Finland (ช้อย)

นิยายเรื่องใหม่ของช้อยอีกเรื่องค่ะ รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายเรื่องนี้ทุกท่านจะชอบ ขอบพระคุณค่ะ / finland (ช้อย)

Chapter 4 : ลืมกันไปแล้วจริง ๆ

ชื่อตอน : Chapter 4 : ลืมกันไปแล้วจริง ๆ

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM,กุมหัวใจมังกร,เล้ง,มังกร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2559 11:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : ลืมกันไปแล้วจริง ๆ
แบบอักษร

 

 

กานต์................................

 

หลายวันก่อนผมได้เจอใครบางคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนสมัยเรียน แต่พอเค้าเห็นหน้าผมแล้วกลับไม่ทักทายผมซักคำ หรือเค้าจะจำผมไม่ได้ 

 

“เด็กหญิงรินดา วันนี้ครูจะไปเยี่ยมผู้ปกครองเธอนะ”   ผมบอกกับรินดาไป  เพราะครูใหญ่ให้ผมไปทำความรู้จักกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทุกคน และจะได้พูดคุยถึงเรื่องการเรียนของเด็กแต่ละคนด้วย

 

“ไปพร้อมกับครูเลยก็ได้”    ผมบอกกับเธอไป เธอยิ้มแป้นรีบขึ้นซ้อนมอไซค์ผมทันที

 

“คุณครูรู้จักบ้านหนูเหรอคะ...?”   รินดาถามผมขึ้น

 

ตอนที่ผมยังเป็นเด็กอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เรืองยังไม่มีน้อง ได้ยินแม่ของรินดาบอกว่าเป็นลูกหลง  ตอนแรกผมไม่แน่ใจเพราะแต่ก่อนเรืองเป็นลูกคนเดียว  เรืองมีน้องหลังจากที่ผมไปเรียนต่อกรุงเทพฯนี่เอง  ผมยังจำทางไปบ้านของเรืองได้คลับคล้ายคลับคลา

 

“เธอบอกทางครูด้วยนะ”   ผมหันไปบอกกับรินดา

 

“ค่าคุณครู”    เธอยิ้มแป้นบอกกับผม

 

ผมพารินดามาส่งที่บ้านและจะพบกับผู้ปกครองด้วย  พอมาถึงบ้าน  ผมมองไปรอบ ๆ ผมยังจำได้ดี บ้านที่สมัยตอนผมเป็นเด็กได้มาวิ่งเล่นที่นี่เป็นประจำ ไล่จับปูจับปลาในนากันสนุกสนาน

 

“พี่เรืองคงอยู่ข้างบนมอไซค์ยังอยู่  ครูขึ้นข้างบนบ้านก่อนสิคะ”  รินดาบอกกับผม 

 

“อ้าวครูกานต์มาส่งรินเองเลยเหรอ..? รบกวนแย่ ป้าว่าจะไปรับอยู่พอดี”   แม่ของรินดารีบลงบันไดมาทักทายผม

 

“วันนี้ผมมาเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียนหน่ะครับ เลยให้รินดาติดรถมาด้วย”  ผมยิ้มบอกไป

 

“เชิญ ๆ  เชิญขึ้นข้างบนบ้านก่อน”   แม่ของรินดากล่าวเชื้อเชิญผม  ผมถอดรองเท้าแล้วขึ้นบันไดตามป้ากับรินดาไป

 

“เรืองคงอยู่ในห้อง เดี๋ยวป้าไปตามมาให้นะ”   

 

“ไม่เป็นไรครับป้า  ผมจะมาคุยเรื่องรินดาครับ”   แม่ของรินดาเลยนั่งลงข้าง ๆ ผม

 

“รินไปหาน้ำหาท่ามาให้ครูสิ”   ป้าบอกกับลูกสาวไป  รินดารีบเข้าไปในครัวใช้ขันเงินตักน้ำในตุ่มเอามาให้ผม

 

“ยัยรินเป็นยังไงบ้างครู...? มันซนมันดื้อมั้ย...?”   ป้าถามผมขึ้น

 

“รินดาเป็นเด็กเรียนดี ขยัน ไม่ดื้อไม่ซนครับป้า”   ผมบอกไปรินดานั่งยิ้มแป้นอยู่ใกล้ๆ

 

“มีอะไรก็สั่งสอนมันได้เลยนะครู  ป้ากับลุงก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ต้องไปนาทุกวัน”  ป้าบอกกับผม

 

“ครับ”

 

“เรือง ครูกานต์มาแน่ะ”    แล้วป้าก็หันไปบอกกับใครบางคน   ผมหันไปมอง  เรืองมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ

 

“ช่างดิ.. มาทำไม...? ไม่สนใจอยู่แล้ว”    เรืองบอกกับป้าโดยที่ไม่มองผมซักนิดแล้วก็รีบเดินลงบันไดไป

 

“ไอ้ลูกคนนี้นี่”  ป้าส่ายหน้ามองตามหลังลูกชายไป

 

“ขอโทษแทนไอ้เรืองมันด้วยนะครู  แต่ก่อนมันไม่ใช่เป็นคนแบบนี้ ตั้งแต่มันคบเพื่อนคบฝูง มันเลยเปลี่ยนไป”    ป้าบอกกับผม 

 

"ไม่เป็นไรครับป้า"   ผมได้แต่ยิ้มกลับ

 

“เรืองเค้าคงลืมผมแล้วจริง ๆ ก็แค่เพื่อนสมัยเรียนประถมคงไม่มีอะไรที่น่าจดจำ”   ผมได้แต่บอกกับตัวเอง

 

..............................................................................

 

เรือง..............................

 

ผมเดินกระแทกเท้าลงบันไดบ้านมาเมื่อเห็นใครบางคนที่ผมไม่อยากเจออยู่บนบ้านกับแม่กับน้อง

 

“จะมาทำไมวะ..?”   ผมสตาร์ทมอไซค์แล้วบิดออกจากบ้านมาอย่างหัวเสีย  จนมาถึงบ้านไอ้ขม

 

“พี่วันนี้มาแต่วันเลยนะ”   ไอ้ขมมันชะโงกหน้าต่างลงมามองผม   ผมเข้าไปนั่งใต้ถุนบ้านมัน  ไอ้ขมรีบเดินลงบันไดมาหา

 

“มึงมีเหล้าเหลือที่บ้านบ้างมั้ยวะ...?”   ผมหันไปถามไอ้ขม

 

“วันนี้ไม่ไปสามแยกเหรอพี่...?”  ไอ้ขมทำหน้าหมางงถามผม

 

“กูจะแดกที่นี่ มีปัญหาอะไรมั้ยไอ้ขม...?”   ผมตะคอกไอ้ขมกลับ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องโกรธมากขนาดนี้ เห็นอะไรก็ผิดหูผิดตาไปหมด

 

“ได้ ๆ ๆ เดี๋ยวผมไปเอามาให้”   ว่าแล้วไอ้ขมก็วิ่งขึ้นไปบนบ้าน กลับลงมาพร้อมกับขวดเหล้าเถื่อน แก้วสองใบ

 

ผมรินเหล้าใส่แก้วแล้วยกซด  “แม่งบาดคอชิบหาย”    ถุ้ย...  ผมถุ้ยน้ำลายทิ้ง  ผมเทเหล้าใส่แก้วอีกครั้งแล้วกระดกดื่ม  ผมทำหน้าเหยเกเมื่อเหล้าเข้าปาก  ไอ้ขมมันได้แต่นั่งมองผม

 

“พี่ผมถามจริง พี่เป็นอะไรหรือเปล่า...? เห็นอารมณ์ไม่ดีมาสองสามวันละ”  ไอ้ขมมันถามผม

 

