facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 23 ลงเขาเมื่อฟ้าสาง

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 ลงเขาเมื่อฟ้าสาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 851

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 ลงเขาเมื่อฟ้าสาง
แบบอักษร

 

ผู้ว่าการไม่ใช่คนโง่เขลา จึงอาศัยตอนที่มีคนอยู่กันเยอะเช่นตอนนี้กล่าวถึงเรื่องนี้ออกมา เช่นนี้ชื่อเสียงของบรรดาคุณหนูก็จะสามารถรักษาไว้ได้อย่างแท้จริง 

แม้จะรู้สึกว่าเจียงเผิงจีนั้นคุยโวไปสักหน่อย แต่หากสิ่งที่นางพูดนั้นนางทำได้จริงๆ ล่ะ? 

อ้อ ต่อมาก็ถึงเวลาที่เธอเสแสร้งแกล้ง...ไม่สิ ถึงเวลาที่เธอจะต้องสาธยายอย่างยาวเหยียดอีกครั้งแล้ว เธอพูดจนคนฟังต่างอึ้งตะลึงงัน 

รอจนได้เห็นคุณหนูแต่ละตระกูล ที่นอกจากใบหน้าจะปรากฏให้เห็นความเหนื่อยล้าแล้ว แต่อย่างอื่นต่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ยามนั้นยิ่งต้องเชื่อแล้ว 

ขณะนั้น จิตใจที่พุ่งทะยานขึ้นของผู้ว่าการก็ดิ่งลงเหวถึงขีดสุด เขาประเมินเธอไว้สูงมาก 

เด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยรักษาตำแหน่งและชีวิตน้อยๆ ของเขาเอาไว้โดยแท้ ไม่เช่นนั้นคงจะโดนเหล่าคุณหนูรุมจ้องหน้าไปแล้ว ต่อให้ผู้ว่าการจะมีภูมิหลังที่ดีอยู่บ้าง แต่จุดจบจะต้องถูกปืนใหญ่ยิงตายเป็นแน่ แม้กระทั่งดิ้นรนต่อสู้ยังไม่มีสิทธิ์จะได้ทำ 

ในระหว่างการดำรงตำแหน่งของเขากลับมีเรื่องร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น เขาอยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอด! 

เขามองดูบรรดาคุณหนูที่ถูกบ่าวไพร่หามขึ้นเกี้ยวแบกลงเขาไป เหลือแต่เจียงเผิงจีที่ไม่มีใครแล สายตาผู้ว่าการก็เป็นประกาย 

“หลานชายหลิ่วเอ๋ย ลงเขาไปกับข้าดีหรือไม่ ทางบนเขาขรุขระ ไม่มีคนนำทางเช่นนี้จะหลงได้ง่าย” 

ผู้ว่าการเป็นคนฉลาด อาศัยตอนที่เจียงเผิงจียังไม่ทันตั้งตัว เรียกเธอว่า ‘หลานชาย’ เพื่อความสนิทชิดเชื้อ 

เธอไม่ทันได้ฉุกคิดก็พยักหน้าตอบรับ แม้ว่าเธองจะไม่รู้ว่าผู้ว่าการมาเป็นลุงของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ตาม 

กลุ่มของเฟิงจิ่นแอบตามเหล่าบรรดาคนรับใช้ลงเขาไปแล้ว ไม่น่าจะหลงทางได้ เช่นนั้นเธอห่วงแค่ตัวเองก็พอ 

ไม่รู้คนในบ้านหลิ่วหลานถิงคิดอะไรกันอยู่ ลูกชายหายไปทั้งคนกลับไม่ส่งใครออกมาตามหา 

เธอคิดขณะนั่งบนเกี้ยวที่ถูกหามลงเขา พอถึงทางพื้นเรียบแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปนั่งรถม้า 

บนรถม้านั้น เจียงเผิงจีเบื่อหน่ายยิ่ง จึงสั่งให้ระบบเปิดการถ่ายทอดสดเพื่อพูดคุยกับผู้ชมแก้เบื่อ 

แต่ช่องของเธอเป็นช่องไลฟ์น้องใหม่ เมื่อวานที่มีเหล่าผู้ชมเข้ามาดูได้นั้น เป็นเพราะความโชคดีล้วนๆ วันนี้เห็นทีจะไม่มีโชคเอาเสียเลย 

ต่อให้เป็นรถม้าส่วนตัวของผู้ว่าการ แต่ก็ยังคงโคลงเคลงเวลาเคลื่อนตัว แต่ก็นับว่าดีกว่ารถลากของพวกโจรอยู่ไม่น้อย รถผู้ว่าการขับได้มั่นคงกว่า แม้จะรู้สึกสะเทือนอยู่บ้าง แต่นั่งนานๆ ไปกลับไม่รู้สึกผะอืดผะอมเท่าใดนัก 

เมื่อเห็นเจียงเผิงจีนั่งเงียบไม่พูดไม่จา เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงเมื่อครู่ที่อีกฝ่ายยืนอยู่อย่างเดียวดาย 

