junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 26:Do you really care me or not? (NC20+) NEW UPDATE

ชื่อตอน : CHAPTER 26:Do you really care me or not? (NC20+) NEW UPDATE

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.7k

ความคิดเห็น : 96

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2561 13:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 26:Do you really care me or not? (NC20+) NEW UPDATE
แบบอักษร

CHAPTER 26:Do you really care me or not?


“นับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำ จะขังไว้ในนั้นแล้วค่อยมาปล่อยตอนค่ำๆ”อลันรัวเคาะประตูห้องน้ำหลายครั้งติดต่อกัน ณฉัตรหายเข้าไปห้องน้ำนานเป็นชั่วโมง ไม่ได้เข้าไปทำธุระส่วนตัวหากแต่เข้าไปหลบข้างในเพราะไม่อยากถูกลากไปโรงพยาบาล คุณหมอเจ้าอารมณ์เคาะประตูถี่ขึ้น เมื่อไม่เห็นวี่แววว่าคนข้างในนั้นจะออกมา ก็ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ร่างสูงหันหลังพิงไปกับประตู แล้วเริ่มใช้วิธีข่มขู่ตามที่เขาถนัด

“จะไม่ออกมาก็ได้ ฉันก็ยืนอยู่อย่างนี้ ตรงนี้ รอสายๆ ป้านุ่นหรือไม่ก็เปาคงมาที่เรือนกระจก มาหาเธอ พอเข้ามา ก็คงจะได้เห็นว่าฉันอยู่กับเธอที่นี่…”

“…ทั้งคืน”

แสยะยิ้มแสนร้ายกาจ เมื่อได้ยินเสียงตะกุกตะกักในห้องน้ำ ณฉัตรระบายลมหายใจอย่างคนเบื่อหน่ายท้อแท้ อลันเอาจุดอ่อนมาเล่นงานอยุ่เรื่อย เขาอาจไม่แคร์หรือไม่สนใจกับความสัมพันธ์ระหว่างกันที่เกิดขึ้น หากแต่เธอหวาดกลัวผลพวงจากความสัมพันธ์ไม่ถูกไม่ควรอย่างที่เป็นอยู่ อย่างจับใจ ทั้งหวาดกลัวการกระทำของเขา หวาดกลัวใจตัวเอง และหวาดกลัวว่าจะทำให้ผู้มีพระคุณที่สุดต้องผิดหวังในตัวเธอ

แกร้ก!

บานประตูห้องน้ำถุกเปิดออก พร้อมกับคนหน้ามุ่ย ใบหน้าหวานยามที่เง้างอนงอแง ก็ดูน่ารักไม่มีเบื่อ อลันยิ้มอย่างพอใจ เมื่อในที่สุดรฉัตรก็ออกมาจากห้องน้ำเสียที

“เมื่อไหร่คุณอลันจะเลิกเอาเรื่องนี้มาขู่กันสักทีคะ”

“ก็ถ้ามันยังใช้ขู่ได้ผลอยู่ ก็จะขู่ไปเรื่อยๆ”อลันตอบทีเล่นทีจริง

“คุณอลัน!”ณฉัตรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ขัดใจที่สุดแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ และไม่รู้ด้วยว่าจะต้องตกอยู่ในสภาพอย่างที่เป็นอยู่อีกนานแค่ไหน อลันเห็นท่าทีแบบนั้น ยื่นมือไปคว้าเอวบางรั้งแนบชิดกอดไว้หลวมๆ

“วันนี้ถ้าไม่อยากโดนขู่ก็ทำตัวเป็นเด็กดีสิ ฉันจะได้ใจดีด้วย”

“คุณอลันเคยใจดีด้วยเหรอคะ”

“ก็อย่าดื้อสิ แล้วจะใจดีให้ดู”ก้มลงไปกระซิบเสียงหวาน จนคนฟังใจคอไม่ดี

“หลอกเด็กเถอะคะ”ณฉัตรผละตัวออกมาจากอ้อมกอด อลันอมยิ้มให้กับท่าทางแบบนั้น

“อย่าเพิ่งงอแงสิ ไปคุยกับอาจารย์หมอแค่นั้นเอง แล้วก็นัดวันตรวจให้ละเอียด”ตะล่อมคุยอย่างใจเย็น เพราะรู้ว่าคนตัวเล็กดื้อดึงกับเรื่องเข้ารับการผ่าตัดตามากแค่ไหน

“แต่ว่าฉัตร..”

“ไม่เอาไม่ต่อรองอะไรแล้ว ไปโรงพยาบาลกัน ฉันไม่อยากต้องอารมณ์เสียตอนที่รถติดอยู่บนทางด่วน”อลันตัดบท คว้าข้อมือบาง ออกไปจากห้อง แล้วมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันที

แผนกจักษุ โรงพยาบาลปรีชาเวชย์

“ในที่สุดก็พาตัวมาจนได้นะอลัน”นายแพทย์วรัญยิ้มแย้มด้วยความดีใจที่อลันสามารถพาตัวณฉัตรมาตรวจเพื่อการรักษาได้

“เกือบต้องใช้กำลังกันแล้ว หัวดื้อ”อลันหันไปมองคนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนรถเข็น นายแพทย์อวุโสขำขันกับท่าทางแบบนั้น อลัน ศัลยแพทย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้ายกลับมีความอดทนกับผู้หญิงตัวเล็กๆ มันค่อนข้างจะน่าประหลาดใจไม่น้อย

“วันนี้คงต้องตรวจเบื้องต้นก่อน ตรวจไปครั้งล่าสุดเกือบสี่เดือนมาแล้ว การพยากรณ์โรคดีมาก ณฉัตรไม่ได้ตาบอดสนิท แต่อยู่ในภาวะดวงตาได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ การตรวจแบบละเอียดต้องตรวจที่ eye center อาจะ consult แพทย์เฉพาะทางที่นั่นให้”นายแพทย์วรัญอธิบายรายละเอียดขั้นตอนคร่าวๆ อลันพยักหน้ารับรู้

“ผมแค่อยากรู้ว่าการผ่าตัด มีความเป็นไปได้และมีโอกาสกลับมามองเห็นกี่เปอร์เซ็นต์”

“อาเข้าใจ จะดำเนินการให้เร็วที่สุด”นายแพทย์วรัญรับปาก

“ขอบคุณคุณอามากครับ ผมฝากด้วย”

“งั้นขอเอาตัวคนไข้ ไปตรวจก่อน น่าจะใช้เวลาไม่นาน อลันจะรออยู่ที่นี่ หรือห้องทำงานก็ได้ วันนี้ไม่มีประชุมบอร์ดนี่ มีแค่มอนิ่งบลีฟของทีม”

“ผมรอแถวนี้ดีกว่า เดินราวสภาพแวดล้อมก็ไม่เลว”

“โอเค งั้นหนูฉัตร เราไปตรวจกันดีกว่า”

พยาบาลเข็นรถเข้าไปในห้องตรวจ นายแพทย์วรัญเดินตามเข้าไป ประตูถูกปิดลง อลันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาสิบโมงตรง สายเกินไปสำหรับอาหารเช้าและก็เร็วเกินไปสำหรับอาหารเที่ยง เพราะฉะนั้นเขาควรหากาแฟขมๆดื่มสักแก้วระหว่างรอณฉัตรตรวจ ขายาวก้าวมุ่งหน้าตรงไปยังลิฟต์ เพื่อลงไปยังชั้นล่างสุดที่มีร้านอาหารและร้านกาแฟให้บริการ

ห้องตรวจ

ผ่านไปสามสิบนาที ณฉัตรได้รับการตรวจดวงตาเบื้องต้นเพื่อประเมินการมองเห็นและแนวโน้มในการรักษาขั้นต่อไป นายแพทย์วรัญเปิดูผลตรวจในคอมพิวเตอร์ แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจให้กับผลที่ออกมา ก่อนจะหันไปหาคนไข้ ที่ถึงแม้จะอิดออดในทีแรก แต่ก็ให้การร่วมมืออย่างดีในการตรวจ

“ตอนนี้หนูบอกว่าการมองเห็นของหนู ไม่ได้เลวร้ายลง บางครั้งยังคงเห็นแสงวูบวาบและสายตาไวต่อแสงจ้า หรือบางทีก็เห็นภาพพร่าเลือนใช่มั้ย”นายแพทย์ย้อนถามอาการอีกครั้ง ณฉัตรพยักหน้าตอบรับทันที

“โชคยังดี ที่ดวงตายังไม่บอดสนิท แต่ถึงยังไงก็ต้องตรวจละเอียดอีกหลายขั้นตอน ไว้อาจะคุยเรื่องรายละเอียดกับอลันอีกที”

“อาหมอคะ หนูรู้ว่าโอกาสผ่าตัดให้กลับมามองเห็นอีกครั้งเป็นเรื่องยากเต็มที แล้วโอกาสที่จะได้รับบริจาคดวงตาในการผ่าตัดมันยิ่งยากเข้าไปใหญ่ หนูอยู่แบบนี้ได้คะ หนูชินและยอมรับสภาพของตัวเองในตอนนี้ได้”ยังมีอีกหลายเรื่องที่ณฉัตรเป็นกังวล แม้เธอจะยินยอมเข้ารับการผ่าตัดดวงตา แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะง่ายดายไปเสียหมด

“สิ่งที่ดีที่สุด ในยามที่เราคิดว่าทุกอย่างมันมืดมนไปหมด บางทีก็ไม่ใช่แสงสว่างนะ แต่มันคือ ความหวัง ต่างหาก บางทีสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตและทำให้คนๆหนึ่งยืนหยัดอยุ่ได้ มันก็คือ ความหวัง นั่นแหละ อาไม่อยากให้หนูถอดใจหรือยอมแพ้ง่ายดาย โดยที่ไม่ทำอะไรเลย”

“หนูรู้คะ แต่ว่าหนูไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากเรื่องของหนู”ณฉัตรเอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อย ตัวเธอไม่ได้มีความสำคัญต่อใครเลย ไม่ว่าเธอจะอยู่ในสภาพไหน ก็คงไม่ต่างกัน

“หนูเป็นเด็กที่โชคดีรู้ตัวมั้ย มีคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยหนูเรื่องการผ่าตัด และดวงตาถึงสองคน และเขาสองคนก็มีอำนาจมากพอจะบรรดาลให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มีโอกาสเป็นไปได้”นายแพทย์วรัญกำลังเอ่ยถึงอลันและชานนท์ เขาไม่รู้ว่าเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิจะเกี่ยวโยงมาถึงเด้กผู้หญิงตรงหน้านี่หรือเปล่า แต่เขาเห็นอย่างหนึ่ง ณฉัตรมีความหมายต่อคนทั้งสอง ชานนท์ดูเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่าง หากแต่เขาต้องการดุแลแค่ณฉัตร ในขณะที่อลันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นด้วยเหตุผลที่เขาเคยตราหน้าว่า ณฉัตรคือสาเหตุทำให้เฌอร์มาลย์ตาย แต่ถึงอย่างนั้นแววตาเฉยชายามที่มองเด็กผู้หญิงตาบอดคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาเห็นความอ่อนโยนยามที่อลันมองเธอ เป็นไปได้ว่าอะไรหลายๆอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้นว่ามันจะเปลี่ยนไปในแบบไหน

“หนูจะไม่รับความช่วยเหลือจากคุณชานนท์ แล้วก็จะไม่เป็นภาระของคุณอลันด้วยคะ”ณฉัตรบอกด้วยเสียงหนักแน่น นายแพทย์อวุโสถอนหายใจช้าๆ เขาขยับกรอบแว่นตาตัวเอง เพื่อจะได้มองคนตรงหน้าให้ชัดขึ้น

“หนูฉัตรกับคุณชานนท์ไม่ได้คบหากันหรอกหรือ ขอโทษนะที่ต้องถาม แต่ในงานเลี้ยงองค์กรณ์แพทย์วันก่อน หนูไปงานกับเขา และเขาก็เปิดตัวว่ากำลังคบหาดูใจกับหนูอยู่”

“มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกคะ”

“แล้วตอนนี้หนูได้เจอคุณชานนท์บ้างรึเปล่า”

“ตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่เจอเลยคะ”

“คุณชานนท์ได้เคยพูดอะไรที่เกี่ยวกับมูลนิธิบ้างมั้ย”นายแพทย์วรัญพยายามจะหาข้อมูลเรื่องมูลนิธิจากณฉัตร แต่ดูจากท่าทางงงงวยในคำถามของณฉัตร คิดว่าเธอคงไม่รู้เรื่องอะไรแม้แต่นิด

“มูลนิธิ ทำไมเหรอคะคุณอา”ณฉัตรถามอย่างสงสัย จู่ๆวรัญก็พูดถึงมูลนิธิขึ้นมา

“เปล่าหรอก แค่เห็นเขาให้การอุปการะเด็กที่หนูดูแลอยู่ แล้วตอนนี้คุณชานนท์ก็เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารมูลนิธิแสงวันใหม่แล้วด้วย คิดว่าเขาจะคุยเรื่องนี้กับหนูบ้าง”ณฉัตรไม่อยากบอกความจริงเรื่องที่ชานนท์อุปการะเด็กในความดุแลของเธอเพื่อแลกกับการไปงานในครั้งนั้น หรือว่าจะมีอะไรมากกว่านั้นอีก

“คุณชานนท์ สร้างปัญหาให้กับมูลนิธิเหรอคะ”

“เปล่าหรอกจ้ะ อาแค่ถามดูแฉยๆ เห้อ ตรวจเสร็จแล้ว เดี๋ยวหนูฉัตรออกไปรอข้างนอก อาจะคุยกับอลันอีกทีแล้วก็นัดวันตรวจที่ eye center อีกที”นายแพทย์วรัญตัดจบบทสนทนาเพียงเท่านั้น เขาไม่อยากให้ณฉัตรรับรู้ว่ามูลนิธิกำลังเผชิญปัญหาใหญ่เพราะชานนท์ เพราะคงเป็นการสร้างความกังวลให้เธอไม่น้อย เขารู้ดีณฉัตรรักมูลนิธินั้นมากกว่าใคร เธอคงยอมรับและทำใจไม่ได้ หากวันหนึ่งมันต้องถูกปิด

อลันดูดกาแฟในแก้วพลางเลื่อนสไลด์ไอแพด เพื่อดูรายงานการประชุมของเช้านี้ ระหว่างรอรฉัตรตรวจ ในขณะที่เลขากำลังไล่เรียงตารางงานช่วงครึ่งวันบ่ายให้ฟัง เขาเรียกตัวเลขามาที่ร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาลเพื่อสั่งงาน

“ท่านประธานมีงานชนกันสองงานตอนสี่โมงเย็นคะ”

“งานสำคัญหรือเปล่า ส่งตัวแทนไปได้มั้ย”อลันถามอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เพราะถ้าเป็นงานสำคัญเขาต้องรู้ตารางล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน

“งานเลี้ยงเปิดตัวสาขาใหม่ของบริษัทเครื่องมือ R-healthคะ ท่านจะให้ส่งคนไปแทนมั้ยคะ”เลขารายงาน

“อืม ส่งคนไปแทนพร้อมกับของขวัญ”

“คะท่าน”

“แล้วอีกงานละ”

“อีกงานไม่ใช่งานทางการคะ เป็นอีเว้นที่ลูกค้ากลุ่มซุปเปอร์วีไอพีในเครือปรีชาเวชย์ ส่งการ์ดเชิญมา รู้สึกว่าจะเป็นงานฟุตบอลกระชับมิตรในกลุ่มผู้บริหาร ซีอีโอ งานนี้จัดทุกสิ้นเดือนอยู่แล้วคะ ครั้งนี้ผู้บริหารโรงแรมคริสตัลเป็นเจ้าภาพ”ทันทีที่ได้ยินชื่อโรงแรมคริสตัล อลันเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพด ให้ความสนใจกับสิ่งที่เลขารายงานทันที

“คุณรู้มั้ย ว่าจะมีใครไปบ้าง”

“ไม่ได้มีแจ้งไว้คะท่าน แต่ที่ไปแน่นอนคือคุณชานนท์ เพราะว่าเขาเป็นเจ้าภาพเดือนนี้”นั่นละ คือสิ่งที่เขาอยากรู้ อลันวางไอแพดลงแล้วถามเลขาต่อ

“บอกรายละเอียดงานผมมาหน่อย”

“งานฟุตบอล จัดที่สนามหญ้าเทียม ที่สกายคิก อารีน่า สนามอยู่ในเส้นทางบางนาตราดคะ ผู้เข้าร่วมงาน ต้องเข้าไปรีจิสเตอร์ตามลิ้งค์ที่ส่งมา แล้วก็จะมีโค้ดมาให้แต่ละท่าน มีแต่กลุ่มบุคคลวีไอพีที่ถูกเชิญเท่านั้นถึงจะเข้าร่วมงานได้ เป็นงานปิด”เลขารายงานตามข้อมูลที่ส่งมา อลันพยักหน้ารับรู้

“ช่วยเตรียมชุดแล้วก็รองเท้าฟุตบอลให้ผมด้วย ผมใช้รองเท้าฟุตบอล NIKE MAGISTA OBRA FG –METALLIC blackเบอร์สิบเอ็ด”

“รับทราบคะท่าน ดิฉันจะรีจิสชื่อท่านในระบบเพื่อยืนยันการเข้างาน แล้วจะส่งโค้ดให้ท่านคะ”

“ขอบคุณมากครับ”

อลันบอก ภายในหัวกำลังนึกถึงการ เผชิญหน้ากันระหว่างเขากับชานนท์ เสียงสมาร์ทโฟนดังขึ้นขัดจังหวะภาพในหัว อลันกดรับสาย แผนกจักษุโทรมารายงานว่าณฉัตรได้รับการตรวจเสร็จเรียบร้อย

“ผมจะไปแผนกจักษุ ถ้ามีงานด่วนโทรหาผมทันที วันนี้ผมจะไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้ว”อลันสั่งงาน เลขารับทราบก่อนจะต่างคนต่างแยกย้าย อลันไปรับณฉัตรที่แผนกจักษุ เขาหายไปคุยกับนายแพทย์วรัญอยู่ครู่ใหญ่ถึงออกมา โดยมีณฉัตรรออยู่ด้านหน้า

“ขอบคุณคุณอามากครับ คงต้องเป็นธุระเรื่องติดต่อทางศูนย์ใหญ่ แล้วก็จักษุแพทย์”อลันกับวรัญออกมาจากห้องตรวจ ต่อบทสนทนาที่คั่งค้างมาจากในห้อง

“ต้นเดือนหน้าหนูณฉัตรคงเข้ารับการตรวจได้ ยังไงจะเร่งกระบวนการให้เร็วที่สุด”

“ขอบคุณคุณอามากครับ”นายแพทย์ทั้งสองบอกลากัน ก่อนที่อลันจะเดินมาหาณฉัตร

“ทุกอย่างเรียบร้อยดี เดือนหน้าจะต้องเข้ารับการตรวจที่ซับซ้อนขึ้น”เขาบอกกับณฉัตร หญิงสาวทำสีหน้าไม่สู้ดี ซึ่งอลันรู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

“ไม่ต้องคิดมากหรอก”อลันยื่นมือไปลูบหัวณฉัตรเบาๆ เพื่อให้เธอคลายกังวล ความใจดีในแบบนี้เป็นสิ่งที่ณฉัตรไม่คิดว่าจะได้รับจากเขา และใช่ มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ

“ฉันหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะ”

“คุณอลันให้คนที่คฤหาสถ์มารับฉัตรกลับก็ได้คะ”

“ไม่มีใครกลับก่อนทั้งนั้น เพราะวันนี้เธอต้องอยู่กับฉันทั้งวัน”

“เอ้ะ! แต่ว่า..”

“ไม่มีแต่ ไปหาของอร่อยกินดีกว่าหิวจะแย่”ไม่ฟังคำทัดทาน ที่ทำคือจูงมือคนตัวเล็กแล้วออกไปหาอาหารเที่ยงรับประทานอย่างที่บอกไว้

…………………………………………………………………………….

“ผมหิวจัง ทำอะไรให้กินหน่อยสิ”น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมแววตาอ้อนวอนกำลังจู่โจมเล่นงานคนที่เอนตัวพิงโซฟาตัวหรูอย่างสบายอารมณ์

“ไหนบอกว่าป่วยอยู่เลยขอพักอีกวัน นี่ไม่เห็นจะเหมือนคนป่วยเลย”คริสาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่นับวันจะยิ่งมีพลังทำลายล้างสูง ยิ่งยามส่งสายตาออดอ้อนหรือทำท่าทีเป็นเด็กน้อยอย่างที่กำลังทำอยู่ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ อาการใจสั่นแปลกๆเป็นผลพวงจากสิ่งเหล่านั้น

“ใครบอก ผมป่วยอยู่นะ ไม่เชื่อลองจับหน้าผากดูดิ”จับมือคริสาแล้วเอาแปะตรงหน้าผากตัวเองพร้อมทำตาปริบๆ อันที่จริงปวันหายป่วยดีแล้ว แต่เขาเพียงอยากใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างได้ออดอ้อนและอยู่ใกล้คริสาเพิ่มมากขึ้นก็แค่นั้น

“ไม่ต้องมาเจ้าเล่ห์ ไม่เชื่ออีกแล้ว”นึกถึงเช้าวันก่อนทีไรก็พาลให้หงุดหงิด อาศัยช่วงป่วยทำเนียนแล้วก็ได้สิ่งที่ต้องการ

“ไม่เชื่อว่ายังไม่หายก็ได้ แต่ผมหิวจริงๆนะ”

“หิวก็ให้ป้านุ่นหาข้าวให้ทานสิคะ มาบอกคริสทำไม”

“ก็อยากให้เมียทำให้ทานนี่”เป็นสรรพนามที่ทำให้ใบหน้าขาวผ่องเป็นสีแดงจัด ทั้งที่เป็นคำเรียกที่แสนจะธรรมดา

“ไม่กลัวบ้านไฟไหม้รึไง”

“ก็มีโอกาสเป็นไปได้นะ”ปวันหัวเราะเบาๆ เขารู้จากหัวหน้าแม่บ้านว่าคริสาพยายามทำอาหารให้เขา จนเกือบจะเผาครัววอด

“ถ้าอย่างนั้น ออกไปหาอะไรอร่อยๆทานกันดีกว่า อาหารญี่ปุ่นดีมั้ย”ปวันเสนอทางเลือก คริสาทำลุกพรวดจากโซฟาทันที

“คริสจะไปไหน”ปวันคว้าข้อมือคริสารั้งไว้ เขาน่าจะรู้สิ ว่าเธอไม่มีทางออกไปไหนกับเขา

“ก็จะไปทานอาหารญี่ปุ่นไง ต้องไปเปลี่ยนชุดก่อน ชุดนี้ธรรมดาไป”ร่างบางบอกอย่างอารมณ์ดีแล้วก็วิ่งขึ้นบันไดไป ปวันฉีกยิ้มกว้างอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที รอไม่ถึงยี่สิบนาที คริสาก็ลงมาด้วยลุคสวยฉ่ำ

“พร้อมแล้วไปกันเถอะ หิวจะแย่”

“ครับผม”

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงสมาร์ทโฟนดังขึ้น เบอร์โทรฉุกเฉินของโรงพยาบาล ปวันหยุดชะงัก ทำให้คริสาหยุดตาม ทั้งสองคนมองหน้ากันทันที

“รับโทรศัพท์สิ ปล่อยให้ดังอยู่ทำไม”คริสาบอก ปวันกดรับสาย

“ผอ.คะ โทรจากโออาฟิลด์นะคะ”

“มีอะไรครับ”

“คนไข้เคสวีไอพีของ ผอ.ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนคะ คนไข้มีภาวะหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้อง และต้องการให้ ผอ.เป็นแพทย์ผ่าตัดให้เท่านั้น”

“เตรียมโออาร์อีเมอเจนซี่ให้พร้อม consult หมอ vascular ให้ผมด่วน เตรียมทำ EVAR **(.การรักษาผ่านทางสายสวนหลอดเลือดเพื่อวางโครงลวดถ่างขยายEndovascularaortic aneurysm repairหรือ EVAR) ”ปวันออกคำสั่ง แล้วกดวางโทรศัพท์

“มีเคสด่วนเหรอคะ”

“ครับ คนไข้ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน เป็นคนไข้วีไอพีในความดูแลของผม”

“งั้นรีบไปเถอะคะ”ปวันเห็นสีหน้าผิดหวังของคริสา เขาอยากใช้เวลาร่วมกับเธอมากกว่าใครๆแต่วิชาชีพหมอ ก็เป็นแบบนี้แหละ

“ขอโทษนะครับ ขอชดเชยเป็นมื้อเย็นได้มั้ย”

“ไปรอได้มั้ยคะ ไหนๆก็แต่งตัวมาพร้อมแล้ว”

“แต่มันใช้เวลานานนะ”

“ก็อยากจะรอนี่”

ปวันยิ้มให้กับคำตอบนั้น คริสาบอกว่าจะรอเขา มันแทบจะเหมือนความฝันเมื่อเธอเริ่มทำตัวเป็นภรรยาที่น่ารักเข้าทุกที

“งั้นรีบไปกันเถอะ”ปวันคว้ามือคริสา แล้วออกไปพร้อมกัน

การจราจรบนท้องถนนในช่วงบ่ายแก่ๆเริ่มติดขัด อลันขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่จัดแข่งขันฟุตบอล โดยมีณฉัตรนั่งเคียงข้างไปด้วย เขาเหลือบมองหญิงสาวเป็นระยะ ณฉัตรจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าเขากำลังพาเธอไปเจอใคร แล้วชานนท์จะทำหน้าแบบไหนถ้าเห็นว่าณฉัตรอยู่เคียงข้างเขา คิดจะแย่งผู้หญิงคนนี้ไปนะเหรอ ไม่มีวันเสียหรอก

“เราจะไปไหนกันคะ ไม่กลับบ้านเหรอ”ในที่สุดณฉัตรก็ถามขึ้นมาเพราะเก็บความสงสัยไว้ไม่ได้

“ฉันต้องไปที่หนึ่งก่อน เสร็จแล้วค่อยกลับ”

“แล้วเอาฉัตรไปด้วยมันจะไม่เกะกะคุณอลันเหรอคะ”ณฉัตรถามอย่างเป็นกังวล

“ถ้าคิดว่าเกะกะ ฉันจะเอาเธอมาด้วยทำไม”อลันตอบพลางยิ้ม เขาเหยียบคันเร่งแล้วมุ่งหน้าไปยังสนามฟุตบอลอย่างรวดเร็ว

สนามกีฬาฟุตบอลในร่ม skykick arena

ภายในสนามกีฬาฟุตบอลในร่มสองชั้นขนาดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยสี่สนามทั้งกลางแจ้งและอินดอร์ สนามฟุตบอลชั้นลอยสกายโซนถูกกันไว้เฉพาะสำหรับแขกวีไอพีที่จะมาลงแข่งกันในวันนี้ บนคลับเฮ้าหรูที่ตกแต่งด้วยกระจกโปร่งใสที่ตั้งอยู่บนชั้นสอง เริ่มหนาตาด้วยจำนวนลูกค้าที่เป็นแขแกวีไอพีซึ่งถูกเชิญมาร่วมแข่งขันฟุตบอลในวันนี้ ชานนท์ในชุดวอร์มกีฬาสีขาวกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ พูดคุยกันถึงเรื่องรายการแข่งขันฟุตบอลยูโรอันเป็นกีฬาสุดโปรดในหมู่ผู้ชาย ร่างงามระหงส์ที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบเรียกสายตาจากชายหนุ่มที่ต่างหยุดบทสนทนาเสียดื้อๆ ด้วยความสวยที่ชวนมอง เกรซกล่าวทักทายทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะเดินเข้าไปหาชานนท์

“ขอบคุณคุณชานนท์มากคะ ที่ไว้วางใจจัดงานที่สกายคิก อารีน่า  ดิฉันเกรซคะ เจ้าของที่นี่”เกรซยื่นมือออกไปเขย่าเพื่อเป็นการทำความรู้จัก  ชานนท์ยิ้มอย่างสุภาพก่อนจะยื่นมือไปเขย่าแล้วแนะนำตัวเอง เขารู้มาว่าเจ้าของเดิมเป็นนักธุรกิจอสังหาที่เสียชีวิตไปไม่นานแล้วภรรยาสานต่อทุกอย่าง คิดว่าภรรยาจะอายุมากกว่านี้เสียอีก ที่ไหนได้ เธอยังสาวและสวยมาก สวยจนถึงขนาดผู้ชายทุกคนต้องหยุดมอง

“ขอบคุณคุณเกรซเช่นกันครับที่อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ขอโทษด้วยที่เสียมารยาทไม่ได้ไปทักทายคุณก่อน”ชานนท์ต่อบทสนทนาด้วยท่าทีเป็นมิตร ดูเหมือนว่าคนอื่นๆก็อยากร่วมวงพูดคุยกับเธอด้วย

“แขกที่มาวันนี้ระดับวีไอพีทั้งนั้น เป็นเกียรติมากที่ได้ดูแล เดี๋ยวเกรซจะให้เด็กๆมาดูแลทุกท่านคะ” เด็กๆที่ว่าคือพริตตี้สาวสวยจำนวนหลายสิบชีวิตที่อยู่ในลุคสปอตเกิร์ลสุดเซ็กซี่ ต่างทะยอยกันออกมาดูแลแขกวีไอพี ซึ่งสร้างความประหลาดใจและพอใจให้กับแขกมากทีเดียว

“คุณรู้ใจ ผู้ชายทุกคนหรือเปล่าเนี่ย”ชานนท์ถาม

“แค่บางคนเท่านั้นแหละคะ”เกรซระบายยิ้มหวานอย่างมีสเน่ห์ ผู้หญิงสวยเย้ายวนอย่างเกรซผู้ชายที่ไหนได้ลองพบเจอหรือพูดคุยก็คงถูกใจ ถ้าเขาไม่มีใครบางคนอยู่ในใจก็คงเผลอไผลไปกับผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอเหมือนกับคนอื่นๆเช่นกัน

“ตารางการแข่งขันวันนี้มีกี่ทีมคะ รู้สึกว่านักกีฬามากันเยอะเชียว น่าจะแบ่งได้หลายทีม”เกรซต่อบทสนทนา ชานนท์เรียกผู้ดูแลจัดการแข่งขันมาพร้อมกับขอตารางมากางดู

“สี่ทีมครับ แข่งกันสองรอบ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว เดี๋ยวคงต้องจับฉลากแบ่งทีมกันก่อน”

“งั้นเกรซขอให้คุณชานนท์โชคดีในการแข่งคะ จะรอเชียร์นะคะ”

“ขอบคุณครับ”

“เดี๋ยวขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยนะคะ”

“เชิญตามสบายครับคุณเกรซ”

เกรซหมุนตัวแล้วเดินผละออกไปจากตรงนั้น ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกลก็ต้องหยุดชะงัก นั่นเพราะคนที่เพิ่งเดินขึ้นมาบนชั้นสองของสนามคือชายหนุ่มที่เธอสนิทชิดเชื้อคุ้นเคยเป็นอย่างดี อลันในชุดวอร์มสีดำเปลี่ยนลุคจากศัลยแพทย์เป็นนักกีฬาสุดเท่ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในบทบาทไหนก็ไม่เคยทิ้งสเน่ห์หล่อเหลือร้ายได้เลย เกรซฉีกยิ้มกว้างสุดเซอร์ไพร์ที่อลันปรากฏตัวที่นี่ แต่ประหลาดใจมากกว่านั้น เมื่อเขาหันไปจับจูงมือใครบางคนมายืนเคียงข้างกัน เด็กสาวที่ทำหน้าตาประหม่าและดูเหมือนจะไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมรอบๆตัว คือ ณฉัตร

“เอ้ะ นั่นอลันนี่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นเขาที่นี่ ปกติไม่เคยสนใจกิจกรรมแบบนี้อยู่แล้ว”หนึ่งในกลุ่มที่ชานนท์กำลังต่อบทสนทนาอยู่เอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นประธานใหญ่แห่งปรีชาเวชย์ปรากฏตัว ทุกคนหันไปให้ความสนใจกับผู้มาใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครรู้สึกได้เท่ากับชานนท์ เขาไม่สนหากอลันจะปรากฏตัวที่นี่หรือที่ไหนๆ แต่ที่ทำให้เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆก็คงจะเป็นหญิงสาวที่อยู่ข้างกายกัน ชานนท์ไม่คิดว่าจะเจอกับณฉัตรที่นี่ เขาดีใจอย่างที่สุดที่ได้พบเธอ หากแต่ต้องไม่ใช่พบเจอกันในตอนที่เธอยืนเคียงข้างไอ้คนพรรนั้น คนอย่างอลัน ปรีชาไวยกิจ

“ที่นี่ที่ไหนเหรอคะคุณอลัน ดูเหมือนว่าจะคนเยอะ”ณฉัตรสัมผัสสภาพแวดล้อมรอบๆตัวได้ ทั้งเสียงพูดคุยจอแจ เสียงคนเดินสวนไปมา

“ฉันมาออกกำลังกาย”

“ออกกำลังกาย แล้วทำไมต้องเอาฉัตรมาด้วย”คนตัวเล็กย่นคิ้วทันที

“ก็เอามาเชียร์ ฉันไง ฉันต้องการกำลังใจ”

“มองก็ไม่เห็นจะเชียร์ได้ยังไง”

“ก็แค่นั่งเฉยๆอยู่ข้างสนาม พอฉันมองออกไปแล้วเห็นเธอ แค่นั้นก็พอแล้ว”อลันกระซิบใส่หูแล้วกุมมือณฉัตรแน่นขึ้น นั่นทำให้คนตัวเล็กรู้สึกใจสั่นอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

“สวัสดีคะแอล นึกว่าตาฝาดเสียอีก”เกรวเดินเข้ามาทักทายอลันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อลันตกใจปนประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเกรซที่นี่ ณฉัตรจดจำเสียงและกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงตรงหน้าได้ดี เธอคือเกรซ คู่ควงคนโปรดของอลัน

“ต้องเป็นผมมากกว่าที่คิดว่าตัวเองตาฝาด คุณมาทำอะไรที่นี่เกรซ”

“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ สมเหตุสมผลมั้ยคะสำหรับการปรากฏตัวของฉัน”เกรซเอียงคอถาม อลันหัวเราะเบาๆ

“สวัสดีคะคุณณฉัตร ดีใจจังที่ได้เจอคุณอีก”เกรซหันไปทักทายณฉัตร คนตัวเล็กยกมือไหว้ ยิ้มเจื่อน ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเธอทำกิริยาที่ไม่น่ารักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเกรซก็ยังเอ่ยทักทายเธออย่างเป็นมิตร

“สวัสดีคะคุณเกรซ”

“นี่แอลจะลงแข่งด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่าแค่กระชับมิตรเพื่อนฝูงในวงธุรกิจ จิบเบียร์เบาๆแล้วกลับ อย่างนั้นรึเปล่า”

“แล้วคุณคิดว่าไงละ”เกรซใช้สายตาสำรวจอลัน ดูจากความพร้อมของชุดและกระเป๋าใส่รองเท้าฟุตบอลที่สะพายอยู่ก็พอจะรู้ว่าเขาเตรียมตัวมาเพื่อลงแข่ง

“ให้ตายเถอะ”เกรซทำท่าหนักใจ

“ทำไม ผมจะลงแข่งไม่ได้เหรอ”

“ก็เมื่อกี้เกรซเพิ่งสมัตรใจและรับปากจะเชียร์หนุ่มหล่อคนนึง แล้วถ้าเกิดแอลกับเขาต้องแข่งกัน เกรซจะต้องเชียร์ใครละ เลือกไม่ได้เลยนะเนี่ย”

“มีด้วยเหรอ ผู้ชายที่ทำให้คุณหวั่นไหวได้นอกจากผม”อลันถามขึ้นโดยลืมนึกไปว่าคนที่ยืนอยู่ข้างกันจะรู้สึกยังไง ณฉัตรดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมทันที จนอลันต้องหันไปมอง

“there are more fish in the seaค้าแอล”เกรซพูดติดตลก แล้วปลาที่เธอเอ่ยถึงกำลังเดินมุ่งตรงเข้ามายังคนทั้งสาม

“พูดถึงก็มาเลย นี่คุณชา…”

“สวัสดีครับคุณอลัน”

“สวัสดีครับคุณชานนท์”

เกรซหยุดชะงักทันที เธอกำลังจะแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะรู้จักกันอยู่ก่อน ณฉัตรรู้สึกตัวชาวาบไปในทันทีที่ได้ยินเสียงชานนท์ เป็นอีกครั้วที่เธอตกอยู่ระหว่างกลางคนทั้งสอง และมันสถานการณ์ที่เธอเกลียดและกลัวมากกว่าอะไรทั้งหมด

“ผมไม่รู้ว่าคุณจะมา”ชานนท์เอ่ยขึ้นกับอลันหากแต่สายตากลับจดจ้องไปยังณฉัตร

“แต่ผมรู้ว่าคุณจะมา”อลันเอ่ยอย่างท้าทาย ณฉัตรหันไปหาเขาทันที อลันรู้ว่าชานนท์อยู่ที่นี่เขาถึงได้ลากเธอมาด้วย คงจะทำเหมือนอย่างที่ชานนท์ทำในงานวันนั้นสินะ นี่เธอกลายเป็นสิ่งของที่พวกเขาผลัดกันโยนไปมาเพื่อจะได้หักหน้ากันตั้งแต่เมื่อไหร่

“นี่รู้จักกันด้วยเหรอคะ”เกรซถามขึ้น

“ครับ รู้จักกัน แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร”ชานนท์ตอบ

“ก็คงอย่างนั้นแหละ”อลันกระตุกยิ้มมุมปาก คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างเกรซสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆระหว่างคนทั้งสอง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าทั้งชานนท์และอลันดูจะไม่กินเส้นกันมากนัก

“ฉัตรสบายดีมั้ย”ชานนท์หันไปถามณฉัตรที่ยืนหน้าซีดอยู่ไม่ไกล เขาไม่ได้เจอเธอตั้งแต่วันงาน อยากเจอเธอเหลือเกิน แต่ทำไมต้องมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้

“ไม่ค่อยสบาย เป็นโรคขี้งอแง แล้วก็ดื้อ”อลันโอบไหล่ร่างบางแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้า ท่าทางแบบนั้นทำให้ชานนท์แทบกระโจนเข้าใส่ หากแต่เขาต้องเก็บอารมณ์ไว้ ณฉัตรยืนนิ่งไม่ตอบคำถามไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมาทางสีหน้า เธอมันก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่อลันใช้ในการเอาคืนชานนท์ก็แค่นั้น

“ถ้าเธออยู่กับคนที่เธออยากอยู่ด้วย เธอก็จะทำตัวน่ารักครับ คุณอลันไม่รู้เหรอ”ชานนท์สวนกลับ ความเงียบอันชวนกระอักกระอ่วนแผ่ปกคลุมไปทั่ว เกรซมองผู้ชายสองคนสลับกันไปมา ในฐานะคนกลาง คงต้องกู้สถานการณ์อย่างเร่งด่วน

“เอ่อ ดูเหมือนว่าเค้าจะประกาศเรียกแบ่งกลุ่มจับฉลากแล้วคะ พวกคุณสองคนคงต้องไปเจอกันในสนามแล้วละ มาคะคุณณฉัตร มากับเกรซ เราไปหาที่ดีๆนั่งให้สบายๆดีกว่า จะได้รอเชียร์พวกหนุ่มๆด้วย เดี๋ยวเกรซจะทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายข้างสนามให้คุณฟังเอง”เกรซเข้าไปดึงคริสาออกมาจากอลัน มองสองคนสลับกันไปมาอีกครั้ง

“ผมฝากณฉัตรด้วยนะเกรซ เดี๋ยวจะไปเอาคืน”อลันบอกกับเกรซ หญิงสาวพยักหน้ารับทราบแล้วดึงณฉัตรออกไปจากตรงนั้น ทิ้งอลันกับชานนท์ไว้ตามลำพัง

“เจอกันสนามดีกว่า ผมไม่ชอบการเล่นนอกเกมส์ เพราะมันดูเหมือนพวกขี้ขลาด”อลันเหน็บแนม เขากำลังหมายถึงเรื่องที่ชานนท์ทำกับมูลนิธิ

“เกมส์สกปรกก็ไว้เล่นกับคนสกปรก ผมว่ามันแฟร์ดี”

“ถ้าคิดแบบนั้นก็ได้ งั้นเจอกันในสนาม”อลันบอกเสียงเย็นชา แล้วเดินผ่านหน้าชานนท์ไป ชายหนุ่มกัดฟันกรอด เขาจะระบายความโกรธทุกอย่างลงในเกมส์นี้

เกรซพาณฉัตรมาหาที่นั่งที่สามารถมองเห็นสนามจากชั้นสองได้อย่างชัดเจน แม้ณฉัตรจะไม่สามารถมองเห็นการแข่งขันแต่ก็สามารถซึมซับบรรยากาศได้

“นั่งตรงนี้ดีกว่าคะ ชั้นลอยอากาศถ่ายเทดี นี่คะเครื่องดื่ม”เกรซยื่นขวดน้ำผลไม้ให้ณฉัตร หญิงสาวรับไปแล้วถือไว้ในมือ

“คุณเกรซไปดูแลแขกคนอื่นเถอะคะ ฉัตรนั่งตรงนี้ได้ สบายมาก”ณฉัตรบอกอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรคะ เกรซเองอยากดูการแข่งขันด้วย น่าสนุกออก ขอนั่งตรงนี้ดีกว่า แขกมีเด็กๆดูแลอยู่แล้ว”ณฉัตรพยักหน้ารับรู้ อันที่จริงจิตใจเธอในตอนนี้ไม่ปกติเอาเสียเลย ด้วยกลัวว่าทั้งชานนท์และอลันจะสร้างปัญหาอีก

“เกมส์แรกเริ่มพอดีเลยคะ อุ้ย!คุณชานนท์ลงแข่งก่อนด้วย ดูเหมือนว่าแอลจะอยู่กับอีกทีม งั้นถ้าต่างคนต่างชนะ ก็ต้องมาเจอกันสิ”เกรซเอ่ยอย่างตื่นเต้น

นักกีฬาฟุตบอลทั้งสองทีมลงสนาม ทีมชานนท์ลงแข่งขันก่อน โดยทีมของอลันวอร์มอยู่ข้างสนาม กรรมการเป่านกหวีดเริ่มเกมส์ เกมส์ในสนามเป็นไปอย่างสนุก ดูเหมือนว่าเพลย์เมกเกอร์อย่างชานนท์จะทุ่มเทให้กับเกมส์สุดตัว

ปี้ดดดดดดดดดด

“เย้! คุณชานนท์ยิงเข้าประตูไปแล้วคะ”เกรซปรบมืออย่างดีใจ พร้อมกับหันไปบอกณฉัตร ชานนท์หันไปตีมือกับเพื่อนร่วมทีม ทีมของเขาขึ้นนำหนึ่งต่อศูนย์และช่วงเวลาที่เหลือทีมชานนท์เป็นฝ่ายบุกหนักและทำได้อีกสองประตู กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ทีมชานนท์เป็นฝ่าชนะไปด้วยสกอร์สามต่อศูนย์ โฆษกประกาศให้อีกคู่ลงสนามแข่ง ชานนท์เดินออกจากสนามสวนกับอลันที่เดินเข้าไปในสนาม

“อย่าชิงแพ้ไปก่อนละ ผมรอเจอคุณอยู่”ชานนท์เอ่ยกับอลันในขณะที่ทั้งสองเดินสวนกัน อลันยกยิ้มมุมปาก

“เราได้เจอกันแน่”อลันบอกอย่างมั่นใจ ก่อนจะวิ่งลงสนามไป

“แอลค้า สู้ๆค้า”เกรซโบกมือร้องเชียร์อลันเสียงดัง อลันมองขึ้นมาบนชั้นสองเห็นณฉัตรนั่งอยู่ตรงนั้น เขาโบกมือตอบกลับเกรซ แล้ววิ่งไปรวมกับทีม

“เบื่อจริงๆ ผู้ชายคนนี้ชอบทำให้ฉันตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า”เกรซบอกเหมือนคนเพ้อ รู้สึกใจเต้นกับมาดนักกีฬาของอลัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดจาแบบนี้ต่อหน้าณฉัตร อย่างน้อยเธอก็คือน้องสาวของภรรยาอลัน หรือไม่ก็อาจจะเป็นมากกว่านั้น ถ้าประเมินจากสิ่งที่อลันแสดงออกอย่างชัดเจน ว่าผู้หญิงคนนี้คือของๆเขา

“เอ่อ เกรซไม่ได้ตั้งใจจะพูดอะไรแบบนี้นะคะ แค่คิดว่าแอลเค้าเท่ดี”เกรซหันไปแก้ตัวกับณฉัตร

“คุณเกรซไม่ต้องกังวลอะไรหรอกคะ ฉัตรรู้ดีว่าคุณกับคุณอลันสนิทกันมาก เรื่องวันก่อนที่เสียมารยาทกับคุณเกรซ ฉัตรขอโทษนะคะ ฉัตรแค่นึกถึงพี่สาวขึ้นมา แค่นั้น”

“โอ้ว ดีใจจังที่คุณณฉัตรไม่ถือสา นั่นก็หมายความว่าถ้าฉันอยากจะสานต่อกับแอล ก็ไม่มีปัญหาใช่มั้ยคะ”เกรซถามออกไปก็เพื่อจะดูปฏิกิริยาของอีกคน ยิ้มเจื่อนๆนั้นแม้จะดูผ่านๆไม่มีอะไรแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

“ฉัตรไม่เกี่ยวอะไรอยู่แล้วคะ คุณเกรซไม่ต้องถามฉัตรหรอกคะ”

“ดีเลย งั้นเกรซจะได้ลุย”เกรซยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แม้จะรู้สึกผิดที่แกล้งผุ้หญิงที่ไร้พิษสงอย่างณฉัตร แต่กับอลัน ก็อยากจะรุ้เหมือนกัน ว่าถ้าเธอเข้าไปเกาะแกะเขาตอนที่อยู่ต่อหน้าณฉัตร เขาจะทำอย่างไร

“เกมส์เริ่มแล้วคะ เรามาเชียร์แอลกันเถอะ”เกรซปรบมืออย่างสนุกสนาน กรรมการเป่าเริ่มเกมส์คู่ที่สองอีกครั้ง เป็นไปตามคาด อลันยังคงไม่ทิ้งสกิลนักกีฬามหาวิทยาลัย แม้ตอนเรียนเขาจะเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลของคณะก็ตามที แต่ก็เล่นฟุตบอลได้ดีไม่แพ้กัน ทีมอลันขึ้นนำอย่างรวดเร็วในสามนาทีแรก และแน่นอนเขาเป็นคนทำประตู จากนั้นก็เหมือนการพับสนามบุกม้วนเดียวจบ

“ว้าว แอลยิงเข้าอีกแล้วคะ นี่จะไม่ยอมออมมือให้อีกทีมเลยเหรอ ทีมนู้นหอบแฮ่กเชียว”เกรซหันไปบอกณฉัตร เธอทำหน้าที่บรรยายเกมส์ในสนามให้คนมองไม่เห็นรับรู้เหตุการณ์ตลอดเวลา กรรมการเป่านกหวีดจบเกมส์ ทีมอลันชนะไปห้าประตูต่อหนึ่ง เกมส์พักครึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมแข่งรอบสุดท้าย แน่นอนว่าทีมอลันเจอกับทีมของชานนท์ ทั้งสองทีมแยกกันไปวอร์มบ้างไปพัก

“เดี๋ยวฉันมานะคะ ขอเอาน้ำไปให้แอลก่อน”เกรซบอกกับณฉัตรก่อนจะเดินลงไปจากชั้นสอง ทิ้งณฉัตรไว้ตามลำพัง ณฉัตรรู้สึกอยากออกไปจากที่นี่เต็มที เธอเฝ้าถามตัวเองว่านั่งทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่ ผู้ชายสองคนนั้นจะเข่นฆ่ากันตายมันก็เรื่องของพวกเขา ทำไมต้องเอาเธอมาเกี่ยวด้วย แต่ถึงอย่างนั้นข้อจำกัดของร่างกายก็ทำให้เธอติดบ่วงอยู่ที่นี่ ไม่สามารถพาตัวเองออกไปไหนได้ เจ็บใจนักที่ความพิการมันปิดตายทางออกของเธอทุกด้าน ถ้าเธอมองเห็น สิ่งแรกที่จะทำคือการหนีไปจากผู้ชายทั้งสองคนนี้

“ขอโทษนะครับ ขอผมนั่งด้วยคนได้มั้ย”เสียงทักทายเอ่ยขึ้นจากด้านหลังณฉัตร ชายหนุ่มหน้าตาดีเข้ามาทำความรู้จักณฉัตร เขามองเธอมาสักพัก เมื่อสบโอกาสจึงเข้ามาทักทาย

“เอ่อ คุณพูดกับฉันรึเปล่าคะ”ณฉัตรถามออกไปเพราะไม่แน่ใจว่ามีคนอื่นนอกจากเธออยู่ตรงนี้หรือเปล่า

“ครับ ผมพูดกับคุณนั่นแหละ”

“ขอโทษด้วยคะ พอดีฉันมองไม่เห็นนะคะ ก็เลยไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดกับฉันรึเปล่า”สิ่งที่ณฉัตรบอกออกไปสร้างความแปลกใจให้กับชายหนุ่มไม่น้อย เป็นไปได้ยังไงกันที่ผู้หญิงสวยบาดตาคนนี้จะตาบอด แต่ดูจากท่าทางของเธอคงไม่ใช่มุกตลกแน่

“ผมไม่รบกวนคุณใช่มั้ยครับ”

“ไม่คะ เชิญเลยคะ”ณฉัตรเชื้อเชิญตามมารยาท ชายหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงข้างกัน พลางใช้สายตาจ้องมองสำรวจอย่างโจ่งแจ้งด้วยเพราะรู้ว่าเธอมองไม่เห็น

สวยชิบหาย เขาคิดในใจ

“ผมสารัชครับ เรียกว่าเต๊นก็ได้”ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง

“ณฉัตรคะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“คุณณฉัตรเป็นเพื่อนกับคุณเกรซเหรอครับ ผมเห็นนั่งด้วยกัน”สารัชเริ่มบทสนทนาทันที

“ก็คงจะเพื่อน มั้งคะ”ณฉัตรไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี ไม่อยากพูดคุยกับใครแม้แต่คนเดียว แต่ก็ไม่อาจลุกหนีหรือหาข้ออ้างอย่างอื่นได้

“แล้วนี่คุณณฉัตร…”

“ฉัตรรอพี่นานมั้ย”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้านหลัง ชานนท์เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าคนทั้งสอง เขาเห็นสารัชเข้ามาป้วนเปี้ยนและพูดคุยกับณฉัตร นักธุรกิจคาสโนว่าตัวพ่อกำลังจะงาบลูกแกะหลงทางรึอย่างไร ฝันไปเถอะ

“คุณชานนท์”

“คุณสารัชรู้จักณฉัตรด้วยเหรอครับ”ชานนท์เอ่ยถาม

“แล้วคุณชานนท์รู้จักเธอด้วยเหรอ”สารัชถามสวนทันที

“รู้จักครับ รู้จักดีด้วย”คำพูดท่าทางแบบนั้น ผู้ชายด้วยกันต่างพอจะรู้ว่าหมายถึงอะไร สารัชทำหน้าเหมือนเข้าใจทุกอย่างกระจ่าง เขาล่าเหยื่อที่มีเจ้าของแล้วนี่เอง

“เห้อ ผมว่า ผมขอตัวไปหาเบียร์เย็นๆดื่มดีกว่า แล้วเจอกันครับคุณณฉัตร”สารัชจำใจถอยทัพ เขายิ้มให้ชานนท์แล้วเดินหายไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ

“อย่าคุยกับใครไปทั่วแบบนั้นสิครับ คนพวกนี้ไม่ค่อยน่าไว้ใจนักหรอก”ชานนท์ย่อตัวลงลงหน้าณฉัตรแล้วบอกให้เธอระวังตัว

“พวกไม่น่าไว้ใจรวมถึงคุณด้วยรึเปล่า เพราะถ้าใช่ ฉันก็ไม่อยากจะพูดกับคุณ”ณฉัตรเอ่ยอย่างเฉยชา ชานนท์หัวเราะเบาๆ

“แต่พี่อยากจะพูดกับฉัตร อยากรู้ว่าฉัตรเป็นยังไง สบายดีมั้ย แล้วก็มีอีกหลายๆอย่างที่อยากจะถาม”ชานนท์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาโหยหา เขาคิดถึงการได้จ้องมองเธอใกล้ๆแบบนี้เหลือเกิน ขนาดเธออยู่ตรงหน้ายังคิดถึง

“คุณชานนท์อย่าให้ความสนใจฉันดีกว่าคะ ปล่อยฉันไว้แบบนี้แหละ”

“จะเย็นชาใส่กันก็ได้ ก็เอาเหอะ แต่พี่ก็จะไม่ไปไหน”ชานนท์ยืดตัวขึ้นแล้วนั่งลงข้างๆ ณฉัตร อลันที่อยู่สนามด้านล่างมองขึ้นไปก็เห็นคนทั้งสองอยู่ด้วยกัน ร่างสูงกำหมัดแน่น เขาเผลอแป๊บเดียวพวกแมวหัวขโมยก็จ้องจะฉกปลาย่างเสียแล้ว

“จะไปไหนคะแอล”เกรซที่เดินเข้ามาถามอลัน เมื่อเห็นว่าเขากำลังเดินออกไปจากขอบสนาม

“ผมจะไปขึ้นไปนั่งข้างบนหน่อย ข้างล่างนี่มันร้อน”

“ที่อากาศข้างล่างมันร้อนเพราะว่าข้างบนนู้นกำลังมีบางคนทำให้อารมณ์เสียอยู่เหรอคะ”เกรซดักทางถูก แค่เห็นชานนท์เข้าไปพุดคุยกับณฉัตรและสีหน้าไม่สบอารมณ์ของอลันก็เข้าใจทุกอย่าง

“รู้ดีนะ”

“อะไรยังไงกันคะแอล เด็กนั่นเป็นอะไรของคุณกันแน่ ตุ้กตาบาบี้แสนสวยหรือว่ามากกว่านั้น”เกรซทำท่ากอดอกจดจ้องร่างสูงตรงหน้าอย่างรอคำตอบ หากแต่อลันไม่ตอบอะไร เขาทำแค่เบือนหน้าหนี

“เก็บเด็กคนนั้นไว้ใกล้ตัว ทำเหมือนเธอเป็นสมบัติส่วนตัวแล้วจะให้เธออยู่ในสถานะอะไรคะ”

“ทำไมวันนี้เกรซถามผมเยอะจัง หึงเด็กคนนั้นเหรอ”

“ฉันจะหึงคนที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกับฉันทำไม สำหรับคุณ ถ้าไม่ใช่เฌอร์มาล ผู้หญิงที่ไหนก็คงจะเหมือนกันหมดใช่มั้ยคะแอล”คำถามนั้นทำให้อลันรู้จึกจุกอยู่ในคอ ไม่สามารถหาคำตอบให้กับเกรซได้

“แล้วแอลกับคุณชานนท์ก็ดูแปลกๆ เหมือนเขม่นข่มกันอยู่ตลอดเวลา อย่าบอกนะว่าเกี่ยวกับเด็กคนนั้นด้วย”

“นี่ตกลงจะซักฟอกผมตอนนี้เลยใช่มั้ย คุณแคร์เรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“งั้นก็คงจะจริง ถึงไม่ได้ปฏิเสธ เห้อ เอาเถอะคะ พวกผู้ชายก็แบบนี้แหละทำอะไรไม่ค่อยนึกถึงจิตใจของผู้หญิงหรอก”

เสียงประกาศเรียกลงสนามดังแทรกขึ้น ออลันนึกดีใจที่จะได้พ้นจากบทสนทนาสุ่มเสี่ยงนี่เสียที เขาเห็นชานนท์ลุกจากที่นั่ง พูดคุยอะไรบางอย่างกับณฉัตรและผละตัวออกมา

“ผมต้องลงสนามแล้ว แมตสำคัญ อย่าลืมเชียร์ผมด้วยละ”อลันบอกกับเกรซ หญิงสาวยักไหล่เบาๆ

“เซฟร่างกายตัวเองดีๆนะคะ ไม่ใช่หนุ่มอายุสิบแปด ไม่ต้อง be strong มากก็ได้”เกรซบอกอย่างยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกมา นักกีฬาทั้งสองทีมทยอยเดินลงสนาม แบ่งฟากกันอย่างชัดเจน กรรมการเรียกหัวหน้าทีมทั้งสองมาตรงกลางสนาม อลันและชานนท์คือตัวแทนของทีม พวกเขายืนอยู่ตรงกลาง เผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างมีแววตามุ่งมั่นและกระหายชัยชนะราวกับว่าเกมส์นี้มีเดิมพันสูงลิ่ว

“โยนเหรียญเลือกเปิดบอล ทีมคุณชานนท์เลือกก่อนครับ”กรรมการชี้ไปที่ชานนท์

“ผมเลือกหัว”ชานนท์ตอบ

“งั้นทีมคุณอลันเป็นก้อย”กรรมการบอก ก่อนจะโยนเหรียญขึ้นฟ้า

“ออกก้อยครับ ทีมคุณอลันเปิดบอลก่อน ทั้งสองคนจับมือกันครับ”

ชานนท์ยื่นมือออกไป อลันแสยะยิ้มก่อนจะยื่นมือออกไปจับ ทั้งสองคนบีบมือกันแน่น ต่างฝ่ายต่างส่งสายตาแผ่รังสีอำมหิตใส่กัน

“เริ่มเกมส์ได้”

ปี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด

“เกมส์เริ่มแล้วคะคุณณฉัตร”เกรซกลับมายังที่นั่ง หย่อนตัวลงนั่งข้างๆณฉัตร

“คุณณฉัตรเชียร์ใครกันคะ แอลหรือว่าคุณชานนท์”

“ฉันไม่เลือกข้างเชียร์หรอกคะ มันเป็นเกมส์ของพวกเค้า ไม่ได้เป็นเกมส์ของฉัน”ณฉัตรบอกเสียงเรียบ เธอตอบตามความรู้สึกที่แท้จริง ไม่ว่าจะอลันหรือชานนท์ เธอจะไม่เลือกข้างใครทั้งนั้น

เกมส์ในสนามเริ่มขึ้นทันทีที่เสียงนกหวีดดัง แค่เริ่มเปิดบอลก็เรียกเสียงโห่เชียร์ได้ดังสนั่น นักกีฬาในชุดบอลสีขาวซึ่งเป็นทีมของชานนท์ส่งบอลกันอย่างชำนาญ ลูกบอลถูกเตะโด่งลอยไปหน้าประตูฝั่งอลัน ชานนท์จับบอลได้จากนั้นง้างเตรียมยิง แต่ถูกร่างหนาสไลด์ตัดบอลจนเขาล้มลาดลงไปกับพื้นหญ้า

“ว้ายยยยยยยยย”

ปี้ดดดดดดดดดดดดดด

“ว้าย คุณชานนท์!”เกรซร้องตกใจ นั่นเพราะอลันเสียบสกัดจนชานนท์ล้มลงไป เสียงนกหวีดเป่าฟาว ชานนท์ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อลันจงใจเสียบสกัดจนเข้าล้มลง

“เบอร์สิบฟาวครับ ทีมสีขาวได้ฟรีคิก”กรรมการชูใบเหลืองให้อลัน ก่อนจะชี้ตำแหน่งตั้งเตะฟรีคิกให้แก่ทีมชานนท์

ปี้ดดดดดดดดดด

ชานนท์เป็นคนเตะฟรีคิก เขาจงใจเตะอัดลุกบอลใส่อลันที่ยืนเป็นกำแพงขวางประตู ลูกบอลพุ่งตรงไปยังกลางลำตัวอลัน ร่างสูงงอคู้ตัวด้วยความเจ็บจุก เสียงกรีดร้องจากบรรดาสาวๆดังขึ้นรอบสนาม

“ว้ายยยยยยย แอล”เกรซเอามือปิดปากร้องอย่างตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณเกรซ”ณฉัตรถามอย่างเป็นห่วง

“แอลโดนคุณชานนท์เอาคืนคะ ตะกี้แอลไปเสียบคุณชานนท์จนล้ม คราวนี้คุณชานนท์เลยเตะอัดลูกบอลใส่ตัวแอล คงจะเจ็บน่าดู”เกรซบอกในสิ่งที่เห็น ณฉัตรทำสีหน้าวิตกกังวลกับสิ่งที่ได้ยินทันที

ช่วงเวลาต่อจากนั้น แทบจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเอาคืน ต่างฝ่ายต่างไล่ต้อนกันสุดชีวิต ผู้ร่วมทีมคนอื่นๆที่ไม่รู้อิโหน่อิโหน่ต่างตกอยู่ในความแปลกใจ ที่ผู้เล่นอย่างชานนท์และอลันทำราวกับกำลังลงแข่งขันในแมตซ์ชิงแชมป์โลก ทั้งการบุกอย่างดุดัน การเข้าถึงบอลอย่างรุนแรง และปฏิกิริยากราดเกรี้ยวที่แสดงออกต่อกัน ใครเห็นก็รู้ว่าทั้งสองคนเหมือนกำลังเล่นอยู่ในเกมส์ที่มีเพียงแต่พวกเขาเท่านั้นที่กำลังแข่งขันกันอยู่

“นี่เตะบอลหรือไทยไฟท์วะ”หนึ่งในผู้เล่นทีมอลันเอ่ยขึ้นกับผู้เล่นทีมชานนท์ พวกเขารู้สึกว่าเกมส์หนักขึ้นทุกที

“เดี๋ยวได้วางมวย”

ปี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด

“อะไรว่ะ!”

“จะเอาไง!”

ช่วงชุลมุนแย่งบอลกันหน้าประตู อลันกับชานนท์เกิดการกระทบกระทั่งกันอีกครั้ง จนผู้เล่นคนอื่นๆต้องพากันจับแยก กรรมการเป่านกหวีดและเข้าไปตักเตือน อลันหัวเสียเป็นที่สุด ชานนท์ก็ไม่ต่างกัน

“จะฆ่ากันจริงๆเลยใช่มั้ยสองคนนั้น”เกรซกัดเล็บตัวเองด้วยอาการลุ้นปนเครียด กลัวเหลือเกินว่าจะเกิดการวางมวยกัน จนทำให้บรรยากาศของงานชุลมุน เพราะดูเหมือนว่าทั้งอลันและชานนท์จะควบคุมสติอารมณ์ได้ยากเต็มที

“เล่นกันแรงมากเลยเหรอคะ”ว่าจะไม่ใส่ใจ แต่ก็อดหวั่นใจเสียไม่ได้ ทำไมผู้ชายสองคนนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนพวกคนโง่กันนะ

“อีกนิดจะต่อยกันแล้วละคะ ไปโกรธอะไรกันมาก็ไม่รู้ แค่เตะบอลขำๆเอง ทำไมถึงจริงจังขนาดนี้”เกรซบอกอย่างกังวล

เกมส์เริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากหยุดไปร่วมสองนาที อลันเดินกะเผลก สีหน้าเจ็บปวดเหยเกยามออกแรงวิ่ง เขาได้รับบาดเจ็บในระหว่างการประทะแย่งบอล

“แอลดูท่าจะแย่ คงมีอาการบาดเจ็บ”เกรซบอกอย่างร้อนใจ ณฉัตรเองก็ไม่สามารถทนวางเฉยอยู่ได้ ความเป็นห่วงกำลังทำหน้าที่โดยอัติโนมัติ แม้ไม่อยากรู้สึกแต่ก็ไม่อาจห้ามไม่ให้เกิดได้

ในสนาม ทีมของชานนท์กำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ บุกไปยังหน้าประตูของอีกฝ่าย อลันกลั้นใจวิ่งตามไปสกัดบอล และในช่วงชุลมุน ลูกบอลลอยอยู่กลางอากาศ ชานนท์และอลันเห็นพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างเทคตัวขึ้นไปแย่งโหม่งบอล ผลที่ได้คือร่างทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ต่างกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น เสียงร้องดังขึ้นทั่วทั้งสนาม กรรมการเป่านกหวีด ทีมแพทยืข้างสนามวิ่งเข้าไปดูอาการทันที

กรี้ดดดดดดดดดดดดด

“แอล!”เกรซร้องเสียงหลง ตกใจเมื่อเห็นร่างอลันล้มลงไปกองแน่นิ่ง และชานนท์ก็ไม่ต่างกัน

“คุณเกรซ เกิดอะไรขึ้นคะ”

“แอลกับคุณชานนท์ ล้มลงไปกองเลยคะ ไม่ขยับตัวเลย”เกรซเอามือทาบอกอย่างตกใจ เมื่อเห็นคนทั้งสองถูกหามขึ้นเปลและยกออกไปยังข้างสนาม กรรมการเป่าหยุดเกมส์ทันที

“ฉันจะไปดูพวกเค้าหน่อย คุณณฉัตรรออยู่นี่นะคะ”เกรซทำท่าจะวิ่งไปจากตรงนั้น แต่ณฉัตรคว้าแขนไว้

“ฉัตร ขอไปด้วยนะคะ”ณฉัตรอ้อนวอน เกรซดึงมือณฉัตรให้ตามเธอไปอย่างรวดเร็ว

อลันและชานนท์ ถูกหามเข้าไปดูอาการในห้องพักนักกีฬาที่อยู่ติดกับสนาม ทั้งสองคนถูกย้ายลงไปนอนบนเตียง แพทย์สนามเข้าไปตรวจดูอาการทั้งสองคน

“ไปตรวจเค้าก่อน ผมไม่ได้หมดสติ ระดับความรู้สึกตัวยังดี แค่จุกจนลุกไม่ขึ้น”อลันประเมินตัวเองแล้วบอกให้แพทย์ตรวจชานนท์ที่นอนหายใจระทดระทวยอยู่ข้างกัน

“คุณหมอมีแผลแตกตรงหางคิ้ว แน่ใจนะครับว่าไม่เป็นอะไรมาก”แพทย์สนามถาม อลันพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับยื่นมือไปรับคูลแพคมาประคบตรงขมับตรงตำแหน่งที่รู้สึกปวด แพทย์หันไปตรวจชานนท์ ชายหนุ่มมีแผลตรงขมับซ้าย ปูดโปดเขียวคล้ำ หากแต่ยังไม่หมดสติ แค่รู้สึกมึนงงอย่างหนักเพราะศีรษะถูกกระแทกก็แค่นั้น

“คุณชานนท์มองเห็นมั้ยครับ มีอาการตาพร่ามั้ย”

“เหมือนจะเห็นดาววิบวับเลยครับ”ชานนท์ตอบติดตลก เขากระพริบตาถี่ๆปรับโฟกัส การมองเห็นกลับมาเป็นปกติ

“มึนๆครับ แต่ก็โอเค”ชานนท์พยายามลุกขึ้น แต่ถูกห้ามให้นอนพักดูอาการก่อน

“นอนพักก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งขยับ ผมจะตรวจให้ละเอียดอีกนิด ถ้าไม่มีอะไรก็ลุกได้”แพทย์สนามบอกกับชานนท์ ชายหนุ่มพยักหน้าล้มตัวลงไปนอนตามคำสั่ง ผิดกับอลันที่ลุกขึ้นมานั่งตามปกติ ทั้งชานนท์และอลันหันไปมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา พวกเขารู้ตัวดีว่าเล่นนอกเกมส์และต่างฝ่ายต่างลงมือหนัก เพราะฉะนั้นอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจะโทษใครไม่ได้ เสียงเปิดประตูพร้อมกับการร้องเรียกชื่ออลันดังขึ้น เกรซจับจูงณฉัตรวิ่งหน้าตั้งมายังห้องพักนักกีฬา เมื่อเห็นว่าอลันลุกนั่งได้ ก็เป่าปากระบายลมหายใจอย่างโล่งอก

“โอ้ย แอลปลอดภัยนะคะ เกรซตกใจหมดเลย นึกว่าคุณจะสลบไปซะอีก”เกรซปล่อยมือณฉัตรแล้วรีบพุ่งตรงไปหาอลันที่นั่งเอาน้ำแข็งประคบอยู่ อลันเลื่อนสายตาไปมองคนคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าซีดเผือดวิตกกังวลนั้น เขาอยากรู้ว่าณฉัตรเป็นห่วงใครมากกว่ากัน เขาหรือชานนท์

“ผมโอเคดี”

“มาคะเกรซประคบให้ แอลอยู่เฉยๆดีกว่า”เกรซแย่งคูลแพคไปจากมือแล้วจัดการปฐมพยาบาลให้ ณฉัตรรู้ตัวดีว่าเธอไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ในเมื่ออลันมีเกรซคอยดูแลไม่ห่าง

“คุณชานนท์เป็นไงบ้างคะ”เกรซหันไปถามชานนท์ที่นอนอยู่เตียงตรงข้าม แพทย์สนามเพิ่งตรวจเสร็จและบอกให้เขานอนพักนิ่งๆ ชานนท์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที สายตาเขาจับจ้องไปยังณฉัตรที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเตียงเขาและอลัน สีหน้าแบบนั้น สายตาแบบนั้น เขาอยากรู้ว่าความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย ณฉัตรมีไว้ให้ใคร เขาหรืออลัน

“ผมไม่ค่อยโอเค”ชานนท์ตอบเกรซ เขาเห็นณฉัตรค่อยๆถอยห่างออกไป คนมือไวคว้าข้อมือ ณฉัตรรั้งไว้ ท่ามกลางสายตาของอลันและเกรซ ร่างบางหยุดชะงักทันที

“คุณชานนท์เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ”ณฉัตรถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อยากให้ใครเจ็บตัว อลันกำหมัดแน่น เขาน่าจะรู้สิว่าณฉัตรมีความห่วงใยให้กับชานนท์ ทำไมเขาถึงหวังว่าเธอจะเป็นห่วงเป็นใยเขากันละ

“เมื่อกี้เป็น แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”ชานนท์ระบายรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน แค่เธอแสดงความเป็นห่วงเป็นใยถามไถ่เขา แค่นั้นก็คุ้มมากพอกับการยอมเจ็บตัว

“นั้นก็แปลว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้วสิคะ”ณฉัตรพยายามดึงมือออกแต่ชานนท์จับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย คนตัวเล็กรู้ดีว่ากำลังถูกใครอีกคนจ้องมองอยู่ และเธอไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเอง

“เกรซ ผมเจ็บจังเลย คุณช่วยดูแผลให้หน่อยสิ”อลันบอกเสียงดัง ทั้งที่บอกเจ็บแผลแต่ก็ยังทำตาเขียวใส่คนทั้งสอง ถ้าไม่ติดกับที่ชานนท์นอนเจ็บอยู่ เขาคงลุกขึ้นไปกระทืบซ้ำให้ช้ำในตายไปเสียตั้งแต่ตอนนี้

“ไหนคะแอล”

“ตรงคิ้วเนี่ย”

“คิ้วแตกด้วยคะแอล อย่างนี้ต้องเย็บหรือเปล่า คุณหมอคะ ต้องเย็บแผลมั้ยคะ”เกรซหันไปถามแพทย์สนาม

“แผลไม่ลึกครับ เห็นเลือดออกเยอะที่จริงแผลนิดเดียว ห้ามเลือดให้หยุดแล้วก็ปิดแผลได้”

“งั้นทำแผลก่อนคะ”เกรซหลีกทางให้แพทย์สนามเข้ามาทำแผล ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็เสร็จ

“คุณชานนท์ปล่อยได้แล้วคะ”ณฉัตรบอกกับชานนท์ แต่เขาก็ยังกุมมือเธอแน่น

“เสร็จแล้วใช่มั้ยครับ”อลันหันไปถามแพทย์สนาม ก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วคว้าข้อมือณฉัตรอีกข้าง ฉุดลากให้เธอไปกับเขา

“ณฉัตรกลับบ้าน”ออกคำสั่งเสียงเข้ม คนกลางตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกแล้ว

“แอลจะกลับแล้วเหรอคะ”เกรซถามแทรกขึ้น เธอเองก็เล็งเห็นว่าสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการวางมวยอีกรอบ

“คุณชานนท์ปล่อยมือเธอเดี๋ยวนี้”

อลันเอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียมเขาจับมือณฉัตรแน่น ชานนท์อยากท้าทายอลันมากเหลือเกิน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่เวลานี้ ชานนท์ค่อยๆคลายมือแล้วปล่อยณฉัตรให้เป็นอิสระ อลันดึงร่างเล็กให้ตามเขาไปทันที ไม่แม้แต่ร่ำลาเกรซ ชานนท์มองณฉัตรถูกแย่งไปจากมืออีกครั้ง เขาสัญญากับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่อลันจะได้แย่งเธอไปจากมือเขา เพราะต่อจากนี้จะเป็นเขาที่แย่งเธอมาจากมือของอลัน

เท้าเล็กๆพยายามก้าวให้ทันคนตัวโตที่ก้าวเท้ายาวๆไปตามทางเดิน มือเล็กถูกมือหนากอบกุมจับไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าหากเขาคลายมือแต่เพียงนิด เธอจะหลุดรอดตกไปอยู่ในมือของคนอื่น อลันไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยจนกระทั่งไปถึงรถ เขาเพียงดันร่างณฉัตรให้นั่งตรงเบาะหน้า ขับรถออกไปจากสถานที่นั้น ตลอดระยะทางเงียบจนผิดวิสัย ความเงียบนั้นทำให้รฉัตรกลัวจนจับใจ เพราะรู้ดีว่าหากเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ เธอจะต้องได้รับโทษสถานใด รถสปอร์ตจอดสนิทหน้าเพ้นเฮ้าหรูส่วนตัว อลันไม่ได้พาณฉัตรกลับคฤหาสถ์ ซึ่งไม่ผิดจากที่ณฉัตรคาดการณ์มากนัก

“คืนนี้นอนที่เพ้นเฮ้า”อลันบอกแค่นั้น แล้วก็ลากคนตัวเล็กให้ตามเขาเข้าไปข้างใน ไฟเพดานแบบอัตโนมัติเปิดขึ้นทันทีเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก อลันโยนเป้ที่ใส่รองเท้ากีฬาไปบนโซฟา แล้วเดินเลยไปเปิดตู้เย็น เอาคูลแพคมาประคบตรงแผล ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างคนเหนื่อยล้า

“คุณอลันเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ”ณฉัตรตัดสินใจเอ่ยถามขึ้น เธอยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา อลันจ้องมองคนตรงหน้านานเป็นนาที เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจัดการกับอารมณ์ไหนก่อนดี หลายสิ่งในตอนนนี้รบเร้าปั่นป่วนเขาเหลือเกิน

“เธอเป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”อลันค้นพบว่าสิ่งที่เขาแคร์มากที่สุด คือความรู้สึกของณฉัตร เขาแคร์ว่าเธอจะแคร์เขาหรือเปล่า นั่นละสิ่งที่รบกวนจิตใจเขาตอนนี้

“คุณอลันได้รับบาดเจ็บใช่มั้ยคะ”

“ทำไมไม่ตอบละ ตอบสิว่าเป็นห่วงมั้ย”อลันถามซ้ำ ณฉัตรค่อยๆก้าวไปหาอลัน คนตัวเล็กยื่นมือออกไปแล้วคลำสัมผัสใบหน้าอลันอย่างแผ่วเบา

“หมอบอกว่าคุณเป็นแผลที่คิ้ว เจ็บมากมั้ยคะ”น้ำเสียงอ่อนหวาน สัมผัสอ่อนโยน สีหน้าท่าทางเป็นห่วงเป็นใย สิ่งเหล่านี้ที่ณฉัตรแสดงออกมามันทำให้ความเจ็บปวดของอลันแทบจะหายไปในทันที อลันดึงร่างเล็กมานั่งบนตัก กอดเธอไว้หลวมๆ พลางจ้องมองดวงหน้าหวานอย่างไม่ละสายตา เขาจับมือบอบบางของเธอขึ้นไปสัมผัสตรงแผลแล้วทำเสียงออดอ้อนเหมือนคนป่วยใกล้ตาย

“แผลอยู่ตรงนี้ เจ็บจังเลย”ณฉัตรสัมผัสตรงแผลอย่างเบามือเพราะกลัวจะทำเขาเจ็บ

“ทำให้หายเจ็บหน่อย”

“เพี้ยง หายแล้วคะ”ลมหายใจอุ่นบางเบาถูกเป่าไปที่แผล ณฉัตรทำราวกับเขาเป็นเด็กตัวน้อย แต่นั่นกลับทำให้รู้สึกดีอย่างน่าประหลาด อลันยิ้มออกมาในที่สุด เขารู้สึกว่าผู้หญิงในออ้อมกอดน่ารักมาก น่ารักจนไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้

“ตรงนี้ก็เจ็บ”จับมือบางเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากของตัวเอง

“เป่าให้หน่อย”เด็กน้อยก็หลอกง่ายเหลือเกิน เป่าลมบางเบาออกจากปากทำราวกับนั่นคือมนต์วิเศษ แต่ดูเหมือนว่าเวทย์มนต์นั้นจะให้ผลอีกอย่าง อลันยื่นริมฝีปากไปประกบทาบทับริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มทันที เขาอยากรับมนต์วิเศษที่ปัดเป่าความเจ็บปวดนั้นไว้ทั้งหมดด้วยการต่อลมหายใจจากปากต่อปาก สัมผัสบางเบาราวกับสัมผัสปุยเมฆในทีแรก ก่อนจะบดจูบเน้นหนักขึ้นตามอารมณ์ ร่างเล็กขยับตัวไปมาอยู่บนตัก มือหนาลูบไล้แผ่นหลังขึ้นลงเบาๆ เธอติดบ่วงเขาเข้าเสียแล้ว

จูบดูดดื่มจนอลันแทบหลงลืมอาการปวดชาหนึบจากการเล่นกีฬาทั้งหมด รสริมฝีปากหวานเสียจนเขาคิดว่ากำลังดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ชูกำลังที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอันเป็นผลให้สมองกระปรี้กระเปร่าโลดเล่น สัมผัสแนบชิดจากการรั้งร่างเล้กไว้ในอ้อมกอดและบั้นท้ายที่บดเบียดอยู่บนตักก็ปลุกปั่นให้ร่างกายเร่งสารเคมีบางอย่างออกมาเร่งเร้าสัญชาติญาณเบื้องลึก อลันจูบณฉัตรอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งความต้องการของร่างกายในส่วนอื่นมีอิทธิพลเหนือกว่า ณฉัตรยกแขนขึ้นคล้องคอเขา จูบของเขาไม่ต่างจากคำสาปของพ่อมดร้าย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาใช้เวทย์มนศาสตร์มืดแขนงใดชักจูงเธอ รู้เพียงตอนนี้เผยอริมฝีปากต้อนรับเรียวลิ้นร้ายเข้าไปชอนไชควานหาความหวานในโพรงปากจนหมดสิ้น อลันถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ว จ้องมองริมฝีปากสีเชอรี่สดที่เขาเพิ่งครอบครอง นิ้วเรียวเกลียผมทัดเกี่ยวหู ลูบไล้แก้มใสเบาๆ

“ณฉัตร สัญญาสิว่าจะไม่เข้าใกล้ผู้ชายคนไหนนอกจากฉัน”อลันเอ่ยขึ้น มันแทบจะกลายเป็นคำอ้อนวอนมากกว่าคำสั่ง เขาหวงแหนผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน หวงแม้กระทั่งสายตา รอยยิ้ม เขาอยากเป็นเจ้าของทุกอย่างที่เป็นเธอ ทุกๆอย่าง

“ฉัตรก็ไม่ได้อยากจะเข้าใกล้นี่คะ”

“กับชานนท์ก็ไม่อยากเหรอ”

“กับใครก็ไม่อยากทั้งนั้นแหละคะ”

“แม้แต่กับฉันด้วยเหรอ หึ…”ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เอาปลายจมูกดุนดันปลายจมูกรั้น ณฉัตรไม่รู้ว่าตัวเองควรให้คำตอบอย่างไรดี

“เธอเป็นของฉันคนเดียว จำเอาไว้”เขาย้ำให้ณฉัตรเข้าใจอีกครั้ง ก่อนจะมุดหน้าลงไปซุกไซร้ตรงซอกคอ มือซุกซนบีบขยำหน้าอกเบาๆผ่านชุดเดรสเนื้อดี จุมพิตร้อนผ่าวไล่มาตามลำคอระหงส์ มือไต่ไปตามไหล่มนแล้วกระตุกเชือกที่ผูกไว้แป็นปมออกหลุดลุ่ย ชุดสีหวานร่นลงไปกองอยู่บนหน้าอก เนินอกขาวผ่อง ถูกฝังเขี้ยวแหลมคมลงไปขย้ำทันที คนตัวเล้กเด้งร่างหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกสวยกระเพิ่มขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ริมฝีปากร้อนผ่าว ดูดดึงยอดอกข้างหนึ่ง ในขณะที่มือหยาบบีบขยำฟอนเฟ้นอีกข้างอย่างเมามันส์ ลิ้นอุ่นผละจากยอดปทุมถันละเลียดกวาดชิมมาหยุดตรงร่องเต้าทรวงอวบอูม มุดปลายจมูกโด่งซุกไซร้จนผิวอมชมพูเปียกชื้น ร่างกายที่ได้รับการหลอมละลายด้วยลิ้นอุ่นเด้งสะท้านอยู่บนตัก อลันเพลิดเพลินกับบการดูดเลียทรวงอกอิ่ม ใบหน้าแดงซ่านยามถูกลิ้นโลมเลีย ราวกับเปฃวเทียนร้อนผ่าวละไล้อยู่ตามผิวหนัง

“ซี้ด อ้ะ”

“ฉันต้องการเธอนะ”เอ่ยเสียงพร่าสั่น พึงพอใจกับร่างกายที่ตอบรับการสัมผัสของเขาอย่างดีเยี่ยม เสียงครางหวานปลุกปั่นให้อารมณ์เขาเตลิด อยากจะกินกลืนเธอตั้งตัวหากทำได้ มือหนาไต่ไปตามเรียวขาแล้ววนขึ้นลากดึงชายกระโปรงเดรสจนร่นขึ้นไปกองอยู่บนหน้าตัก ลูบไล้ขาอ่อนเบาๆ

“อ๊ะ คุณอลันขา”ขนอ่อนลุกชันว่านกระสันแตกตื่นไปกับการสัมผัส อลันขยับร่างกายให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม เขาถอดเสื้อบอลทื้นไปด้วยเหงื่อออกไปให้พ้นตัว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดแน่นสวยงาม มือบางเลื่อนจากการคล้องคลอ สัมผัสไปตามลอนกล้ามเนื้อ ได้กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นน้ำหอม bleu de chanel เหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลระหว่างกัน ทั้งสองโน้มตัวเข้าหากันแล้วเริ่มจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่ม ณฉัตรไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่เธอโหยหาสัมผัสจากอลันเหลือเกิน รู้สึกดีอย่างที่สุดยามที่ได้ตกอยู่ในอ้อมกอดเขา เสียงหายใจฟึดฟันที่ดังถี่กระชั้นขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าความต้องการพุ่งถึงขีดสุด อลันถลกกระโปรงเธอขึ้น ยกร่างบางบนตักขึ้นเล็กน้อย ดึงกางเกงในตัวบางออก ใช้มือหนึ่งงัดอาวุธประจำกายออกมาจากการจองจำ

“ซี้ดดดดดดดดดดดด อ๊า อ๊า”ร่องสวาทขยับให้ตรงกับแท่งเนื้อ ยกตัวขึ้นแล้วกดลงไปยังเบื้อล่าง ท่อนเนื้ออุ่นทอดตัวอยู่ในร่องสวาท รู้สึกแน่นไปทุกส่วน

“อื้ม ขยับสิ ทำให้ฉันมีความสุขหน่อย”บีบขยำแก้มก้นอย่างหนักมือเพื่อเป็นการกระตุ้น ณฉัตรขยับตัวขึ้นลงช้าๆ อลันสูดปากครวญครางเสียวกระสันจนแทบระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

“อ๊า เก่งมากเด็กดี”ร่างกายที่ขยับขึ้นลงอยุ่บนตักสร้างความพึงพอใจให้เขาเป็นอย่างมาก เป็นครั้งแรกตั้งแต่การร่วมรักกันที่ดูเหมือนว่ายัยตัวน้อยจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ลีลาเงอะๆงะๆไม่ประสีประสานั่นทำให้เขาแทบคลั่ง ใบหน้ายามที่กำลังปรนเปรอให้เขานั้นหวานสวยบาดใจ ริมฝีปากอวบอิ่มที่ห่อตัวสูดปากครวญครางเบาๆเร่งเร้าให้เขาอย่างบดร่างเธอให้แหลกคามือ แต่อดใจให้เธอทำตามความต้องการตัวเองดีกว่า แม้จะไร้เดียงสาไร้ประสบการณ์ แต่ความเป็นธรรมชาตินั้นทำเขาแทบคลั่ง สะโพกสอบขยับเคลื่อนขึ้นลง ส่วนของร่างกายที่เชื่อมต่อกันเหนียวหนืดร้อนผ่าวจากการเสียดสี เสียงจ้อกแจ้กของความฉ่ำเยิ้มดังเบาๆสอดรับกับเสียงครวญคราง

“ซี้ดดด อวุ้วววว”

“อื้ออออออ ฉัตร เร็วอีก”เขาเร่งเร้าให้เธอเพิ่มความเร็วในการกระแทกร่องสวาทลงไปบดเบียดเสียดสีกับลุกรักเขา เด้กว่านอนสอนง่ายเขาว่าอะไรก็ทำตามไม่เกี่ยงงอน ร่างกายรู้สึกร้อนรุ่มและซ่านสยิวใกล้ถึงจุดแตกระเบิดเต็มที

“อื้อ คุณอลันขา ฉัตรไม่ไหวแล้ว”เสียงหวานอ้อนวอน เหนี่ยวรั้งคอเขาแน่น ร่างกายเริ่มเกร็งสะท้าน อลันต้องช่วยปลดปล่อยยัยตัวน้อยให้พ้นจากความทุกข์ทรมานเสียที เขาพลิกร่างตัวเองจากท่านั่งจับเธอกดลงกับโซฟาในขณะที่ร่างกายเชื่อมประสานกันอยู่ ยกขาเรียวขึ้นพาดบ่าแล้วอัดกระแทกตัวตนเข้าไปลึกสุดแรง ถอนเข้าออก

“โอ้ววว อร้า อ๊า”

“ซี้ดดดดดด ฉัตร ไม่ไหวแล้วที่รัก”

อลันบดกระแทกแกนกายเข้าไปจนสุด สะโพกร้ายเคลื่อนเข้าออกสุดแรง และในตอนสุดท้าย ร่างกายของคนทั้งสองเหมือนกับใช้จิตวิญญาณเดียวกัน ณฉัตรกำจิกเล็บลงบนบ่าเน่น อลันปลดปล่อยฉีดสายธารขาวขุ่นเข้าไปในโพรงรัก ร่างทั้งสองเกร็งเหยียดกรีดร้องอย่างสุขสม ก่อนจะฟุบกอดกัน หายใจระทดระทวย

ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลปรีชาเวชย์

ประตูห้องผ่าตัดฉุกเฉินเปิดออก เตียงคนไข้พร้อมสายระโยงระยางของเครื่องช่วยหายใจ สายน้ำ และยาถูกต่อเข้ากับคนไข้ ทีมแพทย์และพยาบาลที่ใช้เวลาผ่าตัดนานร่วมห้าชั่วโมงออกมาพร้อมกับคนไข้ ปวันในชุดผ่าตัดหยุดพูดคุยให้ข้อมูลกับญาติผู้ป่วย ภรรยาผู้ป่วยยกมือไหว้ปวันพร้อมสวมกอดพลางร่ำไห้ เธอร่ำไห้เพราะความโล่งอก เมื่อปวันแจ้งว่าการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี และคนไข้ต้องย้ายเข้าไอซียูเพื่อเฝ้าระวังอาการและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

“ขอบคุณทุกคนมากครับสำหรับวันนี้ เราเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม”ปวันบอกขอบคุณเพื่อร่วมทีมที่ช่วยกันอย่างเต็มความสามารถตลอดเวลาหกชั่วโมง

“กลับไปพักผ่อนกันเถอะครับ”

“ผอ.ก็ต้องพักนะคะ ยังไม่หายป่วย ออนเคสหลายชั่วโมงเดี๋ยวกลับมาป่วยอีกรอบ”พยาบาลเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

“ผอ.กลับไปพักได้เลยครับ ผมจะอยู่ดูเคสเอง คืนนี้ต้องอาศัยห้องนอนเวรที่ไอซียูซะแล้ว”แพทย์มือสองผู้ช่วยปวันเอ่ยขึ้น ปวันตบบ่าฝากฝังเคสกับรุ่นน้อง ก่อนจะขอตัวเดินออกมา ด้านหน้าห้องผ่าตัดที่ม้านั่งเรียงกันเป็นแถว มีเพียงญาติคนไข้เพียงไม่กี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้น แต่ปวันกลับเห็นใครบางคนนั่งคอพับคองออยู่บนเก้าอี้ ร่างสูงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนกึ่งหลับกึ่งตื่น ก่อนจะย่อตัวลงแล้วลอบมองตอนหลับ ปวันดึงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วกดถ่ายภาพที่หาดูได้ยากเอาไว้เป็นที่ระลึก

“คริส คริส ตื่นได้แล้ว”ยื่นมือไปเขย่าปลุกเบาๆ คริสาสะดุ้งตกใจตื่น ขยี้ตาตัวเองอย่างงัวเงีย

“เสร็จแล้วเหรอคะ”

“ทำไมไม่ไปหาที่นั่งรอสบายๆครับ ห้องพักผู้อำนวยการแล้วก็ห้องรับรองวีไอพี ก็มี มาทนนั่งเมื่อยอยู่ตรงนี้ทำไม”

“ไม่เอาอะ อยากรอตรงนี้ การผ่าตัดเป็นไงบ้างคะ”คริสาถามขึ้น ปวันระบายรอยยิ้มออกมา นั่นแปลว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

“โอเคครับ ตอนนี้ต้องดูอาการต่อที่ไอซียู”

“ฮือออ เก่งจังเลย”คริสาชื่นชมก่อนจะโน้มตัวเอาหัวไปซบลงตรงบ่าของคนที่นั่งย่อตัวอยู่ตรงหน้า ทำท่าทางงอแงเหมือนเด็กน้อยเพิ่งตื่นนอนแล้วไม่อยากลุกไปไหน

“หิวมากมั้ย”

“มากกกกกกกกกกกกกก กินไดโนเสาได้ทั้งตัว”คริสาตอบเสียงอู้อี้

“งั้นไปหาอะไรทานกัน”

“ทานอะไรดีคะ”

“เดี๋ยวจะพาไปที่ที่นึง”

“ที่ไหนคะ”คริสาถามอย่างใคร่รู้

“ไม่บอก ไปถึงก็รู้เอง”ปวันลุกขึ้นแล้วดึงคริสาให้ตามเขาไป

ถนนคนเดิน

ตลาดนัดถนนคนเดินยามค่ำคืนคราคร่ำไปด้วยผู้คนและร้านรวงต่างๆ วิถีชีวิตในแบบธรรมดาเรียบง่ายสร้างความมีชีวิตชีวาได้อย่างน่าประหลาด คริสาหยุดยืนแล้วมองไปรอบๆ ภาพเหล่านี้อาจธรรมดาชินตาสำหรับผู้อื่น แต่สำหรับคุณหนูที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมในแบบนี้เท่าไหร่นัก ปวันพาเธอมายังถนนคนเดินที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลเพียงสองร้อยเมตร

“ไม่ยักกะรู้ว่าเวลากลางคืนแถวนี้คึกคัก”คริสาสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ รู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศไม่คุ้นชิน

“มีของกินเพียบ อยากกินอะไรก็แวะได้ทุกร้าน ไปหาอะไรใส่ท้องดีกว่า”ปวันดึงมือร่างเล็กให้เดินตามเขา แต่คริสายืนนิ่ง

“ทำไม คริสไม่ชอบเดินแบบนี้เหรอ”

“เปล่า แต่ดูการแต่งตัวของฉันสิ มันไม่ค่อยเข้ากับสถานที่ มันแปลกๆ”คริสาอยู่ในชุดเดรสหรูราคาแพง รองเท้าส้นสูงที่ไม่เหมาะจะเดินบนพื้นถนนแบบนี้ ปวันหัวเราะเบาๆ เขาลืมไปเสียสนิท

“งั้นไปแปลงร่างก่อน แล้วค่อยไปหาอะไรกิน”ปวันดึงคริสาให้ตามเขาไป ถนนคนเดินนอกจากจะมีของกินขายมากมาย ยังมีร้านเสื้อผ้ารองเท้าของประดับวางขายกลาดเกลื่อน ปวันพาคริสามายังร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิงวัยรุ่น แล้วให้คริสาเลือกซื้อเสื้อผ้าเพื่อหามาเปลี่ยน คริสาเลือกเสื้อยืดสีขาวตัวบางและกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดสีซีดมาสวมใส่ คนอย่างคริสาแม้จะสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาก็ยังดูแพงดูสวย ปวันขมวดคิ้วเป็นปมไม่สบอารมณ์กับลุคสตรีทเกิลของคนตัวเล็กเท่าไหร่นัก เสื้อบางไปแล้วกางเกงก็สั้นไป เขาไม่อยากให้เธอเป็นอาหารตาของผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา

“ทำไมไม่เอาเสื้อสีดำ แล้วก็ยีนส์ขายาว”

“ไม่เอาร้อน”คริสาบอกพร้อมกับเร่งให้ปวันจ่ายเงิน คนตัวโตหน้างอแต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เขาเป็นคนพาเธอมาเลือกเองจะทำอะไรได้ละ

“เปลี่ยนรองเท้าด้วย”คริสาบอกอย่างร่าเริง รู้สึกสนุกกับการเลือกซื้อเสื้อผ้าสวยๆที่ราคาแสนถูก เมื่อเทียบกับของแบรนเนมที่เธอสวมใส่

“สวมรองเท้าผ้าใบแล้วกัน”ปวันบอกคริสา เขามองหารองเท้าผ้าใบสีขาวที่วางขายอยู่ในร้าน เลือกให้เธอคู่หนึ่ง กะขนาดไซด์พอดีไม่มีขาดเกิน ปวันก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้คนตัวเล็ก ลูกค้าสาวๆในร้านออกอาการปลื้มปริ่มและอิจฉาคริสาไปตามๆกัน ทั้งหน้าตาดีทั้งเทคแคร์สุดๆ

“หูยยยยยย อิจฉาน้องจังคะ แฟนน่ารัก”แม่ค้าชื่นชม คริสายิ้มกว้าง

“หาได้ที่ไหนคะแบบนี้ ขอมีบ้าง”

“ลิมิเต็ดอิดิชั่นคะ”คริสาบอกอย่างอารมณ์ดี

“เป็นไงครับ สวมสบายมั้ย”

“โอเคคะ”คริสาตอบ พลางขยับเท้าไปมา

“เอาคู่นี้ครับ”ปวันจ่ายเงิน รับถุงใส่เสื้อผ้ารองเท้าชุดเก่ามาถือไว้ ก่อนจะหันไปถามคริสา

“พร้อมลุยยัง”

“มากกกกกกกกก”

“งั้นไปกัน”

ปวันจับมือคริสาแล้วพาเธอเดินสำรวจไปทั่ว คริสาเพลิดเพลินกับการเดินหาของกิน สนุกกับการหยุดสำรวจทุกร้าน ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ของกินเสื้อผ้าเต็มสองมือ และคนที่รับภาระหิ้วจะเป็นใครไปเสียอีกถ้าไม่ใช่ปวัน

“ปวันอยากกินอันนั้นอะ”คริสาชี้ไปยังร้านเครปหน้าตาน่ากิน ก่อนจะวิ่งนำไปหยุดหน้าร้าน ปวันเดินตามไปติดๆ

“เอาเครป ใส่ไส้กรอกชีส ผักดขม ไก่หยอง ปูอัด มายองเนสเยอะๆนะคะ”

“เดี๋ยวๆ สั่งหมดนั่นเลยเหรอ อันใหญ่มากนะ แล้วของกินที่ซื้อมาก็มีอีกเพียบ”ปวันชูถุงขนมที่อยู่ในมือ แต่คริสาไม่สนใจมากนัก

“ก็อยากกินอันนี้นี่ เอาอันนึงคะ”

เครปร้อนๆไส้ทะลักอันโตถูกส่งให้กับคริสา คนตัวเล็กทำตาโตรีบกัดชิมทันที

“โอ้ย ร้อนอะ”ร้องเสียงดังเพราะเครปยังร้อน ปวันหัวเราะร่วน

“กินช้าๆสิ ไม่มีใครแย่งหรอก เป่าก่อน”

“เป่าให้หน่อย”คริสายื่นเครปไปตรงหน้า ออดอ้อนให้ปวันเป่าให้ คนตัวโตก้มลงเป่าเครปให้เย็นลง

ฟวู่ววววววว

“น้ำลายหกลงไปในเครปแล้วตอนนี้ รสชาตจะดีขึ้นอีกเท่าตัว”

“ตะบ้า ฮ่าๆๆๆๆ”คริสาหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกัดกินเครปเต็มคำ

“อื้มมมมมมมอร่อยยยยยย”

“ไปหาที่นั่งกินกันเถอะ เริ่มเมื่อย”ปวันชักชวนคริสา แล้วก็พากันไปเดินหาที่นั่งปวันวางของลงบนโต้ะ พวกเขาหาที่นั่งได้ตรงมุมหนึ่ง ร่างสูงหย่อนตัวนั่งลงข้างคนตัวเล็กที่ดูจะเอร็ดอร่อยกับเครปมาก เพราะกินไม่หยุดปาก

“เป็นไง เดทวันนี้โอเคมั้ย ชอบรึเปล่า”

“ก็…โอเคแหละ”คริสาอยากจะบอกออกไปว่าชอบมากและสนุกที่สุด แต่ก็ฟอร์มจัด ปวันหัสเราะเบาๆ

“ทำไมถึงไม่เคยคิดจะมาเดินแบบนี้เลยน้า”

“ถ้าชอบวันหลังจะพามาอีก”

“อืม”คริสาหันไปยิ้ม แค่เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขปวันก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

“ว่าแต่อากาศร้อนจัง รำคานผมชะมัด”คริสาหมุนคอไปมา ผมยาวมีเหงื่อชื้นเกาะ

“มีอะไรผูกผมได้บ้างเนี่ย ปวันหาที่ผูกผมในกระเป๋าให้หน่อย”ปวันควานหาในกระเป๋าทันที ก่อนจะดึงยางรัดผมออกมา

“อันนนี้รึเปล่า”

“อันนี้แหละ แต่ว่า…”มองมือตัวเองที่เลอะไปด้วยซอส มายองเนสจากเครป ปวันหัวเราะเบาๆ เขาเอื้อมมือไปรวบผมยาวของคริสา ม้วนรวบไว้แล้วใช้ยางรัดผมมัด

“แบบนี้ได้มั้ยครับ”

“อื้ม”คริสาตอบเสียงเบา รู้สึกดีกับการดูแลเอาใจใส่ของคนตรงหน้ามากมายนัก ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิบัติกับเธออย่างอ่อนโยนในแบบนี้มาก่อน

“ผมจะไปซื้อน้ำ เอาอะไรมั้ย”ปวันถามคริสาที่จ้องเขานิ่ง

“ไม่คะ”

“งั้นรอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมมา”ปวันบอกพร้อมกับลุกไปหาซื้อน้ำดื่ม คริสามองตามร่างสูงแล้วยิ้ม รู้สึกมีความสุขอย่างที่สุด

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของคริสาดังขึ้น เธอวางเครปในมือ แล้วควานหาโทรศัพท์ทันที ก่อนจะกดรับสาย

“ฮัลโหลคะ คริสพูด”

“คริส เหรอลูก”เสียงแหบแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นดังมาตามสาย แค่ได้ยินเสียงคริสาน้ำตาคลอทันที

“คุณพ่อ”

“ว่ายังไงเจ้าหญิงของพ่อ”เหมือนนานมาแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงของผู้เป็นพ่อ คริสาดีใจเป็นที่สุด การพุดคุยกันครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน คริสาโทรไป อานนท์สสนทนาด้วยเพียงสองสามคำก็กดวางสาย เขาไม่เคยเป็นฝ่ายโทรหาเธอเลย หรือทุกครั้งที่โทรไป จะมีเพียงแต่ปานวาดที่รับสายแทน ปวันกลับมาจากซื้อน้ำ เขาเห็นคริสาคุยโทรศัพท์พลางปาดน้ำตา ใช้เวลาสองสามนาทีก็วางสาย

“คริส เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึง…”

คริสาลุกพรวดขึ้นแล้วโถมตัวไปกอดร่างสูง ปวันตกใจกับท่าทางนั้น

“คริสเป็นอะไร ไหนบอกพี่สิ”

“ปวัน คุณพ่อกำลังจะเดินทางกลับบ้านแล้วคะ อาทิตย์หน้าคริสจะได้เจอพ่อแล้ว”

junepopo

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น