ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 ศพในคฤหาสน์ย่านชานเมือง

ชื่อตอน : เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 ศพในคฤหาสน์ย่านชานเมือง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 550

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 13:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 ศพในคฤหาสน์ย่านชานเมือง
แบบอักษร

     ณ บ้านตระกูลซ่ง 

        ซ่งฉีหมิงได้สติฟื้นคืนแล้ว “พ่อครับ คุณอารองจะกลับมาเมื่อไรครับ!” 

        ซ่งผิ่นเซิงคิดในใจแล้วตอบว่า “น่าจะใกล้แล้วล่ะ” 

        หลายปีที่ผ่านมา มีศัตรูคู่อาฆาตของซ่งผิ่นเซิงจำนวนมากที่ถูกซ่งผิ่นหยวนกำจัดอย่างลับๆ ในขณะเดียวกันซ่งผิ่นเซิงก็ได้ส่ง ‘เครื่องบรรณาการ’ ให้กับซ่งผิ่นหยวนไม่น้อย! 

        “คุณอารอง ท่านเก่งมากเลยนะครับ” ซ่งฉีหมิงเลื่อมใสในตัวอารองของเขามาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้คุณปู่จะเป็นคนคอยกำกับเรื่องสำคัญในบ้าน แต่เวลาที่คุณปู่อยู่กับคุณอารองท่านจะไม่วางอำนาจ คุณอารองต้องการอะไรท่านก็ไม่เคยปฏิเสธเลย 

        คุณพ่อและคุณอารองสนิทสนมกันมาก คุณอารองก็ให้เกียรติคุณพ่อเสมอ 

        พอมีข่าวว่าคุณอารองกลับมาแล้ว คนที่เป็นปรปักษ์กับพวกเขาต่างยอมยกธงขาวไปตามๆ กัน 

        “คุณพ่อครับ คุณอารองออกไปทำอะไรเหรอครับ!” 

        “เขาออกไปกู้หน้าให้กับลูก” 

        “เขาออกไปหาไป๋อวิ๋นซีแบบนี้ มันจะดีเหรอครับ” 

        เบื้องบนปฏิบัติต่อสำนักของผู้แสวงความสันโดษด้วยความเคารพ แต่ในขณะเดียวกันก็คอยเฝ้าระวัง หากว่ายอดฝีมือวิทยายุทธ์โบราณกลุ่มใดที่ทำเกินกว่าเหตุ รัฐบาลก็จะใช้กำลังจับกุมพวกเขามาประหาร ต่อให้ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณคนนั้นจะเก่งกาจขนาดไหน แต่พวกเขาก็มีเลือดเนื้อ หากรัฐบาลตัดสินใจจะสังหารแล้ว ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณธรรมดาทั่วไปก็ไม่แน่ว่าจะสู้ไหว 

        ภูมิหลังของบ้านตระกูลไป๋ก็มีความสัมพันธ์กับผู้ฝึกยุทธ์โบราณ หากแตะต้องไป๋อวิ๋นซี คนตระกูลไป๋คงไม่ยอมแน่ 

        “ไม่ใช่ไป๋อวิ๋นซี แต่เป็นเย่ฝาน” ซ่งฉีหมิงกล่าว 

        “ที่แท้ก็เป็นเขา!” ซ่งฉีหมิงพยักหน้าแล้วกล่าว “นานๆ ทีไป๋อวิ๋นซีจะได้พบคนที่ถูกใจ เจ้าเย่ฝานคนนี้ก็ไม่รู้ว่ามีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นอย่างไรบ้าง หากหมอนั่นตายไปสักคน ไป๋อวิ๋นซีคงจะรับไม่ได้แน่ๆ” 

        “นายท่าน เกิดเรื่องไม่ดีแล้วครับ” ผู้คุ้มกันความปลอดภัยนายหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานด้วยความรีบร้อน 

        ซ่งผิ่นเซิงพูดอย่างไม่พอใจว่า “ลุกลี้ลุกลนทำไมกัน เกิดอะไรขึ้น?” 

        “นายท่านครับ ศพที่อยู่ชานเมืองถูกคนพบเข้าแล้ว” ผู้คุ้มกันความปลอดภัยรายงาน 

        สีหน้าของซ่งผินเซิงพลันเปลี่ยนไปทันที “เป็นไปได้ยังไงกัน?” 

        ซ่งฉีหมิงพูดด้วยความสงสัยว่า “คุณพ่อ คฤหาสน์ย่านชานเมืองเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” 

        ซ่งผินเซิงโบกมือปฏิเสธ “ไม่มีอะไร ลูกไม่ต้องยุ่ง” 

         

        เฉินเอี๋ยนใช้มาตรการทางการทหารปิดล้อมคฤหาสน์หลังนี้ไว้ หลังจากได้รับแจ้งความเฉินเอี๋ยนก็รีบรุดไปที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงก็พบศพหญิงสาวถึงสิบศพในคฤหาสน์หลังนั้น 

        หลังจากการสืบสวน เฉินเอี๋ยนพบว่าหญิงสาวเหล่านี้ล้วนถูกลักพาตัวมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทว่าการสืบค้นยังไม่จบเพียงแค่นั้น เฉินเอี๋ยนยังขุดเจอศพของหญิงสาวอีกหลายสิบศพบริเวณสวนคฤหาสน์ เมื่อชันสูตรศพก็พบว่าศพเหล่านั้นเสียชีวิตมาแล้วกว่าสิบปี 

        “หัวหน้า ผมคิดว่าสถานการณ์ไม่ค่อยปกตินะครับ!” หูหลินกล่าว 

        เฉินเอี๋ยนพยักหน้าแล้วพูดว่า “แน่นอน บนศพของหญิงสาวเหล่านั้นไม่ปรากฏบาดแผล เวลาเสียชีวิตก็อยู่ในช่วงไม่กี่วันมานี้ แต่ศพทุกร่างกลับแห้งราวกับมัมมี่ ลักษณะการตายน่าสะพรึงกลัวมาก” 

        “หัวหน้าครับ ผลการตรวจสอบสถานะของหญิงสาวเหล่านี้ออกมาแล้วครับ แต่ละคนล้วนมีวันเดือนปีเกิดเป็นวันเดียวกัน” หูหลินรายงาน เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของเรื่องนี้ 

        เฉินเอี๋ยนหลุบตาลงก่อนสั่งการ “บันทึกสถานการณ์ทั้งหมดของที่นี่ แล้วรายงานขึ้นไป” 

        ลักษณะการเสียชีวิตของคนที่นี่แปลกประหลาดมาก ทั้งหมดมีวันเดือนปีเกิดเดียวกัน และจำนวนผู้ตายก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว มันต้องไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาแน่ๆ 

        เฉินเอี๋ยนหรี่ตาลง อาชญากรรมที่เกิดจากฝีมือของพวกเหนือมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องที่ตำรวจธรรมดาทั่วไปอย่างเขาจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้ สำหรับคนพวกนี้ตำรวจก็เป็นแค่พวกอ่อนหัดในสายตาเท่านั้น 

        ที่นี่มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่กลับไม่ปรากฏพิรุธใดๆ เล็ดลอดออกไปเลย จะต้องมีคนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังแน่นอน 

        เมื่อเรื่องคฤหาสน์ชานเมืองถูกเปิดโปงอย่างนี้ ทำให้ซ่งผินเซิงร้อนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม 

        โชคดีที่คฤหาสน์หลังนั้นเป็นชื่อของคนอื่น ซ่งผิ่นเซิงจึงไม่กังวลว่าตำรวจจะสาวมาถึงตัวเขา แต่ว่าซ่งผิ่นหยวนยังไม่กลับมา ทำให้ซ่งผิ่นเซิงกระวนกระวายใจไม่น้อย 

         

        ณ บ้านตระกูลเฉิน 

        “พี่ชาย พี่กำลังศึกษาคดีอะไรอยู่หรือคะ!” 

        เฉินเข่อหลันมองรูปถ่ายไม่กี่รูปบนโต๊ะ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป “พี่ใหญ่ นี่มัน… ใครเป็นคนทำคะ? โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!” 

        เฉินเอี๋ยนรีบเก็บรูปถ่ายแล้วตอบว่า “นี่น่าจะเป็นการก่อคดีของพวกเหนือมนุษย์ อาจเกี่ยวข้องกับบ้านตระกูลซ่ง ถึงแม้ว่าซ่งผิ่นเซิงจะจัดการได้เรียบร้อย แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้ง จากการสืบค้นอย่างละเอียดก็พบว่าเบื้องหลังของคดีนี้มีเงาของซ่งผิ่นเซิงแฝงอยู่” 

        “บ้านตระกูลซ่ง?” เฉินเข่อหลันพึมพำ 

        เฉินเอี๋ยนพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว หลายปีที่ผ่านมาบ้านตระกูลซ่งทำเรื่องสกปรกไว้มากมาย แต่ว่าซ่งผิงหยวนซึ่งเป็นคนของตระกูลซ่งนั้น เป็นหนึ่งในสมาชิกของสำนักอสูรเร้นเงา เบื้องบนเกรงว่าถ้าจัดการกับเรื่องนี้ ย่อมอาจถูกคนของสำนักอสูรเร้นเงาลอบสังหารได้ ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่กล้าแตะต้องตระกูลซ่ง” 

        เฉินเข่อหลันขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “เจ้าชายทำความผิด มีโทษเท่าสามัญชน หรือเพียงเพราะคนพวกนั้นร้ายกาจมาก เบื้องบนจึงไม่อยากยุ่งเหรอ?” 

        เฉินเอี๋ยนหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดว่า “คำขวัญใครก็พูดได้ แต่จะปฏิบัติได้จริงไหม คำขวัญที่ว่าทุกคนเท่าเทียมกันท่องต่อกันมานานเท่าไรแล้ว แต่จนถึงตอนนี้คนเราทุกคนเท่าเทียมกันจริงๆ เหรอ?” 

        “จะว่าไปแล้ว ตอนที่พี่สืบเกี่ยวกับบ้านตระกูลซ่ง พี่พบเรื่องประหลาดหนึ่งเรื่อง” เฉินเอี๋ยนเล่า 

        เฉินเข่อหลันถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “เรื่องประหลาด? ประหลาดยังไงเหรอคะ” 

        “ซ่งผิ่นหยวนหายไป” เฉินเอี๋ยนตอบ 

        เฉินเข่อหลันพูดอย่างงุนงง “หายไป จะหายไปได้ยังไงคะ?” 

        เฉินเอี๋ยนส่ายหน้าแล้วตอบว่า “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน นายท่านบ้านตระกูลซ่ง เหมือนกำลังตามหาเขา แต่ว่าเจ้าหมอนั่นยังคงสูญหายไร้วี่แวว” 

         

        ณ บ้านตระกูลไป๋ 

        “หลานบอกว่าเย่ฝานกำจัดซ่งผิ่นหยวนไปแล้ว?” มือของไป๋ซื่อหยวนเกิดสั่นเทา กล้องสูบบุหรี่ในมือพลันหล่นลงกับพื้น 

        ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วตอบว่า “น่าจะถูกสังหารไปแล้ว” 

        ตามที่เย่ฝานบรรยายถึงรูปร่างหน้าตาและการแต่งกาย น่าจะเป็นเขาไม่ผิดแน่ ติดตรงที่เย่ฝานบอกว่าฝ่ายตรงข้ามอ่อนหัดเกินไป ประเด็นนี้ฟังดูไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไร 

        “ชื่อเสียงของสำนักอสูรเร้นเงาไม่สู้ดีนัก ความจริงแล้วเบื้องบนไม่พอใจในสำนักนี้อยู่มาก แต่หากลงมือจัดการก็กลัวจะส่งผลกระทบต่อเรื่องอื่นๆ ตาแก่บ้านตระกูลซ่งไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย ตาอุตส่าห์มอบโอสถเพิ่มอายุขัยเพื่อเป็นการขอโทษแล้ว แต่เจ้าหมอนั่นก็ยังไม่ยอมรามือ” ไป๋ซื่อหยวนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ 

        ไป๋ซื่อหยวนนิ่งไปชั่วครู่ เขาถอนหายใจก่อนพูด “หลายปีก่อน ซ่งผินเซิงเคยช่วงชิงตำแหน่งกับข้าราชการคนหนึ่ง โอกาสที่ซ่งผินเซิงจะชนะมีน้อยกว่าข้าราชการคนนั้นมาก แต่ผ่านไปไม่นาน ข้าราชการคนนั้นกลับหัวใจวายตายกะทันหัน หลานรู้ไหมว่าข้าราชการคนนั้นไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจ! และตอนที่เขาตายมีอายุเพียงสี่สิบห้าปีเท่านั้น” 

        ไป๋อวิ๋นซีกล่าวอย่างไม่พอใจ “ถ้าเป็นแบบนี้ ตระกูลซ่งก็ทำตัวได้ใจเกินไปแล้ว!” 

        “เรื่องทำนองนี้ยังมีอีกเยอะ!” ไป๋ซื่อหยวนพูดพร้อมส่ายหน้า 

        “บ้านตะกูลซ่ง เหมือนยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยความสงสัย 

        ซ่งผินหยวนตายแล้ว ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างบ้านตระกูลซ่งและสำนักอสูรเร้นเงาได้ยุติลงเช่นกัน บ้านตระกูลซ่งยังไม่เดือดร้อนได้หรือ? 

        “บางทีคนบ้านตระกูลซ่งอาจยังไม่รู้ว่าซ่งผิ่นหยวนตายแล้ว” 

        หลายปีมานี้ซ่งผิ่นหยวนทำตามอำเภอใจมาตลอด บางทีบ้านตระกูลซ่งอาจไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าจะมีเรื่องเกิดกับซ่งผิ่นหยวน 

        ไป๋อวิ๋นซียิ้มแล้วพูดว่า “ช่างมันเถอะ หากตระกูลซ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับมา พวกเราก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องด้วยก็แล้วกัน” 

        “ความสามารถของเย่ฝานเก่งกาจขนาดไหนกัน!” ไป๋ซื่อหยวนถามด้วยความสงสัย 

        ไป๋อวิ๋นซี “…” ปัญหานี้เขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน! ทุกครั้งที่เขาคิดว่าเย่ฝานเป็นคนลึกลับจนยากจะเข้าใจ เจ้าหมอนี่ก็มักจะก่อเรื่องงี่เง่ามายืนยันว่าเขาเป็นแค่คนซื่อบื้อปัญญาอ่อนเท่านั้น 

         

        เย่ฝานหิ้วกล่องอาหารเดินเข้าไปที่มหาวิทยาลัยเหรินชวน 

        “นักศึกษาเย่ นายมาแล้วเหรอ นั่งก่อน นั่งก่อนสิ!” ศาสตราจารย์สื่อกระตือรือร้นอย่างผิดปกติ 

        เย่ฝานมองศาสตราจารย์สื่อด้วยความงุนงง ตาเฒ่านี่ทำดีกับเขามาตลอด แต่ครั้งนี้เหมือนจะมากไปหน่อย 

        “ศาสตราจารย์สื่อ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เย่ฝานเอ่ยถาม 

        ศาสตราจารย์สื่อหัวเราะแล้วตอบว่า “ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่อยากขอบคุณนาย นายรู้ไหมว่าสองวันก่อนที่คณะมีหญิงสาวคนหนึ่งกระโดดตึกตาย?” 

        เย่ฝานกะพริบตาแล้วพูดด้วยความสงสัยว่า “สมัยนี้คนที่คิดไม่ตกมีอยู่เต็มไปหมด! ทำไมถึงคิดไม่ตกขนาดนั้น?” 

        “ผู้หญิงคนนั้นกระโดดตึกมันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ตอนหล่อนกระโดดลงมา ฉันอยู่ข้างล่างตรงจุดนั้นพอดี ร่างของหล่อนจึงเกือบจะพุ่งลงมาทับฉันตาย” ศาสตราจารย์สื่อเอามือตบหน้าอก แล้วพูดด้วยความกลัวที่ยังไม่จางหาย 

        เย่ฝานหรี่ตาลงพลางพูดด้วยความไม่เข้าใจ “ศาสตราจารย์สื่อ อยู่ดีๆ ทำไมถึงเดินไปใต้ตึกหอพักนักเรียนหญิงได้ล่ะ! หรือว่าจะไปถ้ำมอง อย่างนี้ไม่ดีนะครับ! ศาสตราจารย์สื่อคุณอายุปูนนี้แล้ว ยังกล้าทำเรื่องไม่ให้เกียรติตัวเองแบบนี้!” 

        ศาสตราจารย์สื่อเหลือบตามองบน สำลักจนเกือบเป็นลม “นายพูดเหลวไหลอะไรกัน? ผู้หญิงคนนั้นมาฆ่าตัวตายที่หอพักชาย แล้วตึกที่เป็นหอพักของอาจารย์และบุคลากรอยู่ข้างๆ หอพักชายพอดี!” 

        เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ แล้วถามว่า “ร่างของหล่อนไม่ได้พุ่งใส่ตัวคุณเหรอ?” 

        ศาสตราจารย์สื่อหยิบยันต์คุ้มภัยขึ้นมาแล้วพูดว่า “ยันต์คุ้มภัยนี้นายเป็นคนให้ฉันไว้ ตอนนี้ลวดลายบนยันต์จางไปแล้ว เหมือนกับว่ายันต์คุ้มภัยนี้ช่วยยันร่างผู้หญิงคนนั้นไว้ หล่อนก็เลยไม่ได้พุ่งใส่ฉัน และผู้หญิงคนนั้นก็รอดตายด้วย” 

        เย่ฝานพยักหน้าพลางกล่าว “อย่างนี้ก็ถูกแล้ว ยันต์คุ้มภัยสามารถใช้ได้สามครั้ง เมื่อครบสามครั้งก็ใช้ไม่ได้แล้ว!” 

        ศาสตราจารย์สื่อพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ของนี่ใช้ดี นายมอบให้ฉันอีกสักแผ่นได้ไหม!” 

        เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ได้หรอกครับ! ผมต้องเอาของพวกนี้ไปแลกเป็นเงินกับพวกร่างทรง!” 

        ศาสตราจารย์สื่อพูดอย่างเซ็งๆ ว่า “อย่างนั้นฉันก็ต้องเสียเงินซื้อ...” 

        “แผ่นละหนึ่งล้านหยวน” เย่ฝานเอ่ย 

        สื่อเว่ยทำหน้าบูดเบี้ยวทันที “แพงขนาดนี้เลย?” 

        “ไม่แพง ผมขายราคานี้แหละ!” เย่ฝานเอ่ยย้ำ 

        สื่อเว่ย “…” 

        เซี่ยวฉือแสร้งทำเป็นอ่านวรรณกรรม แต่ความจริงแล้วแอบฟังทั้งสองคุยกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ 

        “คุณตาครับ! ยาบำรุงครอบจักรวาลที่คุณตาต้องการ ผมเอามาให้แล้วนะ ยานี่ในหนึ่งสัปดาห์ควรกินแค่หนึ่งเม็ดต่อหนึ่งคน อย่ากินบ่อยเกินไป ต้องรู้จักควบคุมด้วย บำรุงมากเกินไปก็ไม่ดีนะครับ” 

        เซี่ยวฉือ “…” ยานี่ไม่ใช่เขาที่ต้องการ แต่เป็นตาเฒ่าไป๋ต่างหาก ตาเฒ่าไป๋เจ้าหมอนี่ไม่กล้าเอ่ยปากขอเอง เลยให้เขาช่วยขอให้เจ้าสารเลวนี่ 

        ศาสตราจารย์สื่อมองเย่ฝาน เขาพยักหน้าและพูดคล้อยตามว่า “ใช่แล้วๆ คุณอายุปูนนี้แล้ว ต้องรู้จักควบคุมนะ!” 

        เซี่ยวฉือ “…” 

        ศาสตราจารย์สื่อเพ่งสายตาไปยังเย่ฝาน แล้วถามว่า “นักศึกษาเย่ นายคิดว่ายันต์คุ้มภัยสามารถขายในราคาถูกลงอีกนิดได้ไหม!” 

        เย่ฝานพยักหน้าพร้อมตอบว่า “ก็ได้ เห็นแก่ที่คุณอายุขนาดนี้แล้ว หาเงินคงไม่ง่ายเท่าไรนัก ผมลดราคาให้คุณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็แล้วกัน เย่ฝานมองศาสตราจารย์สื่อพร้อมวางท่าอย่างคนใจกว้าง 

        ศาสตราจารย์สื่อกัดฟัน แล้วเอ่ยว่า “ได้!” 

        ศาสตราจารย์สื่อดูเย่ฝานเดินจากไป แล้วหันไปพูดกับเซี่ยวฉือซึ่งกำลังดีใจบนความโชคร้ายของเขา “ตาเฒ่าเซี่ยว หลานเขยของคุณคนนี้ใจดำจริงๆ เลยนะ!” 

        เซี่ยวฉือกวาดตามองศาสตราจารย์สื่อ ก่อนพูดว่า “เขาลดราคาให้คุณขนาดนี้ คุณควรดีใจนะ คุณรู้ไหมว่ายันต์ที่เขาหลงหู่ซื้อไปไม่ได้ลดราคาเลย?” 

        ศาสตราจารย์สื่อเบิกตาโต แล้วถามว่า “คุณจะบอกว่า พวกร่างทรงที่เย่ฝานเรียก หมายถึงคนของเขาหลงหู่เหรอ?” 

        เซี่ยวฉือพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ก็ใช่สิ ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าใครล่ะ! พวกสิบแปดมงกุฎหรือไง!” เซี่ยวฉือมองสีหน้าตกใจของศาสตราจารย์สื่อ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี! ช่วงก่อนสื่อเว่ยคอยแต่เอาเรื่องของเขาไปพูดเป็นเรื่องตลกขบขัน ครั้งนี้ถึงตาเขาเอาคืนบ้าง 

          

         ------------------------ 

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร ตามไปให้กำลังใจ “เย่ฟาน” และ “คุณชายไป๋หวิ๋นซี” ได้ที่ 

https://www.kawebook.com/story/1833 

มาข้ามเวลาตามหารักแท้ไปพร้อม ๆ กันนะคะ ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว