I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

ชื่อตอน : [6] : หายตัวไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[6] : หายตัวไป
แบบอักษร

 

[6] 

'I-RIS RED' 

 

ฟางซินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปรอบห้องที่คุ้นตาอย่างพร่ามัวก่อนจะค่อยๆ ชัดขึ้นทีละนิด สภาพห้องที่คุ้นตา นี่เป็นห้องของพี่ลี่จู ทำไมเธอถึงมานอนอยู่ที่นี่ ”อ่า ปวดหัว” 

ทันทีที่ฟางซินลุกขึ้นนั่งอาการปวดหัวก็แล่นเข้ามาทักทายเธอทันทีจนร่างเล็กต้องรีบเอามือจับขมับตัวเองเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่รุนแรงเช่นนี้ หน้าผากบางร้อนรุ่มๆ จนเจ้าของร่างเดาได้ทันทีว่าเธอน่าจะไข้ขึ้น 

”ตื่นแล้วหรือ นี่ยากินสะจะได้หาย” ลี่จูที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยยาในมือ ก่อนจะยื่นมันให้ฟางซิน 

”อ่า! ขมสุดๆ” 

ฟางซินรับถ้วยยามาก่อนจะลังเลที่จะกินอยู่เล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกินมันเข้าไป ใบหน้าแหยขึ้นมาทันทีด้วยเพราะความขมของยา จนดวงตาคู่สวยต้องหลับปี๋ จนลี่จูอดที่จะขบขำออกมาไม่ได้ 

”ฮ่ะๆ หวานเป็นลม ขมเป็นยาไงล่ะ” ลี่จูพูดขึ้นด้วยนำเสียงเชิงขบขัน 

”ข้าต้องรีบไปทำงาน เดียวแม่เล้าจะดุเอาได้” ฟางซินพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าจะลุกออกจากเตียงตนลี่จูต้องห้ามปรามไว้ 

”ไม่ต้อง เจ้าไม่ต้องทำงานจนกว่าจะหาย แม่เล้าไม่ว่าเจ้าหรอก ออกไปทำงานสภาพแบบนี้จะพาเสียงานเปล่าๆ” 

”ลำบากรุ่นพี่เลยจะต้องมาดูแลข้า” ฟางซินพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด 

”ไม่เลย ข้าต้องดูแลเจ้าอยู่แล้วเพราะอี้หลานฝากฝังเจ้าไว้กับข้า ข้าจะไม่ดูแลคนสำคัญของคนสำคัญข้าได้อย่างไร” 

”คนสำคัญหรือ?” 

ฟางซินสีหน้าเศร้าลงเล็กน้อยก่อนจะก้มมันลงเพื่อครุ่นคิด เธอเป็นคนสำคัญของท่านอี้หลานจริงๆ หรือ แล้วทำไมพี่ลี่จูถึงพูดว่าท่านอี้หลานถึงเป็นคนสำคัญของนางด้วยล่ะ สรุปเขาเป็นคนสำคัญของใครกันแน่ หรือทั้งเธอและพี่ลี่จูจะเป็นคนสำคัญของเขา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ต้องทำใจยอมรับมันสิ เพราะยังไงพี่ลี่จูก็ถือว่ามาก่อน เธอมาที่หลังยังไงก็ต้องเจียมตัว แล้วอีกอย่างเธอกับพี่ลี่จูมันคนละชั้นกันเลย 

”เป็นอะไรไปฟางซิน” ลี่จูถามขึ้นเมื่อเห็นฟางซินมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป 

”อ๋อ ปะ...ปะ เปล่าเจ้าค่ะ” ฟางซินเงยหน้าขึ้นมายิ้มแห้งๆ ให้ลี่จู 

”งั้นเจ้าก็พักผ่อนเถอะ เดียวข้าจะไปทำงานแล้ว” ลี่จูพูดขึ้นก่อนจะส่งยิ้มให้ฟางซินแล้วหันตัวเดินออกจากห้องไป 

ฟางซินได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่ขนาดมองด้านหลังยังรู้ว่าสวยออกไปจนพ้นสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมา วันนี้เธอไม่ได้ออกไปทำงาน ท่านอี้หลานจะมาหาเธอหรือเปล่านะ แล้วเขาจะรู้ไหมว่าเธอไม่สบาย แต่ถึงเขารู้เขาก็ไม่จำเป็นต้องมาเยี่ยมเธอสักหน่อย หวังสูงเกินไปแล้วฟางซิน เธอเป็นเพียงนางโลมทุกความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นความสัมพันธ์แค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะคาดหวังอะไรมากมาย สักวันหนึ่งถ้าท่านอี้หลานเบื่อเธอ ความสัมพันธ์นี้ก็จะจบลงในทันทีแบบไร้ข้อผูกมัดใดๆ 

เด็กสาวสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดต่างๆ ออกไป ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ฟางซินค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเช่นเดิม เวลานี้เธอไม่ควรคิดอะไรแต่ควรรีบพักผ่อนเพื่อให้ตัวเองหายไวๆ เสียดีกว่า 

จวนตระกูลคัง 

อี้หลานที่กำลังหัวหมุนอยู่กับการเขียนข้อสอบให้แก่ลูกศิษย์ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง คิ้วก็ขมวดย่นจนบูดเบี้ยวไปหมด เขาต้องรีบทำข้อสอบให้เสร็จ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว แต่ตอนนี้ข้อสอบของเขายังร่างไปได้ไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เขาหมกตัวอยู่แต่ในห้องตั้งแต่กลับมาจากวังหลวงโดยไม่ได้ออกไปไหนเลย 

”ท่านอี้หลาน คังฮูหยินให้เอาน้ำชากับขนมมาให้เจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้นางหนึ่งดังขึ้นที่หน้าห้อง จนอี้หลานละสายตาจากตำราก่อนจะหันไปตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

”เข้ามาสิ” 

สาวใช้เดินยกน้ำชาและขนมเข้ามาวางไว้ที่โต๊ะด้านหลังโต๊ะเขียนงานของอี้หลาน อี้หลานหันไปมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือให้สาวใช้ออกไปทันที โดยไม่พูดอะไร เวลานี้เขาต้องการความสงบเงียบเพื่อใช้สมองที่สุด อี้หลานลุกตัวออกจากโต๊ะก่อนจะเดินไปจุดเทียนที่มุมต่างๆ ของห้องเพื่อเพิ่มความสว่างไสว เพราะตอนนี้ความมืดเริ่มคืบคลานมาเสียแล้ว 

”วันนี้ข้าคงไม่ได้ไปหาเจ้าฟางซิน” อี้หลานพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะจ้องมองเปลวเทียนที่ปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดเข้ามาจากหน้าต่างกว้างที่ถูกเปิดไว้ 

ถึงจะคิดถึงเด็กสาวมากแค่ไหน แต่วันนี้เขาคงจะไปหานางไม่ได้เพราะงานของเขาเยอะเกินกว่าจะปลีกตัวไปสำราญที่ไหนได้ เพราะยังไงเรื่องงานต้องสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็สบายใจได้ว่าฟางซินคงไม่ถูกใครซื้อตัวเพราะเขาสั่งแม่เล้าไว้แล้วว่าห้ามให้ใครซื้อตัวนางเด็ดขาด ถ้าคืนไหนเขาไม่ไปให้นางเป็นเพียงเด็กรินสุราเหมือนเดิม โดยใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อติดสินบนไว้เลย แล้วไหนจะมีลี่จูที่เขาฝากฝังให้ดูแลฟางซินไว้อีก ก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง 

อี้หลานเดินกลับมานั่งทำงานเช่นเดิม โดยหารู้ไม่ว่าฟางซินตอนนี้กำลังนอนซมเพราะพิษไข้อยู่และกำลังรอให้เขาไปหาอย่างมีความหวัง 

สามวันต่อมา ... 

ฟางซินที่ตอนนี้หายจากพิษไข้ดีแล้ว ออกมานั่งที่หน้าหอด้วยสีหน้าที่เหม่อลอย สามวันแล้วที่อี้หลานไม่มาหาเธอและไม่ได้โผล่มาที่หอนางโลมเลย ถ้าวันนี้เขาไม่มาอีกก็เข้าวันที่สี่แล้ว เขาหายไปไหน มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรือเปล่า หรือเพียงเพราะเขาเบื่อเธอแล้วกันแน่ 

”ทำหน้าเป็นหมาหงอยเลยนะ” เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้น จนฟางซินต้องหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นรุ่นพี่กลุ่มเดียวกับที่เคยหาเรื่องเธอ 

เด็กสาวถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ”ข้าไม่อารมณ์จะมาสู้รบกับพวกรุ่นพี่หรอกนะเจ้าคะ” เด็กสาวทำท่าจะเดินหนีออกไปจากตรงหนีแต่ก็ถูกพวกนางโลมรุ่นพี่ตีวงมาบังทางออกไว้เสียก่อน  

”ไม่ได้เจอหลายวันปากยังดีเหมือนเดิมนะ” รุ่นพี่นางโลมชุดสีเขียวพูดขึ้นก่อนจะส่งสายตาไม่เป็นมิตรไปยังฟางซิน 

”ข้าไม่ได้ปากดีเจ้าค่ะ ข้าแค่ตอบตามความจริง แค่เพิ่งหายไข้ ไม่มีกำลังจะมาปรับมือกับพวกรุ่นพี่หรอกเจ้าค่ะ” ฟางซินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ด้วยสีหน้าที่ราบเรียบเช่นกัน 

”วันนี้รุ่นพี่ลี่จูไม่อยู่ดูสิใครจะช่วยแกได้” รุ่นพี่นางโลมในชุดสีแดงพูดขึ้นก่อนจะก้าวเข้ามาหาฟางซิน จนฟางซินได้แต่ถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ แต่เหมือนถอยไปไม่กี่ก้าวก็เข้าไปติดตรงมุมจนตรอกยิ่งกว่าเก่า 

”หึ! ตอนนี้แกมันก็กลายเป็นหมาหัวเน่าล่ะนะ หมาที่เจ้าของนะทิ้งๆ ขว้างๆ อย่าสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยเลยฟางซิน แกคิดว่าท่านอี้หลานที่ซื้อตัวแกเป็นเพราะรักแกหรือไง พอเขาไม่มาก็มานั่งเหม่อลอยยังกับโดนผัวทิ้ง นางโลมอย่างแกใครจะมารักจริง นังโง่เอ๊ย!” รุ่นพี่นางโลมชุดสีแดงพูดขึ้นพร้อมกับใช้มือเรียวดันหัวฟางซินอย่างแรงจนมันเกือบจะกระแทกกับผนังปูน ดีที่ฟางซินขืนตัวไว้ได้เสียก่อน 

”กรุณาหลบไปด้วยเจ้าค่ะรุ่นพี่ ข้าไม่มีเวลาว่างมาทะเลาะกับพวกท่าน” ฟางซินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามเก็บกลั้นความโกรธไว้ในใจ เพราะยังไงคนพวกนี้ก็เป็นรุ่นพี่ ถึงมีเรื่องไปเธอที่เป็นรุ่นน้องก็กลายเป็นคนผิดเปล่าๆ ถึงจะเป็นฝ่ายโดนหาเรื่องก็เถอะ 

”ไม่มีเวลามานั่งทะเลาะกับพวกข้าแต่มีเวลามานั่งเหม่อลอย แล้วอีกอย่างนะวันนี้พวกข้าว่าง แล้วพวกข้าก็อยากจะหาอะไรสนุกๆ เล่น และพวกข้าก็เลือกให้เจ้าเป็นของเล่นของพวกข้า” รุ่นพี่นางโลมชุดสีเขียวพูดขึ้นก่อนจะหันมองหน้าพรรคพวกของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ 

ฟึ่บ! 

”โอ๊ย! จะทำอะไรเจ้าค่ะ” 

ฟางซินร้องออกมาเมื่อถูกมือหน้าของนางโลมรุ่นพี่ในชุดสีแดงจิกผมจนหน้าหงายไปตามแรงจิกและแรงดึง มือเรียวเล็กได้แต่พยายามแกะมือของรุ่นพี่ออกแต่เหมือนยิ่งแกะนางก็ยิ่งดึง จนฟางซินได้แต่แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา คนดึงจะรู้ไหมว่าเวลาโดนดึงผมแบบจิกหนังหัวมันเจ็บขนาดไหน 

”ข้าอยากจะกรีดหน้าเจ้านัก เพราะข้าไม่ชอบหน้าเจ้าสักเท่าไหร่เลย” รุ่นพี่นางโลมในชุดสีเขียวพูดขึ้นก่อนหยิบมีดออกมาจากเสื้อแล้วลูบสันมีดที่ใบหน้าของฟางซินเบาๆ จนเจ้าของร้านได้แต่ตัวสั่นไหวด้วยความกลัว 

”ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” ฟางซินแข็งใจพูดจนเสียงดัง ทั้งๆ ที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ เต็มไปหมด 

”ฟางซินเอย ข้าจะบอกอะไรให้นะ เจ้ามันยังเด็กนักยังคงอ่อนต่อโลก แต่ข้าจะบอกไว้ให้เอาบุญว่านางโลมอย่างพวกเรานะ มันไม่มีค่าหรอก บุรุษที่มาเสพสุขกับพวกเราก็แค่มองเราเป็นเพียงของเล่นแก้เหงา ยามเหงาเขาก็มายามไม่เหงาเขาก็ทิ้งขว้าง สตรีเช่นพวกเราเจ้าคิดว่าจะมีใครรักจริงหรือและยิ่งท่านอี้หลานผู้สูงศักดิ์แล้วด้วย หึ! เจ้าเลิกฝันลมๆ แล้งๆ ไปได้เลย เขาไม่โง่มารักเจ้าหรอก เจ้ามันต่ำเกินไปสำหรับเขาผู้หญิงที่จะยืนเคียงข้างเขาได้นั้นจะต้องเป็นลูกขุนนางชั้นสูงเท่านั้นละ แต่ถึงเขาจะรักเจ้าจริงๆ เจ้าก็เป็นได้เพียงอนุภรรยาที่ไม่สามารถบอกใครและพาไปไหนได้เพราะมันน่าอาย จำใส่กะโหลกบางๆ แกไว้” รุ่นพี่นางโลมชุดสีเขียวพูดขึ้นก่อนจะยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน 

เด็กสาวได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเจ็บปวด ที่รุ่นพี่พูดมันก็คือความจริงทุกอย่างนั้นละ เธอไม่ควรฝันลมๆ แล้งๆ ท่านอี้หลานไม่เคยพูดด้วยซ้ำว่ารักเธอ มีแต่เธอที่คิดไปเองฝ่ายเดียว 

ฟึ่บ! 

ตุบ! 

”ไปกันเถอะ นางคงอยากจะร้องไห้คนเดียว หึๆ” รุ่นพี่นางโลมชุดสีแดงปล่อยมือออกจากหัวของฟางซินก่อนจะผลักนางจนล้มไปกองกับพื้นอย่างแรง โดยที่ฟางซินไม่ได้ขืนตัวไว้สักนิดจนกระแทกกับพื้นเสียงดัง เหล่ารุ่นพี่ต่างมองเธอด้วยดวงตาสมเพชก่อนจะหากันเดินหันตัวออกไป 

”ฮึก…ฮือ…ฮือ” 

ฟางซินวิ่งเข้ามาในห้องของลี่จูอย่างถือวิสาสะเพราะเธอไม่รู้จะไปที่ไหน น้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างกลั้นไม่อยู่ เสียงสะอื้นร่ำไห้ดังออกมาเหมือนจะปลดปล่อยเอาความทุกข์ที่ฟื้นกลั้นไว้ออกมาจนหมด เธอคาดหวังมากเกินไป มีแต่เอคนเดียวเท่านั้นที่รักอี้หลานและเธอคนเดียวทั้งนั้นที่คิดไปเองและหวังมากเกินไป เขาไม่เคยพูดว่ารักหรือชอบเธอสักนิดไม่มีเลย 

การกระทำของเขาก็น่าจะแสดงออกชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอไม่ได้สำคัญกับเขาขนาดนั้นเพราะถ้าสำคัญเขาจะหายตัวไปแบบนี้หรือ บางทีเขาอาจจะมีคนสำคัญอยู่แล้ว ส่วนเธอก็อาจจะเป็นแค่ตัวสำรอง 

”ฟางซินใครทำอะไรเจ้า” ลี่จูที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดฟางซินทันทีเมื่อเห็นเด็กสาวร้องไห้ 

”รุ่นพี่…ฮึก…ฮือ…ฮือ” ฟางซินสวมกอดลี่จูกลับ น้ำใสๆ ยังคงไหลออกมาจากตา เสียงสะอื้นยังดังต่อเนื่อง มันจุกมันแน่นในอกจนเธอไม่สามารถจะพูดออกมาได้ 

ลี่จูได้แต่กอดฟางซินจนแน่น เธอไม่รู้ว่าฟางซินเป็นอะไรแล้วเธอก็ไม่คิดจะคาดคั้นถามด้วย เพราะตอนนี้เด็กในอ้อมกอดเธอเอาแต่ร้องไห้ออกมาไม่หยุด ทำได้เพียงลูบหัวเพื่อปลอบประโลมเท่านั้น ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงสะอื้นร่ำไห้ที่ดังออกมาเท่านั้น ให้เวลาผ่านไปช้าๆ เพราะเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น