mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 30 :: Will you marry me ? | THE END (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 :: Will you marry me ? | THE END (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 125k

ความคิดเห็น : 482

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2559 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 :: Will you marry me ? | THE END (100%)
แบบอักษร

 

  

 

ตอนที่ 30

 

4 ปีต่อมา

         

“เร็วๆ!! เร็วๆ”

        “เสื้อผ้าล่ะ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม”

        “ช่างกล้องพร้อมแล้วนะ!!

        ผู้คนวิ่งวุ่นตะโกนถามหานั่นหานี่แต่เหมือนจะลืมส่วนที่สำคัญที่สุดไป

        “แล้วนายแบบอยู่ไหน!!เสียงตะโกนลั่นจากผมทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักพากันเบิกตากว้างแล้วร้องว่า

        “เออนายแบบอยู่ไหน”

        “ใครไปตามนายแบบบ้างหรือยัง”

          ผมเอามือกุมขมับทันทีที่ได้ยินแบบนั้น วางกล้องราคาแสนกว่าในมือลงแล้วเดินไปยังห้องแต่งตัวของพวกนางแบบที่มากันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว

          “ทำหน้าเครียดจังเลยน้องธาม” พี่ดรีมนางแบบนิสัยดีที่ผมคุ้นเคยดีทักขึ้นมา ผมทำหน้าปลงๆส่งไปให้และมองกิ้งที่กำลังทำหน้าที่เป็นช่างทำผมให้พี่แกอยู่ “ไปเครียดอะไรมาจ๊ะ”

          “นายแบบยังไม่มาครับ” ผมตอบหยิบขนมเลย์ที่อยู่ใกล้ๆมาแกะใส่ปาก “ตลอดเลยที่จริงหน้าที่ผมต้องมาเป็นตากล้องก็ไม่ใช่สักหน่อย”

          ผมเรียนนิเทศส่วนใหญ่เน้นเกี่ยวกับกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น แต่กลับต้องมาถ่ายแบบให้พวกนายแบบและนางแบบด้วยตัวเอง เพราะตอนเรียนอยู่มันว่าง วันที่ไม่มีเรียนผมเลยขับรถไปถ่ายรูปเล่นจนสุดท้ายก็ได้ทักษะการถ่ายรูปมาโดยไม่รู้ตัว นอกเสียจากทักษะการถ่ายรูปแล้วผมยังได้อีกทักษะหนึ่งมาคือ

          “เขาอยากได้มึงไปตามหรือเปล่าอีธาม”

        การตามนายแบบ

        “อยากให้กูตามอะไรล่ะ”

          “เอ้า! ก็กูเห็นเขาชอบเต๊าะมึงอ่ะ เผื่อเขาจะชอบมึงไง” กิ้งที่ตอนนี้มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่เพราะเรียนจบก่อน (ผมดรอปจำได้ไหม) มันเรียนเกี่ยวกับกองบรรณาธิการนิตยสารเหมือนผมนี่แหละแต่ต้องมาเป็นช่างแต่งหน้าทำผมด้วย คือเรียนนิเทศใช่ว่าจะได้ทำงานตามที่อยากทำอย่างเดียวนะครับ มันไปได้หลากหลายทั้งช่างภาพ พวกแฟชั่น ดีไซเนอร์เอาง่ายๆคือพวกกราฟิกหรืออะไรต่างๆที่เห็นอยู่ตามป้าย ออกแบบหนังสือบ้าง ออกแบบสมุดบ้างส่วนใหญ่ก็เรียนนิเทศมาทั้งนั้นแหละ

          สี่ปีมานี้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่นเพื่อนใหม่ เพื่อนใหม่ที่เป็นรุ่นน้องหนึ่งปี พี่ๆใหม่ สังคมใหม่ๆ เรียนจบมาก็มาทำงานที่บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งในวงการแฟชั่นที่ผลิตทั้งนิตยสาร ละคร นักแสดง และอื่นๆอีกมากมาย เงินเดือนที่สูงลิ่วแลกกับการทำงานแบบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน และสิ่งที่น่ารำคาญสุดก็คือการที่ผู้ร่วมงานกับเรานั้นไม่ให้ความร่วมมือ

          “เจน่ะหรือ” พี่ดรีมพูดชื่อนายแบบออกมาแล้วพยักหน้า “เจนิสัยดีนะธาม ถ้าเขาจีบก็เอาเลยสิเราก็โสดไม่ใช่หรือ เห็นว่ามีคนมาจีบเยอะ ก็ธามสวยนี่เนาะ”

          “มันจะเอาได้ยังไงล่ะค่ะพี่ดรีม” เสียงแหลมๆของกิ้งดังขึ้น “ก็มันมีผัวแล้วนี่ค่ะ!!

          “อ้าว!! มีแฟนแล้วหรือ”

          “จนหมั้นกันแล้วครับ” ผมบอกเสียงอ่อย

          “อีกอย่างผัวมันเริ่ดกว่าเจๆอะไรนั่นแน่นอน อ๊ะ! เสร็จแล้วค่ะ” กิ้งตอบพอดีกับที่มันทำผมเสร็จ นายแบบยังไม่มาพี่ดรีมเลยขอตัวไปหาอะไรกินรองท้องก่อน ในขณะนั้นในห้องของเหลือแค่ผมกับกิ้ง “เป็นไงบ้างล่ะมึง” มันว่า

          กิ้งสี่ปีมานี้เปลี่ยนไปมาก มันไม่ใช่กระเทยทึกอีกต่อไป แต่เป็นหญิงสาวหุ่นดีที่ตัดความเป็นชายออกไปเรียบร้อย หลังจากไปศัลยกรรมเสริมหน้าอกบ้าง เสริมจมูกบ้างจนตอนนี้ก็สวยเทียบเท่าพวกนางแบบเรียบร้อย (ตอนมันผ่าตัดผมก็ได้ไปนอนเฝ้าด้วยนะ) แต่ถึงแม้จะสวยขึ้นยังไงก็ยังคบกับแฟนคนเดิมคนที่มันพาไปงานสวมหน้ากากด้วย คงจะรักกันจริงๆ ส่วนทำงานก็ทำงานที่เดียวกันกับผมเรียกได้ว่าพวกเราสองคนคงจะได้เห็นหน้ากันไปจนถึงตอนแก่ (ถ้าไม่ตายเสียก่อน)

          “เป็นอะไรล่ะก็ปกติ”

          “กูหมายถึงพี่เสือนี่ก็สี่ปีแล้วไม่ใช่หรือ”

          “อันนี้ไม่รู้”

          “เมื่อไหร่พี่เขาจะกลับมาวะ”

          ผมถอนหายใจ “กูไม่รู้จริงๆ”

          เราติดต่อกันไม่ได้ สี่ปีที่ผ่านมาแม้กระทั่งแชทก็ทำไม่ได้ ดังนั้นวันกำหนดกลับผมเลยไม่รู้ ที่จริงผมก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทงานแต่ละวันรุมหัวจนคิดอะไรไม่ออกอยู่แล้ว

          “สงสารมึงวะ”

          “สงสารมึงก่อนเหอะวันก่อนยังบ่นอยู่เลยว่าผัวมีกิ๊ก”

          “ว้ายๆ เคลียร์แล้วเถอะย่ะ!!” ผมเบ้ปากทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น “อ้อ! เมฆมันจะหมั้นกับแฟนแล้วนะรู้ยัง”

          “อ้าว วันไหน” ผมทำหน้างงเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน รู้แต่ว่าเมฆกำลังคบกับแฟนสาวชื่อเป็นผลไม้อะไรสักอย่าง (หลังจากตัดใจจากพี่ลินินมันก็ได้น้องผลไม้มาเป็นแฟนท่าทางจะคบกันยืนยาวด้วย) เมฆหล่อขึ้นนะครับ มันสานต่อกิจการของพ่อกำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์เลยทีเดียว ช่วงนี้เราติดต่อกันบ้างนิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆเพราะพอผมยุ่งมันก็ว่าง พอผมว่างมันก็ยุ่ง

          “อีกสองอาทิตย์มั้ง” กิ้งขมวดคิ้วท่าทางไม่มั่นใจ “อ๋อจริงด้วยวันก่อนกูเห็นพี่ลินินด้วยนะ”

          “ที่ไหน”

          “สยาม สวยมากเดินควงมากับใครไม่รู้” ตอนนี้พี่ลินินก็เป็นนางแบบ ดังทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยหน้าตาสวยระดับนางฟ้า และยังหุ่นดีสุดๆ ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินว่าควงใครมาเพราะคู่หมั้นของพี่ลินินคือสิงห์ พอจะพูดก็โดนกิ้งตัดหน้า “แต่ไม่ใช่สิงห์”

          ส่วนสิงห์รายนี้เงียบหายไป เรื่องของสิงห์ผมเลยไม่รู้เหมือนกันแต่หวังว่าชีวิตของเขาตอนนี้คงจะมีความสุข

          แอด

          ประตูเปิดออกพี่ที่เป็นสตาร์ฟประสานงานคนหนึ่งตะโกนบอกผม

          “ธามนายแบบมาแล้วนะ”

          “อ๋อครับ” ผมบอกโบกมือลาให้กิ้งแล้ววิ่งออกไปทันที

 

          “เสร็จงานแล้วขอบคุณทุกคนมากนะครับ ขอบคุณครับ” ผมบอกขอบคุณทุกคนหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาตีหนึ่งถอนหายใจเพราะตัวเองต้องเลือกรูปไปลงนิตยสารต่อ

          “สนใจไปดื่มให้กับวันใหม่กับผมไหม”

          “เจ” ผมเอ่ยชื่อมองหน้าเขาอย่างเหนื่อยหน่ายใจขณะเก็บแมคบุ๊คลงกระเป๋า ตัดสินใจว่าจะไปทำงานต่อที่บ้านแล้วกัน “ไม่ว่าง ไม่ไป”

          “อย่าใจร้ายนักสิ ไม่เปิดใจแบบนี้ระวังขึ้นคานนะครับคนสวย”

          ผมส่ายหน้าหยิบสร้อยที่คล้องแหวนราคาถูกตั้งแต่สี่ปีก่อนขึ้นมาแล้วบอก “ฉันหมั้นแล้ว”

          “ไม่เชื่อหรอก เจอกันมาสองปีผมยังไม่เคยเห็นคู่หมั้นนายเลย”

          “เขาอยู่ต่างประเทศ”

          “แม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่เห็นโทรหากัน?”

          “เรื่องมันยาว”

          “ผมมีเวลาฟัง”

          “ขี้เกียจเล่า”

          “งั้นที่คุณว่ามามันก็แค่ข้ออ้าง”

          “จะคิดยังไงก็เชิญ” ผมตัดบทถอนหายใจอีกครั้ง เพราะรู้สึกตาจะปิดอยากนอนแต่ไม่ได้นอนนี่มันลำบากจริงๆ พอเก็บทุกอย่างเสร็จและตรวจเช็คเรียบร้อยแล้ว ผมจึงกลับหลังหันจะเดินไปที่รถแต่ก็โดยร่างสูงของใครบางคนมาขวางเอาไว้เสียก่อน “เจขอร้อง”

          “ก็ได้” เขาว่า “ยังไงพรุ่งนี้เราก็เจอกันอยู่แล้ว พรุ่งนี้สิบโมง ผมจะไม่มาสาย สัญญา”

          “ไปสัญญากับคนอื่นเหอะ” ผมบอกเดินผ่านเขาออกมาแต่ไม่วายได้ยินเสียงตะโกนตามหลัง

          “ใจร้ายจังนะนายนะ”

        เคยมีคนพูดแบบนี้กับผมแล้วเหอะ!

 

          ผมกลับมาถึงคฤหาสน์ตอนตีหนึ่งกว่าๆแบกสังขารของตัวเองขึ้นหลัง รีบอาบน้ำแบบลวกๆแล้วตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ให้ปลุกเก้าโมงเพราะต้องเข้าบริษัทตอนสิบโมง พอแต่งตัวเสร็จจึงมาเปิดแมคบุ๊คอีกครั้งเนื่องจากมีงานที่ต้องทำต่อแต่ตาที่มันจะปิดลงให้ได้ทำให้ลงผมเดินลงไปด้านล่างเพื่อหาคาเฟอีนดื่ม

          “กลับดึกจังเลยนะคะช่วงนี้”

          “อืม ขอกาแฟให้ผมหน่อยสิ” ผมบอกพี่สาวใช้คนหนึ่งไม่นานนักกาแฟแก้วหนึ่งก็ถูกส่งมาให้ “พรุ่งนี้รบกวนทำแซนด์วิสใส่กล่องเอาไว้ให้ผมหน่อยนะครับ”

          “ได้ค่ะ”ผมบอกขอบคุณพี่สาวใช้ก่อนจะกรอกคาเฟอีนเข้าปากแล้วขึ้นห้องทำงานจนเสร็จลุล่วงตอนตีสามนอนต่ออีกหกชั่วโมงจนถึงเก้าโมงเช้าจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว หยิบกุญแจรถและแมคบุ๊คพร้อมแฟลชไดฟ์ที่เซฟงานอื่นๆเอาไว้ก่อนวิ่งลงไปด้านล่าง พอวิ่งลงมาก็ต้องรู้สึกแปลกๆเพราะวันนี้ดูเหมือนว่าคนจะครึกครื้นมากกว่าปกติ

          “คุณธามค่ะแซนด์วิสค่ะ” แซนด์วิสที่ผมบอกให้ทำถูกใส่กล่องมาให้อย่างที่บอกเอาไว้จริงๆ ผมรับมาก่อนถาม

          “วันนี้มีอะไรหรือเปล่า”

          “ก็

          ครืด

          โทรศัพท์ที่สั่นทำให้ผมไม่ได้ฟังแต่รีบควานหามันในกระเป๋ากางเกงแล้วกดรับทว่าไม่ทันได้รับปลายสายก็ตัด ข้อความถูกส่งมาให้ในเวลาติดต่อกัน

        รีบเข้าบริษัทซื้อกาแฟมาเผื่อด้วยวันนี้ทำงานยาว!!’ – กิ้ง

        ผมถอนหายใจเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วหันไปบอก

          “วันนี้ผมกลับดึกนะครับ เอ่อบางทีอาจจะไม่กลับเลยก็ได้”

          “อ้าวแล้ว”ผมไม่อยู่ฟังเธอพูดรีบวิ่งออกไปที่ลานจอดรถแล้วทะยานสู่ถนนใหญ่ขับมาไม่นานก็จอดที่ร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่ง สั่งสองแก้วเผื่อกิ้งด้วยจากนั้นถึงขับไปบริษัทต่อ

          ผมมาถึงบริษัทภายในเวลาสิบโมงไม่มีขาดไม่มีเกินเห็นเจจำได้ว่าเขาบอกเมื่อวานว่าจะเข้าบริษัทสิบโมง และวันนี้ก็เข้าสิบโมงจริงๆด้วย ร่างสูงโบกมือให้ผมเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังอีกตึกของบริษัท เขาเป็นพวกนายแบบ นักแสดง ส่วนผมนะเป็นฝ่ายนิตยสารเลยทำงานคนละตึกกัน บริษัทใหญ่แห่งนี้แบ่งออกเป็นหลายตึก แต่ละตึกก็แต่ละงานคละๆกันไป

          ผมรีบวิ่งไปขึ้นลิฟต์ด้วยคำพูดของกิ้งที่บอกว่าให้รีบเข้าบริษัท พอถึงโต๊ะทำงานตัวเองก็พบว่ามีเอกสารมากมายวางเรียงเป็นตั้งๆ

          “เกิดอะไรขึ้น” ผมถาม กิ้งที่สวมแว่นมือกดแป้นพิมพ์กำลังตกแต่งบางหน้าในนิตยสารอยู่เลยตอบ

          “โรงพิมพ์ขอเลื่อนวันส่งต้นฉบับ” ให้ตายเถอะชีวิต!! “โคตรแย่เลยเนาะตอนเที่ยงคืนกูว่าจะเซอร์ไพรส์แฟนสักหน่อยเพราะพรุ่งนี้วันวาเลนไทน์แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำแล้ว คงจะต้องทำงานเลยเที่ยงคืนกันแหละวันนี้”

          “เดี๋ยวๆนะเมื่อกี้มึงว่าวันอะไรนะ”

          “นี่อย่าบอกนะว่าทำงานจนจำวันที่ในปฏิทินไม่ได้” ว่าแต่ผมมันก็ยังพูดไปทำงานไปอยู่เลย “วันวาเลนไทน์ไงจ๊ะเพื่อน”

       

          “ทำงานค่ะทำงาน!!

 

          “เออๆทำงาน!!” วันวาเลนไทน์สำหรับพวกทำงานออฟฟิศที่เวลาเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับพวกเรานี่ มันก็กลายเป็นแค่วันธรรมดาดีๆนี่แหละ!!

 

14 กุมภา เวลา 6.00

          ทันทีที่รถหรูราคากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านขับเข้ามาจอดในที่จอดคนขับด้านในก็ฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยทันทีหลังจากที่ทำงานแบบไม่มีหยุดพักมาสิบกว่าชั่วโมง มือบางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดด้านบนหยิบโทรศัพท์และกุญแจก่อนจะเดินลงจากรถแบบโซซัดโซเซเข้าบ้านไม่ใช่เพราะว่าเมาแต่เป็นเพราะ ง่วง

          เปิดตาสีไข่แทบจะปิดเข้าหากัน มีหรี่เพื่อมองทางเล็กน้อยเขารู้สึกว่าคนทั้งบ้านตื่นเร็วแปลกๆแต่เอาไว้ถามทีหลังก็แล้วกัน เพราะในตอนนี้สิ่งที่อยากได้มากที่สุดคือเสียงนอนนุ่มกับแอร์เย็นๆโชคดีที่วันนี้และพรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานเนื่องจากเป็นวันหยุด

          “คุณธามค่ะ!!” เสียงเรียกไม่ได้ทำให้ขาเรียวที่กำลังจะขึ้นบันไดไปชั้นสองเพื่อขึ้นห้องหยุดลง จนสาวใช้ที่เรียกต้องรีบวิ่งขึ้นไปดักร่างเพรียวแต่แล้วก็ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายเดินผ่านไปทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่บ่งบอกว่าไม่ไหวแล้ว “แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย

          หญิงสาวพึมพำ เธอได้รับคำสั่งจากคุณหญิงให้มาตามคุณธามไปหา อีกอย่างเธอพึ่งเข้ามาทำงานแทนสาวใช้คนเก่าที่ขอลาออกไปเลี้ยงดูพ่อแม่เมื่อหนึ่งปีก่อน งานที่นี้ก็ไม่ถึงขนาดสบายแต่ก็ไม่ได้หนักแถมเงินเดือนยังดี และเธอก็ยังไม่อยากจะถูกไล่ออกเร็วนักด้วย

          “จะไปบอกคุณหญิงว่ายังไงดี อ๊ะ!! ขะขอโทษค่ะ” นัยน์ตากลมเบิกกว้างเมื่อในจังหวะที่จะหมุนตัวกลับเธอดันไปชนกับใครบางคนที่อยู่ด้านหลัง ร่างสูงที่ทำให้หญิงสาวกล่าวคำขอโทษแทบจะไม่เป็นคำ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำให้เธอสติแตก อีกฝ่ายไม่ว่าอะไรขายาวเดินผ่านเธอไปด้วยความเฉยเมย ขณะนัยน์ตาคมได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กที่กำลังจะเข้าห้องนอนแล้วแสยะยิ้มร้าย

          ร่างสูงเดินมาถึงหน้าประตูบานใหญ่ที่คุ้นเคยมือหนาบิดกลอนประตูเข้าไป ได้ยินเสียงซ่าๆดังมาจากห้องน้ำและไม่กี่นาทีต่อมาร่างเล็กในชุดนอนก็เดินออกมาพร้อมกับผ้าที่ยังค้างเอาไว้อยู่บนผมที่เปียกในขณะที่นัยน์ตากลมโตแทบจะปิดเข้าหากัน มือบางจับผ้าบนหัวและขว้างออกไปโดยไม่ดูทิศทางก่อนล้มตัวฟุบลงบนเตียงขนาดใหญ่สอดตัวเองเข้าใต้ผ้านวมผืนหนาแล้วหลับตาลงนิ่งแม้กระทั่งไฟก็ยังไม่ปิด

        สงสัยจะง่วงมาก

          เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคิดในใจก่อนจะเดินไปเก็บผ้าที่ถูกขว้างทิ้งไปเมื่อสักครู่ขึ้นมา นัยน์ตาคมเหล่มองผ้าในมือแล้วนำมันไปตะกร้าใส่เสื้อผ้าที่อยู่ไม่ไกล ร่างสูงเดินไปปิดไฟรอบห้องจนเหลือเพียงไฟจากโคมไฟใกล้เตียงดวงเดียวเท่านั้น ขายาวเดินไปใกล้เตียงหลังใหญ่มองใบหน้าของคนที่น่าจะหลับสนิทแล้วค่อยๆถอดสูทบนตัวออก ปล่อยให้มันตกถึงปลายเท้าตามด้วยเข็มขัด ต่อด้วยเนคไทบนคอในขณะที่สายตายังคงจดจ้องกับธามที่กำลังหลับตาพริมอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว เมื่อเนคไทและเข็มขัดถูกปล่อยลงพื้น มือหนาจึงเลื่อนมาปลดนาฬิการาคาแพงบนข้อมือออกก่อนทิ้งมันลงเช่นเดียวกันกับหลายๆสิ่งที่ถูกทิ้งลงไปก่อนหน้านี้

          “เมีย” เสียงทุ้มว่าก่อนพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วจัดการปลดกระดุมข้อมือออกทั้งสองข้าง ตามมาด้วยกระดุมเสื้อเชิ้ตจนกระทั่งเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกถอดออกไปกองรวมกับเสื้อสูท เนคไท เข็มขัดและนาฬิกาที่พื้นร่างสูงจึงค่อยๆขึ้นมาบนเตียง ผลักคนที่นอนตะแคงอยู่ให้นอนราบแล้วจัดการคร่อมทันที ดวงตาคมมองสำรวจอีกฝ่ายที่ไม่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสักเท่าไหร่ จะเปลี่ยนก็แต่ใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

          เจ้าของเรือนผมสีดำรัตติกาลค่อยๆจับผ้านวมออกเผยร่างเล็กที่กำลังนอนขดตัวอยู่ด้านใน มือหนาค่อยๆถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนหมดขณะค่อยๆรูดซิบกางเกงของตัวเองลงแล้วถอดออกเผยรอยสักรูปเสือตรงบริเวณสะโพก ริมฝีปากบางค่อยๆลากไปทุกส่วน ฝ่ามือลูบไล้บริเวณหน้าอกจนอีกฝ่ายครางรับออกมา นัยน์ตาคมมองขึ้นอย่างพึงพอใจขณะล้มจูบที่บริเวณท้องน้อยและใช้ลิ้นร้อนเลียที่สะดือ ขาเรียวถูกกางออกและถูกกั้นเอาไว้ด้วยหัวเข่าไม่ให้หุบเข้าหากัน

          เจลเย็นถูกเทราดลงบนช่องทาง นิ้วเรียวถูกส่งเข้าไปเล่นในปากเล็กราวอยากจะแกล้งก่อนจะถอนออกมาแล้วค่อยๆสอดเข้ารูคับแคบแทน ทันใดนั้นคนที่โดนกวนการนอนอยู่ก็สะดุ้งนัยน์ตากลมบรือตาขึ้นคล้ายคนยังไม่ตื่นดีนักขณะที่ปากเล็กพึมพำเบาๆว่า

          “ใคร” ได้ยินดังนั้นร่างสูงจึงหัวเราะเล็กน้อยแล้วช้อนแผ่นหลังเล็กขึ้นจากเตียงพลางก้มลงไปเลียยอดดอกสีระเรื่อจนคนที่อยู่ในผะวงแหงนหน้ารับและส่งเสียงคราง “อ๊ะ! อ๊า”

          นิ้วที่สอดเข้าไปเบิกช่องทางก่อนถอนออกแล้วแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ใหญ่กว่า แท่งเอ็นร้อนถูกยัดเยียดเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ไม่ได้เบิกนานนับสีปี่ ขนาดที่แตกต่างของช่องทางและแท่งเนื้อทำให้เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาเปื้อนเรียวขา มือหนาวางอีกฝ่ายให้นอนราบบนเตียงเหมือนเคยแล้วจับต้นขาเล็กแยกออกจากกันมากกว่าเดิมก่อนดันตัวเองเข้าไปครั้งเดียวมิดด้าม

          “อ๊า!!” เสียงร้องดังขึ้นความเจ็บจากการกระแทกทำให้ธามได้ตื่นเต็มตาเป็นจังหวะเดียวกันที่เจ้าของแท่งเนื้อค่อยๆกระแทกกระทั้นตัวเข้าไปแรงๆอย่างที่อยากทำมานานตลอดสีปี่ เลือดและน้ำหล่อลื่นรวมถึงเจลไหลมาผสมกันและไหลลงตามเรียวขา ร่างเล็กกัดริมฝีปากรู้สึกจุกตรงบริเวณท้องน้อยจนต้องกำผ้าปูที่นอนแน่น ความเสียวซ่านทำให้น้องชายที่ถูกเล้าโล้มด้วยมือหนาขณะเดียวกันที่ช่องทางก็โดนแท่งเนื้อบดเบียดเข้ามารวมถึงระยะเวลาที่ห่างเหินจากเรื่องนี้ไปนานทำให้น้ำสีขุ่นถูกปล่อยออกมาได้ง่ายๆ

          ร่างสูงหยุดจังหวะให้อีกฝ่ายได้หายใจหอบ มือเรียวเกลี่ยน้ำขุ่นที่เปื้อนร่างเล็กแล้วค่อยๆกลืนมันเข้าปากก่อนจะก้มลงต่อให้หน้าผากชิดอีกฝ่ายแล้วสอดลิ้นเข้าหากันโดยมีมือบางโอบรอบลำคอแกร่งตามสัญชาติน้ำตาหลายหยดไหลลงรดแก้มญาณ เสียงหวานกระซิบที่ข้างหูเป็นคำซ้ำๆ

        “พี่เสือ”

เจ้าของชื่อเสือยิ้มรับ จูบที่ขมับหนักๆแล้วค่อยๆเริ่มจังหวะใหม่ จูบและขย้ำไปทุกส่วนของร่างกายที่คิดถึงมาตลอดสีปี่

ตลอดทั้งวันที่ธามถูกปลุกไม่ให้ได้หลับ ช่องทางคับแคบถูกสอดใส่อะไรบางอย่างเอาไว้ตลอดเวลาไม่ต่างจากที่ตอนที่หมั้นกันใหม่ๆสักเท่าไหร่ ผิวขาวบัดนี้มีทั้งรอยจูบ รอยกัดแม้กระทั่งยอดดอกรวมถึงบริเวณหน้าอกดอกเถือกจนน่าตกใจ เสือไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้พัก หมดรอบนี้รอบใหม่เริ่ม น้ำในกายเหือดหายไปหมด น้ำสีขุ่นที่ถูกปล่อยออกมาตอนนี้แทบจะไม่มีให้ได้ปล่อยอีกต่อไปแล้ว

ยิ่งเสือในวัยนี้ความต้องการมากกว่าเสือเมื่อสีปี่ก่อนเป็นไหนๆ ตลอดสีปี่ที่ขาดหายร่างสูงเลยตั้งใจจะทวงคืนมันมาภายในหนึ่งวัน

เสียงหวานครางตั้งแต่เช้าจรดค่ำ มีพักบ้างบางเวลาแต่พักได้ไม่นานก็ถูกอีกฝ่ายรังแกอีก จนช่องทางระบมหนัก ปากเล็กถูกกัดจนได้เลือด สภาพยิ่งกว่าคนถูกรุมโทรมในขณะที่คนทำยังทำหน้าระเรื่อแถมไม่มีท่าทีว่าจะเหน็ดเหนื่อยสักเท่าไหร่เพราะในช่วงที่อยู่อังกฤษเวลาว่างส่วนใหญ่แล้วไม่ถูกใช้ไปกับการอ่านหนังสือก็ออกกำลังกายตลอด

“อ๊า!! อ๊ะ!! อ๊า!!

“เสียวหรือหืม”

“จะแตกละแล้ว” เสียงแหบแห้งพึมพำด้วยใบหน้าสุขสมในขณะที่คนได้ฟังก็ยิ้มร้ายแล้วหยุดแรงกระแทกกระทั้นลงราวอยากจะแกล้ง “อย่าหยุด! เสือ”

“ทำเองสิ” เสือพลิกตัวนอนราบให้อีกฝ่ายนั่งอยู่บนตักทันที หลังแกร่งพิงหัวเตียงแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ นัยน์ตาคมมองนาฬิกาที่บอกเวลาสี่ทุ่มกว่าๆแล้วก่อนจะวกกลับมามองร่างเล็กที่ทำตามคำสั่งของเขาอย่างไม่ขัดข้อง ร่างเล็กกระแทกตัวเองลงบนตักจังหวะเดียวกันกับคนที่เป็นเบาะรองรับสวนตัวขึ้นมาแรงๆ เสือขมวดคิ้วเล็กน้อยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะอีกฝ่ายลีลาดีกว่าแต่ก่อนเยอะ แถมความน่าแกล้งยังมากกว่าเดิม ร่างสูงไม่ยอมให้อีกคนได้ปล่อยจนกระทั่งบุหรี่ม้วนที่สูบอยู่หมดม้วน นัยน์ตาคมจึงมองใบหน้าเรียวที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาก่อนพลิกตัวกลับแล้วกระแทกเอวสอบแรงๆเน้นตรงจุกกระสั่นจนในที่สุดอีกฝ่ายก็ได้ปล่อยดั่งที่ตั้งใจ

เปลือกตาสีไข่ปิดลงทันที เสือถอนตัวออกแล้วถอดถุงยางที่สวมอยู่ออก แม้จะไม่อยากใส่แต่ที่ใส่เพราะมันทำให้ทำความสะอาดธามได้ง่ายขึ้น และถ้าเกิดมีกรณีที่ต้องเอาน้ำของตัวเองออกจากภายในของธาม ร่างเล็กคงจะไม่ได้หยุดพักเป็นเขาที่จะเกิดอารมณ์แล้วดึงดันที่จะทำต่อแน่ๆ

ขายาวเดินไปหยิบผ้านวมที่ถูกปัดตกพื้นขึ้นมาห่มให้คนที่หลับสนิท สภาพผ้าปูที่นอนตอนนี้ยับยู้ยี้ราวกับว่ามีคนมาทำศึกสงครามกันบนเตียง ร่างหนาเดินไปชำระกายตัวเองในห้องน้ำแล้วเดินออกมาในชุดคลุมอีกทั้งในมือยังถือภาชนะรองน้ำอุ่นกับผ้าขนหนูเอาไว้สำหรับเช็ดตัวอยู่ เสือเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆแล้วค่อยๆเช็ดไปตามร่างกายของคนที่หลับสนิท กระทั่งเช็ดเสร็จเสือตั้งใจว่าจะใส่ชุดนอนให้แต่โดนมือบางจับเอาไว้เสียก่อน

“นอนสิเด็กดี” เสือเอื้อมมือไปปิดตาอีกฝ่ายแต่โดนธามจับออก เสียงแหบพร่าว่า

“พี่เสือมีเรื่องจะคุยด้วย”

ได้ยินดังนั้นคนตัวสูงจึงหยุดชะงักแล้วนึกขึ้นมาได้ว่าหลังจากเจอหน้ากันพวกเขาสองคนยังไม่ได้คุยกันตรงๆเลยสักครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้าตกลงรีบใส่ชุดนอนให้อีกฝ่ายจนเสร็จก่อนจะอุ้มร่างเล็กออกจากเตียงไปยังโซฟาตามคำขอของธาม

“เปิดทีวีด้วยได้ไหม ไม่อยากให้เงียบ”  เสียงหวานว่าในขณะที่ถูกจับว่างนั่งบนตัก เสือไม่ตอบแต่หยิบรีโมตแล้วกดเปิดทีวีขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ตรงผนังตามที่บอก เสียงเพลงดังออกมาจากโทรทัศน์ทันที มือหนาวางรีโมตก่อนจะยกขึ้นลูบแผ่นหลังเนียนของคนที่กำลังฟุบหน้าลงบนไหล่แกร่ง

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” น้ำเสียงแหบพร่าถามเสียงเบา ขณะลากมือไปตามโครงหน้าคม

“วันนี้ตอนตีหนึ่ง”

“คิดถึงธามไหม” มือที่ลูบใบหน้าคมเอื้อมไปทางด้านหลังแล้วหมุนเส้นผมของอีกฝ่ายเล่น

“ใจจะขาด”

ธามไม่พูดอะไรต่อจนกระทั่งเพลงที่ดังออกจากโทรทัศน์จบจนเริ่มเพลงใหม่ขึ้นมาคนที่เงียบอยู่นานจึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“พี่เสือจำได้ไหมเราเจอกันตอนไหน”

“ในผับ” เสือตอบเม้มปากแล้วฟังเสียงเพลงที่ดังคลอ

 

หากลมพัดไม่ปลิวผลิดใบไม้ไหวเธอนั้นคงเดินผ่านไป

อาจเป็นเสียวนาทีที่ฉันและเธอคลาดกัน

หากดอกไม้ผลิบานอย่างไร้สีสัน  

ไม่งดงามพอให้ฉันหยุดและพบเธอในตอนนั้น

วันนี้จะเป็นอย่างไร

 

“แล้วจำได้ไหมประโยคแรกที่พูดกับธามคืออะไร”

ร่างสูงนิ่งไปสักครู่ก่อนตอบ “เสือ” ความทรงจำเก่าๆไหลเข้ามาทันที

 

เสือ

ชื่อกู

 

“อืมถูก” เสียงใสว่า ปล่อยมือที่ม้วนผมเล่นอยู่แล้วเลื่อนมาจับใบหน้าหล่อเหลาให้โน้มลงมาแนบริมฝีปากก่อนกัดเบาๆ มือหนาเอนตัวอีกฝ่ายนอนราบลงบนโซฟา ขณะขึ้นคร่อมแล้วใช้มือค้ำเอาไว้เหนือศีรษะคนตัวเล็กเพื่อกันไม่ให้ตัวเองล้มลงมา นัยน์ตาสีครามเข้มมองอยู่สักครู่แล้วกดจูบค้างเอาไว้ที่ปาก เสือหลับตาพริมสอดลิ้นชิมความหวานในโพรงปากใช้มือข้างที่เหลืออยู่จับปลายคางของคนที่อยู่ใต้ร่างให้หันไปยังทิศทางที่ต้องการ

 

ก่อนว่ารักมีเพียงความฝัน กลับได้พบเมื่อเธอเข้ามา

จับมือเธอซบลงตรงข้างกัน ขออยู่อย่างนั้นเหมือนเวลาไม่หมุนไป

จะไม่ทิ้งเธอไปจากฉัน จากวันนี้แม้นานแค่ไหน

จะขอแค่มีเธอข้างกาย โชคดีแค่ไหนเมื่อหมดใจที่ฉันมี

ได้พบเธอ

 

          สองลิ้นที่พัวพันกันอยู่ละออก เสียงหอบเบาๆจากทั้งสองดังมาให้ได้ยิน เสือยื่นมือไปจับข้อมือเล็กแล้วจูบที่หลังมือ นัยน์ตากลมโตมองการกระทำนั้นแล้วยิ้มออก ใช้มือข้างที่เหลือไปจับแขนแกร่งแล้ววางที่ซอกคออุ่นๆ

          “วันวาเลนไทน์แต่ธามไม่มีอะไรจะให้”

          เสียงทุ้มปฏิเสธทันที “ไม่ต้องการ”

        “แต่ธามให้ตัวธาม”

          “

          “แต่ให้แล้วพี่ต้องรักษาดีๆนะ”

          “

          “ต้องดูแลให้ดีๆ”

          “

          “ต้องรักให้มากๆ” ใบหน้าหวานหันหน้าเข้ากับมือหนาที่ถูกจับแนบตรงซอกคอ ลิ้นเล็กค่อยๆเลียไปตามนิ้วพลางดูดไปมาเหมือนกำลังกินไอศกรีมแล้วหลุบตามองลงตรงหว่างขาที่มีบางอย่างดันชุดคลุมขึ้นมาเล็กน้อย “และที่สำคัญอย่าใช้งานเยอะมากนักล่ะ”

          พรึบ!

          ร่างเล็กถูกดึงขึ้นจากโซฟาทันทีที่พูดจบ เลิกตัวบางถูกเลิกขึ้นเหนืออกก่อนลิ้นร้อนจะเข้าครอบครองยอดดอกจนคนโดนกระทำตัวอ่อนเพราะการเล้าโลม นัยน์ตากลมโตมองไปยังโทรทัศน์ก่อนมันจะถูกบดบังตัวร่างหนาที่เข้ามาประชิดตัวขณะกางขาของเขาออก นิ้วถูกสอดเข้าไปในขณะเดียวกันที่ริมฝีปากถูกครอบครอง มือบางเลื่อนไปจับข้อมือหนาที่กำลังชักนิ้วเข้าออกช่องทางคับแคบแรงๆให้เบาแรงลง ก่อนจะสะดุ้งตัวเมื่อโดนอีกฝ่ายใช้มือที่เหลือมาจับน้องชายแล้วชักไปตามจังหวะจนหัวสมองขาวโพลนได้ยินเพียงเสียงเพลงที่ดังเข้ามาในโสตประสาท

 

        เฝ้ารอเพื่อได้พบเธอทั้งชีวิตนี้ (ทั้งใจที่ฉันมี)

        รู้ทุกนาทีฉันมีแค่เธอ

 

          “อึก! อ๊า! อ๊า!เสียงครางดังไปทั่วห้อง ความชำนาญของร่างสูงที่กำลังปรนเปรอทำให้ธามแทบทนไม่ไหว

 

          เมื่อฉันได้รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีไว้เพื่อใคร

        เหนื่อยเพียงใดพร้อมจะเจอ

 

          “อ๊ะ! เบาหน่อย! ลดฮึก! อ๊า!!

 

        ขอแค่มีเธอและฉัน

        จากตรงนี้

 

          “อ๊า!!!” ใบหน้าหล่อเหลารีบก้มลงอ้าปากแล้วครอบครองแท่งเอ็นที่ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มปาก นัยน์ตาสีครามเข้มเงยขึ้นมองร่างเล็กที่กำลังหอบหายใจสะท้านขณะมองมาทางเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง พอเสียงหวานบอกว่า“อย่า”

          น้ำสีขาวขุ่นทั้งหมดก็ถูกกลืนลงคอทันที

          “พี่เสือ!! บ้า!!เสียงแหบพร่าตะโกนบอกอย่างสั่นๆก่อนน้ำตาสีใสจะไหลรินแก้มนวลทันที มือบางรีบดึงร่างสูงขึ้นพลางจับใบหน้าหล่อเหลาก่อนว่า “ทำไมกลืนลงไป มันสกปรกนะ!!” ธามว่าเสียงสั่นเช็ดน้ำสีขุ่นที่ยังมีบางส่วนเปื้อนอยู่ตรงมุมปากออกให้อีกฝ่ายก่อนร้องไห้โฮ

          “ไม่หรอก” เสียงทุ้มว่าขณะกอดธามเอาไว้แน่น “ก็ให้ตัวเป็นของขวัญ”

          “ฮือ”

          “งั้นกูก็จะกินมึงเยอะๆ”

          “อื้อ”

          “จะกินตรงนี้”

          “อ๊ะ!

          “ตรงนี้”

          “อย่าทำแบบนั้น!

          “ทุกส่วน”

          “เสืออ๊ะ!! อ๊า!

          “กินหมดทั้งตัวเลยดีไหม”

          “อ๊ะ! ยะอย่าเบื่อนะ!” เสือไม่ได้ตอบแต่ใช้ริมฝีปากร้อนเล้าโลมอีกฝ่ายจนเกิดเสียงครางหวานนับครั้งไม่ถ้วนแทน

 

          หยาดเหงื่อมากมายไหลมารวมกันแม้จะรู้สึกเหนียวตัวเพียงใดแต่เสียงหวานที่ดังอยู่ข้างหูยิ่งชวนให้รู้สึกฮึกเหิมมากกว่าที่จะรู้สึกรำคาญเหงื่อที่ไหลออกมา นัยน์ตาคมหันหน้ามองที่นาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังแล้วหันกลับมามองคนที่ร้องครางอยู่สลับกันเป็นระยะ ร่างสูงเม้มปากคิดว่าจบรอบนี้แล้วคงต้องให้ธามพักจริงๆเพราะหลังเสร็จจากโซฟาพวกเขาก็มาต่อกันบนเตียงอีกครั้ง เวลาที่กะว่าจะนอนเลยต้องถูกนำมาทำกิจกรรมแทน

          เสือก้มลงจูบหน้าผากมนขณะที่เอื้อมมือไปหยิบบางอย่างที่ถูกเตรียมไว้ตรงหัวเตียงในขณะที่ธามใช้นิ้วข่วนแผ่นหลังกว้างที่บัดนี้ถูกข่วนจนได้เลือด ความเสียวซ่านทำให้คนที่ขยับไปตามแรงกระแทกไม่ได้สติ เสือสอดนิ้วเข้าไปประสานขณะเดียวกันก็สวมบางอย่างเข้ากับนิ้วนางข้างซ้ายของอีกฝ่าย กระแทกกระทั้นตัวแรงๆเป็นครั้งสุดท้ายจนร่างเล็กเกร็งและกระตุกเล็กน้อยก่อนปล่อยน้ำสีขุ่นที่มีอยู่เพียงนิดออกมา

          เสือถอนแก่นกายออกแล้วจัดท่าทางในธามนอนดีๆก่อนสอดตัวเข้าใต้ผ้านวมแล้วกอดอีกฝ่ายที่กำลังนอนตะแคงให้โดยไม่คิดที่จะลุกไปล้างตัว ไม่ใช่เพราะไม่อยากล้างแต่อยากเก็บความรู้สึกในยามนี้เอาไว้ ตาคมมองไปตามใบหน้าของคนที่หลับสนิทก่อนตอบคำถามที่ยังไม่ได้ตอบตั้งแต่ตอนอยู่บนโซฟา

          “ถ้าจะเบื่อไม่รอนานถึงขนาดสี่ปีหรอกเมีย”

          ถึงจะเบื่อก็เรียกได้ว่าเบื่อไม่ลง เพราะรัก รักไปแล้วจริงๆ รักจนมีความรู้สึกที่เรียกว่าตายแทนได้

          ร่างสูงยันตัวขึ้นจากเตียงก่อนจับปลายเท้าของคนที่หลับสนิทขึ้นมาจูบไล่ตั้งแต่นิ้วมาขาเรียว ริมฝีปากร้อนเคลื่อนไปทุกๆส่วนของร่างกายบาง ไม่ได้จูบเพราะอยากเล้าโลมแต่จูบเพราะรัก จูบที่อยากให้ทุกส่วนบนร่างกายของคนที่เรารักเป็นของเรา

          ทุกสัมผัสทำให้นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ได้ทุกข์ ได้สุข ได้เศร้าขนาดไหนก่อนจะได้มารักกันแบบนี้สักที

          ทุกเรื่องราวทำให้เราได้ประสบการณ์ ประสบการณ์ที่ได้รับยิ่งทำให้รู้สึกผูกพันกันและกันมากกว่าเดิม

        คนๆนี้เขาจะไม่ปล่อยและคงจะไม่มีทางปล่อย

          ริมฝีปากร้อนเคลื่อนจากไหล่สู่ต้นแขนแล้วลงไปข้อมือสิ้นสุดที่ปลายนิ้ว นัยน์ตาคมมองบางอย่างที่เขาเป็นคนสวมให้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ก่อนจะหันหน้าไปมองนาฬิกาอีกครั้งมันบอกเวลา 23.58 เสียงทุ้มจึงเอ่ยขึ้น

          “ของขวัญที่ดีที่สุดคือมึงนั่นแหละเมีย”

          ร่างสูงนอนลงขนาบข้างจับมือบางมาจูบซ้ำๆอีกครั้ง

          เสือมองไปยังสร้อยคอของคนตัวเล็ก แหวนราคาถูกที่เขาเคยบอกให้ใส่เอาไว้ตลอดอีกฝ่ายยังใส่ไว้จริงๆ มือหนาค่อยๆถอดสร้อยเส้นนั้นออกขณะหลุบตามองแหวนเม็ดงามที่เขาสวมให้ก่อนแล้ว

          แหวนวงเก่ามีอายุกว่าสี่ปี แหวนราคาถูกทนมาได้ขนาดนี้แสดงว่าคนใส่ต้องเก็บรักษามันเอาไว้อย่างดี

        มันคงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแหวนวงใหม่เสียที

        กูก็มีของขวัญให้เหมือนกั เสียงทุ้มพึมพำนัยน์ตาคมยังไม่ได้ละสายตาจากแหวนที่เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ของตนเองแก่คนรัก และเขาเองก็หวังว่าอีกฝ่ายจะชอบและตอบรับ

          สี่ปีที่ผ่านมาแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เสือที่ว่ามันนานเกินพอแล้ว

          “Happy Valentine’s Day อีกครั้งนะเมีย” ร่างสูงว่ากอดอีกฝ่ายจากทางด้านหลังให้แน่นกว่าเดิม โดยมีมือหนาข้างหนึ่งกุมมือบางเอาไว้แน่น เสือหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะเข้าสู่นิทราเมื่อนาฬิกาบอกเวลา 0.00 เป็นเวลาเดียวกันกับที่แสงจันทราส่องผ่านม่านหน้าต่างกระทบกับแหวนเพชรสีใสที่ทำขึ้นเพชรทั้งวงทั้งงดงามและล้ำค่า ตัวแหวนส่องแสงประกายวิบวับแต่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคงจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ถูกสลักเอาไว้ตรงใต้แหวน สลักเอาไว้ตรงจุดที่คนสวมต้องถอดออกมาแล้วอ่านมันเท่านั้นถึงจะรู้ เป็นเพียงประโยคหนึ่งที่เรียบง่ายแต่พลังของมันนั่นยิ่งใหญ่ ตัวหนังสือที่ถูกสลักอย่างบรรจงเอามาเรียบเรียงเป็นประโยคได้ว่า

 

 

 

 

 

 

Will you marry me ?

 

 

 

 

 

 

100%

 

 

 

 

.

THE END

จบแล้วค่ะ จบจริงๆ แล้วนะ

คราวนี้นักอ่านไม่ต้องคอยทวงแล้วนะ

มันจบแล้วจริงๆ ที่จริงไม่อยากจบเลย

มันใจหวิวมาก ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ

ตั้งแต่เริ่มเขียนพี่เสือใช้เวลาทั้งหมดหนึ่งปี

ขอบคุณที่คอยให้กำลังใจมาตลอด ซึ่งหลังจากนี้มันคงจะไม่มีอีกแล้ว

(เว้นแต่ว่าจะตามไปเรื่องอื่นด้วย)

สุดท้ายก่อนจบขอกล่าวสักหน่อยว่า

ถ้าเรามีบุญต่อกัน ภาคสองคงจะตามมา

ขอบคุณค่ะ

 

 

ด้วยรัก 

:mdred  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น