“มึงจะรู้ไปทำไมวะ...? ม่ะ... แดกๆ อย่าพูดมาก”  ผมเทเหล่าใส่แก้วแล้วยื่นให้ไอ้ขม  คืนนั้นผมกับไอ้ขมกินเหล้าด้วยกันสองคนจนดึก เมาแอ๋ขี่รถกลับบ้านไม่ไหวนอนแม่งใต้ถุนบ้านไอ้ขมนั่นแหล่ะ เช้าก็กลับบ้าน

 

“เรืองไปนอนไหนมาลูก...?”   แม่เดินลงบันไดมาเตรียมตัวจะไปนาถามผมขึ้น

 

“บ้านไอ้ขม  แล้วรินไปโรงเรียนยัง..?”   ผมถามแม่

 

“ไปแล้ว พ่อเอ็งไปส่ง มาโน่นไง”    ผมหันไปมองเห็นตาแหวงกำลังขี่อีแก่เข้าบ้าน ผมรีบเดินขึ้นบ้าน ขี้เกียจฟังแกบ่นอีก

 

“ไอ้ลูกเวร เพิ่งกลับเหรอวะ...? วัน ๆ  เอาแต่เมาหัวราน้ำ”  น่าน....ตาแหวงไม่ปล่อยผมไว้อยู่แล้ว  ผมเข้ามาในห้อง ล้มตัวลงนอน

 

“ง่วงชิบหาย ยุงกัดทั้งคืน”   เมื่อคืนผมนอนไต้ถุนบ้านไอ้ขมดีที่ยุงไม่หามผมไป

 

.......................................................

 

กานต์................................................

 

ตั้งแต่ผมเจอเรืองที่บ้านเมื่อวันก่อน ผมก็ไม่เจอเรืองอีกเลย ผมไม่รู้ว่าเค้าโกรธอะไรผมนักหนา หรือว่าเค้าจำผมไม่ได้แล้ว ก็เรียนมาด้วยกันตั้งหกปีทำไมลืมง่ายอย่างนั้น ผมได้แต่คิด

 

“สวัสดีค่าคุณครู”    รินรีบวิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับยกมือไหว้  ผมหันไปมองวันนี้เป็นพ่อของรินดามาส่ง 

 

รินดาทักทายผมเสร็จก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องเรียน  ผมยืนรอนักเรียนจนเกือบแปดโมงเช้า ก็กลับเข้ามาเคารพธงชาติ

 

วันนี้ผมก็สอนของผมตามปกติ  จนเลิกพักกลางวัน ครูกับนักเรียนทั้งหมดก็ไปทานข้าวที่โรงอาหารพร้อมกัน เพราะมีบรรดาผู้ปกครองของเด็กนักเรียนผลัดเปลี่ยนมาทำกับข้าวเตรียมไว้ให้ทุกวัน  ผมนั่งทานกับครูท่านอื่น รินดานั่งใกล้ๆ ตรงข้ามกับผม เธอคุยอยู่กับเพื่อนของเธอ

 

“แตงเราไม่ชอบพี่ของแตงเลยนะ”  แล้วรินดาก็พูดขึ้น

 

“ทำไมเหรอ...? พี่น้ำหวานไปทำอะไรให้ตัวไม่ทราบ”  เพื่อนของรินทำหน้างงถามขึ้น ผมก็ได้แต่แอบมอง

 

“พี่ของเธอชอบมาวุ่นวายกับพี่เรืองของเรา”  รินดาบอกกับเพื่อนไป

 

“อ้าว ก็พี่เรืองกับพี่น้ำหวานเป็นแฟนกันนี่นา” 

 

อ่อ..... เรืองมีแฟนแล้วนี่เอง  ทำไมพอได้ยินแล้วมันเจ็บแปลบขึ้นมา ช่างเถอะ..เรื่องของเค้า เค้ายังจำเราไม่ได้เลย

 

“เป็นอะไรไปคะครูกานต์ กับข้าวไม่อร่อยเหรอวันนี้”    ผู้ปกครองนักเรียนที่มาทำกับข้าวให้เอ่ยถามผมขึ้น คงเห็นว่าผมเหม่อไม่ยอมทานซักที

 

“เปล่าครับ กับข้าวอร่อยมากเลยครับ”   ผมยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก

 

“กับข้าวมีอีกตั้งเยอะ ครูทานเยอะ ๆ นะคะ”   

 

ผมชอบในน้ำใจไมตรีของคนที่นี่มาก ถึงแม้พวกเค้าจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรก็ตาม เป็นชาวนาชาวไร่กันเกือบทั้งหมู่บ้าน แต่พวกเค้ามีอะไรที่มากกว่าคนในเมืองหลวงไม่มี ผมอยู่ที่กรุงเทพฯมาหลายปี ผมรู้ดี  ผมดีใจที่ได้กลับมาเป็นครูที่บ้านเกิดอีกครั้ง 

 

พอโรงเรียนเลิก ผมต้องไปเยี่ยมผู้ปกครองของเด็กอีกตามเคย วันหนึ่งผมเยี่ยมได้แค่ครอบครัวเดียว เพราะมีเวลาแค่ตอนเย็นเท่านั้น  ผมขี่รถมอไซค์ผ่านสามแยกหน้าหมู่บ้าน เห็นมีกลุ่มผู้ชายกำลังตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ ที่นี่ถือเป็นเรื่องปกติเพราะไม่มีแสงสีเหมือนในตัวเมือง ตกเย็นก็ตั้งวงพูดคุยพบปะกัน

 

“พี่กานต์หวัดดีครับพี่”   แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากวงเหล้า ผมจำได้ขมนั่นเอง  ผมจอดรถเห็นมีผู้ชายหลายคนนั่งอยู่ แต่ที่นั่งใกล้ ๆ ขม ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเรืองที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับพร้อมกับหญิงสาวสวยประจำหมู่บ้านนั่งคลอเคลียกันอยู่  ผมคงมาขัดจังหวะพวกเค้าสินะ เรืองถึงไม่พอใจไม่ยอมมองผมเลยซักนิดเอาแต่กระดกเหล้าดื่ม 

 

“พี่กานต์มานั่งด้วยกันมั้ยพี่...?”     ขมเอ่ยปากชวนผม  ผมยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไรไป

 

“จะเรียกทำไมวะไอ้ขม....!!! มึงนี่เสือกดีชิบหาย”  แล้วเรืองก็หันไปด่าขม จนขมหน้าเหวอ

 

“ยังน่ารักเหมือนเดิมนะกานต์”  แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น 

 

“เราเมฆไง จำกันได้หรือเปล่า...??”   อ๋อ เมฆเพื่อนสมัยเรียนประถมด้วยกัน

 

“จำได้ สบายดีนะเมฆ”   ผมถามกลับไป

 

“อื่อ สบายดี ดีใจที่นายกลับมาที่บ้านเราอีกครั้ง”    ผมได้แต่ยิ้มตอบกลับไป  ผมเห็นว่าสีหน้าเรืองเริ่มไม่พอใจมากขึ้น ผมเลยขอตัวกลับ  ผมไม่อยากมีปัญหากับใคร

 

 

 

.............................................................

To be continue..........................

.............................................................

มาแล้วววว วันนี้มาช้าหน่อยระบบล่มตั้งแต่เมื่อคืน ไม่เป็นไรมาช้ายังดีกว่าไม่มาเน๊อะ....http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/940275056.gif

 

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป โปรดคอยติดตาม

ทำไมเรืองถึงโกรธเกลียดกานต์มากขนาดนั้น 

ช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเค้าด้วยนะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลัง 

ขอบพระคุณค่า

 

 

finland (ช้อย)

 

 

 

ความคิดเห็น