ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่16 พิธีบูชา&การสนทนาที่ชวนน่าสงสัย

ชื่อตอน : บทที่16 พิธีบูชา&การสนทนาที่ชวนน่าสงสัย

คำค้น : ฮาเดส เพอร์เซโฟรี ตำนานกรีก นิยายโบราณ เทพ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 240

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2564 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่16 พิธีบูชา&การสนทนาที่ชวนน่าสงสัย
แบบอักษร

หลังจากมีบทสรุปว่าพิธีบูชาจะถูกจัดขึ้นด้วยวิธีการใดหรืออย่างไร ในที่สุดก็ถึงเวลาช่วงค่ำที่ผู้คนเริ่มนำคบเพลิงมาจุดไว้ตามสถานที่ต่างๆทั่วทั้งเมืองสว่างไสวไปหมด 

"ท่านแม่ ท่านงามมากเลย"ลูกชายและลูกสาวกล่าวชมมารดาที่มีมงกุฏดอกไม้ซึ่งทำมาจากเศษผ้าหลากสีสันประดับประดาไว้บนศีรษะเช่นเดียวกับอิสตรีหลายนางในค่ำคืนนี้

"พวกเจ้าทั้งคู่ก็ดูดีมากๆ..โพรเซอร์ฟิน่าเจ้าได้ยินพวกเขาตื่นเต้นกันใหญ่เลย"

"คิกๆ..ข้าได้ยินแล้ว"นางตอบ ก่อนจะตั้งใจพับเศษผ้าต่อ การมองไม่เห็นนับเป็นอุปสรรคใหญ่ให้เทพีสาวทำงานเชื่องช้าแต่กระนั้นก็เพียงพอสำหรับถักมงกุฏให้เหล่าหญิงสาวที่มาขอได้

"โพรเซอร์ฟิน่าเจ้าพอก่อนเถอะงานใกล้จะเริ่มแล้วนะ"

"ข้าอยากทำเผื่อไว้น่ะแอนนา..อืมเจ้ากับลูกๆไปก่อนเถอะเดี๋ยวข้าตามไป"

"ได้ยังไงกันล่ะ เจ้าจะมองทางเห็นรึหากไม่มีข้าอีกอย่างเจ้าเป็นตัวตั้งตัวตีนะพวกเราจึงมีพิธีบูชานี้ขึ้น"

"แต่ข้าจะทำพวกเจ้าหมดสนุกนะ อีกอย่างวันนี้องค์ราชาอุตส่าห์เลี้ยงอาหารพวกเราเด็กๆคงหิวแล้วมื้อเย็นยังไม่ได้กินเลย ฉะนั้นเอาเถอะไปรอช้าก่อนแค่ลานที่อาณาจักรแห่งนี้ข้าเดินทางมาที่นี่ยังได้ไหนเลยจะไปที่นั่นไม่ได้ล่ะ"

"แต่ว่า"

"อ๊ะๆไม่มีแต่ ขอข้าแต่งตัวชั่วครู่แล้วจะไปตามไป"โพรเซอร์ฟิน่ายื่นคำขาด นางถักดอกไม้ผ้าใส่ตระกร้าไว้เยอะเพื่อแจกจ่ายให้คนที่ไม่มีรวมถึงสำหรับตัวของนางเองด้วย

"เจ้านี่ดื้อด้านจริง เอาเถิดข้ายอมก็ได้ข้าจะรอเจ้าที่งานอย่างไรก็รีบมานะ"

"อื้ม"นางพยักหน้ายิ้มรับ แอนนาเห็นดังนั้นก็พาลูกๆออกไป เพอร์เซโฟนีจึงวางมือหันมาสนใจพยายามจัดแต่งผมของตัวเอง หากแต่แล้วยังไม่ทันเสร็จสิ้นดีนางก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา

"แอนนาเจ้าหลงลืมอะไรหรือเปล่า"นางเอ่ยถาม เจ้าของเสียงฝีเท้านั้นไม่ตอบแต่ตรงเข้ามาโฉบเอาตระกร้าของเพอร์เซโฟนีไป ไม่เว้นแม้กระทั่งมงกุฏของนางด้วย

"เจ้าทำอะไรน่ะ เอาคืนมานะในนั้นมีของข้าด้วย!"นางพยายามร้องบอก มืออีกข้างคว้าชายผ้าหัวขโมยไว้ได้ทันแต่ใครคนนั้นสะบัดแรงจนผ้าขาดและร่างของเทพีสาวก็ล้มฟุบลงไปที่พื้น

"นี่เจ้า!หยุดก่อนสิ"เพอร์เซโฟนีพยายามร้องเรียกแต่คนๆนั้นก็หนีไปแล้ว

ร่างบางพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลแต่แล้วดูเหมือนว่านางจะยังมีโชคอยู่บ้างเพราะมีคนยื่นมือเข้าช่วย

"เจ้าตาบอดรึ?"น้ำเสียงทุ้มปนแหบเอ่ยถามขณะช่วยพยุง เพอร์เซโฟนีลุกขึ้นได้ก็ถอยห่างแล้วรีบกล่าวขอบคุณเขา

"เอ่อ..อืม..ขอบคุณท่านมากนะ"

"วันนี้ทั่วทั้งอาณาจักรจุดไฟสว่างไสวแต่ผู้คนกลับน้อยนัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดกัน"

"วันนี้จะมีพิธีบูชาเทพแห่งยมโลกกับราชินีของพระองค์ทุกคนก็เลยไปรวมตัวกันใจกลางหมู่บ้านน่ะ ท่านไม่ใช่คนที่นี่หรือถึงไม่รู้"

"เอ่อ..ใช่..ข้าพึ่งเดินทางมาเยี่ยมญาติข้าที่นี่ น่าแปลกนะที่อาณาจักรนี้มีงานฉลองเหมือนที่อื่นด้วย"

"องค์ราชาของเราดีใจน่ะเพราะว่าที่นี่พึ่งสามารถปลูกพืชพันธุ์ได้ ทุกคนก็เลยได้ฉลองกันท่านเองก็ลองไปดูสิ"

"อืม..ข้าไม่พลาดแน่ งั้นเจ้ารักษาตัวนะข้าขอตัวก่อน"บุรุษปริศนาคนนั้นสนทนาจบก็จากไป เพอร์เซโฟนีได้แต่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาดแต่แล้วนางก็รีบสะบัดหัวไล่ความคิดเลอะเทอะของตนแล้วรีบคลำทางกลับเข้าไปเตรียมสิ่งของเพื่อตามแอนนาและทุกคนไปยังบริเวณส่วนทำพิธีกรรมให้เร็วที่สุด

. 

. 

. 

"ท่านแม่พี่สาวมาแล้ว!" 

ลูกๆสะกิดแอนนาที่หันมาเห็นสหายคนสนิทก็รีบเข้ามาพยุงตัวนางทันที

"โพรเซอร์ฟิน่าไฉนจึงช้านัก แล้วไหนตระกร้าดอกไม้ของเจ้าล่ะ"

"มีคนมาขโมยไปแต่โชคดีที่ไม่ได้ทำอะไรข้า"

"แย่จริง!มีหัวขโมยด้วยรึ เจ้านะเจ้าข้าบอกแล้วให้มาพร้อมกันทำไมจึงดื้อรั้นนักดีนะที่เจ้าปลอดภัย แต่ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าอีกแล้ว"

"ได้ๆวันนี้เป็นวันดีเจ้าอย่าบ่นข้าเลยแอนนา ช่วยบอกข้าทีว่างานที่นี่สวยหรือไม่"

"สวยมากๆเลย มีไฟจุดสว่างไสวทุกคนถือดอกไม้และของบูชา มีกองไฟใหญ่อยู่ตรงกลางรอบนอกมีอาหารและสุราหมักที่ทุกคนเอามา บอกตามตรงนะข้าไม่ได้เห็นงานรื่นเริงแบบนี้มานานแล้ว ปกติจะมีการบูชายัญข้าเป็นห่วงเด็กๆจึงไม่พาพวกเขามาเห็นภาพน่ากลัวแบบนั้น"

"นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะแอนนา ข้าเชื่อว่าหลังจากนี้เมื่อที่นี่มีพืชพันธุ์สมบูรณ์ทุกคนจะเริ่มเปลี่ยนแนวคิดแล้วหันมาบูชาในสิ่งที่ถูกต้อง"เทพีสาวพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข ในหัวพยายามวาดและจินตนาการภาพสถานที่แห่งนี้อยู่เพียงลำพัง กระทั่งมีเสียงกลองและขบวนอาชาเคลื่อนตัวเข้ามาทุกคนก็หยุดบรรเลงร้องรำทำเพลงแล้วยืนขึ้นต้อนรับกษัตริย์ที่เสด็จมาของพวกเขา

"แอนนาองค์ราชามาแล้วหรือ"

"ใช่..อิสตรีสูงศักดิ์คนนั้นก็มาด้วยแต่เอ๊ะ!นั่นมันมงกุฏดอกไม้จากผ้าที่เจ้าทำนี่นา เหตุใดนางและพวกของนางจึงมีด้วยล่ะ ข้าไม่เห็นนึกออกว่าคนพวกนั้นมาเอาไปตอนไหน"แอนนาแอบซุบซิบด้วยความสงสัยพลางมองมงกุฏของเมไลน่าที่แม้จะมีไข่มุกประดับเพิ่มให้ดูหรูหรา แต่ดูฝีมือการพับอย่างปราณีตนั้นก็พอรู้ว่าเป็นฝีมือโพรเซอร์ฟิน่าทำ

ทั้งคู่ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้อย่างนั้น ทางด้านพลูโตเมื่อถึงลานพิธีเขาก็ได้ยกมือเป็นเชิงว่าให้ทุกคนตามสบาย แล้วเชิญชายชราผู้หนึ่งซึ่งเป็นโหราจารย์และนักปราชญ์มาเป็นผู้เริ่มพิธีในครั้งนี้

"ทุกคนจงคุกเข่าลงซะเพื่อให้เกียรติและแสดงถึงความนอบน้อมต่อเทพผู้เป็นจ้าวแห่งความตายทั้งปวง"ท่านนักปราชญ์ออกคำสั่ง เหล่าทหารและชาวบ้านรีบคุกเข่าเว้นเพียงผู้ทำพิธี กษัตริย์และอิสตรีชนชั้นสูงอย่างเมไลน่า

"ข้ารู้สึกเป็นเกียรติจริงๆนะที่ได้อยู่ที่นี่แล้วทำพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้เคียงข้างท่าน..รู้สึกดียิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของอิสตรีเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ว่าข้าคือราชินีของจ้าวแห่งความตาย"

"หากเจ้าอยากเป็นราชินีแห่งนรกโลกันต์เช่นนั้นเจ้าก็คงต้องตกนรกด้วยกระมัง"

"ก็ไม่เห็นจะเสียหายตราบใดที่ได้มีพลังอำนาจและได้อยู่เคียงข้างบุรุษรูปงามเช่นท่าน"

"ข้าไม่ใช่เทพเสียหน่อย อีกอย่างเทพมีอายุหลายพันปีบางทีเขาอาจจะเป็นชายชราแล้วก็ได้"พลูโตกล่าวจบก๋กระตุกยิ้มแล้วหันกลับไปฟังนักปราชญ์ท่องบทสวดปล่อยเมไลน่าให้มองเขาแล้วลอบยิ้มอยู่เพียงลำพัง

นางเข้าใจดีว่าเขาคนนี้มีเสน่ห์ในตัวเองมากเพียงใด มันมากพอกว่ามหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรู้จัก เพียงแค่เขาตัดทอนตัวเองไม่พบปะผู้ใดจึงมีน้อยคนนักที่จะได้พบรูปโฉมเขา

'ยามเป็นผู้มีพลังอำนาจ ท่านคงไว้ซึ่งผิวขาวซีดแลอาภรณ์ดำสนิทรายล้อมด้วยบริวารที่น่าเกรงกลัว ทว่าตอนนี้ท่านทรงจำแลงเป็นมนุษย์ สีผิวบ่มแดดและไออุ่นจากกายกำยำนั้นของท่าน มันจะเรียกร้องอิสตรีให้อยากใคร่เข้าหา แม้นตัวข้าเองก็ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะปรารถนาอยากนั่งบนตักของท่านถึงเพียงนี้' 

เมไลน่าแอบครุ่นคิดอยู่ภายในใจก่อนจะเหลือบมองไปยังอิสตรีที่นั่งปะปนอยู่กับพวกมนุษย์ ท่ามกลางเสียงสวดมนต์บูชาในขณะเดียวกันทุกคนก็กำลังตั้งจิตอธิษฐานถึงเทพที่ศรัทธา จวบจนเวลาผ่านไปไม่นานถ้วยที่บรรจุเลือดสำหรับบูชาก็ถูกส่งมาให้พลูโตเทราดลงไปยังกองไฟทันที

"ขอเชิญท่านหญิง"นักปราชญ์ผายมือให้เมไลน่าเดินเข้ามาเคียงข้างพลูโต นางหันไปหยิบถ้วยซึ่งน่าจะบรรจุต้นอ่อนเมล็ดพันธุ์พืชและดอกไม้เสมือนขึ้นมาถือไว้ ทุกคนต่างจับจ้องการกระทำของนางเป็นตาเดียวและแน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ผิดหวังทันทีที่นางหยิบของในถ้วยนั้นโยนเข้ากองไฟ กลีบกุหลาบสีแดงทั้งหลายก็มอดมลายไปในทันที

"เจ้า!"พลูโตหันมาทำตาขวางอย่างตกตะลึง เขาเห็นทันว่านั่นไม่ใช่กลีบกุหลาบเสมือนแต่เป็นกลีบกุหลาบของจริง แล้วนางไปเอามาจากที่ใด!

"ตกใจอะไรเพคะ หม่อมฉันแค่เห็นดอกกุหลาบในสวนหลวงนั้นงามตาดีจึงได้เด็ดมาหกดอกสำหรับบูชาโดยเฉพาะ"เมไลน่าแสร้งตีสีหน้าไม่รู้ พลูโตเหฌนแบบนั้นก็กัดฟันแน่น หากไม่ติดว่าราษฎรกำลังมองมาทางพวกเขาอยู่ล่ะก็

เรื่องที่นางกระทำโดยพละการแบบนี้เขาไม่ปล่อยเอาไว้แน่! 

"เจ้ากล้าดีอย่างไรไปแตะต้องของที่ไม่ใช่ของตน"

"ฝ่าบาทจะขุ่นเคืองไปใยกับแค่ดอกไม้ไม่กี่ดอกที่ปลูกเมื่อไหร่ก็ได้ นี่เป็นการบูชาเทพศักดิ์สิทธิ์ดอกไม้ควรใช้ของจริงเพื่อแสดงถึงความศรัทธา หรือถ้าฝ่าบาทไม่พอพระทัยจริงๆหม่อมฉันจะปลูกมาถวายให้เพคะ"

"ข้าไม่ต้องการ"

"ฝ่าบาทโกรธเคืองหรือเพคะ ทำอย่างกับว่าดอกไม้สั่นสำคัญ"

"ทุกอย่างถ้าเป็นของของข้าล้วนาสำคัญทั้งหมด ข้าให้เจ้าอยู่ที่นี่หาใช่ให้มาก้าวก่ายอะไรที่เป็นของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต หากคราวหน้าเจ้าทำอะไรเช่นนี้อีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าก็แล้วกัน"

"เพคะ หม่อมฉันจะจำใส่ใจ"เมไลน่ารับปากไปแบบนั้นแต่พลูโตกลับเฉยชาทำท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจเป็นการใหญ่ เขาดูจะโกรธเคืองมากไม่รู้ว่าเพราะหวงดอกไม้นี่หรือหวงสิ่งอื่นใดกันแน่

เมื่อกษัตริย์และสตรีชนชั้นสูงนำสิ่งของบูชาเทใส่กองไฟศักดิ์สิทธิ์จนหมด คราวนี้ก็ถึงตาผู้คนนำของเล็กน้อยตัวแทนความศรัทธามาใส่ไว้ในกองไฟแล้วเริ่มต้นขับร้องประสารเสียงจัดงานเลี้ยงสังสรรสนุกสนาน ในส่วนของกษัตริย์ก็มีมุมดื่มแยกย่อยออกมาแม้เจ้าตัวจะไม่อยากอยู่ในงานเลี้ยงแต่การมีส่วนร่วมกับคนปกครองก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ

"ไวน์องุ่นนี่รสเลิศจริงจ้าอุตส่าห์พกมา ฝ่าบาทสนใจหรือไม่"เมไลน่าหยิบขวดไวน์ขึ้นมาอวดแต่พลูโตก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง เขากระดกสุราที่หมักเองภายในอาณาจักรขึ้นดื่มทำให้นางรู้สึกอับอายพวกคนรับใช้คนสนิทเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเมื่อเห็นว่าเขากล้าเมินเฉยนางก็พยักหน้าให้คนของนางไปพาตัวใครบางคนมาซึ่งก็คือแอนนาและโพรเซอร์ฟิน่านั่นเอง

"พวกเจ้าจัดที่ให้นางนั่งสิ"เมไลน่าสั่งคนรับใช้ให้นำลังไม้มาให้สองสาวนั่งแยกออกมา เพราะพวกนางเป็นสามัญชนนั่งร่วมโต๊ะกับกษัตริย์ไม่ได้ การกระทำของนางทุกอย่างล้วนมีจุดประสงค์และในตอนนี้แม้แต่พลูโตเองก็ต้องเหลือบมองดูว่านางจะทำอะไร

"ขะ..คือว่าเป็นเกียรตินักที่ท่านหญิงเชิญพวกเรามา"แอนนาทำท่าทีเกร็งๆแม้เมไลน่าจะยิ้มให้ทั้งคู่ก็ตาม

"เผอิญข้ามีเรื่องจะเสวนากับพวกเจ้าน่ะ อย่างไรเราก็เคยพูดคุยกันแล้วข้าก็มีไวน์รสเลิศจากโรมานซ์หลวงติดตัวมาด้วย พวกเจ้าลองชิมสิ"สิ้นคำสั่ง นางรับใช้ก็ยำแก้วที่ทำมาจากทองคำส่งให้สองสาว ลูกๆถูกจับแยกไปนั่งกินขนมหรูหราอยู่ใกล้ๆ

"ท่านหญิงมีเมตตาแก่พวกเรามากจริงๆแต่ข้าอยากรู้ว่าท่านหญิงมีเรื่องอะไรอยากเสวนากับพวกเรารึเพคะ"เพอร์เซโฟนีเริ่มเปิดบทสนทนา นางรู้สึกตะหงิดใจว่าอิสตรีนางนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่

"เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเจ้าตั้งหาก การกระทำของเจ้าตอนที่โต้เถียงกับบุรุษอย่างชาญฉลาดเป็นภาพหายากยิ่งนัก"

"หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจโต้เถียงเพียงแค่ตั้งข้อสงสัยแล้วจึงต้องการคำตอบ เคยมีคนบอกหม่อมฉันว่าหากเกิดความสงสัยในสิ่งใดแล้วต้องการได้คำตอบที่สมควรที่สุด ให้ลองตั้งคำถามแล้วหาคำตอบไปในคราวเดียวกัน ไม่ว่าสุดท้ายคำถามหรือคำตอบนั้นจะเป็นสิ่งที่เราปรารถนาจะฟังหรือไม่ แต่หลังจากคำตอบที่ทำให้เราคลายข้อสงสัยได้จนไม่มีคำถามอื่น..นั่นคือคำตอบที่แท้จริง"เพอร์เซโฟนีพูดไปก็คืดถึงฮาเดสไปพลาง ยอมรับเลยว่าเมื่อนึกย้อนกลับไปในวันวานผู้เป็นสามีก็ได้สอนหลายสิ่งหลายอย่างที่พรของมารดาไม่สามารถประทานพรให้ได้หมด การคิด การตัดสินใจ การดำเนินชีวิต ความจริงในโลก กิเลส ราคะ ความรัก ความลุ่มหลง ความทรมาณและความเจ็บปวด ทุกสิ่งทุกอย่างที่มารดาเคยปิดกั้นปกป้องนางเอาไว้ เขาคือคนที่สอนให้นางรู้จักและสอนให้รู้ว่าเมื่อต้องเผชิญหน้าควรทำเช่นไร ความทุกข์ระทมของออฟิอุสผู้บรรเลงบทเพลงถึงคนรักที่จากไป นั่นคือวงเวียนชีวิตที่เป็นบทเรียนความรักอย่างถึงที่สุด แม้ตอนนี้เสียงเพลงถึงคนรักครั้งสุดท้ายของเขาก็ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจราชินีแห่งยมโลกไม่เคยลืมเลือน

"เพราะแบบนั้นหม่อมฉันจึงนึกเรื่องของราชินีแห่งยมโลกขึ้นมาได้เพคะ"

"เรื่องตำนานคู่ครองนั้นข้าก็พอรู้อยู่นะ เจ้าว่าเทพแห่งยมโลกรักและเคารพชายาของตนมากนั่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่"

"เท่าที่หม่อมฉันรู้เป็นเช่นนั้นเพคะ ทว่าตำนานก็มีหลายบทบาทต่างกันออกไป ถึงอย่างไรสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปก็คือจ้าวแห่งความตายไม่เคยมีราชินีคนอื่นอีกเลยนับจากนั้น แม้วิธีการของเขาในยามแรกพบจะไม่ถูกต้องนักแต่เทพผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่ายุติธรรมที่สุดกระทำการในสิ่งผิด มองในด้านศีลธรรมเขาทำผิดบาปอย่างมาก แต่มองในด้านความรักความจริงใจความรู้สึกของเขาเป็นสิ่งเที่ยงแท้ที่มอบให้ราชินีของตน"

"คิกๆความเที่ยงแท้ใช่ว่าจะจีรังยั่งยืนเสียเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเข้าไปอ่านตำราบทไหนจึงปักใจว่าความรักของเทพองค์นั้นมีให้นางคนเดียว ไม่รู้ว่าเจ้าจะเคยได้ยินเรื่องการกำเนิดของต้นมิ้นต์เหมือนข้าไหม"

"จุดกำเนิดที่ของต้นที่ให้ความสดชื่นชั่งทุกข์ระทมนัก เทพอย่างไรก็เสมือนบุรุษที่สามารถพบรักแท้ไปได้เรื่อยๆ แต่น่าเสียดายที่ราชินีคนดีคนนั้นหากข้าจำไม่ผิดนางสาปนิมฟ์นางหนึ่งให้สิ้นชีพไป เจ้าเคยได้ยินเรื่องนี้บ้างหรือไม่"

"แน่นอนเพคะ เป็นเรื่องน่าเศร้าของนิมฟ์นางนั้นแต่คิดกลับกันก็ชั่งสอนใจสตรีดีเหลือเกิน สตรีมีหัวใจที่ควรค่าแต่ไม่ใช่การละทิ้งศักดิ์ศรีของตนไปกับผู้ที่แต่งงานแล้วเพราะนั่นคือทำบาปและทำร้ายสตรีด้วยกันเอง ไม่ว่าบุรุษและสตรีล้วนตกอยู่ใต้ราคะกันทั้งนั้นแต่การยับยั้งชั่งใจการแน่วแน่ในความประพฤติตลอดชีวิตสมรสคือสิ่งที่เรื่องนี้อาจต้องการให้เป็นบทเรียนก็ได้ ไม่รู้สิเพคะหม่อมฉันลองคิดอย่างขบขันก็รู้สึกว่าโชคดีแล้วที่นางไม่เจอราชินีแบบเทพีแห่งโอลิมปัส แต่ว่าก็ไม่แน่หรอกเพคะราชินีแห่งยมโลกก็ไม่ใช่ใจกว้างอะไรนักอาจจะมีตำนานแบบนี้เกิดขึ้นมาอีกก็ได้"เพอร์เซโฟนีพูดจบก็กระดกไวน์แก้วไวน์ขึ้นดื่มท่าทางสบายใจ เมไลน่าเห็นนางมีความมั่นใจก็คิดจะจิกกัดนางไม่ปล่อย

"แหม่..เจ้านี่มีวาจาฉะฉานดูก็รู้ว่าเป็นสตรีที่มีความรู้พอสมควร เอาเถิดอย่างไรก็ต้องขอบคุณเจ้าสำหรับดอกไม้จากเศษผ้าให้ทุกคนในอาณาจักรนี้ และขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับดอกกุหลาบในสวนเป็นเพราะเจ้าเราจึงได้สิ่งที่ดีที่สุดมาบูชา หวังว่าเจ้าจะไม่เคืองโกรธที่ข้านำดอกไม้เหล่านั้นโยนเข้ากองไฟไปแล้ว"สิ้นคำของเมไลน่า เทพีสาวก็ดูจะชะงักไปชั่วครู่เพราะดอกไม้เหล่านั้นนางมอบให้พลูโตไปก็หวังว่าเขาจะดูแลรักษาดอกไม้อันกำเนิดมาจากหยดโลหิตของนาง แต่ทำไมอิสตรีที่กำลังพยายามพูดจาข่มนางเหมือนรู้อะไรบางอย่างจึงกล้าถือวิสาสะเอามา มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง!

"ข้านับถือเทพแห่งโลกันต์อย่างสุดหัวใจ ข้านับถือและศรัทธาเป็นอย่างมากหากองค์ราชายินยอมให้สันเป็นเครื่องบูชาข้าก็ไม่ขัดอะไร"นางพยายามตอบอย่างใจเย็น เมไลน่าก็ยังจะไม่เลิกรังควานเผอิญพลูโตขัดขึ้นมากลางบทสนทนาเสียก่อน

"หากพวกเจ้าต้องการจะเสวนากันต่อก็ตามสบาย เอลัมเจ้าจะอยู่สังสรรก็ได้แต่ข้าจะกลับ"

"กระหม่อมพร้อมติดตามฝ่าบาทพะยะค่ะ"เอลัมรีบทำสัญญาณมือส่งบอกเหล่าทหารที่กำลังสังสรร ขณะเดียวกันเด็กสองคนก็อิ่มพอดีแอนนาจึงเตรียมจะพากลับด้วย

ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันกลับไปตามทางของตนโดยไม่ทันรู้ตัวว่าการกระทำทุกอย่างของพวกเขาในค่ำคืนนี้ล้วนตกอยู่ในสายตาของคนในเงามืดที่ยืนนิ่งไม่สุงสิงกับใคร

แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนในอาณาจักรแห่งนี้และไม่ใช่มาที่นี่โดยไร้ซึ่งจุดประสงค์ใดแน่! 

.

.

.

รุ่งเช้าวันต่อมา 

แอนนาและเพอร์เซโฟนีพากันเข้าวังมาทำสวนตามปกติแต่วันนี้กลับเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ทั้งสองหว่านลงดินไว้ในสวนถูกทำลายจนเละเทะไปหมด เมล็ดพันธุ์พิเศษยับเยินเสียหายโดยที่ไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์นี้มาก่อน

"ใครกันนะชั่งกล้าทำแบบนี้ พวกเราตั้งใจทำกันแทบตายดูผลสุดท้ายของมันสิ!"แอนนาโวยวายอย่างเจ็บใจ ส่วนเทพีสาวก็ได้แต่ลอบถอนหายใจรู้ในใจลึกๆว่าใครน่าสงสัยแต่จะไปกล่าวโทษก็ไร้หลักฐาน

"จิตใจของมนุษย์ที่มีความอิจฉาริษยาครอบงำไม่เคยส่งผลดีกับใคร ตั้งแต่เกิดและเติบโตมาข้าได้เผชิญมันกับตัวเองก็ครานี้"

"แล้วพวกเราจะทำอย่างไร เมล็ดพันธุ์ที่มีของเจ้าก็ใกล้หมดแล้ว"

"ลองขอท่านเอลัมดูเขาอาจจะช่วยเราได้"

"ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาไม่อยู่ออกไปตรวจตรานอกอาณาจักรน่ะสิ"แอนนาพูดไปอย่างกลัดกลุ้ม ไม่นานเหล่านางรับใช้ก็เข้ามาบอกว่าลูกชายของนางป่วยทำให้นางต้องรีบกลับไปดู ทำให้เหลือเพียงเพอร์เซโฟนีที่ต้องรอพลูโตกลับมาจากการตรวจตราเพียงลำพัง นางนั่งนิ่งอยู่ในสวนบอกนางรับใช้ว่าถ้าองค์ราชากลับมาให้มาตามแต่พอเมไลน่ารู้ก็แกล้งใช้นางรับใช้คนนั้นไปที่อื่นทำให้จนฟ้ามืดเพอร์เซโฟนีที่ไม่รู้ก็ได้แต่รอ กระทั่งผล็อยหลับไปในสวนนั่น

ทางด้านพลูโตกับเอลัม สองคนนี้ออกไปจรวจตราเผลอเจอกับทหารสอดแนมของไพทอสโดยบังเอิญ ทั้งสองกลุ่มประมือกันอย่างไม่มีใครยอมใครแต่ทหารของอีกฝ่ายทำท่าเหมือนรู้ทางว่าจะเกิดการต่อสู้กันจึงเตรียมทหารมาดักรอมากกว่าแต่ด้วยความเก่งกาจพลูโตก็ทำลายกองทหารของไพทอสลงไปได้เสียอย่างเดียวคือเขาเองพลาดท่าบาดเจ็บไม่ได้สติ เอลัมและทหารจึงรีบนำตัวกษัตริย์ของตนกลับเข้าวังมารักษาตัวสร้างความแตกตื่นให้ทุกคนในพระราชวังและเสียงโวยวายนั้นก็ปลุกให้เทพีสาวรู้สึกตัวขึ้นมาทันที

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย..แล้วนี่ข้าหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว"เพอร์เซโฟนีรีบพยุงตัวลุกขึ้นใช้ไม้นำทางเดินเข้ามาในวังจนมีทการคนหนึ่งคนสังเกตเห็น

"นี่เจ้าเป็นใครจึงมาอยู่ตรงนี้ได้!"

"ขะ..ข้าเป็นคนสวนขององค์ราชาน่ะข้ารอพบพระองค์เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นในสวน เจ้าเห็นเขาบ้างไหม"

"ข้าว่าเจ้ากลับไปดีกว่าองค์ราชาเจอกบฎตอนนี้ตอนนีเบาเจ็บสาหัสแม้แต่หมอหลวงก็กำลังเร่งรักษาอยู่"

"อะไรนะ!"เพอร์เซโฟนีอุทานหัวใจสั่นวูบลงไปทันที หากพลูโตตายไปนางต้องใช้เวลาตามหาเขาอีกกี่สิบปีจึงจะได้พบอีกครั้ง ฉะนั้นครั้งนี้นางจึงทำใจให้เขาตายไม่ได้แต่สภาพนางตอนนี้จะช่วยเหลือเขาอย่างไรพลังก็ไม่มีแถมยังตาบอดอีก คิดสิคิด!

"จริงด้วย เรื่องพืชสมุนไพรข้าบุตรีของท่านแม่หากข้ารู้ชนิดพิษอาจจะช่วยเขาได้ถึงเสียพลังไปแต่ควาทรู้ของท่านแม่ที่ให้ข้ายังอยู่"เทพีสาวคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งตะโกนหาคนพาไปยังห้องรักษาอาการของกษัตริย์หนุ่ม ที่แรกไม่มีใครกล้าพานางไปนักแต่เมื่อนางอ้างว่าอาจจะรักษาได้บวกกับความฉุกระหุกจึงมีคนพานางไปแม้สุดท้ายจะมาติดทางหมอหลวงที่เดินคอตกออกมาก็ตามที

"เจ้าพาใครมา"หมอหลวงหันมาถามทหารที่พาเพอร์เซโฟนีเข้ามาในเขตการรักษาส่วนตัว

"คือท่านหมอหลวงนางผู้นี้อ้างว่ามีวิชาความรู้สามารถช่วงองค์ราชาได้"

"เหลวไหล!ขนาดข้าเป็นหมอหลวงที่สืบทอดต่อกันมากี่ชั่วอายุคนยังไม่เคยเห็นพิษชนิดนี้มาก่อน คงต้องให้เวลาข้าศึกษาสักพัก"

"จะรอขนาดนั้นได้ยังไงให้ข้าเข้าไปเถอะนะ ข้าอาจช่วยได้"

"สภาพอย่างเจ้าน่ะรึ!"

"อย่างข้าแล้วยังไงชีวิตของราชาไม่สำคัญรึ หากไม่ไว้ใจก็ทดสอบข้าได้ข้ามีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี"เพอร์เซโฟนีพูดด้วยท่าทางมั่นใจ หมอหลวงลังเลจึงนำยาของตนขึ้นมาให้นางทดสอบว่าคือยาอะไรมีส่วนผสมอะไร เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งเพราะนางมองไม่เห็นแต่แค่ดมกลิ่นก็สามารถตอบได้ทุกบททดสอบ ดังนั้นทุกคนจึงยอมให้นางผ่านเข้ามาโดยพามานั่งข้างเตียงที่มีร่างของพลูโตนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่

"ฝ่าบาทบาดเจ็บจากการต่อสู้แต่ก็โดนพิษบางอย่างสังเกตจากลำคอที่เกิดเขียวช้ำคาดว่ารอยช้ำนี้ทำให้เกิดการรักษาตัวที่ช้าลงไปมาก เจ้าว่าเจ้าเก่งนักลองบอกมาสิว่ามันเป็นพิษชนิดใด"หมอหลวงพร้อมทั้งเหล่าทหารพากันจดจ้องเพอร์เซโฟนีที่หน้าซีดตัวสั่น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งคือสิ่งที่ไม่ค่อยคุ้นชินนักทว่ามันสร้างความตื่นตะหนกให้หัวใจมากเป็นเท่าทวีคูณ ทั้งหมดนั้นก็เพราะผู้ที่นอนอาบโลหิตนี้คือร่างสามีของนางเอง

"ฮาเดสท่านอย่าตายนะ"นางพึมพำพลางค่อยๆสัมผัสใบหน้าแล้วโน้มตัวลงไปสูดดมกลิ่นพิษบริเวณริมฝีปาก ทุกคนบอกว่ามีรอยเขียวคล้ำตรงลำคอต้องเป็นพิษชนิดใดจึงถูกสัมผัสจากที่อื่นแต่มาปรากฏตรงลำคอได้

"..นากินี.."

************* 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว