facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 คนแปลกหน้ามาเยือนในกลางดึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 คนแปลกหน้ามาเยือนในกลางดึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 860

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 15:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 คนแปลกหน้ามาเยือนในกลางดึก
แบบอักษร

 

คุณหนูสูงศักดิ์ผู้นั้นหน้าแดงก่ำ กล่าวอุบอิบว่า “ด้านนอก...จะมี...จะมีอันตรายอะไร...” 

อย่ามองว่าซ่างกวนหว่านพูดจาอ่อนหวาน ไม่ว่าผู้ใดต่างก็โดนหว่านล้อมเสียอยู่หมัด แต่กลับมีอีกด้านที่ปากคอก็เราะร้ายเช่นกัน 

“เฮอะ หากไม่อันตราย เช่นนั้นเจ้าก็ลองออกไปพิสูจน์ดูเสีย ไม่ต้องไปไกล แค่เดินไปหยิบฟืนหน้าประตูเข้ามาไม่กี่ท่อนก็พอ” 

ถูกซ่างกวนหว่านตอกหน้าจนหงาย คุณหนูผู้นั้นก็พูดอะไรไม่ออกแม้ครึ่งคำ ยิ่งไม่กล้าออกไปหอบฟืนเข้ามา 

ว่านซิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นทั้งคู่มีปากเสียงกันเช่นนี้ จึงออกหน้าไกล่เกลี่ยเรื่องราว “พวกเจ้าหยุดทะเลาะกันเถอะ ถอยให้กันคนละก้าว ยอมกันสักหน่อยไม่ได้หรือ ยามนี้ทุกคนต่างตกใจจนขวัญเสีย ใครบ้างจะไม่หิวโหย? ฟืนหน้าประตูนั่น ข้าจะไปหยิบมาเอง” 

เจียงเผิงจีออกไป เกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้แล้ว 

เวลาเพิ่งจะล่วงเลยไปเท่านี้เอง ฟืนที่ขนมาก่อนหน้าก็ถูกพวกคุณหนูเผาเล่นกันตามอำเภอใจจนแทบจะหมดแล้ว 

หากไม่ออกไปขนมาเพิ่ม อีกสักครู่ไฟกองนี้คงมอดดับไปแน่ 

ไม้ขัดประตูค่อนข้างหนัก ว่านซิ่วเอ๋อร์ได้คุณหนูอีกคนมาช่วยไว้จึงขยับได้ 

มือทั้งสองข้างของนางเปิดประตูออก แล้วปิดประตูกลับไว้อย่างรอบคอบ 

จากด้านในอันอบอุ่นออกมาเจอลมหนาวยามวิกาลนอกห้องเช่นนี้ นางที่สวมเพียงชุดสำหรับฤดูใบไม้ผลิจึงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น 

นางกดความรู้สึกหวาดกลัวเหล่านั้นเอาไว้อย่างสุดกำลัง แล้วกวาดตาหาสักพัก ก็ขมวดคิ้วหอบฟืนท่อนใหญ่มาหลายท่อน 

ยามนางหยัดตัวขึ้น ในอกหอบฟืนไว้กองใหญ่กำลังจะเข้ามาในห้อง หน้าประตูก็มีเงามืดขยับไหวอยู่ลางๆ 

พักหนึ่ง ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็คืบคลานจากปลายเท้าแผ่ซ่านไปทั่วร่าง หากวันนี้ต้องผจญกับเรื่องราวที่มากเกินไป นางก็อาจจะเป็นลมล้มพับได้ 

สองขาตื่นตระหนกจนก้าวไม่ออก นางกดความกลัวขนานใหญ่เอาไว้ กัดลิ้นตัวเองอย่างเงียบๆ อาศัยความเจ็บปวดจากลิ้นนี้ขับไล่อาการตื่นตกใจและความหวาดกลัวเมื่อครู่ ทั้งยังไม่กล้าขยับฟืนในอกที่กอดอยู่ หากเกิดเสียงขึ้นมาจนเรียกร้องความสนใจจากผีพวกนั้นให้มาหา นางจะทำอย่างไร 

หลังจากนั้น เหล่าคุณหนูสูงศักดิ์เห็นสีหน้าซีดเผือดของว่านซิ่วเอ๋อร์ ปากคอสั่นระริกเดินเข้ามาในห้อง 

หลังจากเข้ามาแล้ว นางก็รีบยัดฟืนใส่อกคุณหนูข้างกาย ไม่รอให้คุณหนูผู้นั้นรู้สึกตัว สองมือก็ปิดงับประตูไว้อย่างรวดเร็ว 

“ระ...รีบ...เอาไม้มาขัดประตูเร็ว...ข้างนอก...ข้างนอกมีเงาผี...” 

นางแทบจะร้องไปพูดไป 

ได้ยินดังนั้น บรรดาคุณหนูที่กำลังโดนความง่วงงุนครอบงำก็พลันตื่นตัวด้วยความตกใจ กุลีกุจอช่วยกันเอาไม้ขัดประตูมาขัดเอาไว้ 

“เงาผี? หรือว่า...ที่หลิ่วหลานถิงพูดมาจะเกิดขึ้นจริงเสียแล้ว?” 

เมื่อคิดย้อนไปถึงสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อนจะออกไป คุณหนูทั้งกลุ่มหัวใจพลันเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมา  

“ไม่ใช่ว่านางมีวาจาสิทธิ์หรือ ไม่แน่นี่อาจจะเกิดขึ้นจริงตามที่นางพูดก็ได้...ไม่เช่นนั้น พวกโจรนั่นจะ...จะตายได้อย่างไร” 

“เช่นนั้น...พวกเราดับไฟเสียดีหรือไม่ แสงสว่างนี่ดึงดูดสายตาคนเกินไป” 

“ไม่ใช่ว่าผีสางกลัวแสงสว่างหรอกหรือ หากดับไฟไปแล้วพวกมันบุกเข้ามา เราจะทำอย่างไร” 

ในยามนั้น แม้แต่คุณหนูที่ไม่ชอบหน้าเจียงเผิงจี ก็ยังหวังให้นางรีบกลับมาโดยไว 

ทว่า เรื่องที่กังวลอยู่นั้นได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว 

เงาดำที่ทอดอยู่บนหน้าต่างกระดาษนั้น กำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ คนที่ขี้กลัวต่างกัดมือตัวเองเอาไว้ ต่อให้กลัวเท่าไรก็อย่าได้ส่งเสียงออกมาเด็ดขาด 

กลุ่มคนนอกห้องที่ถูกเข้าใจว่าเป็นผีสางนั้นต่างตกที่นั่งลำบาก ลำบากเสียยิ่งกว่าบรรดาคุณหนูที่อยู่ในห้องเสียอีก 

“นึกไม่ถึงว่าในหุบเขาลึกเช่นนี้จะมีหมู่บ้านอยู่ เราพยุงซื่อหลางจวิน[1]ไปพักตรงนั้นกันก่อนเถอะ แล้วค่อยถามดูว่ามีหมออยู่หรือไม่” 

แต่ละคนเสื้อผ้ามอมแมม หมวกบนศีรษะเบ้ซ้ายเบ้ขวา อาวุธในมือต่างย้อมด้วยโลหิต บาดเจ็บกันไม่น้อย 

แม้น้อยนักที่จะมีหมออาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ หมอที่ฝีมือการรักษาดีๆ ยิ่งน้อยเสียกว่า แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกแล้ว เพื่อหลบหนีการล่าสังหาร จึงได้เข้ามาในหุบเขาลึกตั้งแต่สองวันก่อน ได้รับบาดเจ็บ ซ้ำยังเป็นไข้จับสั่น ตัวร้อนจนไม่รู้สึกตัว ได้แต่หวังพึ่งดวงแล้ว 

จากนั้นอาศัยแสงสว่างจากไฟคลำทางมาจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านโจร สีหน้าทุกคนพลันเปลี่ยน 

“พวกเจ้าไปตรวจดูก่อน” 

หมู่บ้านแห่งนี้ มีบ้านเพียงหลังเดียวที่มีแสงสว่าง ซ้ำยังสว่างอย่างประหลาด อีกทั้งรอบๆ ก็เงียบสงัดเสียจนไม่มีเสียงสิ่งมีชีวิตใดๆ ให้ได้ยิน 

หมู่บ้านเช่นนี้ ต้องมีนายพรานอยู่เป็นแน่ สุนัขล่าก็น่าจะมีเช่นกัน 

เมื่อรู้สึกถึงคนแปลกหน้าที่คืบคลานมาใกล้ เหตุใดจึงยังเงียบงันเช่นนี้? 

คนทั้งกลุ่มต่างครุ่นคิดในหัว ไม่นานนักคนคุ้มกันสองนายที่ถูกสั่งให้ไปตรวจดูก่อนหน้าก็กลับมา เนื้อหาใจความทำคนฟังตกใจเสียจนหน้าถอดสี 

“เฟิงหลางจวินขอรับ เกรงว่าที่นี่จะไม่ใช่หมู่บ้านธรรมดา แต่เป็นหมู่บ้านโจร ลูกสมุนของพวกมันต่างถูกฆ่าปิดปาก เวลาตายคาดว่าไม่เกินหนึ่งชั่วยาม[2] คนที่ลงมือนั้นฝีมือเก่งกล้า วิธีการฆ่าทั้งรวดเร็วและดุดันจนน่าตกใจ” 

