ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 00 44

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 275

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2564 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
00 44
แบบอักษร

00 44

 

“ทำไมถึงอยู่ด้วยกันได้ละครับ” เขาถามคุณพฤกษ์ทันทีที่ส่งหลี่เหมาเหมาถึงหน้าประตูบ้าน 

“แล้วแกล่ะ ทำไมถึงไม่กลับไปโรงเรียนกับเพื่อน” 

“ตอบคำถามผมก่อนสิ” 

“.....” คุณพฤกษ์ไม่พูดอะไรนอกจากขับรถของตนเองไปเรื่อย ๆ กระทั่งในที่สุดก็เป็นเขาที่ทนความใจเย็นนั้นไม่ไหว อินทรชิตเป็นฝ่ายยอมแพ้ไปก่อน 

“โอเค คาบบ่ายไม่มีเรียน ไอ้อัครเลยชวนมาดูรองเท้าที่สั่งจองไว้” เขาพูดเสียงหงอย 

“อืม” เสียงนุ่มครางรับ “ฉันไปหาอาจารย์มา เจอเหมาเหมาพอดีเลยรับไปทานข้าวแล้วก็ซื้อของขวัญให้นิดหน่อย” 

“เนื่องในโอกาสอะไหรือครับ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ทำไมต้องซื้อให้เธอด้วย” 

“ไม่มี” คุณพฤกษ์ว่า “อยากซื้อให้เฉย ๆ ” 

ที่จริงเขาชอบเวลาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของหลี่เหมาเหมาต่างหาก เมื่อสามปีก่อนเธอยังเป็นเพียงหญิงสาวที่ไร้ซึ่งความมั่นใจและไม่รู้จักวิธีดูแลตนเองอยู่เลย พอได้เขาชี้นำและคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลังก็ทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและไม่มีใครกล้าดูถูกได้อีก เขายินดีกับผลลัพธ์นั้นมากและคิดว่าในอนาคตตำแหน่งเลขาของเขาคงกลับไปอยู่ในมือของหลี่เหมาเหมาเหมือนเดิมอีกครั้ง 

“ทำแบบนี้เดี๋ยวเธอก็คิดว่าคุณมีใจ” อินทรชิตหน้างอ 

“จะบ้าหรือไง” และ “ฉันไม่ได้ชอบผู้หญิง” 

“แล้วเธอรู้หรือครับว่าคุณพฤกษ์เป็นเกย์” 

คราวนี้เป็นชายหนุ่มที่พูดไม่ออก อินทรชิตเห็นดังนั้นก็สมทบไปว่า 

“คุณพฤกษ์ควรเว้นระยะห่างกับคนอื่นบ้าง” 

“แกจะไม่ให้ฉันคบเพื่อนเลยหรือยังไง” คุณเขาถามประชด 

“ผมหมายถึง..” เขาเบือนหน้าออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอก “อย่าใจดีกับคนอื่นพร่ำเพรื่อ” 

“....” 

“อย่าหยิบยื่นความหวังให้คนที่ไม่มีความหวัง เพราะแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาอาจจะรักคุณไปจนตายเลยก็ได้” 

“มันก็เหมือนกับหมาหิวโซ” อินทรชิตหันไปมองใบหน้าด้านข้างของคุณพฤกษ์ อีกฝ่ายก็หันมามองหน้าด้วยเช่นกัน 

“เกี่ยวอะไรกับหมา” 

ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแสนเศร้า “เพราะมันจะยกโลกทั้งใบของมันให้เพื่อแลกกับกระดูกชิ้นเดียวที่คุณมี” 

เสียงนุ่มหัวเราะ “แกขี้หึง” ก่อนจะวางมือลงบนศีรษะของชายหนุ่มและลูบเบา ๆ เหมือนลูบขนเจ้าโจอี้ก็มิปาน อินทรชิตจับมือข้างนั้นไว้กับตัวแน่นพร้อมกับพูดอย่างจริงจัง 

“ผมพูดจริง ๆ นะครับ” และถอนหายใจ “เอาเถอะ ช่างมัน ผมมันไม่สำคัญอะไรอยู่แล้วนี่” 

คุณเขาถึงกับจอดรถข้างทาง “เป็นอะไรไปอีก” 

“เปล่าครับ” ชายหนุ่มตัดพ้อแต่กระนั้นก็ยังจับมือข้างนั้นของอีกฝ่ายเอาไว้บนตักแน่นไม่ยอมปล่อยไปไหน 

“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยมือฉันเสียสิ” 

“ไม่เอา” อินทรชิตว่า “เมื่อกี้ก็ยังขับได้” 

“ขับได้แต่มันไม่ถนัด” คุณพฤกษ์ดุ “อย่าเอาแต่ใจนักเลย” 

“ที่เอาแต่ใจก็เพราะอยากได้รับความรับความสนใจจากคุณบ้าง” 

คิ้วสวยเลิกขึ้นก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ “รู้สึกว่าแกจะโลภมากไปหรือเปล่า” 

อินทรชิตถึงกับนิ่งไปกับคำพูดนั้น คุณเขาจึงอาศัยจังหวะนี้ชักมือกลับอย่างนุ่มนวลทว่าเขาก็คว้ากลับมาได้ในทันที ชายหนุ่มจับมืออีกฝ่ายไว้แน่น ...แน่นจนแทบจะบีบรัด แน่นจนรู้สึกว่าฝ่ามือใหญ่กำลังสั่นกลัวอะไรบางอย่าง คุณพฤกษ์คงรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด กระนั้นก็ยังเลือกที่จะพูดถ้อยคำใจร้ายออกมา 

“ตอนแรกแกบอกฉันว่าจะยอมเป็นเหมือนคุณฉัตร แกว่าแกไม่แคร์ถ้ามันทำให้แกได้อยู่ข้าง ๆ ฉัน แกบอกว่าตัวเองว่าง่ายและจะเชื่อฟังฉันเสียยิ่งกว่าคุณฉัตร ยอมเป็นอะไรก็ได้ เป็นแค่ที่ระบายความใคร่ก็ยังได้ อะไรอีกนะ.. ไหนแกลองบอกฉันมาหน่อย” 

“....” 

“หรือว่าจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยพูดอะไรไว้” 

อินทรชิตคอตก เขานั่งก้มหน้ามองฝ่ามือเรียวสวยที่ตนใช้เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจในตอนนี้ก่อนจะนึกถึงสิ่งที่ตนเคยพูดเอาไว้ 

‘รักของผมไม่ได้หวังให้คุณรักตอบหรอกนะ เมื่อก่อนผมเคยยินดีที่ได้เฝ้ามองคุณจากที่ไกล ๆ จากที่ ๆ คุณไม่เคยแม้แต่จะมองมา คุณพฤกษ์ไม่จำเป็นต้องเห็นผม มีแค่ผมที่เห็นคุณพฤกษ์ก็พอ ขอแค่เห็นคุณอยู่ในสายตา มีคุณอยู่ในชีวิตนั่นก็เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้ เวลานี้ มันทำให้ผมรู้ว่าชีวิตเราไม่มีอะไรแน่นอน พลาดแล้วก็พลาดเลย ตายแล้วก็ตายไปเลยอย่างง่ายดายและอาจจะไม่มีทางกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก ผมถึงคิดว่าถ้าหากมีโอกาสล่ะก็ ..ถ้ามีโอกาสแม้เพียงนิดเดียวผมจะไม่ลังเลเลยที่จะคว้ามันเอาไว้ ต่อให้มันเป็นการเห็นแก่ตัว เป็นเพียงแค่ความสับสนหรือเป็นเพียงแค่ความใคร่ แม้ว่ามันจะเจ็บปวดมากแค่ไหนผมก็ยินดีจะรับมันเอาไว้ทั้งหมด’ 

“ผมยอมแลกทุกอย่างดีกว่าไม่ได้เป็นอะไรเลยในชีวิตคุณ” 

เขาได้ยินเสียงคุณพฤกษ์ถอนใจก่อนจะชักมือออกไปได้โดยที่เขาไม่ทันจะรั้งเอาไว้ 

“แกบอกฉันแบบนั้นเองไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงเอาแต่เรียกร้อง” 

ทว่าเขายังคงมุ่งมั่น ชายหนุ่มสูดหายใจลึก พูดว่า 

“คุณพฤกษ์คิดว่าผมจะอยู่ในสถานะนี้ตลอดไปหรือครับ? ” 

คุณเขาหรี่ตาลง ใบหน้านุ่มนวลเริ่มปรากฎเค้าลางความกังวลบางอย่าง 

“ผมมันโลภมากอย่างที่คุณพูดนั่นแหละ” อินทรชิตลูบหน้า “ ..ไม่สิ ตอนแรกผมก็คิดว่าขอแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ คุณจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่นานวันผมก็รู้สึกว่ามันไม่พอ ผมต้องการมากกว่านั้น อยากสัมผัส อยากครอบครอง อยากเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่คุณรักและขาดไปไม่ได้ อยากให้คุณรักผมจนเจ็บปวด อยากให้ทรมานใจ อยากให้ทุรนทุราย ...ผมอยากให้คุณพฤกษ์รักผมเหมือนที่ผมรัก” 

“...” 

“รักผมบ้างสักนิดไม่ได้เลยหรือครับ” 

 

“อื้ม… ดะ เดี๋ยว อือ” 

พฤกษ์ครางประท้วงเมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถือวิสาสะดับเครื่องยนต์พร้อมกับปรับเบาะนั่งของเขาลงจนสุด อินทรชิตดันเขาให้นอนราบลงไป อีกฝ่ายก้าวขึ้นคร่อมบนเอวก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วจนพฤกษ์ไม่ทันได้ตั้งตัว 

“อ๊ะ! ” เขาร้องเมื่อฟันคมกัดขย้ำลงมาที่กลีบปากล่างด้วยความรุนแรง พอพฤกษ์จะอ้าปากดุด่า ลิ้นหนาก็อาศัยจังหวะนั้นฉกฉวยโอกาสสอดแทรกเข้ามาโดยทันที ครู่ต่อมาจึงรับรู้ได้ถึงรสเค็มปะแล่มของเลือดที่กระจายอยู่ในโพรงปาก อินทรชิตบดจูบเขาอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวลิ้นร้อนพัวพันและไล่เลียทุกซอกมุมก่อนจะดูดกลืนเลือดของเขา ชายหนุ่มผละออกมา ดวงตาคมกริบที่ดูใสซื่อบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความดุดันและเร่าร้อนกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความใคร่ปรารถนา 

“แกกัดฉันทำไม” พฤกษ์ว่าขณะที่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ส่วนอีกข้างกำลังขยุ้มเส้นผมดกดำเบา ๆ อย่างเย้ายวน อินทรชิตก้มลงใช้ลิ้นเลียบนริมฝีปากล่างที่ปริแตกและมีเลือดซึมออกมาด้วยความรักใคร่ 

“ผมอยากให้คุณเจ็บบ้าง” 

พอทราบเหตุผลอันโง่งมเขาก็ยิ้มเยาะทันที พฤกษ์ทึ้งศีรษะชายหนุ่มจากด้านหลังให้แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย เสียงนุ่มเอ่ย 

“แกทำให้ฉันเจ็บได้แค่นี้เองหรือ” 

ราวกับเป็นคำเชื้อเชิญผสมโรงกับการท้าทาย ร่างกายใหญ่โตหยัดตัวขึ้นก่อนจะกระชากเสื้อนักเรียนออกจากกางเกงพร้อมกับปลดกระดุมออกเสร็จสรรพ 

“แกจะทำบนรถอย่างนั้นหรือ” 

“ไม่ได้หรือ? ” เขาก้มลงจูบริมฝีปากนุ่ม “น่าตื่นเต้นจะตายไปเวลามีรถวิ่งผ่าน” 

“ให้ตายสิ..” พฤกษ์สบถ 

“สดได้ไหมครับ” อินทรชิตถามเสียงกระเส่าขณะที่กำลังถอดเข็มขัด “ผมไม่มีถุง ..หรือคุณมี” 

พฤกษ์ที่นอนหอบอยู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองก็ไม่ได้พกถุงยางอนามัยในกระเป๋า ในเก๊ะหน้ารถเองก็คงจะไม่มีอยู่แล้วเหมือนกันเพราะเขาไม่ชอบเก็บมันไว้ในรถ ถุงยางอนามัยจะเสื่อมการใช้งานเร็วหรืออาจจะฉีกขาดง่ายถ้าเขาจอดรถตากแดดเอาไว้เป็นเวลานาน 

ชายหนุ่มจนปัญญา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีถุงยางอนามัยใช้ในครั้งนี้จริง ๆ เสียแล้ว เสียงถอนหายใจดังขึ้น พฤกษ์ตอบออกไปว่า 

“ห้ามแตกใน” 

“ผมแตกใส่ท้องหรือนมคุณได้ไหม” 

“ตามใจแกสิ” 

“แตกใส่หน้าดีกว่า” 

“ก็ได้” 

“ไม่ล่ะ แตกในปากดีที่สุด” 

“ไอ้เขี้ยว! ” 

พฤกษ์ถลึงตาใส่ อีกฝ่ายหัวเราะอยู่ในคอ พูดว่า 

“ทูนหัว ผมยอมให้คุณคายมันกลับใส่ปากผมนะ ..รับรองว่าจะกลืนไม่ให้เหลือเลยสักหยด” 

ทั้งที่เป็นคำหยาบโยนที่เขาควรจะชินชาและคุ้นเคยเหมือนดังเช่นทุกที ทว่ามาครั้งนี้พฤกษ์เองก็ไม่อาจทราบได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อจู่ ๆ ใบหน้ากลับร้อนวูบวาบ ก้อนเนื้อน้อย ๆ ในอกเต้นก็ระส่ำระสายอยู่ไม่สุขอย่างน่าประหลาด 

พฤกษ์กลืนน้ำลงคอขณะที่มองกล้ามหน้าท้องของชายหนุ่ม เขายื่นมือเรียวยาวออกไปแตะเบา ๆ พูดว่า 

“เมื่อไหร่แกจะเริ่มทำเสียที ขืนชักช้าฉันหมดอารมณ์แกจะอดเอานะ” 

“โธ่.. คนดี” อินทรชิตเว้าวอน “ทำไมถึงใจร้อนนักล่ะครับ” 

“นี่มันข้างทางนะ” ถึงกระจกจะติดฟิล์มทึบจนข้างนอกไม่สามารถมองเห็นได้แต่คนข้างในก็ยังเห็นทุกอย่างชัดเจนอยู่ดี! ดูนั่นสิ รถรายังขับสวนวิ่งผ่านไปมาให้วุ่นวายกันอยู่เลย หากพวกเขามีเซ็กซ์กันอยู่ดี ๆ แล้วเกิดมีคนทะลึ่งมาเคาะกระจกรถเพราะคิดว่ารถเสียจะทำอย่างไรเล่า! 

..เล่นอะไรไม่เข้าท่าเลย ไอ้เด็กเลวนี่ 

“จะทำอะไร” พฤกษ์ถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายย้ายกลับไปนั่งที่เดิม ร่างโปร่งยันตัวขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนเพื่ออยากดูว่าชายหนุ่มกำลังจะทำอะไรต่อจากนี้ อินทรชิตหันมายักคิ้วให้ก่อนจะโน้มตัวลงต่ำ ...แนบแก้มของตนบดเบียดกับเป้ากางเกงที่แน่นตึงของเขาเบา ๆ ดวงตาคมช้อนขึ้นมามองอย่างออดอ้อน 

“คิดถึงตรงนี้จังครับ” เสียงทุ้มเข้มพูดพลางซุกจมูกไซ้ไปมาและสูดดมเสียงดังให้พฤกษ์ได้ยิน เขาหน้าแดงซ่านก่อนจะใช้นิ้วชี้ดันแว่นสายตาขึ้นดั้งจมูก 

“แกนี่มันเกินเยียวยาจริง ๆ ” 

 

 

“อ๊า..” พฤกษ์แอ่นตัวขึ้น แผ่นหลังบางแทบอยู่ไม่ติดเบาะยามเมื่อถูกโพรงปากอุ่นร้อนกลืนกินตัวตนเข้าไปจนสุด อีกฝ่ายราวกับรู้ดีว่าทำแบบไหนเขาถึงจะยอมจำนน ว่าง่ายและแสนจะเชื่อฟัง ซึ่งพฤกษ์ไม่ชอบที่ตนเองเชื่องเหมือนกับแมวโง่เมื่อถูกอีกฝ่ายปรนเปรอแบบนี้ ทว่าเขาก็มิอาจต้านทานชายร่างโตได้สักครั้ง อา.. เขาครวญร้องเมื่อลิ้นหนารัวลงมาบนส่วนหัว มันซ่านเสียวเสียจนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาขยุ้มเส้นผมดกดำที่กำลังผงกขึ้นลงอยู่ตรงหว่างขา ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในใจกำลังถูกกระเทาะออกทีละนิดอีกแล้ว.. 

กระทั่งเขาเสร็จสม อินทรชิตก็สูบกลืนของเหลวอุ่นร้อนนั้นเข้าไปในปากและกลืนลงไปในลำคอแทบจะทันที ซ้ำยังกวาดเลียทุกหยาดหยดที่เปรอะเปื้อนจนหมดอย่างที่เคยพูดเอาไว้ ชายหนุ่มแอ่นตัวขึ้นและจิกศีรษะอีกฝ่ายไว้แน่นก่อนจะทิ้งแผ่นหลังลงบนเบาะอย่างอ่อนโรยแรง พฤกษ์หอบหายใจถี่กระชั้น ตัวของเขายังกระตุกไม่หยุดตั้งแต่เมื่อครู่และนั่นก็อยู่ในสายตาของอินทรชิตทั้งหมด 

“ตัวแดงไปหมดแล้วทูนหัว” เขาพูดก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาในตอนที่เขาอ้าปากหายใจ ลิ้นร้อนชำแรกเข้ามาและเกี่ยวกระหวัด พฤกษ์รับรู้ได้ถึงรสคาวจาง ๆ ของตนเองจากปลายลิ้นนั้น ทั้งสองเกี่ยวกระหวัด โอบรัดจนแทบจะสิงสู่ดุจคน ๆ เดียว เมื่อเริ่มถึงขีดจำกัดเขาก็เป็นฝ่ายทึ้งเส้นผมด้านหลังให้ใบหน้าหล่อผละออกไปเสียที 

“รสชาติเป็นไง” เสียงทุ้มถามขณะที่ริมฝีร้อนยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่าง 

“คาวสิ้นดี” เขาตอบ “แต่ก็ไม่ได้แย่เท่าของแกหรอก” 

พฤกษ์ได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะ อินทรชิตขึ้นมาคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างทุลักทุเล อีกฝ่ายเป็นคนตัวใหญ่ยักษ์และด้วยส่วนสูงที่มีมากกว่าร้อยเก้าสิบทำให้ศีรษะของชายหนุ่มชนกับเพดานรถยนต์ดังสนั่น 

“ปีนี้แกสูงขึ้นอีกแล้ว” เขาว่าขณะทอดสายตาหลังกรอบแว่นมองดูอีกฝ่าย 

“โตกว่านี้คงเลี้ยงไม่ไหวแน่ ๆ ” และ “เอาไปปล่อยทิ้งเลยดีไหมนะ” 

“ที่พูดถึงคงไม่ใช่ผมใช่ไหม” อินทรชิตโน้มตัวลงมา “คิดจะทิ้งผมจริง ๆ หรือครับ” 

“ลองเดาใจฉันดู” พฤกษ์ว่าพลางยกมือขึ้นลูบลูกกระเดือกของอีกฝ่าย อินทรชิตรวบมือข้างนั้นตรึงไว้บนเบาะ กักขังไม่ให้คนใต้ร่างได้มีอิสระ 

“ผมเดาใจคุณพฤกษ์ไม่ออก ..สักครั้งก็ไม่” เขาพูด “ถ้าเดาใจคุณได้ผมคงไม่มานั่งกลัวอยู่แบบนี้หรอก” 

พฤกษ์จ้องใบหน้าหล่อเหลานั่นนิ่ง ๆ ก่อนจะทำเป็นไม่ใส่ในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดทั้งที่จริงแล้วก็เก็บทุกคำพูดน้อยอกน้อยใจนั้นเอาไปคิดอยู่ในหัวตลอด 

“ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะ ฉันตั้งใจจะใช้มันแทนเจลแต่แกดัน ..กินคนเดียวจนหมด” เขาพูดขึ้นก่อนที่บรรยากาศจะย่ำแย่มากไปกว่านี้ มืออีกข้างที่วางไว้ข้างตัวยกขึ้นมาก่อนจะกรีดนิ้วเรียวลงบนหน้าท้องแน่นตึงต่ำลงมาถึงเป้ากางเกงที่คับนูน 

อินทรชิตกลืนน้ำลายลงคอดังอึกก่อนจะเผลอขยับสะโพกเข้าหานิ้วเรียวอย่างโหยหา 

น้ำเสียงนุ่มพูด “ทำมันต่อหน้าฉัน” 

เขาเหมือนต้องมนต์อย่างไรก็ไม่อาจทราบ ฝ่ามือหนารีบกระชากเสื้อนักเรียนขึ้นมาคาบไว้ในปากทันทีที่คนใต้ร่างพูดจบ ชายหนุ่มล้วงเอาแกนกายที่กำลังขยายตัวออกมาก่อนดึงกางเกงขายาวออกมาจากขาเรียว เขาชันตัวนั่งบนเบาะแทนที่ว่าง แม้ศีรษะจะชนเพดานรถแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค อินทรชิตรวบขาทั้งสองเข้าหากันแน่น ให้ปลายเท้าสวยวางพาดกับบ่าของตนก่อนจะดันลำเอ็นแทรกกลางระหว่างโคนขาอ่อนที่เบียดกันแน่นอย่างช้า ๆ 

“อา..” เสียงทุ้มครางอยู่ในคอ “ขาคุณนุ่มชะมัด” 

“แกดูอาการหนักนะ” พฤกษ์ยิ้มเมื่อสัมผัสได้ถึงอวัยวะเพศที่ขยายขนาดเพิ่มขึ้นมาจากตอนแรก “มันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ากลัวจริง” 

“โธ่..” ชายหนุ่มอ้อน “ผมรู้ว่าคุณเอ็นดูมันจะตายไป อ่า..” 

“ทะลึ่ง” เขาดุก่อนจะถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออก โยนมันไปไว้ด้านหลังและนอนราบลงไปกับเบาะรถยนต์ อินทรชิตที่เห็นดังนั้นจึงใช้แขนแข็งแรงกอดท่อนขาไว้กับตัวแน่นและกระแทกกระทั้นแกนกายผ่านขาหนีบเข้าไป พฤกษ์ครางฮือ เขาสะท้านไหวไปทั้งร่างเมื่อท่อนลำที่แทรกผ่านเข้ามาจากง่ามขาเสียดสีเข้ากับแกนกายของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มเสียวปลาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขามองใบหน้าหล่อที่อยู่ด้านบนอย่างเลื่อนลอยก่อนจะกดลำคออีกฝ่ายลงมา พฤกษ์อ้าปากออก ใช้ลิ้นสีแดงที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายลามเลียริมฝีปากอิ่มและดูดดุนลิ้นร้อนนั่นแรง ๆ เพื่อระบายความใคร่ของตนเอง กระทั่งอีกฝ่ายเสร็จสม เขาสั่งให้อินทรชิตหลั่งลงบนท้องก่อนที่เขาจะหลั่งตามออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ของเหลวอุ่นร้อนมากมายถูกอัดฉีดออกมารดบนเรือนร่างของเขา มันผสมปนกันจนดูเลอะเทอะแต่กระนั้นก็กระตุ้นอารมณ์คนที่อยู่ด้านบนได้เป็นอย่างดี อินทรชิตหายใจหอบ เขารู้สึกอยากจะทำให้ยอดรักที่นอนตัวอ่อนเหลวใต้ร่างแปดเปื้อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากให้ต้องการเขาจนทรมานเหมือนที่เขาเป็น อา.. 

 

เรียกหาผมสิ ..ที่รัก ด้วยถ้อยคำอันแสนหวานและโหยหาของคุณ 

ผมสาบานด้วยใจสัตย์จริง ผมจะลากคุณให้ตกนรกไปด้วยกัน 

 

“เขี้ยว..” 

เสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงร้องของลูกแมวที่กำลังทรมานทำเอาเขาแทบคลั่ง คุณพฤกษ์สั่งให้อินทรชิตเป็นฝ่ายนอนลงก่อนที่ร่างขาวผ่องจะขึ้นมาคร่อมอยู่บนหน้าตักแทน คุณเขาใช้ฝ่ามือปาดเอาของเหลวสีขาวที่เปื้อนอยู่บนตัวมาชโลมท่อนเอ็นของชายหนุ่มจนเปียกชุ่มแทนเจลหล่อลื่น อีกฝ่ายเอื้อมมือข้างหนึ่งมาจับเบาะด้านข้างเป็นที่ยึด ส่วนอีกข้างก็จับแกนกายให้ตั้งขึ้นตรง คุณพฤกษ์ยกตัวขึ้นสูงก่อนจะค่อย ๆ ทิ้งดิ่งลงมา อินทรชิตกัดริมฝีปากจนแดงก่ำยามที่โพรงอุ่นร้อนกำลังกลืนกินส่วนหัวบานเข้าไปทีละนิด ทีละนิด.. อย่างแช่มช้า เนิบนาบ และเอื่อยเฉื่อยเสียจนอยากจะจับบั้นเอวเพรียวสวยนั่นไว้ให้มั่นและกระแทกสวนขึ้นไปแรง ๆ จนคุณเขาตัวสั่นตัวคลอน กรีดร้องครวญครางไม่เป็นภาษา 

อ่า.. อดทนสินะ เขาข่มความปรารถนารุนแรงนั้นเอาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจและสูดหายใจเข้าออก กระทั่งแก้มก้นเนียนนุ่มสัมผัสลงบนหน้าขา นั่นแปลว่าตัวตนของเขาได้เข้าไปแล้วจนสุดความยาว 

“อ่ะ อ่า..” คุณพฤกษ์หลับตาพริ้มและมีสีหน้าเหยเก นั่นทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัวเคลื่อนไหวเองมั่วซั่วด้วยเพราะกลัวทูนหัวจะรู้สึกเจ็บมากขึ้น อีกฝ่ายนั่งแช่อยู่พักใหญ่ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกไปมาช้า ๆ เมื่อเห็นว่าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือจุกตรงไหนก็ขยับท่อนล่างเร็วขึ้นตามใจตนเอง 

“ซี๊ด.. ร้อนจังครับ” เขาบอกก่อนจะวางฝ่ามือลงบนหน้าท้องราบและลูบไล้เพียงแผ่วเบา “คุณว่ามันอยู่ตรงนี้หรือเปล่า” 

“ไม่รู้สิ อืม” คุณพฤกษ์ครางอยู่ในคอก่อนจะมองออกไปนอกกระจก รถราที่ขับผ่านไปผ่านมาช่างชวนให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากขึ้น กระนั้นก็ยังรู้สึกว่ามันน่าละอายอยู่ดี 

บ้าจริง ไม่เคยทำกับใครข้างถนนแบบนี้มาก่อนเลย 

“รีบทำเถอะ” เสียงนุ่มบอก “แกว่าข้างนอกเขาจะรู้ไหม” 

“ถ้าเราไม่ทำแรง ๆ จนรถโยกเขาก็คงไม่รู้หรอก” แต่ถึงรู้แล้วอย่างไร จะทำอะไรได้ แม้คนทั่วไปจะสงสัยแต่คงไม่มีใครอยากมายุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นหรอก 

โดยเฉพาะเรื่องของคู่รัก (ยกเว้นตำรวจ) 

“ใครเขาทำจนรถโยกกัน” คุณพฤกษ์ทำหน้ายุ่ง “อ่านนิยายมากไปหรือเปล่า” 

“ใครจะรู้ อาจจะมีก็ได้ อ๊ะ..” อินทรชิตเสียงหลงเมื่อคุณเขายกตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะทิ้งสะโพกลงมาโดยแรง เขาสูดปากหายใจ รู้สึกเลือดในกายเดือดพล่านยิ่งกว่าทุกที ร่างโปร่งวางมือลงบนกล้ามเนื้อหน้าท้อง จิกเล็บมือทั้งสิบเข้ากับผิวเนื้อเพื่อระบายความใคร่ที่ก่อสุมขึ้นมาทีละน้อย 

“คุณพฤกษ์.. คุณ” เขาพร่ำเรียกชื่อในขณะที่อีกฝ่ายขย่มอยู่บนตัวอย่างเนิบนาบราวกับกลั่นแกล้งให้เขาทุรนทุราย 

“beg me” คุณเขาโน้มตัวลงต่ำก่อนจะแทรกหัวแม่มือเรียวเข้ามาในโพรงปากและหยอกเย้าเขาด้วยการสัมผัสลิ้นร้อนเล่นด้วยแววตาที่ดูสนุกสนาน อินทรชิตอมนั้นเอาไว้ ทั้งดูดและไล้เลียอย่างออดอ้อนเอาอกเอาใจอีกฝ่าย 

“please, babe..” 

 

“ห้ามกัด ห้ามดูดเพิ่มอีก” เขาร้องห้ามเมื่อริมฝีปากร้อนกำลังจูบลงบนลำคอ ตอนนี้พวกเขานอนกอดก่ายกันอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์หลังจากที่ทำรักกันมาแล้วสองรอบ 

“ทำไม” เสียงทุ้มกระซิบ 

“รอยเก่ายังไม่หาย” พฤกษ์ลุกขึ้นนั่ง “ฉันไม่อยากให้ใครสงสัย ช่วงนี้คุณพ่อดูเหมือนจะถามเรื่องฉันอยู่บ่อย ๆ ” 

อินทรชิตลุกขึ้นตาม ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะสวมกอดเอวอีกฝ่ายไว้หลวม ๆ ใบหน้าหล่อวางคางเกยอยู่บนบ่า จูบลงบนผิวขาวผุดผ่องเบา ๆ พูดว่า 

“คุณลุงสงสัยเรื่องของเราหรือครับ” เขาแอบคาดหวัง ทว่าก็ต้องถูกดับความหวังนั้นด้วยคำพูดต่อมา 

“เปล่า ไม่ใช่” เสียงนุ่มพูดต่อ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแสนเสียดาย 

“ก็แค่ถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนเสียที” 

“แล้วเมื่อไหร่จะมีล่ะครับ” 

“อย่าไปไกลถึงขั้นมีแฟนเลย ฉันยังไม่รู้ว่าจะบอกคุณพ่อเรื่องที่เป็นเกย์ยังไงดี” ก่อนพึมพำเบา ๆ “ลืมคิดไปเลย” 

อินทรชิตมองใบหน้าด้านข้างของคนที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างใช้ความคิด จริงสิ ..ในกาลก่อนคุณพฤกษ์เปิดตัวอัครากับคุณลุงตอนที่กำลังเรียนมหาลัยอยู่ปีสอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะคลาดเคลื่อนจากเดิมไปตั้งหลายปีเพราะมีหลายเรื่องเข้ามาแทรกแซงจนทำให้กำหนดการเวลาเดิมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย 

เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณพฤกษ์จะจัดการปัญหาเรื่องนี้ยังไงกันนะ 

สิ่งที่เขาหวั่นใจและเป็นกังวลคือคุณลุงจะโหดร้ายกับคุณพฤกษ์เหมือนเดิมหรือเปล่า 

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะช่วยอะไรคุณพฤกษ์ได้บ้างไหมนะ 

“ถ้าไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องบอกก็ได้นี่ครับ” 

“ไม่ได้หรอก” เขาลูบหน้า “ฉันไม่คิดจะเก็บมันเป็นความลับไปตลอดชีวิตสักหน่อย” 

ในจำนวนคนที่รู้ความจริงข้อนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แม่พลอย อินทรชิต ฉัตรตะวันและอรดี สามคนแรกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าจะเก็บรักษาความลับนี้ไว้เป็นอย่างดีและไม่มีวันแพร่งพรายให้ใครได้รับรู้แน่นอน แต่กับอรดีผู้เป็นแม่ของฉัตรตะวันนี่สิ… เขาไม่มั่นใจเลยว่าอีกฝ่ายจะรักษาสัญญาที่เคยตกลงกันไว้ ชายหนุ่มต้องเร่งหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่อรดีจะชิงตัดหน้าเขาไป ถ้าหากว่าพ่อจะรู้ว่าลูกชายคนโตที่รักมากที่สุดเป็นเกย์ พฤกษ์ก็อยากให้พ่อได้รู้ความจริงทั้งหมดจากปากของเขามากกว่าจากปากของคนอื่น 

 

พวกเขาทั้งสองกลับมาถึงคฤหาสน์ก็เกือบจะห้าโมงเย็นเข้าไปแล้ว พฤกษ์ที่นั่งทนเหนียวตัวมาตลอดทางก็พรวดพราดเปิดประตูและรีบวิ่งขึ้นบันไดทันทีที่อินทรชิตจอดรถ ชายหนุ่มมองไล่หลังไปพลางหัวเราะในนิสัยรักสะอาดของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู ทว่ารอยยิ้มนั้นก็จางหายไปเมื่อหันไปเห็นชายร่างสูงคนหนึ่งกำลังเล่นแบดมินตันอยู่กับน้อง ๆ ของเขาในสวนหย่อมที่อยู่ห่างออกไป 

“เมื่อไหร่มันจะไปให้พ้นหูพ้นตาสักที” อินทรชิตขบกรามแน่นก่อนจะเปลี่ยนมายิ้มแย้มเมื่อมาลีวัลย์โบกมือมาทักทาย สายตาของพวกเขาผสานกัน ยังคงมีแต่ความขุ่นเคืองใจและหงุดหงิดเหมือนทุกครั้งที่พบเจออีกฝ่าย แต่กระนั้นเขาก็รู้สึกว่าแววตาของฉัตรตะวันดูจะโศกเศร้ากว่าเดิมเล็กน้อย 

 

 

“คุณจะเอาไงต่อ” หลังจากรับประทานข้าวเย็นเสร็จ พฤกษ์ก็ถามอีกฝ่ายในขณะที่พวกเขาทั้งสองออกมาเดินให้อาหารย่อยอยู่แถววงเวียนน้ำพุซึ่งเป็นพื้นที่กลับรถที่อยู่ด้านหน้าของคฤหาสน์ 

“ก็ไม่ทำอะไร แต่คุณแม่คงจับตาดูผมมากขึ้น” ฉัตรตะวันกล่าวอย่างเลื่อนลอย อันที่จริงเขามาที่นี่เพื่อมาดูว่าพฤกษ์ยังคงใช้ชีวิตปกติดีไม่ได้ถูกรังควานหรือข่มขู่จากแม่ของเขาเหมือนที่กังวล 

“คุณแม่คุณว่ายังไงบ้าง” 

“ไม่อยากเล่าเลยว่าพูดอะไรบ้าง แต่คุณแม่ตบผมไปเมื่อสองวันก่อน” ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดแก้มก่อนจะแสร้งหัวเราะเยาะ “ท่านบอกว่าเพื่อเรียกสติ” 

“ให้ตายสิ..” กลับกันกับพฤกษ์ที่รู้สึกสลดต่อเรื่องที่เพื่อนสนิทได้พบเจอ เขาอยากจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดแรง ๆ เพื่อปลอบประโลมแต่พอเห็นสีหน้าและแววตาเหี้ยมเกรียมของอินทรชิตที่จูงเจ้าโจนาสวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกลก็เปลี่ยนมาตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ แทน 

บ้าจริง นี่ฉันกลัวมันอย่างนั้นหรือ! 

“ผมอยากกอดคุณจัง” ฉัตรตะวันพูดด้วยน้ำเสียงซึมกระทือ พฤกษ์เองก็ทอดถอนใจไม่ต่างกัน เขาตอบอีกฝ่ายไปขณะที่สบตากับอินทรชิต 

“ผมก็ด้วย” และ “แต่ตอนนี้คงไม่ได้” 

ฉัตรตะวันถอนหายใจก่อนจะหันไปเจออินทรชิตที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กับไซบีเรียฮัสกี้ตัวเดิมที่เขาเจอเมื่อช่วงบ่าย แปลกดีที่มันดูเหมือนจะเข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี ทว่าในขณะเดียวกันก็แยกเขี้ยวขู่ทุกคนที่เข้าใกล้ตนเอง 

...เหมือนกันกับเขา 

ชายหนุ่มเลื่อนสายตาขึ้นมองร่างสูงใหญ่ของอินทรชิต เขาคิดอะไรบางอย่างในใจก่อนจะหันไปพูดกับคนที่อยู่ข้างกาย 

“คุณพฤกษ์รู้หรือเปล่าว่าเด็กนั่นมันคิดไม่ซื่อ” 

พฤกษ์ถึงกับสำลักน้ำลาย “หา” ก่อนจะแสร้งทำสีหน้าตาตื่นราวกับเพิ่งได้รู้เป็นครั้งแรก 

“ผมพูดจริงนะ เด็กนั่นมันคิดสกปรกกับคุณ ผมดูมันออก” 

“คุณฉัตรคิดมากไปแล้วครับ” เขายิ้มแห้งทั้งที่ในใจวิ่งพล่านอยู่ไม่สุข “คิดสกปรกอาไร๊ ไอ้เขี้ยวมันยังเด็กนิดเดียวอยู่เลย” 

ฉัตรตะวันหันไปมองเด็กนิดเดียวที่อีกฝ่ายว่า เขาเห็นเพียงแค่ชายหนุ่มตัวใหญ่ยักษ์และอุดมไปด้วยมัดกล้าม คนที่มีส่วนสูงเกือบจะสองเมตรอยู่รอมร่อเอาอะไรมาบอกว่าเด็กนิดเดียวกัน เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ 

“อย่าไปทำดีกับมันเยอะ” ฉัตรตะวันว่า “เดี๋ยวมันคิดว่าคุณมีใจขึ้นมาแล้วจะยุ่ง” 

พฤกษ์รู้สึกขำ ประโยคนี้อินทรชิตเพิ่งจะพูดกับเขาไปเองไม่ใช่หรือ 

“ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าผมลำเอียงกับน้อง” 

“เกลียดคุณชะมัด” ก่อนจะคิดอยู่ในใจ น้องอะไรกัน!คุณดูสายตามันสิว่ามันอยากเป็นน้องคุรหรือเปล่า 

“เจ้าโจนาสน่าสงสารนะครับ” จู่ ๆ พฤกษ์ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เล่นเอาเขาตั้งตัวไม่ติด ชายหนุ่มยักไหล่ ตอบไปว่า 

“ได้ยินเรื่องมาบ้าง” เขาเกาหางคิ้ว “เจ้าของเก่าแย่จัง” 

“จากใคร” 

“มะลิ” และ “อ้อ ผมขอโทษแกแล้วเรื่องวันนั้น” 

“พีร์รู้สึกแย่กับคุณนะ” 

“มะลิก็พูดแบบนี้” ชายหนุ่มยิ้ม “แต่เมื่อตอนเย็นเราตีแบดด้วยกันแล้ว” 

พฤกษ์ยิ้มตามและส่ายศีรษะ “เล่นเป็นเด็ก” 

“คลายเครียดดี” 

ดูเหมือนอินทรชิตจะทำเชือกจูงหลุดจากมือ เจ้าโจนาสจึงวิ่งตรงดิ่งมาหาพวกเขา ฉัตรตะวันย่อตัวลงนั่งและดีดนิ้วรอเรียกให้มันมาใกล้ ๆ ทว่าเจ้าหมาโง่ดันวิ่งผ่านเขาราวกับอากาศ ตรงข้ามกับพฤกษ์ที่มันมันนั่งลงและส่ายหางอย่างร่าเริงมิหนำซ้ำยังส่งเสียงครางหงิง ๆ ให้ไม่ขาดอีกด้วย 

น่าหมั่นไส้จริง 

“จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ คุณก็เคยเลี้ยงฮัสกี้ด้วยนี่” 

สีหน้าของฉัตรตะวันเปลี่ยนไปในทันทีที่เขาพูดถึงสัตว์เลี้ยงตัวแรกของอีกฝ่าย ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะหลุบตาต่ำมองเจ้าโจนาสที่กำลังวอแวพันแข้งพันขาพฤกษ์อย่างออดอ้อน ดวงตาของเขาที่มองมายังเจ้าหมาโง่มันช่างดูเงียบเหงาและว่างเปล่าจนพฤกษ์เริ่มฉุกคิดว่าตนคงเผลอไปสะกิดแผลใจในอดีตของเพื่อนสนิทเข้าเสียแล้ว 

พฤกษ์ไม่รู้ว่าแผลที่อยู่ในใจของเพื่อนสนิทนั้นมีมากน้อยขนาดไหน อาจจะยังเป็นแผลสดที่ไม่มีวันหาย เป็นแผลแห้งที่กำลังตกสะเก็ด มันอาจจะทำให้ฉัตรตะวันคันและเจ็บปวดเวลาเกา หรือไม่ก็แผลเป็นที่ฝังรอยรากลึกเอาไว้คอยย้ำเตือนถึงความรวดร้าวในอดีต 

เขาจดจำรายละเอียดไม่ได้แต่เท่าที่รู้คืออีกฝ่ายเป็นคนที่รักหมามาก ๆ เคยเลี้ยงฮัสกี้ตัวหนึ่งไว้เมื่อสมัยเด็ก แต่พอเจ้าหมาตัวนั้นตายไปเขาก็ไม่เคยเห็นฉัตรตะวันแตะต้องหรือพูดถึงสัตว์เลี้ยงตัวไหนให้เห็นอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ 

“ผมขอโทษ” พฤกษ์กล่าวอย่างจริงใจ แต่ฉัตรตะวันกลับพูดขึ้นมาว่า 

“ผมขอหมาตัวนี้ได้ไหม” 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว