะสัญญาเลือดนี้ไม่มีหนทางแก้ไข หากผู้ใดได้รับแล้วจะต้องถือเป็นคู่ผัวตัวเมียตราบเท่านิรันกาล แต่หากไม่ยอมรับทั้งบุรุษและสตรีผู้นั้นจักต้องตายตกตามกันไป พันธะสัญญาเลือดนี้จักเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อทั้งสองมีสัมพันธุ์สวาทร่วมกันภายในเจ็ดราตรี มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่ยอมรับสัญญา...
         
เฮือก!”
          “นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน?หญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังจากรับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านการกระทำของบุรุษหนุ่ม เขากลับทำเพียงแค่ยิ้มไม่เชิงยิ้มพลางลุกขึ้นนั่งหลังตรง
         
พวกมันฉลาดมากที่ผูกชีวิตลูกหลานของพวกมันไว้กับข้า เจ้าคิดอย่างนั้นใช่หรือไม่...
         
ไม่...ฉันไม่รู้เรื่อง
          “ข้าไม่ปรารถนาจะรู้ว่าเจ้าจะรู้เรื่องหรือไม่ตราบใดที่ชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับเจ้า ข้าจำเป็นที่จะต้องทำให้เจ้ามีชีวิตรอด! ไม่ว่าเจ้าจะอยากหรือไม่ก็ตาม!”
          “ทะ...ท่าน?
         
พลังของข้าไม่สามารถรักษาธาตุของเจ้าได้ทั้งหมด ทำได้เพียงแค่พยุงอาการไว้เท่านั้น ข้าและเจ้าจะต้องตายภายในเจ็ดวัน...
          “…”
          “และวิธีเดียวที่ข้าจะรอดก็คือสมสู่กับเจ้าเสีย!”
          “!!!”
          “ไม่! ให้ฉันตายเสียเถอะ!”
          บุปผาสวรรค์ตะเกียกตะกายลงจากบรรจถรณ์นุ่มละมุนวิ่งโซซัดโซเซไปยังปากถ้ำที่มีละอองน้ำตกกระเซ็นอยู่ คิดเพียงว่าจะต้องกระโดดลงไปให้ตายเสีย แต่วิ่งไปไม่เท่าไหร่ก็ต้องถอยกรูดกลับมาเมื่อเจ้าสมุทรอย่างเขาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอแบบกะทันหัน ดวงตาสีดำสนิทเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เหลือสีดำไว้เพียงแค่ขีดเล็กๆตรงกลางดวงตา ใบหน้าและร่างกายเริ่มมีเกล็ดแข็งๆ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าร่างปีศาจน่ากลัวของเขาจะเผยออกมาเมื่อเขามีอารมณ์โกรธ!
          “คิดจะตายอย่างนั้นหรือ...
          “!!!”
          “ฝันไปเถอะ!”
          เขาสะบัดมือครั้งเดียวถ้ำทั้งถ้ำก็กลับกลายเป็นมืดสนิทมองหาทางออกไม่เป็นสักทาง สิ่งเดียวที่เธอสามารถมองได้ก็คือดวงตาสีเหลืองหนึ่งคู่ที่อยู่ตรงหน้าของเธอเท่านั้น
          ความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบงำหญิงสาวจนร่างกายสั่นสะท้าน เขาหายไปแล้ว ดวงตาสีเหลืองนั้นเช่นเดียวกัน ตอนนี้บุปผาสวรรค์ได้แต่มองอย่างตื่นๆ รอบๆ ตัวเอง ไม่ว่าจะเพ่งสักกี่ครั้งก็ยังไม่เห็นอะไรอยู่ดี ฉับพลันร่างกายกลับปลิวหวือและร่วงหล่นอยู่บนแท่นบรรจถรณ์ที่คุ้นเคยตามด้วยร่างกายหนั่นแน่นที่คร่อมอยู่ด้านบน แม้เธอจะมองไม่เห็นแต่สัมผัสที่ต้นขาของเธอทำให้รู้แน่ชัดว่าร่างใหญ่โตของเขาต้องคร่อมทับอยู่แน่ อีกทั้งลมหายใจที่เป่ารดบนใบหน้าของเธอนั้นเป็นข้อพิสูจน์อย่างดี ใจสาวเต้นระรัวกับการกระทำที่อุกอาจและรวดเร็ว
          วินาทีนั้นมือใหญ่จับเรียวขาเสลาอ้าออกกว้างเพื่อรับร่างกายใหญ่โตมากกว่ามนุษย์ปกติอย่างเขาจนผ้าถุงที่ใส่ร่นสูง ทั้งนั้นยังแทรกเนื้อตัวเปล่าเปลือยเข้ามาตรงกลางจนร่างกายทั้งสองสัมผัสกันแนบนั่น
         
ฮื่อ!”
          หญิงสาวดิ้นรน หัวใจเต้นแรงพลางเนื้อตัวร้อนผ่าวราวกับจับไข้
          ไม่! ไม่มีวัน! เธอยอมตายเสียดีกว่าเป็นทาสสวาทของเจ้าปีศาจตนนี้ บุปผาสวรรค์ตัดสินใจกัดลิ้นตนเองอย่างแรงในทันที!
          “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
          เสียงกรีดร้องของกุมภีล์หนุ่มดังสั่นสะเทือนไปทั้งถ้ำทันที หญิงสาวรีบยกมือปิดหูด้วยความตกใจจนเผลอลืมกัดลิ้นตนเอง
         
เจ้า!”
          แสงสว่างกลับมาสู่ถ้ำอีกครั้ง ใบหน้าของเจ้าแห่งจระเข้แดงก่ำ ความเจ็บปวดทำให้เขาหมดอารมณ์แห่งราคะทันที
         
หากท่านยังข่มเหงฉัน ฉันจะกัดลิ้นตายเสีย ท่านก็รู้ว่าฉันทำจริง!”
          “!!!”
          “...
          “ดี! อีกห้าราตรีนับจากนี้ ข้าจักรอดูว่าเจ้าจะปฏิเสธอารมกฤษณาของเจ้าเยี่ยงไร!”
          ลั่นวาจาจบก็หุนหันจากไปอย่างรวดเร็ว ส่วนบุปผาสวรรค์ได้แต่หอบหายใจด้วยความอกสั่นขวัญผวา ทั้งยังร้อนผ่าวไปตามส่วนต่างๆ ที่ถูกเขาสัมผัสราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่เธอปรารถนาอย่างไรอย่างนั้น
         
ไม่จริง...
          ว่าพลางตบใบหน้าตนเองเรียกสติ แต่เมื่อเวลาผ่านสักพักก็หลับไปอีกครั้งราวกับร่างกายอันบอบบางของเธอต้องการพักฟื้นจนผ่านไปอีกหนึ่งราตรี...
          ....ฝัน เธอฝัน ในฝันนั้นบุรุษผู้หญิงกำลังเดินเข้ามาพยุงร่างกายของเธอ เขาถ่ายเทบางสิ่งบางอย่างเข้าร่างกายของเธอ บางสิ่งบางอย่างนั้นทั้งอบอุ่นและให้ความรู้สึกดี...ดีจนหญิงสาวอยากให้เขาส่งมันมาให้เธอเร็วๆ เธอหันกลับไปกอดร่างของเขาไว้แน่น...
          รู้สึกดี...รู้สึกดีที่สุด อา...
          และเมื่อใบหน้าคมคายนั้นก้มต่ำลงมา...
          ดวงตาสีเหลือง?
          เฮือก
!!!
          “ฉันฝัน!”
          บุปผาสวรรค์ลูบหน้าตนเอง ห่อไหล่แน่น นี่เธอฝันบ้าอะไรกัน? เกือบจะกลายเป็นฝันดีอยู่แล้วเชียวความอบอุ่น ความอ่อนหวานในนั้นกำลังทำให้เธออิ่มเอิบ แต่ทว่า...มันกลายเป็น เขาไปได้อย่างไร?
          เมื่อเรียกสติได้แล้วหญิงสาวก็เริ่มพยุงตัวเองขึ้น วันนี้เธอรู้สึกดีกว่าเมื่อวานดังนั้นหญิงสาวจึงตั้งใจว่าจะออกไปชำระร่างกาย แต่แล้วเมื่อสังเกตตนเองดีๆ อีกครั้งกลับพบว่าท่อนบนของเธอนั้นเปล่าเปลือย เมื่อมองหาชิ้นผ้าก็หาไม่เจอ นี่มัน...นี่มันหายไปตอนไหน?
          บุปผาสวรรค์จนหนทางจะหา เธอดึงผ้าถุงที่ใส่มานั้นขึ้นมากระโจมอก เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานยิ่งหน้าร้อนผ่าว เขาคงเห็นหมดแล้ว...
          หญิงสาวตรงออกไปปากถ้ำ เมื่อเห็นว่าหลังม่านน้ำตกนั้นมีแอ่งน้ำเล็กๆ สามารถใช้ชำระร่างกายได้จึงก้าวลงไป ก่อนที่เธอจะอาบน้ำหญิงสาวก็สอดส่ายสายตามองหา
เขาเมื่อไม่พบใครจึงถอนหายใจและถอดผ้าไว้บนโขดหินนั่งลงแช่น้ำถูเนื้อตัวตนเองทันที
          เมื่อจัดการเรียบร้อยก็รู้สึกถึงความร้อนแปลกๆ จึงตั้งใจจะแช่น้ำก่อนสักครู่ หญิงสาวหลับตาลงพลางเริ่มวางแผนชีวิตตนเอง
          ...เธอจะต้องทำอย่างไรต่อไป? หนีไปอย่างนั้นหรือ? หุบเหวแบบนี้แม้จะหนีจากเขาได้ ไม่นานเธอก็ต้องตายเพราะสัตว์ป่าแน่ๆ หรือไม่เธอก็ต้องตายเพราะพันธะสัญญาเลือดและเขาก็คงเช่นกัน แต่จะให้ยอมตกเป็นของเขาจระเข้เห็นแก่ตัวนั่นน่ะหรือ...เป็นไปไม่ได้
          เมื่ออย่างไรเสียเธอก็ต้องตาย เพียงแค่ยืดเวลาออกไปไม่กี่วันเท่านั้นเอง อย่างไรเสียอยู่ที่นี่ดีกว่าหนีไปให้เหนื่อยน่าจะดีกว่า
          เมื่อแช่น้ำจนรู้สึกดีเล็กน้อยก็เอื้อมมือไปหยิบผ้าถุงมาสวมไว้ แล้วเดินกลับเข้าไปในถ้ำดังเดิม หญิงสาวสำรวจทั่วทั้งถ้ำพบว่าที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากแท่นบรรจถรณ์ แม้จะเป็นถ้ำแต่กลับให้กลิ่นไอสะอาดสดชื่นแถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
          แต่ว่า...ที่นี่ไม่มีอะไรเลยแล้วเธอจะหาอะไรกินได้จากที่ไหนเล่า? ออกไปจากม่านน้ำตกหรือ? ทันทีที่เธอกำลังก้าวออกไปยังปากถ้ำบุปผาสวรรค์ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
         
ทำไมเราไม่รู้สึกหิวเลยเล่า นี่ก็ผ่านมาตั้งสามวันแล้ว เรามั่นใจว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
          “เพราะปราณพลังของข้า เจ้าจะรู้สึกอิ่มทิพย์...ต่างจากข้าที่ต้องออกไปหาอาหารกินเองเช่นนี้ ประโยกหลังเขาได้แต่ต่ออยู่ในใจเงียบๆ
         
เอ๊ะ!”
          เมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มอันคุ้นเคยบุปผาสวรรค์ก็หันไปหาเขาทันที
         
ท่าน
          “ท่าทางของเจ้ายังดูสุขสบายดีนี่
          เขาถากถางมาด้วยแววตา หญิงสาวก้าวถอยหลังอัตโนมัติแต่ทว่าเขากลับเดินจากเธอไปเองเสียหญิงสาวได้แต่สับสนแต่ก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่าดีแล้ว ทั้งที่ลึกๆ ในใจกลับโหยหาร่างตรงหน้าจนแทบจะควบคุมตนเองไม่ได้ รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากร่างกายเปล่าเปลือยหนาแน่นนั่น...
          หญิงสาวสั่นศีรษะพลางกลับไปยังแท่นบรรจถรณ์ นอนลงแต่ในใจกระสับกระส่ายเหลือเกิน สมองเอาแต่คิดถึงเรือนร่างกำยำ ร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ จนเหลื่อไหลเป็นเม็ดๆ ทั้งๆ ที่อากาศเย็นฉ่ำสบาย...

          ใครจะรู้ว่าเขาต้องทนทุกข์ทรมานกว่าเป็นร้อยเท่า อารมณ์กฤษณาอันดำมืดนี้กำลังครอบงำเขา ร่างกายกำยำเกร็งเครียดจนนัยน์ตากลายเป็นสีเหลือง ตามเนื้อตัวเริ่มปรากฏเป็นผิวหนังจระเข้ ผมหนายาวที่ถูกรัดไปบนศีรษะลวกปลิวหลุดตามอาการเกร็งขมวด
         
นี่ข้าห่างหายจากอิสตรีนานเกินไปหรือเพราะความสัปดนของพันธะสัญญาเลือดบ้าๆ นั่น!”
          เขากัดฟันแน่น โดยเฉพาะเมื่อสตรีผู้นั้นหันกลับมามอง กลิ่นหอมอ่อนโชยเข้ามาแตะจมูกเขาจนแทบจะทนไม่ไหว หากไม่กลัวว่านางจะชิงกัดลิ้นตัวเองตายเสียก่อนเขาคงไม่อดทนยอมนางขนาดนี้
         
นางมนุษย์!”
         

          ผ่านไปอีกสามราตรี
          บุปผาสวรรค์ยังได้รับการถ่ายพลังเพื่อรักษาสมดุลธาตุของเธอ พญากุมภีล์จะเข้ารักษาเธอทุกราตรีหลังจากที่เธอหลับ จนจวบเข้าราตรีที่หกแล้ว เวลานี้บุปผาสวรรค์ร้อนรุ่มหัวใจเหลือเกิน ร้อนไปทั้งกายและดวงใจ หญิงสาวทนไม่ไหวถึงกับลุกออกมาอาบน้ำ หญิงสาวไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้ใดตรงคุ้งน้ำ รู้เพียงแต่ว่าจะต้องดับความร้อนนี้ให้ได้ เมื่อลงไปแช่ร่างกายในน้ำใสสะอาดใต้แสงจันทร์แล้วความร้อนก็พลันสลายไปพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมา...ราวกับว่ามันมาจากร่างกายของ...
เขา
          หญิงสาวลืมตาทันทีเมื่อกลิ่นที่แตะจมูกนั้นช่างคุ้นเคย แล้วก็เป็นอย่างนั้นเมื่อพบเจอกับกุมภีล์หนุ่ม ความร้อนที่เคยหายไปกลับมาอีกครั้ง ลำคอเธอแห้งผาก ใบหน้าและร่างกายกลายเป็นสีชมพู ยอดปทุมคู่งามก็หดแข็งเป็นไต ดวงตาคู่สวยกวาดมองทั่วใบหน้าทรงเสน่ห์ก่อนจะไล่ลองมาที่ลำคอ...อกแกร่ง และจุดสีชมพูสองจุดที่ประดับบนนั้น...
         
