ดาวเหนือ/ นิยม

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความสนใจพ่อเข้กับน้องบุปผานะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังแรงใจไม่ว่าจะทั้งคอมเม้นต์ ไลค์ แชร์ ดาว เหรียญ หรือกุญแจนะคะ และทั้งหมดนี้ก็คือยาแก้ขี้เกียจดีๆ นี่เองค่ะ แฮ่ๆ ขอบคุณมากๆ นะคะ ร้ากกกกก

ปฐมบท ปลดผนึก

ชื่อตอน : ปฐมบท ปลดผนึก

คำค้น : ลิขิตกุมภีล์, นิยายอีโรติค, ดาวเหนือ/นิยม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.2k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2559 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ปฐมบท ปลดผนึก
แบบอักษร

 

 

#

 

ปฐมบท
ปลดผนึก

          ‘บุปผาสวรรค์เร่งสาวเท้าอย่างรวดเร็ว เหนื่อย...เหนื่อยเหลือเกิน เหตุใดผู้คนเหล่านี้ถึงได้ใจจืดใจดำกับเธอนัก เราเป็นชาวหมู่บ้านผนึกกุมภีล์ด้วยกันไม่ใช่หรือ? ทำไมคนบ้านเดียวกันจึงต้องทำร้ายกันถึงขนาดนี้?
          หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่กำลังไหลย้อยลงมาเข้าดวงตา ใบหน้าปรากฏขาวซีด แรงที่วิ่งเริ่มผ่อนลงเนื่องจากร่างกายเหนื่อยล้าเกินไป เธอวิ่งหนีเหล่าคนใจชั่วพวกนั้น
! ไอ้เข้ม! ลูกผู้ใหญ่บ้านที่คอยตามตื้อเธอตั้งแต่ยายแก้วยังไม่เสีย มาบัดนี้หลังจากสิ้นยายไปแล้ว มันกลับเหิมเกริมบุกเข้าบ้านมาเพื่อที่จะปลุกปล้ำเอาเธอไปเป็นเมีย...
          ยังดีอยู่มากที่เธอไหวตัวทัน วิ่งหนีไอ้เข้มกับลูกน้องมันเข้ามาในป่าอาถรรพ์ แม้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านจะห้ามหนักหนาไม่ให้เข้ามาในที่แห่งนี้ แต่ทว่า...นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนใจหยาบพรรค์นั้น อนิจจา...มันกลับวิ่งตามเข้ามา และระยะทางที่ห่างกันก็พลันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วย
          บุปผาสวรรค์กัดฟันวิ่งตรงไปข้างหน้า ในตาสวยไหวระริก ยายจ๋า...ช่วยบุปผาด้วย หากหนูยังมีวาสนาเมื่อหนูกระโดดลงไปในน้ำนี้แล้วขอให้รอดพ้นจากทั้งเงื้อมมือโจรร้ายและพญามัจจุราชเถิด...
          หญิงสาวหลับตาพร้อมทั้งเตรียมกระโดดหน้าผาน้ำตกสูงชัน หากจะให้เธอโดนข่มเหงแล้วมีชีวิตรอด ให้เธอตาเสียยังดีกว่า
!
          “เฮ้ย! พี่เข้ม อีนังบุปผามันจะกระโดดหน้าผาแน่ะพี่!”
          “กูเห็นแล้วไอ้ดำ มึงรีบวิ่งเข้าไปขวางมันแล้วจับมันไว้อย่าให้มันตกเชียวนะ!”
          “เอ้าพี่! ทำไมพี่ไม่วิ่งเข้าไปเองเล่า
          “มึงไปลูกน้องกู กูสั่งมึงต้องทำ!”
          ไอ้ดำไม่มีทางเลือกจำต้องวิ่งเข้าไปใกล้หญิงสาว ใกล้จนเอื้อมมือจะถึง มันทำท่าจะสาวตัวเธอไว้ แต่อนิจจา...ร่างงดงามอ่อนช้อยนั้นได้ตกลงไปในหน้าผาชันซึ่งมีตำนานกล่าวขวัญเกี่ยวกับพญาจระเข้แสนดุร้ายซึ่งใครที่ตกลงไปไม่อาจเหลือรอดมาได้แม้กระทั่งวิญญาณ มันหยุดตนเองกะทันหัน พร้อมกับส่งสีหน้าซีดๆ ไปทางเจ้านายของมัน
         
พะ...พี่เข้ม นัง...นังบุปผามันตกลงไปแล้ว
          “กูเห็นแล้ว!”
          แม้กระทั่งไอ้เข้มมันยังสั่นราวกับเจ้าเข้า เกิดมาเพิ่งเคยเห็นตายต่อหน้าต่อตา แถมยังมาตายอยู่ในป่าอาถรรพ์และยังเป็นหน้าผาผนึกกุมภีล์ที่มีตำนานเล่ามานานนมว่ามีพญาจระเข้อาศัยอยู่ในนั้น เป็นพญาจระเข้ที่ดุร้ายและมีอำนาจลึกลับใครที่ตกลงไป แม้แต่ดวงวิญญาณยังยากที่จะขึ้นมาได้ ส่วนว่าทำไมพญาจระเข้ตนนั้นถึงออกจากป่าอาถรรพ์นี้ไม่ได้ นั่นก็เพราะว่ามันถูกผู้มีอาคมแก่กล้าผนึกเอาไว้เมื่ออสงไขย1 ปี และเรื่องเล่านี้ก็เล่าสืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น มันเคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่ที่หมู่บ้านบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของหมู่บ้านเรามานับพันนับแสนปีแล้ว ยังไม่มีผู้ใดพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง เนื่องจากทุกคนที่อยากจะมาพิสูจน์ต่างก็ไม่เคยรอดพ้นกลับมา
         
ไอ้ดำ...
          “ลูกพี่...
          “มึง...มึง...ทั้งไอ้เข้มและไอ้ดำสั่นราวกับเจ้าเข้า
         
เราเข้ามาถึงผานี้ได้ยังไงวะ
          “พี่เข้ม ข้าว่า...ข้าว่าเรากลับกันเถอะพี่ นี่มันค่ำมากแล้ว หากดึกกว่านี้เสียหน่อยเราจะหลงป่าเอานะพี่ นี่ยิ่งเป็นป่าอา...
          “หุบปากมึงไปเลยนะไอ้ดำ! มืดค่ำใครให้พ่นอะไรที่ไม่เป็นมงคลวะ!”
          มันทั้งสองต่างกระโจนวิ่งออกไปจากป่าอาถรรพ์ วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต บรรยากาศที่นี่ช่างวังเวงเหลือเกิน มันวังเวงจนเกินไป พวกมันทั้งสองวิ่งไม่หยุด จากวินาทีมาเป็นนาที จากนาทีมาเป็นชั่วโมง... นังบุปผาสวรรค์นั่นถึงจะไม่ได้มันเป็นเมียก็ไม่เป็นไร ที่แน่ๆ ไอ้เข้มคนนี้ยังไม่อยากตายโว้ย!

 

 

          โอ้ย! ปวดร้าวร่างกายเหลือเกิน กระดูกตามร่างกายเจ็บเสียดไปหมด ทำไมฉันถึงได้ปวดร้าวขนาดนี้?
         
อื้อ...เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน...

          เสียงแหบแห้งหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ดวงหน้าขยับไปมา หน้าอกของสตรีผู้นี้สะท้อนขึ้นลงอย่างแรง ใบหน้าสวยซีดเป็นสีกระดาษไปแล้ว ทว่า...สิ่งที่ทำให้เธอดูเป็นมนุษย์มิใช่นางพรายน้ำนั่นก็คือเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากศีรษะทุยงดงาม มันไหลออกมาราวกับสายน้ำในขณะที่ผู้เป็นเจ้าของมันนั้นค่อยๆ ลืมตา
         
ฉัน...ฉันอยู่ที่ไหนกัน? ยาย...ยายจ๋ายาย มารับ..อึก!”

          หญิงสาวกระอักเลือดคำใหญ่ออกมาหนึ่งคำ ใบหน้าหวานตกตะลึง เธอรีบหันซ้ายแลขวาเมื่อย้อนกลับไปคิดได้ว่าตนเองกระโดลงมาที่หน้าผาผนึกกุมภีล์เพื่อหนีไอ้เข้มกับไอ้ดำ ทันใดนั้นเธอก็พยุงร่างของตนเองที่ดูเหมือนจะเกยบนโขดหินเข้าไปริมน้ำ หญิงสาวชะโงกหน้าของตนเองลงไปในน้ำและอาศัยแสงจันทร์กระจ่างส่องดูใบหน้าของตนเอง
         
นี่ฉัน...ยังไม่ตายหรือนี่? เป็นไปได้อย่างไร?

          หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสถานที่ที่เธอกระโดดลงมา แม้แต่มองขึ้นไปยังไม่เห็นปลายยอด แล้วนี่เธอไม่ตายได้อย่างไร?
          ในขณะที่สมองกำลังงุนงง เลือดที่ไหลซึมออกมาจากร่างงามก็ค่อยๆ ทิ้งตัวสู่ธารา หญิงสาวแทบจะไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเลือดที่ควรจะแตกละลายไปน้ำมันรวมกันไหลเป็นเส้นตรงไปยังตรงกลางคลุ้งน้ำ มันค่อยๆ ไหลเอื่อยล้อมรวมเป็นวงกลมแล้วเริ่มสร้างรูปเหมือนวงสลัก ขณะเดียวกันเงาของพระจันทร์สียวงก็ปรากฏอยู่ตรงกลางวงกลมนั้นเอง...
          หวืด.....
          พลันเสียงลมและเสียงเคลื่อนตัวของอะไรบางอย่างดังขึ้น บุปผาสวรรค์ได้สติเงยหน้ามองไปที่วงเวทย์ลึกลับบนผิวน้ำ ใจสาวเกรงกลัวยิ่งนัก น้ำตาพานไหลลงมาอาบแก้ม ร่างงดงามถดถอยออกมาจากริมน้ำทันทีแต่ดวงตาคู่งามกลับไม่สามารถละออกจากวงเวทย์นั้นได้ ทันใดนั้นเอง
          กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
!

          เสียงแหลมเล็กร้องดังไปทั่วทุกสารทิศ บุปผาสวรรค์ยกมือปิดหูตามสัญชาติญาณ ใบหน้าสวยแหยเกแต่ดวงตากลับเบิกโพลงเมื่อต้นตอของเสียงค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ...
          น้ำตาของหญิงสาวไหลลงราวกับเม็ดไข่มุกร่วงพลู ไม่มีแม้กระสั่งเสียงกรีดร้องเมื่อเธอมองเห็นผิวหน้งที่โผล่ขึ้นมาเล็กน้อยนั้นดูแข็งและหยาบกระด้าง พร้อมกับรูจมูกใหญ่ๆ สองรู
         
ฮึก!”

          หัวใจหญิงสาวเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก ร่างกายมึนชาขยับไม่ได้ในขณะที่เจ้าตัวในน้ำเริ่มโผล่ส่วนบนของมันออกมาทีละนิด และตอนนี้สิ่งที่โผล่ขึ้นมา...ก็คือดวงตาใหญ่สีเหลืองเรืองแสงในความมืดมิดนั้นมันกลับสว่างจ้า และขีดตาสีดำของมันก็เริ่มชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ มันจ้องมองมาที่หญิงสาว... บุปผาสวรรค์กัดริมฝีปากแน่น ในใจของเธอกรีดร้องไปแล้วพันครั้ง
         
ฮึก!”

          วงเวทวีเลือดนั้นเริ่มขยายกว้างตามขนาด ร่างกายของเจ้าตัวที่อยู่ในน้ำมันโผล่ตัวขึ้นมาอีกครั้งทำให้หญิงสาวเห็นหลังมันชัดเจน วินาทีนั้นบุปผาสวรรค์ได้แต่คิดถึงสิ่งดีๆ ที่ตนเองเคยทำไว้ เนื่องจากตอนนี้ใจของเธอจะขาดตายกลับความน่ากลัวของ จระเข้ยักษ์นี้อยู่รอมร่อ
          ในขณะนี้มันโผล่ร่างกายขนาดราวๆ แปดเมตร ของมันลอยคออยู่กลางน้ำ วงเวทเลือดที่เคยขยายอยู่รอบๆ ตัวมันกลับไหลเข้าไปรวมอยู่ในตัวมัน กลายเป็นกรงเวทขนาดใหญ่บนหลังของมัน กรงเวทนั้นเรืองแสงครู่หนึ่งก่อนจะสูญสลายไป เหลือเพียงจระเข้ตัวใหญ่ที่กำลังลืมตาของมันขึ้นมาช้าๆ
          หญิงสาวส่ายหน้ารัว ชั่วชีวิตนี้เธอไม่เคยทำร้ายใคร เหตุใดพญายมจึงต้องให้เธอมาตายตกอย่างทรมานและน่าหวาดกลัวแบบนี้ เธอหลับตาลงด้วยไม่อยากจะเห็นว่าจะเข้ที่กำลังคลานขึ้นมานั้นจะฆ่าเธอด้วยรูปแบบใด
          ...
          สวบ...สวบ...สวบ
          ...
         
อาห์....

          บุปผาสวรรค์ค่อยๆ หรี่ตาลืมขึ้นเนื่องจากนานมาสักพักยังไม่เห็นว่าจะรู้สึกเจ็บปวดจากการฉีกทึ้งฉันใด แต่กลับได้ยินเสียงลมหายใจบุรุษอยู่ตรงหน้า
          ฟืดดดดด
!

          ทันใดนั้นเสียงสูดลมหายใจข้างลำคอของเธอก็พลันดังขึ้น หญิงสาวรู้สึกเสียวจนขนลุกในขณะที่ดวงตาก็หลับปี๋ลง แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดเคลื่อนไหว เสียงหายไป ลมหายใจหายไป...หญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง...
          แล้วสิ่งที่เธอเห็นคราวนี้กลับต้องทำให้ตะลึงงันกว่าเดิม ตรงหน้าเธอคือบุรุษผู้หนึ่ง เขาสูงราวๆ สองเมตรกว่า ผมยาวสยายสีดำสนิทราวกับหมึกนั้นทิ้งตัวสลวยแล้วไหวพลิ้วไปกับสายลม ดวงหน้าคมเข้ม คิ้วหนาเรียงตัวสวย เฉียงขึ้นเช่นเดียวกับตาเรียวยาวทำให้บุรุษผู้นี้ดูดุดัน เด็ดขาด จมูกโด่งเป็น ริมฝีปากบางเฉียบราวกับเทพเจ้า เรื่อยลงมาที่ลำคอแข็ง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเต่งตึง รวมถึงกล้ามเนื้อหน้าอก แขน ขาและ...ส่วนนั้น ของเขา ทั้งหมดทั้งมวลนี้ราวกับเทพเจ้าลำเอียงปั้นเขามาให้รูปงามมีเสน่ห์เกินจะต้านทาน... นั่นยิ่งทำให้เขาดูดุดัน เข้มแข็งและกำยำมากยิ่งขึ้น ในชั่ววินาทีนั้น บุปผาสวรรค์หัวใจเต้นแรงกับเสน่ห์อันร้ายกาจ เธอเบือนใบหน้าหลบทางอื่นพร้อมกับแก้มและตัวขึ้นสีระเรื่อ มันเป็นเพราะบุรุษเปลือยตรงหน้านี้...
          บุรุษหนุ่มตรงเข้ามาหาเธออีกครั้ง ใบหน้าราบเรียบ ริมฝีปากเปิดเล็กน้อยพร้อมกับส่งเสียง
         
อาห์...

          บุปผาสวรรค์เงยหน้ามองคนที่เข้ามาชิดอย่างตื่นตระหนก เขาคุกเข่าลงมาด้านหน้าเธอที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอน ดวงหน้าคมเข้มขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าเธอเรื่อยๆ ร่างของเขาก็ขยับเข้ามาคร่อมทับเธอไว้เช่นเดียวกัน คราวนี้หญิงสาวไม่ได้ตื่นเต้นไปกับเสน่ห์ของเขาเสียแล้ว แต่ดวงใจของเธอนั้นเต้นอย่างบ้าคลั่งไปกับนัยน์ตาสีเหลืองขีดดำของเขา! แสงจันทร์ทำให้เธอมองเห็นร่างกายของบุรุษตรงหน้าอย่างชัดเจน และร่างกายของเขามีเกล็ดแข็งเต็มไปหมดไม่เว้นแม้กระทั่งบนใบหน้า...
          นี่มัน...นี่มันอะไรกัน?
!

          “ยะ..อย่า
          เสียงที่บุปผาสวรรค์เอ่ยออกมาแทบจะลอยหายไปกับสายลม มันเบามากราวกับเธอแค่ถอนหายใจออกมาเท่านั้น ชายผู้มีลักษณะคล้ายเจ้าตัวเบ้อเริ่มในน้ำก่อนหน้านี้เพียงแค่ยกมุมปากของเขาขึ้นมาอย่างร้ายกาจ ก้มจมูกลงดมที่ซอกคอของเธอพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก เขาหลับตาลงดื่มด่ำกับกลิ่นนั้นนานชั่วนาที...ในขณะที่หญิงสาวสั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ พลันเขาลืมดวงตาสีเหลืองนั้นขึ้นมาสบตากับหญิงสาว เธอเบี่ยงหน้าหลบทันที แต่แล้วก็ต้องขนลุกชันทั้งร่างเมื่อเรียวลิ้นชื้นตวัดไล่ตั้งแต่ต้นคอ เรื่อยขึ้นมาบนใบหน้า...ปลายคาง...ผิวแก้วนุ่มไปจนถึงขมับสวย และเขาตวัดเน้นชิมตรงนั้นเป็นพิเศษพร้อมกับส่งเสียงคราง อืม...อืมราวกับมีความสุข
          ทันใดนั้นร่างของบุปผาสวรรค์สูญเสียการทรงตัวทันที เธอล้มลงนอนกับพื้นอย่างหมดทางเลือก ใบหน้าสวยมีแต่รอยน้ำตา ร่างกายสั่นสะท้านราวกับลูกนกตกน้ำ บุรุษที่ใช้ลิ้นสัมผัสใบหน้าเธออยู่นั้นจึงหยุดการกระทำ
         
อิสตรี...

          เสียงแหบของคนที่อยู่ด้านบนเอ่ยออกมาในขณะที่หญิงสาวหลับตาปี๋
         
...หอม...

          “...
          “...หวาน
          “...
          “อืม...
          หญิงสาวยังคงหลับตาปี๋ ได้ยินเพียงเสียงเขาราวกับกำลังดื่มด่ำอยู่กับอาหารสเลิศ ในขณะที่บุรุษตรงหน้าเพียงแค่ได้ลองลิ้มชิมรสของหญิงสาวตรงหน้าก็ถึงกับหลับตาพริ้มราวกับได้รับยาฟื้นพลังจิตวิญญาณ ทำให้เขานิ่งอยู่อย่างนั้นราวนาที
         
เจ้าสินะ...ผู้ปลดผนึกข้า...เขาลืมตาขึ้นมากล่าว
         
...ฮึก!”
         
สายเลือดของผู้ผนึกข้าเท่านั้นจึงจะปลดผนึกได้...หึหึหึ ดี! ดี! ข้าจะกินเจ้า...ข้าจะกินลูกหลานพวกมันให้หมด!”

          เฮือก! หญิงสาวกอดตัวเองแน่นเมื่อเสียงคำรามราวกับฟ้าผ่านั้นสิ้นสุดลง เตรียมรับมือกับความตายที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งขนลุกซู่และเลือดในการร้อนขึ้นมาเมื่อเรียวลิ้นร้อนตวัดเลียแผลข้างขมับ พร้อมทั้งมือใหญ่เลื่อนขึ้นมาตรงลำคอ เขาออกแรงบีบเบาๆ แล้วลากมันผ่านกระดูกไหปลาร้า...มาที่เนินอกสล้างพร้อมกับกระซิบข้างหู
         
โดยเฉพาะเลือดสาวบริสุทธิ์อย่างเจ้า... อา...เช่นนั้นแล้วข้าก็จะคงกระพันพวกมันมิอาจทำร้ายข้าได้อีกเพราะมีเลือดเนื้อของพวกมันอยู่ในตัวข้า!”
         
ฮึก! ไม่...

          บุรุษตรงหน้าไม่ฟังคำทัดทานเขาอ้าปากกว้าง ฟันของเขาเปลี่ยนเป็นแหลมคม เล็บของเขางอกยาวกรีดผ่านลำแขนเสลาจนเกิดรอยเลือด ฉับพลันชั่ววินาทีที่คมเขี้ยวสัมผัสคอผู้หญิงตรงหน้า ลำแสงสีทองมีลักษณะคล้ายกับวงเวทปลดผนึกก็ส่องแสงออกมาจากหลังของเขา กุมภีล์หนุ่มกรีดร้องโหยหวนทันที เสียงนั้นดังทั่วผืนป่า ดังจนกระทั่งแผ่นดินสั่นสะเทือน
         
ฮึก!”

          บุปผาสวรรค์ได้สติ เธอปวดแผลที่ลำคอเหลือเกิน รอยกดของฟันจระเข้ทำให้เลือดไหลออกมาอีกแล้วสินะ วินาทีนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าเปลือกตาของเธอช่างหนักเสียเหลือเกิน เลือดเธอคงออกมากไป...คราวนี้เธอจะต้องตายจริงๆ แน่แล้ว...
          ฝ่ายกุมภีล์หนุ่ม
         
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

          มือหนากำรอบคอตนเองแน่น ดวงตาเหลือกโปน เส้นเลือดตามร่างกายก็ปูดขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยเหงื่อชื้น เขาหอบหายใจแรง ...อ่า...ความเจ็บนี่มาจากที่ใดกัน เหตุใดเขาจึงเจ็บปวดราวกับใบมีดแหลมคมหั่นลงมาที่ซอกคอเขาได้ อา...วงเวทนี้เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่บนหลังเขาพร้อมกับความเจ็บปวด...ทรมาน...ทรมานเหลือเกิน
          ฉับพลัน ภาพต่างๆ รวมถึงความรู้สึกรู้ที่แผ่กระจายออกมาจากกลางหลังไหลเข้าสู่สมองของกุมภีล์บุรุษทันที
          เจ้าพวกนั้นมันช่างมีเล่ห์เยอะเหลือเกิน
! มันผนึกข้าไว้เป็นอสงไขยปี แถมยังต้องเป็นเลือดเนื้อของพวกมันจึงจะสามารถปลดผนึกได้ นั่นยังไม่พอ! พวกเลวนั่น! พวกเลวนั่นยังให้ข้าทำพันธสัญญาเลือดกับหญิงตรงหน้า หากนางเจ็บข้าต้องเจ็บกว่าแสนเท่า หากนางปวดข้าต้องทรมานกว่าเป็นล้านเท่า...และหากนางตายข้าก็จะไม่รอด!
          ...แล้วนี่...แล้วนี่นางกำลังจะตาย
!

          ลมหายใจรวยรินนั่น! อ้า! เขายกมือกุมหัวใจตนเองที่กำลังเต้นแผ่วเบาไปตามหญิงสาว ชายหนุ่มพยุงตัวเองไปหาคนตรงหน้า
          นางมนุษย์อ่อนแอ
!

          หากเจ้าตาย ข้าจะตามไปเอาชีวิตเจ้าในนรก!

 

 

 

จี้เอวดึ๋งๆ  ส่งไลค์ส่งคอมเม้นต์ด่วนนะเออ

ฝากติดตามพ่อชาละวันน้อย อะไรๆ ไม่น้อยด้วยนะตัว

อัพเรื่อยๆ ค่ะ

คุยกันที่เพจด้วยนะ

ปล. อยากมีแฟนอาร์ตจังเลย หาภาพยากมากพ่อจระเข้ของแม่

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}