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าเฟิงหลางจวินเม้มริมฝีปาก แล้วมองคุณชายสี่ที่ถูกแบกอยู่แวบหนึ่ง จึงเอ่ยถามอย่างรีบร้อน “ห้องใหญ่มีคนอยู่หรือ” 

“ขอรับ ซ้ำยังมีไม่น้อย...จะเป็น...คนเลวพวกนั้นหรือไม่” 

ชายหนุ่มผู้นั้นเลียริมฝีปากซีดที่ปริแตก แล้วตัดสินใจทันที “เจ้าไปเคาะประตู จำไว้ว่าอย่าให้คนด้านในแตกตื่น” 

ผู้คุ้มกันไม่สงสัยใดๆ รีบไปทำตามคำสั่ง 

ยามวิกาลดึกสงัดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น 

กลุ่มคุณหนูสูงศักดิ์ต่างลงไปขดอยู่ใต้ประตู สองมือกำแน่น ในใจต่างพึมพำเรียกเจียงเผิงจี 

ไม่มีคนตอบ? 

ผู้คุ้มกันคนนั้นหันหลังกลับ เฟิงหลางจวินพยักหน้าส่งสัญญาณว่าให้เคาะต่อ 

ครั้งนี้ในที่สุดก็มีคนตอบ เพียงแต่น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นล้วนไม่มีใครคาดคิดมาก่อน นึกไม่ถึงว่าจะเป็นน้ำเสียงที่แหบหยาบเล็กน้อยของสตรี 

แน่นอน นี่เพราะเว่ยจิ้งเสียนบีบเสียงตนไว้ขณะพูด เพียงแต่คนด้านนอกที่พบเจอคนมามากมาย แค่ได้ฟังก็รู้แล้วว่าเสียงเช่นนี้ผิดธรรมชาติ 

“ข้างนอกนั่นน่ะ...เป็นคนหรือผี” 

เว่ยจิ้งเสียนพยายามคิดถึงตอนที่เจียงเผิงจีหลอกพวกโจรนั่น เพื่อให้ตนใจเย็นลง 

ดูท่าเช่นนี้แล้วไม่เป็นอันตรายใด 

คิ้วที่ขมวดของเฟิงหลางจวินพลันคลายลง “แน่นอนว่านี่คือคนเป็นๆ แม่นางอย่าได้กลัวไป ข้าหลงเข้ามาในหุบเขาลึก ไม่ทันระวังก็พลัดหลงกับคาราวานสินค้า หลางจวินของเราซุกซนจนบาดเจ็บหนัก ซ้ำยังเป็นไข้จับสั่น ยามนี้ไข้ขึ้นไม่ยอมลด ไม่ทราบว่าแม่นางสะดวกช่วยหรือไม่” 

ผู้ชายหรือ? 

เหล่าคุณหนูต่างสบตากัน แล้วส่ายหน้าให้เว่ยจิ้งเสียน ให้เข้ามาไม่ได้เด็ดขาด! 

“สามี...ของข้าออกไปล่าสัตว์ จึงเหลือกันแต่ผู้หญิง...ที่สนิทและไปมาหาสู่กันเก่าก่อน ยิ่งดึกน้ำค้างยิ่งแรง ข้ากับท่านต่างเป็นเพศตรงข้าม ย่อมไม่สะดวกแน่นอน สามีก็ใกล้จะกลับแล้ว เพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิด เชิญคุณชายไปที่อื่นเสียเถิด ข้าจะขอบคุณท่านยิ่งนัก” 

เฟิงหลางจวินเลิกคิ้ว ริมฝีปากคู่บางเม้มเป็นเส้น แววตาวาบประกายบางอย่าง 

ภายในห้อง ซ่างกวนหว่านมองเว่ยจิ้งเสียนด้วยความกังวล แล้วเอ่ยเสียงเบา “พูดเช่นนี้จะทำให้พวกเขากลัวจนจากไปได้หรือ” 

“ข้างนอกเต็มไปด้วยศพโจรที่หลานถิงสังหาร คิดดู พวกเขาบอกว่าตนเป็นพ่อค้า เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้มาไม่น้อย น่าจะมองศพที่ผิดปกติเหล่านั้นออก ข้าบอกว่าหลานถิงใกล้กลับมา คนพวกนั้นไม่โง่ แม้จะไม่จากไป แต่ก็ไม่กล้าบุกเข้ามาแน่” 

นางพึ่งกล่าวจบ ซ่างกวนหว่านมองนางด้วยสีหน้าตกใจ คุณหนูคนอื่นๆ ต่างก็แสดงสีหน้า ‘เช่นนี้นี่เอง’ ออกมา 

เว่ยจิ้งเสียน “…ทำไมหรือ” 

 

 

[1] หลางจวิน สรรพนามเรียกแทนคุณชาย (ซื่อหลางจวิน หรือ คุณชายสี่) 

[2] หนึ่งชั่วยาม สองชั่วโมง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว