Finland (ช้อย)

หลังจากที่เรื่อง "คนคุก" จบแล้ว ช้อยขออนุญาตติดเหรียญนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเข้าใจ และกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาสนับสนุนช้อยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ขอบพระคุณจากใจจริง ๆ ค่ะ / กราบ / ช้อย

Chapter 46 : กังฟู - แดเนียล + อิมเมจ

ชื่อตอน : Chapter 46 : กังฟู - แดเนียล + อิมเมจ

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 170

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2559 10:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 46 : กังฟู - แดเนียล + อิมเมจ
แบบอักษร

 

อิมเมจ กังฟู กับ แดเนียล

 

#

 

 

 

ผมทำงานที่แกลเลอรี่ได้หนึ่งเดือนแล้ว  ผมเจียดเงินที่ขายภาพได้เอาไปซื้อมอไซค์เพื่อไว้ใช้ไปทำงานและส่งเจ้ากังฟูไปโรงเรียนที่เหลือผมให้แม่เก็บไว้หมดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน รวมถึงค่าเทอมของกังฟูด้วย

 

“กังฟูเสร็จยัง...?? เดี๋ยวก็สายหรอก”  ผมสตาร์ทเครื่องรอเจ้าหัวเกรียนเพื่อจะไปส่งโรงเรียน

 

“เสร็จแล้วครับน้าคุณ  หวัดดีครับแม่”   กังฟูยกมือไหว้แม่แล้วรีบขึ้นซ้อนท้ายมอไซด์

 

“คุณ ขี่รถดี ๆ นะ”   

 

“ครับแม่”

 

“จับดี ๆ หล่ะ”  ผมหันไปบอกกับกังฟู   มันรีบกอดเอวผมเอาไว้แน่น

 

ทุกเช้าผมจะไปส่งกังฟูที่โรงเรียนก่อนไปทำงาน ถึงแม้ว่าแกเลอรี่จะเปิดเก้าโมงเช้า ผมก็ต้องไปก่อนเวลาเพราะต้องไปทำความสะอาดก่อนที่แกลเลอรี่จะเปิด

 

พอมาถึงผมก็จัดการปัดกวาดเช็ดถูตามปกติรอจนกว่าได้เวลาเปิดแกเลอรี่  คุณนาคิมไม่ได้เข้ามาที่แกลเลอรี่ทุกวัน อาจเป็นเพราะท่านมีบริษัทหลายบริษัทที่ต้องรับผิดชอบ ตั้งแต่ผมมาอยู่นี่เกือบเดือนเห็นคุณนาคิมเข้ามาไม่เกินห้าครั้ง ส่วนมากจะเป็นเลขาท่านมากกว่าที่เข้ามาดูความเรียบร้อย

 

วันนี้ก็ยังมีคนที่สนใจในงานศิลปะเข้าดูผลงานในแกลเลอรี่อย่างหนาตา บางคนผมจำได้มาเกือบทุกวัน และจะมาจ้องดูรูปอยู่รูปเดียว สนใจแค่รูปเดียว พวกศิลปินนักสะสมส่วนมากจะใช้เวลาพินิจพิเคราะห์งานจิตรกรรมอย่างละเอียดก่อนที่จะตกลงซื้อภาพเหล่านั้นกลับไป อย่างที่รู้ ๆ ภาพบางภาพแทบประเมินค่าไม่ได้  ในแกลเลอรี่นี้จะมีมุมให้เหล่าบรรดานักสะสมรูปภาพได้มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องงานศิลปะ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นแหล่งของคนที่ชอบงานศิลปะจริง ๆ ได้มาพบปะพูดคุยในสิ่งที่ชอบเหมือนกัน  

 

ปกติแล้วแม่จะไปรับกังฟูกลับจากโรงเรียนเพราะผมเลิกงานค่ำ แต่วันนี้แม่ไม่ค่อยสบาย ผมเลยอาสาไปรับกังฟูแทนแม่วันหนึ่ง  พอได้เวลาโรงเรียนเลิกผมปิดแกลเลอรี่แล้วรีบบึ่งมอไซค์ไปรับกังฟู  พอไปรับกังฟูกลับมาเสร็จ

 

“กังฟูอย่าซนอย่าดื้อรู้มั้ย นี่ที่ทำงานของน้า”   ผมหันไปบอกขณะที่พามันเดินเข้ามาในแกลเลอรี่

 

“โห เย็นมากเลยคับน้าคุณ”  มันทำท่ากอดอกบอกกับผม 

 

“กังฟูฟังที่น้าพูดหรือเปล่า...???”   ผมย้ำกลับไปอีกครั้ง ผมเกรงใจคุณนาคิมมีเด็กเข้ามาป้วนเปี้ยนกลัวจะรบกวนลูกค้า และผมยังไม่ได้ขออนุญาตคุณนาคิมเลย ผมเลยต้องกำชับย้ำนักย้ำหนากับกังฟูไป

 

“คับ ผมจะไม่ซนไม่ดื้อคับ”  กังฟูบอกกับผม   กังฟูเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังแม่กับผมทุกอย่าง  ผมให้มันไปนั่งรอที่โซฟามุมห้องที่ไว้สำหรับให้ลูกค้าได้มาพูดคุยกัน

 

“นั่งรอน้าอยู่นี่นะ ห้ามไปไหน และห้ามแตะอะไรทั้งนั้น”    เพราะในนี้มีแต่ภาพวาดที่มีราคาสูง  มันหันไปมองรอบ ๆ อย่างสนใจพร้อมกับพยักหน้ารับ  ผมก็ออกมาทำงานของผมต่อ  ตอนนี้ก็ใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว  ผมกำลังจะเตรียมตัวปิดแกลเลอรี่ กังฟูยังนั่งรอผมอยู่ที่เดิม  ซักพักผมเห็นมีเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักเปิดประตูกระจกเข้ามา และก็มีคุณนาคิมเดินตามมา 

 

“สวัสดีครับคุณนาคิม”  ผมรีบเข้ายกมือไหว้

 

“นายเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง...???”   แล้วเสียงแหลมเล็กก็ดังขึ้น ผมกับคุณนาคิมหันไปมอง เห็นเด็กน้อยที่เพิ่งจะเข้าเมื่อกี้ชี้หน้าถามกับกังฟูอยู่

 

“เอ่อ... คือ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน  วันนี้แม่ไม่สบายมารับกังฟูที่โรงเรียนไม่ได้ ผมเลยต้องมารับแล้วเอามาไว้ที่นี่ กังฟูเป็นเด็กดีไม่ได้ดื้อไม่ซนครับ”   ผมรีบบอกกับคุณนาคิมไป ใจก็เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กลัวคุณนาคิมจะว่าเอาได้

 

“ไม่เป็นไร ชั้นก็เคยเห็นเด็กคนนั้นแล้วนี่ วันหลังก็เอามาไว้ที่นี่ก็ได้”  คุณนาคิมบอกกับผม

 

“ขอบคุณมากเลยครับ”  ผมรีบยกมือไหว้

 

“แดเนียลมาหาแดดดี้หน่อย”     เด็กน้อยหน้าตาน่ารักกระเดียดไปทางฝรั่ง  รีบวิ่งเข้ามาหาคุณนาคิม

 

“คนนี้ชื่อพี่คุณ”   แล้วคุณนาคิมก็บอกกับเด็กน้อยไป

 

“นี่แดเนียลเป็นลูกชายชั้นเอง อายุคงพอ ๆ กับหลานของเธอ”

 

“แดเนียลทำไมไม่ทักทายพี่คุณ...??”     คุณนาคิมหันไปดุลูกชายตัวเองที่ไม่สนใจอะไรผมเลย เอาแต่กอดขาพ่อตัวเองเอาไว้

 

“เอ่อ... คือไม่เป็นไรครับ”  ผมรีบบอกไป

 

“แม่เค๊าตามใจมากเลยเคยตัว ขอโทษด้วย”  คุณนาคิมบอกกับผม

 

“ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ”   ผมรีบบอกไป   ท่าทางเอาเรื่องเหมือนกันแฮะเด็กคนนี้ คงจะถูกเลี้ยงเหมือนกับเด็กฝรั่ง  ผมได้แต่คิดในใจ

 

“อย่าเพิ่งกลับนะ เดี๋ยวขอชั้นไปเคลียร์งานก่อน”   

 

“ครับ”  ผมตอบกลับไป  แล้วคุณนาคิมก็เข้าไปในห้องทำงาน

 

“ทำไมนายหัวเหม่ง..? ตัดผมสั้นสั้น”    เด็กที่ชื่อแดเนียลเอ่ยปากถามกับกังฟู

 

“มันร้อน เราไม่ชอบไว้ยาว”   กังฟูก็ตอบไปตามภาษาเด็ก

 

“แหว่ะ....ไม่เห็นจะเท่เลย ไอ้หัวเหม่ง”   เด็กน้อยแดเนียลก็แลบลิ้นใส่กังฟูมองด้วยความเหยียดหยาม  ผมก็เข้าใจว่าเด็กก็คือเด็ก ยิ่งเป็นเด็กที่พ่อแม่มีอันจะกินด้วยแล้วถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก นิสัยเลยเป็นแบบนี้

 

“อย่ามาว่าเรานะเจ้าฝรั่งดอง”   ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ   ผมได้ยินที่กังฟูมันเรียกถึงกับขำก๊าก มันไปเอามาจากไหนวะ..??

 

ตุ๊บ.....!!! โอ้ยย    เอาแล้ว......แล้วเสียงของกังฟูก็ดังขึ้น  เด็กน้อยเอาหมอนฟาดเข้าที่หัวของกังฟูจนเซ  กังฟูรีบคว้าหมอนแล้วง้างกะจะเอาคืน

 

“กังฟู.....!!!”   ผมรีบตะโกนห้าม  กังฟูก็ค่อย ๆ ลดแขนลง

 

“สมน้ำหน้าไอ้หัวเหม่ง”   แล้วเจ้าเด็กแสบแดเนียลก็แลบลิ้นใส่กังฟูอีก  ผมเห็นกังฟูได้แต่ยืนก้มหน้านิ่ง  ผมรู้ว่าตอนนี้มันโกรธอยู่แต่ก็พยายามกดอารมณ์ตัวเองเอาไว้   ดีแล้วกังฟูต้องรู้จักอดทนระงับความโกรธของตัวเองให้ได้  อย่าเป็นเหมือนน้าในอดีตที่เคยวู่วามจนต้องเกือบเสียอนาคต

 

ผมก็ทำงานของผมต่อ ก่อนกลับบ้านทุกครั้งผมต้องเอาผ้ามาคลุมรูปภาพทั้งหมดไว้ เพื่อกันฝุ่น กันแสง แต่ผมก็คอยเหลือบมองเด็กสองคนนั่นตลอด  ซักพักผมเห็นเจ้าเด็กแสบแดเนียลล้วงขนมออกมาจากกระเป๋าเป้

 

“นี่....ช็อกโกแลตอร่อยมาก”    แล้วมันก็เอาช็อกโกแลตออกมาอวดกังฟู

 

“ไอ้หัวเหม่งเคยกินรึเปล่า..??  หน้าอย่างนายคงไม่เคยกินหรอก แพงจะตายหม่ามี๊ซื้อมาฝากจากต่างประเทศ”    มันก็ยังเยาะเย้ยกังฟูไม่เลิก 

 

ผมเห็นกังฟูแอบชำเลืองมองเจ้าเด็กแสบกินช็อกโกแลตบ่อย ๆ ผมรู้ว่ามันคงอยากจะกิน ก็เด็กอ่ะนะ  แต่มันก็อดทนนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา  จนคุณนาคิมเดินออกมาจากห้องทำงาน

 

“เงินเดือนของเธอ”  แล้วคุณนาคิมก็ยื่นซองสีขาวให้ผม

 

“ขอบคุณครับ”   ผมรับเอามาเก็บใส่ในกระเป๋าไว้  ไม่เปิดดูเลยว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้คุณนาคิมกรุณาให้งานทำก็เป็นบุญคุณมากอยู่แล้ว

 

“ผมทำงานเสร็จแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”   ผมบอกกับคุณนาคิมไป

 

“อืม” 

 

“กังฟูกลับบ้านกัน”  ผมบอกกับกังฟูไป มันรีบวิ่งมาหาผม

 

“ลาคุณนาคิมก่อนเร็ว” 

 

“สวัสดีครับ”  มันรีบไหว้ตามที่ผมบอก

 

“ผมกลับก่อนนะครับ”  แล้วผมก็ยกมือไหว้กล่าวลาเช่นกัน

 

ผมขี่มอไซค์พากังฟูกลับบ้าน ระหว่างทาง

 

“กังฟูอยากกินช็อกโกแลตมั้ยเดี๋ยวน้าแวะซื้อเซเว่นให้”   ผมหันไปถามมัน

 

“ไม่ครับน้าคุณ”   มันตอบผมกลับแล้วกอดเอวผมเอาไว้แน่น

 

“งั้นกลับบ้านไปหาแม่กัน”   ผมบอกกับมันไป

 

"พี่ดอมวันนี้ผมได้เงินเดือนเดือนแรกแล้วนะ ดีใจโครต ๆ คิดถึงพี่ทุกวัน รอพี่กลับมาเสมอ  30/06/xx"

 

 

ตอนนี้ทุกเย็นหลังโรงเรียนของกังฟูเลิกผมก็ไปรับมาอยู่ที่แกลลอรี่ด้วย รอผมเลิกงานแล้วจะได้กลับบ้านพร้อมกัน คุณนาคิมอนุญาตแล้ว

 

“น้าคุณ ผมไม่ชอบไอ้ฝรั่งดองเลยคับ”    กังฟูพูดขึ้นขณะที่รอผมเปิดประตูแกเลอรี่

 

“ทำไมหล่ะ???...เค๊าก็ไม่ได้มาบ่อย ๆนิ”     ผมหันไปถาม  เพราะหลังจากที่เจอกันวันนั้นแล้ว เจ้าเด็กแสบแดเนียลก็ยังไม่ได้เข้ามาที่นี่อีก

 

“ไม่รู้หล่ะ ผมไม่ชอบเค๊า”    กังฟูบอกกับผมพร้อมกับเดินไปนั่งโซฟามุมรับแขกที่ประจำ

 

“ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเค๊าดิ”     ผมบอกไปยังไม่ทันขาดคำ

 

“ไอ้หัวเหม่ง.... มาทำไมอีก....???”    ผมกับกังฟูหันไปมองเห็นเจ้าเด็กแสบแดเนียลเปิดประตูแล้วรีบวิ่งเข้ามา  ว่าแต่วันนี้มากับคุณเลขา

 

“สวัสดีครับ คุณอานนท์”    เค๊าชื่ออานนท์เป็นเลขาของคุณนาคิม

 

“สวัสดีคุณ เป็นไงบ้างวันนี้..??”      คุณอานนท์ถามผมขึ้น

 

“ก็ดีครับ มีลูกค้าเข้ามาสนใจเหมือนเช่นทุกวัน”   ผมยิ้มแล้วตอบกลับไป

 

“อานนท์ ไปซื้อขนมให้หน่อย”    แล้วเจ้าเด็กแสบก็สั่งเลขาของคุณพ่อไป

 

“เดี๋ยวผมมานะครับคุณหนู”     

 

ถึงว่าทำไมมีนิสัยแบบนี้ เพราะทุกคนรอบข้างต่างเอาอกเอาใจกันหมดนี่เอง  ผมก็เข้าใจนะลูกเจ้านายยังไงก็ขัดขืนไม่ได้   หลังจากที่คุณอานนท์ออกไปแล้ว

 

กังฟูยืนประจันหน้ากับแดเนียลแล้วพูดขึ้น  “ตัวก็โต ทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง”

 

หืมมมมมมม ผมหันไปมองไม่คิดว่ากังฟูจะพูดแบบนี้กับแดเนียล

 

“อย่ามายุ่งไอ้หัวเหม่ง  ออกไปเลย ที่นี่บ้านแดดดี้”    เจ้าเด็กแสบแดเนียลผลักอกกังฟูจนล้มก้มจ้ำเบ้า  กังฟูรีบลุกขึ้นยืนแล้วผลักอกแดเนียลกลับ

 

“กังฟู...!!!”   ผมรีบตะโกนห้าม

 

“แง๊งงงงงงงงงงงงงงงง”  ตายห่าเจ้าเด็กแสบร้องให้จ้าเสียงดัง ดีที่ไม่มีลูกค้าเพราะเย็นมากแล้ว  ผมรีบเดินเข้าไปหา

 

“ไม่ร้องนะครับคุณหนู”   ผมเข้าไปกอด

 

“ออกไป๊...!!!  ฮือออออ ออกไป๊...!!!  อึก  ฮืออออออ”    เจ้าเด็กแสบยังคงไล่กังฟูไม่เลิก

 

“กังฟูขอโทษแดเนียลก่อนเร็ว”   ผมบอกกับกังฟูไป

 

“เค๊าทำผมก่อนนะคับอาคุณ”  กังฟูยังไม่ยอมขอโทษ  ผมก็เห็นว่าคนที่เริ่มก่อนคือแดเนียล แต่ถึงยังไงเราก็เป็นลูกจ้าง ยังไงเราก็ผิดวันยังค่ำ

 

“กังฟู น้าบอกให้ขอโทษเดี๋ยวนี้...!!”     ผมขึ้นเสียงบอกกับกังฟูไป

 

“ขอโทษ...!!”   กังฟูพูดขึ้นตามที่ผมสั่ง แต่สีหน้าก็ยังไม่พอใจ

 

“ออกไปเลยไอ้หัวเหม่ง”   เฮ้ออออออ   ผมได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วจูงกังฟูออกมาคุย

 

“กังฟูออกไปรอน้าข้างนอกได้มั้ย...? เดี๋ยวน้าก็จะเลิกงานแล้ว ทำเพื่อน้าหน่อยนะ เราเป็นลูกจ้างเค๊า ยังไงเค๊าก็ถูกวันยังค่ำ”  ผมอธิบายให้กังฟูฟัง  กังฟูมองหน้าผมสีหน้าเป็นปกติเหมือนกับจะคิดได้

 

“ได้คับน้าคุณ”  แล้วมันก็ยิ้มบอกกับผม พร้อมกับเดินออกไปนั่งที่บันไดทางขึ้นแกเลอรี่รอผม เฮ้อ.....  หมดเรื่องซักที  

 

ผมสังเกตเห็นเจ้าเด็กแสบแดเนียลแอบชำเลืองดูกังฟูเป็นระยะ คล้าย ๆ อยากจะออกไปหาแต่ก็ไม่กล้าไปเพราะกลัวเสียหน้า  กังฟูก็นั่งรอผมอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน  

 

ตอนนี้ข้างนอกท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มเมฆตั้งเค้าดำทะมึน ลมเริ่มแรงเหมือนฝนจะตก กังฟูยังคงนั่งที่บันไดไม่ขยับไปไหน

 

“คุณหนูฝนจะตกแล้ว ให้กังฟูเข้ามาข้างในก่อนได้มั้ยครับ..?”   ผมบอกกับแดเนียลไป

 

“ปล่อยให้ฝนตกใส่หัวเหม่งไปเลย สมน้ำหน้า”    เด็กหนอเด็ก  ผมเดินออกไปหากังฟู แล้วเอาหมวกกันน็อคสวมเพื่อกันฝนให้ หัวแห้งก็ยังดีกว่าเปียกเดี๋ยวจะไม่สบายขึ้นมาแล้วจะลำบาก

 

“กังฟูทนหน่อยนะ”   ผมบอกกับหลานไป

 

“สบายมากคับน้าคุณ” กังฟูเงยหน้ายิ้มให้กับผม ผมจะอยู่เป็นเพื่อนกับกังฟูก็ไม่ได้ เดี๋ยวตัวเปียกขึ้นมาแล้วจะทำงานต่อได้ยังไง ผมยังแพ็ครูปให้กับลูกค้ายังไม่เสร็จ ถ้าตัวเปียกแล้วเดี๋ยวไปทำรูปภาพที่มีราคาเค๊าเสียหายขึ้นมาผมจะรับผิดชอบไม่ไหว  ผมได้แต่สงสารหลานที่ต้องยืนตากฝนอยู่ข้างนอก

 

ซักพักฝนก็เทกระหน่ำตกลงมาจริง ๆ ถึงแม้ว่าบันไดทางขึ้นแกลเลอรี่จะมีกันสาด แต่ก็ไม่ได้บังอะไรมากนักกังฟูก็ยังโดนฝนอยู่ดี  ผมสงสารหลานที่ยืนเอามือกอดอกตัวสั่นเทาอย่างกับลูกนกอยู่ข้างนอกโดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เลย  ผมเหลือบไปมองเจ้าเด็กแสบที่ตอนนี้กำลังมองกังฟูเปียกฝนอยู่ จากสีหน้าที่เคยเยาะเย้ยถากถาง ตอนนี้กลับนิ่งลงเหมือนกับจะเป็นห่วงกังฟู  พอมันเห็นว่าผมกำลังมองอยู่ เจ้าเด็กแสบก็รีบหันเบือนหน้าหนี  หึหึหึ   เป็นห่วงเค๊าแต่ก็พูดไม่ได้อ่ะดิ ทะนงตัวตั้งแต่เล็กแต่น้อยเลยนะมึง  ผมได้แต่แอบขำในใจ

 

เช้าวันต่อมา  กังฟูก็เป็นไข้ตัวร้อนจี๋คงเพราะตากฝนเมื่อเย็นวาน ดีหน่อยที่วันนี้เป็นวันเสาร์แม่ไม่ได้ไปทำงานเลยอยู่ดูแลกังฟูมันได้ 

 

“แม่เดี๋ยวผมจะพากังฟูไปหาหมอก่อนนะ แล้วค่อยไปทำงาน”   ผมบอกกับแม่ไป 

 

ผมพากังฟูมาหาหมอที่คลินิกใกล้ๆ บ้าน หมอฉีดยาให้หนึ่งเข็มพร้อมกับให้ยามาทาน

 

พอกลับมาถึงบ้าน ผมพามันมานอนที่เตียง

 

“กังฟูพักผ่อนเยอะ ๆ นะ กินยาด้วยจะได้หายไว ๆ”    ผมลูบหัวหลานไปเบา ๆ

 

“คับ”  มันยิ้มเจื่อน ๆ บอกกับผม 

 

“น้าขอโทษนะ”   ผมรู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้กังฟูต้องเป็นแบบนี้  ช่วยอะไรหลานไม่ได้เลย

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ลูกค้าที่ร้านจะเยอะ  ส่วนมากจะเป็นลูกค้าที่มีอันจะกินทั้งนั้นเข้ามาซื้อรูปเพื่อเอาไปประดับบารมี เพราะรูปบางรูปหายากยิ่งกว่าอะไร ราคาแพงแสนแพงก็เต็มใจจะซื้อ  กว่าลูกค้าจะซาก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็น  ผมรีบปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาด เอาผ้าคลุมรูปไว้ ตรวจเช็คดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เสร็จแล้วก็ปิดประตูเตรียมตัวจะกลับบ้าน พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ร้านจะปิดหนึ่งวัน 

 

พอผมกลับมาถึงบ้านกังฟูยังนอนซมเพราะพิษไข้อยู่บนเตียง  ผมเอามือไปแตะหน้าผากมันดู ไม่ร้อนมากเหมือนกับตอนเช้าแล้ว

 

“แม่เพิ่งเช็ดตัวให้มันเสร็จ”  แม่เดินเข้ามาหาผม

 

“เป็นไงมั่งคุณ...?? ทำงานเหนื่อยมั้ยลูก”   แม่เข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วถามผมขึ้น

 

“ไม่เหนื่อยเลยแม่ เป็นงานที่ผมรัก เจ้านายก็ดีกับผม”   ผมยิ้มตอบกลับแม่ไป

 

“ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้กินข้าวกัน”  แม่บอกกับผม

 

“วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมคิดถึงพี่ ป่านนี้พี่จะเป็นยังไงบ้าง คิดถึงผมบ้างหรือเปล่า ผมรอพี่กลับมาเสมอนะ    15/07/xx

 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์งานผมหยุดหนึ่งวันเลยได้อยู่บ้านมีเวลาทำในสิ่งที่ผมชอบนั่นก็คือวาดรูป  กังฟูอาการดีขึ้นมากเกือบหายเป็นปกติแล้ว  ผมนั่งวาดรูปใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน  เพราะร่มรื่นเป็นที่โปรดของผม ลมเย็น ๆ พัดเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ที่แม่ปลูกไว้โชยเข้าจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศดีขึ้นไปอีก ผมถึงมีสมาธิวาดรูป  พอวาดไปได้ซักพัก

 

ปี้น...!! ปี้น...!!  ก็มีรถมาบีบแตรอยู่หน้าบ้าน  ผมรีบเดินออกไปดู 

 

“คุณอานนท์”   ผมเห็นคุณอานนท์เดินลงมาจากรถ  ผมรีบเปิดประตูต้อนรับ

 

“สวัสดีครับคุณอานนท์”    ผมยกมือไหว้กล่าวทักทาย

 

“สวัสดีคุณ ยุ่งอยู่หรือเปล่า..??”    แล้วคุณอานนท์ก็ถามผมขึ้น

 

“เปล่าครับ คุณอานนท์มีอะไรจะใช้ผมเหรอครับ..?”

 

"เปล่าหรอก ก็แค่.......” คุณอานนท์ไม่ยอมพูดต่อ แต่หันไปมองที่รถ  ผมเลยหันไปมองตาม กระจกรถติดฟิล์มกรองแสงจนมืด ผมเลยเพ่งมองเข้าไปดู เห็นเจ้าเด็กแสบแดเนียลนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

 

“คุณหนูบอกอยากจะมาคุณหน่ะ”   คุณอานนท์บอกกับผม

 

“ห๊ะ...!!  มาหาผมเนี่ยนะครับ”    ผมตกใจอ้าปากค้าง ย้อนถามกลับไป

 

“อืม....ฝากหน่อยได้หรือเปล่า..? รบเร้าให้ผมมาส่งตั้งแต่เช้าแล้ว”  

 

“เอ่อ... คือ  จะฝากคุณหนูไว้กับผมเหรอครับ..??”   ผมเป็นกังวลขึ้นมาทันที ก็รู้ ๆ กิตติศัพท์เจ้าเด็กแสบแดเนียลกันดีอยู่แล้วว่าเป็นยังไง แถมยังเป็นลูกผู้ลากมากดีอีก จะเลี้ยงยังไง กินอยู่ยังไง  แต่จะปฏิเสธไปก็ใช่ที่ลูกเจ้านายทั้งคน

 

“ได้ครับ”   ผมเลยต้องตอบตกลงไป  คุณอานนท์เดินไปเปิดประตูรถให้แดเนียล  แต่มันก็ยังอิดออดไม่ยอมลง  ผมรู้ว่าที่แดเนียลมาบ้านผมเพราะอะไร มันไม่ได้มาหาผมหรอก มันมาหากังฟูต่างหาก  วันก่อนผมเห็นมันจ้องมองกังฟูอย่างเป็นห่วงตอนที่กังฟูยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน  ผมเลยเดินเข้าไปหา

 

“คุณหนู กังฟูรออยู่นะครับ”   เท่านั้นแหล่ะ มันรีบกระโดดลงจากรถทันที  คุณอานนท์รีบหันมามองหน้าผม  คงแปลกใจที่จู่ ๆ ทำไมเจ้าเด็กแสบอย่างแดเนียลถึงได้เชื่อฟังที่ผมบอก

 

“ฝากด้วยนะคุณ เย็น ๆเลิกงานแล้วผมจะมารับ”     แล้วคุณอานนท์ก็ขับรถออกไป

 

ว่าแต่ทำไมคุณอานนท์ถึงดูแลเจ้าเด็กแสบแดเนียลเหมือนกับลูกเลยว่ะ...?  คอยรับคอยส่งทั้ง ๆ ที่คนขับรถก็มีเยอะแยะ  ผมได้แต่ตั้งคำถามในใจ ช่างเหอะ เรื่องของเจ้านายไม่เกี่ยวอะไรกับเรา 

ผมคิดอะไรของผมเพลินๆ  พอนึกขึ้นมาได้  แดเนียล...!! หายไปไหนแล้วว่ะ..??  ผมหันรีหันขวางรีบมองหา  โน่น...!!อยู่บนบ้านโน่น  ไวกว่าลิงซะอีก วันนี้ผมคงไม่มีสมาธิวาดรูปแล้วหล่ะ มีลิงเพิ่มขึ้นมาอีกตัว เฮ้อออออ  ผมปิดประตูแล้วเดินตามเจ้าเด็กแสบแดเนียลเข้าบ้านไป

 

“หัวเหม่งอยู่ไหน..??”   แล้วมันก็ถามผมขึ้น

 

“ไม่สบายนอนอยู่ในห้อง”  ผมบอกมันไป ทันทีที่มันได้ยินหน้ามันก็สลดลง 

 

“ไปหาหัวเหม่งได้รึเปล่า...??”  มันเงยหน้าถามผมขึ้น หึหึหึ  ยังไงก็เป็นเด็กวันยังค่ำแหล่ะน่า

 

“อื่อ”   แล้วผมก็พาแดเนียลเข้าไปหากังฟูในห้อง ทันทีที่กังฟูเห็นแดเนียล

 

“มาทำไมไอ้ฝรั่งดอง...??”    แล้วมันก็รีบเอาผ้าห่มคลุมโปงเหมือนกับไม่อยากเจอแดเนียล  ผมหันไปมอง คิดว่ามันคงโกรธซะอีกที่ถูกเรียกแบบนั้น มันไม่โกรธแต่กลับมองไปที่กังฟูอย่างไม่ละสายตา

 

“เข้าไปหาสิคุณหนู”  ผมบอกไป  มันค่อย ๆ เดินเข้าไปหากังฟู

 

“นี่หัวเหม่ง เราเอามาให้”    ผมเห็นมันล้วงเอาช็อกโกแลตในกระเป๋ายื่นให้กังฟู  กังฟูมันยังคลุมโปงไม่ยอมโผล่หัวออกมา

 

“อะไร...??”  แล้วก็มีเสียงลอดออกมาจากผ้าห่ม

 

“ช็อกโกแลต”  มันบอกไป   กังฟูค่อย ๆ แง้มผ้าห่มยื่นหัวออกมา

 

“ให้จริงเหรอ..??”  

 

“อื่อ... เอาไปสิ”      กังฟูหันมามองหน้าผมเหมือนกับจะขออนุญาต  ผมพยักหน้าให้  แล้วมันก็รับช็อกโกแลตไป 

 

“เล่นด้วยได้รึเปล่า..??”   แล้วเจ้าเด็กแสบก็พูดขึ้น  ผมได้แต่อมยิ้มที่เห็นเจ้าเด็กแสบมันมีน้ำใจกับกังฟู  ผมไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ถึงได้มาหากังฟูถึงบ้าน แถมยังเอาช็อกโกแลตมาให้อีก  แต่ก็ช่างเหอะ ถือเป็นเรื่องดีที่เด็กสองคนเคยทะเลาะกันแล้วกลับมาดีกัน

 

“น้าออกไปทำงานข้างนอกก่อนนะ”   แล้วผมก็บอกกับเด็กสองคนไป 

 

ผมนั่งวาดรูปได้ไม่ถึงสิบนาที

 

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ตุ๊บ... ตั๊บ.... เคร้ง... โครม.. คราม หัวเหม่งสู้เราก็ไม่ได้  ใครบอกสู้ไม่ได้ฝรั่งดอง นี่แน่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ปล่อยลำแสงสายฟ้า....!!!  

 

เฮ้ออออออ  ห้องกูกลายเป็นสมรภูมิรบไปในบัดดล 

 

 

 

.......................................................................................

To be continue..............................

........................................................................................

 

 

ใครที่คิดถึงเฮียดอม นางใกล้จะออกจากคุกแล้วนะคะ

เป็นกำลังใจให้ทั้งสองด้วย จะได้เจอกันแบบไหน โปรดคอยติดตามตอนต่อไป

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}