ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่มที่ 4 ตอนที่ 92 ผู้ชนะ

ชื่อตอน : เล่มที่ 4 ตอนที่ 92 ผู้ชนะ

คำค้น : นิยายจีน นิยายรัก นิยายแปล อ่านฟรี ข้ามเวลา

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2564 16:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่มที่ 4 ตอนที่ 92 ผู้ชนะ
แบบอักษร

        เฮ่อเหล่าไท่จวินกับฉู่เหลียนออกมาจากปีกข้างตำหนัก ในขณะนั้นมีสาวใช้ผู้หนึ่งแอบเฝ้ามองอยู่ในเงามืด เมื่อเห็นคนทั้งคู่เดินออกจากห้องไป นางก็จากไปอย่างเงียบงัน 

 

        ณ โถงกว้างของตำหนัก ทันทีที่ย่าหลานเข้ามาในห้อง ผานฮูหยินก็เหลือบเห็นเฮ่อเหล่าไท่จวินในทันใด นางจึงรีบเดินไปหาพร้อมด้วยลูกสะใภ้ที่เบื้องหลัง นางเดินมาข้างกายเฮ่อเหล่าไท่จวินด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ผงกศีรษะทักทายอย่างนอบน้อม เหล่าไท่จวินเองก็กำลังจะทักทายตอบแต่กลับถูกผานฮูหยินห้ามไว้ก่อน 

        “เฮ่อเหล่าไท่จวิน ท่านก็อายุมากแล้ว ไม่ต้องมากพิธีกับข้าหรอกเจ้าค่ะ วันนี้ข้าไม่เห็นฮูหยินจิ่งอันป๋อมาด้วย สุขภาพของนางเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? ” 

        เฮ่อเหล่าไท่จวินตอบด้วยท่าทีที่ใจเย็นราวกับไม่เคยเกิดเรื่องขนมตั้นเกาหายมาก่อน “ขอบคุณท่านที่นึกถึงลูกสะใภ้ข้าผานฮูหยิน ยามนี้ร่างกายของนางยังอ่อนแออยู่บ้าง จึงได้แจ้งมายังวังหลวงเมื่อหลายวันก่อนว่าไม่อาจมาร่วมงานเลี้ยงนี้ได้” 

        สายตาของผานฮูหยินกวาดตามองผ่านสตรีสองนางเบื้องหลังเฮ่อเหล่าไท่จวิน ก่อนจะสังเกตเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของฉู่เหลียน นางฉีกยิ้มกว้างดูอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม “คุณหนูเบื้องหลังท่านคงเป็นหลานสะใภ้คนล่าสุดกระมัง? ” 

        “ใช่ ภรรยาของซานหลาง นางอาจจะยังเด็ก ทว่ารู้ความมากทีเดียว” 

        เมื่อเฮ่อเหล่าไท่จวินเอ่ยจบ ฉู่เหลียนก็ผงกศีรษะทักทายผานฮูหยิน 

        รอยยิ้มบนใบหน้าผานฮูหยินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “เฮ่อเหล่าไท่จวิน ท่านช่างโชคดีเหลือเกินที่มีหลานสะใภ้รู้ความ ทั้งยังเป็นสตรีจากจวนอิ้ง เช่นนี้อีกไม่นานท่านคงได้เล่นกับเหลนชายแล้ว” 

        การเปลี่ยนหัวเรื่องกะทันหันของผานฮูหยินทำให้สีหน้าของสามสตรีจากจวนจิ่งอันเปลี่ยนไป เนื่องจากนางพูดถึงความสามารถของสตรีจวนอิ้งเพื่อกระทบกระเทียบฉู่เหลียน เอ่ยถึงเหลนชายเพื่อยั่วยุโจวซื่อซึ่งไม่อาจคลอดซื่อจื่อน้อยได้สักที ทั้งยังกล่าวว่าอีกไม่นานก็คงได้เล่นกับเหลนชาย นั่นนับเป็นการตบหน้าทั้งฉู่เหลียนและเฮ่อเหล่าไท่จวินไปพร้อม ๆ กัน 

        ทั้งเมืองหลวงนี้ใครบ้างจะไม่ทราบข่าวคุณชายสาม เฮ่อซานหลางแห่งจวนจิ่งอันละทิ้งภรรยาเข้าร่วมกองทัพหลังแต่งงานได้เพียงสามวัน ยามนี้ไร้สามีอยู่บ้าน หากภรรยาเกิดท้องขึ้นมาจะหมายความว่าอย่างไร? 

        ผานฮูหยินผู้นี้เบื้องหน้าเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่แท้จริงนางกลับเป็นจ้าวแห่งการยั่วยุจริง ๆ 

        เฮ่อเหล่าไท่จวินมีประสบการณ์มากกว่าใคร ประกายแห่งความฉุนเฉียวทอวาบในแววตา ก่อนจะคืนสู่ความใจเย็นอย่างรวดเร็ว “ผานฮูหยิน ท่านคงเก็บตัวอยู่ในจวนมากเกินไป จึงไม่ทราบว่าหลานชายอกตัญญูของข้าจากไปเข้าร่วมกองทัพชายแดนเหนือนานแล้วกระมัง” 

        ความตกตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าผานฮูหยิน นางรีบขอโทษขอโพย “เฮ่อเหล่าไท่จวิน เป็นความผิดข้าที่พลั้งปากไป ท่านคงไม่ถือสาหาความข้ากระมัง ใครจะไปคาดคิดว่าเฮ่อซานหลางจะรีบร้อนจากไปเพียงนั้นเล่า? เว้นเสียแต่ว่า…” สายตานางหันไปจ้องฉู่เหลียน ปล่อยการกล่าวโทษที่ไร้ถ้อยคำแขวนค้างในอากาศ และนำพาเอาความไม่ประทับใจมาสู่สามสตรีเบื้องหน้า 

        เมื่อพวกนางคุยกันได้สักพัก ฮูหยินบางคนก็เริ่มเห็นการสนทนาเหล่านั้น แม้สีหน้าจะไม่แสดงออก แต่หูกลับพยายามจับจดทุกถ้อยคำของเฮ่อเหล่าไท่จวินและผานฮูหยิน ดวงตาเปล่งประกายราวกับนกแร้งคุ้ยเขี่ยค้นหาข่าวซุบซิบ 

        ผานฮูหยินพยายามจะกล่าวโทษถึงเหตุที่เฮ่อฉางตี้จากไปเป็นเพราะภรรยาที่เพิ่งแต่งของเขา แม้นางจะเอ่ยไม่จบประโยค แต่คนที่มีสมองก็เข้าใจได้ว่านางพยายามจะสื่ออะไร ยามนั้นโจวซื่อที่ก้มหน้าอยู่ แม้ผานฮูหยินกำลังพูดจายียวนหาเรื่องจวนจิ่งอัน แต่นางกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย ใจนางตอนนี้อาจเรียกได้ว่ารู้สึกดีมากทีเดียว! 

        ผานฮูหยินบังเอิญสบตากับฉู่เหลียน ดวงตากลมโตใสสะอาดคู่นั้นมองนางโดยไร้ซึ่งวี่แววแห่งความโกรธ ผานฮูหยินจึงชะงักงันไปและมิได้เอ่ยถ้อยคำใดเพื่อยั่วยุอีกฝ่ายต่อ อีกทั้งแววตานั้นยังทำให้นางรู้สึกราวกับสิ่งที่ทำไปนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า เหมือนกับการสาดน้ำเย็นลงตะกร้าไผ่ น้ำเย็น ๆ นั้นมิได้ทำให้ตะกร้าเสียหายแต่อย่างใด และสามารถไหลผ่านออกไปได้โดยง่าย  

        ผ่านไปครู่หนึ่ง ผานฮูหยินที่ทำให้ฉู่เหลียนโกรธไม่ได้กลับเป็นฝ่ายรู้สึกหงุดหงิดเสียเอง นางจ้องฉู่เหลียนขณะเอ่ยต่อ “ยามนี้เฮ่อซานหลางเข้าร่วมกองทัพที่ชายแดนเหนือ หากเขาไม่อาจทำความชอบได้ท่านหญิงคงต้องทำใจอดทนรอถึงห้าปี ช่างน่าเสียดายช่วงวัยที่ดีที่สุดของท่านหญิงจินอี่จริง ๆ ” 

        ฉู่เหลียนไม่ได้รู้สึกอะไรในคำพูดพวกนั้นสักนิดและเห็นว่าเรื่องนี้ออกจะน่าขบขันเสียด้วยซ้ำ เกิดอะไรขึ้นเล่า? ทำไมทุกคนถึงพยายามโจมตีที่นางด้วยเนี่ย? นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสพบกับผานฮูหยินแห่งจวนผานที่มีศักดิ์สูงกว่านางอยู่มากโข ย่อมต้องไม่เคยปะทะกันมาก่อนนางแต่งงานแน่ แล้วเหตุใดผานฮูหยินจึงมาหาเรื่องนางเสียได้? 

        หรือจะเป็นเพราะฉู่ฉีเจิ้งไปจวนผานกันนะ? 

        เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าฉู่เหลียนก็มืดมน นางอาจไม่เคยขอให้บิดามารักก็จริง แต่เขาก็ไม่ควรฉุดนางลงให้ตกต่ำไปด้วยเหมือนกัน! 

        “ขอบคุณผานฮูหยินสำหรับความห่วงใยนี้นะเจ้าคะ สามีข้าเป็นคนโชคดียิ่ง ย่อมต้องมีเหตุพลิกผันให้โชคแก่เขาเป็นแน่” ฉู่เหลียนตอบกลับแบบกลาง ๆ ขี้คร้านจะเอ่ยอ้อมค้อมกับผานฮูหยิน แต่ก็ไม่อยากนิ่งเฉย ไม่โต้ตอบกลับ ผานฮูหยินนั่นพยายามใช้วาจากลั่นแกล้งนาง แล้วทำไมนางจะต้องยอมทนถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวเล่า? 

        ฉู่เหลียนไม่ใช่คนชอบอดกลั้น และนี่ย่อมเป็นความพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว 

        ผานฮูหยินสำลักกับคำตอบของฉู่เหลียน รอยยิ้มสุดท้ายค่อย ๆ เลือนหายไป ก่อนจะโยนประโยคสุดท้ายให้ฉู่เหลียนด้วยเสียงเรียบเย็น “มิคาดว่าท่านหญิงจินอี่จะใจกว้างยิ่งนัก! ” 

        ฉู่เหลียนโคลงศีรษะไปข้างหนึ่ง ยิ้มสดใสเจิดจ้าให้ผานฮูหยิน 

        ผานฮูหยินถูกฉู่เหลียนปั่นหัวจนโมโหกับคำตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จู่ ๆ นางก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “เฮ่อเหล่าไท่จวิน ขนมตั้นเกาของท่านอยู่ไหนหรือ? ข้ายังไม่เห็นขนมตั้นเกาจากจวนท่านเลยเจ้าค่ะ เกิดอะไรขึ้นหรือไม่? หรือท่านคิดจะหลอกลวงไทเฮา? ” 

        เฮ่อเหล่าไท่จวินหันมองฉู่เหลียนที่ถือกล่องงดงามอยู่ ก่อนจะยกให้ผานฮูหยินดู “ขอบคุณผานฮูหยินที่เตือนข้าเรื่องขนมตั้นเกา ตอนนี้ข้าคงต้องไปแสดงขนมแล้ว ขอตัวก่อน” 

        เมื่อกล่าวจบ ฉู่เหลียนก็นำขนมตั้นเกาและสาวใช้ของนางจากไปเพื่อคารวะไทเฮา 

        ผานฮูหยินมองตามร่างฉู่เหลียนที่จากไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อรู้สึกตัวอีกทีท่านหญิงน้อยก็หายไปในฝูงชนเสียแล้ว อารมณ์ดี ๆ ของผานฮูหยินถูกทำลายลงด้วยบทสนทนาสั้น ๆ กระนั้นแม้นางจะฉุนเฉียว แต่ก็ยังไม่ลืมหันไปมองโจวซื่อด้วยความดูถูกดูแคลนก่อนจะจากไป 

        ฮูหยินรอบ ๆ เห็นว่านายหญิงใหญ่แห่งจวนจิ่งอันอย่างโจวซื่อมิได้เป็นผู้ถวายขนมตั้นเกา ต่างก็หันมองโจวซื่อเป็นตาเดียว ในวินาทีนั้นนางแทบอยากจะขุดหลุมอำพรางตัวเสียให้ได้ 

        เมื่อฉู่เหลียนเข้าถวายขนมตั้นเกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางก็กลับมาอยู่ข้างกายเฮ่อเหล่าไท่จวินอีกครั้ง องค์หญิงต้วนเจี่ยเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบร้อนเข้ามาหา เอนกายกระซิบถามข้างหูฉู่เหลียนว่าต้องการให้ช่วยอะไรหรือไม่ 

        ฉู่เหลียนได้แต่ยิ้มส่ายหน้า กล่าวว่าทุกสิ่งล้วนไม่มีปัญหา 

        องค์หญิงต้วนเจี่ยจึงมีสีหน้าผ่อนคลาย พยักหน้าแล้วจากไป 

        ในขณะนี้ งานเลี้ยงใกล้เริ่มต้น การตัดสินผลขนมตั้นเกาก็ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด องค์หญิงต้วนเจี่ยเป็นคนจากจวนเว่ยอ๋องจึงไม่สามารถนั่งร่วมโต๊ะกับฉู่เหลียนได้ 

        เมื่อบรรดาแขกฝ่ายหญิงนั่งลงที่โต๊ะอย่างพร้อมเพรียงแล้ว งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ 

        องค์หญิงต้วนเจี่ยนั่งกับพระชายาเว่ยอ๋องติดกับสมาชิกราชวงศ์คนอื่น ๆ  ที่ด้านบนสุดเป็นที่นั่งสำหรับไทเฮาและฮองเฮา ระดับถัดลงมาจากฮองเฮาเป็นเว่ยกุ้ยเฟย ส่วนพระสนมของอดีตฮ่องเต้นั่งเยื้องลงมาต่ำจากไทเฮา 

        พระชายาเว่ยอ๋องลำดับศักดิ์สูงขั้นกว่าสนมทั้งหลายจึงนั่งอยู่กับพระชายาขององค์ชายและท่านอ๋องทั้งหลาย องค์หญิงต้วนเจี่ยนั่งติดกับพระชายาและเป็นจุดที่องค์หญิงทุกคนล้วนนั่งรวมตัวกัน โดยองค์หญิงเล่อเหยานั่งทแยงจากองค์หญิงต้วนเจี่ย 

        ฉู่เหลียนนั่งข้างเฮ่อเหล่าไท่จวินกับฮูหยินตราตั้งคนอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน ทั้งยังมีเก้าอี้ว่างอีกที่หนึ่งสำหรับเหล่าไท่จวินจวนอิ้ง ทว่าเหมือนอิ้งเหล่าไท่จวินจะมิได้มาเข้าร่วม เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพ 

        นอกจากเหล่าไท่จวินแล้ว ที่จวนอิ้งก็ไม่มีฮูหยินที่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงชั้นสูงเช่นนี้ได้อีก ดังนั้นฉู่เหลียนจึงมิได้เห็นคนจวนอิ้งในตำหนักหนิงเหอแห่งนี้ 

        เมื่อฉู่เหลียนหันไปมองเสิ่นฮองเฮาผู้กำลังตรัสอยู่ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกได้ถึงสายตาแผดเผาราวถ่านร้อนจ้องมองมา ฉู่เหลียนจึงหันไปตามสัญชาตญาณตนก็ปรากฏเป็นดวงตาขององค์หญิงเล่อเหยา นางกำลังโมโหฉู่เหลียนเสียจนมือเล็ก ๆ กำแน่น นางไม่เคยต้องทนอัดอั้นถึงเพียงนี้มาก่อน! 

        ด้วยสถานะสูงส่งขององค์หญิง หากนางต้องการให้บทเรียนแก่ใคร นางย่อมทำได้โดยไม่ต้องทนรอ ต่อให้คนเหล่านั้นจะต้องตายไปก็ไม่มีใครกล้าขัดนาง แต่ในยามนี้สิ่งที่นางต้องการมากที่สุด คือก่อกวนภรรยาที่น่ารำคาญของพี่เฮ่อ ทว่าแผนการร้ายกลับล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า! ยามอยู่จวนติ้งหยวนนางยังรับได้เพราะมิใช่พื้นที่ของนาง ทว่าที่นี่น่ะหรือ ในวังนี้น่ะหรือ? นางควรทำให้ฉู่เหลียนต้องพบเจอกับปัญหาใหญ่ได้แล้ว ทว่าแผนการทั้งหมดกลับยังล้มเหลวซ้ำอีก! จะไม่ให้นางเกรี้ยวกราดได้อย่างไร? 

        หากนางทำได้ดั่งใจคิด ย่อมต้องฆ่าฉู่เหลียนทิ้งเสียตรงนี้ในทันทีเพื่อระบายความเกลียดชังในใจ 

        ดวงตาฉู่เหลียนมองผ่านองค์หญิงเล่อเหยาไปที่อื่น ราวกับมิได้เห็นความเกลียดชังในดวงตานั้นแม้แต่น้อย 

        ในงานเลี้ยงนี้ ฉู่เหลียนสามารถวางตัวและประพฤติตนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำทุกสิ่งที่ถูกต้องตามแบบแผน ไม่ดึงดูดความสนใจจากใคร ไม่กระทำผิดกฎเกณฑ์มารยาทใดทั้งนั้น และเพียงรอให้งานเลี้ยงจบเพื่อจะได้กลับเรือนซงเถา อาบน้ำอุ่น ๆ จากนั้นก็เข้านอนฝันหวาน 

        ช่วงครึ่งหลังของงานเลี้ยงเป็นเวลาประกาศผลแพ้ชนะการแข่งขันขนมตั้นเกา ในตอนนี้ขนมตั้นเกาของแต่ละจวนล้วนถูกจัดวางในถาดเงิน เพื่อให้นายหญิงตราตั้งและบรรดาพระญาติสิบอันดับแรกได้ลิ้มรส ก่อนเลือกผู้ชนะ 

        จากที่คุยกับองค์หญิงต้วนเจี่ยก่อนหน้านี้ ฉู่เหลียนทราบว่าการแข่งขันประกวดขนมตั้นเกานี้ไม่ได้ยุติธรรมอะไรอย่างที่คนอื่นคิด ‘ขนมตั้นเกา’ ที่นางส่งไปจึงแตกต่างจากของคนอื่นเล็กน้อย และไม่ได้กังวลว่าจะได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะหรือไม่ ตอนนี้นางจึงทำเพียงนั่งทานอาหารด้วยความสงบนิ่ง ใจเย็น และเฝ้าดูการแสดงต่อไป 

        แม้อาหารจากครัวหลวงจะไม่ได้อร่อยขนาดนั้น แต่ผลไม้ที่ยกขึ้นโต๊ะหลังอาหารจานหลักอร่อยมากจริง ๆ มีทั้งแก้วมังกรและมะม่วงซึ่งถูกส่งมาจากแคว้นตะวันตก ยามอยู่จวนจิ่งอันนางไม่เคยได้ลิ้มลอง คาดไม่ถึงว่าไทเฮาจะทรงนำผลไม้หายากเช่นนี้มาต้อนรับแขกเหรื่อในงานเลี้ยง 

        เมื่อการแข่งขันประกวดขนมตั้นเกามาถึงจุดที่ดุเดือดที่สุด เหล่าขันทีที่เฝ้าประตูตำหนักหนิงเหอก็ร้องประกาศลั่น “ฮ่องเต้เสด็จแล้ว! ” 

        โดยปกติแล้วฮ่องเต้จะมิได้เสด็จมายังตำหนักหนิงเหอ ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ไม่ว่าไทเฮาหรือฮองเฮาจัดงานเลี้ยง แขกเหรื่อที่มาเข้าร่วมล้วนมีแต่สตรีจากจวนขุนนาง แต่ในรอบสองปีมานี้เฉิงผิงฮ่องเต้ไม่เคยเสด็จมาเพื่อร่วมงานเลี้ยงกลางฤดูใบไม้ร่วงมาก่อน ทว่ายามนี้กลับเสด็จมาแล้ว ผู้คนในงานล้วนแต่ยินดีที่ได้พบพระองค์ เนื่องด้วยตามปกติแล้วโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดหรือสนทนากับฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่นั้นน้อยนิดยิ่ง 

        เฉิงผิงฮ่องเต้เสด็จมาในวันนี้ เนื่องจากทรงเบื่อหน่ายจากการทำงานในห้องทรงงานกะทันหัน จึงไม่ได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อมาถึงกลับมีโอกาสได้เข้าร่วมตัดสินการแข่งขันขนมตั้นเกาของแต่ละจวนด้วยพอดี  

        งานเลี้ยงครั้งนี้ยิ่งมีชีวิตชีวากว่าเก่าเพราะการมาถึงของฮ่องเต้ ไม่นานนักผลการตัดสินก็ออกมา ม้วนกระดาษประกาศผลถูกส่งให้หนึ่งในนางสนองพระโอษฐ์ของไทเฮา 

        เฉิงผิงฮ่องเต้ประทับถัดจากไทเฮา กำลังสนทนากับพระนางอย่างอบอุ่น พร้อมกับสดับรับฟังผลการตัดสินการประกวดขนมตั้นเกาในปีนี้ไปด้วย 

        เสียงของผู้ประกาศสดใสชัดเจน ดังไปทั่วห้องโถงในทันใด 

        บรรดาฮูหยินที่นั่งโต๊ะเดียวกับผานฮูหยินทั้งยิ้มและร่วมเอ่ยแสดงความยินดีกับนางด้วยเสียงเบาโดยไม่รีรอฟังผลประกาศจนจบเสียก่อน ผานฮูหยินยิ้มกว้างน้อมรับการแสดงความยินดี และเกิดเป็นความรู้สึกอบอุ่นในใจ 

        ทันใดนั้น ถ้อยคำประกาศถูกอ่านขึ้นด้วยน้ำเสียงดัง ชัดเจนไปทั่วทั้งโถง “จากการประเมินของกรรมการ ผู้ชนะการประกวดในปีนี้ได้แก่ จวนจิ่งอัน…” 

 

------------------------ 

หากเพื่อน ๆ ชื่นชอบนิยายเรื่อง “ปกรณัมรักข้ามภพ” สามารถตามเข้าไปสนุกต่อได้ที่ 

https://www.kawebook.com/story/6816 

อ่านให้สนุกนะคะ ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว