sanitarybag

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Hattori Heiji : ฮัตโตริ เฮย์จิ | #15

ชื่อตอน : Hattori Heiji : ฮัตโตริ เฮย์จิ | #15

คำค้น : yaoi conan

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2559 16:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hattori Heiji : ฮัตโตริ เฮย์จิ | #15
แบบอักษร

"หา.. นายพูดจริงดิคุโด้"

"จริง"
"..ไม่น่าเชื่อที่จอมโจรคิดจะเป็นแค่เด็กม.ปลายแบบพวกเรา เขาดูเก่งมากๆเลย"
"นายก็เก่งเกินเด็กม.ปลายเหมือนกันฮัตโตริ -_-.. "
 
 
   สำเนียงคันไซที่คุ้นหูของปลายสายทำเอาผมอดคิดถึงบ้านไม่ได้อีกแล้ว ฮัตโตริ เฮย์จิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักสืบม.ปลายฝั่งตะวันตกเช่นเดียวกับผมและเป็นเพื่อนสนิทของผมเช่นกัน ผมไม่ได้เล่าให้ฮัตโตริฟังก่อนหน้านี้ว่าผมได้รับจดหมายนั่นและถูกเชิญมาที่นี่ ผมพึ่งเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านโทรศัพท์ในห้องพักของผมเมื่อกี้นี้เอง.. รวมถึงสิ่งที่เจ้าบ้าคิดนั่นทำกับผมด้วย ตอนแรกที่เล่าเสร็จหมอนั่นโวยวายใส่ผมใหญ่และบอกว่าถ้าผมไม่โทรมารายงานทุกๆอย่างทุกวันหมอนั่นจะบินจากญี่ปุ่นตรงมาหาผมทันที -_-; 
 
 
"ฮ่าๆๆ นานๆทีนายจะชมฉันนะ ว่าแต่มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า ฉันคิดว่ามีแน่ล่ะ.."
ผมเงียบไปซักพักก่อนจะพูดตอบหมอนั่นขึ้นมา
"แน่นอนว่ามี แต่นายห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาดนะฮัตโตริ รวมถึงคาซึฮะด้วย" 
"เจ้าคุโด้เอ้ย.. ชีวิตนายนี่่คิดจะมีแต่ความลับรึยังไงนะ พึ่งจะกลับร่างเดิมได้ไม่นาน หนีเสือปะจระเข้จริงๆ"
"ฉันอยากให้มันกลายเป็นแบบนี้ที่ไหนกันเล่า.."
"แต่ว่านะ.. คุโด้" 
เจ้าฮัตโตริทำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ผมเงียบเพื่อรอฟังอีกฝ่ายพูดต่อ
"จากที่ฉันฟังนายเล่ามาทั้งหมด.. นายไม่คิดสงสัยบ้างเหรอ ว่าคนที่เป็นคนบงการเรื่องทั้งหมดอาจจะเป็นจอมโจรคิดซะเอง" 
"อืม.. ตอนแรกฉันน่ะสงสัยหมอนั่นคนแรกเลยล่ะ จดหมายแรกที่ได้รับมาลงชื่อคนส่งว่าเป็นคิด ส่วนจดหมายที่คิดได้รับลงชื่อคนส่งว่าเป็นฉัน"
"บ้าเถอะ คิดส่งมาให้นายยังจะพอน่าเชื่อนิดหน่อย แต่นายส่งไปให้คิดนี่มันเป็นไปไม่ได้เลย" 
"ส่วนจดหมายฉบับต่อไปอยู่ที่คิด เนื้อหาในจดหมายบอกว่าให้เปิดตอนฉันกับคิดเจอกันแล้ว และบอกภารกิจว่าเราต้องช่วยเหลือเจ้าหญิงที่อยู่บนหอคอย ซึ่งก็คือคุณหนูไดอาน่าที่ฉันเล่าให้นายฟัง"
"แล้วทำไมคนที่ได้จดหมายฉบับที่สองต้องเป็นคิดกันนะ.."
 
 
ฮัตโตริเอาแต่ยิงคำถามที่ผมก็สงสัยเหมือนกันออกมาไม่หยุด เราสองคนเงียบใส่กันอยู่ซักพักใหญ่ๆเหมือนต่างคนต่างกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
 
 
"เฮ้ฮัตโตริ ไว้ฉันจะโทรไปใหม่ นาย ห้ามเป็นฝ่ายโทรมาเด็ดขาด เข้าใจมั้ย"
"โอเค ฉันอยู่นี่จะช่วยสืบเรื่องคุโรบะ ไคโตะอีกแรง นายไม่ต้องห่วงเข้าใจรึเปล่า ดูแลตัวเองดีๆด้วย"
"ขอบใจนายมากนะฮัตโตริ.. ฉันต้องวางแล้ว"
"บาย" 
 
 
ผมรีบวางหูโทรศัพท์ลงและรีบลุกไปเปิดประตูทันที คนที่มาเคาะประตูคือคุณยายนี่เอง เวลาตอนนี้พึ่งจะบ่ายสองกว่าๆ คุณยายไม่ได้มาเพื่อเรียกไปทานข้าวแน่นอน
 
 
"ว่าไงครับคุณยาย มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า" ผมเอ่ยถามท่านไปด้วยความสงสัย คุณยายยิ้มให้ผมเช่นเคยเหมือนทุกครั้ง
"เห็นเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ยายนึกว่าชินอิจิคุงจะป่วยเลยมาถามเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ยจ๊ะ
"ไม่ครับ ผมไม่เป็นไร.. แต่ตอนนี้ผมแค่อยากจะได้กาแฟซักแก้วเฉยๆ"
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวยายจะลงไปชงขึ้นมาให้นะ"
"ม.. ไม่เป็นไรครับคุณยาย ผมกำลังจะลงไปชงเองพอดี ไม่ต้องลำบากหรอกนะครับ"
คุณยายทำหน้าลังเลเล็กน้อย "แน่ใจนะ.. แล้วนี่เห็นคิดจังบ้างมั้ย ยายไม่เห็นมาตั้งแต่เช้าแล้ว"
 
 
ผมก็ไม่ได้เจอคิดมาตั้งแต่เช้าเหมือนกัน หลังจากเหตุการณ์บนห้องใต้หลังคาเมื่อวันก่อน.. รู้สึกว่าคิดจะไม่ได้ลงมากินข้าวด้วย และแน่นอนว่าผมไม่แคร์..
 
 
"ไม่ทราบสิครับ.. ยังไม่ตื่นรึเปล่า" ผมตอบไปส่งๆพยายามไม่แสดงออกอะไรมากมาย
"ยังไม่คืนดีกันอีกหรอหืม.." คุณยายส่งยิ้มเหมือนกำลังคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นแค่เรื่องของเด็กเล็กๆที่กำลังงอนกันเฉยๆ ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"ไดอาน่าเป็นยังไงบ้างครับ" 
"ก็ดีจ่ะ ไม่หงุดหงิดเหมือนแต่ก่อนแล้ว สงสัยคงเพราะได้ชินอิจิคุงกับคิดจังเป็นเพื่อนล่ะมั้ง ยายต้องขอบใจพวกหนูมากเลยนะ ^^"
ผมยิ้มให้ท่าน เราพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนที่คุณยายจะแยกตัวไปที่สวนหลังคฤหาสน์พร้อมกับดอร์เชียน ส่วนผมก็แยกตัวลงมาต้มกาแฟดื่มและอ่านหนังสือพิมพ์ของวันนี้ไปพลาง
 
ตอนนี้ไม่ว่าจะนึกถึงเรื่องไหนมันก็เป็นเรื่องที่ผมหาคำตอบไม่ได้ทั้งนั้น เรื่องของคฤหาสน์นี้ เรื่องของคนที่เป็นคนส่งจดหมายพวกนี้มา และเรื่องของคิด..
 
กาแฟไม่ได้ทำให้ผมตื่นแม้แต่น้อย สิ่งที่ผมทำตอนนี้คือต้องการจะหลับตาลงบนโซฟานี้เงียบๆ และหลับไปซะ..
 
 
KAITO'S PART 
 
 
(เหตุการณ์เมื่อวาน)
 
ผมไม่ได้ตั้งใจจะร้ายกาจแบบนี้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ร้ายกาจกับผมก่อน
 
หลังจากที่ผมพูดกับคุโด้ ชินอิจิไปแบบนั้นผมก็กระทืบเท้าปึงปังลงมารีบตรงเข้าห้องไปทันที หมอนั่นทำผมเกลียดห้องๆนี้ เกลียดที่ได้เห็นว่าอีกเตียงนึงเคยมีใครบางคนนอนอยู่บนนั้น 
 
"นายบังคับให้ฉันทำเอง.. ชินอิจิ"
 
แต่ตอนนี้ผมต้องไปอธิบายกับยัยคุณหนูนั่นให้เข้าใจก่อนกับสิ่งที่ผมทำไป ผมรอจนกระทั่งแน่ใจว่าชินอิจิจะกลับมาที่ห้องของตัวเองแล้ว เวลาตอนนั้นประมาณสามทุ่มได้ ผมแอบย่องขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคานั่นอีกครั้ง..
 
ก๊อกๆ
 
 
ผมเคาะประตูห้องของยัยคุณหนูนั่นเบาๆพร้อมส่งเสียงเรียก
"เฮ้.. ไดอาน่า.. นี่ฉันคิดนะ.. เปิดประตูให้หน่--" 
 
 
ผมยังไม่ทันพูดออกมาจนจบประโยคไดอาน่าก็เปิดประตูพรวดออกมาแล้วคว้าคอเสื้อผมลากเข้าห้องไปทันทีพลางปิดประตูซะเสียงดัง
 
 
"นายมาทำไมห๊ะ! ชินอิจิเขากลับไปแล้ว ถ้านายจะมาเกเรกับเขาอีกล่ะก็นายโดนแน่!!" 
ยัยนั่นพูดออกมารัวๆพลางเขย่าคอเสื้อผมไม่หยุด ผมคว้าข้อมือของอีกคนไว้แล้วดึงออกมาอย่างไว
"ไม่ใช่! ฉันมาหาเธอต่างหาก!"
"มาหาฉันทำไมไม่ทราบ......."
"เอ่อ ก็.. เพราะเรื่องเมื่อตอนเย็นนั่นแหละ"
"นายควรไปขอโทษชินอิจิเขานะ หมอนั่นดูซึมไปเลย"
ซึมหรอ..?
"เขาไม่ซึมหรอกไดอาน่า เขาเกลียดฉันไปแล้ว" ผมยักไหล่เมินหน้าหนีเด็กสาวตรงหน้า แสร้งทำเป็นไม่สนใจ
"ฉันถามเขาว่านายพูดอะไรกับเขา แต่เขาก็เงียบ เอาแต่ยิ้มแบบเศร้าๆออกมา" ไดอาน่ามองผมด้วยดวงตากลมโตนั่น ผมยังคงเงียบไม่ตอบอะไรเธอออกไปจนทำให้เธอต้องถามผมต่ออีก
"สรุปว่านายพูดอะไรกับเขา บอกมานะคิด"
ผมเงียบ.. ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"มันเป็นประโยคที่ฉันก็ไม่อยากจะพูดเหมือนกันนั่นแหละ..."
 
 
ผมกับไดอาน่าพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ผมบอกยัยนั่นไปตามตรงว่าผมสงสัยคุณยายและดอร์เชียน และผมก็บอกไปอีกว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันเริ่มแปลกๆขึ้นทุกทีและผมต้องรู้ให้ได้ว่าคุณยายเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้รึเปล่า.. เพราะผมแน่ใจว่าไดอาน่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และสิ่งที่ผมคิดตอนนี้คือผมคิดว่าคุโด้ชินอิจิคิดอีกแบบ หมอนั่นพยายามทำเป็นหูหนวดตาบอดพยายามหาหลักฐานว่าคุณยายเป็นผู้บริสุทธิ์.. ทั้งๆที่เรื่องชายที่สวมฮู้ดนั่นเราต่างก็แน่ใจแล้วว่าเขาคือดอร์เชียน ดอร์เชียนผู้ซื่อสัตย์ของคุณยาย.. 
 
ผมเกลียดวิธีแบบนักสืบ และผมมีวิธีที่ดีกว่านั้น
เป็นวิธีที่ผมถนัด วิธีแบบจอมโจร..
 
 
หลังจากพูดคุยกันเสร็จก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน ผมขอตัวกลับห้องมาและอาบน้ำนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่บนเตียงเงียบๆมารู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะตีสามเข้าไปแล้ว 
 
 
"ทำไมมันนอนไม่หลับเลยฟะ..." 
ผมลุกขึ้นนั่งขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดใจก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าเล็กๆบางอย่างที่ตกอยู่ใต้เตียงที่เคยเป็นของเจ้านักสืบนั่นมาก่อน ผมลุกขึ้นเดินไปหยิบมาเปิดและเทลงบนเตียงทันที
 
 
และสิ่งที่ผมเห็นมันก็ทำให้ผมต้องยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
นายแพ้ให้ฉันอีกหนึ่งแต้มแล้ว.. ที่ดันพลาดทำของสำคัญแบบนี้ตกเอาไว้..
มันสำคัญจนไม่น่าจะทำมันตกได้ ทำเอาผมคิดไปเองเล็กๆว่าหมอนั่นจงใจจะอ่อยผม
 
 
มันคืออุปกรณ์ดักฟัง..
 
 
พอตื่นเช้าขึ้นมาคุณยายมาเคาะประตูเรียกผมทานข้าวตามปกติ เมื่อคืนผมไม่นอนทั้งคืนเพราะวางแผนอะไรบางอย่างอยู่จนเช้า ผมยืนพิงประตูแอบฟังเสียงจากข้างนอก เสียงของคุณยายและคุโด้ชินอิจิพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า เสียงเริ่มเบาลงเรื่อยๆพร้อมเสียงลงบันไดก่อนที่เสียงทุกอย่างจะเงียบลง เป็นสัญญาณว่าตอนนี้ข้างนอกนั่นไม่มีใครแล้ว
 
 
ทางสะดวก..
 
 
ผมคว้าอุปกรณ์ดักฟังนั่นออกมาแล้วค่อยๆเดินอย่างรีบๆตรงไปที่ห้องหมอนั่น ผมเปิดประตูช้าๆแล้วรีบเดินเข้าไปอย่างระวังตัวก่อนจะปิดมันลงเบาๆ พร้อมรีบเข้าไปติดเครื่องดักฟังเล็กๆไว้บริเวณใต้เตียงของหมอนั่นและรีบเดินออกมาที่ประตู ค่อยๆเปิดมันออกแอบมองซ้ายมองขวาและรีบเดินกลับออกมาจากห้องนั้นอย่างไว ผมทำทุกอย่างได้รวดเร็วและง่ายดายมากๆ แล้วก็สำเร็จ..
 
 
เพราะผมไม่เห็นว่ามีผู้ชายคนนึงแอบมองผมอยู่ตั้งแต่แรกที่บันไดทางขึ้นไปห้องใต้หลังคา
ดอร์เชียนแอบมองผมอยู่ตั้งแต่ก่อนที่ผมแอบออกมา.. เห็นทุกอย่างที่ผมทำแต่ผมไม่รู้
 
 
ผมกลับเข้าห้องไปและหยิบบางอย่างที่คล้ายๆหูฟังไร้สายขนาดเล็กมาเสียบไว้ที่หู เปิดใช้งานมันและนอนเงียบๆรอฟังเสียงจากห้องของหมอนั่น..
 
 
ผ่านไปได้ไม่นานเวลาประมาณ 9 โมงชินอิจิก็กลับมาที่ห้อง ตอนนี้หมอนั่นไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษผมได้ยินเสียงของในห้องเคลื่อนไปมาเล็กน้อย เสียงหยิบของวางของ ยังไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายพูดอะไรออกมาจนกระทั่งผ่านไปเป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ.. 
 
"เฮ้ ฮัตโตริ.. นี่ฉันเองนะ" 
 
 
ผมขมวดคิ้ว.. ฮัตโตริหรอ?
หมอนั่นกำลังพูดอยู่กับคนที่ชื่อฮัตโตริ น่าจะกำลังคุยโทรศัพท์หรือไม่ก็ส่งข้อความเสียง แต่พอฟังไปซักพักผมก็แน่ใจว่าหมอนั่นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่แน่นอน 
 
 
คุโด้ ชินอิจิเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคนที่ชื่อฮัตโตริซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใคร ผมหยิบโน้ตบุ้คขึ้นมาเปิดและเสิร์ชชื่อว่าฮัตโตริขณะกำลังแอบฟังอยู่ และแน่นอนว่าคนที่ชื่อฮัตโตริไม่ได้มีคนเดียวในญี่ปุ่นผมจึงพิมพ์ต่อไปว่าคุโด้ชินอิจิ.. 
 
 
และอินเตอร์เน็ตก็ปรากฏชื่อของผู้ชายผิวคล้ำคนหนึ่ง.. 
ฮัตโตริ เฮย์จิ.. 
 
 
ผมไล่อ่านข้อมูลประวัติต่างๆของผู้ชายคนนี้และได้ความมาว่าเขาคือนักสืบม.ปลายชื่อดังของฝั่งตะวันตก บ้านอยู่ที่ไคโฮจากโอซาก้า  มีฝีมือร้ายกาจไม่เบาและท่าทางจะเป็นเพื่อนสนิทของคุโด้ ชินอิจิ..
 
 
ผมชักจะเดาออกแล้วว่าหมอนั่นคิดจะทำอะไร
และผมเดาถูก..
 
 
ชินอิจิเล่าเรื่องทั้งหมดของผมให้ฮัตโตริ เฮย์จิฟังรวมถึงตัวจริงของผมแต่สั่งห้ามไม่ให้บอกใคร แน่นอนว่าคนอย่างหมอนั่นต้องมีแผนจะทำอะไรอยู่ก่อนแล้ว แต่พูดคุยกันต่อได้ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากห้องของชินอิจิ หมอนั่นดูร้อนรนและรีบวางสายทันทีก่อนจะเดินไปเปิดประตู ผมได้ยินแว่วๆว่าเป็นเสียงของคุณยาย และได้ยินแว่วๆว่าหมอนั่นกำลังจะลงไปดื่มกาแฟ..
 
ลงไปหาหน่อยดีมั้ยนะ.. 
 
 
ผมถอดเครื่องดักฟังที่หูออกแล้วเดินออกมาจากห้อง ผมมองลงไปจากตรงบันได
คุโด้ชินอิจิ นักสืบคนเก่งนั่นนอนขมวดคิ้วหลับตาอยู่ที่โซฟา.. ผมเดินลงไปช้าๆพลางมองหน้าคนที่กำลังหลับอยู่ไปตลอดทาง 
 
ผมเดินไปนั่งบนโต๊ะ นั่งมองหน้าชายตรงหน้าผมด้วยความรู้สึกหลากหลาย
นั่งมองแบบนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา..
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
THE END : Hattori Heiji : ฮัตโตริ เฮย์จิ | #15
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}