อบเชยหอม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่5 คู่กัด(2/2/19)

ชื่อตอน : ตอนที่5 คู่กัด(2/2/19)

คำค้น : วาย yaoi รัก มหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2562 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5 คู่กัด(2/2/19)
แบบอักษร

นับตั้งแต่วันที่พันธสัญญาเบ๊ของผมและไอ้เอิร์ธเริ่มขึ้นก็ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้ว มันก็ใช้งานผมสารพัดไปเรื่อยเท่าที่สมองของไอ้คนข้างห้องจะนึกออก ไม่ว่าจะให้ทำความสะอาดบ้าง ล้างจานบ้าง ช่วยลอกการบ้านบ้าง จัดชุดนิสิตไปเรียนให้บ้าง หรือไม่ก็ให้ช่วยหยิบของบ้าง อันนี้ล่ะครับที่น่าหงุดหงิดสุด คุณผู้อ่านกำลังคิดใช่ไหมครับว่าแค่ให้หยิบของง่ายๆ จะหงุดหงิดไปทำไม ถ้างั้นผมจะขอเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานก่อนนะครับ 

"อาทิตย์ หยิบขนมตรงนั้นมาดิ" 

"อ่ะ" 

"อาทิตย์ หยิบรีโมทให้หน่อย" 

"เอาเองดิ มึงเดินแค่3ก้าว ส่วนกูต้องเดินจากตรงนี้ไปเกือบ10ก้าวกว่าจะถึง" 

"กูจะเอารีโมทเดี๋ยวนี้" มันบอกด้วยน้ำเสียงเพชรฆาต ในขณะที่จ้องเขม็งมาทางผม 

ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องเดินจากก็อกล้างจานกลับไปเป็นรอบที่2 เพื่อหยิบรีโมทที่อยู่เพียงเอื้อมมือให้คุณชายรับ 

ป้าบ!!    ผมกระแทก(วาง)รีโมทลงกับโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะเดินหันหลังกลับที่ล้างจานที่ค้างอยู่ 

"เอ้า! จะเอาอะไรอีกไหม" กูชักจะปลงกับมึงแล้วครับไอ้คุณชาย จะสั่งอะไรก็สั่งมาเหอะ 

"ป้อนขนมที่หยิบมาให้หน่อย" 

"มือก็มี ง่อยก็ไม่ได้เป็น หยิบเองดิ" จะอะไรก็ได้ แต่อันนี้ล่ะครับสุดทนจริงๆ แฟนกันก็ไม่ใช่ ผู้ชายมาป้อนขนมผู้ชายด้วยกันมันแอบจั๊กกะเดียมนะว้อย นี่มึงจะขี้เกียจไปแข่งกับมาสค็อตเพจสัตว์โลกอมตีนหรือไงวะ!! 

"อาทิตย์" มันพูดด้วยเสียงเหี้ยมเกรียมอีกครั้ง 

"เชิญอ้าปากเสวยโปเต้ขอรับ ท่านชาย" ผมประชดมันก่อนจะส่งขนมเข้าปากไอ้คุณชายที่มองทีวีไป เคี้ยวกร้วมๆไป ทั้งที่ใจจริงผมอยากจะกำขนมให้เต็มมือแล้วกระซวกอัดเข้าปากไอ้คุณชายให้โปเต้ติดคอตายซะเลยก็ดีหรอก           คิดดูสิครับว่ามันน่าหงุดหงิดขนาดไหน ถ้ามันเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต นอนพะงาบๆอยู่บนเตียง ผมจะไม่ว่าอะไรเลย ให้ตายสิ!! 

ตุบ 

"ไอ้เอิร์ธ หมัดที่1" 

ตุบ 

"ไอ้เอิร์ธ หมัดที่2" 

ทุกวันนี้ต้องรัวหมัดใส่กระสอบทรายแล้วคิดว่าได้ต่อยหน้าไอ้เอิร์ธเพื่อระบายอารมณ์ ไม่งั้นจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หมั้นไส้ว้อย! ทำไมชอบแกล้งกันจังฟะ อยากจะจับฆ่าหั่นศพแล้วหมกส้วมทิ้ง! เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมกับมันซักที ว้ากกกก ไอ้ผมก็เผลอบ่นไปซะเยอะ กลับมา ณ ปัจจุบันดีกว่าครับ 

(อาทิตย์ วันนี้เลิกกี่โมง?) 

ข้อความทางไลน์จากไอ้เอิรธถูกแสดงขึ้นมาบนหน้าจอมือถือมัวๆของผม 

(4โมง) 

ผมตอบกลับ แต่ยังไม่ทันที่จะไม่ได้วางมือถือ ข้อความใหม่ก็ถูกแสดงอีกครั้ง 

(งั้นเดี๋ยวไปรับหน้าคณะนิเทศ รีบเสนอหน้ามารอด้วย อย่าให้สาย ไม่งั้นคงรู้ใช่ไหม) 

หลังจากอ่านข้อความนั่นเสร็จ ผมก็เลื่อนมือปิดอินเตอร์เน็ตมือถือ ก่อนที่จะหันไปซ้อมบทพูดเหมือนเดิม ใช่แล้วครับ วันนี้ผมมีพรีเซ้นต์รายงานกลุ่มที่นั่งทำกันเมื่อคราวก่อน ซึ่งงานคราวนี้มีคะแนนเก็บมากพอสมควร ผมและเพื่อนๆจึงมาที่ห้องเรียนก่อนเวลาเพื่อมาซักซ้อมล่วงหน้า1รอบก่อนที่จะพรึเซ้นต์จริง หวังว่าตอนพรีเซ้นต์จะโอเคเหมือนตอนที่ซ้อมนะ 

