นาย อ.Alibaba

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 คาตารินะ มามิ ส่วนกลาง

ชื่อตอน : บทที่ 6 คาตารินะ มามิ ส่วนกลาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 954

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2559 12:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 คาตารินะ มามิ ส่วนกลาง
แบบอักษร

     

      ผ่านมา 2 บทจากบทที่ 4 ถึงบทที่ 6 ตอนนี้ตัวผมก็ยังรู้สึก เหมื่อนกับว่ากำลังแต่งครอสเดรส แถมใด้ลองชุดมาทั้ง2ชุดด้วยละครับ ถึงจะบอกกลับตัวว่าเป็นความฝันก็เถอะ แต่ทำไมมันสมจริงจังเลยละครับทั้งๆที่ชุดสาวน้อยจอมเวทย์ น่าจะทำให้เคลื่อนไหวใด้ลำบากแท้ๆนะ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าชุดนี้ใส่สบายสุดๆ คล่องตัวดีด้วย แถมยังรู้สึกเย็นดีด้วยละครับทำไมกันนะ

      เมื่อผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ไททัน เอเรส ซึ่งน่าจะเป็นบอสของสถานที่นี้ ผมสัมผัสใด้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลเลยละครับ ผมรับรู้ใด้ในทันที ใช่แล้วตัวผมน่ะเคยสัมผัสใด้ถึงแรงกดดันขนาดนี้มาก่อน ด้วยความชาญฉลาดของผมผมคาดเดาทุกอย่างใด้เกือบจะทันที แล้วเอ่ยกลับ เอเรส ว่าแรงกดดันขนาดนี้นายน่ะเป็น Pro Player สินะแล้วที่นี้ก็เป็นเกมเกมนึง ส่วนฟิลน์รอบๆทั้งหมดเนี่ยรสนิยมของนายละสิ

      รวมไปถึงชุดพวกนี้ด้วยถึงจะชอบสาวน้อยจอมเวทย์ยังไง มันก็ควรจะมีขอบเขตกันหน่อยสิครับ สักพักผมเห็นสีหน้าอันแสนประหลาดใจของ เอเรส ประมานว่า[หานี้เธอจะบ้าเรอะ]แล้วสเตตัสตัวละครต่างกันขนาดนี้ อ่อ ผมเข้าใจแล้วละนายน่ะใส่เซตแครกกิงไอเทม[พลังทรูนั้นละครับ] มาชะเต็มทีเลยสินะ เป็นผู้เล่นระดับ Pro ทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะนายไม่รู้หรอ[เอิ่มเซ็นริเอ็งเป็นญาติอะไรกะทีเรียรึเปล่าฟระมโนใด้โล่ขนาดนี้]

       ชูตติงเกมสมัยนี้มันสมจริงขนาดนี้แล้วหรือเนื่ย ผมคิดอยู่ในใจ ฟู้ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆถ้าเป็นตัวผมตอนนี้ละก็อาจจะใช้เจ้าสกิลนั้นใด้ สกิลที่เป็นสีเทามาตลอดตั้งแต่ตอนแรก แต่ตอนนี้เป็นสีดำปกติแล้วละครับ ที่ต้องทำก็คือตั้งสมาธิให้เหมือนตอนนั้นสินะผมตั้งสมาธิผ่อนคลาย เพื่อเข้าไปสู่โลกนั้นอีกครั้ง ฟู่ ฟู่ เมื่อผมลืมตาขึ้นเสียงด้วยที่ดังก้องอยู่ในใจของผมเปิดใช้งานสกิล [Zone]

      [Special Skill] Zone [อาณาเขตแห่งห้วงเวลา] เป็นสกิลที่ทำให้เวลาผู้ที่ใช้เคลื่อนที่ช้าลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ของห้วงเวลาของความเป็นจริง 1 วินาทีที่ผ่านไปในความเป็นจริง เท่ากลับเวลาของผู้ที่ใช้งานสกิลจะยาวนานถึง 3 วินาที สูงสุดที่ใช้งานใด้คือ 1 ใน 6 ของเวลาแห่งความเป็นจริง

