Finland (ช้อย)

หลังจากที่เรื่อง "คนคุก" จบแล้ว ช้อยขออนุญาตติดเหรียญนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเข้าใจ และกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาสนับสนุนช้อยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ขอบพระคุณจากใจจริง ๆ ค่ะ / กราบ / ช้อย

ชื่อตอน : Chapter 26 : ผลงาน

คำค้น : finland,ช้อย, yaoi,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,ธีร์ปิง,รุจ,คิว,หื่น,เด็กแว้นที่รัก,Love you my bad boy,คนคุก,ดอม,คุณ,NC20+,SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21k

ความคิดเห็น : 157

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2559 10:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 26 : ผลงาน
แบบอักษร

 

 

 

#

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่สามที่ผมได้ออกมาโชว์ผลงานในงานราชทัณฑ์ประจำปี

 

ถึงแม้สามวันมานี้ผมจะไม่ได้ออกไปไหนเลยได้แต่นั่งอยู่ที่เดิมเพื่อวาดรูป เพราะผู้คุมไม่อนุญาตให้ผมซึ่งเป็นนักโทษได้ออกไปเดินเพ่นพ่าน แต่ผมก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจทุกวันที่ได้เห็นผู้คนเดินเข้ามาจับจ่ายซื้อผลิตภัณฑ์ของเหล่าบรรดานักโทษกันอย่างหนาตา

 

ผมตั้งอกตั้งใจวาดรูปของผมจนเกือบเสร็จ  ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้คนก็ยังเยอะเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมาแทบจะเดินเบียดกัน เพราะสินค้าของกรมราชทัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ของนักโทษราคาเลยไม่แพง เงินที่ได้ก็จะเอาไปให้กับเจ้าของผลงาน ดังนั้นผู้คนที่เข้ามาอุดหนุนก็จะถือว่าเป็นการช่วยนักโทษให้มีรายได้ แถมยังให้โอกาสกับนักโทษอีกด้วย 

 

“ใกล้เสร็จแล้วใช่มั้ย?”  อาจารย์เอ่ยถามผมขึ้น

 

“ครับ เช็คความเรียบร้อยอีกนิดหน่อยก็เสร็จแล้วครับอาจารย์”   ผมบอกกับอาจารย์ไป

 

“ครูยังไม่ถามนะว่าที่เธอเขียนรูปนี้ขึ้นมาต้องการจะสื่อถึงอะไร รอให้มีการประมูลก่อน”

 

“ครับ”  ผมยิ้มตอบกลับอาจารย์

 

ผมเซ็นชื่อที่มุมล่างขวาของรูป เป็นอันว่าผลงานของผมเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ดีมากคุณานนท์”  อาจารย์เอ่ยชมผม

 

“ขอบคุณครับอาจารย์”  

 

แล้วก็เจ้าหน้าที่นำผลงานของผมออกไป

 

“ป่ะ เข้าไปข้างในกัน”  อาจารย์กับผู้คุมบอกกับผม  ผมทำหน้างง

 

“ไม่ต้องงงหรอกน่า เค๊าประมูลกันในห้อง”    ผมได้แต่เดินตามอาจารย์กับผู้คุมไป

 

ภายในห้อง เป็นเหมือนงานนิทรรศการภาพวาด มีภาพวาดหลายชิ้นตั้งเรียงรายกันอยู่ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานของเหล่าบรรดานักโทษจากเรือนจำทั่วประเทศ รวมถึงภาพของผมด้วยผมเข้าไปอยู่ข้างหลังฉากตรงหัวมุมห้องไม่สามารถนั่งเก้าอี้ที่ทางผู้จัดงานจัดเอาไว้ได้ เพราะเก้าอี้ทั้งหมดจะให้กับผู้ที่มาประมูลผลงาน 

 

พอประตูเปิด ผู้คนที่สนใจเรื่องภาพวาดต่างเริ่มทะยอยกันเข้ามาจับจองที่นั่งจนเต็ม  มีที่นั่งไม่พอหลายคนต้องยืนออกันอยู่ที่หน้าประตู

 

[สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิชั้นนางสาว xxx รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประมูลภาพวาดของกรมราชทัณฑ์ในปีนี้] 

 

แล้วก็มีพิธีกรกล่าวขึ้น รวมถึงได้เชิญอธิบดีกรมราชทัณฑ์ขึ้นมากล่าวเปิดงานเป็นทางการ พอท่านกล่าวเปิดงานเสร็จก็เป็นอันว่า งานประมูลภาพวาดได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

[ภาพนี้ของ นช....จากเรือนจำ xxx โชว์ผลงานในแนวคิด.........] แล้วพิธีกรก็เริ่มนำเสนอผลงานภาพวาดชิ้นแรกที่ต้องการประมูล  ผู้ประมูลต่างเคาะราคาสู้แข่งกัน สุดท้ายผู้ประมูลได้ไปในราคา 15000 บาท

 

หลังจากนั้น ก็ได้ประมูลภาพอื่น ๆ ต่อไปจนเกือบหมด  เหลือภาพของผมเป็นภาพสุดท้าย

 

[ตอนนี้มาถึงไฮไลท์สำคัญแล้วนะคะ ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายแล้วค่ะที่จะนำออกมาประมูลงานของกรมราชทัณฑ์ในปีนี้  เป็นผลงานของ นช.คุณานนท์ จากเรือนจำxxx]

 

แล้วเจ้าหน้าที่ก็เปิดผ้าสีขาวที่ใช้คลุมภาพวาดของผมออก  เมื่อทุกคนเห็นต่างฮือฮากันยกใหญ่ ผมได้แต่แอบยิ้มที่มีคนสนใจในภาพวาดของผม  อาจารย์เดินเข้ามาตบไหล่เบา ๆ เพื่อแสดงความยินดีกับผม

 

“ทำดีมากคุณานนท์”  

 

“ขอบคุณครับ”

 

[ภาพนี้เริ่มต้นประมูลที่ 20000 ค่ะ  เคาะประมูลได้ครั้งละ 5000 บาท] แล้วพิธีกรก็อธิบายการประมูลภาพวาดของผม

 

“โห แค่ภาพวาดตั้งไว้สองหมื่นเลยเหรอ??”  ผมได้แต่แปลกใจ เพราะภาพของผมผมก็ว่าเฉย ๆ นะ

 

“ภาพนี้ตั้งราคาไว้สูง ยังไงอยากเห็นเจ้าของผลงานนี้หน่อยครับ”  แล้วก็มีคนชูมือพูดขึ้นมาซะเสียงดัง

 

พิธีกรหันไปมองผู้คุม เพราะเธอก็ตัดสินใจเองไม่ได้ ผมไม่ใช่คนธรรมดา ผมเป็นนักโทษ  และแล้วอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็พยักหน้าอนุญาตให้ผมออกมาจากข้างหลังฉาก

 

“ไปเถอะ จะได้โชว์ผลงานของเธอด้วยไง”   อาจารย์บอกกับผม

 

“ผมกลัวครับอาจารย์  ผมไม่กล้า”  ผมบอกไปตามความจริง  ถ้าผมไม่ใช่นักโทษผมคงรีบเดินออกไปแล้ว แต่นี่ผมเป็นนักโทษผมไม่มั่นใจ

 

“เป็นนักโทษแล้วไง..? ทำผลงานดี ๆ ออกมาไม่ได้เหรอ? ดูสิผลงานของเธอเข้าตาผู้ประมูลกันทั้งนั้น เธอควรจะดีใจนะที่มีคนชอบผลงานของเธอ”  อาจารย์ให้ความมั่นใจกับผม  ผมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ตัดสินใจแล้วก้าวเดินออกมาจากหลังฉาก  พอผมเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ รูปภาพของผม ทุกคนต่างปรบมือให้กับผมรวมไปถึงท่านอธิบดีด้วย ทำให้ผมดีใจถึงกับน้ำตาคลอ อย่างน้อยเค๊าก็ไม่รังเกียจคนอย่างผม

 

[ตอนนี้เราก็ได้รู้จักกับเจ้าของภาพนี้แล้วนะคะ ได้เวลาประมูลแล้วค่ะพิธีกรกล่าว

 

แล้วก็มีผู้ประมูลคนหนึ่ง ยกมือแล้วยืนขึ้น

 

“ผมอยากทราบว่าน้องเค๊ามีแนวคิดหรือต้องการสื่อถึงอะไรในภาพนี้ครับ..??”    ผมตกใจไม่คิดว่าจะมีคนถาม ผมทำหน้าเลิกลั่ก จนท่านอธิบดีพยักหน้าอนุญาตให้ผมตอบ  พิธีกรเลยส่งไมค์ให้กับผม   ผมหันไปมองอาจารย์ อาจารย์ยิ้มแล้วยกนิ้วให้ ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น

 

“ผมวาดรูปดอกบัวที่กำลังผลิบานอยู่ในดินที่แตกระแหง ผมต้องการสื่อถึงนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ บางคนมีความสามารถจนเราแทบนึกไม่ถึงว่าจะรังสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างงดงาม แม้แต่ในที่ที่ไม่อยากมีใครจะเข้ามาอยู่อย่างเรือนจำ อย่างน้อยก็ได้มีช่างฝีมือคอยผลิตผลงานออกมาสู่สายตาของบุคคลภายนอก ได้แสดงศักยภาพให้คนอื่นได้เห็น เช่นเดียวกับดอกบัวที่ผมวาด ถึงแม้ว่าจะอยู่ในที่ที่คนคิดว่าไม่สามารถเจริญงอกงามได้ พื้นดินแห้งแตกระแหงเพียงใดก็ตาม แต่ก็พยายามสู้ทนหยัดยืนชูช่อเบ่งบานอวดความสวยงามของตัวเองได้ครับ”     ทุกคนในห้องต่างเงียบกริบฟังผมอธิบายรูปภาพที่ผมได้ตั้งใจวาดขึ้น

 

และแล้วเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วห้อง

 

“ผมเปิดประมูลที่ 30000 ครับ”    แล้วก็มีคนตะโกนเคาะราคาขึ้น

 

“ชั้นให้ 35000” 

 

“ผมให้ 40000”   “ ผมให้ 45000”

 

ผมตื่นเต้นดีใจไม่คิดว่าผลงานของผมจะมีคนชื่นชมมากขนาดนี้

 

[ตอนนี้ราคาประมูลอยู่ที่ 70000 ค่ะท่านไหนจะสู้ราคาอีกมั้ยคะ?]

 

“ชั้นให้ 75000” 

 

“ผมให้ 80000”  

 

“ชั้นให้ 85000”

 

เอาละเว้ยยยย จะแสนแล้วผมใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ รอลุ้นว่าราคาจะหยุดอยู่ที่เท่าไหร่ ถึงแม้จะหยุดแค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว

 

[85000 เคาะครั้งที่ 1]

 

[85000 เคาะครั้งที่ 2]

 

ผมให้แสนนึงครับ   ฮือ ฮา  ทุกคนในห้องต่างหันไปตามเสียงของผู้ประมูลรวมทั้งตัวผมด้วย มีผู้ชายวัยทำงานใส่สูทผูกไทค์อย่างเท่ห์ตะโกนให้ราคานี้มา

 

[หนึ่งแสนครั้งที่ 1]

 

[หนึ่งแสนครั้งที่ 2]

 

“ชั้นให้ แสนสอง”  ฮือ ฮา อีกครั้งเมื่อมีเสียงผู้หญิงที่นั่งในกลุ่มผู้ประมูลดังขึ้น ผมเหลือบไปมอง เห็นเธอแต่งตัวดีคงเป็นผู้ดีไฮโซแหล่ะ ผมได้แต่คิดในใจ

 

[แสนสองแล้วค่ะ ท่านใดจะสู้ราคาอีกมั้ยคะ?]

 

[ผมให้สองแสน....!!!!]   แล้วจู่ ๆ ผู้ชายคนเดิมก็ตะโกนดังขึ้น ทำให้เรียกเสียงฮือฮาหนักเข้าไปอีก

 

[สองแสนครั้งที่ 1]

 

[สองแสนครั้งที่ 2]

 

[สองแสนครั้งที่ 3]

 

[สิ้นสุดการประมูล ราคาอยู่ที่สองแสน คุณผู้ชายคนนั้นได้ไปค่ะแล้วพิธีกรก็ผายมือไปที่ชายวัยทำงานคนดังกล่าว

 

ผมตกใจมากที่รูปภาพของผมขายได้ตั้งสองแสน ไม่เคยคิดจริง ๆ สองหมื่นก็หรูแล้ว  

 

แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้น  ผู้ชายคนดังกล่าวก็ได้โค้งแสดงความขอบคุณ

 

“เก่งมาคุณานนท์”  อาจารย์เดินเข้ามาตบไหล่ผม  ผมได้แต่ตื้นตันใจพูดอะไรไม่ออก  แล้วผู้ชายที่ชนะการประมูลผลงานผมก็เดินเข้ามาหา

 

“เก่งมากเลยนะ วาดภาพได้ประทับใจชั้นมาก”   แล้วเค๊าก็กล่าวขึ้น

 

“ขอบคุณมากเลยครับ”  ผมรีบยกมือไหว้

 

“เธอชื่ออะไร...??”   เสียงนุ่มลึกของชายคนดังกล่าวก็ถามผมขึ้น

 

“คุณครับ”   ผมยิ้มตอบกลับไป   

 

“ช่วยเซ็นชื่อข้างหลังภาพให้ชั้นด้วยสิ”  ผมหันไปมองอาจารย์ อาจารย์พยักหน้าให้ ผมเลยรีบเซ็นชื่อไว้ข้างหลังภาพวาดให้ตามคำขอ 

 

“ขอบใจนะ”   จากนั้นก็มีคนของเค๊านำรูปผมออกไป

 

“ผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ”  ผมกล่าวลาพร้อมกับยกมือไหว้

 

“เดี๋ยว....!!!!”  

 

ผมหันไปมอง

 

“เธอจะออกจากเรือนจำเมื่อไหร่...??”

 

“อีก 2 ปีครับ”

 

 

 

..................................................................................................

To be continue.....................................

..................................................................................................

 

 

เนื้อเรื่องดำเนินมาได้ครึ่งทางแล้วนะคะ  จะเป็นยังไงต่อโปรดคอยติดตาม

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่ะ

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}