ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.18 [ชีวิตแลกชีวิต]

ชื่อตอน : Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.18 [ชีวิตแลกชีวิต]

คำค้น : แวมไพร์ , ไวท์กัปตัน , ปุณณ์โน่ , เงินออกัส , midnight society , midnight , society , vampire , lovesick , ผีดิบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2559 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.18 [ชีวิตแลกชีวิต]
แบบอักษร

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก

ตอนที่ 18 [ชีวิตแลกชีวิต]

 

ที่แท้จริงแล้ว กัปตันก็เป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่งที่เพิ่งเรียนจบ ไม่มีความสามารถพิเศษอย่างอื่นนอกจากการถ่ายภาพและกวนประสาทคนรอบข้าง พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ทำเอาใจเสียไปไม่น้อย ร่างบางในชุดนอนสีขาวรีบตรงเข้ามาประคองน้ำเงินขึ้นแล้วตบเบาๆ ที่แก้ม เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพี่ชายไม่ได้สติแล้ว เลยทำให้น้ำตาที่ปริ่มๆ อยู่พาลไหลออกมา

 

พี่ทิ้งผมได้ไงเนี่ย ฮึก

มือเล็กสั่นเทาในขณะที่หยิบพลุสีแดงในกระเป๋ากางเกงของน้ำเงินออกมา แล้วยิงขึ้นเพดาน

บ้าจริง ยิงไปก็ติดเพดานอยู่ดี แล้วคนข้างนอกเขาจะเห็นได้ยังไงกัปตันพร่ำบ่นกับตัวเอง แต่ก็ยอมยิงพลุตามที่พี่ชายสั่ง เทียนไขเล่มเล็กกำลังเผาไหม้ร่างกายของตัวเองลงไปทีละน้อย ช่างภาพเอามือไปอังมันไว้ไม่ให้ลมพัดมาดับเทียน เพราะตราบใดที่เทียนยังสว่างอยู่ หมายถึงช่วงเวลาชีวิตของเขาที่ยังมีโอกาสรอด แต่ถ้าเทียนดับไปล่ะก็ มีแต่ตายกับตาย

 

ติช่าไม่เอาเขาไว้แน่

ฮึกก คุณไวท์ ฮื้อออ มาช่วยผมเถอะครับกัปตันร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ตอนนี้เขารู้แล้วว่าแม้ว่าไวท์จะดุกับเขาเพียงไร ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับสถานการณ์ตอนนี้เลย

เขายอมกลับไปโดนดุตลอดชีวิตเสียยังจะดีกว่า เป็นใบ้ก็ได้ ยอมทั้งนั้น

นาฬิกาที่ข้อมือน้ำเงินตีบอกเวลาตี 1 นั่นหมายถึงน้ำเงินเข้ามาในนี้ 1 ชั่วโมงเต็ม เป็นเวลาที่กลุ่มคนข้างนอกต้องเข้ามาข้างในได้แล้ว ไวท์เห็นสัญญาณพลุสีแดงที่ลอยอยู่บนฟ้าก็ใจคอไม่ดี

ออกัส แกเข้าด้านหลัง พี่จะเข้าด้านหน้าเอง

เราแยกกันจะดีเหรอพี่ไวท์

 

ยังไงก็ต้องแยก แล้วกลับไปเจอกันที่บ้านไวท์เวเรี่ยนสั่งอย่างเฉียบขาด แม้ผู้เป็นน้องชายจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก แต่เขาจำเป็นต้องสั่งน้องแบบนั้น ถ้ารวมกันแล้วเกิดพลาดขึ้นมา ยังไงก็ตายหมู่ แต่ถ้าแยกกันอาจจะยังมีโอกาสรอด

 

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในบ้านนั้นเตรียมอะไรไว้ต้อนรับเขาบ้าง และในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ที่ปล่อยให้น้ำเงินเข้าไปในนั้นคนเดียว ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันอันตราย

 

ถ้าเกิดอะไรขึ้น พาทุกคนกลับไป ไม่ต้องห่วงพี่นะนั่นคือเสียงสุดท้ายของพี่ชาย ก่อนที่เขาจะบุกเดี่ยวเข้าไปข้างใน

ออกัสถอนหายใจแล้วหันไปกำชับทุกคนให้ดูแลตัวเองให้ดี ก่อนจะเริ่มทยอยเข้าไปในปราสาทเพื่อทำการชิงตัวประกันทีละคน

 

 

 

#เสียงจากกัปตัน

 

คุณเคยเป็นมหกรรมนั่งเล่นมือถืออยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลไหมครับ

 

ตอนนี้เลยฮะ ผมกำลังเป็นแบบนั้น เพราะอยู่ดีๆ มือถือเจ้ากรรมของพี่เงิน เพื่อนคนสุดท้ายของผมในห้องมืดๆ นี้ก็เสือกแบตหมดลงไปซะงั้น ส่วนผมนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีอะไรติดตัวมาทั้งสิ้นนอกจากชุดนอนบางๆ ชุดเดียว แล้วไอ้ห้องใต้ดินนี่ก็หนาวจัง ไม่รู้มันจะหนาวแข่งกับตู้เย็นหรือยังไง หนาวจนผมลืมร้องไห้ไปซะแล้ว

 

ตอนนี้ข้างนอกกำลังมีเสียงของตกแตก เสียงคนโวยวาย เสียงปืน แล้วก็เสียงอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ผมไม่อยากรู้แล้วล่ะครับว่ามันจะเป็นเสียงอะไรบ้าง เพราะตอนนี้เทียนดับแล้ว ผมคงต้องรอความตายอย่างเดียวแล้วล่ะ

ไวท์ไม่ได้เข้ามาช่วยผม ผมไม่เห็นใครเลยแม้กระทั่งเงาตัวเอง

 

ใจร้ายเนอะ

ยังนอนด้วยกันอยู่แท้ๆ แป๊บเดียวผมจะตายซะแล้ว ยังไม่ได้บวชให้พ่อแม่เลย ยังไม่ได้ถ่ายภาพเอาเงินสิบล้านไปสร้างบ้านเลยด้วย อายุก็ยังไม่ถึง 25 ใช้ชีวิตยังไม่คุ้มเลยด้วยซ้ำ อยู่ดีๆ จะมาตายเพราะมาโรมาเนียแค่ไม่ถึงเดือนนี่มันโหดร้ายจริงๆ นะ

แล้วผมเลือกอะไรได้ไหม เลือกที่จะไม่ตายได้รึเปล่า

 

ปัง!

ประตูห้องถูกพังเข้ามาอย่างแรง พร้อมร่างคุณออกัสที่พุ่งเข้ามาหาพี่เงินก่อนเป็นคนแรก

น้ำเงิน! ตื่นเดี๋ยวนี้!!!

พี่เงินโดนยาสลบครับผมบอก

 

คุณออกัสดูไม่ตกใจมากนักกับสิ่งที่ผมพูดไป เขาล้วงเอาดอกไม้บางอย่างในกระเป๋าเสื้อออกมาแล้วแกว่งเบาๆ ที่จมูกพี่เงิน มันเป็นดอกไม้สีม่วงมีเกสรเยอะ และกลิ่นฉุน ไม่นานนัก พี่เงินก็ค่อยๆ กระพริบตาตื่นขึ้น

 

กัปตัน พาน้ำเงินออกไปรอฉันข้างนอกเขาหันมาสั่งผมทันทีที่พี่เงินเริ่มได้สติ

แล้วคุณล่ะครับ ไม่ออกไปพร้อมกันเหรอ

 

ไม่ได้ ฉันต้องไปช่วยพี่ไวท์ เขากำลังมีอันตราย

อ๊ะ...

ไวท์...

ให้ผมไปด้วยนะครับ

 

ไม่ได้!

ทำไมล่ะฮะ

พี่ไวท์เค้าเสี่ยงชีวิตมาที่นี่เพื่อมาช่วยนาย เพราะฉะนั้นเป้าหมายของเราทุกคนคือทำให้นายปลอดภัย นายจะกลับมาเสี่ยงอีกทำไมในเมื่อมีโอกาสรอดแล้ว

 

เขาเสี่ยงชีวิตมาช่วยผมงั้นเหรอ

ก็เพราะว่าเขามาช่วยผมไง ผมถึงต้องกลับไปช่วยเขาบ้าง

 

แล้วคิดว่ามนุษย์อย่างนายช่วยอะไรเราได้ หา! กลับไปซะ ไม่งั้นสิ่งที่พวกเราทำทั้งหมดจะสูญเปล่า

แต่ว่า

กลับไป!!! น้ำเงิน กลับไปพร้อมกับกัปตันนั่นแหละ อย่าขัดคำสั่งฉัน

 

ผมอ้าปากค้าง จริงๆ แล้วออกัสก็มีนิสัยเหมือนพี่ชายของเขา คือชอบความเผด็จการ และไม่เคยฟังคนอื่น ผมเพิ่งรู้วันนี้เองว่าสองคนพี่น้องเค้าเหมือนกันขนาดนี้

 

ออกไปเซ่! ยืนรออะไรวะ!เขาตวาด

 

ผมต้องกล้ำกลืนน้ำตาที่เริ่มคลอ (อีกแล้ว) และพยุงพี่เงินออกไปตามทางเดินมืดๆ ที่ถูกลากเข้ามาในครั้งแรก ผู้หญิงที่ชื่อติช่าคนนั้นโหดร้ายกว่าที่คิด ภายใต้ใบหน้าอันสวยงาม มีแต่ความแค้นและความคิดที่จะล้างเผ่าพันธุ์แวมไพร์ให้หมดไปจากโลกนี้เท่านั้น

 

ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องจองล้างจองผลาญแวมไพร์ทุกเผ่าพันธุ์ ที่ตอนนี้ก็เหลืออยู่บนโลกไม่มากแล้ว ทำไมเธอไม่จัดทำพิพิธภัณฑ์แวมไพร์หล่อบอกต่อด้วย เรียกเงินเข้ากระเป๋ารับทรัพย์แบบเหนาะๆ ถ้าเป็นผมนะ ผมจะทำสารคดีตามติดชีวิตแวมไพร์แม่งเลย ไม่รวยตอนนี้ก็ไม่รู้จะรวยตอนไหนละ

.

คุณติช่านี่โง่จริงๆ

ไหวไหมพี่เงินผมถาม ในขณะที่พยุงพี่ที่สะลึมสะลือออกมาถึงชั้นลิฟต์ การสาวลิฟต์ให้ตัวเองกลับขึ้นไปข้างบนได้นี่เรียกว่ายากแล้ว แต่ผมต้องออกแรงแขนเพื่อดึงคนสองคนที่มีน้ำหนักร่วมร้อยโลขึ้นไปนี่ยากยิ่งกว่า แขนผมแทบหัก กระดูกแทบร้าว กว่าเราจะกลับขึ้นมาโผล่ในห้องไต้บันไดที่ใช้เก็บของกันได้

กัปตัน

 

ว่าไงพี่ รอดตายแล้วนะรู้ยัง แฟนพี่อะเค้ามาปล่อยพวกเรา

 

แกยิงธนูเป็นไหม

 

ฮะ?” มาถามอะไรเอาตอนนี้วะ

 

ผมทั้งงงทั้งมึนกับคำถามของไอ้สัตวแพทย์รุ่นพี่ เลยประคองเขาออกมาจากปราสาทก่อนเผื่อว่าเขาอาจจะละเมอถามอะไรเพราะฤทธิ์ยา

 

ฉันถามว่าแกยิงธนูเป็นไหมพี่ถามเสียงยานคาง

ก็เป็นดิ นอกจากถ่ายภาพก็มีแต่ธนูดิบ ที่ผมเคยลงแข่ง ได้ถ้วยด้วยนะเว้ย อย่าพูดไปฮี่ๆ ได้ทีขออวดหน่อยครับ

 

ต้องรีบอวดตอนนี้ เพราะผมไม่รู้ว่าจะมีชีวิตเหลืออีกกี่นาที จะพอได้รอดไปคุยกันในวันพรุ่งนี้รึเปล่า

พี่เงิน

 

“..........”

 

ขอบคุณนะพี่ พี่เป็นรุ่นพี่ที่โคตรเจ๋งอะ พาผมมาเจอแวมไพร์ มาเจอม้ายูนิคอร์น แถมยังพาผมมาเกือบตายอีก แม่งโคตรเจ๋งเลย

 

นี่มึงด่ากูป้ะเนี่ยเขาถามเสียงดุ

 

ผมส่ายหัวยิก เปล่าหรอก ผมมองว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ พี่ลองคิดดู ใครในโลกนี้แม่งจะซวยเท่าเราบ้าง ไม่มี๊! หาแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว จริงป้ะพี่ผมตบไหล่แกยิกๆ ในขณะที่ประคองแกออกมาจากคฤหาสน์หลังนี้ได้สำเร็จ มองไปไกลๆ เห็นรถจอดอยู่ 4 คัน ซึ่ง 1 ในนั้นผมจำได้ว่าเป็นรถคันที่คุณออกัสใช้ขับไปรับผมที่สนามบินวันนั้น

 

เอาล่ะฮะ เรารออยู่ในรถนี่แหละ เดี๋ยวในบ้านเค้าคงจัดการกันเอง แฟนพี่สั่งห้ามไม่ให้ผมเข้าไป เพราะเค้าบอกว่าเป้าหายของทุกคนมาช่วยผม ผมต้องปลอดภัยเท่านั้นผมพูด

 

พูดแล้วเศร้าว่ะแม่ง

เห็นยิ้มๆ แบบนี้ ใช่ว่าจะมีความสุขนะครับ ผมเป็นห่วงคนข้างในทุกคน แต่จะทำอะไรได้ในเมื่อไวท์ตัดสินใจแล้ว ผมมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ขนาดน้องชายเขายังขัดไม่ได้ แล้วมนุษย์ธรรมดาอย่างผมจะไปมีสิทธิ์มีเสียงอะไร

กลับเข้าไป

 

ฮะ?!” อะไรของพี่เนี่ย

กลับเข้าไปข้างใน ติช่าจะฆ่าไวท์วันนี้แน่ ในห้องเก็บของ ข้างตู้ลิฟต์มีธนูวางอยู่ พี่ลืมเอาไว้ กลับไปเอาธนู แล้วช่วยทุกคนออกมาให้ได้ ถึงเวลาที่แกต้องช่วยไวท์บ้างแล้ว

 

ผมอยากจะแหกปากให้ลั่น คนนั้นสั่งอย่างนึง คนนี้ก็มาสั่งอีกอย่างนึง ใจผมน่ะอยากไปช่วยไวท์เต็มที่ แต่ก็อย่างว่า ผมเป็นมนุษย์ ส่วนข้างในนั้นแวมไพร์กับพวกล่าแวมไพร์ แล้วลำพังแค่ธนูธรรมดาจะไปช่วยอะไรได้ จะระคายผิวพวกมันรึเปล่าก็ไม่รู้

ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน เป้าหมายของพวกนั้นไม่ได้ต้องการฆ่าฉันหรอก

 

แต่มันจับพี่ไปต่อรองกับคุณกัสได้นะ พี่อยู่คนเดียวจะดีเหรอ ยิ่งสะลึมสะลืออยู่ด้วย

 

บอกให้ไปก็ไปซิ! แกจะมัวลังเลอะไรวะ!

 

โดนด่าอีกละกู

อ่า เค ไปก็ไป ธนูอยู่ที่ห้องใต้บันไดข้างลิฟต์นะพี่นะผมย้ำอีกครั้ง

พี่เงินพยักหน้า เป็นสัญญาณให้ผมรีบเข้าไปในคฤหาสน์สักที

 

ลูกธนูที่พี่เงินบอก มีสีดำครึ่งด้าม และดูลักษณะที่ปลายยอดมียางเหนียวยืดๆ ถ้าผมเดาไม่ผิด ลูกดอกนี่มียาพิษแน่ๆ และเท่าที่เคยอ่านมา คงเป็นพิษของยางน่องเครือ ยางพิษจากต้นไม้ที่มีฤทธิ์ต่อระบบการทำงานของหัวใจ หรืออาจผสมพิษจากสัตว์ชนิดอื่น เช่น คางคก หรืองูเห่า เพื่อให้ออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น และยางพิษจากธรรมชาติพวกนี้ ก็เป็นสิ่งที่คนป่านิยมนำมาทาลูกดอกเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ ผมมั่นใจเหลือเกินว่ามันจะต้องเป็นพิษชนิดเดียวกัน

 

ฟันธง!

เสือกหนักอีกผมแบกกระบอกลูกธนูขึ้นสะพายหลัง แล้วหยิบคันธนูอันเบ้อเร่อมาถือไว้ ก่อนจะเดินมาตามทางบันไดขึ้นมาชั้น 2 ที่ผมได้ยินเสียงข้าวของแตกกระจายอยู่บนนี้

 

ภาพเบื้องหน้าของผม คือไวท์เวเรี่ยนที่มีดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่กำลังโกรธจัด ลมพายุหมุนพัดข้าวของตกแตกกระจาย กำลังประจันหน้ากับติช่าในชุดสีดำ ข้างๆ กันนั้นมีคุณออกัสนอนสลบอยู่

 

มุมปากของเขามีเลือดและรอยช้ำ ถ้าพี่เงินมาเห็นล่ะก็ เป็นเรื่องแน่ๆ

 

ผมรีบหลบเข้ามุม เพื่อหาจังหวะยิงธนูออกไปให้โดนเธอแบบไม่พลาดสักเป้า แต่คงยากหน่อย เพราะเธอกับไวท์เล่นเดินวนกันอยู่ตลอดเวลายังกะหนังอินเดีย

หมดเวลาแล้วนะคะไวท์

จะเอายังไงก็ว่ามาสองคนนั้นยืนคุยกัน

 

ในมือคุณติช่ามีลิ่มสีเงินสำหรับใช้ตอกหัวใจแวมไพร์อยู่ ส่วนไวท์เวเรี่ยน เขามีเขี้ยวงอกออกมายาวและน่ากลัว ผมเพิ่งเคยเห็นเขาในลักษณะนี้เป็นครั้งแรก ยอมรับว่าน่าสยดสยองอยู่ไม่น้อย (แต่ก็ยังน่ารักสำหรับผมอยู่ดี)

เหรอ?

 

แต่ถ้าให้อยู่กับเขาแบบนี้ไปตลอดก็ไม่ไหวนะ ผมกลัว

ยอมแพ้ซะ ทุกอย่างก็จบ แล้วช่าจะปล่อยเด็กสองคนนั้นไป

 

น้ำเงินกับกัปตันเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย อย่าเอาเขามายุ่งเรื่องนี้!

ห่วงพวกมันจังเลยนะคะ!

แน่นอน เขาเป็นคนรักของฉัน!

หัวใจของผมกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำคำนั้น

 

ไวท์เวเรี่ยนบอกว่าผมเป็นคนรักของเขางั้นเหรอ

เหรอคะติช่ากัดฟันแน่น เพิ่งรู้นะคะ ว่าไวท์ใจง่ายขนาดนี้

 

ลิ่มในมือของเธอสะท้อนแสงวาววับ ผมรู้สึกกลัวแทนไวท์จับใจ เพียงแค่ติช่ากดปลายลิ่มลงไปที่หัวใจของเขาเท่านั้น เขาก็จะตายทันที

 

อิจฉากัปตันเหรอ โทษทีนะ เธอหมดโอกาสนั้นแล้วล่ะ

หึหึผู้หญิงคนนั้นหัวเราะ ฮ่าๆๆ โอกาสของติช่ามาเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะไวท์ ฆ่าไวท์แล้วตามไปฆ่าพวกมันทีหลังยังได้เลย

 

ไม่มีทาง!ไวท์เวเรี่ยนสะบัดผ้าคลุมบัดเศษกระจกพุ่งเข้าใส่เธออย่างจัง แต่แม่เสือสาวคนนั้นก็เสือกหลบได้

เธอกำลังยั่วให้ไวท์โกรธ แล้วไอ้หมอนั่นก็เป็นคนโกรธง่ายซะด้วย

 

ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ไวท์จะต้องพลาดเพราะขาดสติแน่ๆ

เธอกระชับลิ่มในมือแน่น เหมือนกับผมที่ค่อยๆ หยิบลูกธนูขึ้นมาประทับบ่าเช่นกัน

ไม่อยากคุยแล้วค่ะ เสียเวลา

ลมพัดวูบอย่างแรงเข้าตาผมอีกครั้ง ฝุ่นลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ คนของทั้งสองฝ่ายต่างยืนดูเชิงซึ่งกันและกัน รอให้เจ้านายเป็นคนลงมือ ประหนึ่งการทำยุทธหัตถี แต่ผมไม่เข้าใจว่าคุณออกัสไปพลาดท่าตอนไหน ถึงได้นอนสลบอยู่ตรงนั้นได้

 

หรือจะเป็นเพราะตอนที่ลงไปปล่อยผมกับพี่เงิน พวกแวมไพร์นี่เขาเมายาสลบกันป้ะวะ

 

ฉึก!

 

ดอกแรกไวท์พลาด ผมหลับตาลงมองพื้น และควบคุมสติตัวเองไม่ให้มือสั่น เดี๋ยวถ้าพลาดยิงโดนคนฝ่ายเราแล้วจะแย่ ติช่าเป็นฝ่ายบุกก่อน และปลายลิ่มเฉือนต้นแขนไวท์เข้าเต็มๆ

 

เขาหลบได้ แต่แผลนั้นก็ลึกอยู่ไม่น้อย

หึไวท์หัวเราะในลำคอ และพุ่งเข้าไปล็อคตัวติช่าเอาไว้ ลิ่มที่อยู่ในมือกำลังจะถูกบิดให้หลุดออกจากมือ แต่ติช่าหมุนตัวกลับมาได้ และเงื้อลิ่มลงไปเตรียมแทงที่หัวใจ

 

ไวท์สะบัดข้อมือตบติช่าจนหน้าหัน

 

เลือดซิบออกที่มุมปาก ทำให้เธอโกรธหนักกว่าเดิม

ผมยกธนูขึ้นประทับบ่าอีกครั้ง และเล็งไปที่ติช่า

ตายไปซะไวท์! โลกของเราไม่ควรมีแวมไพร์อยู่บนนี้

 

ใครตัดสินล่ะไวท์โต้กลับ

ผมเล็งลำบากมากทีเดียว เพราะเขาสองคนไม่อยู่นิ่งกันเลย อีกทั้งกระแสลมที่พัดมาไม่หยุดแถมแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้ลูกธนูเปลี่ยนทิศทางได้

 

โคมไฟแชนเดอเลียที่ห้อยต่องแต่งกำลังจะตกใส่หัวไวท์อยู่รอมร่อ เขามัวแต่ยื้อยุดระวังลิ่มที่เกือบทิ่มเข้าหัวใจ จนลืมดูเพดานไปเสียสนิท

 

.

โครม!

โอ๊ย!และในที่สุด แชนเดอเลียก็ตกลงมาใส่หัวไวท์จนได้ เขาเลือดออกไหลเป็นทางยาวลงมาที่คิ้ว เป็นโอกาสให้ติช่าได้จังหวะผลักไวท์ให้ล้มลงก่อนจะตามไปนั่งคร่อม

ลาก่อนนะคะไวท์ เจอกันชาติหน้า

 

นี่คงจะเป็นจังหวะดีที่สุดภายในเวลาไม่กี่วินาทีที่เธออยู่นิ่ง ที่ผมจะสามารถปล่อยลูกธนูไปให้โดนตัวเธอได้อย่างมีเปอร์เซนต์โดนที่สุด ถ้าลูกธนูดอกนี้ของผมพลาด นั่นก็หมายถึงชีวิตของไวท์ด้วย

 

ผมจะพลาดไม่ได้

ในการต่อสู้ ผมไม่รู้หรอกว่าคำว่าผิดถูกคืออะไร แต่ผมคิดอยู่แค่อย่างเดียวคือทำยังไงก็ได้ให้ไวท์มีชีวิตรอด แม้ว่าจะต้องลอบยิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายไม่ควรทำกับผู้หญิงก็ตาม

 

คุณออกัสลืมตาตื่นขึ้นมาสบตาเข้ากับผมพอดี เขาพยายามลุกขึ้นแล้วส่ายหัวให้กับผมเหมือนเป็นเขิงห้ามไม่ให้ทำอะไรบางอย่าง แต่สายไปแล้วครับ ผมกำลังจะปล่อยสายธนูภายในสองวินาทีนี้แล้ว

 

ฉึก!

กรี๊ดดดด!ลูกธนูของผมพลาดเป้า ไปโดนแขนของเธอแทน ทั้งๆ ที่ผมเล็งเป้าไว้กลางหัวแท้ๆ แต่ก็ยังดีที่ยังยิงโดน เป็นโอกาสให้ไวท์สามารถพลิกตัวกลับขึ้นมาได้ และคุณออกัสก็วิ่งพรวดมาหาและเอามือปิดตาผม

 

อย่ามอง!

ผมเลยไม่ทันได้เห็นว่าหลังจากไวท์พลิกขึ้นมาเป็นฝ่ายรุกแล้วเขาทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่เสียงหวีดร้องอย่างทรมานพร้อมกับสายเลือดที่กระเด็นไปทั่วพื้นบริเวณทำให้ผมพอจะเดาอะไรออกได้ไม่ยากนัก หยดเลือดเต็มพื้น ก่อนที่เสียงกรีดร้องจะแน่นิ่งไป

 

คุณออกัสหมุนตัวผมหนีไปทางอื่น

ทีนี้พวกนาย...ไวท์หอบ เลือกเอาว่าจะหนีไป หรือจะตายพร้อมกับติช่าที่นี่

 

ไวท์คงจะถามพวกสมุนของนักล่าแวมไพร์เหมือนกัน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันหมดคือ ยอมตายอยู่ด้วยกันที่นี่ ซึ่งเป็นคำตอบที่เด็ดเดี่ยวมากจริงๆ

ทั้งๆ ที่ไวท์ให้โอกาสพวกเขาหนีไปแล้วแท้ๆ

 

อาเธอร์ จัดการด้วยเขาสั่ง

 

สิ้นเสียงคำสั่ง ออกัสก็เอามือที่ปิดตาผมออก และแขนผมก็ถูกกระชากอย่างแรงโดยคุณไวท์เวเรี่ยนคนเดิม เพิ่มเติมคือความโกรธมาก

ใครสั่งให้นายกลับเข้ามา หา!!!

 

เอ้า พี่เงินเค้าห่วงคุณออกัส เลยให้กูกลับมาช่วย

นี่ไม่ได้ห่วงฉันเลยใช่ไหมเขาบ่น

เออผมตอบ

 

นายรู้ไหมว่ามันอันตราย จะเสือกกลับมาอีกทำไม ทำไมไม่ขับรถกลับบ้านไป กลับไทยไปเลยก็ได้ โง่รึเปล่า

มึงสิโง่!!!ผมตวาดกลับบ้าง

กูก็กลับมาช่วยมึงไง มึงคิดว่ากูเป็นคนที่ชอบหนีเอาตัวรอดคนเดียวงั้นเหรอ หนีไปทั้งๆ ที่มึงเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงช่วยกูเนี่ยนะ ไอ้เหี้ย ฮึกก ก มึงจะดูถูกกูเกินไปแล้วนะ!

โมโหไรเนี่ยไวท์เสียงอ่อนลง

เขาเลื่อนมือจากลากต้นแขน มากุมมือผมไว้แทน ฉันแค่เป็นห่วง

ไม่ต้องมายุ่งกะกู จะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป ฮึกกแม่ง โมโห!

ทำอะไรก็ไม่ได้ ร้องไห้แม่งเลย

 

กัปตันไอ้แวมไพร์ยังเดินลากแขนที่มีแผลตามผมมาติดๆ รอยเลือดหยดเป็นทางจนกระทั่งเรามาถึงรถ

พี่เงินได้สติดีแล้ว ยืนคอยพวกเราอย่างใจจดจ่อ ผมว่าแล้วว่าคุณต้องมีแผล

 

อืมไวท์ตอบ

พี่เงินวิ่งไปที่หลังรถ หยิบกล่องปฐมพยาบาลมาแล้วรีบเย็บแผลสดให้ไวท์ทันที

ยาชาไม่มีนะครับ เราต้องเย็บสด

เอาเถอะ ฉันคงไม่เจ็บไปมากกว่านี้แล้วล่ะเขาตอบ

ผมรีบหันหน้าไปทางอื่น มองขึ้นไปบนคฤหาสน์ ได้ยินเสียงคนกรีดร้องอย่างโหยหวนไม่ต่างจากเสียงคุณติช่า แล้วก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าไวท์ทำอะไรเธอ

ฆ่าเขาตอบความคิดผม

ติช่าตายแล้ว ฉันจำเป็น เพราะถ้าไม่ทำ เธอก็จะฆ่าพวกเรา เป็นไงล่ะ ฉันคงจะดูโหดร้ายสมใจนายแล้วสินะเสียงทุ้มพึมพำ

ผมยอมรับนะว่ากลัว ไวท์เป็นบุคคลที่น่ากลัวจริงๆ ด้วย แต่ให้ทำไงได้ล่ะ เผลอไปรักมันซะแล้วนี่

ไอ้คุณแวมไพร์หันมายิ้มให้ผม อารมณ์มันเปลี่ยนทันที นายรักฉันจริงๆ เหรอ

เวรของกู ลืมไปว่ามันได้ยินเสียงความคิดของผมหมด

เออ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่หว่า

 

 

 

 - - - - - โปรดติดตามตอนต่อไป - - - - -

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น