Advertising Blog For my original novel eg : SoltitudeCall GrimTouch ArachnidTrail and More...

ชื่อตอน : Capturing In My Mind

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 50

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2564 16:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Capturing In My Mind
แบบอักษร

ภายในทางเดินใต้ดินแคบๆแห่งหนึ่ง  

กลุ่มของชายสี่คนกำลังวิ่งสุดฝีเท้าไปตามทางเดินด้านหน้าที่ทอดยาวไปราวกับไร้ที่สิ้นสุด ความเหนื่อยล้าและกำลังใจที่ถูกลดทอนไปเรื่อยๆระหว่างทาง ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของพวกเขาช้าลงมากจนน่าเป็นห่วง 

ที่พวกเขาต้องมาวิ่งอยู่ในทางเดินใต้ดินแคบๆแห่งนี้ ก็เพราะพวกเขาบุกเข้าไปบุกปราสาทจอมมารกันด้วยทางเดินลับใต้ดิน ที่สามารถพาเขาไปสู่ห้องจอมมารได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปสู้กับพวกผู้ให้เสียเวลา  

ซึ่งนั่นก็เป็นแผนที่ดีเลยทีเดียว ถ้าจู่ๆจอมมารก็ไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ก่อนสัญญาณเตือนภัยจะดังระงมไปทั่วปราสาท 

พวกเขาจึงวิ่งหนีตายกันลงมาในทางเดินลับใต้ดินแห่งนี้ 

แต่แล้วจู่ๆเสียงฝีเท้าของชายสี่คนที่วิ่งตามกันมาอยู่ๆก็หยุดลง ก่อนใครคนหนึ่งในกลุ่มจะหันหลังกลับไปตะโกนด้วยน้ำเสียงตกใจ พร้อมๆกับที่กำแพงดินขนาดใหญ่จะพุ่งขึ้นมาขวางกั้นหนึ่งในกลุ่มสี่คนไว้ 

“ไม่นะ เทอร์ร่า” 

“โทษทีนะ คริมสัน ถึงฉันจะไม่ใช่ตัวเอก แต่ฉันขอตำแหน่งตัวละครที่เท่ที่สุดในนิทานเรื่องนี้ ที่คนรุ่นหลังจะเล่าต่อไปก็แล้วกัน” 

“ไม่เทอร์ร่า อย่าทำแบบนี้” 

คริมสันตะโกน พร้อมพยายามทำลายกำแพงดินที่ขวางกั้นระหว่างกลุ่มของพวกเราและเทอร์ร่าไว้ แต่ก็เขาถูกห้ามไว้โดยมิตสึที่อยู่ด้านหลัง ในขณะที่ไรจินเองก็ส่งเสียงเรียกพวกเขา 

“เราต้องไปกันแล้วเพื่อนเร็วเข้า” 

“ลาก่อนนะครอบครัวของฉัน” 

เสียงของเทอร์ร่าดังผ่านกำแพงดินมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกำแพงนั้นจะถูกกระแทกอย่างแรง จนปรากฏขึ้นมาเป็นร่างของชายคนหนึ่งบนกำแพง แต่แทนที่กำแพงนั้นจะทลายลงจากแรงกระแทก มันกลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่กำแพงดินจำนวนมากจะโผล่ขึ้นมาจากพื้น ราวกับว่าผู้สร้างมันต้องการจะใช้ทุกเศษเสี้ยววิญญาณของตัวเอง ขวางกั้นระหว่างผู้ที่ตามมาและพวกของคริมสันไว้  

นั้นเป็นภาพสุดท้ายที่คริมสันได้เห็น ในขณะที่เพื่อนๆที่เหลือของเขาฉุดเข้าให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า  

“ชิ ไอทางเดินใต้ดินบ้านี่มันจะยาวไปถึงไหนกัน” 

ไรจินหันกลับมาบ่น หลังจากที่พวกเขาเคลื่อนที่ออกมาจากกำแพงดินได้ซักพัก แต่ก่อนที่จะมีใครได้ตอบอะไรกลับไป ขาของพวกเขาก็ถูกอะไรบางอย่างเกี่ยวรัดไว้จนหน้าจุ่มพื้น ก่อนที่เถาวัลย์นั้นจะออกแรงฉุดพวกเขาไปด้านหลัง 

‘Silent night’ 

สิ้นเสียงของมิตสึ อุณหภูมิภายในทางเดินใต้ดินก็ดิ่งลง ก่อนที่เถาวัลย์จำนวนมากที่เกี่ยวขาของไรจินและคริมสันไว้จะกลายเป็นน้ำแข็ง และแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ 

“ทำหน้าที่ของนายซะ” 

นั้นคือคำพูดสุดท้ายของมิตสึ ก่อนที่เขาจะถูกเถาวัลย์จำนวนมากดึงกลับไปด้านหลัง 

ไม่มีเวลาให้คิดใดๆ ร่างของคริมสันเคลื่อนที่ไปตามแรงฉุดของไรจินด้วยความเร็วสูง ราวกับสายฟ้าฟาด ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดลงในจุดที่ห่างจากเถาวัลย์พวกนั้นมาได้ระยะหนึ่ง  

“ฉันมาส่งนายได้แค่นี้แหละเพื่อน อย่างที่นายได้ยินมิตสึพูดนั่นแหละ ฉันมีหน้าที่ที่ต้องทำ นายก็รู้” 

พูดจบไรจินก็ใช้สองนิ้วทิ่มไปที่หน้าอกของตัวเองทันที เขาทำมันด้วยความเร็วดุจสายฟ้า โดยที่ไม่เปิดโอกาศให้คริมสันได้โต้เถียงใดๆ 

“นายไม่กะให้ฉันห้ามนายซักหน่อยเลยเหรอ” 

คริมสันพูดทั้งน้ำตา 

“น่าเพื่อน การทำแบบนี้มันก็ยากสำหรับฉันเหมือนกัน นายก็รู้” 

ไรจินพูดในขณะที่ร่างของเขาค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ 

“วิ่งซะคริมสัน ระเบิดของฉันมันตูมตามกว่าที่นายคิดไว้เยอะ” 

“…” 

คริมสันไม่ตอบอะไร ก่อนจะยกมือไปชนกับร่างที่กำลังแปล่งแสงออกมา และวิ่งไปตามทางเดินใต้ดินด้านหน้า 

เมื่อวิ่งต่อมาตรงนั้นซักพัก ในที่สุดคริมสันก็พบกับแสงสว่างด้านหน้า เมื่อมองไปตามแสงนั่นเขาก็พบกับบันไดเชือกที่พวกเขาใช้มันปีนลงมาที่ทางลับใต้ดินนี้ ตอนที่พวกเขาสี่คนปีนลงมาด้วยกัน  

ในขณะที่คริมสันปีนขึ้นไปตามบันไดนั้น ทางเดินลับใต้ดินก็สั่นสะท้านไปด้วยแรงระเบิด จนคริมสันที่อยู่บนบันไดไม้เกือบตกลงมา แต่ถึงต้องตาย คริมสันก็จะไม่ยอมให้ความพยายามและความเสียสละของเพื่อนๆเขาสูญเปล่าแน่  

เขาจับราวบันไดไว้แน่น ก่อนจะพาร่างของตัวเองขึ้นไปบนช่องที่เขาขึ้นมาได้สำเร็จ 

แต่แล้วเมื่อคริมสันปีนขึ้นมาจากทางลับนั้นได้สำเร็จ ภาพที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า กลับไม่เหมือนตอนที่เขากำลังปีนลงไป จากที่มันควรจะเป็นบ่อน้ำบ่อหนึ่งในป่าลึก ในตอนนี้เมื่อคริมสันหันกลับไปมองอีกครั้ง เขาก็พบว่ามันได้กลายเป็นลิฟท์ตัวหนึ่งไปแล้ว พื้นดินแตกๆ เศษโคลน และหนองน้ำที่รกรุงรังไปด้วยวัชพืช กลับถูกแทนที่ด้วยสนามหญ้าที่ถูกตกแต่งเป็นอย่างดี และโต๊ะน้ำชาสีขาวตัวหนึ่ง พร้อมกับเก้าอี้สองตัวที่หันเข้าหากัน 

และผู้หญิงในชุดเดรสสีขาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น  

สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องไปที่ไหนเลย มันไม่ได้มีซักเศษเสี้ยวเดียวด้วยซ้ำที่สายตานั้นจะมองมาที่คริมสัน แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น คริมสันก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นใคร 

 แม้หมวกปีกกว้างที่ผู้หญิงคนนั้นสวมอยู่บนศีรษะ จะสวยงามมากเพียงใด แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น คริมสันก็รู้ได้ทันทีว่าใบหน้าที่อยู่ภายใต้หมวกนั้นสวยงามมากขนาดไหน  

กริยาท่าทางของเธอที่แม้จะไม่แตกต่างอะไรจากการดื่มชาทั่วไป แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น คริมสันก็รู้ได้ทันทีว่ากริยาท่าทางที่สุดแสนจะธรรมดาเหล่านั่น เมื่อได้จ้องมองมันแล้วชวนให้หลงไหลมากแค่ไหน 

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้ความทรงจำของคริมสันหวนกลับมาอีกครั้ง ก่อนเขาจะพูดกลับไปด้วยเสียงสั่นๆว่า 

“ท…ทำไมเธอถึงไม่ปล่อยฉันไปซักที” 

“ไหนๆก็มาแล้ว ไม่อยากดื่มชาซักหน่อยเหรอ” 

หญิงสาวเชื้อเชิญ  

“ทำไมเธอถึงไม่ปล่อยฉันไปซักที” 

คริมสันตะโกนออกมา 

ก่อนที่ร่างของคริมสันจะค่อยๆทรุดลง เผยให้เห็นมีดเล่มหนึ่งที่ปักอยู่กลางอกเขา เลือดจากหน้าอกของเขาที่ไหลออกมาไม่หยุด เลอะเปรอะเปื้อนไปทั่ว จนทำให้ชุดเดรสสีขาวของหญิงสาวคนนั้นกลายเป็นสีแดง 

“เพราะเราสัญญากันแล้วนิ…ว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปจนวันตาย” 

หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะก้มร่างไปหญิงกุญแจในมือของคริมสัน เก็บใส่กล่องที่ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ ก่อนเธอจะเดินกลับที่โต๊ะน้ำชา และทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมายอีกครั้ง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว