ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่มที่6 บทที่180 วิธีตอกกลับอันยอดเยี่ยม

ชื่อตอน : เล่มที่6 บทที่180 วิธีตอกกลับอันยอดเยี่ยม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 371

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2564 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่มที่6 บทที่180 วิธีตอกกลับอันยอดเยี่ยม
แบบอักษร

     ไม่เพียงแต่เป็นห่วงเป็นใย ยังคงเอ่ยตำหนิตนเองด้วย “ต้องโทษเปิ่นกงที่เอาแต่ดูการร่ายรำจนไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเจ้า หลังจากเปิ่นกงได้สติกลับมาก็เห็นน้องสามกระโดดลงไปช่วยเจ้าเสียแล้ว โชคดีที่มีน้องสาม ไม่เช่นนั้นเปิ่นกงคงต้องทนแบกรับเจ็บปวดเพราะสูญเสียเจ้า” 

        “หูของพี่ใหญ่ไม่ดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” เฉินอ๋องเอ่ยถามเสียงนิ่ง 

        แม้หรงหว่านซีจะลอบบริภาษเฉินอ๋องในใจว่า “เลอะเลือน” แต่ก็ยังให้ความช่วยเหลือเขา เพราะถึงอย่างไรก็เป็นตั๊กแตนที่ถูกมัดไว้ด้วยกัน ยิ่งเป็นเวลาเช่นนี้ยิ่งต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว จะตีกันเองไม่ได้! 

        “เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่เข้าใจการดื่มด่ำจากการร่ายรำที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้!” หรงหว่านซีเอ่ยทั้งรอยยิ้ม 

        “ต่อให้การแสดงยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจดึงดูดวิญญาณของผู้คน ยามนี้การแสดงก็ยังไม่หยุดลง เหตุใดจู่ๆ พี่ใหญ่ถึงได้สติกลับมาเสียแล้ว?” เฉินอ๋องเอ่ยต่อ 

        หรงหว่านซีฟังแล้วแทบกระอักเลือดออกมา! 

        “พี่ใหญ่” ไม่รอให้องค์รัชทายาทเอ่ยสิ่งใด เฉินอ๋องพลันเอ่ยขึ้นว่า “น้องรู้ ตอนพวกเรายังอยู่สำนักไท่เฉว ข้ากับเยว่เอ๋อร์สนิทสนมกันมากที่สุด เพราะฉะนั้นต่อให้ตอนนี้เยว่เอ๋อร์ติดตามท่าน ภายในใจของพี่ใหญ่ก็ยังเต็มไปด้วยความระแวง มักคิดว่าข้ากับเยว่เอ๋อร์มีสัมพันธ์ต่อกัน น้องจะเรียกชื่อเล่นของนางก็ดี ช่วยนางก็ดี ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะมิตรภาพเมื่อครั้งก่อนเท่านั้น” 

        “เมื่อก่อนพวกเราเรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน ตอนยังไม่ได้รับเยว่เอ๋อร์เข้าจวน พี่ใหญ่ก็เรียกชื่อเล่นของนางเช่นกันไม่ใช่หรือ? ถ้าหากพี่ใหญ่เป็นข้า ท่านจะไม่กระโดดลงไปช่วยเยว่เอ๋อร์งั้นรึ?” 

        “พี่ใหญ่ คือเรื่องจริงที่ข้าเคยชอบเยว่เอ๋อร์ แต่ตอนนี้เยว่เอ๋อร์ติดตามท่าน ข้าย่อมไม่มีทางล่วงเกิน แต่หากไม่ล่วงเกินเช่นนี้ก็เท่ากับมองดูผู้อื่นตายโดยไม่ช่วย พี่ใหญ่ ภายหน้าคงไม่ต้องลองใจน้องเช่นนี้แล้วกระมัง?” 

        เฉินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ใต้เท้าทั้งสามต่างรู้สึกอึดอัดหลังได้ฟัง เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทก็คิดไม่ถึงว่าเฉินอ๋องจะเอ่ยตรงไปตรงมาเช่นนี้ แต่หรงหว่านซีฟังแล้วกลับเปลี่ยนจากคำบริภาษเป็นการชื่นชม 

        ใช่แล้ว ควรจะพูดอย่างนี้! 

        วันหน้ายังต้องอยู่ที่ซานหวยอีกนาน องค์รัชทายาทคงหยั่งเชิงเช่นนี้อีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ถ้าตอนนี้เฉินอ๋องพูดออกมาอย่างเปิดเผยก็เท่ากับทำให้องค์รัชทายาทกลายเป็นฝ่ายถูกผู้อื่นสงสัย หากยังมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ทุกคนล้วนต้องคิดว่าองค์รัชทายาทต้องการหยั่งเชิงเฉินอ๋อง องค์รัชทายาทจะกลับกลายเป็นผู้ที่จิตใจคับแคบเสียแล้ว 

        เฉินอ๋องนี่จริงๆ เลย... ปลิ้นปล้อนเสียเหลือเกิน! วิธีการยอดเยี่ยมๆ! ดี! 

        การรับมือกับคนเช่นองค์รัชทายาท เจ้าใช้วิธีเมื่อข้าศึกมาใช้ขุนพลรับมือ[1] เมื่อเกิดอุทกภัยใช้ดินป้องกันย่อมไม่ได้ผล เขามีแต่จะทำให้ยุ่งยากไปกันใหญ่และเจ้าก็จะถูกเขาลากคอเดิน ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการจัดการต้นตอของปัญหา อย่าให้เขามีโอกาสลงมืออีกต่อไป 

        ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ! 

        หรงหว่านซีแทบจะยกนิ้วโป้งให้เฉินอ๋องต่อหน้าผู้คน! 

        “หึๆๆๆ... น้องสามนะน้องสาม เจ้าเข้าใจเปิ่นกงผิดแล้ว... เปิ่นกงน่ะหรือจะหยั่งเชิงเจ้าเช่นนี้? ต่อให้เปิ่นกงไม่เชื่อเจ้า แต่จะไม่เชื่อเยว่เอ๋อร์เชียวหรือ? เยว่เอ๋อร์รักมั่นไม่ผันเปลี่ยนต่อเปิ่นกง ดังนั้นต่อให้เจ้ายากจะตัดรักเก่า เอาแต่วนเวียนรอบกายนาง เปิ่นกงก็ไม่กังวลว่านางจะถูกเจ้าล่อลวงจนหนีไป...ฮ่าๆๆ...ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ล้วนเป็นความผิดของเปิ่นกง ความผิดของเปิ่นกงทั้งนั้น! เปิ่นกงไม่ควรเลอะเลือนถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนทำให้น้องสามเข้าใจผิดเช่นนี้” 

        องค์รัชทายาทประคองฉินอิ่งเยว่ลุกขึ้น พานางไปตบหลังเพื่อคายน้ำสกปรกที่กลืนเข้าไปอยู่อีกด้านหนึ่ง การแสดงออกเช่นนี้แลดูใจกว้างและคร้านจะถือสาหาความเฉินอ๋องผู้เป็นน้องชาย 

        เพราะเขาไม่มีทางอื่นนอกจากต้องใจกว้าง! ทำได้เพียงใช้วิธีนี้จึงจะสามารถจบเรื่องนี้เร็วที่สุด หากสืบสาวราวเรื่องอย่างละเอียดคงเป็นความผิดของเขาจริงๆ การเปลี่ยนจากคนใจกว้างเป็นคนผิดทันทีทันใดไม่ใช่เรื่องดีสักนิด 

        ใต้เท้าฉวี่รีบเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “แหะๆ โชคดีที่รอดพ้นจากอันตรายพ่ะย่ะค่ะ! แสดงว่าฮุ่ยฮูหยินเป็นคนดีที่สวรรค์คุ้มครอง เป็นผู้มีบุญวาสนาคนหนึ่งเชียวนะพ่ะย่ะค่ะ! มาๆๆ... กระหม่อมขอเสนอ พวกเราดื่มหนึ่งจอกให้กับวาสนาของฮุ่ยฮูหยินเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” 

        พบว่าใต้เท้าฉวี่ผู้เป็นเจ้าภาพเดินกลับไปยังโต๊ะกลม แน่นอนว่าคนอื่นๆ ย่อมต้องเดินตามไป เฉินอ๋องกับหรงหว่านซีก็เป็นหนึ่งในนั้น 

        ใต้เท้าฉวี่ยกจอกสุราอย่างเริงร่า ก่อนจะดื่มหมดจอกคนแรกเพื่อแสดงความเคารพ เฉินอ๋องและหรงหว่านซี รวมไปถึงพวกหลูไฉ่ซีก็ดื่มหมดจอกเช่นกัน จอกนี้ทุกคนต่างดื่มเพื่อฉินอิ่งเยว่ แสดงถึงความให้เกียรตินางไม่น้อยทีเดียว! 

        หรงหว่านซีพบว่าเฉินอ๋องยกยิ้มบางโดยไม่ได้ชายตามองไปทางฉินอิ่งเยว่แม้แต่น้อย ภายในใจจึงนึกชื่นชมเขามากกว่าเดิมอย่างไม่อาจเลี่ยง 

        คนเช่นเฉินอ๋องเป็นคนที่ยากจะคาดเดา บางครั้งเขาทำให้ผู้อื่นรู้สึกเกลียดยิ่งนัก แต่บางครั้งก็ทำให้รู้สึกชอบไม่น้อยเช่นกัน บางครั้งทำให้ผู้อื่นนึกรังเกียจจนรู้สึกว่าการพูดกับเขาช่างเหมือนสีซอให้ควายฟัง และในบางครั้งเขากลับทำให้ผู้อื่นเลื่อมใสจนอยากจะศิโรราบ 

        เมื่ออยู่กับเฉินอ๋อง นางได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ไม่ต่างจากการย่างเข้าสู่ดินแดนสวยงาม 

        แม้ทุกคนต่างแย้มยิ้มพูดคุยกันเช่นปกติ แต่เพราะเรื่องนี้ทำให้ไม่มีความสนุกหลงเหลือ ไม่นานนักงานเลี้ยงสุรานี้จึงถึงคราวแยกย้ายและกลับไปพักผ่อนในจวนว่าการ 

        วันที่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างถูกกำหนดเป็นวันพรุ่งนี้ ช่วงบ่ายวันนี้จึงไม่มีเรื่องอะไร 

        เฉินอ๋องบอกว่าอาคารบ้านเรือนแถบลุ่มแม่น้ำเจียงหวยล้วนไม่ต่างกัน เมื่อมาถึงเมืองหวยปินจึงไม่รู้สึกแปลกตาแต่อย่างใด พวกเขายังคงพักที่เรือนฝั่งตะวันตก เลือกเรือนที่อยู่เยื้องด้านหลังเรือนขององค์รัชทายาทเป็นสถานที่พำนัก สองสามีภรรยาอย่างพวกเขายังคงอยู่ร่วมกับหลูไฉ่ซีและหญิงรับใช้ไม่กี่คนเช่นเดิม 

        หลังจากจัดสิ่งของเสร็จเรียบร้อยและพักผ่อนครู่หนึ่ง อาหารเย็นถูกส่งมาโดยหญิงรับใช้ของจวนใต้เท้าฉวี่ ครั้นไม่ทันรู้ตัว ชั่วพริบตาเดียวได้เข้าสู้กลางดึกเสียแล้ว 

        เมื่อตกกลางดึก ใต้เท้าฉวี่พาสตรีนางหนึ่งถูกบดบังใบหน้าด้วยผ้าผืนบางและรูปร่างอรชรเดินมายังเรือนฝั่งตะวันตก ก่อนจะรีบเข้าไปยังเรือนพำนักขององค์รัชทายาทอย่างรีบร้อน 

        เมื่อถึงหน้าประตู เขาเอ่ยถามเสียงเบาว่า “ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ย กระหม่อมขอเข้าเฝ้า สะดวกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” 

        องค์รัชทายาทกับฉินอิ่งเยว่แยกห้องนอน ยามนี้องค์รัชทายาทอยู่ข้างในเพียงลำพัง เมื่อเห็นใต้เท้าฉวี่พาหลัวกูเหนียงเข้ามา แน่นอนว่าต้องสะดวกยิ่งนัก 

        เพียงแต่หลังจากเห็นหลัวกูเหนียงเดินเข้ามากลับลอบถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ ผู้ที่ล้ำเลิศเช่นนี้ เขากลับเพลิดเพลินได้ไม่นานเสียแล้ว 

        “เตี้ยนเซี่ย” หลัวกูเหนียงถอนสายบัวอย่างอ่อนช้อย 

        องค์รัชทายาทลุกไปปิดหน้าต่างด้วยตนเอง เอ่ยทั้งรอยยิ้มว่า “ทรวดทรงของชิงหลัวกูเหนียงช่างล้ำเลิศยิ่งนัก ขนาดปิดบังใบหน้าเดินเข้ามาในเรือน เปิ่นกงก็ยังจำได้ว่าเป็นเจ้า” 

        “ข้าทาสขอบพระทัยเตี้ยนเซี่ยยิ่งนักสำหรับคำชมเพคะ” ชิงหลัวกูเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟังยิ่งนัก 

        ใต้เท้าฉวี่คิดว่าตนส่งของขวัญถูกคน ขณะกำลังจะถอยออกไป กลับได้ยินองค์รัชทายาทเอ่ยว่า “ชิงหลัวกูเหนียง เปิ่นกงมีเรื่องเล็กน้อยจะพูดกับใต้เท้าฉวี่ จะดีหรือไม่หากกูเหนียงไปอยู่ในห้องนอนของเปิ่นกงชั่วคราว? เปิ่นกงจะไปพูดคุยกับใต้เท้าฉวี่ที่ห้องตำรา” 

        “เพคะ” ชิงหลัวขานรับ 

        องค์รัชทายาทกวักมือเรียกฉวี่ฝูเฉิงเข้ามาในห้อง คล้ายกับไม่ใช่ว่าไม่อาจให้ชิงหัวได้ยิน เพราะฉะนั้นจึงเพียงแค่เบาเสียงลงเล็กน้อย 

        “ใต้เท้าฉวี่ใส่ใจแล้ว” องค์รัชทายาทให้ฉวี่ฝูเฉิงนั่งลงพลางเอ่ยทั้งรอยยิ้ม 

        “เป็นเรื่องสมควรพ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าฉวี่หยัดกายทำความเคารพ ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้ง 

        “เฮ้อ...ชิงหลัวกูเหนียงผู้นี้ยอดเยี่ยม เปิ่นกงชอบมาก แต่น้องสามก็ชอบเช่นกัน เรื่องนี้คงยุ่งยากเสียแล้ว” องค์รัชทายาทเอ่ย 

        “เตี้ยนเซี่ยคือเจ้าพี่ ไม่ว่าเรื่องใดล้วนเห็นเตี้ยนเซี่ยเป็นสำคัญ เฉินอ๋องเตี้ยนเซี่ยจะไม่รู้ความถึงเพียงนี้ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?” ฉวี่ฝูเฉิงเอ่ย 

        องค์รัชทายาทถอนหายใจด้วยความลำบากใจ “หากจะให้พูดก็คงเป็นเช่นนี้...แต่เรื่องในวันนี้ใต้เท้าฉวี่ก็เห็นแล้ว คำพูดที่ฟังดูเปิดเผยของเฉินอ๋องใช่ว่าจริงใจจริงๆ เสียเมื่อใด? เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าเขาขุ่นเคืองเพราะเปิ่นกงแย่งผู้ที่เขาชอบพอ! เฮ้อ.. เจ้าว่าผู้ที่เป็นพี่ชายเช่นเปิ่นกงจะถือสาหาความเขาได้อย่างไร?” 

        “ตอนแรกเปิ่นกงไม่รู้จริงๆ ว่าเขาก็ชอบเยว่เอ๋อร์ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เปิ่นกงคือองค์รัชทายาท มีสตรีนางที่อยากได้มาครอบครองแล้วไม่ได้บ้าง?” 

        ใต้เท้าฉวี่ฟังแล้วพยักหน้าระรัว ทว่าภายในใจกลับคิดว่า ทว่าเตี้ยนเซี่ยหมายปองพระชายาเฉินอ๋อง สุดท้ายก็ไม่ได้มาครองมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ? 

        แต่เขาไม่อาจพูดออกไปเช่นนี้ นอกเสียจากว่าเขาจะไม่มีหัวอีกแล้ว! 

        “ใต้เท้าฉวี่ เจ้าเอาหูเข้ามา...” องค์รัชทายาทกวักมือไปทางฉวี่ฝูเฉิง 

        “พ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าฉวี่ขานรับและยื่นหูเขาไปใกล้องค์รัชทายาท 

        องค์รัชทายาทกระซิบข้างหูของเขาครู่หนึ่ง ฉวี่ฝูเฉิงพยักหน้ารับติดต่อกันหลายครั้ง 

        องค์รัชทายาทถาม “เข้าใจแล้วหรือไม่?” 

        “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

        “อย่างไรเสียก็เป็นของขวัญที่จะมอบให้น้องสาม เปิ่นหวางจะไม่รอบคอบสักหน่อยได้อย่างไร? ไม่อาจปล่อยให้ผู้มีใจคิดร้ายไปอยู่ข้างกายเขา” องค์รัชทายาทเอ่ย 

        “เตี้ยนเซี่ยทรงมีพระเมตตาต่อเฉินอ๋องเตี้ยนเซี่ย กระหม่อมเห็นแล้วยังรู้สึกซาบซึ้งใจพ่ะย่ะค่ะ!” ใต้เท้าฉวี่ประจบประแจง 

        “หวังว่าเจ้าสามก็สามารถรับรู้ถึงความยากลำบากของเปิ่นกงเช่นกัน...” องค์รัชทายาทถอนหายใจ 

        จากนั้นชำเลืองมองชิงหลัวในห้องนอน “ส่วนคน เจ้าก็เอาไว้ที่นี่ เมื่อถึงสี่เกิง[2] เจ้าค่อยมาพากลับไปก็พอ” 

        “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปจัดการเรื่องที่เตี้ยนเซี่ยมอบหมายด้วยตนเอง และเมื่อถึงสี่เกิงจะมาพาออกไปด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ” 

        องค์รัชทายาทเอ่ยอย่างพึงพอใจ “ใต้เท้าฉวี่ ท่านเป็นคนที่ยินดีจะลงมือและรู้จักวิธีลงมืออย่างที่คิดไม่มีผิด ไม่เสียแรงที่ท่านลุงชื่นชมท่านถึงเพียงนั้น อนาคตยาวไกลยิ่งนัก...” 

        “ขอบพระทัยไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยและกั๋วจิ้วเหย่[3] พ่ะย่ะค่ะที่ชื่นชมพ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อมจะถวายตัวและหัวใจจนถึงที่สุดพ่ะย่ะค่ะ” 

        “ดี ออกไปเถิด” 

        หลังจากใต้เท้าฉวี่ออกไป องค์รัชทายาทยังคงเดินไปปิดประตูด้วยตนเอง ไม่เพียงเท่านี้ เขายังลงกลอนประตู 

        จากนั้นเดินมายังห้องนอน ก้มหน้ามองชิงหลัวกูเหนียงที่นั่งอยู่ข้างเตียง 

        “กูเหนียงรู้หรือไม่ว่าใต้เท้าฉวี่ส่งเจ้ามาเพราะอะไร?” 

        ชิงหลัวก้มหน้าลง 

        “กูเหนียงไม่ต้องกลัว เปิ่นกงไม่ใช่คนที่ชอบฝืนใจผู้อื่นเช่นนั้น หากกูเหนียงยินยอม เปิ่นกงก็จะเอ็นดูเจ้าอย่างดี แต่หากกูเหนียงไม่ยินดีก็ไม่เป็นอะไร เจ้ากับข้าแค่พูดคุยกันเท่านั้นก็พอ” องค์รัชทายาทเอ่ยทั้งรอยยิ้ม 

        ชิงหลัวครุ่นคิดถี่ถ้วนครู่หนึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่กล้าเอ่ยคำว่า “ไม่ยินดี” สามคำนี้ออกไป 

        ในงานเลี้ยงวันนี้ นางดูออกว่าองค์รัชทายาทเป็นคนที่น่ากลัวยิ่งนัก เฉินอ๋องก็เช่นกัน 

        เมื่อใต้เท้าฉวี่เรียกให้พวกนางไปร่ายรำบนเรือ นางก็รู้ทันทีว่าหลังจากเสร็จสิ้นเรื่องนี้ เขาจะต้องให้นางมาปรนนิบัติเตี้ยนเซี่ยทั้งสองพระองค์แน่นอน เพราะเตี้ยนเซี่ยทั้งสองพระองค์เป็นคนเจ้าชู้มักมาก มีผู้คนมากมายในแคว้นเฟิงเล่าลือถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะพวกนางที่อยู่ในโรงระบำต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ มีหรือจะไม่รู้? 

        “ว่าอย่างไร เจ้ายินดีหรือไม่ยินดี?” องค์รัชทายาทเอ่ยถามอีกครั้ง 

          

   

          

[1]เมื่อข้าศึกมาใช้ขุนพลรับมือ หมายถึงอีกฝ่ายใช้วิธีเช่นไร พวกเราก็ต้องใช้วิธีเช่นนั้นรับมือ 

[2]สี่เกิงคือเวลา 01.00–03.00 น. 

[3]กั๋วจิ้วเหย่คือยศพระมาตุลา (น้าชาย) 

 

------------------------ 

การแต่งงานในนามของ ‘หรงหว่านซี’ จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล 

https://www.kawebook.com/story/5236 

มาร่วมเป็นกำลังใจให้เธอไปด้วยกันนะคะ ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว