facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 963

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ
แบบอักษร

 

เป็นระบบมันเหนื่อยมากนะ ถ้าต้องมีโฮสต์ที่ดื้อด้านและโหดร้ายแบบนี้ มันโมโหมากเลย 

ที่จริงแล้ว ตอนนี้มันกำลังสงสัยมากๆ เลยว่า ถ้าเจียงเผิงจีได้เข้าวังไปแล้ว เธอจะไม่เปลี่ยนวังหลังของหวงตี้ให้เป็นฮาเร็มของเธอเองใช่ไหม 

เมื่อนึกถึงเจียงเผิงจีที่สวมชุดหวงโฮ่ว ซ้ายกอดภรรยา ขวากอดนางสนม บ่าวคอยนวดขา หญิงงามปอกองุ่น และมีหวงตี้ที่เสมือนนกกระทาที่ไม่มีไข่เกาะขานางอยู่ กัดผ้าเช็ดหน้าและคร่ำครวญ ฮือๆๆ...ทั้งระบบคงแย่แน่ๆ... 

ระบบ: “ไม่ได้การ คุณจะปิดบังความเป็นผู้หญิงของคุณไปตลอดไม่ได้นะ ไม่งั้นคุณจะเข้าไปในวังและก่อสงครามวังหลวงได้ยังไง” 

ดวงตาของเจียงเผิงจีขรึมลงและถามอย่างลองเชิง “สงครามวังหลวงนี่สำคัญมากไหม” 

ระบบ: “ผมคือระบบถ่ายทอดสดสงครามวังหลวง คุณรู้ไหมว่าประเด็นหลักคืออะไร ไม่อย่างนั้นความนิยมจะ...อย่างไรเสียผลที่ตามมาคงจะร้ายแรงทีเดียว!” 

เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เสียงของระบบก็เงียบลง 

เจีงเผิงจีหันมาสบตาและพูดว่า “จำเป็นต้องก่อสงครามวังหลวงด้วยเหรอ” 

ระบบตอบอย่างมั่นคง “จำเป็นสิ!” 

จู่ๆ มันก็รู้สึกว่าการมีโฮสต์ที่มีความคิดเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องดี น่าหงุดหงิดชะมัด 

“แต่มันไม่ได้เกี่ยวว่าฉันจะเปิดเผยตัวตนว่าเป็นผู้หญิงหรือไม่นี่นา...” 

ระบบ: “...” 

โฮสต์ของมันหมายความว่า อยากจะจีบสาวๆ แล้วก็จะเป็นผู้ชายเพื่อไปล่อลวงหวงตี้ด้วยงั้นหรือ 

โฮสต์ คุณจะขี่ประทัดตะไลขึ้นสวรรค์หรืออย่างไร! 

เมื่อเผชิญกับระบบที่มีจินตนาการสูง เจียงเผิงจีขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดและความรู้สึกขยะแขยงที่ไม่สามารถอธิบายได้ในใจ 

สมัยโบราณ ห่างจากยุคที่เธออาศัยอยู่ในชาติก่อนหลายหมื่นปี ต่อให้คะแนนวิชาวัฒนธรรมของเธอจะไม่ค่อยดีนัก แต่เธอก็รู้ว่าผู้หญิงในสมัยโบราณนั้นรันทดและน่าสงสารเพียงใด ระบบบ้าๆ นี่ดันให้เธอกลายมาเป็นหนึ่งในผู้หญิงพวกนั้น สมองมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย 

ถ้านี่เป็นราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการที่เธอจะได้มีชีวิตอยู่อีกครั้ง ตอนนี้เธอยอมบั่นคอตัวเองด้วยกริชเสียจะดีกว่า เจ้าระบบมันอยากจะให้ใครไปก่อสงครามวังหลวงก็ไปเถอะ 

สงครามวังหลวงหรือ 

ไม่ว่าผู้หญิงในยุคนี้จะมีสถานะสูงส่งแค่ไหนก็ตาม จะไต่เต้าขึ้นไปในตำแหน่งสูงๆ เช่นนั้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายสูงสุดของระบบ ที่เรียกว่าหวงโฮ่วผู้เป็นดั่งหงส์แห่งใต้หล้า พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าโฉมหน้าของหวงโฮ่วจะงดงามเพียงใด ลับหลังยังต้องคุกเข่าลงเพื่อบูชาชายคนเดียวในวังอยู่ดีไม่ใช่หรือ 

ดวงตาของเจียงเผิงจีคล้ำเครียดและพูดกับมัน “ระบบ...” 

ระบบที่ถูกเรียกชื่อ รู้สึกเย็นยะเยือกอย่างอธิบายไม่ถูก 

“ฉันไม่รู้ว่าในหัวของนายมีแผนการอะไรอีก แต่ฉันรู้สัจจธรรมอย่างหนึ่งตั้งแต่เด็กแล้วว่า ไม่มีอาหารกลางวันฟรีในโลกนี้ ฉันไม่รู้ว่านายต้องการอะไรจากฉัน และฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับนายดีในตอนนี้ แต่ฉันสามารถจัดการชีวิตของตัวเองได้ว่าจะไปทางไหน” 

ระบบเงียบ เธอพูดต่อ “นายต้องไลฟ์เพื่อสะสมคะแนนความนิยม ฉันช่วยนายได้ แต่นั่นคือทั้งหมดที่เราจะร่วมงานกันได้ ฉันหวังว่านายจะไม่ทำตัวอวดฉลาดและไม่ล้ำเส้นฉัน” 

ระบบสาบานได้ว่า เจียงเผิงจีเป็นโฮสต์ที่ยากและดื้อรั้นที่สุดในชีวิตของระบบเลย 

ในอนาคต จะไม่หาโฮสต์ที่ฉลาดแกมโกง ดื้อรั้น หัวรุนแรงและลามกแบบนี้อีกแล้ว! 

สาวพื้นเมืองยังน่ารักกว่าอยู่ดี 

“นอกจากการถูกลักพาตัวทำปู้ยี่ปู้ยำแล้ว ฉันก็เกลียดการถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ฉันเกลียดเป็นที่สุด” 

ดังนั้น หากระบบเอาเรื่องสงครามวังหลวงมาให้เธอรำคาญใจ เธอก็จะหาวิธีสอนบทเรียนที่ไม่มีวันลืมให้มันจริงๆ ด้วย 

ตอนนี้ถึงคราวของระบบที่เงียบเหมือนเป่าสากแล้ว 

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ของมันก็เผยความเสียใจขึ้น “เค้าไม่ได้ตั้งใจนี่นา...การช่วยเหลือโฮสต์ของสงครามวังหลังให้ชนะ เป็นความรับผิดชอบที่เค้าได้รับตั้งแต่เกิดนี่...ถ้าโฮสต์ไม่ชอบละก็ แค่ถ่ายทอดสดอย่างเดียวก็ได้...” 

เธอไม่ได้หวั่นไหวอะไร ในทางกลับกันกลับหัวเราะเยาะ “อย่ามาแอ๊บแบ๊วเพราะมีเป้าหมายแอบแฝงนะ เสียงของนายนี่ ทำให้คนท้องแท้งลูกได้เลยนะเนี่ย” 

ระบบ “...” 

หยาบคาย! 

อย่าห้ามฉัน เชื่อไหมว่าฉันจะสาปให้เธอเป็นโสดไปตลอดชีวิตได้เลยนะ! 

เจียงเผิงจีกอดอกและกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งหัวหน้า ดูเหมือนว่ากำลังพักผ่อน แต่จริงๆ แล้วกำลังจัดการระบบอยู่ในใจต่างหาก 

หญิงสูงศักดิ์กลุ่มหนึ่งเห็นว่าเธอไม่ขยับตัว แต่ละคนมีสีหน้าขมขื่น สายตามองไปทุกที่เว้นก็แต่ไม่กล้ามองศพบนพื้น 

ปัจจุบันสิ่งต่างๆ เช่น โต๊ะและเก้าอี้เป็นที่นิยมในตงชิ่ง แต่เป็นที่นิยมเฉพาะชนชั้นล่างเท่านั้น ขุนนางหัวรั้นที่ชอบปฏิบัติตามระบบระเบียบโบราณกลับคุ้นชินกับการนั่งบนพื้นมากกว่า 

พวกนางนอนบนพื้นไม่ได้หรือ 

โต๊ะและเก้าอี้ต่างถูกซากศพบางส่วนยึดครองไปล้ว ผ่านไปสักพักทุกคนก็ไม่รู้ว่าจะพักผ่อนที่ไหน 

ตะเกียงน้ำมันในห้องกำลังแผดเผาอย่างอ่อนแรง จนดูเหมือนราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ 

แม้ว่าจะเป็นฤดูที่ต้นหญ้าเติบโต มีนกกระจิบบินไปมาตามต้นหลิวที่เขียวชอุ่มและดอกไม้บานสะพรั่ง แต่อากาศตอนกลางคืนก็ยังคงเย็นสบายจับใจ 

พวกนางไม่ได้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ เพื่อป้องกันความหนาวเย็น หลังจากตกอยู่ในความหวาดกลัวมาทั้งวัน ตอนนี้ทั้งง่วง เหนื่อย หนาวและหิว ไม่ต้องบอกเลยว่าทรมานเพียงใด 

แต่จะไม่พักผ่อนก็ไม่ได้ 

มีไม่กี่คนที่กล้าหาญ อดทนกับความหนักของหัวและน้ำตารื้นรอบดวงตา ร่วมมือกันเคลื่อนย้ายร่างของโจรที่ยึดโต๊ะและเก้าอี้ไปไว้ที่พื้น 

ทนหน่อยสักคืน คาดว่าพรุ่งนี้คนที่บ้านคงส่งคนมาตามหาแล้ว 

“พวกเจ้าหาอะไรคลุมไว้ ข้าจะย้ายศพพวกนี้ออกไป แล้วค่อยไปหาอะไรมากิน” 

คนพวกนี้คิดไปว่าตัวเองลงมือเคลื่อนย้ายศพด้วยเสียงแผ่วเบาแล้ว แต่การที่เจียงเผิงจีได้ยินเสียงกรอบแกรบนั้น เธอกลับรู้สึกว่ามันหนวกหูเกินไป 

เธอมีกำลังวังชาที่แข็งแกร่ง บวกกับมีวิธีพิเศษในการปรับลมหายใจ ซึ่งช่วยลดเวลาในยามที่จำเป็น ดังนั้น ตอนนี้สภาพจิตใจจึงดีขึ้นมาแล้ว 

เธอโยนพรมหนังสัตว์หนังบนเก้าอี้ให้เว่ยจิ้งเสียน แล้วพูดว่า “เนื้อสัมผัสของหนังสัตว์ไม่ดีมาก มันไม่นุ่มพอและมีกลิ่นนิดหน่อย แต่ตอนนี้มันยังพอทำให้อุ่นได้อยู่ ใช้มันไปก่อน ข้าจะนำฟืนมาก่อไฟเพื่อให้อบอุ่น...” 

เมื่อไม่มีความขัดแย้งและมีฉันทามติ โรคคลั่งคนหน้าตาดีของเจียงเผิงจีก็กลับมาอีกแล้ว 

เมื่อมองไปที่กลุ่มเด็กสาวที่มีอายุเฉลี่ยน้อยกว่าสิบห้าปี เธอรู้สึกทั้งโกรธและตลก 

พวกนี้จะมาโกรธเคืองอะไรในตัวเธอกัน 

“ฮึ...ใครอยากได้ความหวังดีของเจ้า...” คุณหนูแซ่ว่านที่ก่อนหน้านี้ขัดแย้งกับเจียงเผิงจีพึมพำเสียงต่ำ 

เจียงเผิงจียักไหล่ เอ่ยอย่างไร้การเสแสร้ง “ทำให้สาวน้อยที่น่าทะนุถนอมหนาวตาย ข้าเกรงว่าผู้ปกครองของเจ้าจะมาคิดบัญชีกับข้าน่ะสิ” 

“อันธพาล!” 

ตอนนี้เป็นคนดีอยู่แค่ชั่วพริบตา เมื่อครู่ตอนก่อนหน้ากลับไม่เผยความหวานแหววและใช้ลูกไม้ใหญ่มาข่มขู่ ทำไมไม่เห็นความอ่อนโยนของกันบ้างเลย 

“ไม่ นี่คือการพูดด้วยสมอง มันเป็นพรสวรรค์ของผู้หญิง อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าเพศของข้าก็เหมือนกับของพวกเจ้า” 

เพื่อเสียดสีผู้อื่น เธอสามารถพูดจาให้ร้ายตัวเองได้อย่างไร้ความปรานี 

“ตอนนี้มีสัตว์ร้ายมากมายบนภูเขา ส่วนใหญ่เป็นหมาป่าหิวโหยและหมูป่า อยู่ในห้องอย่าออกไปไหน ข้าจะไปเอาอาหารกลับมาให้” 

ต่อหน้าทุกคน เจียงเผิงจีลากศพสองศพด้วยมือข้างเดียว เมื่อพบแขนขาที่หัก ก็ใส่พวกมันเข้าไปในเสื้อผ้าของศพและโยนไปนอกประตู 

ดังนั้น คุณหนูทั้งหลายจึงมั่นใจว่า ถึงแม้จะแก่ตัวไปเป็นหญิงชราผมขาวโพลน แต่พวกนางคงยังจะจดจำราตรีนี้ได้เสมอไม่ลืมเลือน 

กองฟืนจำนวนมากถูกกองไว้ใต้ชายคานอกบ้านของโจร เจียงเผิงจีใช้มีดสั้นขุดหลุมในห้องโถงที่หญิงสาวสูงศักดิ์พักแรมอยู่ จากนั้นช่วยพวกนางจุดไฟ บอกวิธีเพิ่มฟืนและให้ระวังไม่ให้ไฟดับหรือเผาบ้าน 

“แต่เจ้าใส่เสื้อผ้าบางๆ แค่นี้เองหรือ” 

เว่ยจิ้งเสียนเห็นว่านางใส่เสื้อชั้นในเพียงตัวเดียวและเสื้อคลุมฤดูใบไม้ผลิหนึ่งชุด น้อยเกินไปแล้ว 

เจียงเผิงจียิ้มกว้าง “หรือว่า จิ้งเอ๋อร์ใจกว้างอยากถอดเสื้อมาให้ข้าใส่เป็นสองตัวกันเล่า” 

ใบหน้าของเว่ยจิ้งเสียนเปลี่ยนไป ก่อนจะถ่มน้ำลาย “เจ้านี่มันไม่ปกติ ควรปล่อยให้หมีตาบอดกินเจ้าเสีย ดีกว่าไปทำร้ายผู้อื่น” 

ถูกปฏิเสธแล้ว นางไม่มีความสุข ดังนั้นคนอื่นก็อย่ามีความสุขเลย 

เท้าของเจียงเผิงจีที่ก้าวออกจากประตูไปแล้ว ถอยกลับมาและหันมายิ้ม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว