akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาค 2 : บทที่ 5 เลือดผสม

ชื่อตอน : ภาค 2 : บทที่ 5 เลือดผสม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60.9k

ความคิดเห็น : 138

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2559 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 2 : บทที่ 5 เลือดผสม
แบบอักษร

5

เลือดผสม

 

        “นายควรจะเดินให้เร็วกว่านี้”

          น้ำเสียงช่างร้อนรน แต่ก็ไม่เท่ากับหัวใจที่พุ่งทะยานนำหน้าไปแล้ว พอลหรี่ตามองชายหนุ่มที่ก้าวเท้าเดินกึ่งวิ่ง

          “นายควรจะวิ่งไป”

          “นายนี่มัน!

          วิรุจน์รู้สึกเคืองพอลมากพอสมควร เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพอลถึงกลายเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนเขาคิดว่าพอลเป็นผู้ชายเย็นชา แต่ความคิดเขาเริ่มเปลี่ยนไป

          พอลเป็นผู้ชายที่ช่างกวนประสาท

          และที่น่าขุ่นเคืองที่สุด ก็คงเป็นเพราะอีกฝ่ายกวนประสาทเขา แต่กลับทำหน้าเรียบเฉยราวกับไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

          “รีบเดินสักที”

          เมื่อเหนื่อยเกินกว่าจะพูดต่อ วิรุจน์ก็จูงมือพอลให้เดินตาม พอลหลุบตามองข้อมือตัวเองที่โดนวิรุจน์จับกึ่งฉุด เขาได้แต่ส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย แต่ก็เดินตามแต่โดยดี ถึงเขาเดินช้ากว่าวิรุจน์ เขาก็เดินทันอยู่แล้ว เพราะเขาขายาวกว่า

เมื่อมาถึงสถานที่ที่เป็นเป้าหมาย ไม่ได้มีแค่คนในครอบครัวของวิรุจน์เท่านั้น แต่ยังมีชายหนุ่มที่เป็นคนอื่น ซึ่งก็คือนาคินทร์

นาคินทร์และพอลสบตากัน สายตาที่ทั้งคู่มองกันบ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยออกมาจากปากทั้งสองคน

          “สวัสดีครับ”

          พอลยกมือไหว้ศาลทูรและดาวิกา ผู้ใหญ่ทั้งสองเองก็รับไหว้

          “หลานมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

          “ผมเพิ่งกลับมาวันนี้ครับ”

          “คุณแม่ครับ คุณกวางเข้าไปนานหรือยังครับ”

          คนที่ดูตื่นเต้นที่สุดดูเหมือนจะเป็นวิรุจน์ ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นสามีของคนที่อยู่ในห้อง พยัคฆ์ตวัดสายตามองน้องชายที่แสดงท่าทางตื่นเต้นเสียเหลือเกิน

          “ก็พักใหญ่แล้วล่ะ”

          “หวังว่าคุณกวางจะปลอดภัย ขอให้เจ้าตัวเล็กปลอดภัยด้วยเถอะ”

          “ลูกกับเมียฉันต้องปลอดภัยอยู่แล้ว”

          พยัคฆ์เอ่ยขึ้น ทุกคนต่างรออยู่หน้าห้องคลอดด้วยความตื่นเต้น เพราะอีกไม่นานในครอบครัวของพวกเขาก็จะมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้น พยัคฆ์เองก็เหมือนกำลังส่งกำลังใจไปช่วยคนรัก แม้จะอยากเข้าไปอยู่ด้วยภายในห้องคลอด แต่ถ้าจะให้ภูมินทร์ทำงานสะดวก เขาเองก็ควรจะมารอนอกห้องมากกว่า

          แกร๊ก….      

          เวลาผ่านอีกพักใหญ่ ประตูห้องคลอดก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงของภูมินทร์ที่อยู่ในชุดเสื้อกราวน์ ตามมาด้วยคุณหมอหนุ่มอีกคนที่เดินตามออกมาพร้อมกับผ้าพันห่อทารกตัวเล็ก

          “ดีใจด้วยครับพี่ใหญ่ได้ลูกแฝดชายเลยนะครับ”

          ภูมินทร์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม พยัคฆ์พุ่งเข้าไปหาทารกตัวเล็กทันที แต่ชะงักไปเพียงนิด เพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือลูกเสือโคร่งตัวเล็กทั้งสองตัวที่หลับตาพริ้ม แต่เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็รับร่างของลูกเสือตัวน้อยมากอดอย่างทะนุถนอม

ศาลทูรเดินเข้ามาใกล้ เขาคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู เพราะตอนที่พยัคฆ์คลอดออกมา ก็มีร่างกายเป็นเสือโคร่งไม่ต่างกับหลานของเขาในตอนนี้ แม้สิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหน้าจะอยู่ในร่างของเสือตัวน้อยก็ตามแต่ก็ทำให้คนเป็นพ่อยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อได้เห็นเจ้าตัวเล็กทั้งสอง

          “ลูกพ่อ….

 

-------+++++-------

 

พี่ใหญ่ขอผมดูหน้าหลานมั่งสิ

          น้ำเสียงงอแงนี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล คนคนนั้นก็คือวิรุจน์ที่อยากจะเข้าไปดูเจ้าตัวเล็กอย่างมากมาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนคุณพ่อขี้หวงแทบจะไม่ให้ใครมายุ่งกับลูกของตัวเองเลยสักนิด

          เห็นไหมว่าลูกฉันหลับอยู่ แกจะมากวนให้ลูกฉันตื่นหรือไง

          คนเป็นพ่อแทบจะแยกเขี้ยวเสือใส่น้องชายคนกลาง เขาเบ้ปาก พยัคฆ์หันไปถามภูมินทร์ที่ยืนยิ้ม

          เมียฉันเป็นยังไงบ้าง

          สลบอยู่น่ะครับ เดี๋ยวผมจะย้ายไปห้องพักพิเศษ

          ฉันอยากเข้าไปดูกวาง

          เดี๋ยวก็พาออกมาแล้วครับ

          ภูมินทร์ยิ้มให้กับพี่ชาย ดาวิกาเดินเข้ามาดูหน้าหลาน แล้วระบายยิ้ม

          หลานย่าน่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน

          เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู เธอไม่ได้รู้สึกเกลียดหรือว่าแปลกอะไรทั้งนั้น เพียงแต่พูดไปตามความเชื่อที่ว่าไม่ควรจะชมเด็กที่เพิ่งเกิด

          แกร๊ก

          ประตูห้องเปิดขึ้น พร้อมกับร่างบางที่นอนหลับตาพริ้ม พยัคฆ์รีบหมุนกายเข้า

ไปหาคนรักที่นอนหมดสติ แล้วจะรีบเดินตาม แต่ทว่าศาลทูรก็รั้งแขนเอาไว้ก่อน

          รีบเดินแบบนั้น เดี๋ยวก็พลาดทำเจ้าตัวเล็กร่วงหรอก

          ชายหนุ่มไม่เถียง เพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าถ้ารีบเดินตามกรณัฐไปแล้ว จะเป็นอย่างไร ใจเขาเองก็เป็นห่วงภรรยาไม่น้อย แต่ก็อยากอยู่ใกล้ๆกับลูกชายเช่นกัน

          ฝากเจ้าสองแฝดไว้กับแม่ก่อนก็ได้นะตาใหญ่ รีบไปดูหนูกวางเถอะ

          ทันทีที่ได้ยินคำกล่าว พยัคฆ์ก็พยักหน้าทันที

          แล้วคุณแม่รีบพาพวกเขามาด้วยนะครับ

          จ้า

          ทุกคนมองร่างสูงใหญ่ที่รีบเดินตามเตียงของกรณัฐไป ท่าทางของพยัคฆ์คงจะพะว้าพะวงทั้งลูกและเมีย ทั้งนาคินทร์และกรวัฒน์เองก็เดินตามพยัคฆ์ไปแล้ว ส่วน

วิรุจน์ที่พอเห็นพี่ชายเดินไป เขาก็พุ่งเข้าไปหาเจ้าตัวเล็กทันที

          ฮื้อ หลานอาน่ารักอะไรอย่างนี้ แม่ค้าบผมอยากอุ้ม

          ระวังทำร่วง

          พอลเอ่ยมาเรียบๆ ได้ยินกันแค่สองคน วิรุจน์หันขวับไปมองร่างสูงที่ทำหน้านิ่งได้ไม่เปลี่ยน เห็นแล้วมันรู้สึกหมั่นไส้ แต่วันนี้ถือว่าให้อภัย เพราะหลานชายของเขาคลอดออกมาแล้ว

          โอ๋ๆหลานของอารุจน์

          คนเห่อหลาน ยิ้มแก้มปริจนเหมือนคนบ้า วิรุจน์โอบกอดเจ้าตัวเล็กอย่างทะนุ

ถนอม ท่าทางตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าพ่อแท้ๆ

          ถ้าชอบขนาดนั้น ทำไมไม่มีลูกซะเองเลยเจ้ารุจน์

          ศาลทูรเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม เห็นหน้าหลานแล้วมันก็ชื่นใจ วิรุจน์เงียบไป

แล้วยิ้มแห้ง

          ก็ผมอยากเลี้ยงหลานมากกว่านี่นา

          อ่าคุณลุงครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน คงไม่รบกวนแล้วล่ะครับ

          พอลเอ่ยขึ้น เพราะเขาก็พอจะรู้ว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน เขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับกรณัฐและพยัคฆ์มากนัก วิรุจน์เงยหน้ามองพอล

          เห้ๆ อะไรกัน จะกลับแล้วหรือไง ไปเยี่ยมคุณกวางด้วยกันก่อนสิ

          นั่นสิจ๊ะ ไปหาหนูกวางก่อน แล้วค่อยกลับดีไหมพอล

          ดาวิกาเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม เรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เธอไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับพอลอีกแล้ว เพราะพอลเองก็เสี่ยงชีวิตช่วยพยัคฆ์เอาไว้

          นายมาดูหลานฉันสิ น่ารักมากๆเลย

          คนเห่อหลานอุ้มหลานเข้าไปอวดชายตัวสูง พอลก้มลงมองเจ้าเสือน้อยทั้งสองตัวที่หลับตาพริ้ม แต่เท้าหน้าทั้งสองเริ่มขยับกระตุกเบาๆ

          ไปหาหนูกวางกันเถอะตารุจน์

          ครับคุณแม่

          ทุกคนที่เหลืออยู่เดินไปยังห้องพักพิเศษ โดยคนที่เป็นคนอุ้มเจ้าเสือน้อยทั้งสองก็คือดาวิกา และศาลทูร

          “นายน่ะ อิจฉาฉันใช่ไหมล่ะ ที่หลานฉันน่ารักขนาดนี้”

          พอลหันกลับไปมองวิรุจน์ทันที ชายหนุ่มกอดอก เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจในตัวหลานชาย เพราะว่าเขาคิดว่าหลานเขาต้องน่ารักมากแน่ๆ

          “ก็แค่ลูกเสือสองตัว”

          “ไม่ใช่แค่สักหน่อย เป็นแฝดตั้งสองคนเชียวนะ”

          ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ ว่าอารมณ์ขุ่นมัวของวิรุจน์หายไปราวกับเป็นเพียงสายลมที่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป หลังจากที่ทะเลาะกับพอลก่อนที่จะมาเจอหลานชาย

          “น่าปวดหัว”

          พอลเมินหน้าไปทางอื่น แล้วพูดกับตัวเอง เพราะเขากำลังโดนวิรุจน์ลากให้ตามไปหากรณัฐที่ห้องด้วย ท่าทางไม่สนใจเลยว่าเขากับอีกฝ่ายมีปัญหาอะไรมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า วิรุจน์อวดหลาน เห่อหลาน จนไม่คิดจะให้ความสนใจกับพอลสักเท่าไหร่นัก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พอลอยากจะใส่ใจ ในเมื่อเขาและวิรุจน์ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันนอกจากทางกายเท่านั้น

กึก

          วิรุจน์ค่อยๆดันประตูห้องพักพิเศษเข้าไป ก็พบว่ากรณัฐนอนหลับตาพริ้มอยู่ ใบหน้าดูซีดเซียวพอสมควร

          เมื่อไหร่คุณกวางจะฟื้น

          วิรุจน์เดินเข้าไปถามน้องชาย ภูมินทร์หันมาพูดกับพี่ชายตัวเองเบาๆ เพราะไม่อยากรบกวนคุณแม่มือใหม่ที่นอนหมดสติ

          ก็คงหลายชั่วโมง กว่าผมจะผ่าคลอดคุณกวางได้ ก็กลัวเหมือนกัน

          อะไรเล่า

          ก็ลุ้นน่ะสิครับ ว่าจะออกมาเป็นคน หรือว่าเป็นตัว

          สองพี่น้องคุยกันที่มุมห้อง พอลหันไปมองท่าทางกระซิบกระซาบของวิรุจน์

แล้วส่ายหน้าเอือมๆ พยัคฆ์เองก็เริ่มขมวดคิ้ว แล้วหันขวับไปมองน้องชายสองคน จนทั้ง

คู่แทบจะสะดุ้ง

          แล้วมีใครตกใจหรือเปล่า?”

          ตอนแรกก็ตกใจล่ะครับ แต่เพื่อนผมรู้เรื่องอยู่แล้ว ส่วนพยาบาลที่นี่ก็เป็นคนของเรา ก็เลยไม่เป็นไรหรอกครับ

          ก็ดีแล้วล่ะ ตอนแรกก็ยอมรับล่ะนะ ว่าพอเห็นออกมาเป็นตัวก็รู้สึกตกใจ เพราะตอนนายคลอดออกมา คุณแม่ก็บอกว่านายออกมาเป็นคน

          เชื้อพี่ใหญ่คงจะแรงมั้งครับ

          สองพี่น้องหัวเราะกันเสียงเบาอย่างอารมณ์ดี หูของพยัคฆ์ขยับเล็กน้อย เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

          จะนินทาฉัน ก็เกรงใจลูกฉันบ้าง

          ภูมินทร์และวิรุจน์เงียบไป พยัคฆ์ยืนอยู่ข้างเตียง มองหน้าคนรักที่หลับตาพริ้ม มือหนาปัดปอยผมที่บังใบหน้าหวาน

          กวางขอบคุณนะที่คลอดเจ้าตัวเล็กออกมา

          เขาเลื่อนมือไปกุมมือเล็ก ร่างสูงระบายยิ้มจางๆ ก้มลงไปจูบหน้าผากสวย

          รีบตื่นมาเร็วๆนะคนดี ฉันอยากให้กวางเห็นหน้าลูกของเรา

          แม้ในใจพยัคฆ์ก็ยังหวาดหวั่นและกลัวว่ากรณัฐจะตกใจเรื่องลูก แต่เขาก็อยากให้อีกฝ่ายเห็น เรื่องที่รับได้หรือไม่ได้ ก็คงจะต้องคุยกันอีกที เพราะเขาเองก็คิดมาตลอดว่าถ้าคลอดลูกออกมาแล้ว ลูกเขาจะออกมาเป็นเสือหรือว่าออกมาเป็นคน

          ภูแล้วแบบนี้ ลูกฉันต้องไปห้องอบหรือเปล่า?”

พยัคฆ์ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลอะไรสักเท่าไหร่นัก เขาเองก็ไม่เคยมีลูก และเรื่องพวกนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลจัดการให้

          ไม่ต้องหรอกเจ้าใหญ่ หลานฉันน่ะ ไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นหรอก

          แล้วจะปล่อยลูกของผมไว้แบบนี้เหรอ?”

          อุ้มไปไว้ใกล้ๆแม่ของเขา ก็น่าจะพอแล้ว

          ศาลทูรเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แล้วมองหน้าหลานทั้งสองที่เหมือนจะหลับสนิทก็จริง แต่ว่าก็ยังขยับตัวราวกับละเมอ

          พยัคฆ์เดินเข้ามาอุ้มเจ้าตัวเล็กทั้งสอง ที่ดูเหมือนใกล้จะตื่น แล้วเอาไปวางไว้ใกล้ๆกับภรรยา เพราะว่าลูกที่คลอดออกมาอยู่ในร่างของเสือ ดังนั้น ร่างกายจึงเล็กกว่าของมนุษย์ พื้นที่ข้างๆตัวกรณัฐจึงพอให้วางร่างของเด็กน้อยได้

          นี่มองตาไม่กระพริบเลยนะ

          วิรุจน์เข้าไปกระแซะพอลที่ยืนนิ่ง ร่างสูงก้มมองวิรุจน์ที่เข้ามาก่อกวนเขา

          อยากมีลูกบ้าง หรือว่าคิดจะทำร้ายหลานฉันฮะ?”

          ทำไมข้อสันนิษฐานของนายมันถึงได้ตรงข้ามกันขนาดนั้น

          ก็แหมฉันไม่รู้นี่นาว่านายคิดอะไร

          ฉันจะกลับ

          เห้ๆจะกลับแล้วเหรอ

          วิรุจน์เลื่อนมือไปจับข้อมือของพอลเอาไว้ พอลขมวดคิ้วฉับ ร่างสูงโปร่งปล่อยมือแล้วระบายยิ้ม

          รอคุณกวางฟื้นก่อนสิ ตอนนั้นคงจะได้ตั้งชื่อเจ้าตัวเล็กกัน

          ถ้าเด็กพวกนั้นรู้ว่าฉันจะเป็นคนฆ่าแม่ของพวกเขา พวกเขาคงไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่

          ที่นายพูดมันก็ถูกล่ะนะ

          นาคินทร์เอ่ยขึ้น พร้อมกับสบตาพอล ทั้งคู่มองหน้ากันภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย นพวินเริ่มกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เมื่อเห็นท่าทางของทั้งสองคน ส่วนศาลทูรกับ

ดาวิกาก็เหมือนแต่สนใจหลานและคุณแม่มือใหม่ที่นอนพักอยู่

          ดูทำหน้าเข้าสิ ปวดท้องอึหรือไง

          กรวัฒน์เอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่มันก็ทำให้นพวินหันขวับ ไม่คิดว่าคนที่เด็กกว่าจะ

พูดจาอะไรแบบนี้

          ไปด้วยกันเลยไหมล่ะ เผื่อจะไปล้างของเสียๆในปากนายออก

          ปกติ ก็ไม่ใช่คนชอบแขวะหรือว่าต่อว่าใครอยู่แล้ว แต่เพราะนพวินรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายที่เด็กกว่าไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ และก็ไม่ค่อยจะพูดกันดีๆ ดังนั้นก็เลยไม่จำเป็นที่เขาจะต้องยอมให้ว่าฝ่ายเดียว

          ก็ดี อยากไปห้องน้ำอยู่พอดี

          กรวัฒน์เอ่ยเรียบๆ ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เด็กตัวสูงเดินไปเปิดประตูห้อง แต่ก็หันมาบอกกับภูมินทร์

          พี่ภูครับ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ

          อื้อ

          ผมก็ด้วยครับ

          ใจจริงนพวินก็ไม่ได้อยากไปห้องน้ำสักเท่าไหร่ แต่เขารู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางของกรวัฒน์ ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันที่แฝดทั้งสองคลอดออกมาแท้ๆ แต่กรวัฒน์กลับทำให้บรรยากาศเสียหมด

          นี่นาย! ฉันถามจริงๆเถอะ ฉันไปทำอะไรให้นายไม่พอใจหรือเปล่า ทำไมถึงได้พูดจาแบบนั้นกับฉัน

          แบบไหน?”

          เด็กที่ตัวสูงกว่าแต่ก่อน หยุดเดินแล้วหันมาถามรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

          ฉันก็บอกไม่ถูก แต่ท่าทางของนายที่พูดกับฉันมันแปลกๆนี่นา

          ก็แค่รำคาญ

          ห๊ะ!

          กรวัฒน์พูดออกมาหน้าตาย ราวกับคำที่พูดมันไม่ใช่วาจาร้ายกาจแต่อย่างใด

          ระ รำคาญฉันเหรอ

นพวินอึ้งไป ไม่คิดว่าจะโดนว่าอะไรตรงๆแบบนี้

          อืม ก็ประมาณนั้นล่ะ

          คนเด็กกว่ายักไหล่เพียงนิด แล้วเดินต่อไปยังห้องน้ำ ทิ้งให้คนตัวเล็กกว่ายืนงง

ถอดแว่นตาออกมาเช็ด ราวกับว่าเรียกสติตัวเองด้วยท่าทางที่เหม่อลอย

          ไม่เคยมีใครบอกว่ารำคาญเขาตรงๆขนาดนี้มาก่อน

          แต่สักพัก ใบหน้าที่เหม่อลอยและอึ้งของนพวินก็เปลี่ยนไปอย่างคนหงุดหงิด

          เด็กบ้า!แล้วทำไมฉันต้องไปใส่ใจด้วยเนี่ยถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องชายคุณกวางนะฉันจะ…”

          จะจะว่าไปแล้วก็คิดไม่ออกหรอกว่าจะทำอะไรกลับคืน สุดท้ายร่างเล็กก็พรูลมหายใจออกปาก แล้วเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่รู้จะไปทางไหนดี

 

------+++++-------

 

          เวลาผ่านไปกลับสามชั่วโมง กรณัฐก็ฟื้นลืมตาขึ้นมา วิรุจน์มองสามีภรรยาที่พูดคุยกันอย่างรักใคร่ แล้วก็นึกเรื่องหนึ่งออกมาได้ เมื่อมองหน้าหลานชายทั้งสอง

          จริงสิครับเด็กๆยังไม่มีชื่อเลยนี่นา

          วิรุจน์พูดขึ้น เขาเองก็รอโอกาสนี้มานานแล้ว เพราะอยากจะเป็นคนตั้งชื่อให้กับเจ้าตัวเล็ก

          คุณเสือได้คิดชื่อลูกไว้หรือยังครับ?”

          อ่าก็กะว่ารอคลอดก่อนแล้วจะตั้งพร้อมเมีย

          เขากระซิบกระซาบกับร่างเล็ก ความหวานของทั้งคู่ทำให้พอลแทบจะเบือนหน้าหนี เขาไม่ค่อยชินกับเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ วิรุจน์หันไปมองพอลแล้วเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา แต่พอลก็หันกลับมาจ้องวิรุจน์ตาเขม็ง

          ให้พวกผมช่วยคิดได้ไหมครับคุณกวาง

          ได้สิครับ

          ร่างบางส่งยิ้มให้กับภูมินทร์ แล้วก้มมองเจ้าตัวเล็กที่เขาโอบอุ้มอยู่ ปากน้อยๆของเจ้าเสือน้อยตัวหนึ่งกำลังง้างออก พร้อมกับลิ้นสีชมพูที่ขยับออกมา ราวกับหาว

          ชื่อไทเกอร์ดีไหมครับ

          อืมไทเกอร์ในภาษาอังกฤษก็แปลว่าเสือนี่ครับ คุณเสือคิดว่าไง

          อืม…”

          เขาก้มมองเจ้าตัวเล็กที่คนรักอุ้ม

          แต่ลูกฉันมีสองคน

          งั้นผมขอนำเสนอชื่อนี้เลยครับ!

          เสียงของวิรุจน์แทบจะดังก้องห้อง จนทุกคนมองเป็นตาเดียว พอลเหล่มองอย่างเอือมๆ

          โทระ! ในภาษาญี่ปุ่น ก็แปลว่าเสือ….น่ารักออกนะครับ โทระ โทระ โทระพูดแล้วก็นึกถึงตัวการ์ตูนน่ารักๆเลยนะครับพี่ใหญ่

          เจ้าบ้า! ลูกฉันไม่ใช่ตัวการ์ตูนสักหน่อย!

          ใจเย็นๆสิครับคุณเสือ

          ร่างบางอมยิ้ม แล้วมองน้องชาย

          แล้วแคทคิดว่ายังไง

          อืมไทเกอร์ กับ โทระงั้นเหรอแคทว่าเอาให้คล้ายๆกันดีไหมพี่กวาง เอาเป็น ไทกะกับ โทระ ดีไหม  ไทกะก็มาจากไทเกอร์

          น่ารักจังเลย

          ดูเหมือนทุกคนก็เห็นดีด้วยกับข้อเสนอของกรวัฒน์ ร่างบางหันมาถามสามี

          คุณเสือคิดว่ายังไงครับ?”

          อืมแล้วกวางล่ะ ชอบหรือเปล่า

          ชอบสิครับ ก็น้องคุณเสือ แล้วก็น้องผม อุตส่าห์ตั้งให้ พวกเด็กๆต้องดีใจมากๆแน่ครับ ที่คุณอาและคุณน้าของพวกเขา รักเขามากขนาดนี้

          ถ้ากวางว่าน่ารักฉันก็ว่าน่ารัก

          พยัคฆ์ส่งยิ้มกับภรรยา รู้สึกมีความสุขจนทะลักไปเผื่อแผ่คนรอบข้าง ในขณะที่วิรุจน์หันไปคุยกับภูมินทร์

          ทีตอนฉันเสนอ บ่นจะเป็นจะตาย ทีคุณกวางพูดนิดหน่อย ก็เห็นดีไปหมดเลย

          ก็ต้องเข้าใจหน่อยนะว่านั่นน่ะ เมียส่วนนายน่ะแค่ น้อง’”

          พอลหันมาพูดกับวิรุจน์ ด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะตอกย้ำความเจ็บใจ

          งั้นคนพี่ก็ชื่อเล่นว่าไทกะ คนน้องก็โทระ อืมถ้าเรียกสั้นๆ ไทก็แปลว่าใหญ่โท ก็แปลว่าสอง พี่ว่าน่ารักดีนะกวาง

          ครับพี่คิน

          แล้วชื่อจริงของสองแฝดล่ะครับ?”

          นพวินเอ่ยขึ้นบ้าง ทุกคนเองก็ดูเหมือนลืมคิดเรื่องนี้ไป

          ถ้าไม่รังเกียจ ให้พ่อกับแม่ ช่วยตั้งดีไหม? แต่จะรู้สึกแย่หรือเปล่า ที่เป็น

พ่อกับแม่แต่ไม่ได้ตั้งชื่อลูกตัวเอง

          ศาลทูรเอ่ยขึ้น กรณัฐยิ้มออกมา ดวงตาร้อนผ่าวเพราะรู้สึกดีใจ ไม่คิดว่าจะ

ได้รับความรักความเมตตาจากทั้งสองคนมากขนาดนี้

          ถึงผมจะไม่ได้เป็นคนตั้งชื่อพวกเขา แต่พวกเขาก็เกิดจากความรักของผมกับคุณเสือ แล้วถ้าคุณปู่คุณย่าของเขาเป็นคนตั้งชื่อจริงให้ นั่นแสดงว่าพวกเขาต้องได้รับความรักจากพวกท่าน เด็กๆต้องดีใจแน่ๆครับ ผมเองก็รู้สึกดีใจมากๆเหมือนกัน

          กวาง…”

          พยัคฆ์โอบกอดร่างบาง รู้สึกดีใจที่ได้มีคนตัวเล็กอยู่ข้างๆและมอบทายาทให้กับเขา

          ธีรภัทรกับธีรพล ชอบหรือเปล่าล่ะกวาง

          ครับ เพราะมากๆเลยครับ

          งึ้ง งึ้งงง แง้งงงงงงง

          เสียงของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างบางเริ่มดังขึ้น พร้อมกับเจ้าตัวเล็กตัวแรกที่เริ่มขยับไปมาก พาลให้เจ้าเสือน้อยอีกตัวเริ่มตื่นตามและร้องไห้งอแง

          สงสัยเจ้าเด็กๆจะหิวนมน่ะหนูกวาง

          ดาวิกาเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม พยัคฆ์เงยหน้ามองภรรยา แล้วมองต่ำลงมาที่หน้าอก กรณัฐหน้าร้อนผ่าวกับสายตาของร่างสูง แต่เพียงชั่วครู่ก็ต้องตกใจ เมื่อคนตัวสูงยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ใกล้เตียง แล้วหันไปหาทุกคน พร้อมกับพูดเสียงดัง ทำให้คน

ฟังทุกคนอึ้งไปตามๆกัน

          คุณแม่อยู่ก่อนนะครับแต่….ทุกคนที่เหลือออกไปให้หมด! กวางจะให้นมลูก! ไปกันได้แล้ว!

          วิรุจน์และภูมินทร์มองหน้ากันแล้วยิ้มเจื่อน

          คนหวงเมีย!....

 

 

-------+++++-------

         

          “คนอะไรหวงเมียชะมัด”

          วิรุจน์อดไม่ได้ที่จะบ่น หลังจากที่ออกมาจากห้องพักของกรณัฐ เขาได้แต่กรอกตาไปมาอย่างเซ็งจัด

          “เอาน่าพี่รุจน์ก็พี่ใหญ่รักคุณกวางมากนี่ครับ”

          ถึงจะไม่เคยมีแฟนแบบจริงจังสักคน แต่ภูมินทร์ก็พอจะเข้าใจพยัคฆ์ เพราะพี่ชายเขารักกรณัฐมาก ถึงได้หวงมาก

          “ผมคงต้องขอกลับก่อน”

          อยู่ๆพอลก็เอ่ยขึ้นกับศาลทูร เขาเองก็เสียเวลาอยู่ที่นี่มานานมากพอแล้ว       วิรุจน์หันไปมองพอล แอบรู้สึกผิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาเป็นคนฉุดรั้งพอลไม่ให้กลับไป แถมยังพยายามดึงดันอีกฝ่ายให้มากับเขาอีก

          “อ่าได้สิ ขอบคุณที่มานะพอล”

          “ครับ”

          “เดี๋ยวผมไปส่งพอลแล้วกันนะครับ”

          วิรุจน์ฉีกยิ้มกว้าง เขารีบเดินตามร่างสูงใหญ่ที่หมุนกายเดินไปแล้ว พอลหันมามองวิรุจน์อย่างรำคาญ

          “ตามมาทำไม”

          “ไม่เห็นต้องทำหน้าหงุดหงิดขนาดนั้นเลย”

          ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวิรุจน์ถึงได้รู้สนุกขึ้นมา ที่ได้กวนประสาทพอลกลับ นั่นอาจจะเป็นเพราะเขาก็อยากให้พอลรู้สึกแย่เหมือนที่เขารู้สึกเวลาอีกฝ่ายกวนประสาทเขาล่ะมั้ง

          “นายน่ะ...อิจฉาพี่ชายฉันกับคุณกวางใช่หรือเปล่า”

          เท้าของพอลชะงัก เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ในน้ำเสียงนั้นก็เจือไปด้วยความหงุดหงิด

          “พูดอะไรของนาย”

          “ก็ความตั้งใจของนาย คืออยากให้พี่ชายฉัน แต่งงานกับน้องสาวนาย แต่พอทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามแผน นายก็เลยไม่พอใจ แล้วตอนนี้พี่ชายฉันก็มีความสุขกับครอบครัวเอามากๆ นายคงจะเจ็บใจสุดๆเลยล่ะสิ”

          เพียงครู่เท่านั้น พอลก็หันกลับมามองวิรุจน์ ดวงตาคมกริบนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ น่าแปลกที่วิรุจน์ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่กลับรู้สึกพอใจด้วยซ้ำที่ยั่วให้พอลโมโหได้

          “อย่ามายั่วโมโหฉัน”

          พอลกระชากคอเสื้อของวิรุจน์ เขามองราวกับจะฆ่าเหยื่อตรงหน้าให้ตาย แต่   วิรุจน์ไม่คิดจะกลัว

          “ฉันยั่วโมโหนาย โอ๊ะไม่นะ นายมันขี้โมโหเองต่างหาก คุณชายพอล”

          ผู้ชายขี้เล่นเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้ม เขายกมือตบเบาๆที่แผงอกแกร่งราวกับต้องการหยอกล้อ

          “อย่ามากวนประสาทฉัน”

          พอลแทบจะกัดฟัน วิรุจน์เองก็ไม่เข้าใจว่าพอลเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ดูหงุดหงิดมากขนาดนี้

          “นายหงุดหงิดพี่ใหญ่กับคุณกวางที่มีลูกด้วยกัน นายไม่พอใจที่พวกเขามีความสุข นายมันขี้อิจฉา นิสัยเสียสุดๆ”

          ตุบ!

          เขาเหวี่ยงร่างของวิรุจน์ไปกระแทกกับพื้นปูน วิรุจน์กัดฟันกรอดๆ โชคดีที่ตอนนี้เขาและพอลอยู่ที่บริเวณลานจอดรถ ทำให้ไม่มีใครมาสังเกตพวกเขา เขาเหลือบตามองพอล

          “อิจฉางั้นเหรอ... ทำไมฉันจะต้องเป็นแบบนั้น ลูกของพี่ชายนาย ก็แค่พวกเลือดผสม น่ารำคาญลูกตา”

          “คำก็เลือดผสม สองคำก็เลือดผสม นายมันมีปมอะไรกับเรื่องพวกนี้นัก หลานฉันไปทำอะไรให้นาย!

          วิรุจน์พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อพอล วันนี้ร่างกายของเขาไม่ค่อยปกติ เพราะโดนพอลกระทำชำเราในโรงแรม จนเรียกได้ว่ายับเยินไปทั้งร่าง วิรุจน์เซจะล้ม แต่วงแขนแข็งแรงก็โอบกอดประคองเขาไว้ไม่ให้ล้มลง เขาเหลือบตามองพอล

          “ไม่ต้องมาช่วย”

          “หึ”

          เพียงครู่ จากการประคองก็เปลี่ยนเป็นผลักออกอย่างแรง  วิรุจน์เซไปจับฝากระโปรงรถเอาไว้ เขาสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด พยายามจะทำให้สมองเย็นลง ปกติเขาไม่ใช่คนหงุดหงิดง่ายขนาดนี้

          “ฉันไม่ต้องการมีเซ็กส์กับนายอีก”

          “

          พอลยังคงนิ่ง และไม่ตอบอะไร เขามองหน้าวิรุจน์

          “สั่งฉัน?

          น้ำเสียงนั้นเย็นยะเยือก ร่างกายสูงใหญ่ก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ ฝ่ามือใหญ่บีบเข้าที่คางของอีกฝ่าย ทั้งคู่สบตากัน

          “ฉันไม่อยากติดต่อกับนายอีก ฉันต้องทำยังไง ถึงจะไม่ต้องเกี่ยวข้องกับนายอีก”

          “นายกลัวฉัน?

          “ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉันเกลียดนาย”

          “ฉันก็เหมือนกัน พวกเลือดผสมน่ารังเกียจ”

          “งั้นเราสองควรจะทำให้เรื่องนี้มันจบ นายไม่คิดแบบนั้นเหรอพอล”

          วิรุจน์ยื่นข้อเสนอ ที่มาจากความจริง สำหรับวิรุจน์ ถ้าเขาเกลียดใคร แน่นอนว่าเขาไม่อยากจะยุ่ง พอลก็น่าจะคิดแบบเขา

          พอลปล่อยมือจากคางสวย เขาทำราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง วิรุจน์เริ่มใจเย็นลง บางทีพอลอาจจะคล้อยตามเขา อีกฝ่ายเองก็เกลียดพวกเลือดผสม  น่าจะไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขาตั้งแต่แรก

          “ว่าไงล่ะ”

          รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากสวย พอลสบตากับวิรุจน์

          “ไม่ล่ะ แบบนี้ ก็ดีอยู่แล้ว”

          “ห๊า! ดี? ดีตรงไหน ฉันเกลียดนาย นายก็เกลียดฉัน แน่นอนว่าพวกเราสองคนไม่ควรจะอยู่ใกล้กันอีก ถึงจะทำพันธะวิญญาณ  แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันกับนายต้องมีชีวิตผูกติดกันไปตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ

          พอลเงียบ ไม่ตอบอะไร นั่นทำให้วิรุจน์ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

          “ระ หรือว่า มันหมายถึงตลอดชีวิต”

          สิ้นประโยคของวิรุจน์ พอลก็แสยะยิ้ม นั่นทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้าง

          “ไม่จริงน่า นายกำลังล้อฉันเล่นใช่ไหม”

          “ไม่รู้สิ”

          พอพอลตอบเหมือนไม่ใส่ใจอะไร วิรุจน์ก็พุ่งเข้าไปหาพอล พูดขึ้นอย่างคิดไม่ตกกับเรื่องที่ได้ยิน

          “พูดบ้าๆน่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ นายกับฉันต้องมีเซ็กส์กันเรื่อยๆงั้นเหรอ ฉันต้องคอยคิดถึงนายหรือไง นี่มันต้องบ้าไปแล้ว นายควรจะหาทางยกเลิกเรื่องบ้าๆนี่สิ ฉันเป็นเลือดผสม นายเกลียดฉัน นายควรก็ที่จะ อื้อ”

          ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว ในขณะที่วิรุจน์ยังพูดไม่ทันจบประโยค ริมฝีปากร้อนก็ทาบทับลงมาปิด ราวกับว่าไม่ต้องได้ยินเสียงพูดบ่นของวิรุจน์ที่แสนยืดยาวจนทำให้พอลรู้สึกรำคาญหู

          “อึก”

          เพียงไม่นานพอลก็ถอนจูบออก แม้มันจะเป็นเพียงจูบที่ไม่ได้ลึกซึ้งมากนัก แต่มันก็ทำให้วิรุจน์อึ้งจนพูดไม่ออก

          “เงียบสักที”

          “ถ้ามีคนอื่นมาเห็นเข้า มันจะเป็นยังไง”

          พอสติกลับมา วิรุจน์ก็พูดขึ้นทันที เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใกล้จะบ้า ทำไมเวลาที่เขาอยู่กับพอล เหมือนว่าเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย

          “งั้นก็ขึ้นรถ”

          “ขึ้นทำไม?

          วิรุจน์งงหนัก พอลเดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับ ก่อนที่เขาจะเข้าไปข้างใน เขาก็เอ่ยขึ้น

          “ก็กลัวคนอื่นเห็นไม่ใช่เหรอ”

         

 100%

28/5/59

 

ติดตามการอัพที่เพจค่ะ https://www.facebook.com/akikoneko17fiction/

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น