ainfriend

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 หึง...ไม่รู้ตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 หึง...ไม่รู้ตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2559 08:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 หึง...ไม่รู้ตัว
แบบอักษร

ตอนที่ 11 หึง...ไม่รู้ตัว

ฟาติน่าย้ายมาพักที่บ้านของอัลเฟรสได้ สามวันแล้ว เธอจะออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านของเขาในตอนเช้า เพราะที่นี้ปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ มีทั้งที่เธอเคยเห็นและไม่เคยเห็น กลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้เธอรู้สึกสดชื่น

“หอมจัง” เธอดมกลิ่นดอกกุหลาบสีขาว

“ชอบดอกไม้เหรอ เรานะ” อัลเฟรสยืนมองเธอได้สักพักหนึ่งแล้วเอ่ยถาม

“ค่ะ” เธอตกใจเล็กน้อย

“....”อัลเฟรสยิ้มให้เธอ แล้วเดินไปหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ มาตัดก้านดอกกุหลาบสีขาว “พี่ให้” เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ

“เอ่อ... ขอบคุณค่ะ” เธอรับดอกกุหลาบมาจากเขา แต่ก็ต้องก้มหน้าหลบสายตาหวานที่เขาส่งให้เธอ

“ไปทานอาหารเช้ากันเถอะ แม่บ้านคงเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว” เขาจับมือเธอเดินเขาบ้านไปด้วยกัน

“...” ฟาติน่าพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เขินอย่างเดียวกับการกระทำของเขา

คืนนั้นมีลมพายุแรง ฝนตก ฟ้าร้อง อัลเฟรสที่กำลังจะเข้านอนก็ได้ยินเสียงหญิงสาว กรี๊ดร้อง เขาจึงรีบวิ่งไปที่ห้องของหญิงสาว แล้วเคาะประตู

“ติน่า เปิดประตูให้พี่หน่อย” อัลเฟรสบอกให้เธอเปิดประตู แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะเปิด เขาจึงบิดลูกบิดประตู ซึ่งเธอไม่ได้ล็อคประตู เขาจึงเปิดประตูเข้าไป

อัลเฟรสเข้าไปในห้องเห็นฟาติน่านั่งอยู่บนเตียง ตัวสั่น ยกมือปิดหูด้วยความกลัว เวลามีเสียงฟ้าร้องเธอก็ กลัวจนร้องกรี๊ดออกมา

“ติน่า เป็นอะไรหรือป่าว” เขาเข้าไปกอดเธอ “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่ไม่ต้องกลัวอะไร”

“ติน่ากลัว เสียงฟ้าร้อง” เธอกอดเขาตอบด้วยความกลัว

“ไม่เป็นไรแค่เสียงฟ้าร้องเอง” อัลเฟรส ยกมือขึ้นลูบหัวติน่าด้วยความเอ็นดู และจูบหน้าผากเธอเพื่อให้เธออุ่นใจ เขาจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ ติน่าก็กลัวเสียงฟ้าร้อง ไม่คิดว่าตอนนี้โตแล้วเธอยังจะกลัวเสียงฟ้าร้องเหมือนเดิม

อัลเฟรสปลอบฟาติน่าได้สักพัก เธอก็หลับไปในอ้อมกอดของเขา ตอนนี้ฟ้าเริ่มหยุดร้องแล้ว จะมีก็แต่พายุฝนที่ตกลงมา อัลเฟรสจึงเอนตัวลงนอนบนเตียงนอนของฟาติน่า โดยแขนเขายังโอบกอดเธอไว้ให้นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ฟาติน่าเองก็นอนซุกตัวในอ้อมกอดของอัลเฟรส เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมนี้

อัลเฟรสตื่นขึ้นมาตอนเช้า สายตามองที่ฟาติน่าที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ

สักพักฟาติน่าก็ค่อยขยับตัวเหมือนกำลังจะตื่น เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

“พี่อัล” ฟาติน่าเงยหน้ามองอัลเฟรส

“มอนิ่งครับ” เขายิ้มให้

“เช้าแล้วนี่” เธอตกใจที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา และกลัวว่าถ้ามีใครมาเห็นว่าเขาอยู่ในห้องกับเธอ “ปล่อยเถอะค่ะพี่อัล”

“เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบลุกไปไหน พี่ยังอยากนอนกอดติน่าอยู่นี่” เขารั้งเธอเข้ามากอดให้แน่นขึ้น ไม่ให้เธอลุกหนีไปได้

“แต่นี่มันเช้าแล้วนะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นจะเป็นเรื่อง” เธอพยายามแกะแขนของเขาออก

“ไม่เป็นไรหรอกนะครับ ให้พี่นอนกอดต่อนะ”

“ติน่าจะไปอาบนำแล้วค่ะ วันนี้ติน่าต้องกลับบ้านแล้ว” เธอบอกเขา

“ยังไม่กลับไม่ได้เหรอ” เขาอ้อน

“ไม่ได้หรอกค่ะ ติน่ามาหลายวันแล้ว เดี๋ยวแม่เป็นห่วง” เธอบอก“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ” เธอพูดเมื่อเห็น หน้าตาหล่อเหลาของเขาบิดเบี้ยวเมื่อถูกขัดใจ

“งั้นเดี๋ยวพี่อาบน้ำให้” เขาลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำ ผสมน้ำในอ่างให้เธอ

“พี่อัลออกไปได้แล้วค่ะ ติน่าอาบเองได้” เธอจับเข้าหันหน้าไปทางประตูแล้วดันหลังเข้าให้ออกไปจากห้องน้ำ แล้วล็อคประตูทันที

อัลเฟรสหันหลังมายิ้มให้กับประตูห้องน้ำที่ปิดลง แล้วเดินไปห้องของเขาเพื่ออาบน้ำแต่งตัว

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ อัลเฟรสจึงพาฟาติน่าไปส่ง โดยเขาอาสาไปส่งเธอถึงบ้านที่มิลาน ซึ่งขับรถไม่ไกลนัก ส่วนเขาเองก็เก็บกระเป๋าออกจากบ้านพักมาใส่ในรถเหมือนกัน เขาตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองมิลาน เพื่อจะได้อยู่ใกล้กับฟาติน่าให้มากขึ้น

***************

ตั้งแต่วันที่หมอบอกฟรานเชสโก้ว่า มีโอกาสที่จะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง เขาก็ตั้งใจและมุ่งมั่น บวกกับการเคี้ยวเข็นของเอเดรียน่า เขาก็ทำกายภาพทุกวัน ล่าสุดที่หมอนัดไปดูอาการบาดเจ็บข้อเท้า อาการของเขาก็ดีขึ้น

ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เอเดรียน่าก็ดูแล ฟรานเชสโก้และแฟรงคลินอย่างดี ทำให้เขาได้เรียนรู้นิสัยใจคอของเอเดรียน่ามากขึ้น ส่วนแฟรงคลินตอนนี้ก็ติดเอเดรียน่ายิ่งกว่าเขาเสียอีก

“วันนี้เพื่อนฉันจะมาหาทที่บ้านนะ” ฟรานเชสโก้บอกเอเดรียน่าระหว่างกินอาหารเช้า

“แล้วไง” เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะบอกเธอทำไม ก็มันบ้านของเขาใครจะมาจะไปเธอคงไม่จำเป็นต้องรู้

“เธอช่วยเตรียมอาหารเย็นให้เพื่อนฉันด้วยแล้วกัน” เขาบอก

“กี่คนค่ะ” เธอถาม

“สองคน” เขาตอบ

“ใครจะมาบ้านเราเหรอคับแด๊ดดี้” เด็กชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาถาม

“ลุงหลุยส์กับลุงรอนนะลูก” เขาบอกลูกชาย แต่สายตาหันไปมองเอเดรียน่า “แล้วเธอวันนี้แต่ตัวอะไรของเธอเนี้ย” เขารู้สึกไม่พอใจที่เห็นเธอใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น เพราะไม่อยากให้ใครมองเธอนอกจากเขา

“ปกติฉันก็แต่งแบบนี้ออกจะบ่อย นายเป็นอะไรมากหรือป่าวเนี้ย” เธอถาม

“วันนี้เพื่อนฉันจะมา เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยนะ แต่ตัวให้มิดชิดด้วย” เขามองเธอย่างเอาเรื่อง

“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเปลี่ยนให้ค่ะ” เธอตอบแบบไม่ค่อยพอใจนักที่เขาบังคับแต่ก็ไม่อยากทะเลาะด้วย

เม่อถึงเวลาที่ หลุยส์และรอนเพื่อนของฟรานเชสโก้มาที่บ้าน ฟรานเชสโก้ก็ชวนเพื่อน ๆ ไปนั่งคุยกันที่ริมสระน้ำ เอเดรียน่าก็ให้แม่บ้านยกของว่างไปให้พวกเขา แฟรงคลินเองก็ไปเล่นอยู่กับเพื่อนของฟรานเชสโก้

“มามี๊จะไปไหนคับ” เด็กชายที่เห็นเอเดรียน่าเดินผ่านไป จึงตะโกนถามเธอ ทำให้ ผู้ชายสามคนที่นั่งเล่นอยู่ด้วยนั้นต้องหันไปตามทางที่เด็กชายวิ่งไป

“มามี๊จะไปซ้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตครับ” เธอตอบ

“งั้นแฟรงค์ไปด้วยคนนะคับมามี๊” เด็กชายอ้อนเอเดรียน่า

“ก็ได้ครับ แต่ต้องสัญญากับมามี๊ก่อนว่าจะเป็นเด็กดี”

“สัญญาคับ” เด็กชายยกนิ้วก้อยขึ้นมา เอเดรียน่าจูงมือเด็กชายออกไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อยู่ในสายตาของสามหนุ่มที่มองดู

“แม่ใหม่แฟรงค์เหรอ สวยเป็นบ้า” หลุยส์ถามเพื่อ

“นั้นสิ แกไปหามาจากไหน ไม่เห็นพามาแนะนำให้รู้จักบ้างเลย” รอนพูดเสริม

“แม่ใหม่ที่ไหนกัน เธอนะมาดูแลฉันแล้วแฟรงค์ก็คิดว่าเป็นแม่แค่นั้นเอง” เขาตอบอย่างตะกุกตะกัก

“แค่นั้นจริงเหรอ งั้นฉันจีบได้ใช้มั้ยว่ะ” หลุยส์ลองเชิงเพื่อน

“อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ยัยนั้นมีแฟนแล้ว” เขาตอบแบบไม่สนใจ แต่ในใจกลับร้อนกลัวว่าจะมีคนมาจีบเธอ

“หึงเหรอว่ะ” รอนมองเพื่อนอย่างลองเชิง “ถ้ามีแฟนแล้วแฟนเขาจะให้มาทำงานแบบนี้เหรอว่ะ มาทำงานกับนายซะด้วย”

“นั้นสิ ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้”หลุยส์พูดเสริม

“หึงอะไรกัน ไม่ได้หึง” เขารีบแก้ตัว “ฉันจะหึงยัยนั้นทำไมละ”

เมื่อได้เวลาอาหารเย็นทุกคนก็ทานอาหารเย็นร่วมกัน หลุยส์กับรอนต่างคนก็ชวนเอเดรียน่าคุย ถามเรื่องส่วนตัวบ้าง จนใครบางคนแทบจะกินข้าวเย็นไม่ลง ส่วนเอเดรียน่าเองก็ตอบตามารยาทและยิ้มให้บ้าง เมื่อเขาเห็นแบบนั้นยิ่งไม่ชอบใจ ทำหน้าบึ้งตลอกช่วงทานอาหารเย็น

หลังจากเพื่อนทั้งสองของฟรานเชสโก้กลับไป เขาก็ขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำ สงบสติอารมณ์ ในขณะที่เขานั่งแช่ตัวในอ่างน้ำ หึงเหรอ จะหึงยัยบ้านั้นทำไมยิ่งคิดเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจตัวเอง

พอออกจากห้องน้ำมาก็เจอเอเดรียน่าที่กำลังจะไปเตรียมตัวอาบน้ำ

“อ่อยเพื่อนฉันทั้งเย็นจนไม่มีเวลาดูแลลูกฉันเลยนะเธอ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโห

“อะไรของนายอีกเนี้ย ฉันไปอ่อยอะไรเพื่อนาย”เธอถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ที่เธอเที่ยวส่งยิ้มหวาน พูดค่ะขาออดอ้อนไง”

“ฉันก็ยิ้มตามมารยาท และก็พูดอย่างสุภาพ มันอ้อนตรงไหน”

“เชื่อตายละ ก็เห็น ๆ อยู่ มันมากกว่ามารยาท” เขายังไม่เลิกหาเรื่องเธอ

“นี่นาย ถ้าจะหาเรื่องกัน ไปนอนเลยนะ อย่ามาชวนทะเลาะ” เอเดรียน่าเริ่มโมโห

“ทีฉันละตะคอกใส่ ทีเพื่อนฉันละ ค่ะขา เชอะ” เขาบิดปากใส่เธอ

“...” เอเดรียน่าเดินหนีเขา เข้าไปอาบน้ำ เธอขี้เกียจทะเลาะกับเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะต่อปากต่อคำนานกว่านี้

เอเดรียน่าออกจากห้องน้ำด้วยชุดนอน เธอเดินมาที่หน้ากระจกทาครีมบำรุงหน้าและผิว ใช้แปรงหวีผมก่อนนอน

“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เธอหันไปพูดกับเขาที่เอาแต่จ้องเธอตั้งแต่ออกจากห้องน้ำ

“ยังเรานอนพร้อมเธอ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงงอน ๆ

“งั้นก็นอน” เธอนอนลงยังที่นอนข้างล่างที่เธอนอนประจำ อาจะมีบางคืนที่แฟรงคลินมานอนด้วยเธอก็ขึ้นไปนอนข้างบนกับสองพ่อลูก

“แล้วใครบอกว่าจะให้เธอนอนตรงนี้” เขาอุ้มเธอขึ้นมาบนเตียงแล้วกอดเธอให้ล้มลงนอนไปด้วยกัน

“นี่ปล่อยนะจะทำอะไรนะ” เธอพยายามดิ้น แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งกอดแน่น

“ถ้ายังไม่หยุดดิ้นฉันจะทำมากกว่ากอดแน่” เขาเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียง

“...”เอเดรียน่าหยุดดิ้นทันทีที่เขาบอก เพราะเธอรู้ว่าเขาทำจริงอย่างที่เขาพูดแน่นอน

ฟรานเชสโก้นอนกอดเธอทางด้านหลัง แล้วฝังจมูกไว้ที่คอของเธอ นอนหลับตายิ้มแก้มปริ ส่วนเอเดรียน่านอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอรู้สึกอบอุ่นจนเผลอหลับไปในอ้อมกอดของเขา

ความคิดเห็น