facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 19 สถานะแฟน 100%

ชื่อตอน : บทที่ 19 สถานะแฟน 100%

คำค้น : ลอนดอน ครูอนุบาล นักธุรกิจหนุ่ม ทาสแมว จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2559 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 สถานะแฟน 100%
แบบอักษร

ติ๊ง

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูแก้วค่อยๆเลื่อนเปิดออก ขาเรียวยาวก้าวออกมาจากภายในลิฟต์ สะโพกบิดเย้ายวนเดินเข้าไปภายในเพ้นท์เฮ้าส์ ดวงตาคมที่กรีดอายไลน์เนอร์ไว้อย่างคมกริบกวาดสายตามองความหรูหราที่ไม่น้อยหน้าคฤหาสน์ใหญ่ของเธอเลยซักนิด กระจก ม่าน โคมไฟระย้า หรือแม้กระทั่งภาพวาดที่ตกแต่งอยู่บนฝาผนังก็ล้วนมีราคาทั้งนั้น หล่อนทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาสีครีมพลางยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่าห้างกอดอก

เหมี้ยว เหมี้ยว

เสียงร้องของเจ้ากิซโม่ดังขึ้นพร้อมกับร่างอ้วนของมันที่กระโดดขึ้นมาบนตักของหญิงสาวเพราะต้องการอ้อนจึงทำให้ขนยาวๆของมันติดชุดเดรสสวยเต็มไปหมด หญิงสาวร้องกรี๊ด

“กรี๊ด! เจ้าแมวบ้า แกจะกระโดดขึ้นมาทำไมยะ ชุดของฉันติดขนของแกเต็มไปหมดแล้วเนี่ย” หล่อนโวยวายพลางจับเจ้ากิซโม่โยนไปที่อื่นทันที พัณณิตาซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ไม่คุ้นหูจึงออกมาดู

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ โอ๊ะ! เจ้ากิซโม่ มานี่เร็วๆ เหมี้ยวๆๆๆ” พัณณิตาจุ๊ปากเรียกให้เจ้ากิซโม่มาหา เจ้าแมวร่างยักษ์รีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมทั้งกระโดดให้อุ้ม

“หล่อนเป็นใครกัน” ไอรีนเมื่อเห็นผู้หญิงแปลกหน้าในเพ้นท์เฮ้าส์ซึ่งไม่น่าจะมีใครอยู่ก็ชักสีหน้าใส่ทันที หรือว่าจะเป็นผู้หญิงใหม่ของฮันนี่!

“ฉันเหรอคะ? อืม... ” พัณณิตาไล่สายตามองสาวสวยลักษณะคล้ายกับผู้ดีมีสกุลตรงหน้า “ฉันเป็นแม่บ้านที่เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นเดือนน่ะค่ะ”

“แม่บ้าน? หล่อนน่ะเหรอ...” ดวงตาคมมองอย่างจิกกัด “ฉันว่าไม่ใช่ล่ะมั้ง ฉันว่าอาชีพของหล่อนคงเป็นคุณโสราคาถูกที่หวังจะปีนขึ้นที่สูงมากกว่า” น้ำเสียงเหยียดหยามทำให้พัณณิตาโกรธระคนแปลกใจเล็กน้อย

นี่น่ะเหรอผู้ดีแห่งเมืองอังกฤษ?

“ที่คุณพูดมาน่ะ ฉันว่ามันเข้าตัวคุณมากกว่าละมั้งคะ อากาศเย็นๆแบบนี้กลับใส่เสื้อผ้าเกาะอกสั้นจู๋เห็นขาอ่อนเห็นหน้าอก ถ้าไม่ได้มีเจตนามายั่วผู้ชายแล้วจะเป็นอะไร ฉันว่าคำว่าคุณโสน่าเหมาะกับคุณมากกว่านะคะ

“กรี๊ด! ยัยนี่ แกนั่นแหละที่เป็นแค่คุณโสสกปรกมีสิทธิอะไรมาว่าฉันยะ บอกไว้ก่อนเลยยะว่าฉันกับฮันนี่เราเป็นคู่หมั้นกัน ไม่มีช่องว่างให้คุณโสอย่างหล่อนเข้ามาแทรกหรอกย่ะ” ไอรีนเชิดหน้าอย่างผยอง

“ฮันนี่ของฉัน... อ้อที่แท้คุณก็เป็นคู่หมั้นนี่เอง” พัณณิตาวางหนังสือที่ถือติดมือมาลงบนโต๊ะอย่างแรง

นี่มันเรื่องอะไรกัน! เขามีคู่หมั้นแล้ว

“ใช่ย่ะ เราเป็นคู่หมั้นกัน แต่เอ๊ะๆ ... อย่าเพิ่งอิจฉาแล้วกันล่ะเพราะวาสนารากหญ้าอย่างเธอคงไม่คู่ควรที่จะคู่กับผู้ชายที่ทั้งหล่อแล้วก็เพอร์เฟคอย่างฮั่นนี่หรอก” คำพูดจาเหยียดหยามทำให้พัณณิตายิ่งโกรธจนหน้าแดง

“จะเป็นคู่หมั้นอะไรฉันไม่สนหรอกค่ะ แต่คำพูดคำจาของคุณมันไร้มารยาทมาก... ที่บ้านไม่เคยส่งไปอบรมมารยาทผู้ดีบ้างเหรอคะ กิริยามารยาทอย่างกับสุนัข... ไม่ทราบว่าในปากเลี้ยงน่ะไว้กี่ตัวเหรอคะ” พัณณิตากอดอก โต้กลับอย่างเจ็บแสบ

“กรี๊ด! ยัยบ้านี่ แกกล้าว่าฉันเหรอยะ ไม่รู้รึไงว่าฉันเป็นใคร!” หญิงสาวกระทืบเท้าเร่าๆอย่างหัวเสีย

“เป็นผู้หญิงที่กำลังยืนอวดสรรพคุณตัวเองในการหาผัวยังไงล่ะคะ คุณคู่หมั้น” หล่อนตอบให้แทน มือบางสั่นระริกเพราะความโกรธ

“อร๊ายยย ยัยนี่มันต้องตบซักฉาด ปากดีนักนะ” ไอรีนเงื้อมือหมายจะตบใบหน้าหวาน ฝ่ายพัณณิตาเองก็ง้างกำปั้นเตรียมจะตอบโต้คืนเช่นกัน

เอาไงเอากันวะ เธอไม่ยอมเจ็บตัวฝ่ายเดียวอยู่แล้ว

“เอาสิ คุณตบฉันต่อย ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันมาจากเมืองไทย... คุณคงเคยได้ยินเชื่อเสียงของมวยไทยมาบ้างว่าร้ายกาจแค่ไหน รับรองว่าหน้าสวยๆของคุณไม่เหลือแน่” เธอขู่ จริงๆแล้วเธอเคยเรียนวิชามวยไทยสมัยเรียนมัธยมปลายแต่ตอนนี้เธอลืมมันไปหมดแล้ว ฝ่ายไอรีนซึ่งเคยได้ยินมาบ้างว่าแม่ไม้มวยไทยร้ายกาจมากเสียจนสามารถทำให้คู่ต่อสู้ม้ามแตก ก้านคอหักได้เลยทีเดียวก็รู้สึกหวาดกลัว

“ฮึ! เพราะเห็นแก่ฮั่นนี่หรอกนะวันนี้ฉันถึงได้ละเว้นแก ไม่อย่างงั้นฉันตบล้างน้ำไปแล้ว! คอยดูเถอะ ถ้าครั้งหน้าฉันเจอแกอีกเมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันตบฟันร่วงแน่” หญิงสาวกระทืบเท้าปึงปังออกไปอย่างอารมณ์เสีย เธอไม่มีอารมร์ที่จะมานั่งรอใครอีกต่อไปแล้ว ไอรีนกดลิฟต์มายังชั้นล่างสุดแล้วขับรถสปอร์ตสีขาวของตนออกทันที

 

ปัง!

เสียงเปิดประตูอย่างรีบร้อนดังขึ้นพร้อมกับร่างหนาที่รีบวิ่งขึ้นมา สายตาคมดุจเหยี่ยวกวาดมองไปทั่วเพ้นท์เฮ้าส์ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของตัวการที่ทำให้เขาต้องรีบวิ่งขึ้นมา พัณณิตาเหลือบมองโลเวลล์ด้วยสายตาคาดโทษ ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาลื่น ยกมือขึ้นกอดอก

“เออ... ที่รักครับ” โลเวลล์ค่อยๆเดินเข้ามาภายในเพ้นท์เฮ้าส์พลางเอ่ยเสียงหวาน นัยน์ตาหวานเชื่อมเต็มไปด้วยความไม่พอใจทำให้ชายหนุ่มหวาดหวั่นใจอยู่ไม่น้อย

“คุณกำลังพูดถึงใครอยู่เหรอคะ ฉัน... หรือว่าผู้หญิงคนนั้นของคุณ” พัณณิตาเอ่ยเสียงเขียว คิ้วโก่งขมวดลงเล็กน้อย

“โธ่... ไม่เอาน่าที่รัก ผมก็ต้องหมายถึงคุณอยู่แล้ว จะเป็นใครที่ไหนล่ะครับ” ชายหนุ่มรีบเข้ามาตระกองกอดหญิงสาวทันทีแต่พัณณิตากลับปัดมือเขาออกเสียดื้อๆ

“คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะคะ เพราะฉันยังไม่มีคนรักที่ไหน” เธอจะไม่ยอมใช้ผู้ชายคนเดียวกันกับใครเด็ดขาด ในเมื่อเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เธอก็จะไม่ยุ่งกับเขาอีก

“ที่รัก... ผมขอโทษ... ฟังผมอธิบายก่อน” เขาแทบจะคุกเข่าขอร้อง เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้แท้ๆกลับดันมาเกิดเรื่องแบบนี้ซึ้นซะได้ น่าสมเพชที่สุด!

“ยังต้องอธิบายอะไรกันอีกล่ะคะ ฉันว่ามันจะเป็นแค่คำแก้ตัวของคุณซะมากกว่า ในเมื่อคุณก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว ฉันว่าเราก็เลิกกันเถอะค่ะ แล้วต่อไปคุณก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก” พัณณิตาตวาดใส่เขาเสียงดัง เธอตัดสินใจจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา “แต่ก่อนจะไปฉันอยากจะพูดกับคุณในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง การกระทำของคุณนั้นมันเลวทรามมาก! ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองมีคู่หมั้นคู่หมายที่จะต้องแต่งงานกันในอนาคตแต่คุณกลับทรยศหักหลังนอกใจหล่อน แล้วยังมาขอคบกับฉันอีก!

“ไม่! ผมไม่ได้ทรยศหักหลังใครทั้งนั้น ที่รัก... ผมยังไม่มีคู่หมั้น คุณกำลังเข้าใจผมผิด” โลเวลล์ใจหายวาบทันทีที่เธอประกาศตัดความสัมพันธ์กับเขา ดวงใจที่ใกล้สมานปริร้าวอีกครั้ง

“เข้าใจผิดอะไรกันล่ะคะ ฉันจะไม่ชื่อสิ่งที่คุณพูดอีกต่อไปแล้ว!

“ที่รัก! ทูนหัว... ได้โปรด เธอไม่ใช่คู่หมั้นของผมจริงๆ เชื่อผมเถอะนะครับ” ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาว เขาร้องคร่ำครวญ

“ถ้าไม่ใช่แล้วหล่อนเป็นอะไรกับคุณล่ะคะ คงไม่มีใครหน้าด้านจนถึงขนาดอ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นของคนโน้นคนนี้หรอกคะ”

ก็หล่อนยังไงล่ะครับ! ชายหนุ่มแอบตอบในใจไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมา

“ว่าไงคะ ตอบมาสิถ้าพวกคุณสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างคาดคั้น

“เธอ... เธอเป็นคู่ควงที่ผมใช้ไปออกงานด้วยกันบ่อยๆน่ะครับ คุณก็น่าจะรู้นี่ครับว่าในแวดวงสังคมอย่างผมเวลาไปออกงานสำคัญก็ต้องมีผู้หญิงควงไปเป็นคู่อยู่แล้ว” โลเวลล์รีบสารภาพออกมาทันทีเพราะกลัวว่าหล่อนจะโมโหไปมากกว่านี้

“นี่คุณหาว่าฉันโง่เหรอคะ!” พัณณิตาสะบัดหน้าหันขวับมาทันที

“เปล่าครับ! ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมก็แค่... คิดว่าคุณน่าจะรู้” โลเวลล์ตื่นตกใจรีบอธิบายทันทีเมื่อเห็นว่าเขากำลังหาว่าหล่อนโง่

“ถึงจะไม่ใช่คู่หมั้น แต่คุณก็ต้องให้ความสำคัญกับหล่อนมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ทะนงตัวคิดไปเองว่าเป็นคู่หมั้นของคุณหรอก” ถึงเหตุผลของเขาจะพอมีน้ำหนักอยู่บ้างแต่เธอก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

“เธอเป็นลูกสาวของประธานสายการบินที่เป็นคู่แข่งของผม ผเลยอาจจะดีกับเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่นนิดหน่อย... แต่แน่นอนว่าน้อยกว่าคุณนะครับ” ชายหนุ่มกางแขนรวบเธอเข้าสู่อ้อมอก

“ผู้หญิงคนอื่น! นี่คุณยังมีซุกไว้อีกเหรอคะ”

“ไม่ครับ! ผมไม่มี... ผมไม่มีใครนอกจากคุณคนเดียว” ชายหนุ่มแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองทิ้ง ใช่! ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะมี แต่ตอนนี้ทั้งสี่ห้องหัวใจของเขามีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น

“แน่นะคะ” ความแข็งกร้าวในนัยต์ตาหวานค่อยๆจางหายไป “ฉันเริ่มไม่ค่อยแน่ใจที่จะเชื่อคุณซะแล้วสิคะ ก็ในเมื่อคุณหน้าตาดีขนาดนี้ หุ่นล้ำขนาดนี้ แถมยังรวยอีกต่างหาก ไม่ต้องกระดิกนิ้วผู้หญิงก็รุมล้อมไว้รอให้คุณเรียกใช้กันเป็นแถวแล้วล่ะคะ”

หญิงสาวลูบไล้กล้ามหน้าท้อแน่นที่ถูกปกปิดด้วยชุดสูทสามชั้น

“โธ่... ต้องเชื่อผมสิครับที่รักเพราะที่ผมพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น” โลเวลล์ส่งสายตาหวาน ถูกแก้มสากเข้ากับแก้มเนียนนุ่ม “ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ”

เขาขอร้องแต่หญิงสาวยังนิ่งเงียบ

“ก็ได้ค่ะ... ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้คุณ... แต่ห้ามมีครั้งต่อไปอีกเด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้นความฝันของคุณที่จะได้ฉันไปเป็นเจ้าสาวก็พับลงกล่องเก็บไปได้เลย”

“ครับ มันจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก... ขอบคุณนะครับที่รัก” ชายหนุ่มดีใจ ก้มลงจูบกลีบปากอวบอิ่มโดยไม่ทันให้หล่อนได้ตั้งตัว

 

 ---------------------------------------------------------------------------------------------

เข้ามาแก้ไขค่ะ

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็น