ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 Deja Vu! I have been in this place before

ชื่อตอน : บทที่ 7 Deja Vu! I have been in this place before

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2564 08:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 Deja Vu! I have been in this place before
แบบอักษร

7

Deja Vu! I have been in this place before

 

 

เควสทั่วไป - [ มาเหลวไหลไปด้วยกัน ]

คำอธิบาย : ออลสัน เพื่อนของคุณอยากจะไปเที่ยวเล่นและทำตัวเหลวไหล มันอาจไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ และที่ที่เขาจะพาคุณไปมันก็ไม่ใช่ที่ที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่เคยไปมาก่อนนี่ ไปอีกสักรอบจะเป็นไรไป จริงไหม? ถือว่าเสริมประสบการณ์ชีวิตเป็นไง? 

เงื่อนไขเควส : ไปเที่ยวเล่นกับออลสัน

รางวัลเควส : แต้มค่าสถานะ 1 หน่วย

( ยอมรับเควสหรือไม่ - รับ/ไม่รับ )

_____

เรย์ขมวดคิ้วใส่เควสตรงหน้าเล็กน้อย เจ้าอินเตอร์เฟสนี่มันกวนประสาทเขาอีกแล้ว ดูมันสิ!

“ว่าไงเรย์ ไปด้วยกันไหม? ไม่แน่นะ ถ้านายไปที่นั่นด้วยกันคราวนี้นายอาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปอีกก็ได้” ออลสันยิ้มให้เรย์อย่างมีเลศนัย แขนที่กอดคอเขาอยู่ยังไม่ปล่อยไปไหน มันกะจะชวนเขาไปด้วยกันให้ได้จริง ๆ

“...ไอ้ที่นั่นที่ว่านี่มันที่ไหนล่ะ” เรย์ถามพลางก็มองไปที่ออลสันด้วยหางตา

“ไปเดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า นายก็เคยไปมาก่อน” ออลสันทำเป็นมีลับลมคมใน

“มาชวนฉันไปเป็นเพื่อนแต่ไม่บอกว่าจะไปที่ไหนเนี่ยนะ?” เรย์ว่า

“เอาน่า ให้มันลุ้น ๆ ไง” ออลสันบอก

‘ลุ้นก็แมวแล้ว’ เรย์ถอนหายใจเฮือก เอาวะ เพื่อแต้มค่าสถานะฟรี ไปก็ได้วะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว 

“เออ ๆ ไปก็ไป”

 

- คุณได้รับเควส [ มาเหลวไหลไปด้วยกัน ]

 

“ต้องอย่างนั้นสิเพื่อน!” ออลสันตบไหล่เรย์อย่างชอบใจ

เพื่อปลดล็อค Class Talent และปลุกพลังเอ็กซีดของเขาโดยสมบูรณ์ เรย์ต้องการค่าสถานะ EXC ให้ถึง 20 ตอนนี้เขามีอยู่แล้ว 17 มีแต้มค่าสถานะอยู่กับตัวอีก 2 หน่วย ขาดอีก 1 หน่วยพอดี เพราะงี้เรย์ก็เลยเปลี่ยนใจ ยอมไปเป็นเพื่อนกับออลสันเพื่อรางวัลเควส

เมื่อตัดสินใจแล้ว เรย์ก็ใช้เครื่อง MPD (หรือชื่อเต็ม Muti-Purpose Device) ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องโทรศัพท์ของที่โลกอัสเทร่าแห่งนี้ ทำการโทรไปบอกคนขับรถว่าเย็นนี้ไม่ต้องมารับเขา และฝากไปบอกแม่เขาด้วยว่าเย็นนี้เขาจะออกไปเที่ยวกับออลสันและคงได้กลับบ้านช้า ด้านออลสันก็โทรเรียกรถที่บ้านของตัวเองมารับพวกเขาทั้งสองและออกรถไปยังที่หมายที่ออลสันคิดจะไปในเย็นนี้

 

“ทำไม...นายถึงพาฉันมาที่นี่อีกแล้วห๊ะ?”

เรย์มองอาคารที่แสนคุ้นตาตรงหน้าพลางก็ย่นคิ้วถามออลสันออกไป 

“ฉันได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้ทางโรงประมูลเพิ่งได้ทาสสาวสวย ๆ ล็อตใหม่มา และเขาจะประมูลขายพวกเธอกันในวันนี้ ฉันก็เลยว่ามาจะซื้อไปสักคนสองคนน่ะ หึหึ” ออลสันตอบเรย์ด้วยรอยยิ้มกริ่ม “2 ปีก่อนที่เราเคยมา เงินฉันไม่พอก็เลยไม่ได้ซื้อใครไป แต่รอบนี้ฉันไม่พลาดแน่” 

“...” เจอแบบนี้ เรย์ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ใช่แล้ว ที่ที่ออลสันพาเขามานี่ก็คือโรงประมูลทาสแห่งเมืองซิลเวอร์ดัสท์ โรงประมูลแมนดิสัน หนึ่งในสถานที่สีเทาที่ถูกตั้งเด่นหราอยู่กลางเมืองโดยไม่แคร์สายตาใคร ที่ที่ทาสผู้โชคร้ายจากทั่วทุกสารทิศถูกส่งมาประมูลขายเหมือนกับเป็นแค่สิ่งของ แต่น่าเศร้าที่โลกอันโหดร้ายใบนี้ไม่แยแสต่อชีวิตที่ถูกย้ำยีของพวกเขาแต่อย่างใด

ที่อัสเทร่ามันต่างจากที่โลกทางโน้น การซื้อขายมนุษย์เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยถูกกฎหมาย ตราบที่ยังไม่มีการล้ำเส้นที่ควร จะโสเภณี ทาส หรือกิจการอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับอะไรพวกนั้นก็ได้รับการอนุญาตหมด ไม่งั้นตอนอายุ 13 เรย์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขาคงมาซื้อทาสกลับบ้านไปหน้าตาเฉยไม่ได้หรอก

“คราวที่แล้วนายก็ซื้อเด็กหน้าตาดีกลับไปคนหนึ่งด้วยนี่ถ้าฉันจำไม่ผิด รอบนี้นายสนใจจะซื้ออีกไหมล่ะ? ฮ่ะฮ่ะ หรือถ้านายไม่สนใจก็ไม่เป็นไรนะ แค่อยู่เป็นเพื่อนฉันจนจบการประมูลก็พอ ฉันแค่อยากให้นายมานั่งเป็นเพื่อนฉันแค่นั้นแหละ” ออลสันว่า

‘เจริญดีแท้ตู มีเพื่อนพรรค์นี้’ เรย์แทบอยากเอามือก่ายหน้าผาก ส่วนปากก็พูดออกไป “เออ ๆ ตามใจนายเลย”

เควสของออลสันมันยังไม่สำเร็จแม้เขาจะมากับไอ้เพื่อนบ้านี่ถึงนี่แล้ว แสดงว่าเขาคงต้องอยู่กับมันจนจบการประมูลนั่นแหละเขาถึงจะได้รางวัลเควส ถึงใจจะเซ็งแค่ไหน แต่เขาก็ต้องทน ๆ ไป เขามันพวกทำอะไรแล้วต้องทำให้จบไม่งั้นมันจะค้างคาใจ

ออลสันลากตัวเรย์เข้าไปในโรงประมูล ทำการลงชื่อรับป้ายเลขที่และซื้อที่นั่ง VIP มาเสร็จสรรพ จากนั้นพวกเขาถึงเดินเข้าไปในห้องประมูลที่มีเวทีตั้งอยู่ด้านในสุด มันล้อมรอบไว้ด้วยที่นั่งต่างระดับทรงครึ่งวงกลม ที่นั่งสุดหรูของพวกเรย์อยู่แถวบนสุดและมีโต๊ะสำหรับวางเครื่องดืมและอาหารกับพนักงานหญิงยืนประจำคอยรอบริการอยู่ไม่ไกล

พอพวกเขานั่งลงกับที่ได้ ออลสันก็ไม่รอช้าสั่งไวน์ราคาแพงกับพนักงานหญิงมา 2 ที่ในทันที ไม่ถามเรย์สักนิดว่าเขาอยากดื่มกับมันไหม แต่ก็เอาเถอะ ของดีแบบนี้ไหน ๆ ก็สั่งมาแล้วไม่ดื่มก็เสียดาย ถ้าเขาแค่จิบ ๆ คงไม่เมาขาดสติให้เสี่ยงเป็นเรื่องเป็นราวอะไรหรอกมั้ง

ผู้คนค่อย ๆ ถยอยกันเข้ามาในห้องประมูล ตามเวลาแล้วการประมูลของวันนี้จะเริ่มขึ้นตอน 6 โมงเย็นตรง ซึ่งออลสันมันก็พาเขามาก่อนเวลาเป็นชั่วโมงเลยไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน เขาเลยต้องมานั่งรอเหงกอยู่กับมันจนรากแทบหงอก และได้แต่พูดคุยกึ่งก่นด่าไอ้คนชวนมันเป็นการฆ่าเวลาไปยาว ๆ

...เวลา 18 นาฬิกา

เมื่อถึงเวลาแล้วไฟในห้องประมูลก็ถูกหรี่ลงจนแทบมืด สปอตไลท์ถูกเปิดและฉายลงไปบนเวที พิธีกรหญิงในชุดราตรีสีแดงเว้าแหวกชวนใจหายเดินขึ้นมาและเริ่มพูดด้วยเวทขยายเสียงให้ทุกคนได้ยินเสียงเธอดังฟังชัด

“สวัสดีค่ะท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่โรงประมูลแมนดิสันสาขาซิลเวอร์ดัสท์ของเรา วันนี้เป็นวันดีค่ะ เนื่องจากสงครามที่เอราฟีนซึ่งเพิ่งจบไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ทำให้มีเฉลยศึกชาวเอลฟ์ถูกขายเป็นทาสเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมาก และวันนี้ทางโรงประมูลของเราก็ได้นำสินค้าจากแหล่งดังกล่าวมาเพื่อให้ทุกท่านได้ประมูลกันค่ะ”

เรย์รับฟังคำพูดของพิธีกรหญิงแบบไม่ค่อยใส่ใจ สมองเหม่อคิดไปถึงเรื่องอื่นซะส่วนใหญ่ ขณะที่บรรยากาศในโรงประมูลนั้นครึกครื้น หลังจากที่พิธีกรหญิงจบการพูดเกริ่นตอนเริ่มแบบพอเป็นพิธี ทาสชาวเอลฟ์ทั้งชายและหญิงก็ถูกนำตัวขึ้นเวทีมาให้ผู้ประมูลแข่งกันเสนอราคาให้เจียวจาว

“45,000!”

“50,000!”

“37,000!”

“40,000!”

...

โดยทาสแต่ละคนที่ถูกนำขึ้นมานั้น พวกเขาต่างก็ก้มหน้าก้มตา มีสีหน้าไม่เศร้าสลดก็สิ้นหวังดูหมดอาลัยตายอยาก เป็นภาพที่ชวนให้หดหู่ใจ ถึงการปฏิบัติต่อทาสในโลกนี้จะไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป ส่วนใหญ่พวกเขามีทั้งเสื้อผ้าสะอาดใส่และมีข้าวมีปลาให้กินไม่อดอยาก แต่การถูกริดรอนสิทธิ์ความเป็นมนุษย์และกลายเป็นเบี้ยล่างของคนอื่นอย่างไร้ข้อกังขามันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ๆ

ดูอย่างไอช่าที่เกือบจะโดนเรย์บังคับขืนใจจนเครียดแทบตายนั่นสิ เธอดูมีความสุขที่ไหน...ว่าแต่ทำไมเขาต้องเอาเรื่องของตัวเองมายกตัวอย่างในด้านที่ไม่ดีด้วยเนี่ย

ถึงตอนแรกเรย์จะไม่ได้มีความสนใจกับไอ้งานประมูลนี่สักเท่าไหร่ แต่พอคิดถึงไอช่าแล้วเรย์ก็คิดขึ้นมาได้ว่าไหน ๆ ก็มาแล้วเขาลองตรวจสอบค่าสถานะของพวกทาสนี่ดูเผื่อจะเจอคนมีพรสวรรค์ซ่อนเร้นหลุดมาอีกหน่อยก็ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะได้ไม่มาเสียเที่ยวและได้บางอย่างติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง

แต่น่าเสียดายที่นั่งส่องมาตั้งนานเขาก็ยังไม่เจอทาสคนไหนที่มีพรสวรรค์ถูกใจ ส่วนใหญ่เจอแต่พวกที่มีพรสวรรค์ด้านงานศิลป์ งานบัญชี ร้องเพลง บลา ๆ พวกที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้หาได้น้อยมากแถมยังไม่ใช่พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมอะไร ธรรมดา ๆ กันทั้งนั้น ไม่เข้าตากรรมการสักคน

ระหว่างที่เรย์กำลังพิจารณาทาสทุกคนอย่างจริงจังนั้น เจ้าออลสันที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ชวนเขาคุยและถามความเห็นเขาทุกครั้งที่มีทาสสาวสวย ๆ โดนส่งขึ้นมาบนเวที ถามอยู่นั่นแหละว่าคนนี้แจ่มไหม คนนี้นายว่าไง ซึ่งเรย์ก็ไม่ฟังอะไร ตอบเออออห่อหมกไปเรื่อย เขารู้ตัวอีกทีพวกก็ประมูลซื้อตัวสาวชาวเอลฟ์แสนสวยคนหนึ่งมาซะแล้ว

“และต่อไปค่ะ เธอเป็นอดีตเมดสาวผู้รับใช้ราชวงศ์ลูเบเรียร์ที่ตอนนี้ได้ล่มสลายไปแล้ว เด็กสาวชาวเอลฟ์ผู้มีวัยเพียง 16 ปี ราคาตั้งต้นของเธออยู่ที่ 20,000 ซิล และการเสนอราคาแต่ละครั้งต้องขึ้นราคาไม่ต่ำกว่า 500 ซิลค่ะ”

คราวนี้เมื่อสิ้นคำพูดของพิธีกรสาว เอลฟ์สาวร่างเล็กคนหนึ่งก็เดินมาบนเวที เธอมีผมสั้นสีบลอนด์ยาวถึงแค่ระต้นคอกับดวงตาฟ้า หน้าตาของเธอดูธรรมดาผิดคาดเมื่อเทียบกับมาตรฐานของเผ่าเอลฟ์ มันก็ไม่ใช่ว่าเธอไม่สวยหรือขี้เหร่อะไรหรอก แต่เธอแค่ดู ‘จืด’ เกินไปสำหรับสาวเผ่าเอลฟ์ที่มักสวยหล่อบาดตาจนทำให้คนเห็นรู้สึกเหมือนโดนใครเอาไฟฉายมาส่องตาก็เท่านั้น แต่ในกรณีของเธอคนนี้ ถ้าเธอเดินอยู่กลางฝูงชนก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอด้วยซ้ำ

อาจเป็นเพราะหน้าตาที่ไม่โดดเด่นของเธอ ราคาเริ่มต้นของเอลฟ์จึงไม่สูงนักเมื่อเทียบกับทาสหญิงคนอื่น ๆ เสียงตอบรับของคนในที่ประมูลก็ไม่ค่อยดี ต้องรออยู่ครู่ใหญ่ทีเดียวถึงจะมีคนเสนอราคาขึ้นมา แถมราคายังเป็นแค่ 20,500 ซิล 

เรย์เองก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอมาก แค่ก็ใช้สกิลตรวจสอบค่าสถานะของเธอไปเหมือนทุกที เพียงแต่ครั้งนี้เขานี่แทบลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นค่าสถานะและพรสวรรค์ของเธอ...ไม่สิ เห็นแค่ชื่อเธอตาเขาก็แทบหลุดออกจากเบ้าแล้ว

 

ลูเซีย (ลูเครเซีย แองเจลล่า ลูเบเรียร์)

เผ่า : เอลฟ์

เพศ : หญิง

อายุ : 16

Tier : 0 (1)

Class : เอ็กซีด Lv.10 เจ้าหญิง Lv.12 นักเรียน Lv.14 จอมเวท Lv.8

ทาส Lv.1

HP : 240/240 (480/480) MP : 125/125 (394/394)

EP : 0/0 (352/352)

ค่าสถานะ :

STR : 14

VIT : 17

AGI : 30

INT : 42

MAG : 20 (58)

EXC : 0 (62)

CHA : 20 (120)

LUCK : 36

แต้มค่าสถานะ : 106

Skill point : 20

_____

[ Magus Blessing ] Innate Talent : เธอมีพรสวรรค์ที่ทำให้เธอสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของธรรมชาติและสัมผัสถึงมานาได้ดีกว่าคนทั่วไป จะกล่าวว่าเป็นบุคคลที่เกิดมาเพื่อเป็นจอมเวทเลยก็ได้, เพิ่มความเร็วในการเรียนรู้เวทมนตร์ทุกชนิดขึ้นอย่างมาก, +35% ผลของการใช้เวทมนตร์ธาตุ, +20% ความเร็วในการเติบโตของ Max MP

 

[ Ethereal Charm ] Innate Talent : เธอเป็นดั่งผลงานชิ้นเอกจากพระผู้สร้าง รูปโฉมงดงามไร้ที่ติ แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใดคือเสน่ห์ดั่งเทพธิดาของเธอที่มนุษย์ไม่ควรมี เธอสามารถทำให้ผู้คนหลงไหลเธอได้โดยง่ายขอเพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอเท่านั้น, เพิ่มผลของค่าสถานะ CHA อย่างมหาศาล, เพิ่มโอกาสทำให้คนหลงเสน่ห์เธอง่ายขึ้น 50%

   (ปัจจุบันพรสวรรค์นี้ถูกปิดผนึกด้วยมายาและไม่แสดงผล)

 

[ Exceed ] - Innate Talent : เธอเกิดมาพร้อมกับพลังพิเศษที่สถิตอยู่ในร่างของคุณ ตอนนี้คุณได้ปลุกพลังของมันขึ้นมาแล้ว ทำการปลดล็อค Class - เอ็กซีด, ปลดล็อคค่าสถานะ Exceed, ปลดล็อคค่าพลัง EP (Energy Point)

_____

[ Exceed : Falsus Veritas (Lv.2) ] Class Talent : พลังแห่งการบิดเบือนความเป็นจริง ม่านหมอกแห่งมายา หลอกลวงได้ทุกสิ่งตามที่ใจปราถนา ด้วยพลัง Falsus Veritas นี้เธอคือเจ้าแห่งมายา เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ ใครจะรู้ว่าสิ่งที่คุณเห็น สัมผัส หรือได้ยินมันเป็นของจริงหรือของปลอม

 

เรย์เบิกตากว้างมองใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของทาสเอลฟ์สาวบนเวทีอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ‘ไหงเธอมาอยู่นี่ได้เนี่ย!?’ เขาคิด

ลูเซีย หรือชื่อจริง ลูเครเซีย แองเจลล่า ลูเบเรียร์ อดีตองค์หญิงผู้เหลือรอดแห่งราชวงศ์ที่ล่มสลาย สายเลือดกษัตริย์ที่ยังหลงเหลือจากอาณาจักรเอราฟีน ในเกม Dream Phantasia เธอเข้าร่วมกับองค์กร รีเวนเจอร์ องค์กรต่อต้านจักรวรรดิที่ถูกก่อตั้งโดยผู้หลบหนี ผู้รอดชีวิตและผู้สูญเสียจากการที่อาณาจักรของตนถูกรุกรานโดยจักรวรรดิ กลอเรีย 

เธอก็เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะบอสเนื้อเรื่องที่โคตรอภิมหาโหด แถมยังสวยโดดเด่นสะกดสายตา จนกลุ่มแฟนเกมตั้งฉายาให้เธอว่า “เทพธิดามายา” แต่เขาจำไม่เห็นจะได้ว่าในเกมเคยบอกว่าเธอเคยเป็นทาสมาก่อนด้วย แล้วเธอยังบังเอิญโดนจับมาขายที่บ้านเกิดเขาซะอีก

ไอ้โรงประมูลนี่ก็อะไร ไอช่าก็คนหนึ่งแล้ว ลูเซียยังมาอีกคน…นี่เอ็งเป็นร้านค้าลับที่สุ่มขายตัวละคร 6 ดาวรึไง!?

ในหัวของเรย์ปั่นเร็วจี๋ คิดวิเคราะห์และทำความเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าโดยเร็วไว ดูจากรูปลักษณ์ของเธอและคำพูดนำเสนอของพิธีกรงานประมูล ลูเซียเธอคงกำลังใช้พลังเอ็กซีดของเธอปลอมตัวและปกปิดความจริงที่เธอเป็นเจ้าหญิงแถมยังเป็น Tier 1 เอาไว้ ตอนนี้คนทั้งงานเลยไม่มีใครรู้ว่าพวกเขากำลังประมูลตัวเจ้าหญิงเอลฟ์แห่งเอราฟีนอยู่ ถ้าพวกจักรวรรดิรู้ว่าเจ้าหญิงที่พวกมันกำลังตามหากันนักกันหนาโดนปล่อยให้หลุดข้ามทวีปมากลายเป็นทาสถึงที่ดีคอนนี่ ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันจะทำหน้ากันยังไง

แต่ไม่ว่าจะเป็นพวกรีเวนเจอร์ก็ดีหรือพวกจักรวรรดิก็ดี เรย์นึกว่าเขาจะยังไม่ต้องมีอะไรไปเกี่ยวข้องกับเจ้าพวกตัวร้ายนี่จนกว่าเขาจะไปหาเรื่องพวกมันเองแล้วซะอีก แต่กลายเป็นว่าคุณว่าที่ผู้บังคับบัญชาหน่วยจอมเวทแห่งรีเวนเจอร์และเจ้าหญิงที่โดนจักรวรรดิตามล่าดันมาโผล่อยู่ที่โรงประมูลทาสแถวบ้านเขาโดยไม่คาดฝันซะอย่างนั้น

“เอลฟ์คนนี้เธอหน้าจืดไปหน่อยนะนายว่าไหม” 

ออลสันกำลังคอมเมนท์เรื่องหน้าตาของลูเซียอยู่โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ตอนนั้นเองเรย์ก็หยิบป้ายหมายเลขที่เขาไม่เคยแตะมาตั้งแต่เริ่มการประมูลขึ้นมาจากโต๊ะและชูมันให้พิธีกรหญิงเห็น

“21,000” เด็กหนุ่มเอ่ยเสนอราคา

“ห๊ะ? เรย์นายสนใจสาวหน้าตาแบบนี้ด้วยเหรอ เทียบกับคนก่อนที่นายซื้อไปเธอสวยได้ไม่ถึงครึ่งของเด็กคนนั้นเลยนะ” ออลสันเลิกคิ้วแปลกใจก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “จะว่าไปเด็กผมเงินที่นายซื้อไปคนก่อนเป็นไงบ้างแล้วล่ะตอนนี้ นายงาบเธอไปยัง?

“ออลสัน ช่วยฉันอย่าง หุบปากไปสัก 5 นาทีได้ไหม!” เรย์ทำเสียงห้วนใส่อย่างไม่ปิดบังความรำคาญ

“22,000”

ตอนนั้นเอง ผู้ประมูลหมายเลข 54 ก็เสนอราคาแข่งกับเขาขึ้นมา เรย์ก้มมองไปยังผู้ประมูลคนนั้นที่เป็นชายวัยกลางหน้าตาธรรมดา ๆ แล้วก็หรี่ตา ถึงตอนนี้เองเขาจะเพิ่งสังเกตว่าผู้ประมูลคนนี้ได้ประมูลซื้อตัวทาสราคาถูกไปหลายคนแล้วตั้งแต่ก่อนหน้า ปกติเขาคงไม่สนใจ แต่พอเอาเรื่องนี้กับเรื่องลูเซียที่ยืนอยู่บนเวทีนั่นมารวมกัน มันก็ทำให้เขาคิดสันนิษฐานบ้า ๆ บางอย่างขึ้นมาได้

เป็นไปได้ไหมที่เจ้าผู้ประมูลหมายเลข 54 นี่เป็นสมาชิกของรีเวนเจอร์ที่มาหาคนเข้าองค์กรเพิ่มผ่านการซื้อทาส และเพราะแบบนั้นเองลูเซียที่โดนประมูลอยู่ที่นี่ก็เลยไปลงเอยเป็นสมาชิกของรีเวนเจอร์อย่างที่เห็นอยู่ในเกม?

ถึงข้อสันนิษฐานนี้จะเป็นแค่ความคิดที่แล่นผ่านวูบเข้ามาในสมอง แต่มันก็ไม่ถึงกับไม่มีความเป็นไปได้เลย...

เอาเถอะ จะยังไงก็ช่าง เขาจะเดาผิดเดาถูกก็ไม่รู้แหละ แต่วันนี้เขาไม่ปล่อยลูเซียให้ไปอยู่ในมือคนอื่นแน่ ๆ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงไม่แคล้วไปเป็นคนของรีเวนเจอร์ตามเดิม และนั่นก็หมายความว่าในอนาคตเธอจะวกกลับมากระทืบเขา! เรื่องสิวะ แค่สมัยเล่น Dream Phantasia เขาก็โดนเธอยำเละในเกมมาพอแล้ว ใครจะอยากมาโดนเธอยำใหญ่ใส่น้ำพริกในโลกจริงอีก! ให้เธอมาเป็นทาสสาวที่คอยติดตามดูแลเขาให้มันกระชุ่มกระชวยใจไม่ดีกว่าเรอะ!!!

“30,000!” เรย์เน้นเสียงเอ่ยราคา

“...31,000” ผู้ประมูลหมายเลข 54 ดูลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“35,000!” เรย์ขึ้นราคาไปอีกหลายพันเพื่อเป็นการแสดงความตั้งใจให้เห้นว่าเขาต้องการทาสสาวคนนี้ และเขาสู้ราคา

“...” คราวนี้ผู้ประมูลหมายเลข 54 เลยต้องเงียบไปและไม่เสนอราคาขึ้นมาแข่งอีก เขาไม่ได้ต้องการตัวทาสหน้าจืด ๆ ที่กำลังถูกประมูลอยู่ขนาดนั้น

“ค่ะ มีใครจะเสนอราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ ถ้าไม่มีงั้นฉันจะนับล่ะนะคะ 35,000 ครั้งที่ 1! 35,000 ครั้งที่ 2! และ 35,000 ครั้งที่...3 ค่ะ! เป็นอันสรุปนะคะ ทาสสาวคนนี้เป็นของท่านผู้ประมูลหมาย 15 ค่ะ!”

พิธีกรสาวพูดประกาศเสียงใสเพื่อพยายามทำให้บรรยากาศดูน่าตื่นเต้น ด้านเรย์ที่เห็นว่าเขาได้ตัวลูเซียมาง่าย ๆ โดยไร้อุปสรรคก็แอบเป่าปากโล่งอก

การชิงตัวมือดีของพวกรีเวนเจอร์มาแบบนี้อาจจะทำให้เกิด Butterfly effect และส่งผลต่อเหตุการณ์ในอนาคตที่เขารู้มาจาก Dream Phantasia ได้ แต่เพื่อเป็นการตัดกำลังสำคัญของพวกรีเวนเจอร์แล้ว เรย์ขอยอมเสี่ยง

ในอนาคตลูเซียเธอจะพัฒนาฝีมือของตัวเองขึ้นไปได้จนถึงระดับที่แทบจะอยู่ในทำเนียบรายชื่อผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก! คิดดูเอาแล้วกันว่ามันอันตรายแค่ไหนที่จะปล่อยคนแบบเธอให้ไปอยู่กับกลุ่มตัวร้ายอย่างรีเวนเจอร์

...แล้วคิดดูแล้วกันว่ามันดีแค่ไหนที่เขาได้คนแบบนั้นมาเป็นผู้ติดตาม! แค่คิดเขาก็แทบเกร็งหน้าไม่ให้หลุดยิ้มออกมาไม่อยู่แล้ว

‘แต่ซื้อทาสกลับไปอีกแล้วแบบนี้...โดนแม่ด่าอีกแน่ตู’ เรย์ผู้ที่เพิ่งตระหนักเรื่องสำคัญได้หลับตาลงและไว้อาลัยให้ตัวเองล่วงหน้าเป็นเวลา 3 วิฯ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว