facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21 ลงเขายามฟ้าสาง

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ลงเขายามฟ้าสาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 831

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 16:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ลงเขายามฟ้าสาง
แบบอักษร

 

เจียงเผิงจีเลิกคิ้วและพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านกับข้าต่างก็เป็นบุรุษเพศเหมือนกัน เมื่อครู่ก็ยังได้พูดคุยกันถูกปาก ก็นับว่าได้รู้จักกันแล้ว ขอยืมเสื้อผ้าของท่านสักหน่อย เดี๋ยวก็จะคืนให้ ถ้าถึงยามฟ้าสาง มีคนจากตระกูลมาตามหา การที่ข้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ ไม่นับว่าเป็นการเสียมารยาทหรอกหรือ” 

ก่อนหน้านี้หลิ่วหลานถิงก็เคยถูกแทงเพื่อช่วยเว่ยจิ้งเสียนมาก่อนแล้ว บางทีอาจจะด้วยเพราะความโชคดี หลิ่วหลานถิงจึงไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก แต่เสื้อผ้าของเขาโดนมีดกรีดจนขาด ขนาดผ้าที่รัดอกอยู่ยังเกือบจะหลุดแล้วเลย ปิ่นที่รัดผมไว้ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้หายไปไหน 

ถ้าหากคนในตระกูลมาเจอเธอในสภาพเช่นนี้ ก็คงจะรู้ได้ทันทีว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิง 

ถ้าเทียบกันแล้ว การที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจะขอยืมเสื้อผ้าของอีกคนที่พอจะพูดคุยกันได้เพื่อแก้ขัด ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร 

ชายหนุ่มคนนั้นก็คงจะคิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่ใบหูของเขาก็ยังคงแต้มไปด้วยสีแดงเถือกอยู่เช่นเดิม 

เขาบอกให้ผู้คุ้มกันไปหยิบเสื้อผ้าสะอาดที่ยังไม่เคยใส่มาให้เจียงเผิงจีชุดหนึ่ง ในเมื่อคุณหนูสูงศักดิ์ที่กล้าหาญชาญชัยผู้นี้ไม่ถือสา สุภาพบุรุษเช่นเขาก็ไม่ควรกระทำการใดที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเหมือนกัน โชคดีที่ก่อนจากมา ท่านพ่อท่านแม่กำชับให้เตรียมชุดใหม่ไว้หลายๆ ชุด ส่วนมากก็ยังไม่เคยผ่านการสวมใส่มาก่อน 

ตอนที่ถูกตามฆ่าก็ทำหายไปหลายชุด แต่ก็น่าจะยังพอมีเหลืออยู่บ้าง 

เจียงเผิงจีกล่าวขอบคุณ ชายหนุ่มผู้นี้สูงกว่าเธอนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้อ้วนกว่าเธอมากมาย ใส่แล้วก็เรียกว่าพอดีตัว 

[หลานชุยอวี้ปู้เจ๋อ]: อ๊ากกก นี่โฮสต์จะไลฟ์สดตอนอาบน้ำให้ดูเหรอ? 

[โทวตู้เฟยฉิว]: ฉันว่าไม่มีทางไลฟ์ให้ดูหรอก น่าจะปิดแหละ จริงด้วย จะเป็นไปได้ยังไง 

[โฮสต์ V]: วันนี้ใช้เวลาไลฟ์นานมาก ทุกคนช่วยกดติดตามช่องนี้กันด้วยนะ เดี๋ยวถ้าเปิดไลฟ์อีกมันจะได้ขึ้นแจ้งเตือน 

เมื่อพูดจบ เธอก็สั่งให้ระบบทำการปิดการถ่ายทอดสดเสีย 

“ดูแล้วการไลฟ์ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยหนิ...” 

ก็เพียงแค่ว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีผู้ชมอยู่ตลอด รู้สึกแปลกๆ นิดๆ  

ระบบ: “...อย่าเรียกการกระทำของคุณเมื่อกี้ว่าเป็นการถ่ายทอดสดเลย...ผมว่าผมควรจะไปสงบจิตสงบใจสักหน่อย” 

ดันต้องมาเจอกับโฮสต์แบบนี้ มันรู้สึกเหมือนชีวิตการเป็นระบบของมันช่างสูญเปล่า ยิ่งยอดผู้ชมยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย 

หุบเขาโจรยังคงเงียบสงัดอยู่เช่นเดิม หารู้ไม่ว่าตอนนี้ด้านนอกในเมืองเหอเจียนนั้นวุ่นวายไปขนาดไหนแล้ว 

ตระกูลที่บุตรสาวของตัวเองถูกจับตัวไปต่างก็ให้บ่าวไพร่ในบ้านพากันออกมาตามหาบุตรสาวกันให้ทั่ว ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน นายอำเภอที่รับผิดชอบพื้นที่แถวนี้ พอได้รับข่าวก็ตกใจจนวิญญาณแทบจะออกจากร่าง ไม่มีกระจิตกระใจขนาดจะสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก็รีบร้อนออกไปช่วยตามหาคนทันที 

