สัมผัสหัวใจ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนเลวก็มีหัวใจ ตอนที่ 11 100%

ชื่อตอน : คนเลวก็มีหัวใจ ตอนที่ 11 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2559 00:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนเลวก็มีหัวใจ ตอนที่ 11 100%
แบบอักษร

ฉันว่าเรารีบไปวิ่งกันดีกว่าค่ะแดดเริ่มมาแล้วนะคะตอนนี้ ฤดูนี้ยิ่งแดดแรงๆ อยู่ด้วยอัจจิมาพูดขึ้นเพื่อหวังเปลี่ยนเรื่องได้พ้นจากความหน้าแตกของตัวเอง

ก็เห็นบอกว่าเป็นพี่น้องกันเธอก็คิดว่าเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกันเสียอีก แต่อาการหน้าแตกครั้งนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะมันทำให้เธอได้รู้ว่าอนธการเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องที่ไหน อย่างน้อยเธอก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอีกคนมาบ้างล่ะ

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับอัจจิมาเรื่องแดดแรงและควรจะเริ่มออกวิ่งได้เสียที แต่ทว่าอนธการก็นึกบางอย่างขึ้นได้

แป๊บนะๆ ทุกคนเธอบอกพร้อมกับวิ่งไปเอาจักรยานที่จอดพิงพนังไว้เพื่อให้คนในค่ายมวยได้ใช้ออกกำลังกายตามความต้องการออกมา ทำเอาทุกคนมองตามด้วยความสงสัยว่าจะไปเอาจักรยานออกมาทำไมทั้งๆ ที่พวกเธอและเขากำลังจะไปวิ่งกัน

อ่ะนี่ของคุณอนธการเข็นเจ้าสองล้อไปไว้ตรงหน้าของสาวตาหวานที่กำลังยืนทำหน้างงอยู่ในชุดบอล ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ตนเอง

ของฉันเหรอคะ?”

ใช่ พวกเราวิ่งกันไกลนะคุณ ดูท่าแล้วคุณคงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ถ้าไม่ใช้เจ้านี่เดี๋ยวก็ได้เป็นลมกลางทางพอดีอีกอย่างเธอเห็นว่าอัจจิมานอนน้อยด้วยแถมอาหารมื้อเช้าก็ยังไม่ได้กิน อันที่จริงก็แค่เป็นห่วงกลัวว่าอีกคนจะวูบเอาเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่อยากจะบอกเหตุผลไปตรงๆ เพราะมันทำให้รู้สึกเขินแปลกๆ แล้วก็กลัวเฮียของเธอจะผิดสังเกตด้วย

ศิวะที่ได้ฟังคำของอนธการก็เห็นด้วยว่าอีกคนควรใช้จักรยานทุ่นแรงน่าจะดีกว่า เพราะระยะทางที่วิ่งก็ไกลจริงอย่างที่อีกคนบอก

นั่นสิครับ ผมว่าคุณใช่จักรยานก็ดีเหมือนกันนะ

เมื่อมีศิวะเป็นกองกำลังเสริมช่วยสนับสนุนอีกคนจึงทำให้อัจจิมารับจักรยานมาปั่นอย่างว่าง่าย

ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ

โอเคงั้นตามนี้นะครับ ไปกันเถอะชายหนุ่มสรุปก่อนจะออกวิ่งนำไป แล้วตามด้วยจักรยานของอัจจิมา ก่อนจะปิดท้ายด้วยสองขาของอนธการ

ไหวไหมคุณอนธการเอ่ยถามคนปั่นจักรยานที่ดูท่าจะใกล้หมดแรงเต็มทีหลังจากที่ปั่นเลยครึ่งทางมาได้สักระยะ

สบายมากค่ะไม่ต้องเป็นห่วง

อนธการมองดูคนที่บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงแล้วก็นึกขำ ดูสิขนาดเธอแค่เดินเฉยๆ นะยังเร็วกว่าคนที่ปั่นจักรยานอีก

แน่ใจนะคุณว่าไหว?”

แน่ใจ มากค่ะครานี้มีอาการน้ำเสียงขาดห้วงอย่างคนเหนื่อยหอบตามมาด้วย

ศิวะที่ลดความเร็วมาวิ่งตามอยู่ข้างหลังมองดูอัจจิมาก็เกรงว่าอีกคนจะเป็นลมไปเสียก่อน เพราะอุณหภูมิของแดดก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพึ่งเกือบจะเจ็ดโมงเช้าแต่แสงอาทิตย์ก็ไม่เคยปรานีใคร ที่สำคัญอัจจิมาก็ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาตามคำบอกของอนธการ เขาจึงคิดว่าควรให้อัจจิมากลับไปพักกินข้าวกินปลาที่ค่ายมวยก่อนน่าจะดีกว่า

อย่าฝืนตัวเองเลยครับคุณออมเดี๋ยวร่างกายจะแย่เอา ผมว่าแบบนี้ดีกว่า เดี๋ยวให้ไอ้กานเนี้ยเป็นคนขี่ แล้วคุณก็มานั่งซ้อนอยู่เบาะหลัง จริงไหมกานประโยคหลังชายหนุ่มหันไปพูดกับอนธการ

ห๊ะ อืม นั่นสิฉันก็ว่าแบบนั้นเหมือนกันเฮีย คุณหยุดรถเลย หยุดรถ

หญิงสาวตาคมจับตัวรถให้หยุดลงแต่อัจจิมาก็ยังมีสีหน้าลังเลติดเกรงใจเล็กน้อย จะลำบากคุณกานหรือเปล่าค่ะ

อัจจิมาเกรงใจอีกคนจริงๆ ตั้งใจจะมาวิ่งแต่สุดท้ายเหมือนเธอกลายมาเป็นตัวถ่วงยังไงไม่รู้ กลัวอีกคนจะลำบากที่ต้องมาปั่นให้เธอนั่งเฉยๆ แต่อนธการกลับหัวเราะออกมาอย่างหน้าตาเฉย

แค่นี้เองไม่ได้ลำบากหรอกคุณ ไม่ต้องคิดมาก ดีซะอีกได้มีจักรยานเป็นเครื่องทุ่นแรงเธอว่าไปตามความจริง แล้วก็ไม่อยากให้อีกคนคิดมาก เพราะถึงศิวะไม่เสนอขึ้นมาเธอก็ตั้งใจว่าจะอาสาปั่นให้อีกคนนั่งอยู่แล้ว

ขอบคุณนะคะ

ด้วยความเต็มใจค่ะ

จากนั้นสองสาวก็ส่งยิ้มหวานให้กันก่อนจะสลับตำแหน่งที่นั่ง ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นอย่างพิจารณาก่อนจะเริ่มมั่นใจว่าเขามองไม่ผิดแน่ รอยยิ้มของอนธการเป็นรอยยิ้มที่ส่งออกมาจากใจจริงๆ แถมรอยยิ้มแบบนั้นยังปรากฏออกมาเสียหลายรอบต่อวันโดยที่บางทีเจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แต่สำหรับอัจจิมาเขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในความไม่ปกติหรือไม่ เพราะเขาไม่ได้สนิทกับอีกคนถึงขั้นนั้น แต่เท่าที่ดูก็ออกจะเป็นคนดี และก็ยิ้มเก่งเป็นปกติ

เฮีย แอบคิดอะไรอยู่ จะไปต่อกันได้ยังอนธการพูดขึ้นเพราะเห็นว่าศิวะเอาแต่จ้องมาทางพวกเธอแล้วก็ขมวดคิ้วคล้ายขุ่นคิดอะไรบางอย่าง

เอ่อๆ ไปก็ไปสิ แค่นี้ก็ต้องตะโกนด้วย แต่ว่าเอ็งพาคุณออมขี่นำไปรอที่ค่ายมวยเลยก็ได้ ถ้าถึงแล้วก็กินข้าวกินปลาเลยไม่ต้องรอข้า

เอางั้นเหรอ?”

อืม เอางี้แหละไปได้แล้ว

เฮียก็รีบตามมาเร็วๆ นะ ฉันไปก่อนล่ะ

พูดจบอนธการก็ออกตัวปั่นจักรยานด้วยความเร็วคนไม่ทันตั้งตัวอย่างอัจจิมาถึงกับแทบหงายหลังแต่ดีที่มือไวคว้าเอวของอนธการเอาไว้ได้เสียก่อน

อือหือ มีก้ามหน้าทองนิดๆ ด้วย

อนธการสะดุ้งเล็กน้อยจากการถูกสัมผัสทันใดนั้นความเร็วของจักรยานก็พลอยลดลงตามในทันทันที

คุณออกกำลังกายบ่อยหรอมีซิกแพคด้วย?” คำถามที่ตรงไปตรงมากับมือซนๆ ที่แอบลูบหน้าท้องของคนขี่ทำให้ผู้ถูกกระทำถึงกับหน้าขึ้นสี ในใจก็รู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก

ก็ นิดหน่อยนะ แต่มือคุณอยู่เฉยๆ หน่อยสิ ฉันจักจี้เดี๋ยวพาคุณตกทางโค้งลงข้างทางไม่รู้ด้วยนะได้ผลคำพูดของอนธการทำเอาอัจจิมาหยุดชะงัก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอาใบหน้ามาซบอยู่ที่หลังของเธอแทน

แดดร้อนจัง

ไออุ่นที่สัมผัสได้จากแผ่นหลังพร้อมกับน้ำเสียงที่ติดจะงอแงปนออดอ้อนอยู่ในทีทำให้อนธการถึงกับซ่อนยิ้มเป็นรอบที่เท่าไรของวันก็ไม่รู้ ได้แต่ปล่อยให้อีกคนทั้งกอดและซบอยู่อย่างนั้น ถึงแม้การกระทำของอัจจิมาจะส่งผลทำให้จังหวะหัวใจของเธอเต้นผิดปกติก็ตาม

ส่วนคนที่ซบอยู่กับแผ่นหลังก็ซ่อนยิ้มเอาไว้ไม่ต่างกันเพราะเธอกำลังรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่ผิดแปลกไปของอีกคน ถ้าอนธการรับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของเธอได้ ก็คงจะเข้าใจว่าเสียงหัวใจของเราทั้งสองคนไม่ได้ต่างกันเลย

เมื่อกลับมาถึงค่ายมวย ล.ลือชัย

คุณกานทำอะไรอยู่คะเดี๋ยวฉันช่วย

            “ไม่เป็นไรๆ ไปนั่งรอเฉยๆ เลยคุณ แค่เจียวไข่เองเดี๋ยวก็เสร็จแล้วอนธการว่าพร้อมกับไล่อีกคนไปนั่งรอที่โต๊ะ เพราะเหลือแค่ตักไข่ใส่จานก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟพอดี

            ค่ายมวย ล.ลือชัย เป็นค่ายมวยที่ค่อนข้างจะมีครบทุกอย่างเพราะที่นี่ก็ถูกใช้เป็นบ้านพักของศิวะด้วยเช่นกัน หรือบางทีก็ใช้เป็นที่เก็บตัวนักมวยยามใกล้แข่งศึกนัดสำคัญด้วย ทำให้มีทั้งห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องครัว ห้องนอน แล้วก็ล็อกเกอร์เก็บเสื้อผ้าอย่างครบครัน เป็นเสมือนบ้านและฟิตในที่เดียวกัน

            งั้นฉันช่วยตักข้าวแล้วกันนะคะว่าจบอัจจิมาก็เดินไปหยิบจานมาสองใบด้วยความคล่องแคล่วก่อนจะนึกเอะใจขึ้นได้ว่าเธอควรจะต้องตักเผื่อศิวะที่ยังมาไม่ถึงด้วยหรือเปล่านะ เมื่อไม่แน่ใจเลยหันไปถามอีกคน "คุณกานให้ฉันตักเผื่อคุณศิวะด้วยเลยไหม?"

            ไม่ต้องหรอกคุณ เดี๋ยวให้เฮียเขามาตักเองดีกว่า เฮียเขาชอบกินข้าวร้อนๆ ตักใหม่ๆ

            อัจจิมาพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปบรรจงตักข้าวสวยเต็มเม็ด ควันสีขาวที่แสดงถึงความอุ่นร้อนลอยล่องขึ้นมาเตะจมูกให้ได้กลิ่นไอข้าวหอมหวนชวนน้ำลายสอ เมื่อตักข้าวใส่จานเสร็จเธอก็ยกไปเสิร์ฟบนโต๊ะ พร้อมรับประทานเคียงคู่กับไข่เจียวฟูกรอบ

            อือหือ น่ากินจัง

            ไข่เจียวนี่นะน่ากิน?”

            “ค่ะ ฉันชอบกินไข่เจียวหญิงสาวยิ้มแฉ่งก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ มากินข้าวกันเถอะฉันหิวแล้ว

            เห็นอีกคนทำท่าลูบท้องตัวเองปอยๆ อนธการจึงเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมทั้งตักไข่เจียวที่อีกคนบอกว่าชอบมาชิมดูบ้าง แต่เธอก็ว่ารสชาติมันออกจะธรรมดาทั่วไปไม่ได้อร่อยมากมายดังที่ท่าทางของอัจจิมาแสดงออกสักนิด

            คุณชอบไข่เจียวจริงๆ เหรอ?” อนธการถามย้ำให้อีกคนได้หัวเราะออกมา

            อันที่จริงฉันชอบทุกอย่างถ้าคุณเป็นคนทำ

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น