ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.19 [แตกต่าง + เหมือนกัน]

ชื่อตอน : Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.19 [แตกต่าง + เหมือนกัน]

คำค้น : แวมไพร์ , ไวท์กัปตัน , ปุณณ์โน่ , เงินออกัส , midnight society , midnight , society , vampire , lovesick , ผีดิบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2559 16:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.19 [แตกต่าง + เหมือนกัน]
แบบอักษร

 

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก

ตอนที่ 19 [แตกต่าง + เหมือนกัน]

 

1 เดือนผ่านไป

ปราสาทอลาสเตอร์ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปตามปกติ น้ำเงินกลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย ออกัสเลยต้องรับหน้าที่ในการมาดูแลม้ายูนิคอร์นแทนแฟน คืนนี้ก็เช่นกัน ที่คนร่างสูงโปร่งเดินถือกาน้ำชาและถ้วยทองคำสี่ใบออกมาทางป่าหลังปราสาทเพียงผู้เดียว

 

ไวท์ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิมตามแบบฉบับแวมไพร์ แต่ความหนักใจกลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ของติช่าวันนั้น ทำให้ไวท์กลัวและระแวงถึงความปลอดภัยของกัปตัน ช่างภาพที่มาจากเมืองไทย เด็กคนนั้นใช้ชีวิตแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว เพียงแค่สองสามวันหลังเหตุการณ์นั้นผ่านพ้น เขาก็สามารถยิ้มหรือหัวเราะได้ตามปกติ ผิดกับไวท์ที่กังวลทุกคืนว่าจะมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่

 

สำหรับเขา ไวท์รู้ดีว่าแวมไพร์กับมนุษย์นั้นต่างกัน การจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้นเป็นเรื่องยากและผิดธรรมชาติ จริงอยู่ว่าความรักเกิดขึ้นได้แม้จะต่างเผ่าพันธุ์ แต่ในความเป็นจริงชีวิตกลับไม่เป็นเช่นนั้น

.

บนโลกนี้มีข้อจำกัดมากมาย สำหรับความรักที่เกิดขึ้นต่างเผ่าพันธุ์เช่นนี้

ท่านชายเก็บความหนักใจนั้นเอาไว้ และเดินสูบซิก้าร์ออกมาในป่าหลังปราสาท บางทีถ้าหากว่าเขาได้คุยกับออกัส คงจะคลายความหนักใจลงได้บ้าง

 

น้องชายของเขาคิดบวกเสมอ ต่างจากเขาที่มักจะมองทุกอย่างในแง่ลบ เพื่อดูความเป็นไปได้ของปัญหา และหาทางป้องกันถ้าหากว่ามันจะเกิด

 

ออกัสเลือกมองในมุมที่ต่างจากเขา น้องชายมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต คือบททดสอบจากสวรรค์ หากเราผ่านมันไปได้ ชีวิตเราก็จะแกร่งขึ้น

 

คุณวิคตอเรียท้องอีกแล้วเหรอเสียงทุ้มเอ่ยถามน้องชายที่นั่งผิวปากอยู่คนเดียว

ผมคิดว่าใช่ครับน้องชายหันมาตอบอย่างอารมณ์ดี พลางเขี่ยท่อนไม้ให้พี่ชายนั่งลงข้างๆ กัน

ทำไมวันนี้พี่ออกมาถึงนี่ได้ ปกติเวลานี้เห็นอยู่กับกัปตันตลอดนี่นา

 

นี่แหละที่ฉันกังวลไวท์ตอบ

 

ออกัสขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ดูแล้วคู่พี่ชายก็รักกันดี ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้หนักอกหนักใจ (นอกจากกัปตันจะกวนตีนจนเกินเหตุ) แล้วทำไมวันนี้พี่ชายถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดไปเสียได้

 

ออกัสเตียนเสียงเรียกชื่อเต็มยศ แสดงว่าผู้เป็นพี่กำลังเริ่มต้นบทสนทนาอย่างจริงจัง

 

ครับ

นายเคยกังวลเรื่องระหว่างนายกับน้ำเงินไหม

กังวลเรื่องอะไร

ก็เรื่องที่เราต่างกัน

 

พี่เครียดเรื่องนี้เหรอคนผอมกว่าถาม

ใช่

 

เสียงถอนหายใจยืดยาว ในขณะที่เดินเข้าไปลูบท้องคุณวิคตอเรีย ทำให้ม้ายูนิคอร์นรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจของเจ้านาย ม้าสีขาวสูงสง่าก้มหัวลงมาแนบกับฝ่ามือของไวท์เวเรี่ยน เปิดทางให้เขาขึ้นขี่หลัง

 

"คุณท้องอยู่ครับคุณวิคตอเรีย ดื่มน้ำชาแล้วไปพักเถอะเขาพูดกับม้า

ไวท์เวเรี่ยนอลาสเตอร์ดับก้นบุหรี่ทิ้ง แล้วหันมามองหน้าน้องชายอย่างจริงจัง เราคือแวมไพร์

 

“.....”

เขาคือมนุษย์

แล้วยังไงครับ

 

ข้อแตกต่างของเราสองเผ่าพันธุ์มีอยู่มากมายไวท์พูดต่อ

เราใช้ชีวิตกลางคืน ซึ่งผิดปกติวิสัยของมนุษย์ที่จะใช้ชีวิตในตอนกลางวัน

 

กัปตันกับน้ำเงินก็ปรับตัวได้ดีนี่ครับน้องชายเถียง

เราดื่มเลือดเป็นอาหาร แต่พวกเขากินอาหารสามมื้อ ซึ่งเป็นอาหารที่พวกเราไม่ค่อยกินกัน

 

ก็ไม่แปลกนี่นา ผมอยู่กับน้ำเงินมาเป็นปี ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาตรงไหน น้ำเงินก็กินอาหารทุกอย่างตามปกติ ผมก็ดื่มเลือดยูนิคอร์นตามปกตินี่ครับออกัสตอบ

 

เรื่องบนเตียงล่ะ

น้องชายเงยหน้าขึ้นมอง พี่หมายถึงการใช้แรงใช่ไหม

อืม

 

จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผมสามารถอยู่ได้โดยไม่มีเซ็กส์ น้ำเงินเองก็เข้าใจว่าแรงมนุษย์กับแวมไพร์นั้นต่างกัน เราอาจต้องระวังเรื่องการใช้แรงก็เท่านั้น

 

นายมองโลกในแง่ดีเกินไป ออกัสเตียนพี่ชายพูดขึ้นเบา

ร่างโปร่งที่นั่งอยู่กับขอนไม้มองหน้าพี่ชายอย่างไม่เข้าใจ เขาถอนหายใจและเดินไปตัดขนคุณเฮ็ดวิคเมื่อถึงเวลา พลางพูดต่อไปว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องมองโลกในแง่ร้ายนี่ครับ

 

นายอายุเท่าไหร่

221 ปี

 

แล้วฉันล่ะไวท์ถามน้องชายบ้าง

พี่ไวท์ก็อายุ 224 ปีไงครับ พี่เกิดก่อนผมสามปีไง

 

แล้วน้ำเงินกับกัปตันล่ะ

น้ำเงิน 25 กัปตัน 23 เพิ่งจบปริญญา...เพียงเท่านั้น ออกัสเตียน อลาสเตอร์ ผู้มองโลกในแง่ดีมาตลอดก็ชะงักกึก

 

นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยนึกถึงเลย สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ข้อสำคัญ

เข้าใจหรือยังไวท์เอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

 

สิ่งนี้เอง คือข้อหนักใจที่รบกวนใจไวท์มาตลอด 1เดือน ความแตกต่างของความเป็นนิรันดร์ กับชีวิตที่มีวันดับสูญของมนุษย์ เขาจะทำยังไงถ้าหากวันนึงคนที่รักต้องมาจากไป

 

แกจะอยู่ได้เหรอ เรามีชีวิตเป็นอมตะ ส่วนเขาแก่ลงไปทุกวัน มนุษย์ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยไม่มากนักหรอก ใครอยู่ถึง 100 ปีนี่ถือว่าอายุยืนมากแล้ว แต่เขาก็จะแก่จนไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วเราล่ะพี่ชายย้อนถามให้คิด

 

แกจะทนได้ไหม ถ้าหากวันนึงน้ำเงินแก่ตัวลง แล้วตายไปจากแก

“.....”

 

แกจะทนดูคนที่แกรักตายไปต่อหน้าต่อตาได้เหรอ

แต่ผมรักเขาไปแล้วน้องชายโต้

 

ฉันรู้

“.....”

ฉันรู้ และเข้าใจความรู้สึกของแกทุกอย่าง แต่แกก็รู้ดี เราไม่มีวันเจ็บป่วย เราไม่มีโรค เป็นอมตะ แต่ไม่มีความเป็นอมตะสำหรับมนุษย์

 

พอถึงวันนั้น ความรักของน้ำเงินก็จะอยู่กับผมตลอดไป...

แกแน่ใจเหรอว่าคิดแบบนั้นจริงๆ

 

ท่านชายถามน้องตรงๆ

จุดนี้ออกัสไม่เคยคิดถึงมันเลย เขาไม่เคยคิดถึงความแตกต่างที่ข้อนี้เลย จริงสินะ...ถ้าถึงวันที่น้ำเงินต้องตาย แล้วชีวิตนิรันดร์ที่เหลือเขาจะทำอย่างไร

 

แค่คิดหัวใจก็เหมือนถูกบีบให้แหลกสลายคามือ

แล้วพี่ล่ะครับถึงคราวที่น้องต้องถามพี่บ้าง

 

ฉันถึงได้เครียดอยู่นี่ไง จริงอยู่ล่ะตอนนี้น้ำเงินกับกัปตันยังเป็นผู้ใหญ่ ร่างกายเขายังแข็งแรง แต่ต่อไปอีกสิบปี ยี่สิบปี เขาจะแก่ตัวลง ไม่เหมือนเราหรอกนะ ที่สามารถอยู่ในสภาพนี้ได้อีกไม่ต่ำกว่า 500 ปี แล้วพอถึงตอนนี้ ก็จะมีโรคต่างๆ มากมายสำหรับมนุษย์ที่ใช้ชีวิตแบบนี้ เขากำลังทรมานตัวเองจนระบบในร่างกายอาจรวน เพราะกินอาหารไม่เป็นเวลา แถมเวลานอนก็ไม่ได้นอน ต้องมานอนในช่วงเวลาที่ร่างกายตื่นตัว ฉันสงสารพวกเขา

 

พี่กำลังจะบอกให้ผมปล่อยน้ำเงินไปอย่างนั้นเหรอออกัสถาม

เขาลุกขึ้นไปจัดการกับขนม้ายูนิคอร์นและเก็บถ้วยชาสีทองเอาไว้ ก่อนจะปล่อยให้คุณเฮ็ดวิค วิคตอเรีย และลูกๆ กลับไปพักผ่อน ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองดาวบนฟ้า และถอนหายใจออกมาช้าๆ

 

ไม่มีคำตอบใดๆ จากพี่ชายเขา ทุกอย่างเงียบงัน ปล่อยให้เขาจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

 

 

#เสียงจากกัปตัน

ผมคิดว่า บางทีสองพี่น้องบ้านนี้เค้าก็แปลก

อย่าห้อยหัวลงมาสิครับคุณออกัสแค่รูปครอบครัวอัดกรอบใหญ่สามเมตรติดฝาผนังบ้าน จำเป็นต้องพิสดารขนาดนั้นไหม

ฉันชอบความแปลก

 

คือผมทราบครับ แต่ผมกลัวคุณจะเลือดลงหัวตายซะก่อนที่ผมจะตั้งกล้องเสร็จน่ะสิผมพูดไปด้วยปรับเลนส์ไปด้วย

 

หลังจากที่เหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านพ้น ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องปฏิบัติภารกิจของตัวเองให้เสร็จสิ้นสักที นั่นก็คือการทำภาพถ่ายครอบครัวอลาสเตอร์ให้มีชีวิต คุณออกัสลงความเห็นให้กับภาพเก่าว่า มันจืดชืด แล้วก็นิ่งเกินไปเหมือนคนตาย สายตาของไวท์เวเรี่ยนนั้นว่างปล่า ส่วนสายตาของคุณออกัสก็เฉยชา ไม่น่าดูเลยสักนิด

 

ฉันหล่อรึยังไวท์ถาม

ผมนี่อยากตะโกนใส่ข้างหูมันว่า มึงหล่ออยู่แล้ว จะถามหาพระแสงเลเซอร์อะไรอีกแต่ก็ทำได้แค่ตอบไปว่า

 

หล่อแล้วครับท่านชายผมกดชัดเตอร์ภาพแรกออกมา เป็นภาพที่ออกัสห้อยหัวลงมาจากกิ่งไม้เหมือนค้างคาว นี่ถ้าพี่เงินเห็นภาพนี้ล่ะก็ มีหวังได้หัวเราะฟันหลุดแน่ๆ

ตุ้บ

 

เขากระโดดลงมาและเดินมามองกล้อง ฉันโอเคไหม

ผมว่าคุณถ่ายแบบปกติดีกว่านะครับ ผมเกรงว่าภาพติดผนังบ้านคุณอาจจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้แขกหัวเราะจนกรามค้าง

ฉันดูตลกเหรอ

 

ผมคิดว่าประมาณนั้น

ออกัสเดินถอนหายใจกลับไปที่ต้นไม้ใหญ่ คราวนี้จึงได้ยืนคู่พี่ชายของเขาสักที

 

พอสองคนนั้นมายืนข้างกันแบบนี้แล้ว ผมก็อดที่จะใจเต้นแรงไม่ได้ แม้จะเคยบอกไปหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าไอ้สองคนนี้มันหล่อแค่ไหน แต่วันนี้เพิ่งได้ประจักษ์ชัดเต็มสองตา แม่งหล่อยังกะไม่ใช่คน!

 

ดวงตาสีน้ำตาลมีระดับความเข้มอ่อนต่างกัน รวมไปถึงสีผมนั้นด้วย ทำให้สองคนนั้นมีความดุและความอ่อนโยนแตกต่างกันเห็นได้ชัด ความสูงในระดับที่ไล่เลี่ยกัน ทำให้มองไม่ค่อยออกว่าเขาคือพี่น้อง ดูเผินๆ ก็คล้ายว่าจะเป็นเพื่อนกันเสียมากกว่า แววตาสีอัลมอนด์และสีเฮเซลอ่อนๆ ทำให้คนสบตาอาจหัวใจวายตายได้

 

ผมถอนหายใจแล้วกดชัดเตอร์ครั้งที่ 2

แช๊ะ!

ภาพที่ออกมา ดูไม่ค่อยดีนัก

 

ไวท์ อย่ายืนนิ่งเหมือนถ่ายบัตรประชาชนอย่างนั้นสิ

 

อ้าว แล้วฉันต้องทำยังไงเขาดูเก้ๆ กังๆ

เดี๋ยวลองกระโดดดูนะ กอดคอกันแล้วกระโดด ทำหน้ามีความสุขที่สุดในชีวิต 1 2 3

 

แช๊ะ!

ภาพนี้ออกมา เหมือนท่อนไม้ลอยได้ ทั้งสองคนกระโดดตัวแข็งทื่อ

คือ ทั้งสองคนช่วยมีแอคชั่นกันหน่อยได้ไหมครับ

 

ยังไงออกัสเตียนถาม

ก็แบบ แสดงสีหน้านิดนึง เหมือนคุยกันก็ได้ หรือแบบ...เตะบอลไหมครับ เดี๋ยวผมเอาบอลมาให้ผมพยายามยื่นข้อเสนออย่างสุดฤทธิ์

 

งั้นเดี๋ยวฉันจะลองดูไวท์บอก

 

เขากับออกัสหันไปคุยกัน แต่ให้ตายสิ มันเหมือนการมายืนท่องอาขยานที่สุดเลย เขาทั้งสองแข็งทื่อ ไม่มีจิตวิญญาณของนักแสดงเลยสักนิดเดียว

 

เสียงฝีเท้าของอีกคนเดิมเข้ามาถึงด้านหลังผม แววตาของคุณออกัสดูดีใจจนทำให้ผมต้องหันไปมองว่าผู้มาเยือนนั้นคือใคร เขาคือพี่เงินนั่นเอง

 

พี่กลับมาแล้วเหรอ

อื้ม ถึงเมื่อกี้เอง แล้วนี่ทำไรกันเหรอพี่ถามผมกลับ พร้อมกับยื่นทุเรียนให้กิน 1 พลู

ผมแทบจะกระโดดกอด หามาจากไหนเนี่ย

 

เอามาจากไทย นี่ฉันเก็บใส่กล่องสุญญากาศยัดลงในกระเป๋ามาอย่างดีเลยนะเว้ย

 

ให้ตายเถอะครับ ผมนับถือในความกล้าของพี่แกจริงๆ แต่ก็ขอบคุณที่แกยังมีใจคิดถึงผม ก็อย่างว่าเนอะ เราเป็นคนไทยนี่นา ยังไงก็ต้องกินอาหารไทย ผลไม้ไทย จะให้มานั่งกินขนมปัง เนย นม ทุกมื้อ ผมก็ไม่ไหวหรอกนะครับ

 

พี่ช่วยเดินเข้าไปดูสองคนนั้นให้ผมทีฮะ ตัวแข็งทื่อ ถ่ายรูปออกมาไม่สวยเลย

 

พี่เงินพยักหน้าแล้วกลืนทุเรียนคำสุดท้ายลงคอไป คุณกัสดูดี๊ด๊าใหญ่ที่สัตวแพทย์คนเดิมกลับมาแล้ว พี่เงินจัดคอปกเสื้อให้ เป็นวินาทีเดียวกันกับที่ผมเห็นว่านี่แหละ คืออิริยาบถของออกัสที่เป็นธรรมชาติที่สุด เลยกดชัดเตอร์ไป 1 ที

 

แช๊ะ!

และรูปที่ออกมาก็ยังกะรูปพรีเวดดิ้ง ผมยืนหัวเราะและนำภาพนี้ไปให้คุณออกัสดู

สวย ฉันชอบภาพนี้ พี่ไวท์ดูสิครับ ภาพนี้ยังกะผมหัวเราะอยู่ในรูปอย่างนั้นแหละ

 

ท่านชายรับกล้องต่อไปจากมือน้อง แล้วลงความเห็นตรงกัน อืม ใช่

พี่เงินรู้สึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ แกก็เข้าไปหยิบกล้องมาคล้องคอตัวเองไว้ แล้วดันผมไปยืนข้างๆ คุณไวท์เวเรี่ยน ซะอย่างนั้น

 

แกไปยืนมั่งสิกัปตัน เดี๋ยวฉันถ่ายให้

จะดีเหรอพี่

เออ ดีสิวะ

ผมเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างเขา แล้วไอ้นั่นก็มือปลาหมึก คว้าตัวผมเข้าไปกอดหมับ

เดี๋ยวๆๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย ไม่อายคนอื่นเหรอ

 

อายทำไม

บ้าเอ๊ยผมด่าใส่

ถ้าคุณคิดว่ามันจะสำนึก เปล่าครับ มันไม่สำนึกหรอก แถมยังกระชับกอดผมจากด้านหลังแน่นขึ้นอีกต่างหาก

 

เลิกทำสายตาแบบนั้นสักที กูอายพี่เงินนะเว้ย

แช๊ะ!

ฮะ?” ผมเลิกคิ้วถามพี่เงิน ในทำนองว่าพี่กดชัดเตอร์แล้วเหรอ

คุณออกัสหยิบกล้องไปดู แล้วรีบวิ่งมาหาไวท์

 

พี่ไวท์ดูสิครับ ผมชอบภาพนี้นะ มันบอกเล่าเรื่องราวได้ดีทีเดียว

ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูบ้าง ในภาพมีไวท์ที่มองผมด้วยสายตาเหมือนจะกลืนกิน ส่วนผมก็ส่งสายตาเขียวปั๊ดกลับไป มองเผินๆ คล้ายๆ ฉากละครที่พระเอกแกล้งนางเอก ดูมีเรื่องราวอย่างที่คุณออกัสว่าจริงๆ

 

ครืนนน~

 

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองฟ้าพร้อมกัน

 

วันนี้คงได้แค่นี้ เรากลับเข้าบ้านกันก่อนดีกว่าครับ ฝนคงจะตกแล้ว

ไวท์พยักหน้าแล้วช่วยผมเก็บอุปกรณ์กล้อง ก่อนที่เราทุกคนจะกลับมาถึงปราสาทอลาสเตอร์ได้ภายในเวลาที่เฉียดฉิว

ผมเดินเข้าห้องมืดเพื่อทำการล้างรูปทันที

 

 

#Specialเสียงจากไวท์

 

ผมมองรูปถ่ายที่กัปตันล้างมาให้ด้วยความสับสนในใจ ออกัสชอบสองภาพนี้มากที่สุด ภาพที่เขาถ่ายคู่กับน้ำเงิน และภาพที่ผมถ่ายคู่กับกัปตัน  มันแตกต่างจากภาพที่พวกผมสองคนถ่ายคู่กันอย่างสิ้นเชิง แววตาที่มีชีวิต และแววตาที่เรียบเฉย นี่คือภาพที่มีชีวิตที่กัปตันสามารถถ่ายออกมาได้

 

แม้มันจะเป็นภาพที่ดูตลก แต่ผมกลับชอบมันเอามากๆ

ภาพนี้ตลกจังฮะ กัปตันเหมือนจะงับหูพี่เลยออกัสชอบใจใหญ่

 

ผมถอนหายใจ ชั่งใจ และตัดใจ ฟิลลิป

ครับท่านชายคนยืนเฝ้าเชิงบันไดคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม ผมหยิบเช็คขึ้นมาเซ็นเป็นจำนวนสิบล้านบาทไทย แล้วสั่งให้เขานำไปมอบให้กับเจ้าของภาพนี้

 

เอาเช็คนี้ไปให้กัปตัน แล้วบอกเขาว่า เสร็จงานแล้ว ให้กลับเมืองไทยไปซะ

ครับท่าน

ออกัสชะงัก พี่ไวท์หมายความว่ายังไงครับ ผมคิดว่าพี่จะให้กัปตันอยู่ที่นี่ตลอดไปซะอีก

 

มันเป็นไปไม่ได้หรอก

 

ผมรู้ว่าพี่กังวลเรื่องอะไร แต่เวลานั้นมันยังมาไม่ถึงนี่นา

 

แล้วแกจะรอจนตัวเองผูกพันอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้วอย่างนั้นเหรอผมถามย้อนกลับ

 

สิ่งที่ผมเกลียดมากที่สุด คือการเอาตัวเองเข้าไปผูกมัด หรือผูกพันกับใครสักคน จริงๆ แล้วแวมไพร์อย่างพวกผมไม่ควรรักใครด้วยซ้ำ มันจะทำให้คนที่ผมรักลำบาก แล้วสิ่งที่ผมกลัวก็ดันเป็นความจริง ผมผูกพันกับเด็กนั่นมากขึ้นทุกวัน แม้จะยังไม่มากเท่าน้ำเงินกับออกัสที่เชื่อมด้ายแดงกันแล้วก็ตาม

 

บางที ถ้าเราตัดสินใจกลับมาเป็นเหมือนเดิมตอนนี้คงยังไม่สาย กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมของพวกเราที่ไม่มีเขา

แต่พี่ก็เห็นว่าสองภาพนี้แตกต่างกันขนาดไหนออกัสยกเรื่องภาพขึ้นมาอ้าง

ภาพแรก แข็งทื่อ ไร้ชีวิตชีวา ส่วนภาพที่สอง สดใส และมีกลิ่นอายของความรัก

พี่ดูภาพที่สองสิครับ ภาพนี้กำลังบอกผมว่า เรามีส่วนที่แตกต่างกันมากมายก็จริง แต่เราก็มีอยู่อย่างนึงที่เหมือนกัน

 

อะไร

 

น้องชายยืนขึ้น และยกมือขึ้นกุมหัวใจตัวเอง ความรักไงฮะ

 

“.....”

แค่นี้มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ

แกกำลังหว่านล้อมพี่อยู่ใช่ไหม

ผมเปล่า แต่สำหรับผม ผมจะไม่ยอมให้น้ำเงินไปไหนเด็ดขาด เขาต้องอยู่ที่นี่

แกกำลังเห็นแก่ตัวรึเปล่าออกัส น้ำเงินเป็นมนุษย์ และเขาเป็นคนไทย มีครอบครัวอยู่ที่นั่น จะมาผูกมัดเขาไว้ที่นี่ได้ยังไง

 

“.....”

ผมจุดบุหรี่มวนสุดท้ายในหีบสูบเพื่อระบายความเครียด ส่วนออกัสก็นิ่งเงียบไป

ถ้าเราจะยอมทิ้งเลือดแวมไพร์ไปเป็นมนุษย์ล่ะครับ

ไม่ได้ผมส่ายหัว

เราอาจทำแบบนั้นได้ตอนอายุเท่ากัปตัน แต่ตอนนี้เราอายุสองร้อยกว่าปีเข้าไปแล้ว มีมนุษย์ที่ไหนอายุยืนเท่านี้บ้าง มันเกิดวิสัยของเผ่าพันธุ์เขา ถ้าเราถอนเลือดแวมไพร์ออก เราก็จะตายทันที บางทีอาจจะตายแล้วเกิดใหม่ไปสองสามรอบแล้วด้วยซ้ำ

 

น้องชายน้ำตาคลอ ผมเข้าใจดีว่าสองคนนั้นรักกันมาก่อน และผูกพันกันมากด้วยอำนาจของด้ายแดง บางที ทางเลือกสุดท้ายที่ผมไม่คิดอยากจะทำ อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ถ้าหากว่าเด็กสองคนนั้นจะยินยอม

 

ถ้าเราเป็นมนุษย์ไม่ได้...

“......”

ก็เหลืออีกแค่ทางเดียว คือทำให้เค้าทั้งสองกลายเป็นเหมือนเรา

 

 

 - - - - - TBC - - - - -

ความคิดเห็น