“หลานชาย ยามนี้เจ้าคงกำลังคิดใช่หรือไม่ว่า เหตุใดที่บ้านจึงไม่ส่งคนออกมาตามหาเจ้า” 

ผู้ว่าการไม่มีความช่างสังเกตเท่าเจียงเผิงจี แต่อยู่ในราชการมานาน ในด้านหลักทำนองคลองธรรม นับได้ว่าเจ้าเล่ห์ไม่น้อย 

เจียงเผิงจีได้ยินจึงได้สติขึ้นมา จิตใต้สำนึกรีบประมวลผลความทรงจำของหลิ่วหลานถิงที่มีต่อครอบครัวอย่างรวดเร็ว พลางขมวดคิ้ว 

“อาจเพราะท่านพ่อใกล้จะกลับมาแล้ว ในจวนมีเรื่องต้องจัดการมากมายจึงไม่มีเวลาส่งคนมา...” 

ปากเธอตอบไปเช่นนั้น แต่ใจกลับรำคาญนัก 

ในสถานที่ที่กฎหมายคุ้มครองไม่ถึงเช่นนี้ ผู้หญิงคนนั้นยังกล้าทำถึงขนาดนี้ 

มารดาของหลิ่วหลานถิงเกิดในตระกูลใหญ่ที่เมืองหลางหยา ครองรักกับบิดาเขามาหลายปี สองสามีภรรยารักใคร่ปรองดองกันมาโดยตลอด แต่งงานได้สองปีก็มีบุตรชายคนแรกด้วยกันหนึ่งคน แต่ไม่ถึงสองปีก็มาตายจากไป ปีที่สี่จึงมีฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง นี่นับเป็นสิ่งมงคลยิ่ง 

เมื่อได้บทเรียนจากเรื่องของบุตรคนโต พอมีลูกชายคนรองและลูกสาวคนโตของบ้าน สองสามีภรรยาจึงเอาใจใส่ดูแลอย่างสุดความสามารถ แต่เพราะคนรับใช้ดูแลไม่ถี่ถ้วนดี บุตรชายคนรองที่อายุได้เพียงสี่ขวบก็ตกน้ำจากไป 

ต่อมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข่าวลือจึงแพร่สะพัดไปว่าเด็กที่ตกน้ำตายนั้นเป็นแฝดหญิงผู้น้อง ไม่ใช่แฝดชายผู้พี่ 

จากนั้นมา ร่างกายของมารดาหลิ่วหลานถิงก็ทรุดโทรมลงทุกวัน ไม่ถึงครึ่งปีก็ตายจากไป 

เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองตระกูลเอาไว้ และเพื่อดูแลหลิ่วหลานถิง ผู้เป็นบิดาจึงถูกกล่อมให้แต่งงานกับน้องสาวต่างสายเลือดของผู้เป็นมารดา เพื่อให้มาเป็นภรรยาคนใหม่ 

ในความเป็นจริงแล้ว เจียงเผิงจีไม่เข้าใจตรรกะความคิดนี้เลยสักนิด 

ภรรยาตายก็แต่งกับน้องสาวของภรรยาเอามาเป็นเมีย ความคิดของผู้ชายในโลกนี้นี่นางไม่เข้าใจจริงๆ 

อร่อยล้ำก็ต้องเป็นเกี๊ยว เล่นได้สนุกก็ต้องพี่สะใภ้ หลับนอนถึงใจก็ต้องเป็นน้องสาวเมียหรืออย่างไร? 

แน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าแม่เลี้ยงคนนี้ไม่ดีกับนาง 

คนนอกอย่างเธอยังดูออก แม่เลี้ยงปฏิบัติต่อ ‘ลูกเลี้ยง’ดั่งลูกในอกแท้ๆ ทุกวันล้วนเอาใจใส่ 

ใช้เวลาดูแลเรื่องการเรียนของนาง ทั้งยังไม่กล้าเข้มงวดเกินไป บางครายังเข้าครัวตุ๋นน้ำแกงบำรุงร่างกายให้นางด้วยตนเอง กิจวัตรประจำวันคือตบตีกับสาวใช้ข้างกายนาง พออากาศเปลี่ยนเข้าหน่อยก็รีบไปจัดเตรียมของบำรุงมาให้ ป้องกันเอาไว้ไม่ให้นางป่วย 

ในแง่ของการเลี้ยงดูในยุคนี้ นี่นับว่ามีมาตรฐานเทียบเท่าการดูแลของมารดาแท้ๆ 

ปัญหาอยู่ที่ภรรยาน้อยอีกคนของบิดา 

แม้มีศักดิ์เป็นภรรยาน้อย แต่ภายในจวนใครๆ ก็มักจะเรียกนางว่าเตี๋ยฟูเหริน 

อ้อ ขอพูดเลยแล้วกัน เตี๋ยฟูเหรินผู้นี้คือลูกพี่ลูกน้องของบิดา ชาติกำเนิดไม่เลว เดิมสามารถแต่งงานเป็นภรรยาใหญ่เข้าบ้านอื่นได้ แต่ไม่รู้ว่าสมองมีปัญหาที่ตรงไหน จึงยืนยันหัวชนฝาจะแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของบิดาให้ได้ โดยไม่สนใจเสียงเหยียดหยามของคนรอบข้าง 

จี้ฟูเหริน[1] เป็นคนขี้โรค ร่างกายอ่อนแออยู่ตลอด เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็ล้มหมอนนอนเสื่อ จนยามนี้ก็ยังไม่ดีขึ้น จำนวนครั้งที่รู้สึกตัวในแต่ละวัน น้อยเสียจนน่าสงสาร 

ผู้ที่กุมอำนาจในจวนอยู่ตอนนี้ก็คือเตี๋ยฟูเหรินที่มีอำนาจบาตรใหญ่ ดังนั้น หากไม่มีใครออกไปตามหาเธอ ก็พอจะให้อภัยได้อยู่ 

เจียงเผิงจียกมือจับหน้าผาก พลางรู้สึกว่าเมื่อตนกลับไปถึงที่นั่น อาจจะได้เห็นโลงศพมาตั้งไว้รอแล้ว 

อ่า หากนึกตามภาพในความทรงจำของหลิ่วหลานถิงแล้ว มีความเป็นไปได้ที่เตี๋ยฟูเหรินจะทำเช่นนั้น 

ผู้ว่าการมองสีหน้าของเจียงเผิงจีแล้วไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หยั่งรู้ได้ว่ายามนี้นางกำลังจะต้องเผชิญกับเรื่องยุ่งยากแล้ว 

“วันนี้เป็นวันซิวมู่[2] เดิมทีข้าเชิญพวกพ้องมาร่วมดื่มชาที่บ้าน แต่เมื่อวานกลับเกิดเรื่องนั้นขึ้นเสียก่อน จึงรีบให้พ่อบ้านส่งเลื่อนออกไป คิดไม่ถึงว่าจะจบเรื่องได้ไวเพียงนี้ ยามนี้จึงว่างนัก หลานชายเจ้ายอมให้ข้าไปส่งเจ้าเถอะ จะได้เป็นการฆ่าเวลาข้าด้วย” ผู้ว่าการหุ่นท้วมกล่าวอย่างอ่อนโยน ท่าทีราวกับว่าสนิทชิดเชื้อกันมาก 

“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก” เจียงเผิงจียกมือคำนับ มีผู้ว่าการไปส่งเช่นนี้ ลดความยุ่งยากไปได้มากโข 

ขณะนั้น ระบบที่เงียบมากนานก็ดีใจจนเนื้อเต้น 

[โฮสต์ ต่อไปนี้คุณก็จะได้สัมผัสกับการแก่งแย่งอำนาจกันภายในตระกูลเป็นครั้งแรกในชีวิต หากเริ่มได้ดีตั้งแต่ต้นก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดี ซ้ำยังไม่เปลืองแรงอีกด้วย] 

แม้เจียงเผิงจีจะเกลียดการแก่งแย่งชิงดีในวังเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือว่าพอจะรับสงครามแก่งแย่งกันภายในบ้านได้อยู่ 

สงครามการแก่งแย่งภายในบ้านนั้น ภรรยาใหญ่ไม่จำเป็นต้องตบตีกับภรรยาน้อย หรือภรรยาน้อยคอยยั่วยุภรรยาใหญ่เสมอไป แต่จะเป็นการทะเลาะกันของเหล่าบุตรชายบุตรสาวของบ้านใหญ่ บุตรชายบุตรสาวของบ้านรอง แม่ใหญ่ แม่รอง หรือพี่ชายน้องสาวทะเลาะกันก็ได้ หรือขัดแย้งกันไปมาจนถึงรุ่นย่าก็มี หากดวงซวยหน่อยก็ได้ไปขัดแย้งกับญาติที่แปลกๆ  

โฮสต์ของเราคงจะไม่ใช้ความรุนแรงตบคนจนตายใช่ไหม 

เจียงเผิงจี “น่าเบื่อ” 

ระบบโมโหจนขีดสุด แต่ก็รีบบอกกับตัวเองให้ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ “งั้นคุณคิดว่าอะไรถึงจะน่าสนใจล่ะ!!!” 

“แม่เลี้ยงกับเตี๋ยฟูเหรินคนนั้น...” เจียงเผิงจีพูดได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดไป แล้วกล่าวต่อว่า “ต่างก็งดงามหมดจดไม่น้อยเลย” 

ระบบ: […] 

รับรู้ได้ในทันที 

เย็-แม่ม นายท่านหลิ่ว ลูกชายปลอมๆ ของท่านกำลังวางแผนเต๊าะเมียรองกับเมียน้อยของท่านอยู่! 

 

 

[1] จี้ฟูเหริน หมายถึง ภรรยารองหรือภรรยาคนที่สอง ที่มารับตำแหน่งแทนภรรยาคนแรกที่เสียชีวิตไปแล้ว 

[2] วันซิวมู่ คือ วันหยุดงานของขุนนาง ข้าราชการ โดยแต่ละราชวงศ์ แต่ละยุคสมัยก็จะกำหนดวันซิวมู่แตกต่างกันไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว