อบเชยหอม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่6 pocky game rewrite

ชื่อตอน : ตอนที่6 pocky game rewrite

คำค้น : วาย yaoi รัก มหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2562 10:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6 pocky game rewrite
แบบอักษร

"อะ อ้อเหร๊อ" ผมพูดเสียงสั่น38ล้านริคเตอร์ นี่มันบ้าไรวะเนี่ย! คนในโลกมีเป็นล้าน เสือกไปเมคเฟรนด์กับยมฑูตในร่างมนุษย์เนี่ยนะ ตาต่ำจริงๆเพื่อนกู!

"ทำไมทำหน้าเป็นอึ่งอ่างเลยวะ อาทิตย์ เออ ไหนๆก็อุตส่าห์เดินมาถึงวิศวะทั้งที  กินไอติมกันป่ะ มึงชอบไอติมคณะกูนิ" จะมาชวนกินไอติมอะไรตอนนี้ฟะ! แดกอ่ะแดกได้ แต่กูไม่อยากนั่งกับไอ้เอิร์ธนะเว้ย ขืนมันปากโป้งขึ้นมาจะทำไงดีฟะ ไอ้เกียร์มึงช่วยดูหน้าซีดๆดั่งกระดาษของกูด้วย!

"ก็ดี" แล้วไอ้เอิร์ธจะเสือกตกลงทำไมฟะ ว่างมากเหรอไง!!

จนแล้วจนรอดพวกผมก็มานั่งกินไอติมด้วยกัน เหงื่อเย็นๆไหลท่วมตัว ผมไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะตักไอติมที่ได้รับมาเข้าปาก ได้แต่จ้องมันค่อยๆละลายในถ้วย ไม่ไหวแล้ว บรรยากาศหยั่งกับวันพิพากษาโลก!

"อ่าว ไม่กินเหรอ ปกติมึงชอบจะตาย แดกเอาๆ " เกียร์ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นไอติมผมไม่พร่องลงเลย ลองเอ็งมาอยู่ในสถานภาพแบบเดียวกับกูดิ จะแดกลงมั้ย!

"งั้นเดี๋ยวกูกินแทนเอง" พูดจบไอ้เกียร์ก็ช้อนไอติมผมเข้าปาก ไอ้นี้ก็แค่เนียนแดกนี่หว่า ไอ้เพื่อนเวรตะไล!

"ไอ้เกียร์ " เอิร์ธเรียก ไม่ได้การล่ะ!

"อ้อกกกกก!!" ผมกำคอตัวเองจนตาแดงก่ำ

"อาทิตย์เป็นอะไร!?" หน้าไอ้เกียร์เปลี่ยนเป็นตื่นตกใจสุดขีด

"กะ กูเป็นโรคลักปิกลักเปิดระยะสุดท้าย ถ้าไม่ได้น้ำส้มทิปโก้จากเซเว่นตรงหน้าคณะนู้นล่ะก็ กูต้องตายแน่ๆ" ผมเค้นเสียงอย่างรวยรินในขณะชี้ไปข้างนอก

"ขะ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวกูจะไปซื้อให้เดี๋ยวนี้ล่ะ!" จากนั้นไอ้เกียร์ก็พุ่งตัวออกไปทันที แค่นี้ก็พอถ่วงเวลาไปได้หน่อย!

"หืม" คิ้วโก่งเหมือนคันศรยกขึ้นอย่างน่าหมั้นไส้

สักครู่ไอเกียร์ซึ่งเหงื่อไหลเป็นน้ำตกทีลอซูก็กลับมาพร้อมกล่องน้ำส้ม ผมจึงรับไปเจาะดื่ม

"ไอ้เกียร์"

"แค่กๆๆๆ น้ำส้มขึ้นจมูก!!! " ผมแกล้งลงไปสำลักบนโต๊ะ ยังไงก็ไม่ยอมหรอกน่า!!

"วันนี้อาทิตย์เป็นบ้าอะไรวะ ? โทษทีเพื่อนกูบ้าๆบอๆ" เกียร์บอกพลางลูบหลังผม

"ไม่เป็นไร กูไม่ถือสาคนบ้าอยู่แล้ว" ไอ้เชี่ยนี่หลอกด่าตู!

"ถึงอาทิตย์มันจะบ้าๆบอๆ แต่มันก็ดีนะเว้ย ไม่งั้นกูไม่คบมันมาจนวันนี้หรอก"

"พวกมึงคบกันแบบไหนวะ?" คิ้วโก่งเหมือนคันศรขมวดแน่น

"ก็เพื่อนสิวะ กูคงสิ้นคิดจับไอ้เตี้ยมาทำเมียหรอก เออ พวกมึงรู้จักกันแล้วใช่ป่ะ อาทิตย์ เห็นงี้ไอ้เอิร์ธก็เป็นคนใจดีนะเว้ย ดีๆ ฝากอาทิตย์ด้วยนะ ไอ้เอิร์ธ"

"หึๆ กูจะดูแลอย่างดีเลย" ไปฝากกูไว้กับไอ่ห่านี่เนี่ยนะ ฝากหัวไว้กับยมบาลยังปลอดภัยกว่าอีก!!

"เออ สรุปที่มึงโดนต่อยจะไม่ไปเอาเรื่องจริงเหรอ กูกับไอ้ลมเตรียมยกพวกตีแล้วนะเว้ย ส่วนไอ้คุณก็บอกอยู่ว่ามึงต้องไปแจ้งความเพื่อรักษาสิทธิของตัวมึงเองนะ โดนต่อยจนบวมขนาดนี้ กูว่ามึงไปแจ้งความตามที่ไอ้คุณบอกเหอะ"ไอ้เกียร์ชี้แก้มไอ้เอิร์ธจึ้งๆ

"ยะ อย่าให้ถึงขั้นต้องแจ้งความเลยนะ" ผมบอกเสียงสั่นเครือ ตูไม่อยากไปนอนเล่นในคุกง่ะ ฮือออ

"แต่มันก็ไม่ปลอดภัยนะเว้ย ไม่รู้ว่าไอ้บ้านั้นมันจะมาต่อยมึงอีกเมื่อไหร่ เอางี้ให้อาทิตย์มาคอยเป็นบอดี้การ์ดให้ไหม เห็นเตี้ยๆขาสั้นๆแบบนี้แต่ต่อยตีโคตรเก่งระดับพระกาฬหยั่งกับพี่เฉินหลงเลยนะเว้ย ถ้าให้มันประกบป้องกันมึงล่ะก็ รับรองไอ้คนที่มาต่อยมึงได้ตายคาตีนมันแน่" ก็กูเองแหละที่เป็นคนต่อยไอ้เอิร์ธจนกรามโยกอ่ะ!! แสรดดดดด

"หึๆ กูเชื่อ"ส่วนไอ้เอิร์ธกำลังกลั้นขำพลางเหล่มองผม สนุก สนุกบนความทุกข์ของกู ไอ้ห่านนนน

"ไอ้เตี้ยฝากดูไอ้เอิร์ธด้วยนะเว้ย เจอไอ้บ้าที่ต่อยไอ้เอิร์ธนั่นล่ะก็ต่อยให้หน้าหงายเคโอไปเลย"

"อะ อือ" ถ้างั้นกูต้องชกตัวเองใช่มั้ย!! โคตรกลืนไม่ได้คายไม่ออกเลยเว้ย ไอ้เอิร์ธ มึงก็หยุดขำซักทีเถอะ ไม่งั้นกูจะชกมึงเพิ่มอีกหมัดเอง ฮว้ากกกกก

"แปลกว่ะ ปกติอย่างมึงต้องอาสาตื่นเต้นดี้ด้าที่จะประลองฝีมือกับชาวบ้านแล้ว ทำไมคราวนี้หน้าซีดๆปากสั่นๆจังวะ"

"ตะ ตั้งแต่วันนี้กูเป็นพวกlove and peace แล้วเว้ย กะ กูขอต่อต้านความรุนแรงทุกประเภท มันไม่ดีจริงๆนะ เชื่อกู"

"หึ กูก็ว่างั้น"

ไอ้เอิร์ธหันมายกคิ้วให้ผม อู้หูกวนส้นกันเหลือเกิน!!! เตะมันตกเก้าอี้เลยได้ป่ะ!!!

"งั้นฝากดูไอ้เอิร์ธด้วยนะเว้ย น้องแนนรอกูอยู่ที่บัญชี กูต้องไปรับแล้ว" เกียร์พูดในขณะดูมือถือ

"อ้าว ไม่ได้ชื่อมิ้นต์เหรอ?" เอิร์ธถาม

"คนใหม่ ฮึๆ" เกียร์หัวเราะ

"เจ้าชู้อย่างมึงต้องไม่ได้ตายดีแน่"

" เจ้าชู้อย่างมึงต้องไม่ได้ตายดีแน่ " เฮ้ย เป็นครั้งแรกที่ผมกับไอ้เอิร์ธมีความคิดตรงกันเลยเว้ย!

"มีหน้าตาหล่อๆก็ต้องใช้ให้มันเป็นประโยชน์สิครับ เพื่อนๆ หึๆ อีกอย่างที่กูต้องหาใหม่ตลอดก็เพราะโดนสาวทิ้งตะหาก"

"อย่าพูดเรื่องโดนสาวทิ้งต่อหน้าไอ้เอิร์ธสิวะ เดี๊ยวไปกระเทือนแผลใจมันหรอก!"

"อะ เอ่อ โทษทีว่ะ ไอ้เอิร์ธ กูก็ลืมไป" เกียร์บอก

"ไม่เป็นไรเว้ย กูโอเคแล้ว อาทิตย์ก็ไม่ต้องมาทำหน้าสลดด้วยเลย หึๆ" ว่าแล้วไอ้เอิร์ธก็ยิ้มบางให้แล้วดีดมะเหงกผมอีก

"โอ้ย! เจ็บนะเว้ย!"

"ทำไมพวกมึงแมนๆมุ้งมิ้งกันจังวะ มีอะไรในกอไผ่ที่กูไม่รู้ป่ะเนี่ย"เกียร์หรี่ตา

"ไม่มีแน่นอน ใช่ไหมไอ้เอิร์ธ" ผมเหลือกตาโตเป็นไข่ห่านใส่ไอ้เอิร์ธ มึงต้องตามน้ำกับกูวววว!!!

"หึ ถ้าอาทิตย์ว่างั้น เอาเป็นแบบนั้นก็ได้" ไอ้เอิร์ธกลั้นยิ้มขำ ไอ้ห่านิ ซัดซะดีมั้ย!!

"พวกมึงมีจริงๆสินะ"เกียร์หรี่ตาคมกว่าเดิม

"แค่กๆ!!! อ้อกกกก น้ำส้มขึ้นจมูกอีกแล้ว ช่วยล่วยยยย" ผมแกล้งลงไปสำลักตรงโต๊ะอีกรอบ

"เฮ้ย!! อาทิตย์แข็งใจไว้!!!" เกียร์พูดพลางลูบหลังผมอย่างร้อนรนโดยมีสายตาสมเพชของไอ้เอิร์ธตามหลัง

"อ้าวเฮ้ย เมื่อกี้เราคุยถึงเรื่องอะไรแล้ววะ ช่างเถอะ กูไปรับน้องมิ้นต์แล้ว บายๆ"

จากนั้นไอ้เพื่อนรักเวรตะไลก็เดินจากไป ไอ้หล่อจึงหันมามองผมด้วยใบหน้าแสยะยิ้ม

"รางวัลตุ๊กตาทองคำนะ มึงน่ะ"

"เออ!" ผมถลึงตาใส่ วิชาที่นิเทศได้เอามาใช้ประโยชน์ก็วันนี้ล่ะวะ!!

"กูไม่บอกก็ได้ แต่ต่อไปนี้ก็ตั้งใจทำงานถวายหัวใจเพื่อกูซะล่ะ"ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มร้าย ถ้าไม่ได้เกรงว่าต้องทำงานเพิ่ม มีซัดตีนแน่นอน!!!

หลังจากกลับมาคอนโดแล้ว งานคนใช้ของผมก็ยังคงต้องทำเหมือนเดิม หลังจากพวกผมกินมื้อเย็นเสร็จ(ทำโดยผมเองเช่นกัน)

กริ๊งๆๆๆ ผมรับสายมือถือ

[คอนนิจิวะ วาตาชิโนะโทโมดาจิ]

"อะไรฟะ ไอ้คุณ" เพี้ยนๆรัวภาษาต่างด้าวใส่ชาวบ้านมีมันคนเดียวในโลกเท่านั้น

[ตอนอยู่ในห้องทำงานยุ่งๆเลยไม่ได้ถาม ตรงนั้นมีไอ้เอิร์ธอยู่ป่ะ?"]

"เอ่อ ก็อยู่"

[เดินออกมาห่างๆดิ]

ผมจึงเดินไปคุยที่ระเบียงตากผ้าข้างหน้าห้อง

"เดินออกมาแล้ว"

[โอเค ถามเพื่อความแน่ใจ มึงเป็นคนต่อยไอ้เอิร์ธใช่ป่ะ?]

"ฮะ เฮ้ย ไอ้เอิร์ธบอกเหรอ!"ผมอ้าปากค้าง

[เปล่า มันไม่ได้บอก แต่กูแค่สันนิษฐานเอา]

"มะ มึงรู้ได้ไง!!!!"

[วันที่ไอ้เอิร์ธเมา กูเป็นคนแบกมันไปส่งเอง แม่งเสือกเมาแล้วเห็นกูเป็นแฟนเก่า หมายหมั้นจะปล้ำกู กูเลยแปะมันไว้หน้าห้องซะเลย] เจอแล้ว ไอ้ตัวต้นตอของกรรมที่ตูต้องมาประสบเคราะห์กรรม!!

"สมกับที่ได้คะแนนวิชาอาชญาวิทยาท็อปเซ็ค เกรดเอ แล้วมึงอนุมานว่าไงต่อ ลองเล่ามาดิ" ไอ้คุณถึงจะเพี้ยนไปหน่อย แต่ความเก่งด้านการสืบสวนเป็นของจริง มันเคยช่วยผมด้วยทักษะของมันมาแล้วตอนมัธยม

[ทั้งที่ก่อนกูไปไอ้เอิร์ธยังครบ32 แต่พอเช้ามาไอ้เอิร์ธก็มีแผลซะแล้ว แปลว่าช่วงเวลาที่มันโดนต่อยต้องเป็นช่วงหลังที่กูกลับไปแล้วหรือก็คือ23.00จนถึงเช้า]

"ถ้างั้นมันก็อาจจะโดนใครต่อยตอนเช้าก็ได้นิ"

[จากสีของผิวหนังตอนบวมกับแผลที่เป็นสะเก็ด เลือดเเข็งตัวแล้ว แปลว่าตอนต่อยต้องผ่านไปพอสมควร จึงไม่ใช่ตอนเช้า ต้องเป็นตอนกลางคืน แปลว่าคนที่จะต่อยไอ้เอิร์ธได้มีแค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือมึงที่อยู่ข้างห้อง ส่วนที่มึงต่อยคงเป็นเพราะมึงกับไอ้เอิร์ธคงบังเอิญได้เจอกัน ไอ้เอิร์ธเมาแล้วจะปล้ำมึงล่ะสิ ขนาดกูยังโดนเข้าใจผิดเลยนี่หว่า มึงเลยเผลอต่อยเข้าไปล่ะสิ]ฉะ เฉียบขาดเป็นบ้า พูดถูกหมดเลย

"มะ มึงมีตาทิพย์ บูชากุมารแล้วไม่บอกกูใช่ไหม กูก็กลัวว่ามันจะฆ่ากูสักวันเหมือนกัน"

[ไอ้เอิร์ธไม่ทำอะไรมึงหรอก]

"ทำไมมั่นใจจังวะ?"

[ มันไม่ได้เป็นพวกบ้ากำลัง ใช้ความรุนแรง โหด เถื่อนอย่างมึงที่จับหัวคนอัดใส่กำแพงหน้าตาเฉยนะเว้ย ถ้ามันจะทำก็คงจัดการมึงไปเรียบร้อยแล้ว มันไม่เก็บคนที่ทำร้ยมันไส้ข้ามคืนหรอก]ที่พูดมาไม่ทำให้ตูสบายใจเลยฟ่ะ

"ที่กูจับเอาหัวเขาอัดกำแพงเพราะไอ้อันธพาลนั้นจะมาลวนลามกูตะหาก กูก็ต้องป้องกันตัวไหมล่ะแล้วไอ้เกียร์รู้ยังว่ากูเป็นคนต่อย?"

[ยังว่ะ]

"งั้นอย่าเพิ่งบอกนะ กูไม่อยากให้มันวุ่นวายไปมากกว่านี้" แค่ไอ้เอิร์ธคนเดียวก็เอาไม่ไหวแล้ว

[เออ เเต่เตรียมเลี้ยงเหล้าปิดปากกูเลยละกัน หึๆ ถึงไอ้เอิร์ธเจ้าเล่ห์ไปหน่อย แต่ปากร้ายใจดี ไม่ต้องห่วงว่ามันจะฆ่าหมกศพมึงแน่นอน"

"ฮ่วยยย เออก็ได้ งั้นแค่นี้ก่อนนะ"เงินในกระเป๋าตังค์กูเตรียมบินเลยจ้า หอกกกก

ผมเดินกลับเข้าห้อง ไอ้เอิร์ธมันก็ลงมือทำการบ้านที่เมื่อผมเห็นถึงกับตาลาย ตัวเลขแน่นเอี๊ยดไปทั้งหน้ากระดาษ ใครมันจะไปทำได้ ผมคนนึงล่ะที่ขอเซย์บาย เชิญเด็กวิศวะทำไปเถอะครับ

"ยากป่ะ?" ผมถามในขณะที่ถือกระปุกยาไปนั่งข้างมัน

"ก็นิดหน่อย"

"นิดหน่อยเชี่ยอะไรล่ะ ถ้ากูต้องเรียนแบบนี้ คงจะโดนรีไทล์ไปตั้งแต่ปี1แล้ว เวลาสอบ คงต้องกราบข้อสอบก่อนหลายๆที"

"ฮ่าๆ ขนาดกูเองเวลาเจอข้อสอบก็ยังอยากกราบเลยเหมือนกันว่ะ" ไอ้เอิร์ธขำนิดหน่อยพลางเขียนคำตอบในกระดาษต่อ

"เอิร์ธ หันมาดิ"

ผมเปิดกระปุกยาก่อนที่เอานิ้วลูบไปตามรอยปูดที่แทบจะหายสนิทบนหน้าหล่อๆของมัน คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ ที่ผมทายาให้ก็เพราะเห็นว่ามือไอ้เอิร์ธไม่ว่างๆเฉย ถ้าผมบอกให้มันทาเอง มันก็คงบอกว่ามือไม่ว่างแล้วให้ผมใหัอยู่ดี มาคิดดูแล้ว แผลของมันก็แทบจะหายสนิท ดูท่าอีกวันสองวันก็คงไม่เหลือรอยแล้ว ในที่สุดผมก็จะได้บอกลาไอ้เอิร์ธแล้วกลับไปใช้ชีวิตลั้นลาอย่างเมื่อก่อนซะที แต่แทนที่ผมจะดีใจทำไมกลับรู้สึกเหงาๆซะงั้น หลายวันที่ผ่านมานี้ มันก็ไม่ได้ใช้งานผมหนักรากเลือดจนกระทั่งต้องไปเรียกร้องต่อศาลแรงงาน เอาจริงๆมันก็ไม่ได้เป็นคนที่แย่ซักเท่าไหร่

"เดี๋ยวอีกซักวันสองวันรอยที่หน้ามึงก็น่าจะหายแล้ว เท่านี้สัญญาก็จะได้จบซะที..." ผมบอกไอ้เอิร์ธพร้อมกับปิดฝากระปุกยาให้สนิท

"อยู่ต่อเลยได้ไหม" หน้าของมันดูเศร้าลงเล็กน้อย หรือว่าผมจะคิดไปเองกันนะ

"แน่ะ เป็นสิงโต นำโชคหรือไง ขี้เกียจทำงานเองอ่ะดิ ติดสบายนะมึง"

"เปล่า กูแค่..." เหมือนมันอยากพูดอะไรซักอย่างก่อนที่จะเงียบไป อยู่ดีๆไอ้เอิร์ธก็จ้องตาใส่ผม แล้วมันก็จ้องตาผมอย่างนั้นหลายวินาทีแล้วจึงโพล่งขึ้นมาว่า

"มาพนันกันไหม ถ้ามึงชนะ กูจะคอยขับรถไปรับ ไปส่งมึง1เดือน แต่ถ้ามึงแพ้มึงต้องอยู่แบบนี้ไปจนจบเดือน ว่าไง?"

เท่าที่ผมเข้าใจไม่ผิดรู้สึกว่าการได้อย่าง เสียอย่างแบบนี้จะเรียกว่าค่าเสียโอกาศละมั้ง อ้างอิงจากชีทของไอ้เอิร์ธแล้ว รหว่างการได้ไอ้เอิร์ธคอยเป็นสารัตถีให้เดือนนึงกับการที่ผมต้องทำงานอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะครบเดือน ดูยังไงผมก็ได้เปรียบเห็นๆ หลังจากผมลองชั่ง ตวง วัดความคิดในสมองด้วยปัญญาเท่าที่มี ผมจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

"โอเค ถ้างั้นจะพนันอะไรดี"

"นั่นดิ..." มันเงียบไปแปบนึงเหมือนใช้ความคิด จากนั้นจึงกวาดสายตาไปรอบห้อง

"ใช้ไอ้นั้น" จู่ๆ ไอ้เอิร์ธก็ชี้นิ้วไปทางกล่องป็อกกี้ที่วางทิ้งไว้ นี่มึงจะให้เอาป๊อกกี้มาแข่งวางต่อกันเหรอ แต่ก็ยังไม่ทันได้ถามหรอกครับ ไอ้เอิร์ธก็เริ่มอธิบายต่อว่า

"ให้กัดแท่งป๊อกกี้คนละด้าน ถ้าใครทำป๊อกกี้ตกหรือปล่อยก่อนถือแพ้ เอางี้ไหม?"

ขืนไม่มีใครทำตกหรือปล่อยก่อน ก็เท่ากับว่าผมกับมันต้องจูบกันอ่ะดิ ไม่เอาด้วยหรอก ขอปฏิเสธแบบเด็ดขาด ผมกำลังจะเอ่ยปากพูดว่าไม่เล่น

"จะคืนคำพูดเหรอ ไม่กล้าหรือไง?"

กึก ร่างกายผมหยุดขยับทันที นี่มึงท้ากูเหรอ! มึงกำลังท้ากูใช่ไหม! ได้! จะแสดงให้เห็นว่าคนอย่างอาทิตย์ฆ่าได้ หยามไม่ได้โว้ย!!

"เล่น! กูจะเล่น!"

พวกเราลุกขึ้นยืนจากนั้นไอ้เอิร์ธก็แกะแท่งป๊อกกี้ออกจากห่อ แล้วคาบด้านป๊อกกี้ข้างหนึ่งไว้ในปากด้วยสีหน้านิ่งเฉย

นี่ต้องทำจริงๆเหรอ ผมมองป๊อกกี้อย่างลังเลจนผ่านไปหลายวินาที จึงตัดสินใจยื่นหน้าไปใกล้มันและคาบอีกด้านของป๊อกกี้เอาไว้

กรุบ.. ไอ้เอิร์ธกัดป๊อกกี้เข้าไป1คำ ทำให้หน้าเลื่อนเข้าใกล้มากขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นไปกัดอีกหนึ่งคำ ไอ้เอิร์ธก็กัดเพิ่มอีกคำหนึ่ง

เมื่อต่างฝ่ายต่างกัดป๊อกกี้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเราก็เริ่มขยับชิดเข้าใกล้กัน ความยาวของป๊อกกี้ก็สั้งลงเรื่อยๆ

ด้วยความสูงของผมที่เตี้ยมากกว่ามันเกิน15ซม. ผมจึงต้องเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย เพราะ จะได้ขยับเข้าไปกินป๊อกกี้อย่างสะดวก เนื่องจากความยาวของป๊อกกี้เริ่มสั้นลงไปทุกทีแล้ว ผมยึดมือไปจับเรียวไหล่ของไอ้เอิร์ธเพื่อทรงตัวร่างกายให้มั่นคงจากการเขย่งเท้า

ตอนนี้แท่งป๊อกกี้เหลือแค่ครึ่งหนึ่งของตอนแรก ใกล้มาก ใกล้ไปแล้ว ใบหน้าของผมเริ่มร้อนผ่าวมากขึ้นเรื่อยๆตามระยะห่างที่สั้นลง ทำไมยังไม่รีบยอมแพ้ไปซะทีฟะ! รู้สึกเหมือนติดกับเลย ผมได้แต่ภาวนาให้มันปล่อยหรือทำป๊อกกี้ตกเสียที แต่เดชะพระคุณเจ้า ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ไอ้เอิร์ธเอียงใบหน้าเกลี้ยงเกลาของมันไปทางซ้ายเล็กน้อย หลุบตาต่ำลงก่อนจะกัดเข้ามาหนึงคำ  ผมจึงแทะไปอีกคำเล็กๆ ตอนนี้สติสตางค์ผมไปหมดแล้ว เรียวไหล่ของผมสั่นระริก

ในตอนนั้นเอง

"อ๊ะ"

ไอ้เอิร์ธก็เอามือมาแตะไหล่ที่สั่นเกร็งของผมทั้งสองข้าง ไหลผมกระตุกเล็กน้อยด้วยความตกใจ ผมจึงเผลอปล่อยป๊อกกี้ตกลงพื้น  พวกเราก้มมองป๊อกกี้ที่เหลือแค่ไม่กี่ซม. ซึ่งนอนอยู่บนพื้นไม้ป้าเกต์ที่ปูไว้อย่างดี

"หึๆ ตกลงกูชนะสินะไอ้เตี้ย ถ้างั้นมึงต้องอยู่กับกูไปจนจบเดือนตามที่ตกลงไว้" ไอ้เอิร์ธยิ้มแล้วทำเสียงเหมือนผู้ที่เหนือกว่า

"...อะ อ้อ ก็ได้ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว งั้นกูกลับล่ะนะ"

หลังจากนั้นผมจึงรีบเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ผมจะแพ้ แต่ทำไมลึกๆผมกลับรู้สึกดีใจอย่างประหลาดที่จะได้อยู่กับไอ้เอิร์ธต่อไป

รวมทั้งไอ้อาการหัวใจเต้นรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะนี้ด้วย

.......................

เอิร์ธมันร้ายค่ะ ส่วนหนูอาทิตย์ก็ใสซื่อ จะไปทันหมาป่าได้ยังไง555 ตอนนี้เเบ่งครึ่งจากตอนที่แล้ว เพราะ หน้าตอนที่แล้วเยอะเกินไป ถ้าใครอ่านซ้ำแล้วอย่าแปลกใจค่ะ ขอโทษที่อัพตอนใหม่ทั้งที่เนื้อหาไม่เพิ่มแล้วขึ้นเเจ้งเตือนนะคะorz คนเขียนติดสอบค่ะ มาเขียนตอนใหม่ไม่ทันจริงๆ

ขอคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}