ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 ผมเปล่าเหลวไหล แค่พาสาวคนใหม่กลับมาบ้าน

ชื่อตอน : บทที่ 9 ผมเปล่าเหลวไหล แค่พาสาวคนใหม่กลับมาบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2564 08:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 ผมเปล่าเหลวไหล แค่พาสาวคนใหม่กลับมาบ้าน
แบบอักษร

9

ผมเปล่าเหลวไหล แค่พาสาวคนใหม่กลับมาบ้าน

 

 

ในห้องนั่งเล่นหรูของบ้านเมเซเฟียร์ คุณนายของบ้านกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์อย่างที่คนในบ้านไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อย ๆ ทันทีที่เรย์ก้าวเข้ามาถึงในห้องและต้องเผชิญหน้ากับคุณแม่ของเขาในเวอร์ชั่น เขาก็รู้สึกกดดันจนเริ่มหลั่งเหงื่อเย็นที่หลังขึ้นมาทันที

...โอ้โห ดูรังสีอำมหิตและสายตานั่นสิ ท่าจะโกรธจริงโกรธจังสินะครับเนี่ย พระมารดา

‘ขวัญเอ้ยขวัญมา’ เรย์ได้แต่ปลอบขวัญตัวเองในใจ

“เรย์…” เอลล่าเรียกลูกชายของเธอ น้ำเสียงของเธอคราวนี้ไม่ได้เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูเหมือนทุกที “วันนี้ลูกกลับบ้านช้าน่าดูเลยนะ”

“ครับ ผมไปเที่ยวกับออลสันมานิดหน่อย” เรย์พูดยิ้ม ๆ พยายามทำใจดีสู้เสือไป

“เที่ยวเหรอ? ลูกไปเที่ยวไหนมาล่ะ ทำไมถึงพาสาวแปลกหน้ากลับมาบ้านด้วย” เอลล่าพูดซักถามอ้อม ๆ

“ผมไปโรงประมูลแมนดิสันมาครับ ส่วนเธอคนนี้ก็…” เรย์เหลือบไปมองลูเซียเล็กน้อยก่อนจะตอบไป “ก็เหมือนกับที่แม่คิดนั่นแหละครับ เธอเป็นเพื่อนใหม่ของไอช่า”

“...” เอลล่ายังคงรักษาสีหน้าเย็นชา เธอยกขาคู่สวยของเธอขึ้นมาไขว่ห้าง แผ่บรรยากาศกดดันใส่ลูกชายตัวดีตรงหน้าอย่างเต็มสูบ “งั้นลูกมีอะไรจะแก้ตัวกับแม่ไหมเรย์?” เธอถาม

“ผมไม่มีคำแก้ตัวครับ…” เรย์ยกมือขึ้นเป็นเชิงขอยอมแพ้ “แต่ผมมีคำอธิบาย”

“คำอธิบาย?” เอลล่าเลิกคิ้วทวนคำ “คำอธิบายเรื่องอะไรล่ะ? เรื่องที่ลูกเพิ่งเอาเงินไปใช้ซื้อทาสคนใหม่มาทั้งที่ไม่จำเป็นน่ะเหรอ? ลูกเห็นบ้านเราขาดคนรับใช้รึไงเรย์ ทำไมลูกต้องไปซื้อทาสเพิ่มมาอีก หรือมีไอช่าแค่คนเดียวลูกยังไม่พอใจอีกเหรอ ไม่ใช่ว่าวันก่อนลูกเพิ่งสัญญากับพวกแม่ว่าจะปรับปรุงตัวเองแล้วหรอกเหรอ ทำไมแค่วันต่อมาลูกก็กลับไปทำตัวอย่างเดิมอีกแล้วซะล่ะ? ลูกยังมีอะไรจะอธิบายกับแม่อีก!?”

“เดี๋ยวครับแม่ ใจเย็นครับ ฟังที่ผมพูดก่อน” เรย์พูดปรามขึ้นมาเสียงดังก่อนที่แม่ของเขาจะมีอารมณ์และสวดใส่เขายับยิ่งกว่านี้ “รอบนี้ผมไม่ได้ซื้อลูเซียมาแค่เพราะนึกคะนองนะครับ ผมมีเหตุผลอยู่”

“...” เอลล่าหยุดมองจ้องหน้าของคนเป็นลูกชาย เมื่อเธอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มเจื่อนพลางก็ทำตาใสมาอ้อน เธอก็ทำเสียง “หึ!” ขึ้นจมูก ยอมใจเย็นลงก่อนแล้วเอ่ยออกไป “ถ้าลูกมีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา วันนี้แม่มีความอดทนไม่มากนะ”

ได้ยินแบบนี้เรย์ก็ยิ้มกว้างออกมา เขาเดินไปวางมือไว้ที่ไหล่ของลูเซียแล้วหันไปหาคนเป็นแม่ “งั้นผมก็ไม่พูดอ้อมค้อมและเข้าเรื่องเลยแล้วกัน...แม่ครับ ลูเซีย เธอเป็นเอ็กซีดครับ”

“หืม?”

“!!!”

สิ้นคำประกาศของเด็กหนุ่ม ทั้งเอลล่าและไอช่าต่างก็พร้อมใจกันหันไปมองที่ลูเซียเป็นตาเดียวด้วยความประหลาดใจ จะมีก็แต่ตัวเอลฟ์สาวเองที่หันขวับมามองหน้าเรย์ตาโต เธออึ้งซะจนไม่อาจรักษาสีหน้าเย็นชาของตัวเองเอาไว้ได้

เรย์กระตุกยิ้มให้ลูเซียไปเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปอธิบายเรื่องกับแม่ของเขาต่อ “วันนี้ผมโดนออลสันลากไปที่โรงประมูลอย่างไม่เต็มใจ ตอนแรกผมก็แค่ว่าจะไปนั่งอยู่เป็นเพื่อนหมอนั่นเฉย ๆ ไม่ได้คิดจะมีส่วนร่วมในการประมูลหรืออะไรทั้งนั้น แต่เพราะผมเจอตัวลูเซียเข้า ผมก็เลยเปลี่ยนใจแล้วประมูลซื้อตัวเธอกลับมา...”

“พลังเอ็กซีดของลูเซียเธอก็คือพลังมายา เธอใช้มันปกปิดความสามารถและพรสวรรค์ของเธอไว้ ทำให้คนของโรงประมูลไม่รู้ว่าตัวเธอมีค่าขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอเป็นเอ็กซีดหรือเรื่องที่เธอเป็น Tier 1 เธอปกปิดความจริงเอาไว้หมด ทางโรงประมูลเลยตั้งราคาประมูลเธอไว้ซะต่ำ เห็นแบบนั้นแล้วจะให้ผมทนปล่อยเธอไปได้ยังไง”

เรย์พูดพลางก็กำไหล่ของลูเซียแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่สำหรับลูเซียแล้วเธอกลับรู้เหมือนมือของเขามันกำลังบีบเธอไว้แน่นจนหายใจไม่ออก ในหัวของเธอมันอื้ออึงไปหมด ยิ่งเธอได้ยินที่เรย์พูดออกมามากเท่าไหร่ หน้าของเธอยิ่งซีดลงมากเท่านั้น ตอนนี้สีหน้าของเธอทั้งดูตื่นตะลึง งุนงง สับสน และหวาดกลัว อารมณ์ความรู้สึกหลากหลายผสมปนเปและแสดงให้เห็นอยู่บนใบหน้าของเธอ

เอลฟ์สาวเหงื่อแตกพลั่ก ลมหายใจติดขัด และแข้งขาสั่นไปหมด เธอกลัวเหลือเกินว่าเรย์จะรู้มากกว่าที่เขาพูดออกมา กลัวเหลือเกินว่าเขาจะสามารถมองทะลุผ่านภาพมายาที่ปกปิดหน้าเธอเอาไว้ได้และล่วงรู้ตัวจริงว่าเธอเป็นใคร นี่มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่างอะไรจากการถูกใครบางคนกุมชะตาชีวิตของตัวเองไว้ แม้แต่ตอนที่เธอถูกพวกจักรวรรดิจับได้ระหว่างหนีเธอยังไม่หวาดกลัวเท่านี้ เพราะอย่างน้อยตอนนั้นเธอก็ยังเคยมั่นใจว่าคงไม่มีใครมองการแปลงโฉมของเธอออก แต่ในตอนนี้...เธอไม่เหลือความมั่นใจนั้นอีกต่อไปแล้ว

ถ้าเขารู้...ถ้าเขาคิดจะส่งเธอให้พวกจักรวรรดิล่ะ? อะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ? แล้วถ้าเธอเป็นอะไรไป ใครจะเป็นคนล้างแค้นให้ราชวงศ์ของเธอ...ให้อาณาจักรของเธอ...ให้ผู้คนของเธอ...ให้ครอบครัวของเธอ!!! ที่เธอทนบากหน้ามีชีวิตมาจนวันนี้มันจะเพื่ออะไร!!!

เผียะ!

ความรู้สึกแสบแปล๊บ ๆ ที่หน้าผากช่วยฉุดสติที่เตลิดเปิดเปิงของลูเซียให้กลับมาก่อนที่มันจะเตลิดไปไกลกว่านั้น เป็นเรย์ที่ดีดหน้าผากของเธอเบา ๆ โดยที่แทบไม่หันมามอง ตอนที่เธอเริ่มสงบสติของตัวเองได้ เรย์ก็หันไปคุยกับเอลล่าต่อแล้ว

“ที่ลูกจะบอกก็คือ ลูกซื้อตัวเธอมาเพราะเธอมีพรสวรรค์หายากสินะ” เอลล่ากล่าว เธอยังเหลือบมองลูเซียอยู่เป็นระยะ ๆ

“ใช่ครับ และไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็นเอ็กซีดนะครับ เธอยังมีพรสวรรค์ในด้านการใช้เวทมนตร์อีกด้วย คนแบบเธอเนี่ยหาตัวยากยิ่งกว่ายากอีกครับ” เรย์พูดเสริมเพิ่มเหตุผลเข้าไป ทำให้ลูเซียที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กันหน้าเสียหนักเข้าไปอีก นี่เขารู้กระทั่งเรื่องนี้เลยเหรอ?

เอลล่าเองก็ชักเริ่มมีสีหน้าแปลก ๆ เมื่อลูกชายของเธอดูจะรู้เรื่องของทาสสาวคนใหม่มากมายซะจนเหมือนเขาปั้นเรื่องมาพูดเอง เพื่อเป็นการยืนยัน เธอจึงหันไปหาตัวคนที่เป็นหัวข้อสนทนาอย่างลูเซีย

“ที่ลูกชายฉันมา...เป็นความจริงงั้นเหรอ?”

โดนถามแบบนี้ลูเซียก็ถึงกับเลือกตอบไม่ถูก ได้แต่มองสลับไปมาระหว่างเรย์กับเอลล่าอยู่พักใหญ่ เธอไม่อยากจะยอมรับเรื่องอะไรก็ตามที่เรย์พูดออกมาทั้งนั้น อยากจะปฏิเสธความจริงทุกอย่างที่เขาแฉเธอออกมาทั้งหมด แต่แค่ดูเอาก็รู้ว่าผู้ชายคนข้าง ๆ เธอคนนี้รู้เรื่องของเธอดีซะจนเหมือนเขาแอบคอยสตอล์กดูเธอมาทั้งชีวิต ถึงทำไขสือไปมันก็คงช่วยอะไรเธอไม่ได้มากอยู่ดี

“ช่วยทำให้ชีวิตฉันมันง่ายหน่อยเถอะ โกหกไปก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก” เรย์กระซิบบอกที่ข้างหูของเธอเหมือนอ่านใจเธอออก ทำให้เธอยิ่งรู้สึกอัดอั้นตันใจเข้าไปใหญ่

“...” ลูเซียหันไปสบตากับเอลล่าเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าลงแล้วตอบออกมาว่า “ท่านเรย์พูดความจริงค่ะ” เธอเลือกจะยอมรับความจริง และไม่เสี่ยงทำให้เรย์ไม่พอใจโดยเปล่าประโยชน์

“เธอยอมรับสินะ” 

ได้ยินคำตอบจากปากลูเซียแล้วเอลล่าก็พยักหน้ารับรู้ ท่าทีของเอลฟ์สาวมันชวนให้น่าสงสัยอยู่ แต่ของแบบนี้มันซ่อนกันไม่ได้ ถ้าลูกชายเธอกับทาสสาวคนนี้โกหก เดี๋ยวเธอก็ต้องรู้ความจริงเข้าสักวันอยู่ดี 

“เรื่องพรสวรรค์ของเธอพอไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน เรย์ ทีนี้แม่ขอถามลูกเรื่องที่แม่สงสัยหน่อย…” เอลล่ากลับมาโฟกัสที่เรย์อีกครั้ง “คนของโรงประมูลตรวจแล้วตรวจอีกเขายังดูไม่ออกว่าเอลล่าเป็นเอ็กซีดแถมยังเป็น Tier 1 แล้วลูกล่ะ รู้ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าลูกเพิ่งเจอเธอตอนที่ถูกนำตัวออกมาประมูลหรอกเหรอ ลูกใช้วิธีอะไรถึงมองความลับของเธอออกได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนั้น”

ได้ยินคำถามนี้ เรย์ก็คลี่ยิ้มออกมา เขาเดาได้อยู่ว่าเขาต้องโดนถามคำถามนี้และเขาก็คิดคำตอบรอมาไว้ก่อนแล้วด้วย “คือว่าอย่างนี้ครับแม่ เรื่องนี้ผมยังไม่ได้บอกใคร แต่ความจริงคือ…”

เรย์ยกมือขึ้นมา ก่อนที่จะมีกระแสไฟฟ้าสีขาวลั่นประกายขึ้นมาเหนือฝ่ามือของเขา ในจังหวะเดียวกันนี้เองเขาก็เอ่ยต่อจากที่พูดค้างไว้

“ผมเองก็เป็นเอ็กซีดครับแม่”

“ลูกว่าอะไรนะ!?”

คราวนี้เอลล่าตกใจจนถึงกับต้องผุดลุกขึ้นมาจากโซฟา เธอจ้องประกายไฟฟ้าสีขาวบนมือของเรย์เขม็งก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองหน้าลูกชายของเธอเองอีกครั้งอย่างตื่นตะลึง

“นี่ลูก...ตั้งแต่เมื่อไหร่? พลังของลูกตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมลูกไม่เห็นเคยบอกแม่?” เธอพูดพลางก็ก้าวเดินเข้าไปหาคนเป็นลูก

“พลังของผมมันเพิ่งตื่นขึ้นมาเมื่อ 2 วันก่อนนี้เองครับ พร้อมกับตอนที่ผมฟื้นขึ้นมานั่นแหละ ตอนแรกผมยังใช้พลังไม่ค่อยเป็นก็เลยกะว่าจะฝึกใช้มันให้คล่องก่อนแล้วค่อยมาเซอร์ไพรส์แม่กับพ่อทีหลัง แต่ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้ว ผมก็ขอเปิดตัวมันเดี๋ยวนี้เลยแล้วกัน” 

เรย์บอกยิ้ม ๆ 

“กลับมาที่เรื่องเดิมนะครับแม่ พลังเอ็กซีดของผมมีความสามารถหลัก ๆ อยู่ 2 อย่างนั่นก็คือการเสริมพลังและการตรวจสอบ ถ้าแม่สงสัยว่าผมรู้เรื่องพรสวรรค์และพลังเอ็กซีดของลูเซียได้ยังไง นี่แหละครับคำตอบ ผมใช้พลังเอ็กซีดของผมส่องดูความลับของเธอ” 

เขาทำการเล่าความจริงผสมความเท็จไป อ้างเรื่องโน้นโยงเข้าเรื่องนี้ให้มันเข้าใจง่ายและสมเหตุสมผลโดยบิดเบือนเรื่องไปจากความจริงให้น้อยที่สุด

เอลล่าเดินมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของเรย์ ตอนนี้เธอมีสีหน้าที่ดูทั้งทึ่ง ยินดี และภาคภูมิใจ ลูกชายที่แต่ก่อนเคยไม่เอาไหนของเธอกลายเป็นเอ็กซีด! อีกทั้งพลังของลูกชายเธอยังดูไม่ธรรมดาเสียด้วย นี่มันเหมือนกับการที่เธอเลี้ยงลูกแมวป่วยอยู่ตัวหนึ่งแล้ววันหนึ่งมันก็โตขึ้นมากลายเป็นพญาเสือ ลูกชายของเธอก็เป็นเด็กมีพรสวรรค์ มันจะมีสักกี่เรื่องกันที่ทำให้คนเป็นแม่ดีใจได้เท่านี้

...ตอนนี้เธอแทบลืมจะเรื่องที่เธอตั้งท่าจะมาต่อว่าเขาเรื่องซื้อทาสกลับมาบ้านไปโดยหมดสิ้น

ฝ่ายลูเซียที่ได้รู้สักทีว่าทำไมเรย์ถึงรู้ความลับของเธอได้ เอลฟ์สาวก็ได้แต่ทำสีหน้าขมขื่น ที่แท้มันก็เป็นเพราะพลังเอ็กซีดของอีกฝ่ายชนะทางเธอนี่เอง พลังของเธอมีไว้เพื่อใช้ลวงหลอกและปกปิดความจริง แต่พลังของเขามีความสามารถในการตรวจสอบและล้วงความลับ เขานี่มันดาวขมของเธอชัด ๆ ไม่แปลกที่เธอจะโดนอ่านออกเป็นหน้าหนังสือ

“ด้านการเสริมพลังนี่แม่ยังเข้าใจ แต่การตรวจสอบที่ลูกว่านี่ พลังของลูกมันตรวจสอบอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ลูกรับรู้อะไรได้บ้างจากการใช้พลังตรวจสอบที่ว่า” เอลล่าเองก็ให้ความสนใจกับความสามารถที่สองของพลังเอ็กซีดของเรย์เป็นพิเศษ พลังพิเศษที่ใช้เสริมพลังมันมีอยู่ทั่วไป แต่กลับกันพลังพิเศษที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลของคนอื่นได้นี่สิมันหาแทบไม่ได้

“มันก็รู้อะไรได้หลายอย่างครับ ตัวอย่างเช่น เพศ อายุ เผ่าพันธุ์ ระดับ Tier ระดับค่าพลัง หรือพรสวรรค์และความถนัดที่คน ๆ นั้นมี แต่มันก็มีข้อจำกัดเหมือนกันนะครับ คือผมไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของคนที่พลังต่างชั้นกับผมมากเกินไปได้ อย่างกับแม่ผมก็แทบตรวจสอบข้อมูลอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง” 

เรย์พูดอธิบายความสามารถของ [ Omniobserver ] ไปคร่าว ๆ ในแบบที่คนทั่วไปก็เข้าใจได้ เจ้า Innate Talent นี่มันอาจไม่ใช่พลังเอ็กซีดของเขาก็จริง แต่เพื่อความเข้าใจง่ายเรย์ก็เลยอ้างมันไปว่าอย่างนั้น ยังไงชื่อ Omniforce กับ Omniobserver มันก็ฟังดูคล้าย ๆ กันอยู่แล้ว นับรวมกันไปเลยก็คงไม่เป็นไรหรอก

“คือลูกจะบอกว่าด้วยพลังของลูก ขอแค่มองปราดเดียวลูกก็สามารถรู้ข้อมูลต่าง ๆ พวกนั้นของคนอื่นได้ทันที ขอเพียงแค่เป้าหมายไม่ได้แข็งแกร่งกว่าลูกมากเกินไปงั้นเหรอ...เรย์ นี่ลูกรู้ตัวบ้างไหมว่าพลังของลูกมันยอดเยี่ยมแค่ไหน” เอลล่ายกมือขึ้นจับไหล่ของเรย์ทั้งสองข้าง

“ผมรู้ครับ ผมถึงได้เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์นี่ไง” เรย์เอ่ยพลางก็มองไปทางลูเซียให้เอลล่ามองตาม “เชื่อผมเถอะครับแม่ ลูเซียเธอมีพรสวรรค์มากจนน่าเหลือเชื่อเลยล่ะ ผมอยากให้แม่ช่วยหาคนมาเป็นครูฝึกให้เธอหน่อย ขอเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์นะครับ โดยเฉพาะพวก Spell Master ที่ถนัดเวทมนตร์ธาตุ”

“ถ้าลูกต้องการแบบนั้นแม่ก็ทำให้ได้อยู่หรอก ว่าแต่ลูกจะอยากฝึกเธอไปทำไมเหรอ?” เอลล่าปล่อยมือจากไหล่ของลูกชายแล้วเอียงคอถาม

“ผมอยากฝึกให้เธอมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของผมน่ะครับ” เรย์ให้เหตุผลไปง่าย ๆ ก่อนจะละสายตาจากลูเซียมามองที่คนเป็นแม่ของเขาด้วยรอยยิ้มขำ “ว่าแต่แม่พูดแบบนี้แสดงว่าไม่โกรธอะไรเรื่องที่ผมซื้อตัวลูเซียมาแล้วใช่ไหมครับเนี่ย”

“...”

ได้ยินดังนั้น เอลล่าก็นึกเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่เมื่อกี้ขึ้นมาได้ เธอเลยทำหน้าบึ้งแล้วถลึงตาใส่ลูกชายไปทีหนึ่งอย่างดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว “ก็ลูกไม่ใช่รึไงที่ทำแม่ตกใจซะจนลืมโกรธไปหมดเลยเนี่ย” เธอพูดแก้เก้อ รู้สึกอายเหลือเกินที่ตัวเองเสียมาดคุณแม่จอมโหดไปเพราะเจอเรื่องไม่คาดฝัน

“แล้วสรุปว่าแม่ยังโกรธผมอยู่ไหมครับ” เรย์ถามกลับหน้าระรื่น 

“หึ! ถือว่าข้ออ้างของลูกครั้งนี้ฟังขึ้น แม่จะปล่อยไปอีกสักครั้งแล้วกัน แต่ถ้ายังมีเรื่องทาสเรื่องอะไรพวกนี้อีกเป็นครั้งที่ 3 ถ้าแม่ไม่บิดหูเราให้ขาดก็ให้มันรู้กันไปสิ” คนเป็นแม่ว่าพลางก็ทำเป็นบิดหูเรย์เบา ๆ ให้เขายกมือขอยอมแพ้

บรรยากาศมาคุระหว่างสองแม่ลูกมลายหายไปก่อนที่ใครจะทันได้รู้ตัว…

“แต่พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมฝากแม่หาครูฝึกให้ไอช่าด้วยอีกคนได้ไหมครับ” ถึงเขาจะปล่อยให้แม่สาว 6 ดาวยืนประกอบฉากอยู่ข้างหลังมานาน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะลืมเรื่องของเธอไป

“ไอช่าด้วยเหรอ?” เอลล่าเลิกคิ้ว มองไปหาเคเชียสาวที่ก็มีสีหน้าเหมือนแมวงงไม่ต่างจากเธอ “นี่อย่าบอกนะว่าลูกก็มองเห็นพรสวรรค์ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเธอด้วย” เธอถามลูกชาย

“ใช่ครับ อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่มันก็ใช่อย่างที่แม่ว่านั่นแหละครับ เธอมีพรสวรรค์ในด้านการใช้อาวุธยาวทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกอาวุธที่ใช้แทงเธอยิ่งเก่งเป็นพิเศษ ถ้าฝึกเธอดี ๆ ผมรับประกันได้เลยว่าเธอต้องกลายเป็น Battle Mage ที่เก่งกาจมากคนหนึ่งแน่ ๆ แม่คอยดูได้เลยครับ” ได้โอกาสเรย์ก็ไม่รอช้า โฆษณาทาสสาวหูแมวของเขาให้แม่ฟังอย่างภาคภูมิใจ ในขณะที่ตัวคนที่โดนร่ายสรรพคุณมานั้นยังคงยืนงงเป็นแมวตาแตกอยู่ข้างหลัง

“ด...เดี๋ยวก่อนสิคะนายท่าน นี่อยู่ ๆ พูดเรื่องอะไรน่ะคะ” ไอช่าร้องถามขึ้นมาอย่างตามเรื่องไม่ทัน ก็อยู่ดี ๆ เธอก็โดนบอกว่ามีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้อย่างนั้นอย่างนี้ จะไม่ให้เธองงได้ยังไง

“ฉันก็กำลังพูดถึงเรื่องที่นับตั้งแต่วันนี้ไปเธอไม่ต้องทำงานเป็นเมดอีกต่อไปแล้วไงล่ะไอช่า” เรย์หันกลับไปตบบ่าบาง ๆ ของเคเชียสาวเบา ๆ “เดี๋ยวเธอต้องไปฝึกเพื่อเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันคู่กับลูเซีย เพราะงั้นเตรียมตัวเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ” พูดจบแล้วเขาก็หันกลับไป ทิ้งให้ไอช่ายืนสมองช็อตหน้าเหลอหลาอยู่อย่างนั้น

“จริงด้วยครับแม่ ครูฝึกที่แม่จะหามา ช่วยคัดเฉพาะผู้หญิงมาฝึกสาว ๆ ของผมด้วยนะครับ”

“คัดเฉพาะครูผู้หญิง? อ๋อ! อะไรกันลูกแม่ นี่เราเป็นพวกขี้หวงขนาดนี้เลยเหรอ”

“แม่จะไม่ให้ผมห่วงได้ยังไง ดูหน้าตาของว่าที่บอดี้การ์ดของผมแต่ละคนสิครับ คิดว่าผมจะกล้าปล่อยให้ผู้ชายที่ไหนมาเข้าใกล้พวกเธอได้เหรอ ถ้าพวกเธอโดนลวนลามหรือล่วงเกินขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ผมที่เป็นเจ้านายของพวกเธอต้องเป็นคนคอยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของพวกเธอไว้ก่อนใช่ไหมล่ะครับ”

“จ้า จ้า แม่เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะหาครูฝึกหญิงมาให้นะ”

สองแม่ลูกคุยตกลงเรื่องกันอยู่สักพัก ก่อนที่สุดท้ายพวกเขาจะตัดสินใจแยกย้ายเมื่อคุยกันเสร็จ ไอช่ากับลูเซียถูกส่งกลับบ้านไปโดยกลุ่มเมดที่ทำงานกะดึก เอลล่าไปทำธุระของเธอตามประสาคุณนายของบ้าน ส่วนเรย์ก็ตรงไปยังห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือเสริมความรู้เรื่องเรียนที่เขายังขาด อาหารเย็นของเขาก็ถูกสั่งให้ส่งมาให้เขาที่ห้องสมุด

...โดยสรุป ปัญหาหลาย ๆ เรื่องของเรย์ก็จบลงอย่างสงบสุขเช่นนั้นเอง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว