facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 967

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 โฮสต์ คุณจะขึ้นสวรรค์เหรอ
แบบอักษร

 

“แต่ข้าไม่ได้จะข่มขู่ทุกคนหรอก แต่จะข่มขู่เฉพาะพวกเจ้ายกเว้นจิ้งเอ๋อร์และหว่านเอ๋อร์ พวกนางดีต่อข้าด้วยความจริงใจ ไม่เหมือนพวกเจ้า...ข้าเพิ่งต่อสู้เพื่อช่วยพวกเจ้าจนเลือดอาบ แต่ในยามนี้พวกเจ้าคิดหาวิธีแก้แค้นในใจแล้ว...ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ!” 

คุณหนูชนชั้นสูงเหล่านี้เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบกว่าปี แต่ละคนใสซื่ออย่างมาก คิดจะซ่อนความคิดต่อหน้านางอย่างนั้นหรือ 

หากเด็กสาวที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเหล่านี้สามารถปิดบังความคิดได้ สัตว์นรกในกองพลทหารที่เจ็ดก็สามารถรวมตัวกระโดดลงไปในแม่น้ำได้เหมือนกัน 

นอกจากไม่มีมิตรไมตรีแล้ว ตอนที่พวกนางวางแผนแก้แค้นนั้นก็ช่างไม่น่ารักเอาเสียเลย ตอนที่เธอข่มขู่จึงไม่คิดที่จะลังเลเลยสักนิด หญิงสาวสูงศักดิ์กลุ่มหนึ่งได้ยินคำพูดเช่นนี้ สีหน้าพลันซีดเซียวราวกับกระดาษ ร่างกายอ้อนแอ้นบอบบางอยากดิ้นพล่าน 

“เจ้าทำเช่นนี้...ไม่กลัวการแก้แค้นหลังจากเกิดเรื่องหรือ!” 

หญิงสูงศักดิ์คนหนึ่งกัดฟัน ในความคิดของนาง หลิ่วหลานถิงแตกต่างจากโจร เรื่องที่โจรสามารถทำได้ หลิ่วหลานถิงไม่มีวันทำ 

หญิงสูงศักดิ์คุยกับเจียงเผิงจีในฐานะชนชั้นสูง หากยังเป็นหลิ่วหลานถิงคนเดิม นางคงกลัว 

ชนชั้นสูงน่ะ ไม่ว่าจะสกปรกแค่ไหน ฉากหน้าของพวกเขาก็ต้องดีกับทุกคน มันน่าเกลียดเกินไป หากจะฉีกหน้ากัน 

อย่างไรก็ตาม เจียงเผิงจีไม่เคยสามารถทำเช่นนี้ได้ 

“แก้แค้นหรือ แหม เตือนข้าแล้วสินะ” เธอจิ้มริมฝีปากและตรึกตรองสักพัก “พวกเจ้าจะแก้แค้น แล้วคิดว่าข้าจะเป็นหุ่นไม้แกะสลักที่จะยืนอยู่นิ่งๆ แล้วปล่อยให้พวกเจ้าข่มเหงอย่างนั้นหรือ สิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องรู้ ก็คือในสายตาของคนนอก เจ้าเป็นหญิงสูงศักดิ์ ข้าเป็นชายหนุ่ม ได้รับการศึกษาจากในจวนและข้าเรียนรู้วิถีของขงจื้อเมิ่งจื้อจากนอกเมือง” 

“แผนการสมรู้ร่วมคิดของพวกผู้หญิง เป็นเหมือนผีชั่วที่ไม่มีคุณค่าอะไร เจ้าจะใช้สายตาและวิธีการบีบคั้นมาต่อกรกับข้าหรือ” 

เมื่อคำพูดนี้โพล่งออกไป ใบหน้าของสตรีผู้สูงศักดิ์ทุกคนก็ซีดเผือด คำพูดของเจียงเผิงจีเหมือนตบหน้าพวกนางทุกคน 

“กล้าดีอย่างไร...มาเหยียดหยามกันเช่นนี้...” อีกฝ่ายโกรธจนอยากจะหักเล็บทิ้ง 

“เจ้าผิดแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเจ้าเองมิใช่หรือที่ดูถูกตัวเอง” เจียงเผิงจีถามด้วยรอยยิ้มพร้อมหมุนกริชในมือ 

ด้านล่าง ซ่างกวนหว่านหน้าแดง ก่อนจะดึงเว่ยจิ้งเสียน พลางเอ่ยอย่างเงียบ ๆ “รู้สึกว่าพี่ชายหลานถิงดูสูงส่งมาก” 

เว่ยจิ้งเสียนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “สิ่งที่นางพูดเมื่อครู่ ตบหน้าคุณหนูทั้งหมดในที่นี้ รวมถึงตัวเจ้าด้วย” 

ซ่างกวนหว่านสำรอกลิ้น พลางหันตัวไปและพูดว่า “หว่านเอ๋อร์ก็มั่นใจเหมือนพี่ชายหลานถิงนะ...” 

เว่ยจิ้งเสียน “...” 

“พวกเจ้าแค่ต้องปิดปากและเก็บความลับนี้ไว้ ไม่เช่นนั้นเมื่อตัวตนของข้าถูกเปิดเผย...” 

เจียงเผิงจีถอนหายใจใส่กริช และพูดอย่างเฉื่อยชา “กลุ่มหญิงสูงศักดิ์หลุดไปอยู่ในรังโจรและอยู่ที่นั่นทั้งคืน เฮ้อ...” 

หน้าด้าน! 

เสียงพูดพร้อมกันของหญิงสาวทุกคน 

คำพูดของเจียงเผิงจี ทำให้คุณหนูทั้งหลายถูกทำร้ายจิตใจเป็นสองเท่าและหนึ่งในนั้นถึงกับตาเหลือกจนเป็นลมล้มพับไป 

ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มโจร แต่สตรีผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ก็ไม่เคยมีความโกรธขนาดนี้มาก่อน “หลิ่ว! ซี!”  

ระบบทนดูต่อไปไม่ได้ “ใจร้ายกับหญิงงามขนาดนี้ คุณจะไม่อ่อนโยนบ้างเลยเหรอ” 

เจียงเผิงจีกระแอมอย่างเย็นชา “ต่อให้ฉันจะเลือกปฏิบัติกับสาวสวย แต่มันก็เป็นเรื่องที่ฉันไม่ได้ให้ความสำคัญ ในการเผชิญหน้ากับเรื่องที่จริงจัง ต่อให้เจอความงามนับพัน ฉันก็ไม่หวั่นไหว เพราะฉันใช้เหตุผลมาตลอด ดังนั้นฉันจึงไม่หุนหันพลันแล่น” 

ระบบ “...” 

จริงด้วย ต้องใช้เหตุผล แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทัศคติต่อโลกและความซื่อสัตย์ทางศีลธรรมของคุณ มักหายไปตลอดเลย 

“ข้าจะให้พวกเจ้าเลือก ถ้าพวกเจ้าไม่หุบปาก ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นเอง ในเมื่อพวกโจรในห้องนี้และแม้แต่โจรที่อยู่ข้างนอกก็ตายด้วยน้ำมือของข้า แล้วอะไรจะน่าเชื่อถือไปมากกว่านี้อีก ชื่อเสียงและเกียรติยศของพวกเจ้าก็จะยังคงไร้มลทินมัวหมอง” 

สำหรับสตรีผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ ชื่อเสียงและเกียรติยศของตระกูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำคัญยิ่งกว่าชีวิต 

“อีกอย่างก็คือ...” เมื่อเอ่ยจบ เธอพูดด้วยท่าทางเหมือนจะฆ่าคน “ข้าสามารถทำได้จริง” 

“มีโจรจำนวนมากในป่าลึกนี้ ข้าสามารถช่วยชีวิตได้เพียงจิ้งเอ๋อร์และหว่านเอ๋อร์เท่านั้น เชื่อว่าคนอื่นจะไม่ตำหนิข้าด้วย” 

ในยุคนี้ผู้ชายชอบทาแป้ง รมเครื่องหอมเป็นปกติ โดยเฉพาะในเมืองเหอเจียน นับว่าเป็นความนิยมในยุคนี้ 

ร่างของเจียงเผิงจีในตอนนี้ แค่มองก็รู้แล้วว่าอ่อนแอ แค่ช่วยตัวเองและช่วยชีวิตคนอีกสองคนได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว 

ภายในห้องเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าหายใจเสียงดังหรือแม้แต่ร้องไห้ 

สตรีสูงศักดิ์ได้รับการฝึกฝนจากขุนนาง โดยธรรมชาติแล้วพวกนางไม่ได้ไร้สมอง ดังนั้น พวกนางจึงทำได้เพียงเชื่อฟังและเก็บเขี้ยวเล็บของตัวเองไว้ ความกล้าหาญและความรู้ของสตรีสูงศักดิ์บางคนไม่น้อยไปกว่านักปราชญ์ขงจื้อในปัจจุบันเลย 

สิ่งที่เจียงเผิงจีพูดตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย แต่เป็นการกระตุ้นอารมณ์ผู้คนเสียมากกว่า 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว 

“ตราบใดที่เราช่วยเก็บความลับของเจ้า เจ้าก็จะช่วยเราใช่หรือไม่” 

คำพูดและการกระทำของเจียงเผิงจี แขนขาที่หักและเศษซากในห้องล้วนกระตุ้นจิตใจของสตรีสูงศักดิ์เหล่านี้ 

ในใจของพวกนางมีตราชั่งอันหนึ่ง รู้วิธีสร้างความสมดุลและวิธีการเลือกเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด 

เงื่อนไขที่เจียงเผิงจีมอบให้นั้นแตกต่างกันมาก คนตาบอดยังรู้ว่าจะเลือกอย่างไร...ในไม่ช้าพวกนางก็เลือกได้แล้ว 

แต่... 

มีคุณหนูผู้หนึ่งใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดริมฝีปากและพูดเหน็บอย่างไม่ยินยอมว่า “ข้อเสนอของเจ้ายอดเยี่ยมจริงๆ นั่นล่ะ พวกเราย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ทว่าหากตัวตนของเจ้าไม่ได้ถูกเปิดเผยเลยสักวัน แล้วจะรอให้ใกล้ถึงวันแต่งงานเพื่อจะไปแต่งงานกับเว่ยจิ้งเสียนจริงๆ หรือ” 

โอ้โห นี่เริ่มท้าทายกันแล้วอย่างนั้นเหรอ 

ยังอ่อนหัดไปหน่อย แต่ก็ได้ผลอยู่ 

เจียงเผิงจีเลิกคิ้วนิดๆ จำหญิงสูงศักดิ์ที่ยืนหลังตรงคนนั้นได้แม่นขึ้น 

เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มที่น่าจะเอาชนะได้ ในตอนนี้ การโต้กลับของนางถือเป็นวิธีที่ดี 

อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้ไม่รู้ว่า นอกจากเจียงเผิงจีจะมีพลังการต่อสู้ระดับสูงแล้ว ปากคอยังร้ายพอๆ กับฝีมือการจีบสาวอีกด้วย 

ทำไมเด็กสาวผู้กล้าหาญจำนวนมากในกองพลทหารที่เจ็ด จึงมักจะร้องครวญครางว่าถ้าไม่ใช่เจียงเผิงจีก็จะไม่แต่งงานด้วย 

ทำไมความหนาแน่นของคนโสดจึงสูงมากในพื้นที่ที่เธออยู่ 

ถุย จีบสาวได้ไม่เก่งเท่าเธอ ก็สมควรแล้วที่จะโสด 

เว่ยจิ้งเสียนมองนางด้วยสายตาที่สงสัย เจียงเผิงจียิ้มตอบ พูดทุกคำเคร่งขรึมเช่นเดียวกับคำสาบาน 

“ถ้านางเต็มใจยอมลำบากที่จะแต่งงานกับข้า ครองคู่เป็นสามีภรรยากันในชาตินี้ ตำแหน่งเล็กใหญ่เพียงใด ข้าจะพยายามสุดชีวิตเพื่อหามาให้นาง หากนางมีความปรารถนาอื่น ข้าจะมอบขบวนขันหมากสิบลี้ให้นาง จะแบกรับตราบาปที่ทำลายการแต่งงานนี้ ขอเพียงให้นางและคนรักอยู่ด้วยกันไปชั่วชีวิต” 

เว่ยจิ้งเสียนฟังแล้วแก้มแดงระเรื่อเกินบรรยาย รู้สึกละอายและโกรธเคือง 

“เจ้าผู้นี้ เมื่อก่อนก็ยังดูปกติ เหตุใด...ตอนนี้พูดไปพูดมากลับทำตัวไม่ปกติแล้วเล่า หรือว่าจะเหมือนอย่างที่หว่านเอ๋อร์บอก พอหางโผล่ คำพูดไร้ยางอายต่างๆ นานาก็เริ่มจะกล้าพูดออกมาแล้ว...ต่อให้เจ้าจะขอข้าแต่งงาน ข้าก็ไม่แต่งหรอก” 

คุณหนูสูงศักดิ์ทุกคน “...” 

เหมือนโดนน้ำตาลสาดใส่หน้าของทุกคน ไปแสดงความรักต่อกันที่อื่นได้ไหม 

ระบบ “...โฮสต์ ผมขอบอกอะไรหน่อย หากคุณจะจีบสาวแบบนี้ ถ้าเธอขายไม่ออก คุณต้องรับผิดชอบนะ...ยัยผู้หญิงหลายใจ!” 

ไม่อยากแต่งแล้วจะมาจีบทำไม 

เจียงเผิงจีถามเว่ยจิ้งเสียนอย่างไร้เดียงสา “เดิมทีข้าก็รู้สึกผิดต่อเจ้าอยู่แล้ว ที่ปิดบังมานาน เรื่องที่ไม่เหมาะสมพวกนั้น ข้าควรทำหรือ” 

ในขณะเดียวกันเธอก็พูดกับระบบในใจว่า “รับผิดชอบก็รับผิดชอบสิ” 

ระบบ “...” 

ไม่ได้สิ ถ้าไม่เปิดเผยว่าเป็นผู้หญิง จะไปสู้กับในวังได้อย่างไรเล่า! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว