Finland (ช้อย)

หลังจากที่เรื่อง "คนคุก" จบแล้ว ช้อยขออนุญาตติดเหรียญนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเข้าใจ และกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาสนับสนุนช้อยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ขอบพระคุณจากใจจริง ๆ ค่ะ / กราบ / ช้อย

Chapter 44 : กลับสู่โลกกว้าง

ชื่อตอน : Chapter 44 : กลับสู่โลกกว้าง

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.2k

ความคิดเห็น : 171

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2559 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 44 : กลับสู่โลกกว้าง
แบบอักษร

 

 

พอผมก้าวเท้าพ้นออกมาจากประตูเรือนจำ  แม่ก็มายืนรอผมอยู่ก่อนแล้ว  แม่รีบเข้ามากอดผมเอาไว้แน่น ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ

 

“กลับบ้านกันนะลูก”   แม่ยิ้มบอกกับผม

 

“ครับแม่”  ผมยิ้มตอบกับแม่ไป

 

“คุณานนท์  แล้วอย่าได้หวนกลับมาที่นี่อีกหล่ะ”   เจ้าหน้าที่ที่มาส่งได้บอกกับผม

 

“ครับ”  ผมยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวลา

 

“คุณมึงอย่าหันหลังกลับมาอีก ให้เดินหน้าต่อไป”   เสียงพี่ดอมยังดังก้องอยู่ในหูผมตลอด  ผมกับแม่พากันเดินออกมาจากเรือนจำ ผมไม่หันกลับไปมองอีกเลย ทั้ง ๆ ที่ผมอยากหันไปมองใจแทบขาด  ผมอยากกล่าวลาพี่ดอมอีกครั้ง  แต่ผมได้รับปากพี่ดอมไว้แล้ว ผมจะเดินหน้าต่อ อนาคตข้างหน้ายังรอผมอยู่  ซักวันเราจะได้กลับมาเจอกันอีก 

 

ผมกับแม่นั่งรถแท็กซี่เพื่อจะกลับบ้าน หลายปีแล้วที่ผมไม่ได้กลับบ้านเลย

 

“มันเปลี่ยนไปเยอะเลยนะแม่”    ผมมองออกไปนอกกระจกรถสองข้างทาง อะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปหมด ตึกราบ้านช่องผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ถนนหนทางต่อขยายจนผมจำแทบไม่ได้

 

“ก็คุนไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้วนี่ลูก” แม่บอกกับผม  ว่าแต่ทำไมทางเข้าบ้านมันเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้

 

“แม่ นี่ทางเข้าบ้านเราเหรอ..? ทำไมไม่เหลือเค้าโครงเดิม”   ผมทำหน้างงถามกับแม่ไป

 

“คุณ แม่ซื้อบ้านหลังใหม่อยู่แล้วนะ  แม่ไม่อยากให้คุณไปเห็นสภาพบ้านหลังเดิม ไม่อยากให้คุณนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีในอดีตอีก”   แม่ยิ้มบอกกับผม

 

“แม่ไปเอาเงินมาจากไหน..?”  

 

“ก็เงินที่คุณเคยให้แม่ไง แม่เอาไปดาวน์แล้วผ่อนส่งเค๊ามาได้เกือบปีแล้วหล่ะ”   ผมได้แต่พยักหน้ารับ

 

แท็กซี่ขับพาผมกับแม่มาได้ซักพัก ก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ผมเดินลงจากรถ มองไปรอบ ๆ  เป็นบ้านชั้นเดียว ถึงแม้จะไม่ใช่บ้านที่สร้างใหม่ เป็นบ้านมือสอง แต่สภาพยังคงดีอยู่ บริเวณบ้านมีพื้นที่ใช้สอยพอประมาณ  แม่ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้อย่างร่มรื่น  ผมกำลังมองสำรวจบ้านที่ผมกำลังจะได้ใช้ชีวิตต่อไปในภายภาคหน้าเพลิน ๆ

 

“หวัดดีคับน้าคุณ”   แล้วก็มีเสียงเด็กน้อยตะโกนเรียกสติผมกลับ

 

“กังฟู...!!”   ไอ้หนูที่ตัดผมสั้นเกรียนรีบเปิดประตูรั้วแล้ววิ่งมากอดผมเอาไว้แน่น

 

“โตแล้วนี่หว่า”    ผมกอดมันกลับ

 

“จะเจ็ดขวบแล้วคับ”  มันเงยหน้ายิ้มแป้นบอกกับผม

 

“ทำไมแม่ตัดผมให้มันสั้นขนาดนี้หล่ะ..?”   ผมหันไปถามแม่

 

“มันขี้ร้อน บ่นร้อนไม่ชอบไว้ผมยาว แม่เลยตัดให้มันสั้นไปเลย”

 

“ผมชอบแบบนี้ครับน้าคุณ เย็นสบาย”   มันทำหน้าทะเล้นบอกกับผมพร้อมกับเอามือลูบหัวที่สั้นเกรียนของมันไปมา

 

“หน้าเหมือนคุณตอนเด็กเด๊ะเลยนะ”   แล้วแม่ก็บอกกับผม

 

“ดื้อรึเปล่าเนี่ย...?”   ผมขยี้หัวมันเบา ๆ

 

“ไม่ดื้อ ไม่เชื่อถามแม่ดูสิคับ”    หืมมมม มันเรียกแม่ผมว่าแม่เลยเหรอ..?

 

“แม่มันไม่เคยกลับมาอีกเลยคุณ นับตั้งแต่ที่เอามันมาฝากไว้กับแม่ ติดต่อมาก็ไม่ติดต่อ จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ แล้วมันก็เรียกแม่มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วหล่ะ”   แม่บอกกับผมพร้อมกับพาผมกับไอ้หนูกังฟูเดินเข้ามาในบ้าน

 

“ร่มรื่นดีนะแม่ ผมชอบ”  ผมยิ้มบอกกับแม่ไป ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ เงียบสงบดีคนไม่พลุกพล่าน ผมจะได้มีสมาธิวาดรูปผมด้วยผมเห็นไอ้หนูกังฟูมันรีบวิ่งเข้าไปหลังบ้าน ซักแป๊บมันก็ออกมาพร้อมกับแก้วน้ำ

 

“น้าคุณกินน้ำก่อนคับ”   มันยื่นแก้วน้ำให้กับผม

 

“เก่งเหมือนกันนี่เรา”   ผมเอามือขยี้หัวมันเบา ๆ แล้วรับแก้วน้ำเอามาดื่ม

 

“น้าคุณไปดูห้องนอนน้าคุณกัน”   ว่าแล้วไอ้หนูกังฟูก็ฉุดผมให้เดินตามมันไปที่ห้องห้องหนึ่ง

 

“เนี่ยห้องน้าคุณ แม่กับผมช่วยกันทำความสะอาดทุกวัน”  มันยิ้มแป้นบอกกับผม   ผมเปิดลูกบิดประตูเข้าห้องมา  เป็นห้องโล่ง ๆ สบาย ๆ มีตู้เสื้อผ้า เตียงและโต๊ะเขียนหนังสือเท่านั้น แค่นี้ผมก็อยู่ได้แล้ว ผมก็ไม่ชอบอะไรที่มันรก ๆ เหมือนกัน ตอนอยู่ที่เรือนจำ ผมก็เก็บกวาดห้องพี่ดอมทุกวัน  พอคิดแบบนั้นแล้วภาพพี่ดอมก็ผุดขึ้นมาในหัวผมทันที

 

“น้าคุณเป็นอะไรคับ..?”  กังฟูคงเห็นสีหน้าผมเปลี่ยนไป

 

“ไม่เป็นไร”  ผมยิ้มบอกไป   เฮ้ออออออ  ยังไม่ถึงวันเลย คิดถึงพี่ดอมซะล่ะ 

 

"น้าคุณจะกลับมาอยู่กับผมกับแม่แล้วใช่มั้ย ไม่กลับไปทำงานอีกแล้วใช่มั้ยคับ"    แล้วกังฟูก็ถามผมขึ้น ทุกครั้งที่มันถามหาผม แม่จะบอกว่าผมไปทำงานต่างจังหวัด ผมไม่อยากให้มันรู้ว่าผมติดคุก 

 

 

"อื่อ ไม่กลับไปอีกแล้ว"   ผมบอกกับมันไป

 

“กังฟูไปตลาดกับแม่มั้ย...??”   เสียงแม่ตะโกนเรียกไอ้หนูกังฟู

 

“ไปคับ”   มันตะโกนบอกกับแม่ไป

 

“ผมไปตลาดกับแม่ก่อนนะคับ น้าคุณนอนเยอะ ๆ นะ”    ว่าแล้วมันก็รีบวิ่งออกจากห้องผมไป

 

ไอ้หนูกังฟูดูไม่มีท่าทีว่าจะเป็นเด็กที่มีปมด้อยเลย  ทั้ง ๆ ที่แม่แท้ ๆ ทิ้งมันไปตั้งนาน มันยังคงร่าเริงเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป   ผมเดินไปที่เตียงแล้วล้มตึงนอนแผ่หลา ตามองเพดาน

 

“ป่านนี้พี่ดอมจะเป็นยังไงบ้าง...? กินข้าวแล้วรึยัง??”   ผมได้แต่เอามือก่ายหน้าผากคิดถึงพี่ดอม

 

“รีบ ๆ ออกมานะพี่ ผมรออยู่”   ผมได้บอกความในใจผ่านไปกับสายลม หวังว่าพี่ดอมคงจะรับรู้ความรู้สึกของผมในตอนนี้  จนผมเผลอม่อยหลับไป มาสะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อกังฟูเคาะห้อง

 

“น้าคุณ แม่บอกให้ไปทานข้าวคับ”     มันเข้ามานั่งบนเตียงใกล้ๆ  ผม

 

“น้าคุณ ผมกำลังจะเข้าป.1 แล้วนะครับ”   มันยิ้มบอกกับผม 

 

“จริงดิ”    

 

ต่อไปผมต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว จะปล่อยให้แม่ทำงานคนเดียวไม่ได้อีก ไหนเจ้ากังฟูก็จะเข้าโรงเรียนต้องใช้เงินเยอะ พรุ่งนี้ผมจะเริ่มออกหางานทำ

 

เช้าวันต่อมา

 

“แม่ผมออกไปข้างนอกนะครับ”    ผมบอกกับแม่ไป

 

“น้าคุณผมไปด้วยได้รึเปล่า..?”     กังฟูถามผมขึ้น

 

“ไปไม่ได้ น้าจะออกไปหางานทำ เอาไว้จะรีบกลับมานะ”  

 

“คับ”  มันยิ้มตอบกลับผม

 

ผมเดินออกจากปากซอยด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะได้ทำงานที่ไหนซักแห่ง งานอะไรก็ได้ผมทำหมด   แต่แล้วมันก็ไม่เป็นเหมือนที่หวัง ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ผมเดินออกหางานทำหลาย ๆ ที่หลายๆบริษัท แต่ก็ไม่มีใครรับผมเข้าทำงานซักคน  คงเป็นเพราะผมเรียนไม่จบแถมยังเพิ่งออกจากคุกมาอีก  ผมไม่โทษใครเลย ผมรู้ตัวเองดี ผมไม่เหมือนกับคนอื่น ใครจะกล้าเสี่ยงรับคนที่เพิ่งออกจากคุกเข้าทำงาน  ดังนั้นผมถึงไม่เลือกงาน งานอะไรก็ได้ที่ทำแล้วได้ตังค์ผมทำหมด   ผมเดินเข้าบ้านด้วยความผิดหวัง

 

ผมยังไม่ย่อท้อ วันต่อมาผมก็ออกไปหางานทำอีก แต่ก็เหมือนเดิมผมยังหางานทำไมได้ซักที

 

“ยังหางานไม่ได้เหรอคุณ...?”    แม่ยิ้มถามกับผม นี่ก็หลายวันแล้วที่ผมออกไปหางานทำ แต่ก็ยังหางานไม่ได้

 

“ครับแม่”  

 

“ไม่เป็นไร งานสมัยนี้หายากจะตายค่อย ๆ หาไปนะ”   แม่ปลอบใจผม  ผมหันไปมองเจ้ากังฟูที่กำลังนั่งดูทีวีแล้วรู้สึกปวดใจขึ้นมา งานผมก็ยังหาไม่ได้ โรงเรียนมันก็ใกล้จะเปิดเต็มที ผมจะปล่อยให้แม่ทำงานงก ๆ คนเดียวได้ยังไง

 

ตกเย็นผม แม่ และกังฟูกำลังนั่งทานข้าวด้วยกัน  ผมดูทีวีไปด้วยตอนนี้เป็นรายการเกี่ยวกับงานแฮนด์เมด เจ้าของเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับผม แต่ที่น่าสนใจคือผลงานเค๊าไม่ต้องออกไปเร่ขายที่ไหน ขายในเน็ตตามเว็บต่าง ๆ เดือน ๆ นึงได้เงินตั้งหลายหมื่น   ผมเลยคิดอะไรดี ๆ ออก 

 

“แม่ผมคิดออกแล้วว่าผมจะทำอะไร”    ผมยิ้มกริ่มบอกกับแม่  แม่กับกังฟูหันมามองผมด้วยสีหน้างง ๆ

 

ตอนผมอยู่ในเรือนจำ ผมก็ได้มีวิชาติดตัวออกมาด้วยและเป็นงานที่ผมรัก ผมคิดเอาไว้ว่าผมจะวาดรูปแล้วลงขายในเน็ต  พอคิดได้แบบนั้นแล้วผมก็มีกำลังใจขึ้นมาเป็นกอง

 

ผมออกจากเรือนจำมาได้ก็เกือบอาทิตย์แล้ว ผมคิดถึงพี่ดอมทุกวัน ผมไปเยี่ยมไม่ได้พี่ดอมสั่งห้ามผมเอาไว้ ผมทำได้แค่รอวันที่พี่ดอมออกจากคุกมาเท่านั้น

 

หลังจากที่ผมคิดเอาไว้แล้วว่าอนาคตจะทำอะไรต่อไป  ทุก ๆ เช้าผมจะออกจากบ้านพร้อมกับสะพายย่ามที่เก็บพวกอุปกรณ์วาดรูปเอาไว้ครบชุด

 

“แม่ผมออกไปวาดรูปนะครับ”   ผมบอกกับแม่พร้อมกับถือขาตั้งเฟรมกำลังจะเดินออกจากบ้าน

 

“น้าคุณรีบกลับมานะคับ”   กังฟูยิ้มร่าบอกกับผม

 

“อื่อ”   

 

ทุกๆวันผมจะออกมาวาดรูปที่สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางกรุง  เพราะที่นี่บรรยากาศดี แถมยังมีวิวที่สามารถวาดรูปได้หลากหลายอีกด้วย  ผมตั้งใจวาดรูปไม่ว่าจะเป็นรูปวิว รูปเหมือน  หรือรูปตามแนวความคิดของผม จนตอนนี้วาดเสร็จไปทั้งหมด 3 ภาพแล้ว 

 

พอบ่ายคล้อยผมกลับมาถึงบ้าน ก็เข้าสมัครเฟสบุ๊ค พร้อมกับลงรูปภาพของผม ผมลองเข้าไปดูเพจรูปภาพของคนอื่นก็มีแต่สวย ๆ ทั้งนั้น ผมไม่ได้คิดอะไรลงไปก่อนเผื่อมีคนสนใจชิ้นงานของผม  รูปที่ผมวาดเพิ่งจะมีแค่สามรูปเท่านั้น 

 

ผมลงรูปไปก็เป็นอาทิตย์นึงแล้วแต่ก็ยังขายไม่ได้ซักที  ผมก็ไม่ได้รู้สึกเครียดหรืออะไร ของแบบนี้มันแล้วแต่คนชอบ ผมก็ตั้งใจวาดรูปของผมต่อ จนมาวันหนึ่งมีข้อความเข้ามาในอินบ๊อกว่าจะขอซื้อภาพของผมทั้งหมด  แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องขอดูผลงานจริงของผมซะก่อน พอผมเห็นข้อความเท่านั้นแหล่ะหัวใจผมก็พองโตดีใจกระโดดโลดเต้นอยู่ในห้อง

 

“เย้...!! เย้...!! เย้   ขายได้แล้วโว้ยยยยยยย ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”   ผมหัวเราะเสียงดังลั่น

 

“คุณเป็นอะไร.??  เอะอะเสียงดัง แม่ตกใจหมด”   แม่รีบเปิดตูห้องเข้ามาถาม  ผมรีบวิ่งเข้าไปกอดแม่

 

“แม่ มีคนมาขอซื้อภาพผมแล้ว ดีใจที่สุดเลย”   ผมบอกกับแม่แล้วกอดแม่เอาไว้แน่น

 

“ดีใจด้วยนะคุณ”  แม่ลูบหลังผมเบา ๆ

 

“น้าคุณเก่งที่สุดเลย”    อ้าวววว แล้วกังฟูเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะ..??  ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ช่างเหอะ  ผมรีบอุ้มมันขึ้น มันกอดคอผมเอาไว้แน่น

 

“น้าจะมีค่าเทอมให้แล้วนะ”    ผมบอกกับมันไป 

 

ผมได้ตกลงนัดหมายกับคนที่จะขอซื้อผลงานของผมไว้เรียบร้อยแล้ว เค๊าจะมาดูผลงานที่บ้านผมเองเลย

 

แล้ววันนั้นก็มาถึงผมใจจดใจจ่อ กระวนกระวายเดินไปเดินมา รอคนที่จะมาซื้อรูปของผม

 

“คุณ แม่ว่านั่งก่อนเหอะ แม่เวียนหัว”    ผมเข้าไปนั่งเก้าอี้ตาก็มองออกไปนอกรั้วบ้าน....... ซักพัก

 

ปี้น.... ปี้น.....!!!    แล้วเสียงแตรรถก็ดังขึ้น ผมชะโงกหน้าออกไปมอง มีรถยนต์ยี่ห้อหรูคันหนึ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน  ผมรีบวิ่งออกไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับ  แล้วคนขับรถก็รีบอ้อมมาเปิดประตูให้ใครบางคนออกมาจากรถ

 

 

“สวัสดีครับ”     ผมยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวทักทาย

 

“สวัสดี”     ผมเงยหน้าขึ้นมอง     ผมต้องตกใจเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม คือคนที่เคยซื้อรูปผมไปในงานราชทัณฑ์เมื่อสองปีก่อน

 

 

“เจอกันอีกแล้วนะ”

 

 

 

..............................................................................

To be continue.............................

..............................................................................

 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ /กราบ

 

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}