      ข้อควรระวัง สกิลส่งผลกระทบต่อจิตใจและความทรงจำของผู้ใช้ อย่างรุนแรงห้ามใช้เกินกว่าขอบเขตที่กำหนด

      ผมกลับมายังโลกที่ไร้สีสันนั้นอีกครั้ง จะมีเพียงผมกลับคู่ต่อสู้ตรงหน้าเท่านั้น ผมค่อยๆเดินไปยังจุดที่กำหนดเอาใว้ และยังเป็นจุดที่ดีทีสุดด้วย เซ็ตปืนทุกกระบอกอ่อกรีน ผมพุ่งตัววิ่งออกไปโดยวิ่งเป็นรูปครึ่งวงกลม แล้วสั่ง ลั่นไกอาวุททั้งหมดที่มี ปังๆๆ พิงๆๆ "ใจร้อนจริงๆนะสาวน้อย ความจริงนั้นข้าอยากจะพูดคุยกลับเจ้ามากกว่านะ เหตุเพราะข้านั้นเฝ้ารอคอยอยู่ที่นี้มานานแสนนานเหลือเกิน แต่เอาเถิดด มันคงเป็นโชคชะตาของข้ากลับเธอสินะ"

      "ชาออสเมจิก การโจมตีของเทพแห่งพืนดิน" จบเสียงการร่ายเวทย์ของเอเรส ก็ปรากฎ ลูกแก้วพลังงานขนาดเล็กมากมายนับไม่ถ้วน เสียงปะทะกันดังกังวาน ของกระสุนเวทย์กลับลูกแก้วพลังงาน ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมือง ผมพยายามวิ่งล่อให้เอเรสตามผมมาในเขตเมือง ผมไม่สามารถหลบหลีกกระสุนพลังงานเวทย์ ของอีกฝ่ายใด้หมด

      64700   59200   คริติคอนฮิต 14700 ดาเมทที่ผมใด้รับจากกระสุทเวทย์อีกฝ่ายที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นถึงผมจะมี มิราเคิลสูท ที่ช่วยรับความเสียหายปริมานมากอยู่ด้วยแต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะป้องกันใด้หมด แถมการเคลือนที่ของอีกฝ่ายในตอนนี้ ใด้เปรียบผมมากก็เจ้านั้นเล่นบินมารัวกระสุทเวทย์เลยนี้นา ส่วนผมต้องวิ่งไปตามลายพื้น ความแตกต่างนี้ถ้าไม่หาทางทำอะไรสักอย่างละก็แย่แน่ๆ

      แต่มิราเคิลสูทเนื่ยสุดยอดกว่าที่ผมคิดเอาไว้อีกนะ ผมเคลื่อนไหวเพื่อหลบเวทย์ของฝ่ายตรงข้าม ใด้ยังกลับเป็นสุดยอดนักยิมนาสติก ระดับโลก ผมดีดตัวไปมาระหว่าง ปีกทั้ง 4 ที่ผมคอนโทรนเอาไว้แล้วเคลื่อนที่หลบแบบ 3 มิติใด้อย่างงดงามเลยละครับ ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองทำแบบนั้นใด้ยังไง แต่อีกฝ่ายก็ต้องรับการโจมตีของผมไปเหมือนกัน

      แต่สมกลับเป็นผู้เล่นระดับโปร ถึงจะยอมโดนการโจมตีอื่นๆไปบ้างแต่ กลับการโจมตีของสไนเปอร์ไรเฟินเท่านั้นที่ เอเรสจะไม่ยอมรับไปจังๆละ ก็ไม่แปลกเพราะเป็นการโจมตีที่ผมใช้พลังเวทย์ไปเยอะ และเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของผมในตอนนี้ด้วย แถมถ้าเทียบกลับปืนกระบอกอื่น การยิงแต่ละครั้งของสไนเปอร์ จะออกมาช้าในแต่ละนัดทำให้ถ้ากะระยะใด้ละก็สามารถหลบใด้ง่ายๆ

      เมื่อผมวิ่งมาจนถึงเขตเมือง ผมใช้ชากปรักหักพังของเมืองสร้างมุมอับของสายตา แล้วโจมตีด้วย UZI ปืนถนัดของผม ผมเคลื่อนตัวผ่านสิ่งปลูกสร้างต่างๆ กระโดดหลบไปมาระหว่างกำแพง วิ่งหลบสลับฟันปลาบนหลังคาของเมือง ยังกลับเป็นสุดยอดของนักวิ่ง FreeRunning [เป็นการวิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางอย่างนึงหาข้อมูลใด้ในอากู๋ครับ]

      ตูมๆ บรึม โพละ ตึงๆ เสียงกำแพงของตัวเมืองถูกทำลายดังสนั่นหวั่นไหว นอกจากจะต้องหลบหลีกฝนกระสุนของฝ่านตรงข้ามแล้ว การคอนโทรนเหล่าปีกทั้ง 4 นั้นก็ยากลำบากมากสำหรับผมเลยละครับ ถึงตัวปีกจะมีความคงทนอยู่ในระดับนึงก็เถอะ แต่ถ้าโดนโจมตีจังๆเข้าหลายๆครั้งตัวปีกก็จะถูกทำลาย ถึงจะมีสุดยอดสกิล [Zone] และ [Maximum Angel Eyes]   [ปีก 1 ข้างเท่ากลับปืน1กระบอกครับเซ็นรินั้นใช้ปีกในการสร้างปืนน่ะครับผมเลยเรียกว่าปีกมันดูสวยงามกว่า]

      ที่ช่วยผมคอนโทรน เหล่าปีกทั้ง 4 อยู่ก็เถอะครับแต่การหลบหลีกกระสุนเวทย์ พร้อมกลับพาเหล่าปืนทั้ง 4 หลบไปพร้อมผมด้วยเนี่ยหนักหนาจริงๆเลยละ ส่วนความเร็วของผมที่ใช้หลบกระสุนเวทในตอนนี้นั้นน่าจะประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พลังกระโดดที่เริ่มขึ้นจาก 1 ถึง 40 เมตรใด้ในชั่วอึกใจ สมดุลของการเคลื่อนไหวอันยอดเยื่ยม 

      ทั้งๆที่หลายครั้งผมต้องวิ่งไปในทางที่เป็นขอบแคบๆ ต้องวิ่งใต่กำแพงหินที่ขรุขระ ต้องกระโดดหมุนตัวพร้อมเคลื่อนไหว ด้วยท่วงท่าอันงดงามกลางอากาศ ยังกับเป็นสุดยอดนักกีฬาในด้านนี้ เพื่อหลบฝนกระสุนที่ฟุ่งเป้ามาหาผมดั่งสายฝนที่โปรยปรายลงมา เหมื่อนกลับว่าตัวผมนั้น กำลังเต้นรำอยู่ท่ามกลางเหล่าแสงหลากสีสัน กลางเมืองที่งดงามโดยปราศจากผู้คนเลยทีเดียว

      ด้วยการเคลื่อนไหวอันสลับซับซ้อน บวกกลับสิ่งกีดขวางมากมาย ช่วยให้ผมเริ่มที่จะชิงความใด้เปรียบกลับมาใด้ แต่ผมพอจะรับรู้ใด้ว่า โปรเกมเมอร์อย่างเอเรสน่ะ ไม่ยอมอยู่เฉยๆกลับสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆละครับ [หลายๆท่านอาจจะงง แต่ตัวเอกเรื่องนี้มันคิดว่าคนที่มันสู้ด้วยเป็นผู้เล่นเกมระดับโปรครับ ซึ่งตัวเอกมันก็เป็นผู้เล่น ระดับนี้เหมือนกันมันถึงกล้าบวกด้วย ถ้ามันไม่คิดว่ามันฝันอยู่ละก็มันวิ่งหนีไปนานแล้วละครับ]

      แล้วสิ่งที่ผมคาดเดาเอาใว้ก็ใด้เกิดขึ้น การโจมตีของ เอเรส นั้นเริ่มรุนแรงมากขึ้น เป็นการโจมตีด้วยกระสุนเวทย์ที่หนาแน่นกว่าปกติถึง 3 เท่าแต่ผมก็ใด้สังเกตุถึงความผิดปกติของการโจมตีนี้ละครับเหมือน เอเรส นั้นตั้งใจจะกดดันตัวผมให้ต้องไปจุดใดจุดนึงของตัวเมืองละ ผมยิ้มอยู่ในใจเลยละ สวยสิครับแบบนี้ผมปล่อยให้ เอเรส โจมตีกดดันมาโดยเผาพลาณพลังเวทไปเรื่อยๆ

      ลดการโจมตีของตัวเองลง แล้วเพิ่มสมาธิไปกลับการหลบหลีกให้ใด้มากที่สุด ต่อเนื่องไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ตัวผมนั้นจะทำใด้ และแล้วจุดสิ้นสุดของการเต็นรำนี้ก็มาถึง สัญชาติยานของผมนั้นส่งเสียงเตือนมาเลยละ มากไปกว่านี้น่ะไม่ใด้แล้วละนะ เอาละถึงเวลาที่ผมต้องเลือกแล้วสินะ

      [Energy Protection] ผมเปิดใช้งานสกิลเพิ่มพลังป้องกันของชุดมิราเคิลสูท คอนโทรนปีกทั้ง 4 พร้อม UZI ในมือแล้วเบรกตัวเองกลางอากาศ โดยใช้ปีก 1 ข้างเป็นแท่นยืนแล้วดีดตัวเองพุ่งเข้าหา เอเรส ด้วยอาวุททุกอย่างที่มี 

      28300   21500   27100   คริติคอนฮิต  44100   22100   27300   22500    ความเสียหายมากมายที่ผมต้องแบกรับ กลับการตัดสินใจครั้งนี้ ถึงจะสร้างความเสียหายให้กลับฝ่ายตรงข้ามใด้บ้างก็เถอะ ส่วนตัวผมนั้นละครับที่จะต้องแลกมาด้วยค่าความเสียหายมากมาย ในที่สุดผมก็ฝืนแทรกตัวเอง มุ่งตรงไปยังฝั่งตรงข้ามกลับอีกฝ่ายใด้ เป็นการเดิมพันที่ค่อนข้างเสี่ยงของผมเลยละ

      บรึมมมมม ตูมมม เคร็งๆๆๆๆ เสียงดังกัมปนามที่เกิดขึ้นกลับฝังตรงข้ามของผม ผมเคลื่อนตัวออกไปแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคาเพื่อที่จะใด้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เปลวไฟแห่งการทำลายล้างพวยพุ่ง ทัศนียภาพที่เปรียบดังก้นบึ้งของนรกที่อยู่เบืองหน้า ต่อเสาของเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างนี้ ถ้าผมช้ากว่านี้อีกเพียงเล็กน้อยใจกลางของเปลวเพลิงนั้น คงจะต้องเผาผลานตัวผมอย่างแน่นอน เป็นการโจมตีที่รุนแรงเพียงพอที่จะดับลมหายใจของผมใด้เลยละ

      ผมใช้สกิล [Maximum Angel Eyes] เพื่อตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น

      [Magnus Exorcismus] การพิพากษาของพระผู้เป็นเจ้า เป็นสกิลระดับสูงสูดที่ทำงานในวงกว้าง โดยสร้างเสาแห่งเปลวเพลิงที่แผดเผาใด้ทุกสัพสิ่ง ต้องใช้สกิลป้องกันในระดับเดียวกันถึงจะพอป้องกันใด้ แต่ก็จะต้องรับความเสียหายมหาศาลอยู่ดี เป็น 1 ในสกิลทำลายล้างของ เอเรส พอเห็นแบบนั้นผมละเหงื่อตกเลยละครับ เอ็งจะโกงไปถึงไหนกันฟระเจ้า เอเรส

      "โฮ่ ไม่เลวเลยนี่สาวน้อย การตัดสินใจของเธอที่จะต่อสู้กลับข้าในเขตเมืองแห่งนี้ การหลบหลีกที่งดงามราวกลับเทพธิดานั้น วินาทีที่เธอพุ่งตัวเข้ามาเพื่อเผชิญหน้ากลับข้า ช่างกล้าหาญและงดงามยิ่งนัก ทว่าถ้าเป็นสิ่งนี้ละเธอจะตัดสินใจยังไงละสาวน้อย"

      [Sun of Evocation] เวทย์แห่งการทำลายล้างของดวงอาทิตย์

      ผมสังเกตุเห็น เอเรส นั้นเริ่มร่ายเวทย์อีกครั้ง เหงือหลั่งไหลอาบแก้มของสาวโลลิตัวน้อย อย่าบอกนะว่าจะร่ายไอเวทย์บ้าๆ แบบเมื่อกี้อีกน่ะ ผมเปิดใช้งาน [Maximum Angel Eyes] เพื่อตรวจสอบดูทันทีเลยละครับ

      [Sun of Evocation] คำอธิบาย เป็นเวทย์มนต์ที่ทำลายล้างเป็นวงกว้าง ไม่สามารถหลบหลีกใด้ มีความรุนแรงสูงมาก เมื่อร่ายเสร็จจะเรียกดวงอาทิตย์เทียม ออกมาแล้วดวงอาทิตย์นั้นจะยิงลำแสง แห่งการทำลายล้างไปโดยรอบแบบสุ่ม ใช้เวลาร่าย 5 วินาที เมื่อผลของเวทย์มนต์จบลงจะเคลื่อนไหวไม่ใด้ 1.5 วินาที

      โห เวลาร่ายเวท 5 วิ แถมเป็นเป้านิ่ง 1.5 วิเนื่ยนะถึงจะเป็นเวทย์ที่รุนแรงแค่ไหนก็เถอะ แต่เปิดช่องมาขนาดนี้ นายพลาดแล้วละ เอเรส ผมกระโดดพุ่งตัวอย่างสุดแรง เพื่อไปอยู่เบื่องหน้าของเอเรส วินาทีที่ผมไปอยู่ตรงหน้าเอเรสนั้น ตัวของเอเรสนั้นใด้ทำสีหน้าเหมือนจะถามผมว่า [เธอน่ะคิดจะทำอะไรกันถึงใด้ทิ้ง ระยะที่ใด้เปรียบที่สุดของตัวเองแบบนี้] 

      [Energy Power] แบบเต็มกำลัง ผมเรียกใช้งานสกิลเพิ่มพลังโจมตีจนถึงขีดสุด เปลื่ยนปืนทุกกระบอกเป็นโหมดป้อมปืนเพิ่มความเร็วในการโจมตีและพลังโจมตี 70% แต่ตัวปืนจะไม่สามารถเคลื่อนไหวใด้ระยะเวลานึง แกร็ก กึงๆ เปลื่ยนรูปแบบกระสุน เป็นแบบเจาะเกาะ กระสุนแบบเจาะเกราะจะมีพลังโจมตีมากกว่ากระสุนปกติ 90% แต่ความเร็วกระสุนจะลดลง 60%

      แกร็ก กึก แกร็กๆ ปืนทุกกระบอกอ่อกรีน รอยยิ้มของสาวน้อยปรากฎอยู่เบืองหน้าของเอเรส "เธอต้องการแบบนี้รึ การตัดสินใจครั้งนี้ของเธอจะถูกต้องรึเปล่านะ เขามาเลยสาวน้อยด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี"

      ปังๆๆๆๆ   ปุๆๆๆ   พิงๆๆๆๆ เสียงรั่วของกระสุนปืนที่ดังกังวานไปทั่วทั้งเมือง

      11400*10        113400*10        14300*10        13200*10        12600*10        12700*10       47100*10

      ผมโจมตีด้วยอาวุททุกอย่างที่มี ถึงจะสร้างความเสียหายใด้มากมาย แต่ทว่าเวลา 5 วินาทีนั้นก็ใด้จบลง ก็ปรากฎดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ขึ้นสูงขึ้นไปบนฟากฟ้า ผมกลั้นหายใจให้กลับเวลาในการตัดสิ้นใจครั้งนี้

      Ultimate Skill [Double Accel] [Energy Protection] ผมเรียกใช้งานอันติเมทสกิลที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกัน ให้อย่างมหาศาลแต่ก็ต้องแลกกลับผลเสียที่จะเกิดขึ้น ผมรับรู้ใด้ถึงความหนักของร่างกาย เหมือนมีอะไรบางอย่างกดทับลงมาใส่ร่างกายเล็กๆนี้ ถ้าผมไม่ปิดกั้นความเจ็บปวดเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้วละก็ ผมอาจจะต้องเผชิญกลับความเจ็บปวดที่มิอาจทนรับไหวก็ใด้ ผมไม่นึกเลยว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้

      เมื่อดวงอาทิตย์ลอยไปจนถึงจุดกึ่งกลาง บนท้องฟ้า ผมก็ใด้รับรู้เลยละครับว่าทำไมคำอธิบายสกิลถึงใด้บอกว่า เป็นสกิลที่ไม่สามารถหลบหลีกใด้ หอกแห่งแสงมากมายฟุ่งกระจายไปทั่วท้องฟ้า หอกแห่งแสงที่มีดวงอาทิตย์สีแดงฉานนั้น เป็นจุดสูญกลางโดยที่ความเร็วของหอกแห่งแสงนั้นทัดเทียมกลับความเร็วของแสง ฟุ่งออกมาทำลายทุกสิ่งที่มันสัมผัสด้วยพลังงานอันมหาศาล

      ด้วยความเร็วที่มิอาจบรรยายเป็นคำพูดใด้นั้น ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรใด้แม้แต่จะขยับตัวละครับ

      47400          44600           49600          57300          46900         58700

      49100*10     48200*10     56700*10     46800*10     55200*10   52400*10   

      ตุูมมๆๆ      เปรียงๆ      บรึมมม      บรูมมมมมม

      อึก            ฮึกก          อุ              อ้าาาาาา        เสียงแห่งการทำลายล้างของหอกที่โปรยลงมา เต็มท้องฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว ถึงผมจะรู้สึกเอะใจกลับเสียงอุทานแปลกๆ สุดท้ายที่เปล่งออกมาก็เถอะ ส่วนสภาพของเมืองที่ผมอยู่ตอนนี้แม้จะไม่มีผู้คนอยู่เลย ถึงแบบนั้น โดยรวมแล้วก็เป็นเมืองที่สวยงามเมืองนึงละครับ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังไปเสียแล้ว

      เมื่อเสียงแห่งการทำลายล้างจบลง ทามกลางซากปรักหักพัง ณ จุดสูญกลางของการทำลายล้างนั้น มีสาวน้อยคนนึงยืนอยู่ในสภาพสบักสบอม เต็มไปด้วยบาดแผลจากอาวุทนาๆชนิด แต่ดวงตาอันแสนงดงามของเธอนั้น ไม่ใด้ฉายแววของความสิ้นหวัง ต่างกลับสภาพของเธอที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลย เธอเผยรอยยิ้มอันงดงามดั่งแทพธิดาของเธอ ออกมาอีกครั้ง

      เอเรส หลังจากใช้เวทนั้นไปตอนนี้ ตัวนายน่ะขยับไม่ใด้แล้วสินะ ที่ผมต้องเสี่ยงเข้ามาใกล้นายขนาดนี้น่ะ ก็เพื่อกันไม่ให้นายหลบสิ่งนี้ใด้ยังไงละ [Energy Power] ผมเปิดใช้งานสกิลเพิ่มพลังโจมตี ช่างหน้าเสียดายที่ผลกระทบของสกิล ยังคงอยู่ทำให้ตัวผมไม่สามารถใช้งานสกิล [Accel] ใด้

      [King of The Battle Tank] ราชาผู้ถือว่าเป็นที่สุดของเหล่ารถถัง ผมเรียกใช้งานสกิลที่อิมเมทเอาใว้ในปีกใบที่ 8 ที่ผมร่ายไว้ตั้งแต่แรกก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ เมื่อผมเปิดการใช้งานของสกิลปีกทั้ง 6 ของผมก็เปลื่ยนแปลงไปเป็นสุดยอดแห่งรถถังทั้ง 6 ส่วนรถถังทั้ง 6 ที่ตัวผมสร้างมานั้น

      [Crusader Tank]   [Inferno Tank]   [Paladin Tank]   [Master Tank]   [Overlord Tank]   [Dragon Tank] [ใครไม่รู้ว่ารถถังหน้าตาเป็นยังไงน่าจะพอมีให้ดูในอากู๋ละครับ]

      เพียงพริบตาเหล่ารถถังก็ปรากฏขึ้น อยู่เบื่องหน้าของเอเรส ผมดีใจจริงๆจากก้นบึ้งของหัวใจเลยละครับ เพราะอะไรน่ะหรอครับ ก็เพราะรถถังที่ออกมาน่ะ มันสวยงามสมกลับเป็นรถถังแล้วน่ะสิครับ ทั้งตัวปืนของปืนใหญ่ ทั้งเกาะของตัวถังที่งดงามสมกลับเป็นรถถังที่สมบูรณ์แบบแล้วยังไงละ ผมดีใจจริงๆครับ [เซ็นรินี่เอ็งยังคิดมากเกี่ยวกลับตัวปืน ของบทที่แล้วอยู่อีกเรอะ]

      ป้อมปืนใหญ่ทุกกระบอก อ่อกรีน บรรจุกระสุนแบบพิเศษ [Armour Piercing] [กระสุนเจาะเกาะแบบพิเศษของรถถังครับ อัดกระสุดเข้าถูกจุดนัดเดียว ตัวถังหนาแค่ไหนก็บรึมทั้งคันครับ] พลังโจมตีจากกระสุนเพิ่งขึ้น 150 % ความเร็วลดลง 80 % เป็นครั้งแรกเลยละครับที่ผมเห็น สีหน้าที่ปั้นยากของเอเรสประมาณว่า "โอ้ชิหายละกรู" รถถังทุกคันเตรียบพร้อม เล็งง ยิงง

      เปรียง   เปรียง   ตูมๆๆ   บรึมมมม

      15475000     17427000     15843000   18471000   คริติคอนฮิต   34541000   คริติคอนฮิต   41645000

      เสียงของระเบิดทำลายล้างดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อทุกอย่างจบลงผมรีบเปลี่ยนปีกทั้ง 6 กลับมาเป็นเหล่าปืนต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกครั้งต่อไปทว่า เป็นเวลาที่แทบจะไม่ถึงเสียววินาที เพียงเสียววินาทีเท่านั้นเองที่ผมละสมาธิ ของการหน่วงสกิล [Zone] ให้อยู่ในระดับสูงสุด เหตุว่าผมนั้นใกล้จะถึงขีดจำกัดในการใช้สกิลนี้แล้วละครับ

      กลางกลุ่มควันอันคละคลุ้ง มีสิ่งนึงที่ทวนกระแสอากาศ แล้วมาประทับอยู่กลางหน้าอกของสาวน้อย ผมมารู้สึกตัวเอาก็ตอนที่แรงกระแทกนั้น ส่งผมลอยละลิ้วไปไกลกว่า 200 เมตรสิ่งนั้นมันก็คือ [Teen] ละครับ ตีนลำๆหนาๆกล้ามเป็นมัดๆของออคตัวนึงละครับ พลักกกก อุ 8467000 ผมแทบตกตะลึงกลับตัวเลขดาเมทที่เกิดขึ้น ผมพยายามเรียกปีก ทั้ง 5 ที่พยายามพุ่งฝ่าอากาศเพื่อตามผมมา

      เพื่อที่ผมจะใด้ใช้ปีกเหล่านั้นเป็นฐานสำหรับทรงตัวกลางอากาศ แต่ก่อนที่ผมจะใด้ทำแบบนั้น บริเวณช่วงท้องอันแสนบอบบาง และเรียวงามของเด็กสาวนั้น ก็ใด้สำผัสกลับเข่าที่เต็มไปด้วย กล้ามเนื้อหนาๆแบบเต็มๆเลยละครับ เปรียงงงงง อึก

      คริติคอนฮิต 17642000 ร่างน้อยๆของเธอนั้นลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่า 300 เมตร เธอนั้นพยายามดิ้นรนอยู่กลางผืนฟ้าอันว่างเปล่า แต่ก่อนที่เธอจะใด้ทันขยับตัวจากแรงกระแทกที่ใด้รับนั้น ที่ด้านหลังอันเรียวบางของสาวน้อย ก็ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากปลายเท้าอันทรงพลังของชายคนนึง โป้งงงงง เพียงแต่ชั่วพริบตาร่างกายของสาวน้อยนั้น ก็พุ้งลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง

      ตูมมมม อา  คริติคอนฮิต 19457000 ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง กลับดาเมทที่เกิดขึ้น การโจมตีระยะใกล้เพียงแค่ 3 ครั้งก็ลด max hp ของผมไปมากกว่า 10 % ทั้งๆที่ผมยังคงเปิดใช้งานสกิล [Energy Protection] เพื่อเพิ่มพลังป้องกันแบบเต็มพลัง ตัวผมจำเป็นจะต้องตัดสินใจภายในเสียววินาทีนี้ และการตัดสินใจนี้อาจจะเป็น การตัดสินผลของการต่อสู้ ถ้าพลาดทุกอย่างก็จบ ผมกัดฟันแล้วเรียกใช้งานสกิล

      [Energy invisible] ผมพยายามยืนขึ้น จากหลุมอุกาบาดที่เกิดจากแรงปะทะของผมกลับพื้นดิน แล้วเปิดใช้งานโหมดล่องหนของมิราเคิลสูทก่อนที่ เอเรส นั้นจะตามมา ตูมมมมม เสียงดังสนันหวั่นไหวแค่แรงอัดอากาศ ก็แทบทำให้ร่างของเด็กสาวตัวน้อยในตอนนี้ของผม ต้องปลิวไปตามแรงลม นั้นดังมาจากจุดที่ผมเคยอยู่ ผมพยายาม วิ่ง วิ่ง และก็วิ่ง อย่างสุดแรงเท่าที่ตัวผมพอจะทำใด้

      "ดูท่าว่าตัวข้าจะประมาทเธอไปหน่อยละนะ แต่หนีข้าไม่พ้นหรอกสาวน้อย อันลิมิต สแกน"

      ผมรับรู้ใด้จากการเตือนของมิราเคิลสูท ว่าโหมดล่องหนที่ผมใช้อยู่นั้นถูกอีกฝ่านตรวจจับใด้แล้ว ผมยกเลิกโหมดล่องหน

      [Energy Speed] แล้วเปลื่ยนมาใช้งานโหมดเพิ่มความเร็ว ผมพยายามวิ่งอย่างเต็มกำลัง เพื่อไปยังอีกฝากของเมืองที่ยังไม่ถูกทำลายด้วยสกิลของเอเรส ระหว่างที่กำลังวิ่งอยู่นั้นผมพยายาม คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น สักพักผมก็พอจะใด้ข้อสรุปสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าตัวผมสามารถใช้สกิลที่ช่วยเพิ่ม พลังโจมตี พลังป้องกัน และเพิ่มความเร็วใด้ ทำไมตัวเอเรส จะมีสกิลที่มีผลแบบเดียวกัน

      บ้างไม่ใด้ละ แล้วยิ่งถ้าสเตตัสของผมกลับเอเรสต่างกันมากขนาดนี้ บวกกลับสกิลเพิ่มความสามารถ ก็ไม่แปลกเลยที่ผลจะออกมาเป็นแบบนี้ นี่เป็นข้อสรุปของผมต่อสิ่งที่เกิดขึ้น สกิลเพิ่มความเร็วที่ร่นระยะเข้ามาหาผมในชั่วพริบตา สกิลที่เพิ่มพลังโจมตีที่สร้างดาเมทให้ผมอย่างมหาศาล สกิลเพิ่มพลังป้องกันที่ช่วยลดทอนดาเมทของผม ถ้าผมมีสกิลที่ช่วยในการล่องหน ทำไมเอเรสจะไม่มีสกิลที่ช่วยในการตรวจจับการล่องหนละ

      สาวน้อยคนนึงที่กำลังวิ่งด้วยขาอันเรียวบาง ท่ามกลางซากปรักหักพังใจกลางเมือง เธอทำสีหน้าเหมือนกำลังจะปล่อยโฮ อยู่กลางเมืองดังเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง แล้วพูดด้วยเสียงอันไพเราะนั้นว่า ไอขี้โกงงงงงง   

     

     

     

           

       

                                                                                    

  

                 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น