นี่มันล้อเล่นหรือเปล่า ถึงแม้เมืองเหอเจียนจะไม่ใหญ่ แต่คุณหนูสูงศักดิ์ที่อาศัยในเมืองก็มีอยู่ไม่น้อย พวกนางล้วนเป็นคนที่เขาไม่กล้ายุ่งด้วยทั้งสิ้น 

ความจริงแล้ว ทุกตระกูลต่างก็พยายามที่จะปิดข่าวนี้ไว้ให้เงียบที่สุด หากใครรู้เข้าว่าบุตรสาวบ้านนี้ถูกโจรชั่วจับตัวไป ชื่อเสียงคงได้ป่นปี้กันแน่ 

ถึงแม้จะหาตัวพบ แต่การที่พวกนางถูกโจรจับตัวไปหนึ่งคืน ก็เกรงว่าขนาดญาติมิตรก็คงจะไม่เชื่อว่าพวกนางยังบริสุทธิ์ไร้มลทินเป็นแน่ 

แต่ว่า เรื่องการที่พวกคุณหนูสูงศักดิ์ถูกลักพาตัวไปนับเป็นเรื่องใหญ่ ข่าวนี้จึงเหมือนติดปีก ที่รู้กันไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะพยายามปิดแค่ไหนก็ปิดไม่มิด เวลาล่วงเลยผ่านไป พวกเขาก็ยังไม่สามารถช่วยคุณหนูพวกนั้นกลับมาได้ ขนาดว่ารังของพวกโจรอยู่ไหนก็ยังไม่รู้เลย 

ฟ้าค่อยๆ สว่างขึ้น จิตใจของผู้คนต่างก็ยิ่งหนักอึ้ง 

ผู้หญิงโสดที่ถูกจับตัวไปก่อนที่จะได้แต่งงาน ถึงความผิดนี้จะไม่ถึงตาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ 

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องแต่งงาน ดีที่สุดก็คงจะหาได้แค่พวกบุตรนอกสมรสหรือ ไม่ก็บุตรคนโตของตระกูลเล็กๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ว่าหลังจากแต่งงานไปบ้านสามีจะเอาเรื่องนี้มาดูถูกสะใภ้ใหม่หรือกลั่นแกล้งหรือไม่ ก็คงจะไม่ต้องสงสัยเลย 

แน่นอนว่า คุณหนูสูงศักดิ์บางคนที่รับเรื่องนี้ไม่ไหว ก็คงจะทำได้แค่โกนหัวแล้วบวชเป็นชี ใช้ชีวิตศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่ในอารามไปตลอดชีวิต 

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงยามสาย หมอกยามค่ำคืนก็เริ่มที่จะระเหยหายไป บ่าวไพร่ที่อดนอนมาทั้งคืนเริ่มที่จะบ่นกัน 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พวกเขาออกตามหากันทั้งคืน ไม่กล้าที่จะกระพริบตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตะโกนร้องเรียกจนเสียงแหบแห้ง น้ำก็ไม่ได้ดื่ม ท้องก็เริ่มร้อง ขาทั้งสองข้างก็เดินจนเมื่อยล้าไปหมด ในป่าความชื้นสูงมาก เสื้อผ้าก็เปียกไปด้วยน้ำค้าง เปียกไปเป็นครึ่งตัว 

“เฮ้อ...คุณหนูใหญ่หายไปแล้วหนึ่งวัน ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง...ได้ยินว่าพอเหล่าฟูเหรินได้ทราบข่าวก็เกือบจะเป็นลมล้มพับไปเลย...” บ่าวคนหนึ่งกล่าวขึ้นขณะที่กำลังก้มหน้าค้นหาอยู่ หาไปก็กระซิบกับคนที่เดินอยู่ข้างๆ ไป  

ถ้าเป็นในเวลาปกติ ให้ตายอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางจะกล้าวิพากษ์วิจารย์พวกคุณหนูสูงศักดิ์หรอก แต่ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนกัน 

“โดนโจรจับไปจะเป็นอย่างไรได้เล่า ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะยังมีชีวิตรอดก็พอแล้ว แต่ว่าพวกโจรมันโหดเหี้ยม เกรงว่า...” 

