facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 18 สถานะแฟน 50%

ชื่อตอน : บทที่ 18 สถานะแฟน 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.9k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2559 07:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 สถานะแฟน 50%
แบบอักษร

         “คุณพัณณิตา...” โลเวลล์พูดด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ มองหญิงสาวซึ่งเปรียบเสมือนดวงใจของเขา

      “ขอบคุณนะครับ... ขอบคุณที่ยอมให้อภัยผม ขอบคุณมาก ... ขอบคุณคุณมากจริงๆ” ชายหนุ่มรัดร่างหญิงสาวแน่นขึ้น ซุกใบหน้าเข้ากับเส้นผมนุ่มสลวย หลั่งน้ำตาของลูกผู้ชายออกมา ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ... ในที่สุดเธอก็ยอมยกโทษให้เขา!

                พัณณิตายิ้มอ่อนๆให้โลเวลล์ ก่อนจะค่อยๆยกมือเรียวของตนขึ้นมากอดตอบชายหนุ่ม ลูบแผ่นหลังให้เขาอย่างปลอบโยนเหมือนกันกับที่เธอเคยทำให้เด็กนักเรียนที่น่ารักของเธอ ยามพวกแกร้องไห้

“คุณพัณณิตา ผมรักคุณ... ผมรักคุณ” ชายหนุ่มกระซิบบอกถ้อยคำรักข้างหูซ้ำไปซ้ำมา คลอเคลียนัวเนียอยู่บริเวณแก้มใส ก่อนจะค่อยๆคลายอ้อมกอดออก

“คุณโลเวลล์?” หญิงสาวเอ่ยอย่างแปลกใจ อ้อมกอดที่คลายออกทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บ ชายหนุ่มค่อยๆดันร่างของเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับตน เขานั่งคุกเข่าตรงหน้าพัณณิตาพร้อมทั้งช้อนมือซ้ายของเธอขึ้นมา

“คุณพัณณิตาครับ... ได้โปรด แต่งงานกับผมนะครับ” โลเวลล์ประทับจุมพิตเบาๆที่หลังมือขาว คิ้วโก่งเลิกขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่จ้องมองชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ

“เออ... คุณโลเวลล์คะ สำหรับเรื่องนี้ฉันว่า... มันจะเร็วไปซักหน่อย” ถึงแม้เขาจะดีกับเธอมาก และเธอก็ได้ตกเป็นของเขาทางพฤตินัยแล้ว แต่การจะให้มาอยู่กินร่วมกันตลอดชีวิตจะใช้เวลาดูใจแค่หนึ่งเดือนมาตัดสินไม่ได้

“ทำไมล่ะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเสียใจไปอีกตลอดชีวิต จะเป็นสามีที่ดี จะเป็นพ่อที่ดีของลูก จะคอยปกป้องไม่ให้ใครมาทำร้ายได้แม้แต่ปลายเส้นผม ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอีกเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด”

“...” พัณณิตานิ่งเงียบ นัยน์ตาดำขลับที่จ้องมองเขาไปด้วยความลำบากใจ ถึงแม้เขาจะพูดแบบนั้น... แต่เธอคงจะตอบรับคำขอแต่งงานของเขาไม่ได้

“หรือว่าเป็นเพราะผมไม่มีแหวนให้คุณ!” โลเวลล์สรุปความคิด ชายหนุ่มนำเถาดอกไม้เล็กๆซึ่งขึ้นอยู่บริเวณใกล้ๆแล้วนำมาม้วนประดิษฐ์ทำเป็นแหวนง่ายๆแล้วบรรจงสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ

“ผมขอให้แหวนวงนี้เป็นตัวแทนแหวนของผม เพราะฉะนั้นคุณสวมแหวนวงนี้แล้ว... คุณต้องแต่งงานกับผมนะครับ” ชายหนุ่มดึงมือของพัณณิตามาทาบลงบนแผ่นอก หัวใจที่เต้นระรัวรุนแรงสะท้อนออกมาจนเธอสัมผัสได้ ดวงตาดำขลับราวกับสมันน้อยจ้องมองแหวนที่ทำมาจากดอกไม้ พลางยิ้มน้อยๆในใจ

“คุณโลเวลล์ ฉันว่าเรื่องแบบนี้คุณควรจะต้องเข้าใจฉันด้วยนะคะ” หญิงสาวชักมือออกแล้วกุมมือหนาของชายหนุ่มเอาไว้ “การแต่งงานสำหรับฉันแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่ พวกเราเพิ่งจะมารู้จักกันได้แค่เดือนเดียวเท่านั้น ในช่วงเวลาแค่นั้นฉันว่ามันน้อยเกินไปที่คุณและฉันจะสรุปได้ว่าเราต่างเป็นคู่ชีวิตกัน”

“... ผมรักคุณมาก ผมเลยกลัวว่าจะมีใครมาแย่งคุณไปจากผม” เขากลัวเหลือเกินว่าเมื่อเธอกลับประเทศของเธอไปแล้วเจอผู้ชายที่รักเธอและเพรียบพร้อมที่จะปกป้องเธอแทนเขา เธออาจจะเดินจากเขาไป เขาจึงอยากที่จะผูกมัดพันธนาการเธอไม่ให้ไปไหน โลเวลล์คอตก ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความผิดหวัง เมื่อเห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็รีบพูดขึ้นมาทันที

 “อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิคะ ฉันยังไม่ได้บอกซักหน่อยว่าจะปฏิเสธคุณ ในตอนนี้ถึงแม้จะยังไม่ได้แต่ในอนาคตถ้าเราได้ศึกษาดูใจกันให้มากกว่านี้ ฉันอาจจะยอมรับคำขอแต่งงงานของคุณก็เป็นได้” ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ชายหนุ่มก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นพร้อมด้วยความหวังใหม่

“ถ้าอย่างนั้น... ตอนนี้ผมขอให้ฐานะของเราเป็นคู่หมั้นซึ่งกำลังคบหาดูใจกันก่อนได้ไหมครับ” เขาขอร้อง

“ฉันยอมให้ในฐานะแฟนเท่านั้นค่ะ” ฐานะคู่หมั้นกำลังคบหาดูใจอะไรกัน... นั่นมันก็ไม่ต่างอะไรกับเธอตอบรับคำขอแต่งงานของเขาเลยซักนิด พัณณิตาแอบบ่นในใจ

“คุณพัณณิตาครับ... สถานะแฟนผมก็ทำได้แค่จับมือกับหอมแก้มคุณเท่านั้น ผมว่าผมคงขาดใจตายก่อนแน่ๆ” ชายหนุ่มร้องโอดครวญ ถึงแม้จะยังไม่ถึงขั้นเซ็กส์ แต่ขอให้ได้อย่างน้อยจูบก็ยังดี เขายังไม่เคยจูบกับหล่อนแบบจริงจังที่สติครบสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์มาก่อน

 “ฉันอนุญาตมากสุดได้แค่กอดเท่านั้น เกินกว่านั้นไม่ได้เด็ดขาดค่ะ”

 “ที่รักครับ... ” เขาเริ่มพูดจาออดอ้อน ยื่นนิ้วเข้ามาเกี่ยวพันกับปอยผมยาวของหญิงสาว

“ไม่ต้องอ้อนเลยค่ะ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ หรือว่าในฐานะแฟนคุณก็ไม่เอาคะ” พัณณิตาเบือนหน้าหนีใบหน้าที่กำลังส่งสายตาออดอ้อนเธอเต็มที่

“ไม่นะครับ! ผมก็แค่... มากสุดผมขอเป็นจูบได้ไหมครับ อย่างน้อยๆมันก็ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ของผมได้ อีกแค่สัปดาห์เดียวคุณก็จะกลับแล้ว ลำพังแค่กอดผมคงได้ตามไปอยู่กับคุณแน่ๆ” เขาเริ่มใช้ข้ออ้าง

“เฮ้อ... ก็ได้ค่ะ ฉันยอมให้มากสุดแค่จูบก็ได้ แต่เฉพาะตอนที่เราอยู่กันสองต่อสองนะคะ ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยห้ามเด็ดขาด!” หล่อนเสนอเงื่อนไข เธอใจอ่อนกับเขาแบบสุดๆแล้ว

“ตกลงครับ!” ชายหนุ่มรีบตอบตกลงทันที เขาค่อยๆสอดมือเข้าไปตามไรผมแล้วเชิดใบหน้าหวานขึ้นเล็กน้อย กระชับวงแขนกอดก่อนจะประทับจูบแสนหวานที่เขาโหยหามาตลอด เขาจูบหล่อนเนิ่นนานจนคนร่างเล็กเริ่มดิ้นขันขืนเพราะกลั้นหายใจไม่อยู่

 “ดึกมากแล้ว กลับกันเถอะนะครับ” โลเวลล์ตวัดช้อนตัวหญิงสาวขึ้นอุ้มแล้วเดินตรงไปยังรถหรูซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล ขับกลับไปยังตึก ดิมีเทอร์ ทันที

 

เวลาเที่ยงคืนสิบสองนาที เพ้นท์เฮ้าส์ชั้นที่ 90

โลเวลล์พาพัณณิตากลับขึ้นมายังเพ้นท์เฮ้าส์ ตลอดที่ขึ้นลิฟต์เขาตัวติดกับหญิงสาวไม่ยอมห่าง ใบหน้าหลอเหลายิ้มกว้างอย่างปิดไม่อยู่จนปาสคาลที่รออยู่บนเพ้นท์เฮ้าส์ถึงกับชะงัก เบิกตากว้างมองด้วยความประหลาดใจ

“อ้าว ปาสคาล... มีอะไร” โลเวลล์เอ่ยทักอย่างอารมณ์ดี มืออีกข้างไม่วายยังคงโอบเอวบางของหญิงสาวไม่ยอมปล่อย

“เออ... พอดีว่าทางร้านจิวเวอร์รี่ได้ทำแหวนที่สั่งทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเลยนำมาส่งให้น่ะครับ นี่ครับ” ปาสคาลยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงพร้อมกับกล่องใส่กำไลข้อมือลายเถาวัลย์ซึ่งทำมาจากเงินแท้เป็นของสมนาคุณให้กับลูกค้ารายใหญ่ ชายหนุ่มรับมันมาแล้วค่อยๆเปิดมันต่อหน้าหญิงสาว

“แหวนวงนี้มัน...” แหวนทำจากทองคำขาวและเพรชบริสุทธิ์สีชมพูซึ่งเป็นเพรชที่หายากและมีราคาแพง ดีไซน์ของมันช่างคุณตาเธอเหลือเกิน “คุณทำแหวนจากที่ไหนคะ”

“ร้านจิวเวอร์รี่เก่าแก่ที่อยู่ใกล้ๆกับห้างน่ะครับ ร้านนั้นของเขาเคยทำแหวนและเครื่องประดับให้กับเหล่าราชวงศ์มาก่อน เป็นร้านที่ได้รับความนิยมมากเลยนะครับ”

“ร้านนั้น! หรือว่า...” รถคันสีส้มอมน้ำตาลคันนั้นเป็นของโลเวลล์จริงๆด้วย เจ้าของร้านจิวเวอร์รี่รูปร่างอวบที่แนะนำให้คำปรึกษาเธอฝุดขึ้นมาทันที แหวนที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนั้นก็คือแหวนวงนี้นั่นเอง

“ทำไมเหรอครับ” โลเวลล์เลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ช้อนมือของเธอขึ้นหมายจะดึงแหวนดอกไม้ออกแล้วสวมแหวนเพชรเข้าไปแทน

“อ๊ะ!” พัณณิตาร้องอุทานเบาๆ พลางชักมือกลับไม่ยอมให้เขาถอดแหวนดอกไม้ออก “ฉันชอบแหวนวงนี้ จะสวมมันไว้แบบนี้แหละค่ะ... ส่วนวงนั้นคุณเก็บเอาไว้ก่อนเถอะนะคะ” หญิงสาวกุมมือข้างที่สวนแหวนดอกไม้อย่างหวงแหน แหวนวงนี้เขาเป็นคนทำให้ไม่ได้หาซื้อมาด้วยเงินตรา มันมีความสำคัญกับเธอมาก

“แต่ว่ามันจะ...” แหวนซึ่งทำมาจากดอกไม้นั้นอยู่ไม่ได้นาน ไม่เกินวันสองวันมันก็จะเหี่ยวช้ำและขาดไป

“ใครว่าฉันจะสวมมันไว้แบบนี้ล่ะคะ ฉันจะเอามันไปเคลือบเรซิ่นใสแค่นี้มันก็จะไม่ช้ำแล้วล่ะคะ” เธอตัดสินใจว่าจะเก็บรักษามันไว้อย่างดี

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณครับ” โลเวลล์เก็บแหวนใส่ตู้กระจกใสซึ่งเป็นตู้สำหรับเก็บของสำคัญของเขาโดยเฉพาะ ปาสคาลขอตัวกลับไปพักผ่อนยังคอนโดของตน

“นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันเริ่มง่วงแล้วล่ะค่ะ... ฉันขอไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะ” เจ้ากิซโม่เข้านอนไปนานแล้วบนเบาะนิ่มของมัน หญิงสาวเดินเข้าไปอาบน้ำอาบท่าโดยที่ชายหนุ่มก็แยกย้ายไปเช่นกัน ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ออกมาด้วยเสื้อยืดลายเป็ดกับกางเกงขาสั้นเป็นชุดนอน เที่ยงคืนกว่าแล้ว หล่อนรู้สึกง่วงมากๆ หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปยังห้องแม่บ้านของตนแต่ก็ต้องหวีดร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นโลเวลล์ในสภาพเส้นผมเปียกชื้น เปลือยท่อนบนนอนรอเธออยู่บนเตียง

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ มานอนกันดีกว่า ผมง่วงจะแย่อยู่แล้ว” โลเวลล์ตบเตียงบริเวณที่ยังว่างอยู่ซึ่งมันแคบมากเมื่อผู้ชายตัวใหญ่อย่างเขาล้มตัวไปนอน

“มานอนกันดีกว่าอะไรคะ? ที่นี่ไม่ใช้ห้องนอนของคุณซักหน่อย ขึ้นไปนอนที่ห้องของคุณได้แล้วล่ะค่ะ” พัณณิตาดันตัวชายหนุ่มให้ลุกขึ้นแล้วกลับไปยังห้องของตน

“วันนี้ผมจะนอนกับคุณ มาเร็วๆสิครับ” เขาดึงแขนให้หล่อนล้มตัวลงนอนเป็นเพื่อนเขา เตียงเดียวขนาดสามจุดห้าฟุตถูกโลเวลล์กินพื้นที่ไปกว่าครึ่ง ชายหนุ่มดันใบหน้าหวานให้แนบชิดกับแผ่นอกของเขา พัณณิตายกมือขึ้นมาดันเอาไว้

“เตียงของฉันแคบจะตาย คุณกลับไปนอนที่ห้องคุณเถอะค่ะ” หล่อนพยายามอธิบายเหตุผล

“แคบๆสิครับดี เราจะได้นอนฟังเสียงหัวใจใกล้ๆกันยังไงล่ะครับ แต่ว่ามันก็ไม่ได้แคบขนาดนั้นซักหน่อยนี่ครับ”

“ไม่แคบเลยค่ะ ฉันแทบจะตกเตียงอยู่แล้ว” หล่อนโวย

“ถ้าอย่างนั้นเราขึ้นไปนอนบนห้องของผมกันไหมล่ะครับ ที่นั้นเตียงใหญ่นอนสบายกว่า” เขาผุดลุกขึ้นนั่ง

“คุณก็ขึ้นไปสิคะ นั้นห้องนอนของคุณ... คุณไปนอนก็ถูกต้องแล้ว”

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ผม... แต่เป็นเรา ผมตัดสินใจแล้วว่าต่อไปนี้ผมจะมานอนกับคุณ ต่อให้คุณนอนที่ห้องของคุณ หรือว่าที่ห้องของผม ในห้องน้ำหรือว่าห้องรับแขก ห้องหนังสือหรือว่าห้องอาหารผมก็จะตามไปนอนกับคุณทุกที่”

“ใครเขาจะไปนอนให้ห้องน้ำกับห้องอาหารกันคะ! รีบๆกลับไปที่ห้องของตัวเองเลยไป” พัณณิตาใช้เท้ายันให้เขาตกเตียง

“โธ่... ที่รักครับ ผมก็แค่อยากจะใช้เวลาที่เหลืออีกแค่หนึ่งสัปดาห์อยู่กับคุณให้มากที่สุดก็เท่านั้น ให้ผมนอนด้วยเถอะนะครับ” เขาใช้มุขนี้อีกแล้ว พัณณิตากรอกสายตาอย่างเหนื่อยหน่ายล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขา

“คุณนี่เอาแต่ใจจริงๆ ฉันบอกแล้วยังไงล่ะคะว่าได้มากสุดแค่จูบเท่านั้น ไม่ถึงขั้นมานอนด้วยกันแบบนี้นะคะ” เธอต่อว่าเขา ผู้ชายคนนี้ได้คืบจะเอาศอกจริงๆ!

“ผมก็ไม่ได้ทำผิดตรงไหนนี่ครับ ผมก็แค่มานอนกอดคุณ... ไม่ได้จะมีอะไรด้วยซักหน่อยหรือว่าถ้าคุณอยากทำผมก็ไม่ขัดหรอกนะครับ” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เล่นเล่ห์ หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความโมโห

“จะทำอะไรก็เชิญทำตามสบาย แต่อย่ามายุ่งกับฉันก็แล้วกัน” หญิงสาวสะบัดผ้าห่มคลุมไปทั้งร่าง โลเวลล์ยิ้มกว้างพลางรีบขึ้นมานอนกอดพัณณิตาทันที ดันหัวกลมมนสวยให้ชิดใกล้กับไหปลาร้ากว้าง ใบหูขาวเนียนแนบชิดกับแผ่นอกข้างซ้ายได้ยินเสียงหัวใจแกร่งที่เต้นอยู่ภายใน เสียงทุ้มต่ำขับกล่อมให้หญิงสาวค่อยๆจมลงสู่ห้วงนินทรา ชายหนุ่มพรมจูบหน้าผากของหญิงสาว ลืมตาเหม่อมองใบหน้าหวานยามหลับใหล เขารู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิต เสียงงึมงำและเสียงลมหายใจเบาๆดังออกมาจากริมฝีปากบาง เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดว่าเธอตอนหลับนั้นมันช่างไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยเลยซักนิด ช่างน่ารัก น่าเอ็นดู และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน

“ราตรีสวัสดิ์นะครับ ที่รัก” โลเวลล์ค่อยๆปิดเปลือกตาลง ผลอยหลับตามพัณณิตาไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ ตอนท้ายขอนินทาพระเอกซักหน่อยแล้วกัน ฮ่าฮ่า พระเอกของเราแอบทำลายสิ่งแวดล้อมค่ะคุณพวกเธอ!! ไปเด็ดดอกไม้มาแบบนั้นได้ยังไง เดี๋ยวแม่จับตีมือเลย 

 

ในที่สุดความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ก้าวหน้าขึ้นแล้ว นักอ่านที่รักทั้งหลายคอยลุ้นเป็นกำลังใจกันมากมาย ขอบคุณมากนะคะ  เข้ามาพูดคุย แนะนำไรเตอร์ได้ในเพจนะคะ

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

 
ความคิดเห็น