my angel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.46 End.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2559 18:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.46 End.
แบบอักษร

 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

 

          "ไปตามดรีฟมาให้หน่อยสิแวว" ต่อต้านตื่นขื้นมาก็ร้องให้แววไปตามดรีฟมาให้ เพราะคำถามที่มันค้างคา ต้องการคำตอบโดยด่วนที่สุด

 

 

          "ไม่ต้องตามหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่ดรีฟก็ขึ้นมา" แววบอก

 

 

          "ตื่นนานรึยัง" เสียงดรีฟถามต่อต้านเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องและยังเห็นต่อต้านนั้งอยู่บนเตียง

 

 

          "พี่แววครับ ออกไปก่อนได้ไหมครับผมมีเรื่องอยากจะคุยกับดรีฟหน่อย" ต่อต้านหันไปบอกกับแววที่กำลังเตรียมเสื้อผ้าให้ตัวเองอยู่

 

 

          "ได้ค่ะ งั้นพี่ลงไปเตรียมจัดโต๊ะอาหารให้นะค่ะ เสื้อผ้าของวันนี้พี่เตรียมไว้ให้แล้วนะค่ะ" แววบอกก่อนจะออกจากห้องไป

 

 

          "มีเรื่องอะไรค่อยคุยก็ได้ไปอาบน้ำแปรงฟันก่อนไหม จะได้สบายตัว" ดรีฟบอกก่อนที่จะลุกเดินไปทางห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำให้ต่อต้านอาบ

 

 

          "ไม่เอาจะคุยตอนนี้นั่งลง" ต่อต้านพูดขึ้นพร้อมกับดึงแขนดรีฟให้นั้งลงบนเตียงนอนของตัวเอง

 

 

          ''เมื่อวานไปไหนมา" ต่อต้านถามคำถามแรกออกมาและมองดรีฟอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

 

 

          "พี่ก็ออกไปซื้อของให้ต่อไง' ดรีฟตอบ

 

 

          ''แล้วไปไหนต่อรึเปล่าต่อต้านยังคงถามต่อ" เพราะเห็นพิรุธในสายตาของดรีฟ

 

 

          "ไปหาเอวา" ดรีฟบอกออกมาในที่สุด เพราะดรีฟคิดว่าถ้าต่อต้านรู้ทีหลังความไว้ใจที่ต่อต้านเริ่มมีให้เขามันจะหมดลงอย่างง่ายดายถ้าเขาโกหก ซึ่งดรีฟคิดว่ามันไม่คุ้มที่จะแลก ความลับไม่มีในโลก ดรีฟรู้ดี

 

 

          "ไปทำไม' ต่อต้านปล่อยมือที่จับแขนดรีฟอยู่แล้วนั่งกอดอกมองหน้าดรีฟอย่างตั้งใจ ต่อต้านอยากรู้ว่าดรีฟจะตอบว่ายังไงและแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ที่ดรีฟไม่โกหก ต่อต้านยังจำได้ดี กลิ่นที่ติดตัวดรีฟมาเมื่อวานกับกลิ่นตัวของเอวา ถ้าจำไม่ได้สิแปลก คนอะไรฉีดน้ำหอมอย่างกับลงไปอาบ และต่อต้านก็อยากจะรู้ว่าดรีฟจะพูดความจริงไปได้ตลอดลอดฝั่งหรือเปล่า

 

 

          "เขามีเรื่องอยากคุยด้วย"

 

 

          "เรื่อง !!!"

 

 

          "เขาอยากได้เกาะส่วนตัวของพี่นะ"

 

 

          "เป็นข้ออ้างรึเปล่า แอบไปเจอกันเพราะยังพิศวาสกันอยู่ หรือไม่ก็ห้ามสันดานมักง่ายของตัวเองไม่ไหว" ต่อต้านแขวะดรีฟอย่างหมั่นไส้

 

 

          "เขาแค่อยากต่อรองซื้อเกาะปลาวาฬของพี่ไปให้สามีของเค้าทำเป็นที่ฟอกเงินผิดกฎหมาย เปิดบ่อน เปิดคาสิโน อะไรแบบนั้นนะ "ดรีฟอธิบายต่อ

 

 

          "ถ้าแค่ไปเจอทำไม มีกลิ่นมันติดเสื้อมาด้วย แค่เจอกันหรือว่าทำอย่างอื่นด้วยกันแน่"

 

 

          "เรื่องนั้นพี่อธิบายได้นะ" ดรีฟรีบพูดออกมา ก่อนที่ต่อต้านจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

 

 

          "ไม่ต้อง ไม่ต้องอธิบายไม่ได้อยากฟัง" ต่อต้านรีบห้าม ก่อนที่ดรีฟจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ แต่รู้ว่าดรีฟไปเจอเอวามาต่อต้านก็หงุดหงิดในใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าต้องมานั้งฟังดรีฟบอกว่าทำอะไรกับเอวามาบ้าง ต่อต้านคงหงุดหงิดมากกว่านี้

 

 

          "ไม่อธิบายก็ไม่อธิบาย ว่าแต่อยู่ ๆ ทำไมถึงถาม" ดรีฟถามต่อต้านกลับ

 

 

          "ก็แค่อยากมั่นใจ ว่าถ้ากูฝากชีวิตของกูและชีวิตของลูกไว้ในมือมึง มึงจะเป็นพ่อที่ดี แล้วก็เป็น ..." อยู่ ๆ ต่อต้านก็หยุดพูดซะเฉย ๆ จนดรีฟทีฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

 

          "เป็น ... เป็นอะไร" ดรีฟถามต่อต้านและรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

          "อยากเป็นอะไรก็เป็นอย่างนั้นแหละ" ต่อต้านตอบและก้มหน้าลงกับเตียงแทบจะทันที ไม่บอกก็รู้ว่าต่อต้านเขิน

 

 

          "พูดแบบนี้หมายความว่าต่อให้โอกาสพี่แล้วใช่ไหม หายโกรธพี่แล้วใช่รึเปล่า" ดรีฟรีบถามต่อต้านเพื่อความแน่ใจ

 

 

          "อืม" ต่อต้านส่งเสียงตอบรับในลำคอ

 

 

          "เย้  ๆ ๆ ๆ ต่อให้อภัยพี่แล้ว ต่อให้อภัยพี่แล้ว" ดรีฟตะโกนออกมาสุดเสียงและลุกกระโดดอย่างดีใจ ก่อนจะนั้งลงบนเตียงและคว้าตัวต่อต้านเข้ามากอด

 

 

          "โอ๊ย เบา ๆ เดี๋ยวลูกตกใจหมด" ต่อต้านบอกและเอามือทุบหลังดรีฟไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้

 

 

          "พี่ถามได้ไหมว่าทำไม ถึงจะรู้ว่าไม่ควรถาม แต่ดรีฟก็อยากรู้ว่าทำไม"

 

 

          "ก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ ... ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อก็เท่านั้น"

 

 

          "ถ้าอยากได้ความรัก ก็ต้องเอาความรักมาแลก"

 

 

          "ถ้าอยากได้ความจริงใจ ก็ต้องเอาความจริงใจมาแลก"

 

 

          "ถ้าอยากได้หัวใจ ก็ต้องเอาหัวใจมาแลก''

 

 

          ''ตอนนี้กูว่ามึงแลกมามากพอที่จะทำให้กูมั่นใจในตัวมึงได้แล้ว กูถึงยอมให้อภัยมึง และจำเอาไว้เลยนะว่าต่อไปนี้ มึงต้องทำให้ชีวิตของกูมีความสุขทุกวัน ถ้ามึงทำให้กูเสียใจ มึงตาย'' ต่อต้านตอบ

 

 

          ''จุ๊บ OoO''

 

 

          ''ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ ''ดรีฟจูบต่อต้านโดยที่ต่อต้านไม่ทันตั้งตัว อันที่จริงก็แค่ประกบปากเบา ๆ เท่านั้น

 

 

          ''พูดอย่างเดียวก็ได้ ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วยเล่า'' ต่อต้านว่าและผลักดรีฟให้ออกห่างจากตัวเอง

 

 

          ''ทำไมก็เราดีกันแล้วไม่ใช่หรอ แค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก'' ดรีฟบอกด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

 

 

          ''ออกไปได้แล้วจะอาบน้ำแต่งตัว ออกไปรอข้างนอกเลยนะ'' ต่อต้านเอยปากไล่และลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลและลากดรีฟมาที่ประตูห้อง

 

 

          ''ให้ช่วยอาบไหม'' ดรีฟหันมาถามต่อต้าน

 

 

          ''ไม่ต้องออกไปเลย'' ต่อต้านตอบหลังจากดันดรีฟออกจากห้องได้สำเร็จและปิดประตูห้องและล็อกห้องอย่างรวดเร็ว

 

 

          ''อีตาบ้าเอย จูบมาได้ยังไม่ได้แปรงฟันเลย'' ต่อต้านพูดออกมาและยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

 

Part ''ดรีฟ''

 

 

          ''แววยกอาหารเช้าไปจัดในสวนนะ คุณต่อจะได้สูดอากาศบ้างอุดอู้อยู่ในห้องมาหลายวันแล้ว'' ดรีฟหันไปบอกแววพรางรินน้ำมะเขือเทศที่ต่อต้านบ่นว่าอยากกินนักหนาใส่แก้ว

 

 

          ''เช้านี้มีอะไรกินบ้าง หิวจัง'' ต่อต้านพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องครัว

 

 

          ''จะลงมาทำไมไม่รอพี่ เดินลงบันไดคนเดียวมันอันตรายรู้ไหม'' ดรีฟบ่นต่อต้านแต่ก็เดินเข้าไปประคองต่อต้านให้เดินเข้ามาในครัวร่างกายที่อุ้ยอายเหมือนแม่หมูเข้าไปทุกวันของต่อต้านทำให้เดินไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร แต่สำหรับดรีฟต่อต้านคงเป็นแม่หมูที่น่ารักน่าฟัดที่สุด

 

 

          ''ก็คนมันหิวนี่ แค่นี้ก็ต้องขึ้นเสียงด้วย'' ต่อต้านรีบตอบกลับในทันทีพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่มาให้ดรีฟด้วย

 

 

          ''โอ้ ๆ ไม่งอนน๊าก็พี่เป็นห่วง ท้องเราเนี่ยก็ไม่ใช่เล็ก ๆ แล้วนะแถมมีเจ้าตัวเล็กอยู่ในนี้ตั้ง 3 คน'' ดรีฟรีบพูดเอาใจเพื่อง้อต่อต้านในทันที ถ้าเมียงอนต้องรีบง้อ หมอก้างแอบกระซิบบอกกับดรีฟหลังจากที่ดรีฟรีบโทรไปบอกข่าวดีว่าต่อต้านมีท่าทีว่าจะคืนดีกับเขาแล้ว

 

 

           ''ตกลงห่วงลูก'' ต่อต้านหยุดเดินและส่งค้อนอีกวงมาให้เขา

 

 

          ''ใช่พี่ห่วงลูก แต่ห่วงแม่ของลูกมากกว่า เมื่อกี้เห็นบ่นว่าหิวไม่ใช่หรอเราไปกินข้าวกันเถอะพี่ให้แววเอาอาหารไปเตรียมไว้ในสวนแล้วเดี๋ยวจะเย็นหมด'' ท่าทางแผนง้อจะไม่ได้ผลดรีฟเลยเปลี่ยนประเด็นแทนเพราะดรีฟรู้จุดว่าตอนนี้เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับต่อต้าน

 

 

          ''ก็ได้ นี่เห็นว่าลูกหิวหรอกนะ'' ต่อต้านยิ้มออกมาทันทีที่ดรีฟพูดถึงเรื่องกิน

 

 

          ''งั้นรอแป๊บนึงพี่ไปเอาของก่อน'' ดรีฟบอกก่อนจะหันหลังไปหยิบอะไรบางอย่างออกมา

 

 

          ''พรึบ พร้อมล่ะไปได้''

 

 

          ''นี่พี่จะทำอะไร'' ต่อต้านถามและเงยหน้ามองสิ่งที่ดรีฟไปหยิบมาตอนนี้มันกางอยู่เหนือหัวเขาเรียบร้อยแล้ว ร่มสีชมพู ที่ดูยังไงมันก็ไม่เหมาะกับคนถืออย่างดรีฟสักเท่าไหร่

 

 

          ''ก็กางร่มไง แดดมันแรงพี่กลัวต่อจะร้อน'' ดรีฟตอบพร้อมกับฉีกยิ้มหวานเยิ้มกลับมาให้ต่อต้านด้วยเป็นของแถม

 

 

          ''ไม่รู้สึกว่ามันเวอร์เกินไปหน่อยเหรอนี่มันพึ่ง 7 โมงเองนะแดดมันยังไม่แรงขนาดนั้นสักหน่อย  และอีกอย่างมันน่าเกลียดจะตาย'' ต่อต้านบอกกับดรีฟ เอาใจกันมันก็ดีอยู่หรอกแต่ไอ้ร่มสีชมพูนี่เขารับมันไม่ไหวจริง ๆ เขาเกลียดสีชมพูที่สุด มันสีที่ดูเลียนในสายตาของต่อต้าน

 

 

          ''ก็ได้ ๆ ไม่เอาร่มไปก็ได้เนอะ'' ดรีฟรีบหุบบร่มลงและเอาไปเก็บไว้ที่เดิมในทันที อะไรที่ต่อต้านไม่ชอบดรีฟต้องไม่ทำ นี่คือสิ่งที่หมอก้างกระซิบบอกมา

 

 

          ''เป็นไงอาหารอร่อยไหม'' ดรีฟถามหลังจากที่ต่อต้านกินอิ่มแล้วแต่ถ้าต่อต้านไม่บอกดรีฟก็พอจะเดาออก อาหารทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะแทบจะไม่เหลือ มันถูกย้ายเข้าไปอยู่ในท้องของต่อต้านและลูกของเขาเรียบร้อยแล้ว

 

 

          ''ก็อร่อยดี แต่ถ้ากินอย่างนี้ทุกวัน เป็นแม่หมูแน่ ๆ'' ต่อต้านตอบ

 

 

          ''พี่ว่าเป็นแม่หมูก็ดีนะ กลมดีน่ากอดพี่ชอบ แล้วอีกอย่างจะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนมาตามจีบเมียพี่อีก พี่หึง'' ดรีฟพูดออกมาอย่างเอาใจ แต่ถ้าต่อต้านอ้วนจริง ๆ คงเป็นแม่หมูที่น่ารักที่สุด

 

 

          ''บ้า พูดอะไรที่มันชวนอวกอีกแล้วนะมึง กูเสียดายอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป'' ต่อต้านพูดและแจกค้อนวงใหญ่ให้กับดรีฟ

 

 

          ''วันนี้ตอนบ่ายพี่จะไปหาเอวานะ'' ดรีฟพูดขึ้น ดรีฟคิดว่าต่อต้านควรรับรู้ไว้อย่างน้อยเขาก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ต่อต้านเห็น

 

 

          ''ไปทำไม'' ต่อต้านถามขึ้นมาแทบจะทันทีที่ดรีฟพูดจบ

 

 

          ''ก็ไปเคลียร์ปัญหาเก่า ๆ ให้มันจบสักที ต่อจะไปกับพี่ไหมล่ะ'' ดรีฟบอกก่อนจะเอยปากชวนต่อต้านให้ไปด้วยกัน

 

 

          ''ไม่ชวนก็จะไปอยู่แล้ว'' ต่อต้านพูดก่อนจะแกล้งหันหน้าไปทางอื่น ในความรู้สึกของต่อต้านมันรู้สึกเขินแปลก ๆ ที่จะต้องตามดรีฟไปไหนต่อไหน รู้สึกเหมือนกำลังทำตัวเป็นเมียแก่ ๆ ขี้หึง

 

 

          ''เอาจริงดิ'' ดรีฟถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ผิด

 

 

          ''จริง จะถามอะไรมากมายเนี่ย'' ต่อต้านขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง

 

 

          ''รู้ไหมว่าทำตัวเป็นภรรยาที่น่ารักขึ้นทุกที เหมือนผู้หญิงขี้หึงขึ้นทุกวันแต่น่ารักดีพี่ชอบที่ต่อหึงพี่'' ดรีฟพูดและมองหน้าต่อต้าน

 

 

          ''มาอีกแล้วคำพูดชวนอ้วก แล้วก็เข้าใจซะใหม่ด้วยว่าที่ตามไปเนี่ยไม่หึง แค่มีอะไรต้องจัดการนิดหน่อยกับเมียเก่ามึง แค่นั้น เข้าใจที่พูดไหมเนี่ย''

 

 

          ''ไม่ค่อยหึงเลยจริง ๆ นะเนี่ย''

 

 

          ''เอ๊ะ ยังไม่หยุดพูดอีก อ่ะกินเข้าไปเลยปากจะได้ไม่ว่าง'' เมื่อดรีฟยังแซวไม่เลิกต่อต้านจึงหยิบขนมปังที่เหลืออยู่บนโต๊ะยัดเข้าไปในปากดรีฟแทน

 

 

บ่าย

 

 

          ''ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่นะครับ'' เอวาพูดพร้อมกับส่งยิ้มที่แฝงไปด้วยความเสแสร้งส่งมาให้ต่อต้าน

 

 

          ''เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา'' ต่อต้านพูด เพราะไม่อยากให้ดรีฟอยู่ใกล้เอวานาน ๆ พูดง่าย ๆ ก็หึงนั่นแหละ

 

 

          ''ก็ได้ครับ ว่ามาสิผมรอฟังคำตอบอยู่ '' เป็นเอวาที่หันไปหาดรีฟเพื่อรอฟังคำตอบ

 

 

          ''ถ้าพี่ขายเกาะปลาวาฬให้เอวาจะเลิกมายุ่งวุ่นวายกับพี่แล้วก็เมียพี่ใช่ไหม'' ดรีฟถามออกมาเพื่อความแน่ใจ หลังจากไปคิดทบทวนมาดีแล้ว

 

 

          ''ผมจะหายไปจากชีวิตพี่เลยล่ะครับ'' เอวาตอบในทันทีเรียกได้ว่าไม่ได้หยุดคิดสักนิดเดียว

 

 

          ''งั้นก็ตกลง พี่จะขายเกาะปลาวาฬให้'' ดรีฟพูดออกมาในที่สุด

 

 

          ''พี่คิดถูกแล้วล่ะครับอะไร อะไรมันจะได้ไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้ แต่ถ้าไม่ลำบากใจจนเกินไปผมถามได้ไหมว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่พี่ปฏิเสธเรื่องนี้กับผมมาตลอดเพราะ เค้ารึเปล่า'' เอวาถามในสิ่งที่ข้องใจออกมา

 

 

          ''เพราะกูงั้นเหรอ'' ต่อต้านหันไปถามดรีฟด้วยอีกคน

 

 

          ''อืม เพราะมึง'' ดรีฟตอบและมองมาที่ต่อต้านด้วยสายตาที่อ่อนโยน

 

 

          ''ทำไม'' ต่อต้านทำหน้าที่ถามแทนเอวาด้วยความอยากรู้

 

 

          ''ถึงพี่จะรักเกาะนั่นมากแค่ไหน แต่พี่รักต่อต้านมากกว่า ถึงพี่จะรู้สึกผิดที่ขายเกาะนี้ไปทั้ง ๆ ที่พ่อพี่ตั้งใจยกมันให้พี่ แต่พ่อพี่คงเสียใจมากกว่า ถ้าพี่ไม่สามารถดูแลครอบครัวของพี่ได้ และถ้าต่อต้านและลูกเป็นอะไรไปพี่คงรับมันไม่ไหวหรอก วินาทีนี้ ต่อให้ต้องเอาทุกอย่างที่พี่มีมาแลก พี่ก็ยอม ถ้าต่อจะปลอดภัย'' ดรีฟพูดออกมาซึ่งต่อต้านสัมผัสได้ว่าทุกคำพูดของดรีฟเต็มไปด้วยความรัก และความห่วงใยที่ดรีฟมีให้เขาและก็ลูก

 

 

          ''คงได้ยินแล้วนะ'' อยู่ ๆ เอวาก็พูดขึ้นและมองเลยไปข้างหลังต่อต้านกับดรีฟ

 

 

          ''งานของผมเสร็จแล้ว ผมขอตัว'' เป็นเอวาที่พูดออกมาก่อนจะลุกขึ้นและเป็นฝ่ายที่เดินออกไป

 

 

          ''คุณมาที่นี่ได้ไง ไหนว่าอยู่ต่างประเทศไง'' ต่อต้านถามออกมาเมื่อเห็นการันต์

 

 

          ''ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ และรู้จักกับเอวาได้ยังไงนี่มันเรื่องอะไรกัน'' ดรีฟเองก็ถามออกมาไม่ต่างจากต่อต้าน

 

 

          ''ก็แค่มาจัดการทุกอย่างให้มันเรียบร้อย'' การันต์พูด

 

 

          ''นั่งสิ และเป็นการันต์ที่เชื้อเชิญให้ต่อต้านและดรีฟนั่งลงก่อนที่ทั้งสองคนจะถามอะไรไปมากกว่านี้''

 

 

          ''ทำไมถึงรู้จักเอวา'' ดรีฟถามในสิ่งที่ยังคาใจและการันต์ก็ยังไม่ตอบ

 

 

          ''ก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แค่ขอให้เค้าช่วยอะไรนิดหน่อยเพื่อแลกกับการขายเกาะอันดามันให้กับสามีเค้าก็เท่านั้น'' แน่นอนถ้าเทียบกับเกาะอันดามันแล้ว เกาะปลาวาฬของเขามันแทบเทียบอะไรไม่ติดเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมการันต์ถึงได้ทำอย่างนั้น

 

 

          ''ทำไมถึงทำอย่างนี้ เพราะอะไร'' ดรีฟเอยปากถามอีกหนึ่งคำถาม

 

 

          ''คิดจะหาลูกเขยดี  ๆ  สักคนมันก็ต้องจ่ายแพงกันหน่อยว่าไหม'' การันต์บอกออกมา

 

 

          ''ที่คุณทำไปทั้งหมดนี่เพราะอยากลองใจดรีฟงั้นหรอ'' ต่อต้านถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเต็มที่

 

 

          ''พ่อแค่อยากจะมั่นใจว่ามีคนที่ดีดูแลลูกแล้วก็หลานของพ่อ ในชีวิตเรามีสิ่งที่ชอบและรักจริง ๆ อยู่ไม่กี่อย่างหรอก และถ้านายฉลาดพอ ฉันหวังว่านายจะรักษามันไว้ได้ และนายก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง นายฉลาดพอ ฉันยกต่อต้านให้กับนาย'' การันต์มองหน้าดรีฟและพูดออกมา

 

 

          ''ส่วนเรื่องเกาะของนายเก็บไว้เป็นสมบัติของหลานฉันเถอะ พวกนั้นคงไม่มารั้งควานนายกับลูกฉันอีกแล้วล่ะ''

 

 

          ''แล้วคุณไม่เสียดายหรอ เกาะนั้นมูลค่ามหาศาลเลยนะ'' ดรีฟถามออกมาตรง ๆ เพราะถ้าขายจริง ๆ การันต์อาจจะได้เงินเป็นพันล้าน

 

 

          ''แล้วนายล่ะไม่เสียดายหรอ ตอนที่จะขายเกาะปลาวาฬให้กับคนอื่น'' การันต์ถามดรีฟกลับในคำถามเดียวกัน

 

 

          ''เสียดายสิ แต่ถึงมูลค่ามันจะมหาศาลแต่ถ้าเทียบกับต่อต้านแล้วมันมีค่าน้อยกว่า''

 

 

          ''ฉันก็เหมือนกันเมื่อเทียบกับความสุขของลูกฉันมันแทบไม่มีค่าอะไรเหมือนกัน และฉันหวังว่าต่อจากนี้ชีวิตลูกฉันจะมีแต่ความสุข''

 

 

          ''ครับ ผมรับปากต่อไปนี้ต่อต้านจะมีแต่ความสุข ขอบคุณนะครับที่เชื่อใจผม ขอบคุณจริง ๆ''

 

 

5 ปีผ่านไป

 

 

          ''เอามานี่นะนี่มันของหนูนะ'' เสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อยวัย 5 ขวบพูดขึ้นพร้อมกับออกแรงดึงแย่งตุ๊กตาในมือมาจากแฝดผู้พี่

 

 

          ''ของฉันตาหากเอามานี่'' แฝดคนกลางก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมน้องออกแรงดึงตุ๊กตาตัวน้อยที่ตอนนี้กลายเป็นตัวกลางในการแย่งชิงของสองพี่น้อง

 

 

          ''ไร้สาระ'' แฝดคนโตพูดพรางมองน้อง ๆ ที่แย่งตุ๊กตากันอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

 

          ''เราจะไม่เข้าไปห้ามลูกหน่อยหรอ'' ดรีฟถามหลังจากแอบดูลูก ๆ ทะเลาะกันมาสักพัก ดรีฟและต่อต้านมีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน คนโตเป็นผู้หญิงที่นิสัยห้าวเกินหญิง ชื่อ น้ำหนึ่ง คนที่สองและสามเป็นเด็กผู้ชายที่ดูยังไงก็น่ารัก ชื่อ สอง และสาม

 

 

          ''รอดูก่อนเถอะน่า'' ต่อต้านบอกเพราะรู้ดีว่าปัญหาการแย่งของเล่นของลูก จะจบลงยังไง เพียงแต่ดรีฟยังทำใจให้ชินไม่ได้ที่เห็นลูก  ๆ ทะเลาะกัน

 

 

          ''สองสามพี่ขอได้ป่ะ'' หนึ่งนั้งมองมานานแม้จะเป็นเรื่องไร้สาระในสายตา แต่หนึ่งก็ไม่ชอบให้น้องทะเลาะกัน แค่เพียงหนึ่งเอยปากของ ไม่ว่าจะเป็นอะไร สอง และ สามจะยกให้หนึ่งโดยไม่ลังเลแต่ไม่ใช่ครั้งนี้

 

 

          ''แต่สองอยาก เล่น'' แฝดคนกลางพูดพร้อมกับช้อนตากลม ๆ มองผู้เป็นพี่สาว

 

 

          ''สามด้วย  สามก็อยากเล่น'' แฝดคนน้องพูดขึ้นบ้าง และช้อนตามองหนึ่งเช่นเดียวกัน

 

 

          ''ก็ได้ ๆ'' หนึ่งพูดพร้อมกับพาร้องเล็ก ๆ ของตัวเองเดินกลับไปที่ห้องและหยิบตุ๊กตาหมีสีชมพูสองตัวที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะขึ้นมาพร้อมกับเดินกลับมาหาน้อง ๆ ที่ห้องนั้งเล่น

 

 

          ''อ่ะ เอาของพี่ไป พี่ให้คนละตัว แล้วเอาตัวนั้นมาให้พี่ แลกกัน'' หนึ่งบอกและยื่นตุ๊กตาทั้งสองตัวยื่นให้น้องชายคนละตัว

 

 

          ''ก็ได้'' เป็นสองที่พูดออกมาและยื่นตุ๊กตาเจ้าปัญหาให้หนึ่ง

 

 

นี่แหละคนเป็นพี่ถึงแม้หนึ่งจะเป็นผู้หญิงแต่ก็สามารถดูแลปกป้องดูแลน้อง ๆ ได้ ทำให้ต่อต้านวางใจหากลูกคนกลางและคนเล็กทะเลาะกันไม่ต้องถึงมือต่อต้านหรือดรีฟหรอก ถ้ามีน้ำหนึ่งทุกอย่างก็หายห่วง

 

 

          ''ป๊า ปีหน้าหนึ่งไม่เอาตุ๊กตาเป็นของขวัญวันเกิดแล้วนะหนึ่งไม่ชอบ'' น้ำหนึ่งเดินออกมาหาต่อต้านก่อนจะปีนขึ้นมานั้งแทรกกลางระหว่างดรีฟและต่อต้านและดรีฟ

 

 

          ''ทำไมล่ะพ่อว่ามันน่ารักดีนะ'' ดรีฟถามและมองไปยังลูกชายที่พอได้ของเล่นไหมก็แทบจะไม่สนใจอะไรเลย

 

 

          ''มันรู้ล่ะมันดูน่าเกลียด หนึ่งไม่ชอบ'' หนึ่งบอกกับดรีฟและหันไปอ้อนต่อต้านแทน

 

 

          ''นะค่ะป๊า หนึ่งไม่อยากได้ตุ๊กตา หนึ่งอยากได้ปืน ป๊าซื้อปืนให้หนึ่งนะ'' หนึ่งพูดพร้อมกับเขย่าแขนต่อต้านไปด้วย

 

 

          ''ถ้าอยากได้จริง ๆ ก็ไปขอคุณตาสิลูกคุณตามีตั้งแยะ'' ต่อต้านบอกกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

 

          ''จริงสิ คุณตามีตั้งเยอะ หนึ่งไปขอคุณตาดีกว่า'' หนึ่งไปแล้วนะ น้ำหนึ่งบอกและรีบปีนจากโซฟาวิ่งไปหาการันต์ในทันที

 

 

          ''ทำไมไปบอกลูกอย่างนั้น ลูกยังเล็ก ยังเล่นของพวกนั้นไม่ได้หรอก'' ดรีฟหันมาถามต่อต้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 

 

          ''ไม่ต้องห่วงหรอกเดียวคุณพ่อก็จัดการเองนะแหละที่ต้องเป็นห่วงนะ นู้น'' ต่อต้านบอกพร้อมกับหันหน้าไปมองลูกชายสองคนของตัวเอง

 

 

          ''นั้นสินะ โตขึ้นมาลูกเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่เนี่ย''

 

 

          ''มาถามคนอื่นทำไม ออกแรงทำเองกับมือ ยังดูไม่ออกอีกหรอ'' ต่อต้านพูดและมองไปที่ลูก ๆ อย่างมีความสุข

 

 

          ''นั้นสินะออกแรงทำเอง ยังจะไปถามคนอื่นเค้าอีก''

 

 

End

ความคิดเห็น