sanitarybag

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

start : เริ่มได้ | #14

ชื่อตอน : start : เริ่มได้ | #14

คำค้น : yaoi conan

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2559 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
start : เริ่มได้ | #14
แบบอักษร

"หืม.. มีเรื่องอะไรงั้นหรอชินอิจิคุง"

"ผม.. อยากจะย้ายห้องน่ะครับ"
คุณยายเงียบไปซักพัก
"ทะเลาะอะไรกันอยู่จริงๆสินะ.." คุณยายมองผมและยิ้มให้อย่างเอ็นดู ผมรู้สึกอัดอัดกับรอยยิ้มนั้นมากเลย
"โอเคจ่ะ เดี๋ยวยายทำความสะอาดห้องนั้นไว้ให้นะ
"ด.. เดี๋ยวผมไปช่วยนะครับ"
"ไม่เป็นไรหรอกชินอิจิคุง ยายทำแปปเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ เราไปเก็บข้าวเก็บของเถอะนะ"
".............."
 
 
ผมรีบเร่งฝีเท้าเดินมาที่ห้องใหม่ที่คุณยายจัดเตรียมให้แล้วรีบปิดประตูทันที คิดไม่ได้ตามผมมาอย่างที่ผมคิดไว้ ผมยืนพิงประตูอยู่เงียบๆแบบนั้น ใจยังเต้นตุบๆไม่หยุด ผมยืนตกอยู่ในภวังค์อยู่ซักพักใหญ่ๆจนคุณยายที่ยืนจัดของอยู่ในห้องเดินมาจับไหล่ผม
"ชินอิจิคุง"
 
ผมสะดุ้งเบาๆ
 
"ชินอิจิคุง เป็นอะไรรึเปล่า ยายเรียกตั้งหลายครั้งแน่ะ"
"ม.. ไม่เป็นไรครับคุณยาย ขอบคุณที่รบกวนนะครับ"
"ไม่เป็นไรเลย ยายจัดห้องไว้แล้วนะ ที่เหลือชินอิจิคุงก็มาดูเองนะจ๊ะ" คุณยายพูดพลางส่งยิ้มให้ผมและเดินออกไป ผมกล่าวขอบคุณท่านอีกครั้งก่อนจะเดินไปจัดของของตัวเองมาวางไว้พลางคิดอะไรไปเรื่อย
 
 
ท่าทางของคิดเมื่อกี้
คำพูดของหมอนั่นที่พยายามรั้งเราไว้
ผมคิดแต่เรื่องพวกนี้มากกว่าที่คิดเรื่องชื่อจริงของหมอนั่นซะอีก.. 
 
 
ผมสะบัดความคิดไร้สาระพวกนั้นออกจากหัวไปและเริ่มเข้าอินเตอร์เน็ตเสิร์ชชื่อ 'คุโรบะ ไคโตะ' ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตปรากฏข้อมูลธรรมดาๆที่เผินๆดูไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังของเด็กผู้ชายคนนี้จะเป็นเจ้าบ้าที่ทำตัวร้ายกาจขนาดนี้... ผมรู้สึกคุ้นหน้าหมอนี่ในชุดนักเรียนมากๆ นั่งคิดไปนั่งคิดมาก็จำขึ้นมาได้.. ผมเคยเดินสวนกับเจ้าหมอนี่ตอนตัวเองเป็นโคนันนี่น่า ตอนนั้นหมอนั่นเดินมากับเด็กผู้หญิงคนนึงสวนกับพวกผมที่ตอนนั้นมีรันและโซโนโกะอยู่ด้วย รันก็เคยบอกด้วยว่าผม(ชินอิจิ)หน้าตาคล้ายหมอนั่นมากๆ.. 
 
 
คล้ายมากจริงๆนั่นล่ะนะ.. ทำไมเราถึงไม่เอะใจอะไรเลย
 
 
ผมพยายามหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมแต่อินเตอร์เน็ตก็เหมือนจะไม่มีข้อมูลอะไรอีกนอกจากเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียนอะไร ผลการเรียน เพื่อนร่วมชั้น.. แม้แต่ข้อมูลของคนในครอบครัวก็ไม่ปรากฏ 
 
 
สมกับเป็นหมอนั่น นี่มันน่าสนใจชะมัดเลย..
 
 
ผมนั่งหาข้อมูลต่างๆไปเรื่อยอ่านนู่นอ่านนี่จนลืมไปเลยว่าผมต้องหาหลักฐานมาเพื่อพิสูจน์ว่าคุณยายบริสุทธิ์.. ถึงแม้ว่ามันจะขัดกับสันชาตญานของผมที่คิดว่าคุณยายน่าจะอยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ก็เถอะ.. ผมนั่งหมกหมุ่นกับเรื่องของหมอนั่นอยู่นานจนไม่ได้มองเวลา คุณยายต้องมาเคาะประตูเรียกผมไปทานอาหารเย็น
 
 
วันนี้คิดไม่ได้ลงมากินข้าว
ผมกับคุณยายคุยนู่นคุยนี่กันเล็กน้อยแล้วก็ต่างคนต่างกินไป เพราะคิดไม่ได้ลงมากินข้าวบรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เลยดูกริบไป หลังจากที่ผมไปช่วยคุณยายล้างจานผมก็ขึ้นไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องคิด อยากจะเคาะแต่ก็ตัดสินใจไม่เคาะซะได้ -_-; ผมเดินไปเดินมาอยู่แบบนั้นจนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง
"บ้าเอ้ย.. ทำอะไรอยู่น-- "
แอ๊ด.. 
ป.. ประตูเปิดออกมาแล้ว!
 
 
ผมรีบผละออกจากตรงนั้นและเดินหนีทันที แต่คิดเร็วกว่า หมอนั่นกระชากแขนผมไว้จนผมต้องร้องโอ้ยออกมาเพราะเจ็บ
 
 
"โอ้ย! มันเจ็บนะคิด!" 
"มาเดินทำอะไรแถวนี้ เกะกะ" หมอนั่นผลักผมออกอย่างแรงจนผมเกือบจะล้มและเดินอาดๆลงบันไดไป ผมยืนนิ่งกับการกระทำของเจ้าหมอนั่นอยู่ซักพักใหญ่ๆ รู้สึกชาอย่างบอกไม่ถูก 
 
 
 
หมอนั่นคงโกรธผมมาก แต่เอาเถอะ.. 
 
ผมตัดสินใจเดินขึ้นไปหาคุณหนูไดอาน่าแทน ช่างหมอนั่นปะไร
 
 
 
"เอ๋.. วันนี้มาคนเดียวหรอ แล้วคิดล่ะ" ไดอาน่านอนห้อยหัวลงมาจากเตียงคุยกับผม -_-; ช่วยนั่งคุยกันให้ดีๆหน่อยได้มั้ยเธอ
"อืม หมอนั่นไม่ว่างน่ะ"
"ทำอะไรอยู่ถึงได้ไม่ว่าง"
"ไม่รู้"
ไดอาน่าไหลตัวลงมาจากเตียงและลงไปนอนที่พื้นแทน ผมรีบชักขาขึ้นมานั่งขัดตะหมาดแทนเพื่อไม่ให้ขาตัวเองไปโดนเธอเข้า 
"อะไรของเธอเนี่ย -_-; นั่งให้มันดีๆได้มั้ย"
ไดอาน่าหัวเราะเสียงใส ยัยคุณหนูนี่ดูอารมณ์ดีขึ้นมากกว่าตอนแรกๆที่พบกัน ผมกำลังคิดไปเองอยู่ว่ามันเพราะผมหรือเพราะคิดกันแน่.. หรือเพราะเราสองคน?
"นี่ชินอิจิ พวกเธอทะเลาะกันหรอ"
"หืม ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"
"ฉันเดาเอาน่ะ"
ผมก้มมองหน้าเธอ ไดอาน่ายิ้มให้ผมอย่างไร้เดียงสา 
"เขาเป็นเพื่อนของนายไม่ใช่หรอ ทะเลาะกันก็ควรคุยกันดีๆสิ ในเมื่อเขาไม่ง้อนายก็ต้องไปง้อ ถ้าฉันเป็นนายฉันไม่ปล่อยให้มันเป็นงี้หรอก เสียดายที่ฉันไม่มีเพื่อนให้ทะเลาะด้วย.." คุณหนูหลับตาพูด รอยยิ้มจางหายไปจากหน้าเธอแล้ว ผมอดรู้สึกสงสารไดอาน่าไม่ได้ สิบกว่าปีมานี้ยัยนี่ยังไม่เคยมีเพื่อนเลยซักคน แถมต้องมาเจอเรื่องแปลกๆแบบนี้อีก 
 
 
แต่ว่า.. เพื่อนงั้นหรอ
ไม่เลย เราไม่ใกล้เคียงคำว่าเพื่อนกันเลย..
 
 
"ช่างเถอะ" ผมยักไหล่ "เธอไม่เข้าใจหรอก ตอนนี้มีเรื่องมากมายให้ฉันคิด" ผมพิงกับพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลงบ้าง "ฉันแค่อยากหาเพื่อนคุยเฉยๆ..." ผมพึมพำกับตัวเอง
อยู่ดีๆไดอาน่าก็ลุกพรวดขึ้นมานั่ง
"ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่มั้ย"
 
 
 
ผมลืมตาขึ้นมามองเธอยิ้มๆ
 
"เราเป็นเพื่อนกันตั้งนานแล้ว ยัยเบ๊อะเอ้ย"
 
 
 
ผมนั่งคุยกับไดอาน่าต่ออีกหลายเรื่อง ยัยนั่นถามว่าญี่ปุ่นเป็นยังไง ผมมีเพื่อนเยอะมั้ย แถมยังถามเรื่องคิดด้วย และแน่นอนว่าผมตอบไปแค่ว่าไม่รู้ๆเท่านั้น ผมเล่าเรื่องคดีต่างๆที่ผมเจอมา แล้วก็ไม่พ้นเรื่องของเชอร์ล็อค โฮม ไดอาน่าดูสนใจมากและนั่นทำให้ผมรู้สึกสนุกขึ้นอีกที่ได้คุยกับเธอ 
 
 
ก๊อกๆๆ
 
ผมกับไดอาน่าหันไปมองประตูพร้อมกัน ผมอาสาเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตูเอง
 
แอ๊ด.........
 
 
"....................................."
"คิด?" 
คนตรงหน้ากระตุกยิ้มมุมปากให้ผม
"ไม่เรียกอีกชื่อล่ะ"
"...................................."
คราวนี้ผมเป็นฝ่ายยิ้มออกมาบ้าง
"ว่าไงคุโรบะ ไคโตะ มาทำอะไรล่ะ" 
"จำชื่อฉันได้เป๊ะๆเลยแฮะ"
"แน่นอน กลับญี่ปุ่นไปนายโดนจับแน่"
 
 
ไดอาน่านั่งมองผมสลับกับคิดไปมา ดวงตาสีฟ้ากลมโตของเธอเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิมยามที่มองมา
 
 
"โดนจับหรอ" คิดเลิกคิ้วแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ "นายลืมเรื่องหลักฐานไปรึเปล่า"
".........."
"นายจะจับเด็กม.ปลายธรรมดาๆในเนืองโอกาสอะไร? ถึงนายจะเป็นนักสืบม.ปลายชื่อดังแต่อย่าคิดเลยว่าแค่คำบอกเล่าปากเปล่ามันจะทำอะไรฉันได้"
"........."
"เฮ้ไง ยัยคุณหนู" คิดหันไปยิ้มแฉ่งให้ไดอาน่าและกลับมามองบีบคางผมซะแรงทำเอาผมสะดุ้งโหยงเพราะไม่ทันตั้งตัว ไดอาน่าโวยขึ้นมาทันทีที่เห็นแบบนั้น ผมได้แต่กัดฟันส่งสายตาไม่พอใจให้คิดกลับไป
หมอนั่นยื่นหน้ามาใกล้ผมและพูดกระซิบเสียงเบา 
"...ถ้านายจะเล่นกับฉัน.. ฉันก็จะเล่นกับนาย เตรียมรับมือไว้ให้ดีล่ะ"
 
 
และหมอนั่นก็ผลักตัวผมเข้าไปก่อนจะปิดประตูตามเสียงดัง 
ไดอาน่ารีบลุกมารับตัวผมไว้ไม่ให้ล้มลงไป พลางถามผมไม่หยุดว่าเป็นไงบ้าง เมื่อกี้คิดพูดกับผมว่ายังไง
ผมได้ยินเสียงกระแทกเท้าเดินลงจากบันไดไป และในหัวผมตอนนี้มีแต่ประโยคเมื่อกี้ของคิดวนเวียนไปมาไม่หยุด
 
 
'สองอัศวินมีกิจที่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันในเวลาที่โลกต้องการทั้งความมืดและแสงสว่าง
เจ้าหญิงผู้ที่ขังตนเองไว้บนหอคอยสูงเสียดฟ้า ไม่ยอมรับทุกอย่างจากโลกภายนอก
เจ้าหญิงผู้แสนเย่อหยิ่งและไม่เจียมตัวว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย
มีแค่พวกเจ้าทั้งสองที่ช่วยได้'
 
 
ผมแค่นหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงข้อความในภารกิจของเรา
 
 
'เราคือนักรบสีขาวและนับรบสีดำทั้งสองผู้เก่งกาจ เราทั้งสองได้ร่วมครอบครองชัยชนะด้วยกันมานัดต่อนัด
ข้าคือตัวแทนแห่งความมืด ส่วนเจ้า.. คือตัวแทนแห่งแสงสว่าง.. 
การต่อสู้ของเราสองได้มีมาเรื่อยๆ ที่ใดมีข้าย่อมมีเจ้า ที่ใดมีเจ้าย่อมมีข้า
แสงสว่าง แม้จักสว่างบริสุทธิ์เพียงใด เช่นไรก็ย่อมมีความมืด เราขาดกันไม่ได้
ถึงเวลาแล้วที่ต้องตัดสินมันเสียที ตัดสินความจริงที่ว่า
 
ท้ายที่สุด นักรบผู้ใดจะได้เป็นผู้ชนะ' 
 
 
ท้ายที่สุด นักรบผู้ใดจะเป็นผู้ชนะ... 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
THE END : start : เริ่มได้ | #14
 
#อัพฟิคสัปดาห์ละครั้งนะคะ 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น