email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 02 เรื่องบนเตียง

ชื่อตอน : ตอนที่ 02 เรื่องบนเตียง

คำค้น : นิยายวาย มหาลัย เมะลูกหมา y yaoi นิยายรัก 18+ Nc

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2564 14:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 02 เรื่องบนเตียง
แบบอักษร

 ตอนที่ 02 เรื่องบนเตียง 

  

 * 

Achi Part (อดีต)  

 

ประตูรถปิดลง ก่อนซูเปอร์คาร์คันหรูจะทะยานไปข้างหน้า

Well, you done done me and you bet I felt it 

I tried to be chill, but you're so hot that I melted 

I fell right through the cracks 

Now I'm trying to get back 

เสียงเพลงแนวเร็กเก้ผสานไปกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง ส่งให้บรรยากาศยามค่ำไม่น่าเบื่อจนเกินไป ล้อรถบดเบียดไปกับพื้นถนนก่อนจะหยุดลงเมื่อคนที่ทำหน้าที่เป็นสารถีหักพวงมาลัยจอดชิดริมทางเท้า 

คนตัวสูงจ้องโทรศัพท์ด้วยสายตากรุ่นโกรธ มือข้างหนึ่งกำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ก่อนจะค่อย ๆ พรูลมหายใจออกช้า ๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน  

“อชิอย่าเพิ่งกลับได้มั้ยครับ”  

ผมมองอีกฝ่ายนิ่ง ไม่ได้ตอบรับอะไรออกไป

“อยู่เป็นเพื่อนพี่ก่อนได้มั้ยครับ”

แววตาหงอย ๆ เหมือนหมาตัวโตมองผมอย่างเว้าวอน ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบรับ

“ก็ได้” ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีปัญหาอะไร แต่ความเจ็บปวดที่ฉายอยู่ในแววตาทำให้ผมกลืนคำปฏิเสธลงท้อง เรื่องที่เขาเจอมาคงจะหนักหนาอยู่ไม่น้อย

ใบหน้าหงอย ๆ ถูกฉาบไปด้วยรอยยิ้มจนดวงตาหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังปกปิดความเสียใจในแววตาไม่พ้นอยู่ดี

Ferrari ROMA ราคาแปดหลักเลี้ยวเข้ามาจอดในคอนโดหรูก่อนเครื่องยนต์จะดับลง

ผมเดินตามอีกฝ่ายออกจากลิฟต์แล้วสาวเท้าไปตามทางเดินที่ถูกปูไปด้วยพื้นพรมสีเข้ม ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่งที่กินพื้นที่ชั้นบนสุดทั้งชั้น ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นห้องขนาด 734 ตารางเมตร ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเทาอ่อนให้ความรู้สึกสบายตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นแม้แต่คนที่ไม่สนใจเรื่องแบรนด์เนมแบบผมก็ยังรู้ว่าเป็นของนำเข้าทั้งหมด

พี่นทีเปิดประตูห้องนั่งเล่นออกกว้างก่อนพาผมเดินไปนั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์

“อชิดื่มเหล้าเป็นเพื่อนพี่ได้มั้ยครับ” อีกฝ่ายวางแก้วคริสตัลสองใบลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนหยิบขวดที่มีน้ำสีอำพันลงมาจากชั้นแล้ววางไว้คู่กัน

“ผมดื่มไม่เก่ง” ผมปฏิเสธกลาย ๆ ปกติผมจะไม่ดื่มเหล้ากับคนอื่นนอกจากเพื่อนสนิท เพราะเวลาเมาผมจะชอบอ่อยชาวบ้านเขาไปทั่ว พอตื่นมาก็แทบจะจำไม่ได้ว่าก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง

สีหน้าหงอย ๆ ถูกหยิบขึ้นมาฉาบใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง ผมมองคนตัวโตที่หางลู่หูตกแล้วได้แต่ถอนหายใจ ก่อนตอบรับในที่สุด

“ก็ได้ แต่ผมดื่มแค่นิดเดียวนะ” ผมรับแก้วคริสตัลมาถือไว้ก่อนยกจรดริมฝีปาก รสชาติขมเฝื่อนบาดคอจนต้องเบ้หน้า ร่างกายร้อนวูบวาบเมื่อแก้วที่สี่ถูกกลืนลงคอ

อีกฝ่ายเงียบมาก เรานั่งมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำเดียว สีหน้าของเขาเหมือนคนที่กำลังคิดอะไรตลอดเวลา เขาจ้องมองผมชั่วแวบหนึ่ง น่าแปลกที่ผมเห็นประกายความรู้สึกผิดพาดผ่านแววตา

ผมวางแก้วที่ห้าลงบนเคาน์เตอร์ สติถูกกระชากออกไปโดยสมบูรณ์แบบ ภาพของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามพร่าเบลอ ผมหัวเราะเพราะรู้สึกมีความสุขจนเกินไป ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความสุขเรื่องอะไร

“อชิหัวเราะอะไรครับ”

Before the cool done run out 

I'll be giving it my bestest 

And nothing's gonna stop me but divine intervention 

I reckon it's again my turn 

To win some or learn some 

ผมเมินเฉยคำถามที่ฟังไม่เข้าใจ โยกหัวไปมาเบา ๆ ตามจังหวะของเสียงเพลง ก่อนมองก้อนกลม ๆ สีขาวตรงหน้าด้วยดวงตาฉ่ำเยิ้ม พอแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด อะไรก็ดูง่ายดายไปหมด ผมโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วตะปบก้อนนุ่มนิ่มไว้ ก่อนแตะริมฝีปากลงไปบนอวัยวะเดียวกัน

ตอนนี้ผมกำลังจินตนาการว่าตัวเองละเลียดลิ้มรสโมจิไส้ถั่วแดงของโปรดอยู่  

“อชิทำอะไรครับ”  

โมจิพูดกับผมด้วยน้ำเสียงตกใจ

“กินโมจิ”

ผมตอบเสียงยานคราง ก่อนขมวดคิ้วมุ่น ทำไมโมจิถึงพูดได้ แต่ช่างเถอะ ผมไม่อยากกินแล้ว ไม่เห็นจะอร่อยเหมือนที่แม่พาไปกินที่ญี่ปุ่นเลย

ผมกำลังจะถอนตัวกลับมานั่งที่เดิม แต่ใบหน้ากลับถูกจับล็อกไว้ก่อนความรู้สึกนุ่มหยุ่นจะบดเบียดลงมาบนริมฝีปากของผม

“อื้อ” ผมมึนงงไปชั่วขณะ ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อเกิดจนปวดมวนในช่องท้อง ริมฝีปากของผมถูกดูดดึง มันร้อนวูบวาบ เสียงหวีดหวิวดังก้องอยู่ในหูเหมือนร่างกายถูกเหวี่ยงซ้ำไปมา ผมเผยอปากออกเพื่อหายใจแต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนส่งเข้ามาทักทาย

“เข้าไปในห้องกันนะครับ”

ผมพยักหน้าทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกอุ้มพาไปที่ไหน ผมรู้สึกหัวสมองหมุนคว้างราวลูกข่าง ก่อนแผ่นหลังจะสัมผัสเข้ากับความนุ่มสบายของเตียงกว้าง คนตัวโตตามมาคร่อมทับผมไว้แล้วเริ่มต้นบดเบียดริมฝีปากลงมาบนกลีบปากผมอีกครั้ง ข้อมือของผมถูกมือหนาจับรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะ เมื่อผมพยายามจะผลักร่างที่หนักเหมือนก้อนหินออกไปให้พ้นตัว

“อื้อ” เสียงครางวาบหวามดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่ถูกดูดดึงจนชาหนึบ ปลายลิ้นชื้นไล้เลียไปตามรอยแยกของริมฝีปากก่อนดุนดันแทรกเข้าไปสำรวจภายในโพรงปากชุ่มชื้น หยาดน้ำเชื่อมสีใสยืดเยิ้มติดปลายลิ้นก่อนแยกออกจากกันในตอนที่คนตัวโตถอนริมฝีปากออกไป

พี่นทีลากไล้ปลายลิ้นชื้นไปทั่วผิวเนื้อที่มีเสื้อปิดคลุมวับแวม ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบ บั้นท้ายกลมกลึงถูกฝ่ามือหนาฟาดจนขึ้นรอยมือ เสื้อเชิ้ตตัวบางเสียดสีเข้ากับเม็ดเล็กสีชมพูจนแข็งเป็นไต ยั่วยวนสายตาคนมองให้ลงปลายลิ้นตวัดชิม ปลายนิ้วยาวสะกิดปรนเปรอเม็ดทับทิมอีกข้างจนผมแอ่นอกรับหลังแทบไม่ติดที่นอน

เสียงหอบหายใจกระเส่าดังก้องห้องนอนขนาด 150 ตารางเมตร ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไล้เลียผิวกายขาวเนียน ยามเมื่อมือหนากระชากเสื้อโยนลงบนพื้นห้อง ซิปถูกรูดลงจนสุดก่อนกางเกงขายาวจะถูกรูดรั้งออกจากเรียวขาสวย

“สวยมาก” คำชมแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากได้รูป อีกฝ่ายเสยเส้นผมหยักศกธรรมชาติไปด้านหลัง เลื่อนใบหน้าลงต่ำก่อนจะหยุดอยู่ที่รูสวาทสีหวาน มือหนาจับขาเรียวแยกออกกว้างแล้วจับสะโพกยกขึ้นก่อนส่งลิ้นร้อนเข้าไปทักทายช่องทางสีชมพู ผมบิดกายเร่าเมื่อถูกกระตุ้นอารมณ์ราคะ แม้จะยังมัวเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้า แต่สติก็ยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง ผมรู้ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ แม้สมองอยากผลักไสแต่ร่างกายกลับทำตรงกันข้าม ผมไม่อาจหักห้ามไฟปรารถนาที่ถูกคนตัวโตพัดจนโหมกระพือให้ดับมอดลงในตอนนี้ได้

ผมซี้ดปากด้วยความเสียดเสียวเมื่อลิ้นร้อนฉกชิมช่องทางน่ารัก หยอกเย้าจนจีบสีชมพูชื้นแฉะไปด้วยหยาดน้ำลายสีใส ปลายลิ้นส่งเข้าไปทักทายโพรงผนังอ่อนนุ่ม ช่องทางน่ารักตอดรัดเรียวลิ้นอย่างเชิญชวน คนตัวโตถ่มน้ำลายลงบนปากผนังถ้ำสีสวย ก่อนจับตัวผมพลิกคว่ำ มือหนากดล็อกต้นคอลงกับเตียงก่อนนิ้วร้อนจะแทรกเข้าไปในช่องทางที่เต็มไปด้วยความฉ่ำแฉะ เพียงแค่ปลายนิ้วรูสวาทก็ขมิบตอดรัดอย่างเย้ายวน นิ้วยาวค่อย ๆ ดันเข้าไปเชื่องช้าด้วยความใจเย็น

“ฮึก เจ็บ” ผมเบ้หน้า หยาดน้ำตาไหลเปื้อนแก้มเนียน

ปลายนิ้วของเขาทำให้ผมอึดอัด แต่ผมไม่อยากให้เขาหยุด ผมอยากได้มากกว่านี้ อยากให้เขากระแทกนิ้วเข้ามาแรง ๆ แต่ภายในจิตใจส่วนลึกกลับสั่งให้ผมผลักเขาออกไป

“ขอโทษครับ” คนตัวโตจูบซับต้นคอเพื่อปลอบโยน ก่อนใช้ปลายลิ้นชื้นไล้เลียจนผมขนลุกชัน นิ้วยาวดันเข้ามาจนสุดความยาวแล้วดึงออกไปใหม่ก่อนจะดันกลับเข้ามาอีกครั้ง ผมบิดกายเร่า ร้องครางแทบไม่เป็นภาษาเมื่อปลายนิ้วสะกิดเข้ากับจุดกระสัน เสียวซ่านจนปลายเท้าจิกเกร็ง สองมือกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่

“อ๊ะ ตรงนั้น” ผมร้องบอกให้เขาเน้นที่จุดเดิมซ้ำ ๆ มันเสียวซ่านจนผมแทบทนไม่ไหว

“ตรงนี้เหรอ” อีกฝ่ายราวจะกลั่นแกล้ง กระแทกกระทั้นรุนแรงเสียจนร่างผมสั่นคลอน

ริมฝีปากได้รูปจูบซับไปตามแผ่นหลังเปล่าเปลือย ก่อนฝากร่องรอยสีกุหลาบให้ผมดูต่างหน้า นิ้วที่สามถูกดันเข้ามาในช่องทางแล้วเริ่มขยับข้อมือเป็นจังหวะรัวเร็ว นิ้วยาวหมุนคว้านไปตามโพรงผนัง จากรัวเร็วเปลี่ยนเป็นเนิบนาบ ทว่าสัมผัสหนักแน่นเสียจนผมสะท้านเยือก ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ผมแอ่นสะโพกรับนิ้วมือที่สอดแทรกเข้ามาในกายราวเกลียวคลื่นโอบล้อม

ความรู้สึกของผมด่ำดิ่งลงเรื่อย ๆ ราวกับกำลังจมลงสู่ก้นมหาสมุทรก่อนจะหยุดชะงัก ผมเอี้ยวหน้าไปมองคนตัวโตอย่างขัดใจ พี่นทีดึงนิ้วออกไป รูดซิปกางเกงลงจนสุดก่อนควักเอาส่วนแข็งขืนที่กำลังตั้งชันออกมารูดรั้ง ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์กับอะไรบางอย่าง ความสงสัยของผมถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อคนตัวโตโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู

“ถุงยางหมด พี่ขอโทษนะครับ แต่พี่เพิ่งไปตรวจโรคมา อชิมั่นใจได้ครับ”

ผมฟังไม่เข้าใจ สมองประมวลผลอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกที่จะปล่อยคำพูดนั้นลอยหายไปในอากาศ เขาพูดเรื่องถุงยางอะไรสักอย่าง แต่ช่างมันเถอะ ผมไม่อยากรู้แล้ว เมื่อไหร่เขาจะเอานิ้วเข้ามาสักที ผมอยากให้เขาทำแบบเมื่อกี้อีก

“อื้อ” เขาไล้เลียปลายลิ้นชื้นลงบนต้นคอ ผมครางเสียงสั่นพร่าด้วยความเสียวกระสัน ภายในช่องท้องวูบโหวง มันปั่นป่วนราวกับมีเกลียวคลื่นซัดสาด

พี่นทียกสะโพกผมขึ้น แล้วจับส่วนแข็งขืนไล้วนรอบปากทางก่อนจะดันเข้ามาช้า ๆ ช่องทางน่ารักขมิบตอดรัดอย่างเชิญชวน ผมกำผ้าปูที่นอนแน่น เมื่อความใหญ่โตค่อย ๆ แทรกเข้ามา เพียงแค่ส่วนปลายผมก็เบ้หน้า เรียวขาสองข้างสั่นระริก

“ฮึก เจ็บ” ผมร้องไห้ มันเจ็บ เจ็บมากจนอยากผลักไสเขาออกไป แต่ก็รู้สึกดีมากเช่นกัน

“ให้พี่หยุดก่อนมั้ยครับ” ปลายนิ้วยาวเชยคางผมให้หันกลับไปสบตาแล้วจูบซับน้ำตาให้

“ไม่ อย่าหยุด” ผมร้องห้ามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ครับ ไม่หยุด” เขาจูบผมจนแทบหายใจไม่ทัน เสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังก้องอยู่ข้างหู เพลงที่เขาเปิดทิ้งไว้ยังคงดังแว่วให้ได้ยิน

เขาดันส่วนแข็งขืนเข้ามาช้า ๆ จนสุดความยาว อีกฝ่ายแช่ค้างไว้อยู่แบบนั้นสักพักจึงเริ่มขยับสะโพกเนิบช้า เขาดึงออกไปจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้ามาใหม่ ทุกครั้งที่เขาตอกอัดตัวตนเข้ามาผมรู้สึกราวกับยืนอยู่กลางพายุ มันวูบไหว สั่นคลอน สองขาสั่นระริกจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สิงโตตัวเขื่องขยายคับแน่นอยู่ในช่องทาง มันเสียดสีเข้ากับรูสวาทจนร้อนผ่าว ร่างกายผมเหมือนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ตัวผมสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้น จากเนิบนาบเปลี่ยนเป็นรัวเร็ว ผมแอ่นสะโพกให้คนตัวโตรังแกช่องทางด้านหลังได้ถนัดขึ้น

“อ๊ะ ระ แรงกว่านี้” เขาเร่าร้อนเสียจนผมทนไม่ไหว ขอให้เขาทำแรงขึ้นอีก ผมรู้สึกว่าตัวเองร่านร้อนจนน่าอาย ผมถูกความต้องการถมจนหน้ามืด สลัดความอายทิ้งแล้วเด้งสะโพกตอบรับแท่งร้อนที่ผลุบเข้าผลุบออกอยู่ตรงรูจีบสีชมพู

สะโพกสอบขยับรัวเร็ว คนบนร่างโน้มตัวลงมากอดผมไว้ มือหนาเอื้อมมาด้านหน้า สัมผัสเข้ากับส่วนน่ารักที่ถูกปลุกปั่นอารมณ์จนแข็งชัน ขยับข้อมือไปพร้อมกับการตอกอัดช่องทางด้านหลัง ผมบิดกายเร่า หวีดเสียงครางด้วยความเสียดเสียวเมื่อถูกปรนเปรอทั้งด้านหน้าด้านหลัง หยาดน้ำหวานปลิดปริ่มอยู่ตรงส่วนปลายก่อนหยดกระทบผ้าปูที่นอนเป็นรอยด่าง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องกว้าง ฟังดูน่าอายแต่กลับเพิ่มความต้องการให้ผมมากกว่าเดิม

“อ๊ะ อ่า จะเสร็จ”

“ปล่อยออกมาเลยครับ”

ร่างผมกระตุกเกร็ง หยาดน้ำสีขาวมุกถูกปลดปล่อยจนผ้าปูที่นอนเปรอะเปื้อน ผมหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้า

คนตัวโตจับยึดสะโพกผมไว้แน่น ตอกอัดตัวตนเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่าราวคลื่นสาดกระทบ พี่นทีส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักเข้ามาในช่องทางจนผมเจ็บจุก

เขารีดเค้นออกมาทุกหยาดหยดก่อนจะดึงตัวตนออกจากช่องทางของผม หยาดน้ำสีไข่มุกไหลเยิ้มออกจากช่องทางสีสวย ผมทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน อีกฝ่ายจับผมพลิกตัวให้นอนหงาย ก่อนจับขาสองข้างแยกออกจากกัน

“เหนื่อยแล้ว” ผมพูดอย่างหมดแรง ผมไม่อยากทำแล้ว

“อชิอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวพี่ทำให้” พี่นทีจ้องผมด้วยสายตาวาววับ ก่อนโน้มหน้าลงไปอยู่ในระดับเดียวกับส่วนน่ารัก

“อื้อ เสียว” ผมจิกทึ้งกลุ่มผมนิ่มของคนตัวโตตามแรงอารมณ์ที่โหมกระพือ ไฟที่เริ่มมอดดับถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง

เขาเลียทำความสะอาดส่วนอ่อนไหว กลืนกินทุกหยาดหยด แล้วกลืนกินตัวตนของผมด้วยโพรงปาก นิ้วยาวไล้วนอยู่รอบปากทางก่อนจะแทรกเข้ามาสัมผัสกับจุดกระสัน

“อชิรู้มั้ยครับ ว่าตัวเองแฉะขนาดไหน” เขาถอนริมฝีปากออกไปแล้วพูดกับผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะดูดรวบส่วนปลายหนัก ๆ อยู่หลายครั้ง

ผมปัดมือเขาออกจากช่องทางสีหวานแล้วแหวกแก้มก้นออกกว้างจนเผยให้เห็นรูสวาทสีชมพู

“เอาอันนี้ เอามันใส่เข้ามาในนี้” ผมจับส่วนแข็งขืนของคนตัวโต ลูบไล้ไปมาเบา ๆ แล้วไล้ปลายนิ้ววนรอบปากทางคับแน่นของตัวเอง

“เมื่อกี้ใครบอกว่าเหนื่อยครับ”

“ไม่เหนื่อย ทำนะ”

“ครับ” คนตัวโตขบกัดติ่งหูก่อนดันแท่งร้อนเข้ามาจนสุดความยาว เขาจับข้อเท้าผมยกขึ้นก่อนแยกขาออกจากกันให้กว้างมากกว่าเดิม สะโพกสอบขยับเป็นจังหวะหนักแน่น เขากดไปตรงจุดกระสัน ผมปลดปล่อยน้ำรักอยู่หลายครั้งจนร่างกายเหนื่อยอ่อน ร้องครางจนน้ำเสียงแหบแห้ง อ้อนวอนขอให้เขาหยุด แต่กลับไม่ได้รับแม้แต่ความเห็นใจ

 

* 

“นี่มันอะไรกัน!”

ผมขยับเปลือกตาเมื่อยินเสียงหวีดร้องแสบแก้วหูดังขึ้นจากใครบางคน เปลือกตาสีไข่มุกค่อย ๆ เปิดออก ก่อนกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่ความพร่าเบลอ ผมกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นชิน สมองประมวลผลอย่างหนักว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

ผมนิ่วหน้าเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงแกนสมอง ช่องทางด้านหลังเจ็บขัด เสื้อผ้าที่สวมอยู่บนกายยับย่น

“ก็ทำเหมือนที่ปันทำไง”

ผมขมวดคิ้ว มองผู้ชายสองคนทะเลาะกัน ก่อนจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้บ้าง

“ปันทำอะไร” พี่นทียื่นโทรศัพท์ให้คนชื่อปัน เขารับมันไปถือไว้ ใบหน้าขาวใสจ้องมองอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะเริ่มซีดเผือด

“ปันอธิบายได้”

“ปันจะอธิบายว่ายังไง จะแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจอีกเหรอ ปันทำมันมากี่ครั้งแล้ว ทีไม่พูด ไม่ได้แปลว่าทีไม่รู้นะ”

“ปันมีอะไรกับคนอื่นแล้วยังไง ที่ผ่านมาทีแม่งโคตรเป็นแฟนที่ห่วยแตกอะ”

“ปันไม่ชอบอะไรก็บอกสิวะ ทำไมต้องนอกใจด้วย กี่ครั้งแล้วที่ปันทำแบบนี้”

ผมแม่งโคตรอยากจะหัวเราะเลยว่ะ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าผมเมาหนักขนาดไหน แต่ตอนนี้ผมตาสว่างโดยไม่ต้องพึ่งน้ำขิงแก่ ๆ ของไอ้พู่เลยด้วยซ้ำ นี่ผมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกันแน่วะเนี่ย

อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นชู้ ชีวิตแม่งโคตรบัดซบ

ผมขยับตัวลุกออกจากเตียงก่อนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าไอ้ผู้ชายตัวโต

“พี่มีอะไรกับผมเพราะอยากประชดแฟนเหรอ”

ผมเอ่ยขัดบทสนทนาที่แทบจะกลายเป็นตะโกนใส่กัน ทั้งสองคนชะงัก ก่อนพี่นทีจะหันมามองผมด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

“พี่ขอโทษ”

“พี่แม่งโคตรเหี้ยเลยว่ะ”

ถ้าไม่ติดว่าผมเมาจนยืนทรงตัวให้ตรงยังยาก ผมคงซัดหมัดหนัก ๆ ใส่คนตรงหน้าไปแล้ว

“ผมเมาอะ แต่พี่ไม่ได้เมา พี่ทำได้ไงวะ”

ผมโคตรโกรธเลยว่ะแม่ง

“พี่ขอโทษ”

“ผมไม่ให้อภัย คำขอโทษของพี่แม่งโคตรไม่มีค่าเลย” ผมหันไปคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพาย ตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง

พี่นทีคว้าข้อมือผมไว้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ผมกลับเองได้”

ผมพูดเสียงสะบัด อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

คนที่ควรร้องไห้มันควรเป็นผมไม่ใช่เหรอวะ

“ดึกแล้วมันอันตราย”

“เก็บความหวังดีของพี่ไว้เถอะ ผมไม่ต้องการ” ผมสะบัดข้อมือให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แล้วเดินหนีออกมาจากห้องนอน

“อชิครับ”

ผมชะงักมือที่กำลังเปิดประตูแล้วหันไปถามด้วยความหงุดหงิด

“อะไร!”

“นั่นห้องครัว ทางออกอยู่ตรงนู้นครับ”

โคตร-ขาย-หน้าเลยโว้ย

แล้วจะรู้มั้ยล่ะ ใครให้แม่งอยู่ห้องใหญ่ขนาดนี้วะ ประตูก็ไม่รู้จะมีทำไมเยอะแยะ

ผมปิดประตูห้องครัวเสียงดังจนกลัวว่ามันจะพังครืนลงมา มองอีกฝ่ายตาขวาง แล้วรีบเดินหนีออกมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องเพื่อหนีอาย

ผมยกมือขึ้นมาขยี้ผมตัวเองจนมันยุ่งเหยิง ก่อนหันไปเตะประตูห้องเต็มแรงด้วยความโมโห

“โอ๊ย! เจ็บ” ไอ้พี่นที ไปตายเลยไป!

 

* 

 

เพลงนี้คับ I’ m Your ของ Jason Mraz เพราะมาก

https://youtu.be/EkHTsc9PU2A 

 

หืดหาดบอยหน้าหมาต้องได้ผงาด จำ!

ถึงต่อไปเขาจะโดนเมียตบตียังไงเขาก็จะยังเป็นหืดหาดบอยหน้าหมาอยู่ดี จำ!5555555555555555555555555555555555555555

 

#ข้ามฟ้ามาหานที 

  

  

Twitter >> https://twitter.com/BetaBeetaaa 

เพจ >> https://www.facebook.com/BetaBeetaaa 

Facebook >> https://www.facebook.com/beta.bee.188/ 

  

  

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว