ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 25 เปิดเทอมใหม่ ทำไมมันวุ่น

ชื่อตอน : บทที่ 25 เปิดเทอมใหม่ ทำไมมันวุ่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2564 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 เปิดเทอมใหม่ ทำไมมันวุ่น
แบบอักษร

25

เปิดเทอมใหม่ ทำไมมันวุ่น

 

 

ในวันแรกของการเปิดเทอมใหม่ มีนักเรียนหลายคนรีบมาที่โรงเรียนกันตั้งแต่เช้าเพื่อดูบอร์ดประกาศผลการสอบปลายภาคของเทอมก่อนและบอร์ดประกาศการจัดห้องใหม่ของเทอมนี้ นั่นทำให้บรรยากาศในโรงเรียนซิลเวอร์แอชคึกคักแต่เช้า โดยเฉพาะที่หน้าบอร์ดประกาศซึ่งออไปด้วยกลุ่มนักเรียน

เรย์ที่มาถึงโรงเรียนแล้วก็เดินมาดูที่บอร์ดประกาศทั้งสองอย่างของชั้นปี 1 ด้วยเช่นกัน เขารู้อยู่แล้วว่าเขาสอบได้ที่ 3 และโดนย้ายขึ้นห้อง B ดังนั้นจุดประสงค์ที่เขามาดูบอร์ดทั้งสองนี้จึงไม่เหมือนคนอื่น เขาแค่สนใจว่าสองคนที่สอบได้ที่ดีกว่าเขาคือใครและมีใครนอกจากเขาบ้างที่ได้เลื่อนขึ้นมาห้อง B ในเทอมนี้

‘ที่ 1 เกล็น ราดอน ส่วนที่ 2 อลิส โซเฟียร์ สองคนนี้ก็สอบได้ที่ 1 กับที่ 2 เมื่อตอนเทอมแรกเหมือนกันนี่หน่า เป็นพวกตัวท็อปของชั้นปีสินะ’ 

เรย์ดูบอร์ดอันดับผลการสอบแล้วก็หันไปมองบอร์ดรายชื่อนักเรียนของห้อง 1-B ต่อ

‘นอกจากเราแล้วก็มีอีกแค่ 3 คนที่ขึ้นห้อง B มาได้ในเทอมนี้ แถมทั้ง 3 คนก็มาจากห้อง C กันหมดด้วย คงมีแค่เราสินะที่โดนข้ามระดับห้องจาก E มาเป็น B ได้ในรวดเดียว’

เด็กหนุ่มไล่ดูนั่นดูนี่บนบอร์ดประกาศต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นเขาจึงหมดความสนใจแล้วเดินแหวกฝูงชนออกมาจากแถวหน้าบอร์ดประกาศ แล้วก็ตัดสินใจว่าจะไปนั่งเล่นที่ห้องเรียนใหม่ของเขาเพื่อรอเวลาคาบโฮมรูม 

[ 1-B ]

หลังจากเดินขึ้นอาคารเรียนหลักมาจนถึงที่หน้าห้องเรียนเป้าหมาย เรย์ก็เงยหน้ามองป้ายหน้าห้องอีกทีให้มั่นใจว่าไม่ได้มาห้องผิด ก่อนที่เขาจะเลื่อนเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป 

เนื่องจากนี่มันยังค่อนข้างจะเช้ามาก ถึงจะบอกว่าวันเปิดเทอมวันแรกจะมีนักเรียนหลายคนมาโรงเรียนกันไวกว่าปกติ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รีบมาโรงเรียนกันแต่เช้าขนาดนี้อยู่ดี ดังนั้นในห้อง 1-B จึงมีนักเรียนอยู่กันแค่ไม่ถึง 10 คนนั่งกระจายกันอยู่ตามที่นั่งของตัวเองทั่วห้อง เหมือนจะกำลังพูดคุยอะไรสักอย่างกันอยู่ แต่เมื่อเรย์เดินเข้ามาในห้อง พวกเขาก็พร้อมใจกันหันมามองที่ผู้มาใหม่และหยุดคุยกันโดยพลัน

“โอ้ หน้าใหม่นี่ นายคือคนที่เพิ่งย้ายขึ้นมาห้องเราเทอมนี้เหรอ?” นักเรียนชายคนหนึ่งเอ่ยถามเรย์ 

“ใช่” เรย์ตอบอีกฝ่ายอย่างสั้นง่ายได้ใจความ มองไปยังโต๊ะติดหน้าต่างตรงแถวกลาง ๆ ที่ยังว่างอยู่แล้วก็เดินไปนั่งลงที่ตรงนั้น ไม่กังวลว่ามันจะเป็นที่นั่งใครหรือเปล่า

...โรงเรียนซิลเวอร์แอชไม่มีการสุ่มจับที่นั่งในห้องเรียนหรืออะไรทำนองนั้น ใครอยากนั่งตรงไหนก็นั่งได้ตามใจ ใครมาก่อนก็ได้ก่อน

“เฮ้ หน้าใหม่ นายชื่ออะไรอ่ะ” นักเรียนหญิงอีกคนถามเรย์ขึ้นมาบ้าง

“เรย์ เมเซเฟียร์” เรย์หันไปตอบ

“เรย์ เมเซเฟียร์? เอ๋! นายคือคนที่สอบได้ที่ 3 แล้วก็โดดขึ้นมาอยู่ห้องเราจากห้อง E นั่นน่ะเหรอ!?” นักเรียนหญิงคนเดิมเอ่ยถามเรย์ตาโต

ไม่ใช่แค่นักเรียนหญิงคนนั้น แต่เด็กห้อง B ที่เหลือเองต่างมีท่าทีสนอกสนใจในตัวเรย์ขึ้นมาอีกหลายเท่าในทันควันเมื่อได้ยินชื่อเขา

“อืม นั่นฉันเองแหละ” เรย์ยิ้มตอบ

เท่านั้นเองพวกเด็กห้อง B ก็ยิงคำถามมาใส่เรย์เป็นชุด อยากทำความรู้จักกับอดีตเด็กห้องบ๋วยที่ดันสอบได้ที่ 3 ของชั้นปีคนนี้เป็นอย่างยิ่ง

“ถ้านายเรียนเก่งขนาดมีปัญญาสอบได้ที่ 3 ของชั้น ทำไมนายถึงตกไปอยู่ห้องบ๋วยได้ล่ะเมื่อ 2 เทอมก่อนหน้านี้?”

“เพราะฉันขี้เกียจเรียน”

“คือนายจะบอกว่าถ้านายตั้งใจ นายก็เรียนดีได้”

“อาฮะ”

“แล้วไหงอยู่ ๆ นายถึงตั้งใจเรียนขึ้นได้ล่ะ ตอนแรกนายขี้เกียจเรียนอยู่ไม่ใช่รึไง”

“พ่อฉันสั่งให้ตั้งใจเรียน”

“...”

ทุกคนที่ฟังอยู่กินจุดไปทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของเรย์ ตอนแรกเรียนไม่ดีเพราะไม่ตั้งใจ แค่พ่อสั่งให้ตั้งใจเรียนเท่านั้นก็สอบได้ที่ 3 ของชั้นปี นี่พวกเขากำลังพูดถึงการเรียนในโรงเรียนมาตรฐานสูงอย่างซิลเวอร์แอชอยู่หรือโรงเรียนไร้ชื่อที่ไหนสักแห่งกันแน่ ทำไมการขึ้นเป็นระดับท็อปของชั้นปีในกรณีของเรย์มันฟังดูง่ายนัก...แค่ตั้งใจเรียน

เด็กเก่าห้อง B รุมถามนั่นถามนี่เรย์อยู่อีกพักใหญ่ คำถามทั่ว ๆ ไปอย่าง...ชอบสีอะไร? มีงานอดิเรกอะไร? ชอบวิชาเรียนวิชาไหน? มีแฟนรึยัง? ของอะไรพวกนี้โดนถามออกมาหมด ซึ่งเรย์ก็พูดตอบทุกคำถามไปอย่างใจเย็น ไม่ได้รู้สึกรำคาญใจแต่อย่างใด 

เขารู้ตัวดีอยู่แล้วว่าเด็กใหม่อย่างเขาย่อมต้องเป็นที่สนใจ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติแปลกประหลาดไม่เหมือนใครอย่างเขา ดังนั้นเรย์จึงเตรียมใจพบกับเรื่องอะไรแบบนี้ไว้ก่อนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังต้องอยู่ในห้อง 1-B นี้ไปอีกเป็นเทอม เขาเองก็เลยอยากสานความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในห้องอยู่พอดี ระหว่างโดน Q&A เขาไม่เพียงแต่เป็นฝ่ายตอบคำถาม แต่ยังหาช่องเอ่ยถามคนโน้นคนนี้กลับเพื่อชวนคุยทำความรู้จักกันไปด้วย

สถานการณ์นี้ดำเนินไปเรื่อยจนมีเด็กห้อง B คนอื่น ๆ ที่เพิ่งมาถึงห้องเรียนหลายคนเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย กว่าคนจะเลิกให้ความสนใจกับเรย์ เด็กประจำห้อง B ก็มาถึงห้องเรียนกันแล้วเกินกว่าครึ่งห้อง

‘คุยกับเด็กไฮสคูลทั่วไปนี่เหนื่อยกว่าที่คิดแฮะ’ เรย์ที่หลุดจากวงล้อมของเหล่าเด็กนักเรียนขี้สงสัยมาได้ถอนหายใจ เนื่องจากความทรงจำของชีวิตก่อน ตัวเรย์จึงมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่สูงเกินวัย พอต้องมาทำตัวให้กลมกลืนกับเด็กหนุ่มสาววัยเดียว สำหรับเขามันก็เลยรู้สึกลำบากแปลก ๆ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายไม่ใช่คนที่รู้จักมักจี่กันดี 

“นาย นาย” 

เรย์โดนใครสักคนหนึ่งสะกิดไหล่เรียก และเมื่อเขาหันไปมอง ก็พบว่าเป็นเด็กหนุ่มผมบลอนด์ตาสีมรกตคนหนึ่งที่มาเรียกเขา โดยข้างหลังของนายผมบลอนด์คนนี้ก็มีนักเรียนชายอีก 2 คนยืนอยู่ ทั้ง 3 คนนี้เหมือนจะเพิ่งเข้าห้องเรียนมาหลังจากเรย์เลิกคุยกับพวกเด็กห้อง B เมื่อก่อนหน้านี้แล้ว

“มีอะไรงั้นเหรอ?” เรย์ถาม

“ฉันไบรอัน บาร์ด เป็นคนที่เพิ่งย้ายขึ้นมาห้อง B เทอมนี้ นายเองก็เหมือนกันใช่ไหม ไม่เคยเห็นหน้านายในห้อง B เมื่อเทอมก่อนเลยนี่” ไบรอันเอ่ยแนะนำตัวแล้วกล่าวถามกลับ

“ใช่ ฉันก็เพิ่งขึ้นมาห้อง B เหมือนกัน เรย์ เมเซเฟียร์ ยินดีที่ได้รู้จัก” เรย์แนะนำตัวด้วยรอยยิ้มบาง

“ว่าแล้วเชียว นายคือเด็กห้อง E ที่สอบได้ที่ 3 ของชั้นคนนั้นจริง ๆ” ไบรอันยิ้มอย่างเป็นมิตร “นายรู้ตัวไหมว่านายกำลังดังใหญ่แล้วนะในตอนนี้ ตั้งแต่โรงเรียนเราก่อตั้งมา ยังไม่เคยมีเด็กห้อง E คนไหนสอบได้คะแนนโดดไปอยู่ที่ระดับท็อปของชั้นแบบนายมาก่อนเลย”

“อะไร ๆ มันก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น” เรย์ไหวไหล่ 

“นายดูไม่ตื่นเต้นเลยนะ ไม่คิดว่ามันเจ๋งบ้างเหรอที่นายกลายเป็นคนสร้างประวัติศาสตร์” ไบรอันกล่าว

“แค่เรื่องอันดับผลการสอบ ของแบบนี้พูดถึงกันไม่นานเดี๋ยวคนเขาก็ลืม มีอะไรต้องให้ตื่นเต้น” เรย์ว่างั้นแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง “จะว่าไป นายขึ้นมาจากห้อง C สินะ ฉันเห็นชื่อจากบอร์ดประกาศ อีก 2 คนข้างหลังนายนั่นก็ด้วยหรือเปล่า?” เขาหันไปหาอีก 2 คนที่ยืนอยู่ข้างหลังไบรอัน

“อา 2 คนนี้ก็เพื่อนฉันที่ขึ้นมาจากห้อง C ด้วยกันนี่แหละ” ไบรอันหันกลับไปหาเพื่อนทั้งสอง “พวกนายเอาแต่ยืนเงียบเลยนะ ไม่คิดทักทายเรย์เขาหน่อยล่ะ”

“โทษที ฉันเกร็งนิดหน่อยที่เจอคนสอบได้ท็อป 3 ของชั้น” นักเรียนชายร่างสูงคนแรกยิ้มเก้อก่อนจะแนะนำตัว “ฉันชื่อ แมทธิว แต่เรียกสั้น ๆ ว่าแมทเฉย ๆ ก็ได้ ใคร ๆ เขาก็เรียกกันงั้น”

“ส่วนฉันชื่อ เอ็ดดี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” นักเรียนชายร่างท้วมอีกคนแนะนำตัวขึ้นมาบ้าง

“ยินดีที่ได้รู้จัก แมท เอ็ดดี้” เรย์ส่งยิ้มให้ทั้งสองคน

“ฉันเห็นว่าพวกเราทั้ง 4 คนต่างก็เป็นเด็กใหม่ของห้อง B เหมือน ๆ กัน ก็เลยอยากจะมาทักทายและทำความรู้จักกันไว้น่ะ” ไบรอันบอก “กลางวันนี้เราอยากชวนนายไปกินข้าวด้วยกัน นายคิดว่าไง ไปด้วยกันไหม?” เด็กหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยชวน

“ได้สิ ฉันกำลังหาเพื่อนกินข้าวเที่ยงด้วยกันอยู่พอดี” เรย์ตอบรับง่าย ๆ

“โอเคเลยงั้น” ไบรอันยิ้มแย้มที่เรย์รับคำชวน

อดีตเด็กห้อง C ทั้งสามคนเตรียมจะชวนเรย์คุยเรื่องอื่นต่อ แต่ตอนนั้นเองก็มีเด็กนักเรียนหญิงหน้าตาดีชนิดที่หาตัวจับได้ยากคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเรย์ เธอมีผมสีแสดกับดวงตาสีน้ำตาลแดง มีหูและหางของจิ้งจอกบ่งบอกว่าเป็นคนของเผ่าโฟรเชีย นอกจากว่าเธอจะหน้าตาสะสวยแล้ว หุ่นอรชรและทรวดทรงองค์เอวของเธอก็ไม่เลวเช่นกัน แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเธอคงเป็นสาวป๊อปในหมู่นักเรียนชาย

“ขอโทษนะ” สาวสวยหูจิ้งจอกเอ่ยกับเรย์เสียงหวาน “คือตรงที่นายนั่งอยู่มันเคยเป็นที่นั่งฉันเมื่อเทอมก่อนน่ะ ฉันชอบที่ตรงนี้มากเลย ฉันขอนายคืนได้ไหม” เธอพูดขอเขาตาใส ไม่ได้พูดเหมือนสั่งหรือบังคับอะไร

“คงไม่ได้หรอก ฉันก็ชอบที่นั่งตรงนี้เหมือนกัน และเทอมนี้ฉันก็มานั่งก่อนเธอด้วย หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ” เรย์ตอบอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล เสน่ห์ของสาวสวยตรงหน้าไม่มีผลใด ๆ ต่อเขา

“เอ๋ ไม่ได้จริง ๆ เหรอ ฉันขอเถอะนะ ฉันชอบที่ตรงนี้จริง ๆ” โฟรเชียสาวเล่นลูกอ้อน ทำเสียงหวานขอร้องเขาเต็มที่

“ไม่ล่ะ โทษที” เรย์ส่ายหน้า ตอนนี้เด็กห้อง B มากันจนจะครบทั้งห้องอยู่แล้ว ที่นั่งมุมดี ๆ ก็โดนคนอื่นแย่งนั่งไปหมด เรื่องอะไรเขาต้องให้ที่นั่งที่เขาจองไว้ก่อนแล้วกับคนที่ไม่รู้จักอย่างเธอด้วย

“โธ่ นายนี่ขี้งกจัง” โฟรเชียสาวเห็นว่าเรย์ไม่ยอมใจอ่อนก็มุ่ยหน้า เธอบ่นอุบอิบก่อนจะเดินผละจากไป

คาเรน มานั่งที่ฉันไหม?”

“โอ๊ะ! ขอบใจจ้ะ”

ไม่ทันไรนักเรียนชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างหน้าเรย์ไป 2 ที่นั่งก็เอ่ยเสนอที่นั่งให้โฟรเชียสาวขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าที่นั่งของเขาก็เป็นที่นั่งติดริมหน้าต่างเช่นกัน โฟรเชียสาว คาเรน ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างแล้วตอบรับในทันที

“นายนี่ภูมิต้านทานสาวสวยดีเอาเรื่องนะเนี่ย แต่ไปขัดใจคาเรนเธอแบบนั้น ระวังจะโดนพวกผู้ชายห้องนี้เขม่นเอานะ” ไบรอันขยับมากระซิบพูดกับเรย์เบา ๆ 

เรย์กวาดตารอบห้องทีหนึ่ง จึงเห็นว่ามีผู้ชายหลายคนในห้องกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ “แม่คาเรนคนนี้ เธอเป็นดาวเด่นประจำห้องงั้นเหรอ?” เขากระซิบถามไบรอันกลับ

“เธอเป็นขวัญใจของหนุ่มห้อง B เลยล่ะ” แต่คนที่กระซิบตอบเรย์มากลับเป็นเอ็ดดี้ที่เข้ามาร่วมวงคุยด้วย “ผู้ชายกว่า 1 ใน 3 ของห้องนี้ต่างก็หลงเสน่ห์เธอกันทั้งนั้น เธอทั้งสวยทั้งน่ารัก แถมยังเรียนดี เกรดก็เฉียดจะขึ้นไปอยู่ระดับห้อง A อยู่รอมร่อ โปรไฟล์อย่างดีเลยว่าไหมล่ะ”

“ใครว่าแค่ห้อง B” คราวนี้เป็นแมทธิวที่พูดขึ้นมา “ผู้ชายตั้งไม่รู้กี่คนในชั้นปีเราก็แอบมองเธออยู่เหมือนกัน จากคะแนนความนิยมที่แอบโหวตกันในหมู่ผู้ชาย เธอเป็นหนึ่งในสาวป๊อปประจำปี 1 ที่ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็อยากได้เป็นแฟนเลยนะ”

“เธอเป็นเหมือนไอดอลเลยว่างั้นเถอะ” เรย์สรุปทั้งหน้าเซ็ง ๆ

ไอ้เขาก็กะจะญาติดีกับเด็กในห้องเดียวกันเข้าไว้ แต่แค่เพราะขัดใจสาวสวยในดวงใจของคนที่นี่เท่านั้น เขาก็โดนเด็กผู้ชายกว่า 1 ใน 3 ของห้องเขม่น...ถามจริง ชีวิตวัยเรียนของคนเรามันจะไร้สาระไปไหน นี่ขนาดเขาอยู่โรงเรียนดังประจำอาณาจักรนะเนี่ย เรื่องพรรค์นี้มันก็ยังมี

“ไม่ใช่แค่นั้นนะเรย์” ไบรอันเอ่ยเสริมขึ้นมา “ฉันได้ยินว่าหัวโจกประจำห้องนี้มันตามตื๊อจีบคาเรนเธออยู่ด้วย และมันพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทำคะแนนเอาใจเธอ ใครจะมาแตะต้องหรือขัดใจคาเรนเธอนี่ไม่ได้เลยมันไล่กัดหมด ดังนั้นในเมื่อนายก่อประเด็นไปแล้วแบบนี้ นายก็ต้องระวังจะโดนมันหมายหัวเอาไว้ให้ดีล่ะ”

“ถามจริงเมื่อกี้ฉันเผลอฆ่าใครตายไปโดยไม่รู้ตัวรึไง ไหงปัญหามันบานปลายขนาดนี้ แค่ไม่ยกที่นั่งของตัวเองให้คนอื่นนี่ฉันผิดเหรอ” เรย์ขมวดคิ้วยุ่ง ทำไมชีวิตในโรงเรียนเขามันดูจะวุ่นตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมใหม่

...สมัยอยู่ห้อง E ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องเด็กบ๋วย ห้องเด็กมีปัญหา เขายังไม่เห็นยักเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลยทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็ออกจะทำตัวเกเรแท้ ๆ

“เอาน่า ถ้านายประณีประนอมหน่อย ต่อให้เกิดเรื่องมันก็ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอก แค่ต้องทน ๆ เอาหน่อยแค่นั้น” ไบรอันปลอบเรย์ยิ้ม ๆ

จากนั้นนายผมบลอนด์จึงทำการเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วหันมาพูดเรื่องอะไรสนุก ๆ ที่ชวนคลายเครียดกันแทน ดึงทั้งเรย์และอีก 2 คนที่เหลือให้มาพูดคุยทำความรู้จักกันอย่างอัธยาศัยดี ช่วยให้เรย์มีอะไรทำฆ่าเวลารอให้ถึงชั่วโมงโฮมรูม แถมเพราะครั้งนี้วงสนทนามันไม่ใหญ่ มีกันอยู่แค่ 4 คนแถมไม่มีคนมาแย่งกันถามคำถามเขาให้สับสนด้วย การพูดคุยครั้งนี้จึงผ่อนคลายกว่าก่อนหน้านี้เยอะ

คุยกันเพลิน ๆ โดยที่ไม่ทันรู้ตัวก็แทบจะถึงเวลาโฮมรูม พวกไบรอันเห็นว่าควรจะหยุดคุยกันไว้แค่นี้ ก่อนที่อาจารย์ประจำชั้นจะเข้ามาในห้อง พวกเขาจึงแยกย้ายกันกลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง เรย์ก็เลยได้กลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง

‘วันแรกก็จะซวยเพราะเรื่องผู้หญิงเลยเหรอเรา อันนี้ใช่เวรกรรมจากที่เราไปแกล้งพวกลูเซียกับไอช่าไว้รึเปล่าเนี่ย’ เรย์คิดกับตัวเองขำ ๆ ขณะที่แอบมองข้ามไหล่นักเรียนชายคนข้างหน้าไปยังโฟรเชียสาวตัวต้นเรื่องอย่างคาเรนที่นั่งอยู่ 2 ที่นั่งข้างหน้าเขาในตอนนี้ 

ประตูห้องเลื่อนเปิดออก แต่คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่อาจารย์ เป็นแค่นักเรียนชายร่างใหญ่คนหนึ่ง เรย์จึงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรในตอนแรก แต่ผิดกับเขา นักเรียนชายกลุ่มหนึ่งในห้องรีบเดินตรงไปหานักเรียนชายคนที่เข้ามาในห้องนั้นแล้วกระซิบกระซาบบอกอะไรสักอย่าง จากนั้นจึงทำท่าทางบุ้ยใบ้มาทางเรย์ ผลคือนักเรียนชายร่างใหญ่คนนั้นมีสีหน้าทะมึนทึงขึ้นทันควัน และเดินปรี่มาหาเรย์โดยไม่รอรี

“เฮ้ย!” เจ้านักเรียนชายร่างใหญ่นั่นตะคอกเสียงเรียกเรย์

“หา?” โดนทำเสียงไม่รื่นหูใส่แบบนี้ เรย์ก็ขมวดคิ้วแล้วมองไปหามันอย่างไม่ชอบใจ

...อะไรอีกวะเนี่ย?

“รีบไสหัวออกไปจากที่นั่งตรงนี้เลยถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” เจ้าร่างใหญ่พูดสั่งเสียงกร้าว ท่าทีข่มขู่ดูไม่เกรงใจเรย์สักนิด

“บ้าอะไรของแกวะ ถ้าจะหาที่นั่งก็ไปหาที่ว่างตรงอื่น โต๊ะตัวนี้ฉันจองแล้ว” เรย์ว่ากลับไปเสียงเย็น แต่อารมณ์ข้างในเขาเริ่มเดือดปุด ๆ เรื่องที่นั่งเขาอีกแล้วเหรอวะ?

...อย่าบอกนะว่าไอ้เวรคือหัวโจกประจำห้องที่หลงแม่คาเรนอะไรนั่น?

“ถ้ากูบอกว่าไม่ให้นั่ง มึงก็อย่าเสือกนั่ง อยากนอนห้องพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมรึไงวะ!” เจ้านักเรียนร่างใหญ่ว่างั้นแล้วก็ไม่รอช้า ยื่นมือมันมาทำท่าจะกระชากคอเสื้อเรย์

หมับ!

ทว่าเรย์ไวกว่า คว้าจับข้อมือมันไว้ก่อนจะทันยื่นมาถึงคอเสื้อเขา “มึงเป็นพ่อกูรึไง มีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู” เขาพูดเสียงเนิบ ๆ แต่แค่ฟังดูก็รู้ว่าโกรธ

ครืด…

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืนประจันหน้ากับเจ้าคนร่างใหญ่ที่ตัวทั้งสูงและมีกล้ามเนื้อบึกบึนมากกว่าเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเขาที่จับข้อมือมันไว้เพิ่มแรงบีบขึ้นทีละนิด ๆ ทำให้ไอ้คนที่มาหาเรื่องเขาหน้าบิดเบี้ยวและดวงตาเบิกโตด้วยทั้งความตะลึงและความเจ็บปวด มันพยายามบิดแขนออกจากกำมือของเรย์แต่แรงสู้เขาไม่ได้สักนิด

‘แค่เรื่องที่นั่ง เป็นส้นตีนอะไรกันต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่’ เรย์คิดในหัวไปพลางก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกยาว ๆ พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอหักแขนไอ้เวรตรงหน้าเขานี่ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พักหลัง ๆ มานี้เขามีเรื่องบ่อย การยับยั้งตัวเองไม่ให้เผลออัดคนที่มาทำให้เขาหงุดหงิดจนเละมันเลยยากหน่อยเพราะความเคยชินกับการใช้กำลัง

...ที่นี่คือโรงเรียนไม่ใช่ถิ่นนักเลง แถมไอ้ตัวเบิ่มนี่มันก็เป็นแค่คนธรรมดาด้วย เขาไม่อยากรังแกมัน

“หวังว่ามึงคงไม่ได้กะจะทำกร่างอวดหญิงหรอกนะ เพราะตอนนี้มึงหน้าแหกบรรลัยเลย” ใจเขาคิดงั้น แต่ปากเจ้ากรรมเขามันก็ยั้งไม่อยู่ พูดกวนประสาทออกไปตามนิสัย

“มึง!” 

ไอ้คนร่างใหญ่ได้ยินงั้นก็กำหมัดข้างที่ยังเป็นอิสระของมันแน่น ตามันจ้องเรย์เขม็งปานจะกินเลือดกินเนื้อ เรย์ก็จ้องตามันตอบไปไม่กลัวเช่นกัน พวกเขาดูคล้ายว่าจะพร้อมลงมือลงไม้มีเรื่องกันจริง ๆ ได้ทุกเมื่อ

แน่นอนว่าเหตุการณ์ย่อมต้องเป็นที่สนใจของทุกคนในห้อง เสียงพูดคุยโดยรอบจึงเงียบหายไป บรรยากาศในห้องเรียนหนักอึ้งขึ้นทันควันเพราะการแผ่รังสีมาคุของทั้งสอง ทุกสายตาจับจ้องมายังเรย์

ในตอนที่เด็กห้อง B กำลังลุ้นกันอยู่นั่นเองว่าเรย์กับเจ้าคนตัวใหญ่จะมีเรื่องกันไหม ประตูห้องเรียนก็เปิดออกอีกครั้ง และคราวนี้เป็นอาจารย์ชายวัยกลางคนที่เดินเข้ามา เขาเป็นอาจารย์ประจำชั้นของห้อง 1-B และเมื่อเขาเห็นสถานการณ์ภายในห้องโดยเฉพาะท่าทีที่เหมือนจะออกหมัดใส่กันอยู่รอมร่อของเรย์กับเจ้าคนร่างใหญ่ เขาก็เลยรีบเอ่ยออกมาเสียงดัง

อาร์กัส! เรย์ เมเซเฟียร์! พวกเธอสองคนกำลังทำอะไร!?” 

เมื่อมีอาจารย์เข้ามาห้ามแล้ว ทั้งเรย์และเจ้าคนร่างใหญ่ที่ชื่อ อาร์กัส ก็จำต้องหยุดเขม่นหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้ เรย์ปล่อยมือมันให้เป็นอิสระ ซึ่งเจ้าอาร์กัสก็สะบัดข้อมือที่ช้ำเป็นรูปกำมือของเรย์แรง ๆ พลางทำหน้าหงุดหงิดตีมาดเข้มแข็งเหมือนไม่เจ็บไม่คันอะไรแล้วเดินตึงตังไปยังโต๊ะท้ายแถวที่อีกฝากหนึ่งของห้องซึ่งเป็นที่นั่งเดียวที่ยังว่างให้มันนั่งได้

เห็นว่าพวกเรย์แยกกันแล้ว อาจารย์ประจำชั้นห้อง 1-B ก็พ่นลมหายใจออกจมูกแรง ๆ แล้วมองมาที่เรย์ซึ่งเพิ่งนั่งลงกับเก้าอี้ที่โต๊ะของเขาอีกครั้ง

“เรย์ ที่นี่คือห้อง B ไม่ใช่ห้อง E อย่าคิดว่าเธอจะก่อเรื่องได้ตามใจเพียงเพราะแค่เธอเรียนดีได้แค่เทอมเดียวเข้าใจไหม ที่นี่เราไม่ได้กฎเกณฑ์หละหลวมเหมือนที่ห้องเก่าเธอนะ” เขาเอ่ยตำหนิ

“...” เรย์ไม่พูดตอบแค่หันมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ไอ้อาจารย์ตาถั่วนี่ก็อีกคน เขาเป็นคนโดนหาเรื่องแท้ ๆ แต่ดันทะลึ่งมาว่าเขา เพียงแค่เพราะเขามาจากห้อง E ที่มีชื่อเสียงไม่ดีเขาจำเป็นต้องเป็นคนเริ่มก่อปัญหาด้วยเหรอ? ลองถามคนในห้องให้รู้เรื่องก่อนค่อยพูดอะไรมันจะตายรึไงวะ? 

...ทำไมวันนี้ถึงได้เหมือนจะมีแต่คนอยากกวนบาทาเขากันนัก?

เรย์อยากจะย้ายมาอยู่ห้อง B อย่างสงบ แต่ดูเหมือนมันจะสงบไม่ได้แล้วทีนี้ เขามีเรื่องให้โดนผู้ชาย 1 ใน 3 ของห้องเขม่นแล้วหนึ่งอย่าง ที่เขาทำตัวแข็งกร้าวจะมีเรื่องกับหัวโจกของห้องนั่นก็ทำให้ภาพลักษณ์เขาเสียไปแล้วอีกอย่าง ยิ่งพอโดนอาจารย์ประจำชั้นว่าซ้ำหลังจบเรื่อง บอกได้เลยว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นเด็กมีปัญหาในสายตาของคนในห้องไปเป็นที่เรียบร้อย 

...และเรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเพราะแค่เรื่องที่นั่ง...หรือควรจะบอกว่าเพราะผู้หญิงดี?

‘เริ่มต้นได้สวยจัดเลยวันแรก...ภาพลงภาพลักษณ์ มิตรพงมิตรภาพอะไรกับห้อง B ช่างหัวมันแล้ว! จากนี้ตูจะอินดี้ ตูจะไม่สนหัวใคร ใครจะคิดอะไรเรื่องของมัน อย่ามากวนใจตูก็พอ’ เรย์ประกาศกับตัวเองในใจ

คาบโฮมรูมเริ่มขึ้นหลังจากนั้น อาจารย์ประจำชั้นเริ่มประกาศและแจกแจงเรื่องสำคัญหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับภาคเรียนใหม่นี้ มีการแจกตารางเรียน คุยตกลงและนัดแนะอะไรต่อมิอะไร เรย์นั่งฟังมันไปเงียบ ๆ โดยไม่มีส่วนร่วมใด ๆ ด้วยทั้งนั้น ฟังแต่หู แต่ตาไม่มองดูเรื่องที่เกิดในชั้นเรียนด้วยซ้ำ เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวก็คิดโน่นคิดนี่เรื่อยเปื่อยไป ให้ความสนใจกับคาบโฮมรูมแค่พอจะฟังเรื่องสำคัญ ๆ ที่อาจารย์พูดรู้เรื่องเท่านั้น

ไม่ช้าคาบโฮมรูมก็จบลง และคาบการเรียนการสอนในภาคเช้าก็เริ่มขึ้น ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรนอกจากการบรรยายอันแสนน่าเบื่อจากปากของอาจารย์ประจำวิชาแบบที่น่าจะพอเดากันได้ 

โชคดีที่เด็กห้อง B ตั้งใจเรียนไม่ได้แหกปากโวยวายตลอดคาบแบบในห้อง E อารมณ์หงุดหงิดจากเหตุการณ์ก่อนคาบโฮมรูมของเรย์จึงไม่ถูกกระตุ้นและสงบลงไปตามเวลา 

โดยไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลยสักนิด เรย์นั่งเรียนในที่ใหม่และบรรยากาศใหม่ ๆ ของห้องเรียนใหม่ซึ่งต่างจากเมื่อเทอมก่อนอย่างสิ้นเชิงไปเงียบ ๆ จนจบคาบเรียนภาคเช้าไปทั้ง ๆ อย่างนั้น

พักเที่ยงของวันแรกในเทอมใหม่ได้มาถึง มีเสียงระฆังจากหอระฆังประจำโรงเรียนเป็นสัญญาณบอกเตือน...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว