facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 17 แต่งงานกับผมนะครับ... ที่รัก 100%

ชื่อตอน : บทที่ 17 แต่งงานกับผมนะครับ... ที่รัก 100%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2559 06:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 แต่งงานกับผมนะครับ... ที่รัก 100%
แบบอักษร

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องพร้อมกับขนหางฟูๆที่ปัดพาดอยู่บนใบหน้า พัณณิตาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นเจ้ากิซโม่ซึ่งกำลังใช้หางนุ่มๆพร้อมกับตัวใหญ่ๆของมันเขี่ยดันปลุกให้หญิงสาวตื่น หล่อนลุกขึ้นจากเตียงอุ้มเจ้าแมวยักษ์ขึ้น เกาคางให้มันหลายทีก่อนจะไปอาบน้ำอาบท่า เข้าครัวเตรียมอาหารเช้าสองที่อย่างเคยชิน มือบางชะงักขณะกำลังตักมักกะโรนีเป็นจานที่สอง

“แล้วทำไม... ฉันต้องมาเตรียมอาหารให้กับคนพรรณนั้นด้วยล่ะเนี่ย” หญิงสาวบ่นกระฟัดกระเฟียดพลางมองขึ้นไปบนชั้นสอง “แต่ว่า... สายป่านนนี้แล้ว ทำไมยังไม่เห็นลงมาอีกนะ”

พัณณิตาเบือนหน้าไปมองนาฬิกา ใกล้จะเที่ยงแล้วแต่เธอกลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา เมื่อคืนจำได้ลางๆว่าโลเวลล์บอกเธอจะลงไปดูเอกสารที่ห้องทำงาน หรือว่าตั้งแต่ตอนนั้นเขายังไม่กลับขึ้นมานะ...

“อะไรกัน ทั้งๆที่ฉันโกรธอยู่แท้ๆยังมีกะใจทำงานอีก... งั้นก็ไม่ต้องกินมันแล้วกัน” หญิงสาวเอ่ยอย่างน้อยใจ ปิดฝากระทะอย่างแรงพร้อมทั้งถือจานมักกะโรนีของตนมานั่งกินในห้องรับแขก เปิดหนังดูไปพลางกินไปพลางจนหมด หล่อนล้างถ้วยล้างชามจนสะอาดแล้วลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างสุดเพื่อออกไปตระเวนหาซื้อของฝากกลับไปฝากคนที่ประเทศของเธอ

“สวัสดีค่ะคุณพัณณิตา คุณกำลังจะไปไหนเหรอคะ” พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เอ่ยทักขณะที่เธอกำลังก้าวเดินออกจากลิฟต์ ใบหน้าคมสวยสวยที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางรวมไปถึงเส้นผมที่มัดรวบสูงดัดลอนหยิกบนศีรษะทำให้หล่อนดูคล้ายกับเมดูซ่า

“เออ... สวัสดีค่ะ ฉันว่าจะออกไปหาซื้อของฝากหน่อยน่ะค่ะ” พัณณิตายิ้มแห้งๆเมื่อหล่อนเดินเข้ามาใกล้ รองเท้าส้นเข็มที่สูงปรี๊ดทำให้เจ้าหล่อนนั้นสูงกว่าเธอเกือบคืบหนึ่ง

“งั้นเหรอคะ งั้นคุณพัณณิตากรุณารอซักครู่นะคะ... ขอดิฉันแจ้งให้คุณโลเวลล์ทราบก่อน” พัณณิตาจะออกไปไหนหรือออกไปกับใครนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่เธอต้องแจ้ง... นั่นคือกฎใหม่ที่เขาออกมาเมื่อไม่นานมานี้

“ตอนนี้เขาคงกำลังยุ่งอยู่กับงาน ไม่ต้องไปแจ้งเขาหรอกนะคะ” หญิงสาวเน้นเสียงหนัก เดินกระแทกส้นเท้าปึงปังออกไปด้วยความโมโหจนมาหยุดอยู่ที่จุดบริการให้เช่ารถจักรยาน

แล้วทำไมฉันต้องมาหงุดหงิดด้วยนะ?

พัณณิตาคิดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ทั้งๆที่โกรธ ทั้งๆที่ผิดหวัง ทั้งๆที่ไม่อยากเห็นหน้าเขา แต่เธอก็กลับหวังอยากจะให้เขามาง้ออีกครั้ง ตั้งแต่คุณบารอนและคุณอัลเบิร์ดเล่าให้ฟังว่าเขาโดนวางยาปลุกเซ็กส์แทนเธอนั้น จากความโกรธที่ถูกพรากพรหมจรรย์ไปก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธที่เขาไม่ยอมมาบอกความจริงกับเธอ ตัวหล่อนนั้นรู้ดีว่าความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นอย่างแรงจากยานั้นมันทรมานมากขนาดไหน อีกทั้งเขายังเป็นผู้ชาย... การที่จะควบคุมตัวเองไม่อยู่จนทำอะไรที่ไร้สติขึ้นมานั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยแม้แต่น้อย

“คุณโลเวลล์... อีกแค่สัปดาห์เดียวฉันก็จะกลับแล้ว รีบๆทำอะไรเข้าซักอย่างสิค่ะ” พัณณิตาจูงจักรยานพูดอย่างเหม่อลอย หางตาพลันสะดุดเข้ากับซุปเปอร์คาร์คันหรูสีส้มอมน้ำตาลที่แล่นผ่านไป ถ้าจำไม่ผิดนั่นมันรถของโลเวลล์แน่... แต่เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นป้ายทะเบียนรถเลยทำให้ไม่แน่ใจนัก แต่เขามาทำอะไรแถวนี้?

“คงไม่ใช่หรอกมั้ง” หล่อนไหวไหล่แล้วปั่นจักรยานไปตามจีพีเอสที่ได้ระบุตำแหน่งเอาไว้

 

ตึกดิมีเทอร์

โลเวลล์ซึ่งกลับมาจากธุระข้างนอกก็ปาเข้าไปบ่ายกว่าๆ เขาขึ้นลิฟต์ไปยังเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดเพื่อเอาแล็ปท็อปและแฟ้มเอกสารที่เขาวางทิ้งไว้ในห้องนอน ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู เสียงโทรทัศน์ดังลอดออกมาจากภายใน เขาก้มหน้าต่ำลง ทำใจว่าถ้าเปิดประตูเข้าไปอาจจะต้องเจอกับหญิงสาวซึ่งกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกเป็นแน่

แอ๊ด

ในที่สุดชายหนุ่มก็ทำใจกล้าค่อยๆบิดลูกบิดเปิดประตูออก แต่ภายในเพนท์เฮ้าส์กลับว่างเปล่า โทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งไว้ไม่มีใครดู ใจของชายหนุ่มนั้นหล่นวูบลงทันที รีบค้นหาตัวหญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง เขากระชากเปิดประตูห้องของแม่บ้านออกอย่างแรงกลับเห็นเพียงเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของหญิงสาวเท่านั้น... ไม่พบแม้แต่เงาของเจ้าของร่างที่เขากำลังตามหาตัวอยู่เลยแม้แต่น้อย

หรือว่า... หล่อนคงจะกล้ำกลืนฝืนทนอยู่กับเขาต่อไม่ได้ จนกลับประเทศของเธอไปแล้ว สมองของชายหนุ่มคิดไปต่างๆนานา เขารีบคว้าสมาร์ทโฟนกดหาเบอร์เลขาทันที

(ฮัลโหลเจ้านาย...)

“พัณณิตาไปไหน เธอได้เช็คอินตั๋วกลับไปแล้วหรือยัง!” เขารีบถามอย่างร้อนรน มือหนาสั่นเล็กน้อย

(ใจเย็นๆครับเจ้านาย เมื่อกี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้โทรมาแจ้งว่าคุณพัณณิตาออกไปหาซื้อของฝากข้างนอกเมื่อซักประมาณสามสิบนาทีที่แล้วครับ) ปาสคาลยกโทรศัพท์ให้ออกห่างจากหูเมื่อเจ้านายตะโกนถามเสียงดัง

“งั้นเหรอ... ออกไปซื้อของข้างนอกเองหรอกเหรอ” โลเวลล์ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าเธอนั้นยังไม่ได้จากเขาไป “แล้วได้บอกไหมว่าจะไปหาซื้อแถวไหน”

(ไม่ครับ เธอไม่ได้บอกว่าจะไปแถวไหน... แต่เห็นพนักงานบอกว่าเธอเหมือนจะโมโหอะไรนิดหน่อยด้วยนะครับ)

“อืม... งั้นแค่นี้นะ” ชายหนุ่มกดตัดสายไป ทิ้งโทรศัพท์เครื่องบางไว้ข้างๆยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก “คุณโมโหอะไรอีกหรือครับที่รัก”

ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะขึ้นไปเอาแล็ปท็อปและเอกสารก่อนจะลงไปห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นล่าง

 

ห้างสรรพสินค้าชื่อดังและเป็นจุดช้อปปิ้งสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งสินค้าแบรนด์แนม เครื่องประดับแฮนเมคและสินค้าขึ้นชื่อต่างๆของประเทศอังกฤษถูกรวบรวมมาอยู่ในห้างแห่งนี้ ร้านขายใบชาคุณภาพเลื่องชื่อและร้านจิวเวอร์รี่เก่าแก่ก็ยังตั้งอยู่ในห้างแห่งนี้อีกด้วย

“เชิญค่ะคุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าสนใจชาฝรั่งแบบไหนอยู่หรือคะ” พนักงานใส่ชุดยูนิฟอร์มสีเขียวเดินตรงเข้ามาหาพัณณิตา ขณะเธอยืนอยู่หน้าร้านขายชาฝรั่งแห่งหนึ่ง

“ฉันอยากจะซื้อชากลับไปเป็นของฝากน่ะค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวมองดูใบชาอบแห้งหลายชนิดที่มีให้เลือกซื้อมากมายที่วางจำหน่ายอยู่ภายในร้าน

“ได้เลยค่ะ ทางนี้เป็นสินค้าขึ้นชื่อของแบรนด์เรา...” พนักงานแนะนำสินค้าซึ่งขายดีที่สุดในร้าน เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากจากหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยมซื้อกลับไปเป็นจำนวนมาก พัณณิตาตกลงซื้ออย่างละชนิดไปและได้ซื้อตุ๊กตาทหารชุดแดงซึ่งมีจำหน่ายอยู่ในร้านเดียวกันไปด้วยตัวหนึ่งเพื่อเป็นของฝากให้กับคุณครูเมย์ซึ่งไม่ชอบดื่มชา ระหว่างที่เดินดูของฝากไปเรื่อยๆนั้นหล่อนก็ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านจิวเวอร์รี่แห่งหนึ่งซึ่งเจ้าของร้านกำลังนั่งทำแหวนอย่างขะมักเขม้น หล่องจ้องมองเขาผ่านกระจกใส

“เชิญเข้ามาข้างในสิครับ” ชายรูปร่างอวบอ้วนดูท่าทางเป็นมิตรเอ่ยเชิญชวน เขาวางเบอร์เนอร์ลนไฟลง

“ขอบคุณนะคะ” หล่อนเดินเข้าไปในร้านพลางเอยขอบคุณเมื่อเขาอนุญาตให้เธอเข้ามาดูใกล้ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนล้วนชื่นชอบของแวววาวสวยงามอย่างอัญมณีและรู้สึกมีความสุขเมื่อได้จับจ้องมัน

“เลดี้อย่างคุณกำลังหาแหวนใส่เล่นอยู่หรือครับ” เจ้าของร้านส่งยิ้มบางๆให้เธอ

“อ้อ... ไม่ใช่หรอกค่ะ คือว่าฉันแค่...” หล่อนรีบสายหน้า เธอแค่เข้ามาดูเขาทำแหวนเท่านั้น

“งั้นหรือว่าคุณกำลังมองหาแบบแหวนแต่งงานอยู่เหรอครับ”

 “ไม่... ไม่ใช่ค่ะ คือว่าฉันยังไม่มีคนรักหรอกนะคะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที

“งั้นเหรอครับ น่าเสียดายจัง... ผมคิดว่าจะได้มีโอกาสทำแหวนสวยๆที่เหมาะกับนิ้วเรียวอย่างคุณให้ได้สวมใส่ซะอีก” เขาถอนหายใจ นักออกแบบอัญมณีผู้มีชื่อเสียงอย่างเขาเมื่อเห็นหญิงสาวผู้มีมือและนิ้วเรียวบางมักอดใจไม่ได้ที่อยากจะสรรค์สร้างผลงานสวยๆไปประดับอยู่บนมือของพวกหล่อนอยู่ร่ำไป

“คือถ้าไว้ฉันจะแต่งงาน... ฉันจะมาทำแหวนที่ร้านของคุณนะคะ” พัณณิตาหัวเราะแห้งๆ พลางพูดถนอมน้ำใจเขา เจ้าของร้านร่างอวบลงมือทำแหวนต่อ

“ว่าแต่สวยจังเลยนะคะ แหวนวงนี้” แค่เห็นโครงเธอก็พอจะเดาได้ว่าถ้าเสร็จสมบูรณ์แล้วมันจะงดงามและมีราคาแพงมากขนาดไหน

“ครับ แหวนวงนี้ถูกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ไว้ใช้ขอหญิงคนรักของเขาแต่งงานน่ะครับ” เขาใช้คีมดัดทองคำขาวให้โค้งงอไปตามรูปขณะที่กำลังร้อน

“ว้าว! จริงเหรอค่ะ โรแมนติกจังเลย” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ รู้สึกมีความสุขแทนหญิงสาวผู้ที่จะได้รับคำสารภาพรักและคำขอแต่งงานจากชายที่ทุ่มเงินสร้างแหวนสวยงามวงนี้ขึ้นมา

“คุณผู้หญิงทำไมไม่ลองหาคู่ชีวิตและมีความสุขกับการได้รับคำสารภาพรักดูบ้างล่ะครับ” เจ้าของร้านประคองมือของพัณณิตาแล้วสวมแหวนที่ขัดเงาอย่างดีแล้วเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ

หญิงสาวค่อยๆหุบยิ้มลง นึกถึงตอนที่โลเวลล์สารภาพรักกับเธอ แต่ตอนนั้นเธอกลับตอบปฏิเสธเขาไปอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกผิดยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมาในใจ เธออยากจะขอโทษเขาเหลือเกิน

“สีหน้าคุณไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายรึเปล่าครับ... หรือว่าคุณไม่พอใจผม”

“ปะ... เปล่าหรอกนะคะ ฉันแค่นึกถึงเขานิดหน่อย” พัณณิตาปาดน้ำตาที่กำลังจะรินไหล

“คุณ...กำลังมีปัญหาเรื่องความรักอยู่เหรอครับ”

“จะว่าใช่ก็ใช่... จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองรักเขารึเปล่า แต่ว่า... แต่ว่าฉัน... ” ฉันเป็นของเขา พัณณิตาสะอึกสะอื้น

“ความรักจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีหัวใจทั้งสองดวงซึ่งเข้าใจและยอมให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมแนะนำให้คุณไปปรับความเข้าใจกับเขาก่อนนะครับ ยอมรับฟังความคิดเห็นของเขา ถึงแม้เขาอาจจะทำผิดต่อคุณ... แต่ที่เขาทำลงไป เขาอาจจะทำเพื่อคุณก็ได้นะครับ” เขาซึ่งทำงานด้านสร้างสรรค์สัญลักษณ์แห่งความสุขให้กับคู่รักมามากมายพอจะแนะนำให้คำปรึกษาได้บ้าง

นั่นสินะ... เขาทำเพื่อฉัน แต่ว่า...

“ฉันจะอยู่ที่นี่อีกแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น แล้วฉันไม่คิดว่าเขาจะมาง้อผู้หญิงอย่างฉันเป็นรอบที่สองหรอกนะคะ” มาคิดๆดูแล้ว ฐานะของเธอและเขาช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว เธอไม่มีอะไรที่จะไปคู่ควรกับเขาเลยซักนิด

“แล้วถ้าเกิดเขาง้อล่ะครับ ถ้าเขาเกิดมาง้อคุณ... เมื่อถึงตอนนั้นผมอยากจะให้คุณรับฟัง จากใจจริง”

หญิงสาวนิ่งเงียบ เหม่อมองกำไลหนังห้อยจี้เล็กๆซึ่งโลเวลล์เป็นคนซื้อให้ตอนที่เขาพาเธอไปเที่ยวที่ตลาดเคมเดน

“เมื่อถึงตอนนั้น... ฉันจะให้อภัยเขาค่ะ” พัณณิตาตัดสินใจ ถึงแม้จะไม่มีเวลา ถึงแม้จะไม่แน่ใจ แต่เธอก็มั่นใจว่าเธอจะไม่หนีมันอีกต่อไปแล้ว

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ หนูพัณณิตาใจอ่อนแล้ว โลเวลล์... รีบมาง้อหนูพัณเร็วเข้า บทหน้ารับประกันความหวานนะคะ 

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็น