จากนั้นอาจารย์ก็เข้ามาในห้องเรียน ทุกกลุ่มจึงเริ่มผลัดกันพรีเซ้นท์งานตามลำดับที่ได้จับฉลากไว้ก่อนหน้านี้ กลุ่มผมเป็นกลุ่มท้ายๆเลยไม่ค่อยเครึยดเท่าไหร่ บางกลุ่มก็พูดดีมาก บางกลุ่มก็ติดๆขัดๆ บางกลุ่มก็น่าเบื่อ เมื่อผ่านไปหลายกลุ่ม ในที่สุดก็ถึงกลุ่มผมจนได้ พอกลุ่มผมรายงานเสร็จ กลุ่มต่อไปลุกขึ้นมาพรีเซ้นต์เรื่อยๆจนจบคาบเรียน 

"อาทิตย์นี่สุดยอดเลย เจออาจารย์ถามคำถามที่ไม่ได้เตรียมข้อมูลมาก่อน ก็ยังอุตส่าห์แถได้ ทั้งๆที่ทั้งกลุ่มเราตอนนั้นอึ้งไปแล้ว เก่งโคตรๆ" ไอ้ไทพูดพร้อมกับใช้มือขยี้บนหัวของผมอย่างอารมณ์ดี 

"เก่งๆอย่างกู มันก็ต้องได้ระดับนี้อยู่แล้ว ฮ่าๆ" ผมยิ้มร่าก่อนตอบกลับไป จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงครับ ก็อาจารย์เขาชมว่ากลุ่มผมพรีเซ้นต์ดี เลือกหัวข้อได้น่าสนใจ ก็อย่างที่บอกไปอ่ะครับ พรีเซ้นต์คราวนี้คะแนนมันเยอะ ดังนั้นถ้าอาจารย์ชมว่าดี ก็แสดงว่าพวกผมมีแนวโน้มว่าจะได้คะแนนดีด้วย 

ตอนนี้พวกผมกำลังเดินออกมาจากตึกเรียนคณะหลังจากพรีเซ้นต์เสร็จ ถึงแม้จะเป็นตอนเย็นแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงคึกคึกของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เดินคุยกันดังเป็นระยะๆ ซึ่งนั้นก็รวมถึงเสียงของผมกับไอ้ไทด้วย พวกผมพากันเดินไปตามทางเท้าซีเม้นต์พลางคุยกันอย่างสนุกสนาน สายตาของผมเหลือบมองไปตรงทางข้างหน้า 

อ๊ะ นั่นรถไอ้เอิร์ธ มาพอดีเลย เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงวิ่งไปที่รถโดยไม่ลืมที่จะโบกมือลาไอ้ไท ส่วนไอ้ไทก็ยิ้มหล่อโบกมือบ๊ายบายให้ผมราวกับเป็นดาราชื่อดังที่คอยบอกมือให้แฟนๆในงานมิตติ้ง ซึ่งไม่รู้ทำไมถึงได้แตกต่างจากไอ้คนขับที่นั่งข้างผมอย่างสิ้นเชิง มันเอาแต่นั่งเงียบแถมแผ่ออร่าหงุดหงิดเหมือนกับไม่สบอารมณ์อะไรบางอย่างออกมาตั้งแต่ผมขึ้นรถแล้ว 

"มันเป็นใคร?" 

นำ้เสียงแฝงความขุ่นเคืองของไอ้เอิร์ธดังขึ้นทำลายความเงียบ 

"หมายถึงไอ้ไทอ่ะนะ" 

"มันเป็นอะไรกับมึง?" 

"ก็ต้องเป็นเพื่อนดิ ไม่งั้นจะเป็นอะไร"  ผมตอบกลับไปอย่างุนงง ไม่ให้เป็นเพื่อน แล้วจะให้เป็นอะไรกันฟะ 

"งั้นก็ดี..." 

เสียงของไอ้เอิร์ธดูเหมือนจะใจเย็นลงหน่อยก่อนที่จะหมุนพวงมาลัยต่อไป แต่มันก็ยังคงเงียบ ไม่พูดอะไรอยู่ดีจนกระทั่งถึงคอนโด นี่มึงคิดจะเล่นสงครามประสาทหรือไง ตูเรียนรัฐศาสตร์ ไม่ได้เรียนจิตวิทยานะเว้ย ถึงจะได้หยั่งรู้จิต  ของมึงง่ะ 

"อาทิตย์ เดี๋ยวกูแวะซุปเปอร์หน่อยนะ" 

"ได้ๆ"           ขณะนี้พวกผมอยู่ในรถเบนซ์คันงามของไอ้เอิร์ธซึ่งกำลังค่อยๆแล่นออกจากมหาวิทยาลัย ระหว่างทางพวกผมก็คุยกันไปสัพเพเหระ เรื่องเรียนบ้าง เรื่องกิจกรรมที่กำลังจะจัดในมหาวิทยาลัยบ้าง จนกระทั่งถึงซุปเปอร์สาขาที่ใกล้คอนโดมากที่สุด แล้วจึงจอดรถ 

"เอิร์ธ มาซื้ออะไรวะ?" ผมถามในขณะลากรถเข็นเดินดูของไปเรื่อยๆ โดยมีไอ้เอิร์ธเดินลากรถเข็นอยู่ข้างๆ 

"วัตถุดิบทำกับข้าว" 

"มึงจะทำอาหารเหรอ ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเห็นมึงทำกับข้าวๆซักครั้ง เออดีๆ กูขอกินด้วย" 

"ใครว่ากูจะทำ" เอิร์ธลากรถเข็นไปที่มุมอาหารแช่เเข็ง ก่อนจะหยิบกล่องอาหารสำเร็จรูปแบบอุ่นใส่รถเข็นหลายกล่อง 

"ปกติกินแต่แบบนี้เหรอ?" 

"กูทำอาหารไม่เป็นเลยต้องซื้อกินอย่างเดียว ซื้อแบบนี้กินดีกว่า..." นิสัยคุณชายขนาดนี้ ยังอุตส่าห์อยู่รอดแหะ-_-' กินแต่แบบนี้ ร่างกายไม่พังเหรอวะ 

"เอาแต่กินอาหารแบบนี้ ไม่ดีต่อสุขภาพนะ" ถึงผมจะหงุดหงิดกับพฤติกรรมมันบ้าง แต่็ก็อดห่วงเอิร์ธไม่ได้อยู่ดี​ 

"* 

เป็นห่วงเหรอ 

?"เสียงทุ้มนิ่งถาม 

"เปล่า! แค่เตือนเฉยๆตะหาก" ทำไมมันต้องจ้องผมแบบยิ้มๆด้วย แพ้สายตาเเบบนี้ชะมัด 

"ไม่มีคนเป็นห่วงเเบบนี้มานานแล้ว..." เสียงพึมพำบอก 

"อะไรนะ?" 

"หึ เปล่า"  เอิร์ธอมยิ้มคนเดียวพลางเก็บกล่องทั้งหมดใส่ตู้ ก่อนจะยอมเดินไปยังแผนกอื่น ว่าง่ายผิดคาดแหะ 

"จะยอมทำอาหารกินเองเหรอ งั้นกูขอกินด้วย" 

"ใครว่ากูจะทำ" 

"งั้นใครจะทำ" 

"มึงไง" 

"กูอ่ะนะ!" ผมชี้หน้าตัวเอง 

"ไม่ใช่มึงใครจะทำ มึงเป็นเบ๊อยู่นะ" 

"เออๆ ก็ได้" 

ในขณะพวกผมกำลังเลือกของนั้นเอง ก็มีหญิงชายคุยกระหนุงกระหนังกันดูท่าจะเป็นคู่ใหม่ปลามันมั้ง 

"เมื่อวานเห็นในซีรี่ย์ญี่ปุ่น นางเอกทำข้าวห่อไข่ให้พระเอกกิน เค้าอยากกินบ้าง ตัวเองทำได้มั้ย?" 

"ถ้าตัวเองอยากกิน เค้าทำได้อยู่แล้ว ข้าวห่อไข่ดูเป็นอาหารที่เหมาะให้แฟนทำให้กินดี ดูน่ารักเนอะ><" 

"เค้าอยากได้กินฝีมือตัวเองเร็วๆจัง" 

"งั้นรีบซื้อรีบกลับกันเนอะ จะได้กลับไปนอนกอดกันไวๆ^^" ไอ้คู่รักชูชื่นเนี่ยน่าอิจฉาชะมัด ดูมีความสุขต่างจากผมที่ต้องยืนกับไอ้โหดลิบลับ อ้าวไหง ไอ้เอิร์ธจ้องหาไม่กระพริบเลยฟะ! 

"อาหารที่แฟนทำให้..." มันพึมพำ ก่อนจะหันมาพูดเสียงเข้ม 

"ไอ้เตี้ย กูอยากกินบ้าง..." ทำไมสังหรณ์ตูแม่นงี้ฟะ! ทีหวยไม่เห็นเเม่นงี้เลย!! มึงขาดความอบอุ่นจากเมียเก่าหรือ! 

"ไม่เอา ต้องมาเช็ดกระทะแล้วห่อไข่อีก ยุ่งยากจะตาย" 

"ถ้าไม่ทำ กูก็จะไม่กิน" ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง พลางยืนกอดอกนิ่งเหมือนจะบอกว่าทำตามที่สั่งซะดีๆ ไม่งั้นก็จะไม่ยอมเดินแม้แต่ก้าวเดียว ฮ่วย มันเล่นสงครามประสาทกับผมอีกแล้ว! 

"เออๆ ทำก็ได้! " ผมลากรถเข็นให้เดินต่ออย่างหงุดหงิด อยากจะบ้าตาย! เอากับมันสิ! ไอ้คุณชายเอาแต่ใจ! 

พอเดินซื้อของไปได้ซักพักผมก็ได้ยินเสียงจ๊อแจ๊ะจากระยะไม่ไกลของพวกผู้หญิงที่กำลังคุยกันอย่างเมามัน พลางมองมาทางพวกผมด้วยสายตาเป็นประกายวิ้งๆอย่างชื่นชม ดูดิ พากันชี้มือชี้ไม้มาทางนี้ไม่หยุดเลยเนี่ย 

"โอ้ย! ดูดิ! คือแบบฟินค่ะ> < " 

"อย่างกับสามีภรรยาเลยเนอะ คิดว่าใครเคะ ใครเมะอ่ะ>  

"คนที่เตี้ยกว่าก็ต้องเคะอยู่แล้ว หน้าแบบนี้เมะไม่ขึ้นหรอก" 

"ก็จริงง่ะ ฮ่าๆๆ" 

เคะ? เมะ? อะไรฟะ? คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นหรือไง? ผมได้แต่เอียงคอสงสัย แล้วทำไมหน้าอย่างผมถึงจะเมะไม่ขึ้นด้วย? สรุปว่ามันเป็นคำชมเหรอ-_-? ถ้าคุณผู้อ่านคนไหนรู้ก็ช่วยส่งคำตอบมาบอกหน่อยเถอะครับ รู้สึกข้องใจอย่างแรง 

"ว่าแต่พี่เมะหล่อจังเนอะ"หญิงสาวยังคงชมไอ้เอิร์ธต่อไป 

"ใส่เสื้อช๊อปด้วยนิ ยิ่งดูหล่อเลยอ่ะแก><" กะอีแค่อยู่วิศวะก็หล่อแล้ว ตูซิ่วไปวิศวะดีไหมฟะ!! 

ผมหันไปมองเอิร์ธที่กำลังเข็นรถเข็นอย่างไม่ใส่ใจด้วยความหมั้นไส้ ร่างสูงกำลังเทียบวันหมดอายุของขวดนมอยู่ 

"ไม่ต้องอิจฉาไปนะ เตี้ย" อ้าว นี่ก็เสือกฟังเหมือนกันเหรอ 

"กูไม่ได้อิจฉาเล๊ยยย" จริงจริ๊ง(เสียงสูง) 

"ก็แค่กูสูงกว่า หน้าตาดีกว่า หล่อกว่าเท่านั้นเองเนอะ" ไอ้เอิร์ธยิ้มเย้ย เดี๋ยวต่อยปากแตกเลย!! 

"คร้าบบบ พ่อคุณคนหล่อ" ชมมันไปก็แอบด่าว่าสัดในใจ สบายจัง ฮ่าๆๆ ทำได้แค่นี้ล่ะ ชีวิตตู 

"พี่เคะก็หน้าตาน่ารักเนอะ เคมีเข้ากันมากๆ><" ดูยังไงว่าเข้ากันอ่ะน้อง แทบจะระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นส์แล้วตะหาก อีกอย่างผมหล่อ ใครก็ได้เข้าใจไหม 

" ขาสั้นเกินจนก้าวไม่ทันเหรอไง รีบๆเข็นรถสิไอ้เตี้ย" 

"คร้าบบบบ" จ้าาา เชิญมึงขายาวแข่งกับยีราฟเลยยย 

หลังจากซื้อของเสร็จ พวกผมก็ช่วยกันยกของที่ซื้อมาเข้าไปในห้องของไอ้เอิร์ธ เพื่อจะได้ลงมือทำอาหารเย็นซักที 

. 

. 

. 

"ทะยาน!!! ก็บอกว่าทะยานไง ทำไมไม่ตอบฟะไอ้บ้านี่!!" 

"มึงนั่นล่ะบ้า เขาอยู่ในทีวี จะไปได้ยินมึงได้ยังไงห๊ะ" ไอ้เอิร์ธบอกพร้อมเคาะลงมาบนหัวผมเบาๆ 

ขณะนี้พวกผมกำลังดูรายการตอบคำถามรายการหนึ่งอยู่ ไอ้เราก็อินซะจนเหมือนตัวเองเข้าไปแข่งชิงเงินล้านเองแล้วเนี่ย 

"ว่าแต่เมื่อไหร่ มึงจะไปทำอาหารวะ?" 

"อยากกินของอร่อยต้องใจเย็นๆดิ ยังไงก็ต้องรอให้ข้าวสุกก่อน" 

ผมยังคงนั่งดูทีวีซักพักหนึ่ง ก่อนที่จะเดินไปดูข้าวที่หุงไว้ เอาล่ะ สุกแล้ว ผมตักข้าวแบ่งใส่ในถ้วยแล้วเอาไปแช่ในตู้เย็นเพื่อให้ข้าวไม่เเฉะ จากนั้นจึงซอยหัวหอมแล้วหั่นไส้กรอกเป็นแว่นๆ เวลาหั่นแล้วนึกว่าได้หั่นหน้าไอ้เอิร์ธไปด้วย มันช่างมีความสุขเสียจริง ฮ่าๆๆ สะใจโว้ย!!        พอหั่นเสร็จ ผมจึงตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไป ผัดไส้กรอกกับหอมจนสุก เทข้าวลงไปผัด ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศและซีอิ๊วขาว ผัดข้าวให้เข้ากัน แล้วพักทิ้งไว้ จากนั้นก็ใช้ทิชชู่เช็ดให้น้ำมันกระจายทั่วกะทะ ก่อนจะตอกไข่ใส่ชาม เติมนมสดลงไป คนให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทไข่ไก่ลงกะทะ คนไข่ไก่ด้วยตะเกียบอย่างรวดเร็ว พร้อมกลอกไข่ให้เป็นแผ่นบางทั่วกระทะ พอไข่สุกได้ที่แล้วก็ตักข้าวผัดลงไปตรงกลางไข่ ห่อแผ่นไข่โดยพับด้านข้างทั้ง 2 ด้านของไข่เข้าหากัน จากนั้นค่อย ๆ จับกระทะคว่ำลงบนจาน จัดลงจาน เสิร์ฟขึ้นโต๊ะเป็นอันเสร็จ 

"กินก่อนเลย ล้างจานแปบ" 

"กูรอได้..." ร่างสูงพูดในขณะจ้องข้าวห่อไข่สีเหลืองนวลตาไม่กระพริบ ทั้งที่บ่นหิวๆแต่อุตส่าห์รอกินพร้อมกัน ใจดีเหมือนกันนี่นา ถ้าเป็นผมคงไม่รอแล้ว 

หลังจากล้างจานเสร็จ ผมก็นั่งลงเตรียมกินข้าว จู่ๆ ร่างสูงก็ชี้ลงบนข้าวห่อไข่ของตัวเอง 

"วาดซอสให้หน่อย" 

"อยากได้รูปอะไร?" ตูปลงกับมันล่ะ สั่งมาเลย 

"อะไรก็ได้ที่คิดว่ากูจะชอบ" ยากยิ่งกว่าข้อสอบแอดมิชชั่นอีก ใจจริงก็อยากเขียนคำว่า"สัตว์" ลงไป แต่กลัวไอ้เอิร์ธจะปาจานใส่หน้า อืม งั้นวาดรูปแมวละกัน ง่ายดี เมื่อคิดได้ ผมจึงวาดรูปหน้ากระต่ายมีหนวดง่ายๆลงไป 

"วาดเก่งนิ น่ารักดี" ริมฝีปากบางอมยิ้มในขณะจ้องตาเป็นประกาย คงชอบพอตัว 

"หึ อยู่แล้ว ขนาดเด็กๆที่ค่ายอาสายังชมว่าพี่วาดเก่งจัง ความจริงๆก็วาดเป็นอยู่แค่นี้เเหละ ฮ่าๆๆ" ผมยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจ 

"หึๆ เก่งจังเลยครับ วาดหนวดข้างนี้ด้วยสิ^^"  ริมฝีปากบางยิ้มสดใสราวกับเด็ก ไม่คิดว่าจะชอบใจขนาดนี้นะเนี่ย 

"ว่าแต่เป็นไง?" ผมถามไอ้เอิร์ธที่กำลังตักข้าวผัดเคี้ยวอยู่หงับๆ 

"อร่อย ไม่คิดว่าจะทำได้ขนาดนี้ ไข่นุ่มดี" เอิร์ธอมยิ้ม 

"ก็ทำได้แค่ในระดับเด็กหอเท่านั้นละวะ ไอ้หมอก หมายถึงเพื่อนกูอ่ะ ทำได้มากกว่านี้อีก ถ้ามีคัดเลือกเชฟกระทะเหล็กมันคงได้เข้าไปอยู่แล้ว" ผมยิ้มตอบไปอย่างภาคภูมิใจ 

"หึๆ มึงก็เว่อร์ไป ไอ้เตี้ย หมอกเหรอ... ชื่อเหมือนเพื่อนเก่ากูเลย.... จริงด้วย ลืมเลย" 

เเชะ! แชะ! จู่ๆ ร่างสูงก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิดโดยหยิบไอโฟนมาถ่ายรูปข้าวห่อไข่รัวๆในขณะที่ผมถือช้อนค้างอย่างตกใจ ติ้ง! เฮ้ย ! พอชะโงกไปดู ถึงขนาดเปลี่ยนรูปหน้าจอเป็นรูปนี้ด้วย! อะไรจะชอบขนาดน้านน! จากนั้นมันก็ก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนตักกินอย่างรวดเร็ว 

"ชอบขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ข้าวห่อไข่ธรรมดาเอง" 

"ก็เป็นของที่มึงอุตส่าห์ทำให้กูเลยนี่" ในฐานะคนทำ พอได้ยินแบบนี้ก็อดดีใจไม่ได้เเหะ 

"ถ้าชอบขนาดนั้น กูทำข้าวให้กินทุกวันก็ได้นะ เอาแต่กินของแช่เเข็งก็ไม่ดีต่อสุขภาพด้วย กูไม่ได้ลำบากที่จะทำอยู่แล้ว" เอิร์ธคงไม่ได้กินอาหารทำสดใหม่มานาน กับแค่ของธรรมดา ถึงได้ถูกใจซะขนาดนี้ นึกๆไปไอ้เอิร์ธก็ดูน่าสงสาร ที่ผ่านมาเอาเเต่กินของที่ไม่มีสารอาหาร รสชาติจืดชืดแบบนั้น เป็นผมก็คงเบื่อเหมือนกัน 

เคล้ง!  ช้อนในมือใหญ่ร่วงลงในขณะที่ตาสีนิลเบิกกว้างเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง 

"...จะทำให้ทุกวัน จริงเหรอ?" 

"อืม แต่ช่วยกันจ่ายค่าอาหารครึ่งนึงนะ" 

"ก็ได้ ของแค่นี้เอง ถ้าเทียบแล้วดีเห็นๆ" จากนั้นร่างสูงก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่ออย่างมีความสุข แถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวแล้มพึมพำอะไรไม่รู้เรื่องแต่ประมาณว่าฝีมืออาทิตย์ทุกวันอีกตะหาก อะไรจะดีใจขนาดนั้น ไม่เข้าใจมันจริงๆเลยเเหะ ผมแปลกใจเล็กนัอยจึงเผลอจ้องหน้าหล่อๆของมันไปด้วย 

"มองไร ไอ้เตี้ย" 

"มองมึงไง จะให้มองหมาที่ไหน" 

"เดี๋ยวนี้เริ่มลามปามนะมึง เออ กูยังไม่ได้เอาคืนที่มึงต่อยเลย" 

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ 

"เฮ้ย! กูก็ทำงานชดใช้ให้อยู่นี่ไง" 

"มันไม่เหมือนกัน กูเจ็บตัว มึงก็ต้องเจ็บดัวย หลับตาดิ" อะไรจะแค้นฝังหุ่นขนาดนั้นฟะ 

"ถ้าจะชกละก็ กูให้แค่หมัดเดียวพอนะ" ผมยื่นข้อเสนอที่จะทำให้ผมเจ็บตัวน้อยสุดออกไป มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ต้องทนรับผิดชอบให้ถึงที่สุด จะได้หมดภาระซะที 

"มึงนี่มีความรับผิดชอบดีเนอะ หึๆ" 

"พ่อกูสอนมาว่าถ้าทำผิดต้องยอมรับโว้ย" ผมหลับตาบี้พลางกัดฟันแน่น เพื่อเตรียมรับหมัดของไอ้เอิร์ธ เป็นไงเป็นกันวะ! 

แป๊ก! 

"โอ้ย!" ความเจ็บเล็กน้อยแล่นผ่านสู่หน้าผาก อะไรกัน? เมื่อกี้มันแค่ดีดหน้าผากผมเหรอ 

"หึๆ ถือว่าเจ๊ากันไปนะ" มันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วจึงก้มลงกินข้าวผัดในจานตัวเองต่อไป 

ไอ้บ้าเอ๊ย!! เจ๊ากันอะไรฟะ?! ขนาดเด็กอนุบาลกุ๊กไก่มันยังรู้เลยว่าการตีอยกับดีดหน้าผากมันเจ็บไม่เท่ากัน อย่างงี้ก็ไม่แฟร์อ่ะดิ ขี้โกงชะมัด.....   ผมคิดในขณะลูบหน้าผากไปเบาๆ 

"หึๆ" เอิร์ธหัวเราะ 

"ขำอะไร" ผมขมวดคิ้ว หน้าผมไปเหมือนหน้าพ่อมันมากเหรอไง 

"หน้ามึงตอนที่บอกว่าจะต่อยโคตรเอ๋อ มึงคิดว่ากูจะต่อยมึงจริงๆเหรอ" 

"ก็เออสิ" กับไอ้โหดอย่างไอ้เอิร์ธจะไปคาดเดาอะไรได้ฟะ ดูดิ อยู่ดีๆผมยังได้มาเป็นเบ๊มันเลย 

"กูไม่ทำร้ายมึงหรอกน่า.. ในสายตามึง กูดูเป็นคนที่เลวขนาดนั้นเลยเหรอ"มันพูดเสียงตัดพ้อจนผมทำอะไรไม่ถูก 

"เอ่อ ก็ไม่ขนาดนั้น..."ถ้ามันเลวขนาดนั้น กูคงไม่ทนอยู่กับมึงมาได้ตั้ง2-3วันหรอกน่า" ถ้ามันเลวจริงคงต่อยผมกลับแล้ว สัญชาตญาณผมบอกว่ามันไม่ได้เลวอะไร บางทีก็ใจดีเหมือนกัน อย่างวันก่อนก็ให้ชีทผมยืมด้วย 

"จริงนะ?" 

"จริงสิ กูไม่โกหกหรอก" 

"หึ ก็ดี กินเสร็จแล้ว ล้างจานให้ด้วย" พูดจบ ไอ้เอิร์ธก็อมยิ้มแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างเงียบงัน 

ผมหยิบจานของผมและเอิร์ธมาล้าง ส่วนไอ้เอิร์ธกำลังนั่งพิมพ์งานในแม็คบุ๊ค อยู่กับมันก็เริ่มชินกับมันแล้ว หลังจากผมอยู่ปรนนิบัติมันสักพัก จึงลุกขึ้นยืนเตรียมกลับห้อง 

"เสร็จงานแล้ว กูกลับก่อนนะ' 

"...จะกลับแล้วเหรอ?"น้ำเสียงทุ้มใหญ่แลดูเศร้าสร้อย 

"ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วนิ" 

"นั่งดูทีวีก่อนดิ" 

"ห้องกูก็มี ไม่ได้อยู่บนดอย" 

"นอนเล่นที่โซฟาก่อนก้ได้" 

"เตียงกูนุ่มกว่าเยอะ" 

"งั้นไปนอนเตียงกูดิ" 

"จะบ้าเหรอ" ให้ผมไปนอนเกลือกกลั้วบนเตียงมันไม่เอาหรอก 

"นั่งเล่นps3 ก็ได้ มีแผ่นให้เลือกเยอะแยะ"มันชี้ไปที่กองแผ่นps3ซึ่งกองอยู่บนพื้น เหมือนมันยื้อผมไว้เลยแหะ 

"มันเสียงดัง รบกวนตอนทำงานเปล่า?" 

"เล่นๆไปเถอะ กะอีแค่นี้ไม่ให้งานกูเสียหรอก เพราะ กูเก่ง"ต่อยได้ไหม หมั้นไส้จัง 

"เออๆก็ได้" 

ผมหันหลังจากประตูแล้วกลับลงมานั่งข้างไอ้เอิร์ธ เขาว่ากันว่าคนหักอกจะรู้สึกเวิ้งว้าง ขี้เหงาเป็นพิเศษคงจะเป็นเรื่องจริง ผมนั่งลงบนโซฟา จับจอยเกมขึ้นเล่นเกมต่อสู้ จอทีวีห้องเอิร์ธใหญ่สะใจดี เล่นเกมสนุกดีจัง แถมได้นอนอืดบนโซฟาประหนึ่งเจ้าของห้อง สบายอย่างนี้ ใครจะไม่อยู่ 

. 

. 

. 

ผ่านไปซักพัก ความง่วงเข้าจู่โจมอย่างไม่ทันรู้ตัว หนังตาผมเรื่มย่อนลง กิ่นอิ่มๆ แอร์เย็นๆแบบนี้ ชวนง่วงจัง ขอนอนแปบนึงนะ ว่าแล้วผมก็ทิ้งตัวลงนอน สบายวุ้ย คร่อกzzz งืม หนาว.. ผมจึงนอนขดตัวสั่นเป็นลูกแมวเพื่อให้ตัวอุ่น 

พรึ่บ รู้สึกเหมือนมีอะไรมาคลุมตัว อุ่นดีจัง... เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีผ้าห่มบนตัวผมโดยมีเอิร์ธที่นั่งแหมาะตรงพื้น เพราะ ผมนอนยึดโซฟาเจ้าของห้องไว้เต็มพื้นที่ 

"เอามาห่มให้เหรอ?" 

"ก็เออดิ นอนให้ดีๆสิ เวลานอนที เห็นเสื้อเปิดมาถึงพุง เป็นหวัดกันพอดี" หืม? แต่ตอนนี้เสื้อผมก็ปิดเรียบร้อยดี หรือว่าไอ้เอิร์ธจะดึงเสื้อปิดให้ผมตอนที่หลับ แอบใจดีนะเนี่ย 

"ขอบใจ ความจริงมึงก็ใจดีเหมือนกันเนอะ^^" ผมยิ้มแฉ่งจากใจจริงพลางขดตัวในผ้าห่มเหมือนหนอนดักแด้ จากที่อยู่กับมันมาสักพักถึงมันจะปากร้าย ชอบทำเป็นวางก้ามแต่ก็ใจดีน่าดู 

"กูใจดีกับใครไม่เป็นหรอก ใจดีแค่กับ..." ก่อนที่เสียงเข้มจะพูดต่อ ริมฝีปากบางก็เปลี่ยนไปเม้มแน่น แถมใบหูก็เริ่มแดงด้วย น่าเป็นห่วงเเหะ ผมจึงยื่นหน้าไปดูใบหน้าหล่อรูปไข่ใกล้ๆ แต่ตาสีนิลก็รีบหลบสายตาผมทันที 

"เป็นอะไรเปล่า" 

" เปล่า ช่างเถอะ.." 

"มีอะไร บอกได้นะ" 

"ชอบคนแบบไหน?"จู่ๆเอิร์ธก็ถามแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 

"อืม ชอบคนใจดี ดูแลคนอื่นได้มั้ง ใครๆก็ต้องชอบคนใจดีอยู่แล้วนี่นา ทำไมเหรอ หรือจะเอาไปใช้อ้างอิงในการจีบคนใหม่" 

"อะ อืม ประมาณนั้น แค่อยากรู้ความเห็นเฉยๆ งั้นไม่มีอะไรแล้ว... " ว่าแล้วใบหน้าหล่อหันหนีหน้าผมอย่างรวดเร็ว ถ้าไอ้เอิร์ธหมดธุระเเล้ว งั้นกลับก็ได้ มีการบ้านต้องทำด้วย 

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นกลับก่อนนะ" 

" ดะ เดี๋ยว จะไม่นั่งด้วยกันต่อเหรอ" 

"อ้าว มึงบอกไม่มีอะไรเเล้วไม่ใช่เหรอ" 

"มะ ไม่ได้หมายความว่างั้น" 

"แล้วหมายความว่าไง " ผมขมวดคิ้ว งงกับมันวุ้ย เอาแต่ทำตัวแปลกๆ 

"ปะ เปล่า เออ ตามใจ" 

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ไอ้เอิร์ธทำหน้าเศร้านิดหน่อยในขณะมองส่งผมออกจากประตู จะว่าไปไอ้เอิร์ธดูเหงาหน่อยๆด้วย แต่ไอ้นั่นมันปีศาจเอิร์ธที่จับผมมาแบล๊คเมล์ให้เป็นเบ๊หน้าตาเฉยเลยนะเว้ย ไม่มีทางหรอก ผมสะบัดหน้าไล่ความคิดบ้าๆออกจากหัวแล้วทิ้งตัวลงนอนกับเตียง ริมฝีปากบางเบ้ คิ้วโก่งเหมือนคันศรของไอ้เอิร์ธตกอย่างเศร้าสร้อยเมื่อผมออกจากห้อง 

หรือว่ามันจะทำเป็นวางฟอร์มโหด แต่ความจริงไอ้เอิร์ธอาจจะเป็นคนขี้เหงาคนนึงที่ต้องการใครซักคนก็ได้ เฮ้อ จะไปคิดเรื่องของไอ้เอิร์ธเยอะเเยะทำไมวะ ไอ้อาทิตย์ นอนดีกว่า 

เช้าวันถัดมามันก็ลากผมให้ออกไปตอนเช้าพร้อมกันอีก ทั้งที่ผมบอกว่าเกรงใจไม่ต้องไปส่งก็ได้(ความจริงคือตูไม่อยากไปกับมัน) แต่มันก็ยังฝืนลากผมออกมาด้วยกันจนได้ สงสัยอยากได้ตุ๊กตาหน้ารถมากมั้ง พอตอนเย็นผมก็ไปรอไอ้เอิร์ธที่โรงอาหารวิศวะตามที่มันสั่ง ชีวิตตูนี่อาภัพเป็นบ้า จะว่าไปไอ้เกียร์ก็อยู่คณะนี้ ถ้าเกิดบังเอิญมาป๊ะหน้ากันแล้วความแตกว่าผมกลายเป็นเบ๊ของไอ้เอิร์ธจะทำไงดีวะ โคตรเสียเซลฟ์ความที่ผมเคยเป็นสุดโหดประจำโรงเรียนเลยนะ! 

"อาทิตย์!!"" 

"ไอ้เกียร์!" ผมหันไปตามเสียงจึงพบเพื่อนผู้หน้าตาหล่อเหลาเดินมาทัก ฮ่วยยย เพิ่งบ่นว่าไม่อยากเจอ จะมาพรหมลิขิตบันดาลชักพาอะไรตอนนี้ฟะ!! 

"มาทำอะไรถึงวิศวะหรือว่าจะมาหาสาว?" เกียร์แสยะยิ้ม 

"เออ มีใครแนะนำไหม?" 

"คณะกูมีแต่สาวถึกเหอะ แนะนำให้มึงไปจีบคณะของมึงเองดีกว่า มีแต่สวยๆขาวๆทั้งนั้น พูดแล้วมีใครแนะนำไหมวะ?" 

"มี แต่กูสงสารพวกเขาว่ะ กลัวจะติดเอดส์ตาย" ผมเเสยะยิ้ม ไอ้เกียร์มันคาสโนว่าจะตาย 

"เดี๋ยวจะโดนตีน ไอ้เตี้ย" ว่าแล้วไอ้เกียร์ก็เอื้อมมือมาผลักหัวผม 

"ฮ่าๆ กูแค่จะบอกว่ามึงไปตรวจโรคบ้างก็ดี คึ เออ ช่วงนี้เชี่ยคุณเป็นไรวะ เห็นมันเพ้อแชร์เพลงอกหักรักคุดในเฟซทุกวันจนรกหน้าวอลกูไปหมดแล้ว" 

"อ้อ รู้เรื่องที่มันคบกับสาวนิติยัง?" 

"ไม่อ่ะ เชี่ยคุณซุ่มไม่บอกกู" ขนาดตูเพื่อนกลุ่มเดียวกันนะ 

"คืองี้ มันเพิ่งเลิกกับแฟนเว้ย รู้ป่ะ เพราะอะไร?" 

"ทำไมวะ?" 

"เห็นว่าความคิดทางการเมืองไม่ตรงกัน อยู่คนละฝ่าย เถียงกันไปเถียงกันมา สุดท้ายไม่มีใครยอม เลยเลิกกัน เชี่ยคุณมันบอกว่ากูยอมเลิกเพื่อปกป้องความเชื่ออันเป็นปัจเจกของตัวเองเว้ย" 

"มันบ้าเปล่า..." ผมอ้าปากค้าง 

" กูก็ว่างั้น... แต่อย่างว่าเด็กรัฐศาสตร์กับเด็กนิติบ้าเหตุผลเหมือนกัน เถียงกัน3ชาติก็ไม่จบ" 

ก็จริงอย่างที่มันพูด มีวันหนึ่งผมกับไอ้เกียร์โดนไอ้คุณกับไอ้หมอกลากไปนั่งฟังสัมมนาการเมืองร่วมสมัยกับเด็กนิติ 6ชั่วโมงยังไม่จบอ่ะครับ ไอ้ผมก็ไม่ได้อินการเมืองขนาดนั้น แค่คะเเนนมาดันติดคณะนี้เฉยๆ ผมกับไอ้เกียร์เลยหลับแล้วหลับอีกจนน้ำลายยืดใส่โต๊ะเป็นทาง เชี่ยคุณยังเถียงกับเด็กนิติไฟแล่บเรื่องประชาธิปไตยอยู่เลย คือมึงเลิกเถียงกันเหอะ กูจะกลับบ้านไปนอน ควายยยยย อนึ่งใครสนใจหนุ่มรักสงบ ทักไลน์มาได้นะครับ ขอโฆษณาตัวเองแปบ คริๆ 

"กูก็อุตส่าห์เตือนแล้วว่าศักศรีดิ์มันกินไม่ได้แต่ผู้หญิงกินได้แน่นอน" 

"ไอ้เกียร์ มึงมันจัญไรจริงแบบไม่มีดีผสมเลย"ผมว่า 

"ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้ทุกคนป่ะวะ หึๆ" 

"กูคนนึงล่ะที่ไม่เป็น" ผมรักใครรักจริงนะคร้าบบบ ขอโฆษณาตัวเองอีกรอบ ฮิ้วววว 

"ว่าแต่สรุปมึงมาทำอะไรวะ?" เกียร์ถาม 

"กูมาแดกไอติมคณะมึง แล้วมึงง่ะ?" ไม่ได้โกหกนะครับ ผมกินไอติมรอไอ้เอิร์ธไป3ถ้วยล่ะ แม่งช้า ผมเลยแดกเยอะเลย 

"กูมารอยืนเอาชีทจากเพื่อน" จะว่าไปไอ้เอิร์ธก็ต้องมีเพื่อนในคณะเนอะ ฮึ ใครเป็นเพื่อนไอ้เอิร์ธ น่าสงสารเป็นบ้าเลยอ่ะ 

"ทำไมอาทิตย์ถึงทำหน้ายิ้มเยาะแบบนั้นฟะ?" 

"หึๆ เปล๊า" คนที่เป็นเพื่อนไอ้เอิร์ธต้องชีวิตรันทดแน่ๆ โถๆ อดสูเหลือเกิน 

"เออ เพื่อนกูมาพอดี ไอ้เอิร์ธ!" เกียร์ชูมือขึ้นโบก 

ไม่ๆ มันต้องไม่ใช่ไอ้เอิร์ธที่ผมรู้จัก ชื่อเอิร์ธโหลจะตายไป ต้องเป็นเอิร์ธคนอื่นแน่ๆ   ผมเหงื่อแตกพลั่กในขณะหันหลังไปมอง เชี่ย!! ไอ้เอิร์ธตัวเป็นๆเลย!! 

"อ่ะชีท " ไอ้เอิร์ธยื่นเอกสารปึกหนาให้ไอ้เกียร์ ก่อนนัยน์ตาสีนิลจะหันมามองผมอย่างไม่ยินดียินร้าย 

"อ้อ อาทิตย์ ไอ้นี่ชื่อเอิร์ธเป็นเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มเดียวกัน" เกียร์แนะนำพลางผายมือไปทางเอิร์ธ 

คุณพระ!! ขอเอามือทาบอกแปบ 

.................................................. 

มาถึงตอนที่5แล้วนะคะ เป็นยังไงบ้าง รบกวนช่วยคอมเม้นต์ด้วยค่ะ>< เอิร์ธมันซึน ใจดีเเต่เเสดงออกไม่เก่ง  ดูเหมือนจะดุ แต่ก็อ่อนโยนในแบบของเขา ส่วนอาทิตย์ก็บื้อเนอะ เลยเข้าใจกันยากตอนแรกๆ555 ขอกำลังใจให้เอิร์ธด้วยนะคะ555 

ตอนหน้าจะอัพเเบบเปิดตอนใหม่ ไม่ได้แก้จากตอนที่ซ่อนคงไม่ผิดกฏอะไรใช่ไหมคะ? ขอถามคนที่รู้หน่อยนะ ขอโทษที่สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มาอัพ พอดียุ่งเรื่องลงทะเบียนเรียนนิดหน่อยค่ะ>~< 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}