Akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาค 2 : บทที่ 6 เรื่องบนรถ

ชื่อตอน : ภาค 2 : บทที่ 6 เรื่องบนรถ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 64.7k

ความคิดเห็น : 147

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2559 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 2 : บทที่ 6 เรื่องบนรถ
แบบอักษร

6

เรื่องบนรถ

 

        วิรุจน์ไม่เคยคิดว่าพอลจะเป็นคนแบบนี้ ชายหนุ่มเม้มปากแน่น เขาหายใจแรง มองชายหนุ่มที่เข้าไปอยู่ในรถแล้ว

          “คิดจะทำอะไรของนาย”

          พอลมองคนถาม วิรุจน์ยังยืนอยู่ข้างนอกรถ มือวางทับกระจกรถที่เลื่อนลง ราวกับไม่ต้องการให้พอลเลื่อนกระจกขึ้น

          “ก็อย่างที่บอก”

          “นายนี่มันคุยไม่รู้เรื่องจริงๆเลยนะ”

          ท่าทางไม่รู้สึกรู้สาอะไรของพอล ยิ่งกระตุ้นให้วิรุจน์ไม่พอใจ เขาพรูลมหายใจอย่างเซ็งจัด แล้วเอ่ยขึ้น

          “แล้วจะเอายังไง”

          “ถ้าอยากคุยต่อ ก็ขึ้นรถสิ”

          “นายคิดจะพาฉันไปสถานที่แปลกๆหรือเปล่าเนี่ย”

          วิรุจน์หรี่ตา มองเจ้าของรถที่ไม่แสดงท่าทีอะไร  พอลเบือนหน้าหนี แล้วทำท่าจะขับรถออกไป วิรุจน์รีบวิ่งไปขึ้นรถอีกฝั่ง

          ปัง!

          เขาปิดประตูรถอย่างแรง หันไปจ้องมองพอลอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก จังหวะการหายใจที่ไม่สม่ำเสมอและดูรุนแรง บอกถึงสภาวะทางอารมณ์ของวิรุจน์ได้เป็นอย่างดี

          “เฮ้อ ฉันไม่อยากจะต้องหงุดหงิดเพราะนาย”

          “

          พอลเงียบ เขาไม่ได้ตอบกลับ วิรุจน์หายใจแรงขึ้น ราวกับเหนื่อยหน่าย

          “นายจะพาฉันไปไหน”

          “ฉันจะกลับบ้าน”

          “แล้วฉันล่ะ!

          “ไม่ใช่เรื่องของฉัน”

          คนขับรถ ขับต่อไปอย่างไม่ใส่ใจคนที่นั่งอยู่เบาะหน้า วิรุจน์กรอกตาไปมา เขายกแขนกอดอก เหลือบตามองพอล

          “พอล

          “...

          “ฉันว่าเราควรจะคุยให้รู้เรื่อง นายจะเอายังไงกันแน่”

          “ก็ไม่เอายังไง”

          “อย่ากวนกันน่า เราสองคนก็โตๆกันแล้วนะ”

          “แล้วนายคิดจะทำยังไงล่ะ”

          พอลหันมามอง ในขณะที่รถหยุดจอดตรงไฟแดง ได้ครู่ใหญ่

          “ฉันอยากให้มันจบ แล้วก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับนายอีก”

          “แต่ฉันยังไม่อยากจบ”

          สิ้นประโยค พอลก็เหยียบคันเร่งแทบจะมิด วิรุจน์ไม่ได้กลัวความเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นสิ่งอันตรายที่ไม่ควรทำ

          “เล่นบ้าอะไรเนี่ย”

          เขาโล่งใจขึ้นมา เมื่อพอลลดความเร็วลง ก่อนจะเลี้ยวรถหยุดจอดข้างทาง ชายหนุ่มเหลือบตามองวิรุจน์

          “คิดว่าฉันต้องเสียอะไรบ้าง เพื่อช่วยพี่ชายนาย”

          “โอเค นายเสียสละ นายเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยพี่ชายฉัน ฉันมันเอาแต่ใจ นิสัยไม่ดี อยากจบเรื่องวุ่นวายกับนายเสียที”

          “อย่ามาประชด”

          “โถ่ คุณชายพอล ฉันรู้ว่านายก็เกลียดฉันน่ะ แล้วทำไมคนเกลียดกันต้องอยู่ใกล้ๆกันด้วย นายไม่คิดแบบนั้นเหรอ”

          เหตุผลต่างๆ ถูกยกขึ้นมาอ้าง แต่พอลก็ยังไม่พูดอะไรออกมา

          “การได้ปั่นหัวนายเล่นแบบนี้ มันก็สนุกดีอยู่แล้ว”

          “!!!

          เพียงครู่เดียว ดวงตาของวิรุจน์ก็ฉายแววแห่งความโกรธเคือง พอลกระตุกยิ้ม แล้วขับรถต่อด้วยท่าทีที่สบายๆ  แตกต่างจากคนที่นั่งข้างๆ ที่เริ่มคิดอะไรบางอย่างออก

          ฝ่ามือสวยเคลื่อนที่ไปสัมผัสกับที่ต้นขาแข็งแรงของพอล  กายสูงยังคงนิ่งเฉย เขาไม่โต้ตอบ  เขายังขับรถต่อไป ทำราวกับวิรุจน์เป็นเพียงอากาศที่อยู่รอบๆก็เท่านั้น แต่นั่นก็ยิ่งทำให้วิรุจน์รุกหนักเข้าไปอีก

          ไม่ได้พิศวาส เขาก็แค่อยากเอาคืน

          แรงสัมผัสเริ่มเข้ามาใกล้ใจกลางลำตัวมากขึ้น วิรุจน์หยุดมือที่เป้ากางเกงที่พอลใส่ ก่อนจะกดคลึงด้วยอุ้งมือร้อนผ่าว พอลหรี่ตาลงเล็กน้อย

          “นี่จริงๆแล้ว นายน่ะ ชอบฉันใช่ไหมล่ะ”

          ชายหนุ่มเคลื่อนกายไปกระซิบถามเสียงกระเส่าข้างใบหู ก่อนจะแลบลิ้นเลียที่ติ่งหู แล้วใช้ริมฝีปากขบเม้ม

          “นายถึงไม่ยอมจบเรื่องของเราสักที”

          วิรุจน์ยังคงเดินหน้ากลั่นแกล้งพอลต่อไป เขาก็อยากรู้ว่าพอลจะทนได้สักเท่าไหร่ แต่ท่าทีนิ่งสงบ ก็ไม่ได้ทำให้วิรุจน์คิดจะหยุด เขาผละหน้าออกห่างจากใบหน้าของพอล

          “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่านายจะทนได้แค่ไหน”

          รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อ วิรุจน์เคลื่อนกาย มุดศีรษะไปใต้แขนแกร่ง จนใบหน้านั้นไปหยุดอยู่ช่วงระหว่างขาของพอล  น่าแปลกที่พอลยังคงนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้ แต่วิรุจน์ไม่รู้หรอกว่า ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น กำลังซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

          แม้พอลจะดูเหมือนไม่สนใจ แต่วิรุจน์ก็สัมผัสได้ ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ สิ่งใหญ่โตเห็นชัดเจนเมื่อเขาเริ่มปลดกางเกง เผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ ทั้งขนาด และความยาว มันกำลังอวดอำนาจ ถึงแม้จะภายใต้ชั้นในสีขาวก็ตามที

          “คิดจะทำอะไร”

          ในที่สุด พอลก็พูดออกมา นั้นทำให้วิรุจน์ยิ้มออก เขาไล้นิ้วไปตามแนวนูนของเป้ากางเกง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นครอบครองอย่างเต็มมือ  กดแล้วบดขยี้ให้คุณชายน้อยได้ตื่นจากนิทรา

          “ก็คิดเอาเองสิ”

          เขายียวน แล้วเปลี่ยนมาเป็นใช้ริมฝีปากพรมจูบไปตามชั้นใน จนมันเปียกชื้น อ้าปากงับไปตามรอยแนวของแท่งเนื้อที่ซ่อนอยู่ ก่อนจะดึงชั้นในนั้นลง จนเผยให้เห็นความเป็นชายที่แสนใหญ่โต

          รถยนต์ยังคงเคลื่อนที่ต่อไปอย่างราบรื่น จนวิรุจน์รู้สึกหมั่นไส้ การกระทำเรื่องลามกในขณะที่กำลังขับรถ นอกจากมันจะน่าอับอาย แล้วยังเป็นเรื่องที่แสนอันตราย แต่ถึงกระนั้น วิรุจน์ก็ไม่คิดจะถอย ในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง เขาก็คงต้องเอาคืนโดยการทำให้พอลสติแตก แล้วก็รู้สึกแย่สุดๆ

          “นี่ของนายมันจะตื่นแล้วนะ”

          ปลายนิ้วเคลื่อนไล้ไปตามแนวความยาว วิรุจน์เหลือบตามองพอล แต่อีกฝ่ายก็คงยังนิ่งเฉย

          “ความอดทนของนายมันจะมีได้สักแค่ไหนกันเชียว”

          แม้สิ่งที่กำลังทำต่อไป เหมือนทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย แต่วิรุจน์ก็สู้ไม่ถอย เขาตัดสินใจ ใช้ปากตัวเองปรนเปรอสวนสำคัญที่แสนน่ากลัว แม้จะพยายามกลืนกินไปสุดความยาว แค่ปากของเขาก็ยังครอบครองได้ไม่หมด

          เสียงสวบสาบดังขึ้น เพราะศีรษะของเขาขยับขึ้นลงอย่างไม่เร็วมากนัก วิรุจน์พยายามเน้นปลุกเร้าที่บริเวณส่วนหัว เพราะเป็นจุดที่รวมความรู้สึกเอาไว้ ปลายลิ้นรัวละเลงไปตามรอยแยก ก่อนจะออกแรงดูดอย่างแรง

          “อึก”

          เขาได้ยินเสียงในลำคอของพอล สิ่งที่หลับใหล กำลังตื่นขึ้น  วิรุจน์ได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ เขาจะทำให้พอลตื่นตัว แล้วผละหนี เพื่อกลั่นแกล้ง

          “อื้อ!!

          แต่เหมือนแผนทุกอย่างที่กำลังไปได้ดี เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่วิรุจน์กำลังจะถอนริมฝีปากออก มือแข็งแกร่งที่ไม่แม้แต่จะสัมผัสเขาเลยทั้งแต่เขาเริ่มปลุกเร้า กลับกดลงมาที่ศีรษะของเขาอย่างแรง จนส่วนปลายของแท่งเนื้อแทบจะชนกับคอหอย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

          ความอึดอัดเกิดขึ้นในทันที แม้จะพยายามฝืนยกศีรษะขึ้น แต่วิรุจน์ก็สู้แรงพอลไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่พอช่วยเขาได้ คือมือทั้งสอง ที่เปลี่ยนมาจับแขนของพอลให้ขยับออก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น แรงของพอลก็ไม่ต่างกับช้างสาร ที่เขาพยายามออกแรงสู้เท่าไหร่ก็สู้กลับไม่ได้เลยสักนิด

          “หึ”

          เสียงหัวเราะที่น่ากลัวในลำคอดังขึ้น ความรู้สึกถึงอันตรายเริ่มก่อตัว เมื่อพอลเปลี่ยนเป้าหมายเป็นกระชากผมนิ่ม แล้วจับให้ศีรษะของวิรุจน์ขยับขึ้นลงตามแรงที่เขาบังคับ

          “อื้อ อื้อ”

          ในเมื่อใช้แรงจับมือของพอลออกไม่ได้ วิรุจน์จึงยกมือทุบตีพอลไม่หยุดหย่อน ตอนนี้เขาหายใจไม่ออก เพราะมีบางอย่างมาอุดปากเขาจนเต็มพื้นที่ไปหมด เขาปวดกราม และยังเจ็บปาก

          “อื้อ!!!

          แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น รถยนต์ก็คงขับเคลื่อนต่อได้อย่างปกติ แม้พอลจะขับรถเพียงแค่มือเดียวก็ตาม ในขณะที่วิรุจน์ทุรนทุราย

          “อ่า

          เสียงครางต่ำดังในลำคอ พร้อมกับสายธารที่พุ่งเข้าไปในโพรงปากร้อน วิรุจน์ตัวเกร็ง เขาพยายามจะถอนตัวออกห่าง เพราะอยากคายสิ่งที่อยู่ในปากทิ้ง แต่เสียงทุ้มก็ดังขึ้น

          “กลืนลงไปซะ”

          “

          พอลรับรู้ถึงการต่อต้าน เขาจึงออกแรงกดศีรษะของวิรุจน์ให้ต่ำลงไปมากขึ้น จนชายหนุ่มเผลอกลืนลงคอไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

          รถยนต์เลี้ยวเข้าข้างทาง ก่อนที่จะหยุดจอด อย่างกะทันหัน ทำให้วิรุจน์สะดุ้ง สำลักน้ำขาวขุ่นที่อยู่ในปาก

          “แคกๆๆๆ”

          พอลยอมปล่อยให้เจ้าคนจอมดื้อ เป็นอิสระ  วิรุจน์ขยับกายจะถอยออก เขารู้สึกเจ็บใจ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไร ร่างสูงใหญ่ก็พลิกขึ้นมาอยู่เหนือเขาเสียแล้ว

          “นะ นายจะทำอะไร”

          “แล้วนายคิดว่าอะไรล่ะ”

          น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความน่าสงสัย ทำให้วิรุจน์เริ่มใจคอไม่ดี วันนี้เขากับพอลมีเซ็กส์กันไปไม่รู้กี่ครั้ง

          “นายคงจะไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นใช่ไหม”

          คนถามได้แต่ถามเสียงติดขัด พอลคลี่ยิ้มเหมือนคนใจดี แต่แววตาไม่เป็นอย่างนั้น เขาก้มลงมากระซิบข้างหู

          “แล้วถ้าใช่ล่ะ

          “นายจะบ้าหรือไง นี่มันบนรถนะ!

          “แล้วคนบ้าที่ไหนนะ มาอมของฉันของบนรถ ก็นายไม่ใช่หรือไง”

          เรื่องนี้คงต้องสอนให้รู้ว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวเสียแล้ว วิรุจน์ไม่คิดว่าพอลจะตอบโต้แบบนี้ ไม่คิดว่าพอลจะกล้าทำเรื่องอย่างว่าในรถตัวเอง

          “เฮ้ย!

          ทุกอย่างเกิดรวดเร็วจนเขาตกใจ เพราะพอลใช้แรงที่มีกระชากกางเกงเขาออก พร้อมกับปรับเบาะให้เอนนอนลง

          “นายก็ปล่อยไปแล้วนี่!

          “ก็ใช่”

          “ถ้าใช่ ก็ปล่อยฉันสิ!

          คนเก่งในตอนแรกเริ่มหมดทางสู้ เขามองซ้ายมองขวา เพราะเขามัวแต่ออรัลเซ็กส์ให้กับพอล ถึงไม่ได้รู้ว่าพอลไม่ได้ขับรถกลับบ้าน แต่บริเวณที่เขาอยู่เป็นทางเปลี่ยว มืดสนิท ไม่มีแม้แต่รถวิ่งสักคัน

          “นี่มันในรถ ฉันไม่อยากมีเซ็กส์กับนายในนี้หรอกนะ”

          “นั่นก็เรื่องของนาย”

          วิรุจน์ขยับมือจะเปิดประตูรถ แต่ก็พบว่ามันล็อกอัตโนมัติ พอลเหยียดยิ้ม ทางเดียวที่วิรุจน์จะออกไปได้ คงต้องเคลื่อนตัวไปกดปุ่มตรงส่วนคนขับรถ แต่สติทุกอย่างก็เหมือนจะหลุดหาย เมื่อฝ่ามือร้อนจับกุมที่ส่วนสำคัญของตัวเอง

          “อึก!

          “โผล่ออกมาสิ หูกับหางของนาย”

          “ไม่!

          “อ๊ะ อื้อ”

          “ฉันรู้หรอกน่า ว่านายรู้สึกดี”

          คนเหนือกว่าคือพอล เขาขยับมืออย่างรุนแรง วิรุจน์รู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เขากำลังรู้สึกเสียวซ่านจนพูดไม่ออก ยกมือดันอกกว้างให้ออกห่าง ทั้งร่างกำลังสั่นระริกราวกับอยู่ในที่หนาวเย็น

          “อะ อ๊า ยะ หยุดสักที”

          “ต้องการแบบนั้นจริงๆเหรอ”

          คนที่ดูสนุกเหมือนว่าจะเป็นพอล ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย กลับซ่อนความคิดร้ายกาจเอาไว้ สะโพกเล็กถูกดันขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นช่องทางเล็กที่บอบช้ำเพราะกำศึกรบมาหลายครั้งในวันนี้

          “คงเข้าไปได้ง่ายๆเลยสินะ”

          “อ่ามะ ไม่เอา”

          “สัตว์เลี้ยงที่ดื้อด้าน มันต้องถูกสั่งสอน”

          “อ๊า!!!

          ไม่มีการเล้าโลมใดๆ พอลแทรกเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกับวิรุจน์ เขาผวากอดแขนของพอลเอาไว้แน่น เพราะบาดแผลที่ด้านหลังยังคงอยู่ ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา

          “รัดแน่นจริงๆ”

          คำพูดของพอล ทำให้คนฟังอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เล็บแหลมคมเริ่มงอกขึ้นมา เขาจิกลงที่ต้นแขนแกร่ง

          “รีบทำให้มันเสร็จๆสิ!

          “ต้องการขนาดนั้นเชียว”

          “ฉันอยากอยู่ห่างๆจากตัวนายต่างหาก!

          “แต่ตอนนี้ ก็ใกล้ชิด จนนายไปไหนไม่ได้”

          “ไอ้บ้า”

          เขาได้แต่กัดฟันด่า แต่พอลก็ไม่สนใจ เริ่มขยับสะโพก วิรุจน์ก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมพอลถึงได้แข็งตัวได้ง่ายๆ ทั้งๆที่เขาไม่ได้ปลุกเร้าอะไรอีก หลังจากที่อีกฝ่ายปลดปล่อยใส่ปากเขา

          วิรุจน์ตวัดแขนโอบกอดคอของพอล แล้วแสยะยิ้ม

          “นายรักฉันใช่ไหม”

          ทุกอย่างเกินที่วิรุจน์คาดการไว้ เพราะพอลหยุดชะงัก เขาคิดว่าพอล คงทำท่าทางเย็นชา ไม่ก็พูดใส่เขาอย่างไม่พอใจ ไม่ก็คงหงุดหงิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือพอลเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ภายใต้ดวงตาเย็นชา วิรุจน์เดาไม่ออกว่าพอลคิดอะไร จนกระทั่งริมฝีปากนั้นเอื้อนเอ่ย

          “แล้วถ้าใช่ล่ะนายจะทำยังไง”

          กลายเป็นว่าคนที่อึ้ง และไปต่อไม่ถูกคือวิรุจน์เสียเอง ร่างกายของเขาเหมือนไม่ปกติ ใจของเขาเต้นแรงขึ้นมา

          “อะไรกันรัดแน่นกว่าเดิมซะอีก”

          พอลหัวเราะในลำคอ เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว แล้วขยับสะโพกสวนใส่ความเป็นชายอย่างรุนแรงและเร่าร้อน วิรุจน์สติแตกกระเจิง หูและหางเสืองอกออกมา เขาไม่สามารถคิดอะไรออก นอกจากปล่อยเสียงคราง

          “อะ อ๊ะ อื้อ มะ ไม่ไหว”

          “งั้นก็ทำเองเลยดีไหม”

          ทั้งร่างถูกรั้งมาโอบกอด ขาเรียวยาวกอดตวัดเอวสอบ พอลพลิกตัวไปนอนบนเบาะแทนโดยที่ช่วงล่างยังเชื่อมต่อกันอยู่  คนที่อยู่ด้านบนคือวิรุจน์ ใบหน้านั้นแดงซ่าน ดวงตาปรือปรอย ราวกับตกอยู่ในห้วงอารมณ์ไปเสียแล้ว

          “เอาสิ”

          ราวกับเป็นคำสั่ง แต่วิรุจน์ก็ไม่สนใจ ในเมื่ออารมณ์เขามาขนาดนี้ เขาก้มลงไปจูบกับพอล ในขณะที่สะโพกก็ขยับขึ้นลงเพื่อปลดปล่อยความอึดอัด มือเขาเลื่อนจะมาจับของตัวเอง แต่พอลก็จับมือทั้งสองเอาไว้

          “นายควรจะเสร็จ โดยไม่ต้องใช้มือ”

          “คิดว่าทำกับนายแล้วฉันจะรู้สึกดีขนาดนั้นเลยหรือไง”

          “ก็ลองดู”

          พอลปล่อยมือ เขาปรับเบาะให้ตั้งตรง แผ่นหลังติดกับเบาะ วิรุจน์โอบกอดคอแกร่งเอาไว้แทนแล้วเริ่มขยับสะโพกขึ้นลง โดยที่เขาไม่ได้ใช้มือช่วยน้องชายของตัวเอง พอลเลื่อนมือไปรูดที่โคนหาง ก่อนจะบีบเค้นสะโพกสวยอย่างหนักหน่วง

          เพี๊ยะ!

          แรงฟาดที่ก้นนิ่ม ทำให้วิรุจน์สะดุ้ง เขามองพอลตาขวาง ราวกับต้องการถามว่าตีก้นเขาทำไม

          “นายมันดื้อ”

          “ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย”

          “หึ”

          ไม่มีการเล้าโลมอะไรไปมากกว่านี้ พอลปล่อยให้วิรุจน์ขยับสะโพกไปเรื่อยๆ ส่วนเขาเองก็สวนใส่ช่วงล่างกลับไปในจังหวะที่สอดประสาน

          “อะ อื้อ อ๊ะ จะออก”

          “อ่า

          แก่นกายของวิรุจน์นั้นสั่นระริก เขาปล่อยออกมา อย่างรวดเร็ว ในขณะที่พอลยังไม่ได้เสร็จ  วิรุจน์ฟุบหน้าลงกับไหล่กว้าง หายใจหอบอย่างเหนื่อยอ่อน

          วันนี้มันกี่ครั้งแล้ว…     

          ไม่อยากจะนับรอบ เพราะรู้สึกอายเกินกว่าจะพูด

          “นายทำฉันเปื้อน”

          “ห๊ะ”

          “สกปรก”

          สิ้นประโยค พอลก็ปรับเบาะให้เอนต่ำ แล้วพลิกกายให้วิรุจน์ไปนอนแทน ทุกอย่างค่อนข้างลำบาก เพราะในรถช่างคับแคบ แต่ก็ไม่เกินความสามารถของพอล ร่างสูงโปร่งนอนหอบบนเบาะ

          “นายก็ใช้มือช่วยตัวเองไปสิ”

          “พูดมาก”

          เขาจับวิรุจน์พลิกกายให้นอนคว่ำ แล้วยกสะโพกขึ้น ก่อนจะแทรกกายสวนใส่เข้าไป

          “อ๊า ไม่เอา นายจะบ้าหรือไง”      

          “คนที่บ้า มันคือนายต่างหาก”

          “ไม่ อื้อ”

          “นายยั่วฉันก่อน”

          “ฉัน อื้อ อ๊ะ อื้อ”

          แม้อยากจะเถียง แต่ความจริงทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นอย่างที่พอลบอก เขาไม่ได้ตั้งใจจะยั่วก็จริง แต่พฤติกรรมที่จะกลั่นแกล้งพอลมันก็เหมือนจะเป็นแบบนั้น

          “อะ อื้อ”

          เสียงสวบสาบ และเสียงเนื้อกระทบกัน ดังก้องในรถ แรงกระแทกกระทั้นจนวิรุจน์รับรู้ได้ถึงการสั่นของรถยนต์

          เวลาผ่านไปพักหนึ่ง การเชื่อมต่อของทั้งคู่ก็จบสิ้นลง พอลถอนกายออกห่าง เขาปลดปล่อยที่สะโพกสวย วิรุจน์หายใจหอบ ฟุบหน้ากับเบาะ พอลขยับกายกลับไปนั่งที่เดิมจัดการกับเสื้อผ้าตัวเองจนเรียบร้อย  วิรุจน์ไม่ได้พลิกกายนอนหงาย เขาเหนื่อยจนเกินกว่าจะขยับตัว

          “นายเป็นพวกบ้ากามหรือเปล่าเนี่ย”

          วิรุจน์ถามเสียงแผ่ว พอลเหลือบตามองสภาพที่ดูไม่ได้ของวิรุจน์ แต่ก็คล้ายกับการเชิญชวนให้ทำต่อ ทั้งหางและหูเสือได้หายไปแล้ว  สะโพกสวยยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำขาวขุ่น แถมเจ้าตัวยังไม่มีทีท่าจะสวมใส่กางเกง ได้แต่นอนนิ่งสงบอย่างกับลูกแมวเชื่องๆ

          หันไปมองอีกที คนที่ถามคำถามหาเรื่องเขากลับหลับตาลง หายใจสม่ำเสมอเสียแล้ว พอลส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ เขาเอี้ยวตัวไปหยิบสูทสีดำสนิทที่อยู่เบาะหลัง แล้วตวัดคลุมช่วงล่างของวิรุจน์พร้อมกับเอ่ยอย่างระอา

          “เป็นเด็กหรือไง”

 

100%

5/6/59

 

ฝากเพจด้วยค่ะ ติดตามการอัพที่เพจ https://www.facebook.com/akikoneko17fiction/

 

         

         

 

 

          

ความคิดเห็น