หึบุรุษตรงหน้าเธอยกยิ้มร้ายทว่าช่างมีเสน่ห์ล้นเหลือ
         
ดูซิว่าเจ้าจะจัดการกับอารมณ์นี้อย่างไร นางมนุษย์...ว่าไปพลางความร้อนรุ่มในตนเองก็ไม่ลดน้อยลงเช่นเดียวกัน ยิ่งใกล้กับเจ้ามนุษย์ผู้นี้ความต้องการยิ่งสูงแต่ก็ต้องอดทนเพื่อเอาชนะตามนิสัยที่ไม่เคยยอมใครของเจ้าแห่งกุมภีล์
          บุปผาสวรรค์ได้สติคืนมาเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น หญิงสาวสั่นศีรษะพลางว่ายน้ำกลับไปยังถ้ำแล้วเข้านอนทันที

 

          ราตรีที่เจ็ด...
          บุปผาสวรรค์นอนกระสับกระส่าย เนื้อตัวร้อนรุ่มจนต้องถีบผ้าถุงผืนเดียวออกจนมันหลุด เผยให้เห็นโนมเนื้ออุ่นและยอดดอกวับแวม ส่วนชายผ้าก็ร่นขึ้นจนเห็นขาอ่อนรำไร
         
ฮื่อ! ฉันเป็น...อะไรไป?
          ในชั่ววินาทีนั้นร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามาในถ้ำด้วยอาการเดียวกัน เขาตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งคร่อมอยู่เหนือร่างงดงาม บุปผาสวรรค์แทบไม่รู้ตัวกับความเร็วของเขาและแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองอยู่ในท่าล่อแหลมแบบนี้ได้อย่างไร ขาทั้งสองข้างของเธอเปิดออกกว้างชันโอบรับสะโพกสอบของเขา ใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ
         
ข้าไม่มีวันยอมตาย...ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ายืดเวลาอีกต่อไป!”
          ไม่ทันไรเถาวัลย์หนาแน่นก็โผล่ขึ้นมารอบๆ แท่นบรรจถรณ์ มันเข้ามัดแขนทั้งสองและขาทั้งสองของหญิงสาวยึดแน่นไว้กับเตียงเสกทันที บุปผาสวรรค์ได้แต่ตาเหลือก หอบหายใจแรง ร่างกายสั่นสะท้านตามฝ่ามือใหญ่ที่ลากไล้ไปมากับต้นขาด้านใน
         
อ๊ะ!”
          หญิงสาวสะดุ้งตามการปัดป่ายอย่างเกเรของพญาจระเข้ตรงหน้า
         
หมดเวลาเล่นสนุกของเจ้าแล้ว ข้าจะสมสู่เจ้าเสียตอนนี้!”

 

______________________________________________________________________________

          1. ในทางพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย ธาตุ 4 ประการ หรือเรียกว่าธาตุกัมมัฏฐาน 4 ได้แก่
ปฐวีธาตุ ธาตุดิน (สิ่งที่มีสถานะเป็นของแข็งในร่างกาย เช่น ผิวหนัง ตา จมูก ปาก ลำไส้ ตับ ฯลฯ)
อาโปธาตุ ธาตุน้ำ (สิ่งที่มีสถานะเป็นของเหลวในร่างกาย เช่น โลหิต น้ำปัสสาวะ เหงื่อ ฯลฯ)
วาโยธาตุ ธาตุลม (สิ่งที่มีสถานะเป็นแก๊สหรือก๊าซในร่างกาย เช่น ลมหายใจ แก๊สในกระเพาะอาหาร ฯลฯ)เตโชธาตุ ธาตุไฟ (อุณหภูมิของร่างกาย พลังงานในการเผาผลาญอาหาร ให้เราร้อนในกายและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย)

           2. บรรจถรณ์ แปลว่าเตียงนอน

 

 

พูดคุย

สมสู่?? ชาละวันใช้คำว่าสมสู่เลยเหรอ

ค้างไหม ลงให้เต็มบทเลยนะคะนี่ ยาวๆ ไปเลยhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/1.gif

ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ ขอเม้นขอไลค์แล้วก็เข้าไปพูดคุยกันได้ในแฟนเพจเนอะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่ชอบ 

จริงๆ แล้วไม่เคยเขียนแนวนี้ คำไหนแปลกๆ แนะนำด้วยนะคะ 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/940275056.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/952284046.gif

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}