อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

E-Book ที่ Meb ราคา 199 บาท อ่านเป็นตอนและซื้อเหมาเรื่องผ่านเว็บราคาถูกได้ที่ niyayrak, readawrite, bannniyay หนังสือทำมือ 290 บาทสั่งได้ที่แพนเพจ "อติญา"

ชื่อตอน : 4 (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2559 13:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 (1/2)
แบบอักษร

                “ขอบใจจ้ะลุง” เพียงพธูยิ้มหวานหลังจากหยิบค่าโดยสารให้ลุงคนขับรถ หลังจากที่นั่งรถประจำทางหวานเย็นมาเกือบสามชั่วโมง ต่อรถสองแถวรับจ้างอีกพักใหญ่ๆ ตอนนี้ร่างเล็กๆ แต่อวบอัดในส่วนที่ควรจะอวบก็ก้าวขายาวๆ ก่อนจะใช้สองมือผลักประตูที่ทำจากเหล็กหนาติดป้ายสะดุดตาว่า สวนบุญประเสริฐ พอเสียงประตูดังเอี๊ยดพนักงานดีเด่นของสวนก็ส่งเสียงต้อนรับมาก่อนตัว

                “โฮ่ง โฮ่ง ฮื่ออ!” เห่าไม่พอยังมีขู่แถมท้าย

                “อ้าว ไม่กลับบ้านแป๊บเดียวทำลืมอดขนมแน่!” หญิงสาวตะโกนขู่

                “แฮ่ะๆๆ หงิงๆๆๆๆ” พอเจ้าวายร้ายทั้งหลายได้ยินเสียงใสที่คุ้นเคยก็เปลี่ยนท่าทีจากที่กำลังขู่แยกเขี้ยวแถมวิ่งไล่กวดกันมาให้ถึงหน้าสวนก็เปลี่ยนเป็นล้มเผละนอนหงายท้อง บางตัวก็ใช้สองขาแย่งกันตะกุยเธอ

                “เพิ่งจำได้หรือว่ากลัวอดขนมนี่เบาหน่อยมอมแมม ใจเย็นๆ กันหน่อยไอ้หนูเดี๋ยวเกาให้ทั่วถึง เจ๋งเป็นไงไอ้ตัวป่วน ท่านจิ๋กโก๋ครับหนักอุ้มไม่ไหวไม่ต้องปีน ฮ่าฮ่าฮ่า มันจั๊กจี้ พอๆ เดี๋ยวกินขนมกัน” เสียงหวานหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีที่ลูกสมุนทั้งหลายทำท่าทางออดอ้อนน่ารัก หน้าสวนจะเลี้ยงหมาไว้สามตัวซึ่งก็ไม่ได้ไปซื้อหามาจากไหนเขาให้มาทั้งนั้น

                เจ้าจิ๊กโก๋กับเจ๋งเป็นหมาไทยหลังอานที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะๆ ต่างก็แค่จิ๊กโก๋มีขนสีน้ำตาลส่วนเจ้าเจ๋งมีขนสีดำสนิท สองตัวนี้เป็นลูกของหมาจรที่แอบมาคลอดลูกเอาไว้ วันนึงแม่มันโดนรถชนตายที่หน้าสวนแล้วพ่อไปเห็นเจ้าลูกหมาสองตัวร้องเอ๋งๆ อยู่ในพงหญ้าข้างทางก็เลยจัดการเก็บมาเลี้ยง

                ส่วนมอมแมมมาอยู่ที่สวนตอนมันโตแล้วหมาตัวเมียขนสีขาวแต้มสีดำเป็นด่างดวงถูกเอามาปล่อยไว้ที่วัด เมื่อทำบุญเข้าพรรษาสองปีก่อนเธอกับพ่อแม่ไปทำบุญตามปกติ แล้วเจ้าหมามอมแมมที่อาศัยนอนอยู่หน้ากุฏิหลวงตาอยู่ดีๆ ก็เดินตามหลังเพียงพธูมาต้อยๆ ทั้งสงสารแล้วก็ถูกชะตาในความขี้อ้อนเธอจึงขอพ่อว่าอยากจะเลี้ยง พ่อไม่ติดปัญหาบอกให้เธอไปขอหลวงตาเอาเองซึ่งท่านก็ให้มาอย่างยินดี

                “มอมแมมอาจจะรอโยมอยู่ก็ได้ปกติมันไม่เคยเดินตามหลังใครแบบนี้ ถ้าจะไปอ้อนก็ขอแค่อาหารเป็นบุญของเอ็งนะมอมแมมจะได้ไปอยู่ในสวนใหญ่โตมีที่วิ่งสบาย” หลวงตาพูดกับหมามอมแมมที่ดูท่าจะแสนรู้เพราะมันนั่งนิ่ง เอียงคอฟัง

     “อยู่วัดอาตมาก็ดูแลกันไปตามอัตภาพเดี๋ยวนี้คนเราเอาหมามาทิ้งวัดบ่อยกว่าเข้ามาฟังเทศน์ฟังธรรมเสียอีก บางตัวเรียบร้อยอย่างเจ้านี่ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นหมาดุร้ายเที่ยวไปกัดญาติโยมเขาก็มาเอาเรื่องวัด”

    “หนูจะดูแลเจ้ามอมแมมเป็นอย่างดีเลยค่ะกราบลาหลวงตานะคะ ไปมอมแมมพี่จะพากลับบ้าน” พูดเพียงแค่นั้นมอมแมมก็กระดิกหางเป็นพวงของมันแสดงท่าว่าดีใจแถมยังเดินตามเธอไปยังรถกระบะคู่ใจของพ่ออย่างรู้งาน

    กลับจากวัดเธอขอให้พ่อพาเจ้ามอมแมมไปคลินิกรักษาสัตว์ในตลาดก่อนว่าจะสามารถจัดการอะไรกับเจ้าตัวเหม็นนี่ได้บ้าง สุดท้ายหมาสาวอายุประมาณสองขวบจากการคาดคะเนของแพทย์ก็ถูกจับอาบน้ำกำจัดเห็บหมัด ฉีดยาพิษสุนัขบ้าและวัคซีน มอมแมมน่าจะเป็นหมาที่คุ้นชินกับการที่มีคนดูแลเพราะมันไม่ปฏิเสธยามที่เขาพามันไปอาบน้ำผิดกับเจ้าหลังอานสองตัวที่บ้านซึ่งกว่าจะจับอาบน้ำได้ก็เพลียกันทั้งคนทั้งหมา

    “อ้าว! ใครมากันน่ะหมาเห่าซะลั่น” เสียงห้าวของพ่อดังออกมาจากในบ้าน

    “แอลเองพ่อจ๋า” หญิงสาวหยุดหยอกสมุนทั้งสามก่อนจะพนมมือไหว้ผู้เป็นบิดาซึ่งท่าก็เดินมาขยี้ผมสีดำสนิทที่เจ้าตัวมัดไว้เป็นหางม้าเรียบร้อยด้วยความเอ็นดู

    “เป็นไงไอ้หมวยจะกลับบ้านก็ไม่บอกจะได้ไปรับ”

    “กลับมาขอข้าวพ่อกินหนูยังหางานทำไม่ได้” เพียงพธูพูดขำๆ

    “เออ! ลูกหมายังเลี้ยงได้ตั้งหลายตัวลูกตัวเองตัวเท่าลูกหมาทำไมจะเลี้ยงไม่ได้ ไปๆ ขึ้นบ้านก่อนเพิ่งกลับมาถึงเหนื่อยๆ” คนเป็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู จริงๆ นายสันต์ก็ไม่ได้อยากให้ลูกสาวไปทำงานไกลบ้านแค่ขนาดส่งไปเรียนยังคิดถึงและเป็นห่วงแทบจะขาดใจ เพราะกว่าเขาและเมียรักจะมีลูกสาวคนนี้ได้ก็หลังแต่งงานตั้งหลายปี

    นางพิณนรีมารดาของเพียงพธูตั้งครรภ์ตอนที่อายุสามสิบสองหลังจากรอคอยมากว่าเจ็ดปี นางและสามีทำทุกวิถีทางที่จะมีโซ่ทองคล้องใจ จนวันหนึ่งสามีที่มีนิสัยเสียอยู่อย่างเดียวคือดื่มหนักพลั้งปากในวงเหล้าว่าถ้าเมียท้องเขาจะเลิกดื่มตลอดชีวิต อีกสามเดือนต่อมานางก็มีอาการผิดปกติและแน่นอนว่านางพิณนรีกำลังต้องท้องอ่อนๆ ได้หนึ่งเดือนพอดิบพอดี

    งานนี้เพลงพิณที่เป็นพี่สาวพอรู้เรื่องถึงกับจุดธูปจุดเทียนยัดใส่มือนายสันต์ให้ไหว้พระในบ้านแล้วออกมาไหว้เจ้าที่เจ้าทางกลางแจ้งแถมยังเตือนให้ระลึกถึงคำที่ลั่นไว้ในวงเหล้าว่าจะไม่ดื่มอีกตลอดชีวิต ใครจะว่างมงายแต่คนเป็นพี่สาวนั้นเชื่อสนิทใจว่าปากเสียๆ ของน้องเขยนั้นพาหลานคนนี้ให้มาเกิดในท้องของน้องสาว

    “คิดซะว่าเพื่อสุขภาพดื่มมาครึ่งชีวิตแล้วพ่อสันต์” โดนพี่สาวแท้ๆ ของเมียรักพูดสั้นๆ นายสันต์ก็สะท้อนใจแม้เขาจะขยันทำมาหากิน ไม่เคยเจ้าชู้แต่นิสัยดื่มหนักที่เป็นมาตั้งแต่รุ่นหนุ่มก็ทำเอาเกือบจะไม่ได้แต่งงานมาแล้วเพราะพ่อตาเป็นห่วงว่าลูกสาวคนเล็กจะมาตกระกำลำบากหากได้เขาเป็นสามี กว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ก็ใช้เวลานานโข

    “ครับพี่ สงสัยไอ้ตัวเล็กอยากให้พ่อเลิกเหล้า” เขาพูดพลางลูบท้องแบนๆ ของเมียรัก

    เป็นที่แน่นอนว่านายสันต์นักเลงขี้เหล้าเลิกแตะต้องน้ำเมาทุกชนิดหลังจากเมียท้อง แถมยังตั้งชื่อลูกสาวตัวน้อยที่เกิดมาเสียเพราะพริ้งว่าเพียงพธู ส่วนชื่อเล่นแอลไม่ต้องเดาชาวบ้านเขาก็รู้ว่าผู้เป็นพ่อไปเอามาจากไหนนายสันต์ชอบพูดขำๆ กับนางพิณนรีเวลาเรียกชื่อลูกจะได้จำได้ว่าไอ้หนูมันทำให้พ่อเลิกเหล้า แอล ก็มาจากแอลกอฮอล์

    “พ่อขึ้นไปก่อนหนูขอเอาขนมให้เจ้าพวกนี้แป๊บนึง แล้วนี่แม่ไปไหนจ๊ะ”

    “แม่ว่าจะไปเก็บสายบัวมาแกงส้มกินกลางวัน เดี๋ยวพ่อไปช่วยแม่ดีกว่าพอดีเพิ่งดูยอดที่จะส่งส้มโอให้ลูกค้าเสร็จก่อนหนูจะมาถึงนี่เอง ให้มันกินขนมแล้วก็รีบขึ้นบ้านนะลูกแดดมันชักจะแรง” ผู้เป็นบิดาสั่งทิ้งท้ายก่อนจะเดินหายไปทางหลังบ้าน

    “มากินขนมกันไวๆ พี่จะไปช่วยแม่ทำกับข้าว” หญิงสาวตาชั้นเดียวบอกกับบรรดาลูกสมุนที่นั่งรออย่างเรียบร้อยเพราะเธอฝึกของเธอมา ทุกตัวรู้ว่าถ้ามีขนมจะต้องนั่งรอและสวัสดี

    ขนมของเจ้าหมาน้อยก็คือบิสกิตสำหรับสุนัขที่เธอซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ ปกติถ้าได้ไปห้างก็จะไปซื้อมาครั้งละหลายถุงใหญ่ๆ แต่พอดีคราวนี้มันกะทันหันเลยหยิบถุงเล็กๆ มาแต่ก็ยังหลายถุงอยู่ดี เธอสั่งขอมือและให้มันสวัสดีซึ่งทุกตัวก็ทำอย่างว่าง่าย เมื่อขนมในมือหมดลงหญิงสาวก็คว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองเดินขึ้นบ้านไป

    บ้านไม้สองชั้นหลังนี้เธออยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่จำความได้ มันถูกสร้างขึ้นมาใหม่บนที่ตั้งของบ้านหลังเดิมซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวตอนเพียงพธูมีอายุได้สิบขวบ พ่อให้เหตุผลที่สร้างบ้านใหม่ว่าลูกสาวกำลังโตแล้วก็อยากให้ทุกคนได้อยู่กันสบายๆ ระหว่างสร้างบ้านเธอกับแม่ก็ไปอาศัยบ้านของป้าที่อยู่ในตลาด ตอนนั้นป้าเปิดร้านขายของชำอยู่กับลูกสาวสองคนคือพี่ขิงกับพี่ข่าซึ่งแก่กว่าเธอหลายปี จะว่าไปแล้วเธอไม่เจอป้าพิณมานานพรุ่งนี้คงต้องแวะไปหาที่ตลาดสักหน่อย

    ภายในห้องนอนที่คุ้นเคยหญิงสาววางกระเป๋าเป้ไว้ปลายเตียงก่อนจะเดินไปล้างมือล้างหน้าเปลี่ยนกางเกงยีนขายาวที่ใส่เดินทางมาเป็นกางเกงขาสั้นสบายๆ จากนั้นก็เดินลงไปรอพ่อกับแม่ที่ในครัว

    “แม่จ๋าคิดถึงจัง” ร่างเล็กๆ โผเข้ากอดนางพิณนรีทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในครัว เพียงพธูมีรูปร่างหน้าตาเหมือนแม่แบบถอดพิมพ์กันมาโดยเฉพาะผิวสีขาวเหลือง และตาเล็กๆ ชั้นเดียวเอกลักษณ์ของลูกหลานเชื้อสายจีน

    “รัดแน่นเป็นงูแล้วลูก” คนเป็นแม่พูดเหมือนจะบ่นแต่ก็หอมแก้มซ้ายแก้มขวาของลูกสาวไปมา

    “กอดกันไปก่อนพ่อจะออกไปทำปลาให้แล้วเดี๋ยวพ่อจะมากอดด้วยคน” บิดาเธอพูดขำๆ ในท่าทางขี้อ้อนเป็นเด็กน้อยของบุตรสาวคนเดียว

    “กอดก่อนก็ได้นะพ่อ” เรียวแขนเล็กละจากเอวบางของมารดาไปโอบรอบเอวหนาของผู้เป็นพ่อแทน ซึ่งท่านก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

    เพียงพธูช่วยแม่อยู่ในครัวขณะที่พ่อหนีไปจัดการปลาช่อนและปลานิลตัวโตที่พ่อจับมาจากบ่อที่เลี้ยงเองอยู่ด้านนอกตัวบ้าน วันนี้แม่ตั้งใจจะแกงส้มสายบัวกินกับปลานิลทอดแต่พอดีลูกสาวสุดที่รักกลับบ้านมานางจึงเพิ่มผัดผักกระเฉดหมูกรอบของโปรดให้อีกจาน

    มื้ออาหารกลางวันผ่านไปอย่างอบอุ่นพอช่วยแม่ล้างจานชามเสร็จหญิงสาวก็โดนบุพการีตั้งตนเป็นพนักงานสอบสวนหาสาเหตุที่กลับบ้านมาแบบไม่บอกไม่กล่าวเช่นนี้ เพียงพธูจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฝึกงานให้พ่อกับแม้ฟังโดยละเอียดเว้นไว้เรื่องเดียวที่ท่านประธานของอิศว กรุ๊ปโทรศัพท์หาเธอทุกวันเพราะถ้าพ่อรู้เข้าคงจะไม่ค่อยพอใจ

    “พ่อว่าแอลน่าจะไปทำงานที่นั่น” นายสันต์ที่นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งพูดกับลูกสาว

    “ทำไมล่ะจ๊ะ พ่อไม่กลัวเขามาขโมยงานหนูไปอีกหรอ” เพียงพธูถามเหตุผลด้วยความสงสัย

    “ไอ้หนูถ้าเอ็งจะซื่อบื้อให้เขาขโมยอีกพ่อก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เท่าที่ฟังที่บริษัทเขาท่าจะเสียดายฝีมือเอ็งน่าดูเงินเดือนก็ดีลองเข้าไปพิสูจน์ฝีมือตัวเองสิ” คราวนี้คนเป็นพ่อทำหน้าจริงจัง

    “แต่คนที่นั่นเขาพูดไปทั่วว่าหนูเป็นขี้ขโมย” เพียงพธูหน้าสลดลงไปนิดหน่อย อันที่จริงเธอมีนิสัยไม่ยอมคนใครมาหาเรื่องรับรองไม่เจ็บตัวก็ไม่ต้องมาเรียกเธอว่าเพียงพธู เธอรู้ดีว่าจะจัดการปัญหาด้วยกำลังแบบเมื่อก่อนไม่ได้แต่ปัญหาก็คือเธอไม่รู้จักควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองยังไงไม่ให้เกิดเรื่องเกิดราว

    “แอลโตแล้วก็คิดเยอะๆ สิลูก อย่างเรื่องที่พวกเขากล่าวหาผลมันออกมาแล้วว่าหนูไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ หัดใจเย็นๆ คิดถึงผลดีผลเสียถ้าหนูจะเข้าไปทำงานว่าข้อไหนมันมากกว่ากัน” น้ำเสียงหวานเย็นของคนเป็นแม่ดังขึ้น

    “เวลาพวกนั้นมาชี้หน้าว่ามันโมโหนะแม่จ๋า อยากจะชกมันให้ดั้งหัก” หญิงสาวบ่นพลางทำปากยู่ๆ

    “ถ้าชกเขาก็โดนไล่ออกแล้วกลับมาเก็บส้มโอที่บ้านกับพ่อ” คราวนี้เป็นเสียงของพ่อที่กระตุกสติของเด็กดื้ออย่างแรง

    ที่บ้านของเพียงพธูมาอาชีพหลักคือการทำสวนส้มโอ สวนบุญประเสริฐมีผลผลิตเป็นส้มโอหลากหลายสายพันธุ์ ที่เด่นๆ เป็นหน้าเป็นตาให้สวนก็คือพันธุ์ทองดีกับพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง แม้เธอจะมีนิสัยแก่นกะโหลกชอบเที่ยวเล่นแต่หญิงสาวกลับไม่ชอบชีวิตกลางแจ้ง ซึ่งครอบครัวเธอก็ไม่ได้มีปัญหาหากลูกสาวคนเดียวจะไม่กลับมาดูแลกิจการของครอบครัว ทุกวันนี้พ่อและแม่ก็แค่ควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามคุณภาพของสวนที่มีชื่อเสียงมานาน ที่เหลืองานลงแรงเป็นหน้าที่ของลูกจ้างในการดูแล

    นอกจากสวนส้มโอพ่อกับแม่ก็มีความสุขอยู่กับการปลูกผักสวนครัวเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงการเลี้ยงปลา เวลาว่างหลังจากเข้าสวนไปดูแลคนงานพ่อก็อยู่แถวๆ บ่อปลานิลส่วนแม่ก็หายไปอยู่ในแปลงผัก ที่สวนจะยุ่งจริงๆ ในเวลาที่ส้มโอกำลังออกดอกติดผล กับตอนเก็บส่งลูกค้าก็เท่านั้น

    “พ่อกับแม่ก็รู้ว่าหนูไม่ชอบทำสวนเข้าไปเล่นน่ะได้แต่จริงจังหนูไม่ไหวนะจ๊ะ” คราวนี้เป็นลูกสาวที่พูดจาเสียงอ่อย

    “แล้วหนูจะมาอยู่บ้านซักกี่วัน”

    “กะว่าจะอยู่ถึงสิ้นเดือน พอต้นเดือนก็คิดว่าจะไปทำงานที่อิศว กรุ๊ปนั่นแหละ หนูแค่กลับมาตั้งหลัก”

    “แสดงว่าคิดอยากจะไปทำอยู่แล้วสิท่าไอ้หมวย” คนป็นพ่อพูดยิ้มๆ

    “เงินดีขนาดนั้นพ่อสมัยนี้ปริญญาตรีเขาได้กันหมื่นห้าแต่นี่หนูได้ตั้งเยอะ อยากกลับมาคิดดีๆ ว่าจะเอายังไงกับคนพวกนั้น งานหนูไม่มีปัญหาผู้จัดการเขาก็ดีแต่บรรดาป้าแก่ในแผนกนี่ปากเหลือทน” เธอบ่นกระปอดกระแปด

    “เขามีปากเราก็มีปาก พูดกันดีๆ อย่าไปใช้กำลังหนูโตแล้วคิดก่อนพูด คิดก่อนทำ” พ่อสันต์สอนลูกสาวคนเดียว เขาเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้ว่าเพียงพธูเป็นเด็กยังไงถึงลูกสาวจะเอาแต่ใจไม่ยอมคนแต่ก็ไม่ใช่เด็กไม่มีเหตุผล ข้อเสียเดียวของเธอคือใจร้อนและชอบใช้กำลังตัดสินปัญหา นี่นับว่าเป็นโชคดีที่ไอ้หมวยของพ่อไม่ไปชกปากเขาตอนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นขี้ขโมย ไม่อย่างนั้นคงโดนจับข้อหาทำร้ายร่างกายเข้าไปนั่งเล่นในคุกแทนที่จะได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่โต

    “หนูถึงหงุดหงิดไงพ่อจ๋า แม่จ๋า เห็นปากแดงๆ ยื่นมาจีบปากจีบคอนี่อยากจะกระแทกหน้าด้วยหมัด”

    “แต่หนูก็ไม่ได้ทำมันก็ดีแล้ว เพราะถ้าลูกแม่ไปชกเขาเข้ารับรองว่าทางบริษัทไม่อยากได้พนักงานที่เป็นนักเลงแน่นอน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีฝีมือซักแค่ไหน”

 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/226671/1508101034-member.jpg

 

 

หนูแอลตอนล่าสุดมาแล้วค่า หนีท่านประธานที่เคารพไปตั้งหลักซบอกแม่แป๊บนึงก่อน

ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาในทุกๆ ช่องทาง

มีความสุขกับการอ่านนะคะ

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/226671/17083133-member.jpg

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

#

 

#

 E - Book MEB Market  <<

 

#

E - Book OokBee  <<

 

#

 

E - Book Naiin <<

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น