sanitarybag

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

equivalent : หนึ่งเท่า | #13

ชื่อตอน : equivalent : หนึ่งเท่า | #13

คำค้น : yaoi conan

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2559 00:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
equivalent : หนึ่งเท่า | #13
แบบอักษร

ทั้งผมและคิดก็ไม่ได้คุยอะไรกัน (อีกแล้ว)

 
 
 
แต่คนที่แสดงออกถึงความไม่เป็นมิตรที่สุดก็คือผมนั่นแหละ -_-; จากเหตุการณ์วันนั้นมันทำให้ผมคิดว่ารันต้องได้ยินเสียงนั่นแน่ๆ คิดเดินลุยฝนนั่งเรือกลับคฤหาสน์ไปแบบไม่รอผมเลย แต่ใครจะสนล่ะ ถึงจะรอผมก็ไม่ยอมไปกับหมอนั่นหรอก
 
 
ผมรีบกลับไปคฤหาสน์และตรงเข้าไปกดสายหารันทันที และคำตอบของรันมันก็ทำให้ผมโล่งอก รันบอกว่าหลังจากที่คุยกันได้สองสามประโยคสายมันก็เงียบไป เสียงมาแบบขาดๆหายๆและที่ผมได้ยินเสียงรันสั่นๆก็เป็นเพราะสัญญาณมันขาดนี่เอง 
 
 
โชคดีไป -_-; 
 
 
และอีกอย่างคือ ตอนนี้เหมือนหมอนั่นจะรู้ว่าจูบของตัวเองเป็นจุดอ่อนของผม (มันก็จริงนั่นแหละ) แต่โทษที มันจะไม่มีครั้งต่อไปแล้วแน่นอน 
 
 
ผมแยกตัวมาหาคุณยายหลังกินข้าวเสร็จ คิดทำตัวปกติทุกอย่างตอนกินข้าว คุยเล่นกับคุณยายปกติแค่หมอนั่นไม่ได้หันมาหยอกล้อผมเหมือนเดิม แต่คราวนี้ผมไม่สนแล้วล่ะเพราะผมก็โกรธหมอนั่นอยู่เหมือนกัน 
"เอ่อ คุณยายครับ" ผมเดินไปยืนเรียกคุณยายอยู่ข้างหลังท่านตอนท่านกำลังล้างจานอยู่ 
"หืม.. อ้าว ว่าไงจ๊ะชินอิจิคุง.. ^^" คุณยายหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผม ผมเดินไปยืนข้างๆแล้วหยิบจานขึ้นมาช่วยล้าง 
"ผมช่วยนะครับ.. " เรายืนล้างกันอยู่เงียบๆซักพักก่อนที่คุณยายจะเป็นคนเอ่ยปากถามขึ้นมาก่อน
"ชินอิจิคุงมีอะไรรึเปล่า ทะเลาะกับคิดจังเขาอีกแล้วหรอหืม.." 
"คุณยายรู้หรอครับ?"
คุณยายหัวเราะออกมาเบาๆ "รู้สิจ๊ะ พวกเธอสองคนชอบแหย่กันจะตายตอนกินข้าวน่ะ แต่วันนี้ต่างคนต่างเงียบ ทำไมยายจะไม่รู้ล่ะ.." 
ผมหัวเราะตอบกลับไปเบาๆ "ความจริงก็มีนะครับคุณยาย" ผมหยุดล้างจานแล้วหันไปหาท่าน จ้องมองด้วยสายตาจริงจัง
 
 
 
"ผมมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อยครับ" 
 
 
 
KAITO'S PART 
 
 
ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้นกับหมอนั่นเลย ผมทำเพราะอยากจะเอาชนะหมอนั่นต่างหาก ยิ่งเห็นแววตาที่เด็ดขาดไม่จริงของเจ้านั่น.. มันยิ่งทำให้ผมอยากสั่งสอนซะให้เข็ด 
พี่สาวคนนั้นคงไม่ได้ยินเสียงนั่นหรอกนะตามความคิดของผม ตอนนั้นสัญญาณมันคงจะแย่สุดๆเพราะขนาดตอนที่พายุไม่เข้ายังต้องห๊ะๆใส่หูโทรศัพท์ตั้งหลายทีเลย -_-; 
แต่ก็ขอสารภาพเลยนะ ว่าผมแอบอยากให้เขาได้ยินอยู่ ผมหวงนี่น่า.. 
 
 
ผมคิดว่าตอนนี้หมอนั่นคงจะโกรธผมอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ ถึงจะไม่โกรธก็น่าจะเจ็บใจที๋โดนผมยั่วโมโหไปแบบนั้น แต่ถึงจะรู้แบบนั้นผมก็ไม่คิดจะไปง้อหรอก ผมก็โกรธอยู่เหมือนกัน (โกรธอะไร.........) 
 
 
หลังจากทานอาหารเสร็จผมก็แยกตัวขึ้นมาบนห้อง เปิดโน้ตบุ๊คและติดต่อกับคนรู้จักของผมบ้าง ผมคุยแชทกับอาโอโกะ ยัยนั่นถามผมใหญ่เลยว่าไปทำอะไร อยู่กับใคร ทำไมไม่ติดต่อกลับมาเลย -_-; ก็นะ ผมเข้าใจชินอิจิตอนเป็นโคนันเลย การปิดบังตัวเองนี่มันก็ลำบากพอควร แต่ก็โชคดีที่อาโอโกะไม่ได้คิดที่จะสงสัยผมและพยายามจะสืบผม
 
 
ผมนั่งเล่นโน้ตบุ๊คอยู่นานและเริ่มร้อนใจว่าทำไมหมอนั่นไม่กลับมาที่ห้องซักที ตอนนี้ก็.. สองทุ่มครึ่งแล้ว เราแยกกันที่โต๊ะอาหารตอนหกโมงกว่าๆ ..ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกัน
 
 
หรือว่าหมอนั่นจะพยายามหาหลักฐานอยู่? ก็ไม่แน่นะ คงจะแค้นผมอยู่ไม่น้อยเลยล่ะจากที่ผมทำกับหมอนั่นไป 
 
 
ระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรไปเรื่อยอยู่นั้นก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างแรง ผมยิ้มกว้างออกมาอย่างลืมตัวและหันไปมองที่ประตูเพื่อจะเอ่ยปากถามคนที่เดินเข้ามาว่าหายไปไหนมา แต่ผมก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาพร้อมกับดอร์เชียนและกำลังจะย้ายของจากเตียงตัวเองเดินออกไป 
 
 
"เดี๋ยว นั่นนายจะไปไหนน่ะ" ผมเอ่ยถามขึ้นมาทันทีหลังจากที่ดอร์เชียนยกของส่วนนึงออกไปแล้ว ชินอิจิไม่ตอบผม ก้มหน้าก้มตาเก็บของใส่เป้ตัวเองแล้วเดินผ่านหน้าผมไปซะเฉยๆ 
"เฮ้! ไม่ได้ยินที่ถา--!" 
 
ผัวะ!!!
 
 
..............................................
 
 
ช็อคไปสิ..
 
 
ผมกระชากแขนหมอนั่นให้หันมาเผชิญหน้ากับผม แต่ก็โดนหมอนั่นเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เต็มๆแรงโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันหันมามองผมด้วยซ้ำ ผมหน้าหันเลือดค่อยๆซึมออกมาที่มุมปาก ยืนชาอยู่ได้ซักพักก่อนที่คุโด้ชินอิจิจะคว้าเป้ขึ้นมาและก้าวฉับๆออกจากห้องไปผมจึงได้สติ ผมตามไปดึงแขนของอีกฝ่ายและรีบปิดประตูล็อคกลอนอย่างไว หมอนั่นเห็นแบบนั้นจึงโวยวายขึ้นมาเสียงดังทันที
 
 
"ทำบ้าอะไรของแก!" ชินอิจิกระชากคอเสื้อของผมเข้ามาใกล้และตะโกนลั่น แววตาของหมอนี่ดูน่ากลัวกว่าครั้งก่อนๆที่เราทะเลาะกัน มันทำให้้ผมประหม่าเล็กน้อยแต่ก็พยายามไม่แสดงอาการอะไร
"นายจะไปไหน.." ผมพูดกับหมอนั่นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกๆครั้ง และดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมทำมันจะถูก เพราะแววตาของอีกฝ่ายก็ดูอ่อนลงเช่นกัน
"ฉันจะย้ายไปนอนอีกห้อง" ชินอิจิปล่อยคอเสื้อผมออกและเบนหน้าหนีผมพลางก้มลงหยิบเป้ที่ตกอยู่ข้างตัวทำท่าจะเดินออกไปอีกครั้ง ผมขยับไปยืนบังประตูและจ้องหน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังหลบตาผมอยู่
"ย้ายไปทำไม นายโกรธฉันมากขนาดนั้นเลยหรอ" 
ชินอิจิหันกลับมาสบตากับผม "นายกล้าถามฉันออกมาได้ยังไง" 
 
 
 
ผมเงียบ
หมอนั่นเงียบ
 
 
 
ผมยืนเงียบๆอยู่ซักพัก พยายามจะคิดคำพูดต่างๆนานาแต่ก็คิดอะไรไม่ออก ชินอิจิจ้องหน้าผมเหมือนต้องการคำตอบ เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกอึดอัด
 
 
 
"งั้นนายก็บอกเหตุผลมาสิ ว่าย้ายออกไปทำไม!" ผมขึ้นเสียงใส่หมอนั่นระบายความอึดอัดในใจ ชินอิจิชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆพลางส่งยิ้มแปลกๆมาให้ผม
"นายแคร์อะไรของนายคิด" หมอนั่นแสร้งทำตาโตประหลาดใจใส่ผม และนั่นทำผมรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิมแต่ผมไม่แสดงออก ผมไม่อยากรู้สึกเหมือนกำลังจะแพ้
"นายควรจะบอกอะไรฉัน ไม่ใช่จู่ๆก็ย้ายออกไป" 
"ฉันแค่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องนอนห้องเดียวกับนาย ในเมื่อนายเป็นคนเตือนความจำฉันเองว่าเรามาอยู่ที่นี่ เพราะอะไร" หมอนั่นย้ำสามคำสุดท้ายใส่ผม 
"แล้วยังไงล่ะ มันเกี่ยวกันด้วยหรอ!" ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังงี่เง่าสิ้นดี และเหมือนอีกฝ่ายก็มองแบบนั้นเช่นกันเพราะตอนนี้หมอนั่นกำลังหัวเราะผมใหญ่
"คิด.. นายเป็นอะไรของนายไป" หมอนั่นมองผมเหมือนผมเป็นเด็กเล็กๆที่พูดจาน่าเอ็นดูอะไรออกไป
"นายพึ่งบอกฉันไปเองนะว่านายเปลี่ยนใจแล้ว ใครหาหลักฐานได้ก่อนชนะใช่มั้ย" ชินอิจิพูดต่อด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นจริงจัง "แล้วการที่เราจะแยกห้องกันมันแปลกอะไร ในเมื่อเรากำลังแข่งกัน ไม่ได้กำลังร่วมมือกัน" 
 
 
 
หน้าผมชาเหมือนถูกตบไปซัก 10 ที ไม่เคยรู้สึกว่าคำพูดของตัวเองจะกลับมาทำร้ายผมขนาดนี้มาก่อน และที่เจ็บมากกว่าก็คือคนตรงหน้าผมดูไม่แคร์อะไรเลย คนตรงหน้าผมต้องการจะเอาชนะผมจริงๆ เขาไม่ได้แคร์ผมแล้ว
 
 
 
ผมพอจะทำอะไรได้บ้าง แค่เพื่อให้คนคนนี้ไม่ไปจากผม..
 
 
 
ผมจับมือชินอิจิกุมเอาไว้เบาๆ ส่งสายตาเสมือนว่าผมยอมแล้วทุกๆอย่าง หมอนั่นมีแววตาชะงักไปแค่เล็กน้อยแต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ชินอิจิมองผมนิ่งๆเพื่อดูว่าผมจะทำอะไร
"ฉันขอโทษ.. ฉันไม่คิดว่านายจะโกรธขนาดนี้... ลืมมันไปได้มั้ย.. อย่าไปนะ" ผมเลื่อนมือข้างที่กุมมืออีกฝ่ายอยู่ขึ้นมาประคองแก้มอีกฝ่ายเอาไว้และยื่นหน้าเข้าไปประกบปากจูบเนิบนาบเบาๆ ไล้นิ้วโป้งลูบย้ำๆที่โหนกแก้มของอีกฝ่ายพลางกดจูบลงไปหนักขึ้น ตอนแรกชินอิจิไม่ตอบสนองกับจูบของผมแต่พอผ่านไปซักพักอีกฝ่ายก็ค่อยๆทิ้งเป้ของตัวเองแล้วยกแขนขึ้นคล้องคอผม ผมเริ่มยิ้มอยู่ในใจ คิดไม่ผิดเลยว่าจูบของผมคือจุดอ่อนของอีกฝ่าย 
 
เราแลกลิ้นนัวเนียกันอย่างดูดดื่มไม่มีใครยอมใคร ครั้งนี้หมอนี่ดูร้อนแรงกว่าครั้งไหนๆจนทำให้ผมเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ผมทำท่าจะอุ้มช้อนตัวอีกฝ่ายกลับไปที่เตียงให้มันรู้แล้วรู้รอดแต่พอชินอิจิเห็นแบบนั้นจึงรีบดึงคอเสื้อผมเข้ามาหาตัวและถอยหลังไปจนหลังชนกับประตู
"ตรงนี้แหละ.."  พูดจบหมอนั่นก็รีบประกบปากลงมาจูบผมทันทีอย่างหนักหน่วง ผมรีบจูบตอบแบบงงๆเล็กน้อยไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไป ผมรีบสะบัดความสงสัยนั่นทิ้งและกลับมาสนใจร่างตรงหน้าผม ผมผละหน้าออกมาแล้วโอบเอวล็อคตัวอีกฝ่ายไว้พลางก้มหน้าลงไปซุกไซร้ซอกคออีกฝ่ายหนักๆเรียกเสียงครางหวานๆจากปากคนตรงหน้า และผมก็ไม่ผิดหวังเมื่อคนตรงหน้าผมครางเรียกชื่อผมออกมา
"..ฮ..อืออ.. คิด.." 
 
 
คิดงั้นหรอ..
ขัดใจชะมัด
 


ผมเลื่อนหน้าขึ้นมากระซิบข้างหูอีกฝ่าย "เรียกชื่อฉันสิ.."
คนตรงหน้าผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาปรือตามองผม "ชื่อ.. ชื่ออะไร.." 
"ไคโตะ" คนตรงหน้าผมชะงัก เหมือนกำลังกลับมาได้สติอีกครั้ง "คุโรบะ ไคโตะ" 
 
 
 
จู่ๆคุโด้ชินอิจิก็หัวเราะออกมา
ผมชะงักและรีบผละตัวออกมา 
รู้สึกพลาดที่สุดในชีวิต ที่ลืมไปว่า
คนตรงหน้าของผมคือ คุโด้ ชินอิจิ
 
 
 
"ว้าว.. คิด.." หมอนั่นยกมือขึ้นมาปาดน้ำลายที่มุมปากตัวเองออก พลางยื่นมือมาทำท่าเหมือนจะเช็ดให้ผมด้วยแต่ถูกผมสะบัดออกซะก่อน "น่าสนใจดีนะที่นายดันบอกชื่อจริงๆนายกับฉันน่ะ.. เมื่อกี้เคลิ้มมากเลยหรอ" หมอนั่นยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจและเดินไปหยิบเป้บนพื้นก่อนจะเดินกลับไปที่ประตูทำท่าจะเดินออกไป และผมก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปห้ามเป็นครั้งที่สอง..
 
 
 
ชินอิจิหันมาพูดกับผมก่อนที่จะเดินออกไป
"ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับจูบของนายอีกแล้ว อย่ามาแตะตัวฉันอีก" ผมเงยหน้าไปมองอีกฝ่ายไม่ตอบโต้อะไร
"อ่า แล้วก็.. หนึ่งแต้มครั้งนี้ขอฉันนะ" หมอนั่นยิ้มออกมา ผมหลงรักรอยยิ้มนี้เอามากๆ.. แม้ว่าตอนนี้ผมจะโดนทำร้ายจิตใจอยู่ 
 
"ยินดีที่ได้รู้จัก คุโรบะ ไคโตะ" 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
THE END : equivalent : หนึ่งเท่า | #13 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
หลังจากนี้ทั้งสองคนจะเริ่มไฝว้กันจริงๆจังๆแล้วค่ะ!
อยู่ทีมไหนกันบ้างงงงงง? 
#TeamKaito #TeamShinichi 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}