บ่าวคนนั้นพูดออกมาอย่างไม่เห็นด้วยว่า “แต่ข้าได้ยินมาว่าพวกโจรมันมีกันหลายคน เกรงว่าลงมาครั้งนี้...ก็คงจะหนีไปไกลแล้วแหละมั้ง” 

“ถุย! วาจาอกตัญญูเช่นนี้ยังกล้าพูดอีก ถ้าเกิดใครมาได้ยินเข้า คงจะได้จับเจ้าตัดลิ้นแน่” 

ถึงแม้คนที่สองจะพูดจาในเชิงต่อว่า แต่ดูจากสีหน้าของเขา คิดว่าคงจะเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนอีกคนหนึ่งแน่ 

“เห้ย ดูนั่นสิ...ทางนั้น ใช่ควันไฟหรือเปล่า” 

“ควันไฟ? ควันไฟอะไรกัน ในป่าลึกเช่นนี้ นอกจากพวกโจรแล้ว ก็...” ยังไม่ทันพูดจบ คนรับใช้ทั้งสองคนนั้นก็เบิกตาโพลงขึ้นมาอย่างตกใจทันที 

ถึงจะไม่แน่ใจว่าจะใช่รังของพวกโจรหรือไม่ แต่ก็ยังดีกว่าการที่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย ลองไปตามหาควันไฟนั้นดูก็ไม่เสียหายอะไร ถึงจะไม่ใช่รังของพวกโจร ก็อาจจะพวกเป็นพรานป่าที่มาล่าสัตว์แถวนี้ก็ได้! 

เมืองเหอเจียนมีภูเขาสูงใหญ่ป่าก็ลึก ภูมิประเทศค่อนข้างซับซ้อน ถ้าหากไม่มีใครนำทาง ก็อาจจะเดินหลงได้ง่ายๆ 

อีกด้านหนึ่ง เจียงเผิงจีก็ได้ต้มน้ำร้อนให้กับคุณหนูทั้งหลายได้ล้างหน้าล้างตากัน จะได้ไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป 

มองไปยังเหล่าผู้คุ้มกันที่กำลังพยายามเติมฟืนเข้าไปในกองไฟ เพื่อหวังให้ไฟมันลุกโชนมากขึ้นไปอีก เฟิงหลางจวินมองไปยังเจียงเผิงจีที่ดูองอาจไม่สมเป็นสตรี ก็เลยแกล้งพูดออกมาว่า “หลิ่วหลางจวินช่างหลักแหลมเสียจริง รู้จักที่จะใช้ควันไฟเป็นตัวส่งสัญญาณ น่าสงสารก็แต่พวกผู้คุ้มกันของข้า...” 

เจียงเผิงจีพูดตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจว่า “พวกท่านเองก็หลงอยู่ในป่านี้มานาน ไม่อยากจะอาศัยโอกาสนี้ออกไปหรืออย่างไรพวกคนที่จะเดินมาตามสัญญาณควันล้วนมาตามหาพวกข้า มิได้มาตามหาฮว๋ายอวี๋”  

ชายหนุ่มที่ตัวเหมือนไผ่ผอมแห้งนี้ แซ่เฟิง นามจิ่นตัวเดียว ชื่อรองฮว๋ายอวี๋ 

นี่ก็จะครบหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว คนในตระกูลของคุณหนูสูงศักดิ์ทั้งหลายยังตามมาไม่เจอเลย ยิ่งทำให้เจียงเผิงจีรู้สึกเป็นห่วงและดูแคลนศักยภาพการค้นหาของคนในสมัยนี้ยิ่งนัก ถ้าเธอไม่พยายามดึงดูดให้พวกเขามาเอง เกรงว่าไม่รู้จะต้องตามหากันถึงชาติไหน 

ก่อนหน้านี้เธอก็เคยคิดที่จะพาพวกคุณหนูสูงศักดิ์พวกนี้ลงเขาไปเอง แต่ว่าแบบนั้นมันจะเป็นการเสียเวลาเกินไป และก็เสี่ยงมาก 

ถึงแม้พวกสัตว์ป่าในสมัยนี้จะเป็นเพียงแค่เจ้าหนูมินิสำหรับเธอก็ตาม แต่ก็ไม่อาจเสี่ยงกับการโจมตีของพวกมันได้ 

เจียงเผิงจีไม่มีปัญหา เธอเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว แต่พวกคุณหนูพวกนั้นอยู่สุขสบายจนเคยตัว จะไปรู้จักป้องกันตัวเองได้อย่างไร 

อีกอย่าง ทางเดินก็ชันมาก ไม่ใช่ว่าใครที่ไหนจะสามารถเดินได้สบายๆ เหมือนอย่างเธอหรอก 

ตอนนี้ยังมีเวลา เจียงเผิงจีให้เหล่าคุณหนูพวกนั้นได้จัดการกับร่างกายของตัวเองไปก่อน ผมเผ้ารุงรังก็ช่วยกันจัด เครื่องประดับไม่เข้าที่ก็ต้องจัดให้ดูดี สรุปก็คือจะต้องทำตัวให้สดชื่นสดใส ยิ่งสภาพเหมือนกับตอนอยู่ในจวนมากเท่าไรก็ยิ่งดี 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว