ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 16 ทำดี ต้องได้รางวัล

ชื่อตอน : บทที่ 16 ทำดี ต้องได้รางวัล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2564 08:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 ทำดี ต้องได้รางวัล
แบบอักษร

16

ทำดี ต้องได้รางวัล

 

 

ณ ห้องทำงานของประธานบริษัทแบล็คเกียร์ (Black Gear) บริษัทผลิตอุปกรณ์มนตรารายใหญ่แห่งอาณาจักรดีคอน รอเรนซ์ เมเซเฟียร์ ผู้เป็นประธานบริษัทแห่งนี้กำลังนั่งจัดการเอกสารชุดสุดท้ายของเขาอย่างคร่ำเคร่ง 

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีงานที่บริษัทถาโถมเข้ามาให้รอเรนซ์ต้องคอยควบคุมจัดการเป็นจำนวนมาก มันทำให้เขาแทบไม่ได้กลับบ้านและต้องนอนมันอยู่ที่บริษัทหรือไม่ก็ต้องนอนที่ที่พักในเมืองที่เขาเดินทางไปทำธุระสำคัญ แต่เขาได้จัดการที่ว่าพวกนั้นไปจนเกือบหมดแล้ว งานที่จำเป็นต้องทำให้เสร็จโดยเร่งด่วนจริง ๆ เหลือแค่เอกสารชุดสุดท้ายในมือเขา และเมื่อเขาทำมันเสร็จ เขาก็จะได้กลับบ้านไปพบลูกและภรรยาสุดที่รักของเขาสักที

“เฮ้อ”

หลังจากอ่านทบทวนเนื้อหาในเอกสารจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็ถอนหายใจแล้ววางมันลงกับโต๊ะก่อนจะเซ็นอนุมัติ เป็นอันจบมหกรรมงานท่วมหัวของเขาลงเป็นการชั่วคราว...ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ต้องเจออะไรแบบนี้บ่อย ๆ แค่เหนื่อยยังไม่เท่าไหร่ แต่ไม่ได้กลับบ้านไปเจอครอบครัวเลยแบบนี้มันเรื่องใหญ่สำหรับเขา

กริ๊ง~ กริ๊ง~ กริ๊ง~

เสียงริงโทนดังมาจากเครื่อง MPD ของรอเรนซ์ไม่นานหลังจากที่เขาเซ็นเอกสารเสร็จ พอเขาหยิบมันขึ้นมาดูชื่อของคนที่โทรมา เขาก็พบว่าสายที่เข้ามานี้เป็นของผู้อำนวยการโรงเรียนซิลเวอร์แอช ซึ่งถ้าเขาจำไม่ผิดเขาบอกให้อีกฝ่ายโทรมาแจ้งเขาทันทีถ้าผลการสอบของลูกชายออกแล้ว

‘นี่ก็ผ่านมา 6 วันแล้วตั้งแต่ที่เรย์สอบเสร็จ ป่านนี้คงตรวจข้อสอบกันเรียบร้อยและได้ผลสอบคงออกมาแล้วล่ะสิ’ รอเรนซ์คิดพลางก็กดรับสาย

“สวัสดีครับ นี่รอเรนซ์พูดครับ”

“สวัสดีครับคุณรอเรนซ์ วันนี้ผมมีเรื่องเซอร์ไพรส์มาบอกคุณครับ” เสียงของผู้อำนวยการดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของปลายสาย

“เรื่องเซอร์ไพรส์? เรื่องผลสอบลูกชายผมเหรอครับ” รอเรนซ์ถาม

“ใช่ครับ เรื่องของลูกชายคนเก่งของคุณนี่แหละครับ ลองเดาดูไหมครับว่าครั้งนี้เขาสอบได้ที่เท่าไหร่ของชั้น?” 

ผู้อำนวยการพูดให้รอเรนซ์คาดหวัง ฟังดูจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้วท่าทางผลสอบของเรย์น่าจะออกมาดี รอเรนซ์ยกยิ้มแล้วก็เอ่ยตอบกลับไป

“แค่เขาสอบติด 1 ใน 100 ได้ผมก็พอใจแล้วครับ”

“คาดหวังน้อยจังนะครับ...แต่เขาก็ติด 1 ใน 100 จริง ๆ นั่นแหละ”

“งั้นเขาได้ที่เท่าไหร่เหรอครับ?”

“ฟังแล้วอย่าตกใจนะครับคุณรอเรนซ์ ลูกชายของคุณน่ะเขาสอบได้ที่…”

ผู้อำนวยการเว้นช่วงพูดเล็กน้อยให้รอเรนซ์ได้ลุ้น ก่อนที่เขาจะเอ่ยบอกออกมาในที่สุดว่า

“ครั้งนี้ลูกชายคุณสอบได้ที่ 3 ของชั้นปี ผลเกรดรวม 2 เทอมที่ผ่านมาของเขาก็เพิ่มขึ้นและเลื่อนมาอยู่ที่อันดับ 58 ของชั้น เทอมหน้าเขาจะได้ย้ายขึ้นไปยังห้อง B ครับ”

“อะไรนะครับ!?”

รอเรนซ์ร้องถามเสียงดังด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

...เมื่อกี้เขาได้ยินว่าลูกชายเขาอะไรนะ!?

 

“คุณเรย์ครับ คุณนายให้มาแจ้งครับว่าวันนี้คุณชายจะกลับมาทานข้าวด้วยเย็นนี้”

ระหว่างที่เรย์กำลังนั่งอ่านหนังสือโดยมีเคเชียสาวแสนสวยนอนหลับหนุนตักเขาอยู่ข้าง ๆ ฟินน์ ลูกชายของหัวหน้าพ่อบ้านก็เดินมาแจ้งข่าวเรื่องนี้ให้เขาฟัง

“ในที่สุดพ่อเขาก็กลับบ้านได้แล้วเหรอ? โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ขอบใจที่มาบอก นายกลับไปเถอะ”

ว่าแล้วเรย์ก็โบกมือไล่คุณเพื่อนสมัยเด็กของเขาให้ไปไกล ๆ ที่เขาอยากอ่านหนังสือเงียบ ๆ ก็เรื่องหนึ่ง แต่ไอ้รอยยิ้มกวนดูมีเลศนัยที่อีกฝ่ายส่งมาให้เขาหลังจากที่เห็นไอช่านอนหนุนตักเขาอยู่นั่นมันรำคาญลูกตาเขาเป็นพิเศษ ถ้าพวกยังไม่รีบหายหน้าไปจากสายตาเขาไว ๆ เขาอาจจะเผลอขว้างลูกไฟเวทใส่อีกฝ่ายเพราะความหงุดหงิดได้

“ฮิฮิ คุณเรย์ ขอให้มีเวลาแสนสุขนะคร้าบ” ฟินน์ทำเสียงกระซิบอวยพรเรย์อย่างไม่เลิกกวน

“ฮิฮิ แมวเอ็งสิ จะไปดี ๆ ไหม หรือจะให้ฉันไล่” เรย์ยกมือขึ้นร่างวงเวทกลางอากาศให้ฟินน์เห็นเป็นการขู่

“โอ้โห เล่นแรงแบบนี้ผมไม่อยู่ล่ะครับ” 

ฟินน์ว่าแล้วก็รีบหันหลังกึ่งวิ่งกึ่งย่องหนีไปโดยไว ไม่กล้าออกวิ่งสุดแรงกลัวจะทำเสียงดังจนเคเชียสาวตื่นแล้วโดนเรย์มาคาดโทษทีหลัง

‘ไอ้บ้านี่ ทำหน้าทำตาอ้อนเท้าซะไม่มี’ 

เรย์แยกเขี้ยวพลางก็คิดในใจ จากนั้นจึงก้มลงไปมองหน้าหวานของเคเชียสาวที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวโดยใช้ตักเขาเป็นหมอนหนุนด้วยความเอ็นดู

หลังจากที่วีน่ารู้เรื่องเข้าว่าเรย์สามารถช่วยไอช่าฟื้นฟูจากอาการเหนื่อยล้าได้เร็วกว่าปกติ เธอก็ดูดีใจแล้วรีบเพิ่มระดับความโหดในความฝึกขึ้นอีกขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการฝึกให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากเดิมที่เธอปล่อยให้ไอช่าได้พักหลังจากฝึกจนเธอขาลาก เดี๋ยวนี้ครูฝึกสาวจอมโหดได้เปลี่ยนมาถ้าไอช่าไม่เหนื่อยจนแทบหน้ามืดเป็นลมเธอไม่ปล่อยให้พัก

ผลที่ตามย่อมเป็นความทุกข์ทรมานของเคเชียสาว ไอช่าต้องพบกับการฝึกระดับโหดนรกทุกวี่วัน ช่วงบ่ายที่เรย์มาช่วยเธอฝึกนั้นเป็นเหมือนชั่วโมงหายนะของเธอ เพราะมันคือช่วงเวลาที่การฝึกยกระดับความโหดขึ้นไปจนถึงขีดสุด เธอต้องเหนื่อยแทบขาดใจและหน้ามืดตาลายไปหมดก่อนถึงจะได้พัก พอพักเสร็จก็ต้องฝึกต่อทันที และวนเวียนอยู่ในวังวนนรกแห่งการฝึกนี้จนกว่าจะสิ้นสุดการฝึกในตอนเย็น ผลจากการฝึกมันอาจจะคุ้มค่า เธอพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทุกวันได้ก็จริง แต่ถ้าต้องเหนื่อยขนาดนี้ เธอยอมเก่งช้าแต่ได้ฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า

เรย์ยังจำเย็นหลังการฝึกวันแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ไอช่าเธอทำหน้าบูดหน้าบึ้งมองมาที่เขาตาเขียวปั้ดอย่างเคืองจัด โทษเขาเรื่องที่มาช่วยวีน่าฝึก(ทรมาน)เธอจนลากเลือด เห็นอย่างนั้นเรย์ก็สงสารแหละ แต่จนกว่าไอช่าจะขึ้นเป็น Tier 1 เขาว่าจะปล่อยให้วีน่าเคี่ยวเธออย่างนี้ต่อไปอีกสักพัก

ส่วนถ้าจะถามว่าถ้าไอช่าเคืองเขาเรื่องฝึก แล้วทำไมเธอถึงยังมานอนหนุนตักเขาแบบนี้ คำตอบมันก็ง่าย ๆ เขายังบังคับจับมือยัยแมว 6 ดาวคนนี้เวลาช่วยเธอฟื้นพลังอยู่เหมือนเคย เธอเลยต้องมานั่งพักกับเขา และเมื่อความเหนื่อยล้ามันกลืนกินและมีผลจากพลัง Omniforce มาช่วยกล่อม เคเชียสาวก็มักจะผล็อยหลับไปอย่างฝืนตัวเองไม่ไหวแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ 

ช่วงแรก ๆ เธอก็ไม่อยากหลับต่อหน้าเขาและพยายามประคองสติตัวเองไว้ไม่ให้หลับนั่นแหละ แต่พอพ่ายแพ้ให้กับความเหน็ดเหนื่อยและเผลอหลับไปให้เรย์จับมานอนหนุนตักบ่อย ๆ เข้า ช่วงหลัง ๆ มานี้ก็เหมือนเธอได้ยอมแพ้แก่ชะตาของตัวเองแล้ว และเป็นฝ่ายเดินมานอนหนุนตักของเขาแล้วหลับไปแบบไม่พูดไม่จาด้วยตัวเองซะอย่างนั้น

จากตอนแรกที่เขาแค่แกล้งบังคับจับมือเธอตอนช่วยฟื้นพลัง มันก็เลยเหมือนกลายเป็นกึ่งบังคับให้เธอมานอนหนุนตักเขาไปโดยปริยาย

...สาบานได้ว่าอันนี้ไม่ใช่แผนร้ายของเขา มันบังเอิญเกิดขึ้นของมันเอง

...ถึงเขาจะต้องยอมรับเลยว่านี่มันฟินดีจริง ๆ ก็ตาม

“ว่าแต่เย็นนี้เธอจะตื่นเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย สงสัยคงได้นั่งรอยาวอีกแน่เลยเรา” เรย์ยิ้มมองใบหน้ายามหลับของไอช่าแล้วก็รำพึงออกมาเบา ๆ

จริง ๆ ตอนนี้มันจบช่วงเวลาฝึกของไอช่าไปแล้ว แต่เพราะสาวเจ้าเหนื่อยเกินกว่าจะลากสังขารกลับบ้านไปไหว เธอก็เลยต้องมานอนหนุนตักฟื้นแรงกับเรย์ก่อนถึงจะมีแรงเดินกลับบ้าน และปกติเรย์ก็มักจะปล่อยให้เธอหลับไปเรื่อยจนกว่าจะตื่นเองตลอดเพราะทำใจปลุกเธอไม่ลง เขาก็เลยต้องมานั่งลุ้นเอาว่าเมื่อไหร่เธอจะตื่นอยู่แบบนี้ทุกเย็น

เมื่อวานกว่าเธอจะตื่นดวงอาทิตย์ก็แทบลับฟ้า ไม่รู้เหมือนกันว่าเย็นนี้เธอจะทุบสถิติแล้วนอนยาวยันฟ้ามืดไหม…

เรย์อ่านหนังสือที่เอามาอ่านวันนี้จนจบไปหมดแล้ว เขาก็เลยไม่มีอะไรทำ จะให้มองแต่หน้าสวย ๆ ของแม่คนที่นอนหนุนตักเขาอยู่มันก็เพลินอยู่หรอก แต่ใจเขาก็กลัวว่าจะตบะแตกแล้วเผลอไปลักหลับเธอเข้าจนได้ถ้าเอาแต่มองเธอนานเกินไป สุดท้ายเขาก็ได้แต่เปิดอินเตอร์เฟสขึ้นมาเช็คนู่นเช็คนี่ฆ่าเวลาเหมือนทุกที

ในหลายวันมานี้เรย์มีความก้าวหน้าขึ้นพอสมควร ค่า STR, VIT และ AGI ของเขาเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยอย่างละ 2 หน่วยจากการฝึกวิ่งและฝึกมวยทุกเช้า ค่า MAG และ EXC ก็เพิ่มขึ้นอย่างละ 1 หน่วยผ่านการฝึกด้วยเช่นเดียวกัน แถมเพราะการอ่านหนังสือเรียนเวทมนตร์ทุกวันไม่ขาด เลเวลอาชีพนักเรียนของเขามันก็เลยเพิ่มขึ้นมาด้วย 1 เลเวล น่าเสียดายแค่ที่อาชีพจอมเวทของเขายังเลเวลไม่คืบหน้า แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามันคงอีกไม่ไกล

นอกนั้นอีกอาชีพที่เลเวลอัพของเขา...ถึงน่าประหลาดใจแต่มันก็คืออาชีพ Slave Master ดูเหมือนการเข้าหาทาสของตัวเองและสนิทสนมกับพวกเธอมากขึ้นจะเป็นวิธีอัพเลเวลของอาชีพนี้ ซึ่งไอ้ที่เขาทำอยู่กับไอช่าในช่วงที่ผ่านมานี้มันก็เข้าฐานนั้นเข้าพอดี

 

Class - นักเรียน Level UP!

  Lv.4 > 5      

   +1 INT

   คุณได้รับแต้มค่าสถานะ 2 หน่วย 

   คุณได้รับ Skill point 1 หน่วย

_____

Class - Slave Master Level UP!

  Lv.1 > 2      

  +1 CHA

   คุณได้รับแต้มค่าสถานะ 2 หน่วย 

   คุณได้รับ Skill point 1 หน่วย

 

อาชีพนักเรียนของเรย์ขึ้นเป็นเลเวล 5 นั่นก็ทำให้เขาสำเร็จเงื่อนไขเลเวลที่ปลดล็อคให้เขาเรียนพรสวรรค์ประจำอาชีพบางอันของอาชีพนักเรียนได้แล้ว ซึ่งเขาก็ใช้ Skill Point จำนวน 2 หน่วยไปกับการเรียน 2 พรสวรรค์ประจำอาชีพนี้ โดยพรสวรรค์หนึ่งช่วยเพิ่มผลของค่า INT ของเขาขึ้นเล็กน้อย และอีกพรสวรรค์หนึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของค่า INT ของเขาขึ้นเล็กน้อย เป็นพรสวรรค์ที่มีผลเรียบง่ายแต่ได้ประโยชน์มากหลาย

สุดท้าย...เจ้าแต้มค่าสถานทั้ง 4 หน่วยที่เขาเพิ่งได้มานั่นโดนโยนลงค่า MAG และ EXC ไปอย่างละ 2 หน่วย และนั่นก็คือสรุปความก้าวหน้าทั้งหมดที่เขามีในช่วงไม่กี่วันมานี้

ดวงอาทิตย์ลอยต่ำลงเรื่อยจนใกล้ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าได้ถูกย้อมเป็นสีแดงก่อนจะถูกกลืนกินด้วยสีหมึกไปทีละนิด ๆ เรย์เปิดดูอินเตอร์เฟสจนเบื่อและเปลี่ยนมาเป็นนั่งเหม่อมองฟ้าได้สักพักหนึ่งแล้ว ก่อนเขาจะรู้สึกได้ว่าร่างบางที่นอนหนุนตักเขาอยู่ขยับตัว

...ดูท่าวันนี้เจ้าหญิงนิทราจะยังไม่ทุบสถิตินอนนานของเธอ

“...”

ไอช่าลืมตาลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาตัวเองด้วยหลังมืออย่างงัวเงีย เธอกระพริบตาปรือ ๆ ของเธอถี่ ๆ เหมือนจะพยายามไล่ความง่วงงุนออกไป จากนั้นจึงมองหน้าเรย์แล้วก้มหัวให้น้อย ๆ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณ

“ขอบคุณที่ช่วยดูแลฉันจนถึงตอนนี้ค่ะนายท่าน ฉันจะไม่อยู่อยู่รบกวนต่อแล้ว ขอตัวนะคะ”

เคเชียสาวบอกลากับเรย์ง่าย ๆ กระตุกริบบิ้นที่ผูกผมสีเงินของเธอไว้เป็นหางม้าออกเพื่อปล่อยผมให้สยายออกเป็นอิสระ ไอช่าตั้งท่าจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไปเหมือนทุกที แต่วันนี้เรย์นึกหมั่นเขี้ยวท่าทางเหมือนสาวขี้งอนของเธอก็เลยคว้าแขนเธอไว้ตอนจะลุกและออกแรงฉุดทีหนึ่งให้เธอล้มมานั่งแหมะลงที่ตักของเขาพร้อมกับส่งเสียงร้อง “ว้าย!” ด้วยความตกใจเบา ๆ เสร็จสรรพแล้วเขาจึงโอบแขนรอบเอวบางและเกยคางลงไปที่บ่าเล็ก ๆ ของเธอด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“นายท่านคะ!?” ไอช่าที่ยังสะลึมสะลือจนถึงเมื่อกี้ตกใจตาตั้ง ตื่นเต็มตาขึ้นในทันที เธอพยายามจะดิ้นหนีแต่แขนของเรย์โอบเอวเธอไว้กระชับแน่นขึ้นทำให้ความพยายามของเธอสูญเปล่า

เรย์ขยับปากเข้าไปใกล้ใบหูมนุษย์ของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมสีเงินแล้วกระซิบบอกไปเบา ๆ “ถ้าเธอดิ้นกว่านี้ ระวังจะโดนมากกว่ากอดนะ”

เท่านั้นเองไอช่าก็ตัวแข็งทื่อไปทันที เธอได้แต่มุ่ยหน้าไม่พอใจแล้วก็นั่งนิ่งให้เรย์กอดเธอได้ตามใจ หลังจากถูกเขาเอาเปรียบและกลั่นแกล้งมาขนาดนี้ เธอก็มีแต่ต้องเริ่มชินและปลงกับเรื่องพวกนี้ไปอย่างช่วยไม่ได้ เอาจริง ๆ ด้วยฐานะทาสของเธอมันก็ทำให้ร่างกายเธอต่อต้านเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้แม้แต่จิตใจเธอก็ชักจะเหนื่อยเกินกว่าจะไปคิดต่อต้านเขาแล้วเหมือนกัน การฝึกหนักทุกวันมันทำให้เธออ่อนล้าซะเหลือเกิน ไม่เหลือแรงจะมาสู้กับเขาหรอก 

อีกอย่างเดี๋ยวนี้เธอชักมั่นใจแล้วด้วยว่า...ตราบเท่าที่เธอยังไม่เต็มใจ ยังไงเขาก็ไม่ล้ำเส้นที่เธอกลัว อย่างมากเขาก็แค่จะแกล้งและปั่นหัวเธอเล่นไม่หยุดเท่านั้น ดูได้จากหลายวันมานี้ที่เธอนอนหนุนตักเขาตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่เคยโดนเขาทำมิดีมิร้ายอะไร ตัวเขาสมัยนี้ให้เกียรติเธอมากกว่าสมัยก่อนเยอะ ความระแวงที่เธอมีต่อเขาจึงลดลงไปซะหลายส่วน

“ฉันเคยได้ยินมาว่าถ้าคนเราได้กอดกันนาน 30 วินาที เราจะรู้สึกดีขึ้น โดยส่วนตัวฉันรู้สึกว่าน่าจะเป็นจริงนะ แล้วเธอล่ะไอช่า คิดว่าไง?” หลังจากกอดเคเชียสาวมาได้กว่าครึ่งนาที เรย์ก็ถามขึ้นมายิ้ม ๆ

“ฉันไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยค่ะ” ไอช่าตอบเสียงอ่อนไม่ยินดียินร้าย

“สงสัยคงเป็นเพราะฉันกอดเธออยู่ฝ่ายเดียวมั้ง เหมือนเขาต้องให้ทั้งสองคนสวมกอดกัน เธอลองหันมากอดฉันดูบ้างไหมเผื่อจะได้ผล” เรย์ถามหยอกไป

“ฉันไม่กล้าล่วงเกินนายท่านแบบนั้นหรอกค่ะ” ไอช่าปฏิเสธอย่างสุภาพทันทีไม่แม้แต่เสียเวลาคิด

“อะไรกัน ฉันออกจะอยากโดนเธอล่วงเกินแทบแย่แท้ ๆ” เจ้านายหนุ่มพูดให้ทาสสาวแอบย่นคิ้วอย่างหมั่นไส้เขา

เพราะเห็นว่าไอช่ายังเหนื่อยอยู่ เรย์ก็เลยไม่คิดจะรั้งตัวเธอไว้นาน พอกอดเธอมาได้พักหนึ่งจนพอใจแล้ว เขาก็ตัดสินใจปล่อยมือจากเอวของเคเชียสาวเป็นสัญญาณบอกให้เธอลุกไปได้ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับลุกหนี เขาก็ไม่วายยื่นหน้าไปกัดงับที่หลังหูแมวของเธอเบา ๆ อีกหนึ่งที

“ว้าย!!!”

คราวนี้ไอช่าหวีดลั่น ร่างบางสะดุ้งลุกพรวดหนีห่างจากเรย์ไปไวปานแมวโดนเหยียบหาง มือเธอกุมอยู่ที่หูข้างที่เพิ่งโดนล่วงเกินของเธออย่างหวงแหน หน้าหวานแดงซ่านช่างน่ามอง

“ฮ่ะฮ่ะ ท่าทางหูแมวของเธอจะไวต่อสัมผัสไม่เบาเลยนะ โดนกัดไปรู้สึกไงบ้างล่ะน่ะ” เรย์ถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“ก็จั๊กจี้น่ะสิค่ะ ฉันตกใจหมดเลย!” ไอช่าลูบหูตัวเองป้อย ๆ

“โทษที ๆ ปากมันไปเองน่ะ” เรย์ปากบอกขอโทษแต่ยังยิ้มขำ ไม่ได้รู้สึกผิดจริง ๆ แต่อย่างใด

...จะว่าไปเขาก็สงสัยมาพักหนึ่งแล้ว พวกเผ่าหูสัตว์เนี่ยมีหูกันตั้ง 2 คู่ เป็นหูคนธรรมดาคู่หนึ่ง และหูสัตว์อีกคู่หนึ่ง เวลาได้ยินเสียงด้วยหู 2 คู่ 2 ประเภทนั่นมันจะรู้สึกยังไงกันนะ?

“โอเค ฉันไม่แกล้งเธอแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ” เรย์บอกกับเคเชียสาวยิ้ม ๆ

“...ขอบคุณที่เมตตาค่ะนายท่าน” ไอช่ามุ่ยหน้าพูดเชิงออกมาเป็นประชดยิ่งกว่าอะไร 

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ”

เธอบอกลาเรย์เป็นครั้งที่สอง จากนั้นจึงก้มลงหยิบหอกฝึกของเธอที่วางอยู่ไม่ไกลแล้วหันหลังวิ่งเยาะ ๆ จากไปทันที ไม่คิดจะเสียเวลาอยู่ใกล้เขาต่อให้โดนแกล้งอีก

‘เดี๋ยวนี้โกรธเคืองอะไรแสดงออกหน้าหมดแทบไม่ซ่อนเลยนะแม่คนนี้...แต่เอาเถอะ แบบนี้ก็น่ารักดี เทียบกับตอนเธอเอาแต่หน้าซีดตัวสั่นเพราะกลัวเราตลอด ฉันชอบแบบนี้กว่ากันเยอะ’

ไม่มีธุระอะไรแล้ว เรย์ก็จัดแจงลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นจากกางเกงแล้วก็หิ้วหนังสือกลับไปคฤหาสน์ เตรียมตัวจะไปทานข้าวเย็น

 

“เรย์! ลูกรู้ไหม ผลสอบลูกออกมาแล้วนะ!”

ในห้องทานอาหาร เมื่อเรย์เดินเข้ามาในห้องได้ เอลล่าก็ลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับเอ่ยบอกเขามาอย่างนั้น

“โอ้ ผลสอบออกแล้วเหรอครับ” เรย์เลิกคิ้วเดินไปที่โต๊ะอาหาร

“จ้ะ แม่ได้ยินผลสอบลูกจากพ่อเขามาแล้วด้วย” เอลล่ายิ้มหวานเดินเข้ามากอดเรย์อย่างรักใคร่ ดูอารมณ์ดียิ่งกว่าอะไร

“แม่อารมณ์ดีขนาดนี้ แสดงว่าผลสอบผมไม่ผิดหวังแม่ล่ะสิท่า” เรย์ก้มตัวลงให้คนเป็นแม่กอดเขาได้ง่าย ๆ และโอบกอดท่านกลับหลวม ๆ พร้อมเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ

“ลูกทำได้ดีกว่าที่แม่หวังไปไกลเลยจ้ะ” เอลล่าผละออกมาจากเรย์แล้วคว้ามือจูงเขาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

“แล้วนี่ผมได้ที่เท่าไหร่ล่ะครับเนี่ย” เรย์นึกสงสัย เขามั่นใจว่าตัวเองจะทำคะแนนได้ดี แต่ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่าจะทำได้ดีขนาดไหน

“คิกคิก รอพ่อลูกมาบอกเองดีกว่า บอกตอนนี้เดี๋ยวลูกไม่ได้ลุ้น” เอลล่ากั๊กเรื่องไม่ยอมบอกลูกชายทันที

“นี่เอาคืนผมเรื่องก่อนหน้านี้รึเปล่าครับเนี่ย?”

“ลูกจะว่าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ”

จากนั้นเอลล่าก็เริ่มชวนเรย์คุยเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดในคฤหาสน์ช่วงนี้ เรื่องที่เอลล่าอยากให้พูดถึงเป็นพิเศษก็คือเรื่องการฝึกของเรย์ หลังจากผ่านมาหลายวัน ทั้งคฤหาสน์ก็รู้เรื่องกันหมดแล้วว่าคุณหนูของบ้านเมเซเฟียร์กำลังตั้งใจฝึกวิชาการต่อสู้อย่างขะมักขะเม้น เช้าฝึกร่างกาย บ่ายเรียนเวทมนตร์ภาคทฤษฎี ตอนค่ำก็ฝึกใช้เวทมนตร์ในภาคปฏิบัติ

เอลล่ามักจะถามความคืบหน้าในการฝึกของลูกชายอยู่เรื่อย ๆ ดูจะพึงพอใจเป็นอย่างมากที่ลูกของเธอกลายเป็นคนขยัน รู้จักฝึกและพัฒนาตนเอง ฐานะจอมเวทเป็นอะไรที่พิเศษมากในสังคมของโลกนี้ และเธอย่อมต้องการให้ลูกชายของเธอได้เป็นจอมเวทที่เก่งกาจและเป็นที่นับถือของผู้คนมากกว่าลูกคุณจากบ้านมีฐานะที่มีดีแค่เงินในกระเป๋าแต่ไม่มีความสามารถอะไรให้เป็นที่พูดถึงอยู่แล้ว

“แต่พูดถึงเรื่องการฝึกของลูกแล้ว แม่ไม่ได้ตามผลการฝึกของพวกลูเซียกับไอช่าเลย ทั้งสองคนเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ?” 

เอลล่าถามด้วยความสงสัย เธอยกหน้าที่สอดส่องดูแลการฝึกของทาสสาวทั้งสองให้เรย์ไปหมดเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนต้นคิดมันแต่แรก เวลามีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ครูฝึกอย่างวีน่าและเมล่าจึงมารายงานกับเรย์แทนจะเป็นกับคุณนายของบ้านอย่างเธอ

“การฝึกของทั้งสองคนเป็นไปได้ด้วยดีครับ ทั้งคุณวีน่าและคุณเมล่าต่างก็ชมมาว่าสองสาวเขามีพรสวรรค์และเรียนรู้ได้เร็วมาก” เรย์สรุปเรื่องง่าย ๆ “จะว่าไปผมยังไม่ได้บอกใช่ไหมครับว่าลูเซียเธอกลายเป็น Tier 2 แล้ว” 

“เอ๋!?” เอลล่ายกมือขึ้นปาก ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ “หนูเอลฟ์คนนั้นกลายเป็น Tier 2 แล้วเหรอเนี่ย ตายแล้วเธอยังเด็กมากเลยไม่ใช่เหรอ? ลูกไม่ได้ล้อแม่เล่นจริง ๆ ด้วยเรื่องพรสวรรค์ของเธอ”

“ผมก็บอกแม่แล้ว” เรย์ว่า “เดี๋ยวอีกสักพักไอช่าก็คงขึ้นเป็น Tier 1 ด้วยเหมือนกัน ถึงตอนนั้นแม่อย่าตกใจล่ะครับ” เขาพูดอวด ๆ

“จ้า ๆ ว่าที่บอดี้การ์ดส่วนตัวของลูกแม่นี่เก่งกันทุกคนเลย” เอลล่ายิ้มขำ ก่อนจะทำสีหน้าล้อเลียนใส่ลูกชาย “ว่าแต่พวกเธอจะเป็นแค่บอดี้การ์ดลูกจริงเหรอ แม่ได้ยินว่าใครบางคนแถวนี้โอ๋พวกเธอน่าดูเลยนี่ มีให้นอนหนุนตงหนุนตักกันด้วย”

“อะแฮ่ม” เรย์กระแอ่มเสียงแต่ยังคงยิ้มได้เหมือนไม่สะทกสะท้าน แม้ว่าคิ้วของเขาจะแอบกระตุกนิด ๆ “เอ...ผมสงสัยจังว่าใครเป็นคนบอกแม่มา หวังว่าคงไม่ใช่ลูกชายหัวหน้าพ่อบ้านเราหรอกใช่ไหมครับ”

“คนเขาเห็นกันทั่วไปหมดลูก ทำไมถึงได้หมายหัวคน ๆ เดียวล่ะ” เอลล่าปิดปากหัวเราะดูชอบใจ ลูกชายเธอเขินแต่ยังทำเป็นนิ่งเก็บอาการ

“ผมแค่เดาครับ ไม่ได้หมายหัวใคร” แต่เจ้าฟินน์ถ้ามันไม่ระวังตัวให้ดี เขาจะไปดักตีหัวมันเข้าสักวันหนึ่ง คอยดูเถอะ

แอ๊ด~

ประตูห้องอาหารเปิดออก เรย์และเอลล่าหันไปมองทางประตูพร้อมกัน แล้วก็พบว่าเป็นรอเรนซ์นั่นเองที่เดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะคุณ”

“สวัสดีครับพ่อ”

ทั้งสองคนทักทายคนที่เพิ่งมา

“สวัสดี รอพ่อนานไหม” รอเรนซ์ยิ้มถามทั้งสอง

“ไม่เลยค่ะ” เอลล่าตอบแล้วก็ทำมือเรียกให้รอเรนซ์มานั่งด้วยกัน

“ผมได้ยินว่าผลสอบผมออกแล้ว ผมได้ที่เท่าไหร่เหรอครับพ่อ” เรย์ถามขณะที่รอเรนซ์เดินมานั่งที่โต๊ะ

“แม่ยังไม่ได้บอกลูกเหรอ” รอเรนซ์เลิกคิ้ว

“แม่เขาอยากรอให้พ่อเป็นคนบอกเองครับ กลัวผมจะไม่ลุ้น” เรย์ตอบพลางก็ทำหน้าเหมือนคนจนใจ

“ลูกสอบได้ที่ 3 ของชั้น และผลเกรดรวมของลูกก็เพิ่มขึ้นมาก เทอมหน้าจะได้ขึ้นห้อง B ถ้าลูกยังรักษามาตรฐานของเทอมนี้ไว้ได้ในเทอมถัดไป เขาว่าปี 2 จะให้ลูกขึ้นไปอยู่ห้อง A” รอเรนซ์บอกเรย์ง่าย ๆ ไม่ยึกยักอะไร

“โอ้ ที่ 3 เลยเหรอครับ” เรย์เลิกคิ้ว แต่ไม่ได้ดูแปลกใจมาก

ตอนสอบมันมีคำถามหลายข้อที่ไม่มีเนื้อหาอยู่ในหนังสือ เขาก็เลยตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง น่าจะเสียไปหลายคะแนนอยู่ เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นความรู้เฉพาะที่พวกครูอาจารย์สอนให้ในชั้น แต่เพราะเขาอยู่ห้อง E ที่อาจารย์ไม่แลเด็กพอ ๆ กับที่เด็กไม่แลอาจารย์ แถมยังไม่ได้ตั้งใจเรียนมาเลยเกือบทั้งเทอม เขาก็เลยพลาดเรื่องพวกนี้ไปและตอบไม่ได้ในตอนสอบ

เรย์มั่นใจในคำตอบของคำถามที่มีเนื้อหาอยู่ในหนังสือ เขาจึงคิดว่าอันดับตัวเองคงไม่ต่ำ แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะได้ถึงอันดับ 3 เหมือนกัน แต่เขาก็แค่แปลกใจนิด ๆ เท่านั้น ไม่ได้เกินคาดอะไรขนาดนั้น

“ดูลูกไม่แปลกใจเลยนะ” เอลล่าเห็นสีหน้าลูกชายแล้วก็เอ่ยออกมา

“ผมก็บอกแม่แล้วไงว่าผมมั่นใจในผลสอบครั้งนี้” เรย์ยกยิ้มส่งไปให้คนเป็นแม่ 

“เชื่อแล้วจ้ะว่าไม่ได้โม้” เอลล่ายกมือขึ้นลูบผมลูกชาย

“พ่อเองก็พอใจกับผลสอบของลูกมากเรย์ ดูเหมือนพ่อคงไม่ต้องหักเงินในบัญชีลูกแล้ว” รอเรนซ์พูดเสริมขึ้นมา

“ฮ่ะฮ่ะ เรื่องอะไรไม่ว่า เรื่องเงินผมไม่ยอมนะครับ ผมบอกเลย” เรย์ว่าเป็นทีเล่นทีจริง

 

- เควส [ พิสูจน์ให้พ่อดูสิ ] สำเร็จแล้ว!

   ผลการประเมินเควส : ยอดเยี่ยม

   รางวัลเควส : +2 INT 

+1 เลเวล Class - นักเรียน

คุณได้รับแต้มค่าสถานะ 5 หน่วย

คุณได้รับ 2 Skill points

คุณสามารถขอรางวัล 1 อย่างจาก รอเรนซ์ พ่อของคุณได้

_____

Class - นักเรียน Level UP!

  Lv.5 > 6      

   +1 INT

   คุณได้รับแต้มค่าสถานะ 2 หน่วย 

   คุณได้รับ Skill point 1 หน่วย

 

อินเตอร์เฟสเด้งเตือนขึ้นมา บอกให้เรย์รู้ว่าเควสของพ่อของเขามันเสร็จแล้ว รางวัลเควสถือว่าไม่เลวเลย ได้ทั้งแต้มค่าสถานะ Skill points เลเวลอาชีพนักเรียน และดูเหมือนจะมีรางวัลพิเศษจากพ่อเขาอีกอย่างหนึ่งด้วย

“เรย์ ลูกทำได้ดีมากในคราวนี้ เพราะฉะนั้นนอกจากพ่อจะไม่หักเงินในบัญชีลูกแล้ว พ่อจะให้รางวัลลูกด้วย มีอะไรที่ลูกอยากได้ไหมตอนนี้” รอเรนซ์ถามกับเรย์ จะให้รางวัลเขาอย่างที่เควสมันแจ้งมาจริง ๆ

“รางวัลเหรอครับ” เรย์ยกมือขึ้นลูบคางตัวเองอย่างครุ่นคิด “งั้นผมขอเป็นให้พ่ออนุญาตให้ผมเข้าไปใช้เวิร์คช็อปของพ่อได้พร้อมกับช่วยสนับสนุนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ผมต้องการใช้แล้วกันครับ” 

“เวิร์คช็อปพ่อ? ลูกสนใจจะเรียนการประดิษฐ์อุปกรณ์มนตราแล้วงั้นเหรอเรย์?” รอเรนซ์ทำหน้าแปลกใจ เขาคอยกล่อมให้เรย์เรียนการประดิษฐ์อุปกรณ์มนตราตามรอยเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เจ้าลูกชายคนนี้ไม่เคยสนใจ

“ครับ พอผมเริ่มเรียนเวทมนตร์อย่างจริงจังแล้ว ผมก็เริ่มสนใจพวกวงจรเวทกับการประดิษฐ์อุปกรณ์มนตราขึ้นมาน่ะครับ อีกอย่างจากการใช้พลังเอ็กซีดของผมตรวจสอบดู ดูเหมือนผมจะมีพรสวรรค์ด้านนี้เหมือนกับพ่อด้วย” เรย์หาเหตุผลมาตอบคนเป็นพ่อไป

“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ งั้นไม่ต้องนับเรื่องนี้เป็นรางวัลหรอกเรย์ พ่อให้ลูกใช้เวิร์คช็อปพ่อได้ตามใจเลย ส่วนของที่ลูกจะใช้ในการฝึกประดิษฐ์ของ ลูกถามเอาจากฟิลิปได้เลย เดี๋ยวพ่อบอกให้เขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้” 

รอเรนซ์บอกลูกชายอย่างอารมณ์ดีเป็นที่สุด เขาอยากให้ลูกชายเจริญรอยตามเขามาตลอด และในที่สุดเขาก็สมหวังแล้ว 

“ลูกยังมีอะไรอย่างอื่นที่อยากได้อีกไหมเรย์” คนเป็นพ่อถามขึ้นใหม่

“ถ้าพ่อไม่นับเรื่องเวิร์คช็อปเป็นรางวัล งั้น...ผมขอติดคำขอนี้ไว้ก่อนแล้วกันครับ ตอนนี้ผมยังไม่มีอะไรอยากได้เป็นพิเศษ ถ้าหลังจากนี้ผมคิดอะไรได้ เดี๋ยวผมจะบอกพ่อนะครับ” เรย์ผลัดเรื่องไป

“เอาแบบนั้นก็ได้” รอเรนซ์ก็ไม่มีปัญหาอะไร

คุยกันเรื่องนี้เสร็จทั้งสามคนก็เรียกเมดให้นำอาหารมาขึ้นโต๊ะ และเริ่มทานอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวแบบที่ไม่ได้ทำมาซะนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งเอลล่าและรอเรนซ์รู้สึกภูมิใจกับลูกชายของพวกเขาในตอนนี้มาก ดูเหมือนว่าการฟื้นกลับมาหลังจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าครั้งนั้นจะเปลี่ยนลูกชายของพวกเขาไปแล้วจริง ๆ และพวกเขาก็ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงนี้ยิ่งกว่าใคร

‘เริ่มต้นได้สวยจริง ๆ แฮะเรา’ ขณะเดียวกันเรย์ก็คิดกับตัวเองดังนั้น

...เขามีสองสาวมากพรสวรรค์เป็นผู้ติดตาม การฝึกของเขาเป็นไปได้ด้วยดี สถานการณ์ห่วย ๆ ในชีวิตเขาก็โดนแก้ไขไปเกือบหมดแล้ว และยังมีเวลาอีก 3 ปีให้เขาเตรียมตัว 

...แผนการเตรียมพร้อมเข้าไปร่วมแจมใน ‘เนื้อเรื่องหลัก’ ของเขากำลังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว